PDA

View Full Version : ทางสายกลางในทางพุทธศาสนา สำหรับผู้เริ่มต้น


telwada
03-01-2006, 06:56 PM
ก่อนที่ท่านทั้งหลายที่เป็นผู้เริ่มต้นเรียนรู้และฝึก ไม่ว่าจะฝึกในด้านไหนไหน ควรหรือจะต้องเรียนรู้ในเรื่องของทางสายกลางเป็นอันดับแรก เพราะการเรียนรู้ในเรื่องทางสายกลางที่ถูกต้องนั้น ย่อมเป็นปัจจัยที่สำคัญในความสำเร็จในวันข้างหน้า พลังจิต อภิญญา มีจริง แต่จะต้องเรียนรู้หรือศึกษาหาความรู้ในทางที่ถูกต้องในสิ่งที่ถูกต้อง ซึ่งก็ย่อมเป็นหลักธรรมชาติแห่งสรรพสิ่งฯ ไม่ว่าจะทำการใดใด ย่อมต้องมีอุปกรณ์ เครื่องมือเครื่องใช้ ความรู้ กำลังคน สภาพอากาศ และภูมิประเทศ ที่เอื้ออำนวย ในการกระทำการนั้นๆ และก็เช่นเดียวกัน ในการฝึกไม่ว่าจะเป็นด้านไหน ก็ต้องมีความรู้ที่ถูกต้อง มีปัจจัยประกอบที่ถูกต้อง มีสภาพภูมิประเทศ สภาพอากาศ ที่เอื้ออำนวยเช่นกัน

ข้าพเจ้าเคยเขียนเรื่องทางสายกลางไปแล้วครั้งหนึ่งในปีก่อน (2547-2548) เป็นเรื่องทางสายกลางสำหรับศาสนาพุทธ แต่คงมีคนอ่านน้อย จึงยังมีคนถามอีก
ในปีนี้(2549)ข้าพเจ้าจึงเขียนใหม่อีกครั้ง และก็มิใช่หมายความว่า จะเล็งผลเลิศ หรือเพื่อต้องการให้ท่านทั้งหลายได้เชื่อ แต่ข้าพเจ้าเขียนก็เพื่อให้ท่านทั้งหลายได้อ่าน ได้คิด ได้พิจารณา ซึ่งก็นับได้ว่า เป็นการหมุนกงล้อพระธรรมจักรแห่งข้าพเจ้าไปข้างหน้าแม้จะต้องถอยหลังบ้าง ก็ตามที
อันทางสายกลางนั้น นับได้ว่า เป็นคำพูดหรือเป็นประโยคที่ต้องตีความให้ตรงจุด ตรงประเด็น ในทางพุทธศาสนา หากจะตีความหมายตามตัวอักษร ตามคำ ตามประโยคแล้ว ทางสายกลางย่อมหมายถึง การอยู่ตรงกลางระหว่างทาง 3 สาย คือ
สายที่ 1 คือ สายแห่งความดี ตามบรรทัดฐานของการสังคมเป็นอยู่ร่วมกันของสรรพสิ่งที่มีชีวิตและไม่มีชีวิต
สายที่ 3 คือ สายแห่งความไม่ดี ตามบรรทัดฐานของการสังคมเป็นอยู่ร่วมกันของสรรพสิ่งที่มีชีวิตและไม่มีชีวิต
สายที่ 2 คือ ทางสายกลาง (เขียนไม่ผิดนะขอรับ) คืออยู่ระหว่างตรงกลาง ของความดี กับความชั่ว ตามบรรทัดฐานของการสังคมเป็นอยู่ร่วมกันของสรรพสิ่ง ทั้งที่มีชีวิต และไม่มีชีวิต
ในทางธรรมะหรือในทางศาสนา ย่อมต้องสอนสรรพสิ่งที่มีชีวิตและสอนได้ ให้หลุดพ้นจากวัฎจักร แห่งความโลภ ความโกรธ และความหลง นั่นก็คือ รู้ว่า อย่างไหนเป็นทางสายที่ดี และอย่างไหนเป็นทางสายที่ไม่ดี เพราะการสังคมเป็นอยู่ร่วมกัน ย่อมมีการปฏิสังคม ติดต่อสื่อสารซึ่งกันและกันอยู่เกือบตลอดเวลา ดังนั้น ศาสนา(ในที่นี้กล่าวเฉพาะในศาสนาพุทธ)จึงสอนให้สรรพสิ่งที่มีชีวิตและสอนได้ แนะนำได้ ได้รู้ว่าสรรพสิ่งทั้งหลายทั้งที่มีชีวิตและไม่มีชีวิตมีพฤติกรรมทางกาย ทางวาจา และทางใจอย่างไรบ้าง และจะไม่จำเพาะเจาะจงว่า ศาสนาหรือธรรมะแห่งศาสนามุ่งเน้นสอนให้คนทำแต่ความดี ทว่า ธรรมะแห่งศาสนา จะสอนให้รู้ต้นตอแห่งพฤติกรรมทางกาย วาจา และใจ ของสรรพสิ่งทั้งที่มีชีวิตและไม่มีชีวิต ทั้งที่สอนได้ และสอนไม่ได้ ว่ามีหัวข้อหลักหรือต้นตออย่างไรบ้าง ยกตัวอย่างเช่น
สรรพสิ่งทั้งหลาย ล้วนย่อมมี การคิด และการระลึกนึกถึง อันนี้นับเฉพาะสิ่งที่มีชีวิต และการคิด รวมถึงการระลึกนึกถึง ย่อมมีทั้งที่ทางสังคมเรียกว่าความดี และย่อมมีทั้งที่ทางสังคมเรียกว่าความไม่ดี
อันนี้เป็นหลักการแห่งศาสนาที่แท้จริง อย่างนี้เป็นต้น ที่ข้าพเจ้ายกตัวอย่างให้ได้ศึกษากันแม้เป็นเพียงข้อเดียว แต่ก็แบ่งเป็นสอง คือ คิด อย่างหนึ่ง ระลึกนึกถึงอย่างหนึ่ง หรือหากจะหมุนไปอีก การคิด และระลึกนึกถึง ก็ย่อมเกิดจากสรีระร่างกาย และ การคิด และระลึกนึกถึงจะเกิดขึ้นได้ เพราะการได้สัมผัสพบเห็น อย่างนี้เป็นต้น
ที่ข้าพเจ้ากล่าวไปเป็นเพียงส่วนน้อย แต่ก็ย่อมสามารถทำให้ท่านทั้งหลายคิดพิจารณาเป็นวงรอบ และต้องคิดพิจารณาให้มีที่สิ้นสุด อย่าคิดในทางที่เป็นไปไม่ได้ เช่น ไก่กับไข่ อันไหนเกิดก่อนกัน โดยไม่มีข้อสรุป ข้อสรุปจะต้องเป็นข้อสรุปที่มีเหตุและผลที่ใครจะคัดค้านไม่ได้ เพราะเป็นหลักความจริง
เอาละขอรับ วันนี้เอาแค่นี้ก่อน หวังว่า คงมีประโยชน์ต่อพระสงฆ์ ต่อบุคคลากรทั้งหลาย ให้ไปคิดพิจารณาให้ดี ก็แล้วกัน ขอรับ

telwada
06-01-2006, 03:06 AM
อันความหมายของทางสายกลางนั้น ในทางที่เป็นจริงแล้วยังสามารถคิดพิจารณาหรือมีความหมายได้อีกหลายสถาน ตามกระทู้ที่ข้าพเจ้าเขียนก็เป็นความหมายของทางสายกลางรูปแบบหนึ่งที่มีความสำคัญ ทั้งผู้ที่เริ่มต้นศึกษาหรือปฏิบัติธรรมตามศาสนา รวมไปถึงมีความสำคัญต่อผู้ที่ฝึกมานานแล้วแต่ยังขาดความเข้าใจในวิธีการ และหลักการ
หากมีเวลาก็จะนำ ทางสายกลางในรูปแบบอื่นๆมาลงให้ได้อ่านได้ศึกษากันอีก