paang
03-01-2006, 05:46 PM
หากจะกล่าวถึงอาหารอีสานที่เป็นที่รู้จักกันดีทั้งเด็กเล็กไปจนคนสูงอายุ ก็คงหนีไม่พ้น ส้มตำ อาหารจานเด็ดรสจัดจ้านที่ถูกใจใครหลายคน ในวันนี้ ส้มตำไม่ได้หยุดอยู่แค่อาหารพื้นบ้านธรรมดารูปร่างหน้าตาเดิม ๆ หากแต่กลายมาเป็น ส้มตำทอด อาหารแปลกแหวกแนว ที่มีรสชาติอร่อยไม่ซ้ำใคร และที่สำคัญคือ ยังสามารถสร้างรายได้ให้แก่เหล่านักเรียนมัธยมปลาย ของโรงเรียนธีรกานท์บ้านโฮ่ง จังหวัดลำพูนอีกด้วย<TABLE class=medium cellSpacing=0 cellPadding=0 width=500 border=0><TBODY><TR><TD>แม้จะแปลกที่เป็น ส้มตำทอด แล้ว หากก็ยังไม่ใช่ส้มตำทอดธรรมดา เพราะพ่วงด้วยรางวัลดีเด่น นวัตกรรมทางธุรกิจ ปี พ.ศ. 2545 ของโครงการกรุงไทยยุววาณิช ซึ่งเป็นโครงการที่เปิดโอกาสให้นักเรียนมัธยมปลาย ทั้งสายสามัญ และสายอาชีพ จากทุกโรงเรียน มีโอกาสคิดและสร้างสรรค์ธุรกิจแปลกใหม่ เพื่อให้บรรดาเยาวชนรู้ว่าการประกอบธุรกิจไม่ใช่เรื่องยาก และไม่ใช่เป็นเรื่องในฝันอันแสนไกลอีกต่อไป เช่นเดียวกับโครงงาน ส้มตำทอด ของกิตติคุณ กันยะดอย (แซ็ก), สามารถ กาวิละพันธ์ (หนุ่ย) และวราพันธ์ จันทร์ธง (แบงค์) ซึ่งมีอาจารย์สุนทร บุญมี คอยให้คำปรึกษา และทุ่มเทแรงกายแรงใจพัฒนาโครงงาน ส้มตำทอด จนประสบความสำเร็จ
</TD><TD>http://www.tkpark.or.th/uploadContent/open-2-21-10-01.jpg
</TD></TR></TBODY></TABLE>ตอนแรกไม่ได้หวังว่าจะต้องได้รับรางวัล แต่ส่งโครงงานเพื่อเป็นประสบการณ์และเป็นการฝึกทักษะของนักเรียน เพราะที่โรงเรียนก็มีโครงงานคล้าย ๆ แบบนี้เหมือนกันครับ หนุ่ย หนึ่งในทีมงานผู้สร้างสรรค์ส้มตำทอดบอกถึงจุดเริ่มของโครงงาน
http://www.tkpark.or.th/uploadContent/open-2-21-10-02.jpghttp://www.tkpark.or.th/uploadContent/open-2-21-10-03.jpg
สาเหตุที่ต้องเป็นส้มตำนั้น ก็เพราะส้มตำเป็นอาหารของคนทุกภาค ไม่ว่าจะเป็นชนชั้นไฮโซ หรือโลโซก็ตาม อาจารย์สุนทรกล่าวติดตลก และที่ต้องนำเส้นมะละกอมา ทอด นั้น ไม่ใช่มีเหตุผลแค่ว่าป้องกันมะละกอเน่าเท่านั้น อาจารย์สุนทรซึ่งสอนด้านโภชนาการยังสอดแทรกเรื่องสุขภาพไว้ด้วย เมื่อลองมาแยกสารอาหารในส้มตำจะเห็นได้ว่า ส้มตำขาดสารอาหารอยู่ 2 ชนิด คือ คาร์โบไฮเดรต และไขมัน ทีนี้ การที่จะทำให้ส้มตำมีสารอาหารครบ 5 หมู่ได้ ก็คือ นำมาทอด เมื่อได้ฟังอย่างนี้แล้ว ไม่ต้องสงสัยเลยว่า ส้มตำทอดของอาจารย์และนักเรียนโรงเรียนธีรกานท์บ้านโฮ่งนั้น จะอร่อยและดีต่อสุขภาพขนาดไหน
และแล้ว...เมื่อส้มตำทอดเดินทางไกล จากเมืองเหนือ สู่ลานสานฝัน TK Park ที่นี่จึงถูกเนรมิตให้เป็น ลานตำส้มตำ ซึ่งเมื่อได้ยินเสียงสากกระทบกับครกมากเท่าใด เหล่าผู้ชื่นชอบส้มตำก็ต่างพากันเดินเข้ามามากเท่านั้น
นอกจากรสชาติของส้มตำจะเป็นที่ถูกอกถูกใจ ดังจะเห็นได้ว่า ทั้งนักเรียน และอาจารย์ต่างทอด และตำกันจนมือเป็นระวิง แต่ก็ยังทำไม่ทันคนชิมแล้วนั้น ลีลาการเขย่าส้มตำทอดให้เข้ากันของแซ็ก หนุ่ย และแบงค์ ก็เตะตาเตะใจเหล่าคนชิมมาก โดยเฉพาะตอนที่ผู้ปรุงและผู้ชิมส้มตำทอด ทั้งรุ่นเล็กรุ่นใหญ่วาดลวดลายเขย่าส้มตำทอดประกอบเพลง ส้มตำ ก็นับเป็นช่วงเวลาที่สร้างความสนุกสนาน และบรรยากาศครื้นเครงอย่างเป็นกันเองได้มากทีเดียว
<TABLE class=medium cellSpacing=0 cellPadding=0 width=500 border=0><TBODY><TR><TD>จาก ส้มตำอาหารพื้นบ้านธรรมดา ๆ กลายมาเป็น ส้มตำทอด อาหารไม่ธรรมดาระดับประเทศ ดีใจ ไม่คิดว่าจะมาถึงตรงนี้ได้ คำพูดเพียงเท่านี้ก็ไม่อาจบรรยายความรู้สึกเต็มตื้นในดวงตาของเชฟรุ่นเยาว์ได้หมด ต้องขอขอบคุณโครงการกรุงไทยยุววาณิช ที่ตระหนักถึงความสำคัญของเยาวชน และเปิดโอกาสให้เด็กไทยได้ใช้ความคิด จินตนาการ และฝีมือสร้างสรรค์ ผลงานแปลกใหม่ออกมาให้เป็นที่ประจักษ์ว่า เด็กไทยก็มีความสามารถไม่แพ้ชาติใดในโลก
</TD><TD>http://www.tkpark.or.th/uploadContent/open-2-21-10-04.jpg
</TD></TR></TBODY></TABLE>
ส้มตำทอด นอกจากจะอร่อยแล้ว ยังมีวิธีทำที่ไม่ยากอีกด้วย
ส้มตำทอด
มีส่วนผสมที่คุ้นเคยดังต่อไปนี้
<TABLE class=medium cellSpacing=5 cellPadding=0 width=500 align=center border=0><TBODY><TR><TD width=357>มะละกอสดขูด (ที่ต้องขูดเพราะจะได้ทอดได้กรอบทั่วกันทั้งแผ่น)</TD><TD width=61>2
</TD><TD width=62>ถ้วยตวง
</TD></TR><TR><TD>แป้งสาลี </TD><TD>1
</TD><TD>ถ้วยตวง
</TD></TR><TR><TD>น้ำเปล่า</TD><TD>¾
</TD><TD>ถ้วยตวง
</TD></TR><TR><TD>น้ำมันพืช </TD><TD>1
</TD><TD>ลิตร
</TD></TR><TR><TD>กระเทียม </TD><TD>4
</TD><TD>กลีบ
</TD></TR><TR><TD>พริกขี้หนู </TD><TD>5
</TD><TD>เม็ด
</TD></TR><TR><TD>ถั่วฝักยาว</TD><TD>3
</TD><TD>ฝัก
</TD></TR><TR><TD>มะเขือเจ้าพระยาหรือมะเขือเปราะ </TD><TD>1
</TD><TD>ลูก
</TD></TR><TR><TD>มะเขือเทศ </TD><TD>1
</TD><TD>ลูก
</TD></TR><TR><TD>ถั่วลิสงคั่ว </TD><TD>2
</TD><TD>ช้อนโต๊ะ
</TD></TR><TR><TD>กุ้งแห้ง </TD><TD>1
</TD><TD>ช้อนโต๊ะ
</TD></TR><TR><TD>น้ำตาลปี๊บ</TD><TD>¼
</TD><TD>ถ้วยตวง
</TD></TR><TR><TD>น้ำปลา</TD><TD>2
</TD><TD>ช้อนโต๊ะ
</TD></TR><TR><TD>น้ำมะนาว</TD><TD>2 ½
</TD><TD>ช้อนโต๊ะ
</TD></TR></TBODY></TABLE>
วิธีทำ
1. นำแป้งสาลี (ซึ่งตรงแป้งนี่แหละที่เป็นเคล็ดลับและความลับความอร่อย) มาผสมน้ำแล้วคนให้เข้ากัน พยายามอย่าให้แป้งเป็นเม็ด
2. เอาเส้นมะละกอที่ขูดแล้ว คลุกเคล้ากับแป้งให้ทั่วแล้วทอดในน้ำมันพืชที่ร้อนจัด เมื่อกรอบได้ที่ดีแล้วก็ตักออกมาพักไว้ให้เย็น และสะเด็ดน้ำมัน
3. โขลกกระเทียมและพริกขี้หนูให้แหลก แล้วนำถั่วฝักยาว มะเขือเปราะ และมะเขือเทศหั่น แล้วโขลกรวมกันเบา ๆ เติมน้ำตาลปี๊บ น้ำปลา และน้ำมะนาวตามชอบ แล้วนำกุ้งแห้ง ถั่วลิสงคลุกเคล้าให้เข้ากัน พักไว้
4. ตัดมะละกอที่ทอดจนกรอบดีแล้วเป็นขนาดพอคำ แล้วราดน้ำยำที่โขลกไว้จนทั่ว อาจโรยด้วยเม็ดมะม่วงหิมพานต์ทอดกรอบ เพิ่มความกรุบกรอบ เสร็จเรียบร้อยแล้ว...ก็อร่อยกับส้มตำทอดได้ทันที
ที่มา http://www.tkpark.or.th/ (http://www.tkpark.or.th/)
</TD><TD>http://www.tkpark.or.th/uploadContent/open-2-21-10-01.jpg
</TD></TR></TBODY></TABLE>ตอนแรกไม่ได้หวังว่าจะต้องได้รับรางวัล แต่ส่งโครงงานเพื่อเป็นประสบการณ์และเป็นการฝึกทักษะของนักเรียน เพราะที่โรงเรียนก็มีโครงงานคล้าย ๆ แบบนี้เหมือนกันครับ หนุ่ย หนึ่งในทีมงานผู้สร้างสรรค์ส้มตำทอดบอกถึงจุดเริ่มของโครงงาน
http://www.tkpark.or.th/uploadContent/open-2-21-10-02.jpghttp://www.tkpark.or.th/uploadContent/open-2-21-10-03.jpg
สาเหตุที่ต้องเป็นส้มตำนั้น ก็เพราะส้มตำเป็นอาหารของคนทุกภาค ไม่ว่าจะเป็นชนชั้นไฮโซ หรือโลโซก็ตาม อาจารย์สุนทรกล่าวติดตลก และที่ต้องนำเส้นมะละกอมา ทอด นั้น ไม่ใช่มีเหตุผลแค่ว่าป้องกันมะละกอเน่าเท่านั้น อาจารย์สุนทรซึ่งสอนด้านโภชนาการยังสอดแทรกเรื่องสุขภาพไว้ด้วย เมื่อลองมาแยกสารอาหารในส้มตำจะเห็นได้ว่า ส้มตำขาดสารอาหารอยู่ 2 ชนิด คือ คาร์โบไฮเดรต และไขมัน ทีนี้ การที่จะทำให้ส้มตำมีสารอาหารครบ 5 หมู่ได้ ก็คือ นำมาทอด เมื่อได้ฟังอย่างนี้แล้ว ไม่ต้องสงสัยเลยว่า ส้มตำทอดของอาจารย์และนักเรียนโรงเรียนธีรกานท์บ้านโฮ่งนั้น จะอร่อยและดีต่อสุขภาพขนาดไหน
และแล้ว...เมื่อส้มตำทอดเดินทางไกล จากเมืองเหนือ สู่ลานสานฝัน TK Park ที่นี่จึงถูกเนรมิตให้เป็น ลานตำส้มตำ ซึ่งเมื่อได้ยินเสียงสากกระทบกับครกมากเท่าใด เหล่าผู้ชื่นชอบส้มตำก็ต่างพากันเดินเข้ามามากเท่านั้น
นอกจากรสชาติของส้มตำจะเป็นที่ถูกอกถูกใจ ดังจะเห็นได้ว่า ทั้งนักเรียน และอาจารย์ต่างทอด และตำกันจนมือเป็นระวิง แต่ก็ยังทำไม่ทันคนชิมแล้วนั้น ลีลาการเขย่าส้มตำทอดให้เข้ากันของแซ็ก หนุ่ย และแบงค์ ก็เตะตาเตะใจเหล่าคนชิมมาก โดยเฉพาะตอนที่ผู้ปรุงและผู้ชิมส้มตำทอด ทั้งรุ่นเล็กรุ่นใหญ่วาดลวดลายเขย่าส้มตำทอดประกอบเพลง ส้มตำ ก็นับเป็นช่วงเวลาที่สร้างความสนุกสนาน และบรรยากาศครื้นเครงอย่างเป็นกันเองได้มากทีเดียว
<TABLE class=medium cellSpacing=0 cellPadding=0 width=500 border=0><TBODY><TR><TD>จาก ส้มตำอาหารพื้นบ้านธรรมดา ๆ กลายมาเป็น ส้มตำทอด อาหารไม่ธรรมดาระดับประเทศ ดีใจ ไม่คิดว่าจะมาถึงตรงนี้ได้ คำพูดเพียงเท่านี้ก็ไม่อาจบรรยายความรู้สึกเต็มตื้นในดวงตาของเชฟรุ่นเยาว์ได้หมด ต้องขอขอบคุณโครงการกรุงไทยยุววาณิช ที่ตระหนักถึงความสำคัญของเยาวชน และเปิดโอกาสให้เด็กไทยได้ใช้ความคิด จินตนาการ และฝีมือสร้างสรรค์ ผลงานแปลกใหม่ออกมาให้เป็นที่ประจักษ์ว่า เด็กไทยก็มีความสามารถไม่แพ้ชาติใดในโลก
</TD><TD>http://www.tkpark.or.th/uploadContent/open-2-21-10-04.jpg
</TD></TR></TBODY></TABLE>
ส้มตำทอด นอกจากจะอร่อยแล้ว ยังมีวิธีทำที่ไม่ยากอีกด้วย
ส้มตำทอด
มีส่วนผสมที่คุ้นเคยดังต่อไปนี้
<TABLE class=medium cellSpacing=5 cellPadding=0 width=500 align=center border=0><TBODY><TR><TD width=357>มะละกอสดขูด (ที่ต้องขูดเพราะจะได้ทอดได้กรอบทั่วกันทั้งแผ่น)</TD><TD width=61>2
</TD><TD width=62>ถ้วยตวง
</TD></TR><TR><TD>แป้งสาลี </TD><TD>1
</TD><TD>ถ้วยตวง
</TD></TR><TR><TD>น้ำเปล่า</TD><TD>¾
</TD><TD>ถ้วยตวง
</TD></TR><TR><TD>น้ำมันพืช </TD><TD>1
</TD><TD>ลิตร
</TD></TR><TR><TD>กระเทียม </TD><TD>4
</TD><TD>กลีบ
</TD></TR><TR><TD>พริกขี้หนู </TD><TD>5
</TD><TD>เม็ด
</TD></TR><TR><TD>ถั่วฝักยาว</TD><TD>3
</TD><TD>ฝัก
</TD></TR><TR><TD>มะเขือเจ้าพระยาหรือมะเขือเปราะ </TD><TD>1
</TD><TD>ลูก
</TD></TR><TR><TD>มะเขือเทศ </TD><TD>1
</TD><TD>ลูก
</TD></TR><TR><TD>ถั่วลิสงคั่ว </TD><TD>2
</TD><TD>ช้อนโต๊ะ
</TD></TR><TR><TD>กุ้งแห้ง </TD><TD>1
</TD><TD>ช้อนโต๊ะ
</TD></TR><TR><TD>น้ำตาลปี๊บ</TD><TD>¼
</TD><TD>ถ้วยตวง
</TD></TR><TR><TD>น้ำปลา</TD><TD>2
</TD><TD>ช้อนโต๊ะ
</TD></TR><TR><TD>น้ำมะนาว</TD><TD>2 ½
</TD><TD>ช้อนโต๊ะ
</TD></TR></TBODY></TABLE>
วิธีทำ
1. นำแป้งสาลี (ซึ่งตรงแป้งนี่แหละที่เป็นเคล็ดลับและความลับความอร่อย) มาผสมน้ำแล้วคนให้เข้ากัน พยายามอย่าให้แป้งเป็นเม็ด
2. เอาเส้นมะละกอที่ขูดแล้ว คลุกเคล้ากับแป้งให้ทั่วแล้วทอดในน้ำมันพืชที่ร้อนจัด เมื่อกรอบได้ที่ดีแล้วก็ตักออกมาพักไว้ให้เย็น และสะเด็ดน้ำมัน
3. โขลกกระเทียมและพริกขี้หนูให้แหลก แล้วนำถั่วฝักยาว มะเขือเปราะ และมะเขือเทศหั่น แล้วโขลกรวมกันเบา ๆ เติมน้ำตาลปี๊บ น้ำปลา และน้ำมะนาวตามชอบ แล้วนำกุ้งแห้ง ถั่วลิสงคลุกเคล้าให้เข้ากัน พักไว้
4. ตัดมะละกอที่ทอดจนกรอบดีแล้วเป็นขนาดพอคำ แล้วราดน้ำยำที่โขลกไว้จนทั่ว อาจโรยด้วยเม็ดมะม่วงหิมพานต์ทอดกรอบ เพิ่มความกรุบกรอบ เสร็จเรียบร้อยแล้ว...ก็อร่อยกับส้มตำทอดได้ทันที
ที่มา http://www.tkpark.or.th/ (http://www.tkpark.or.th/)