PDA

View Full Version : ถ้าหากว่าอยากจะอัจฉริยะจริง ๆ ก็ชาตินี้ถวายพระไตรปิฎก....โดยหลวงพี่เล็ก


WebSnow
03-01-2006, 07:40 AM
http://202.57.162.77/news/albums/userpics/10001/thumb_lpl_thumb__0001.gif
http://www.palungjit.com/board/images/statusicon/subforum_new.gifหลวงพี่ เล็ก สุธมฺมปญฺโญ (http://www.palungjit.com/board/forumdisplay.php?f=61)





ถาม : เคล็ดลับในการซ่อนความจำที่ไม่รู้ลืม ?


ตอบ : โอ้โห...จริง ๆ แล้วมันต้องลืมนะ ถ้าหากว่าไม่รู้ลืมนี่กำลังสมองมันไม่พอที่จะเก็บเอาไว้ ถ้าหากว่าสมาธิของเราดีนี่ความจำจะแม่นยำ ถึงเวลามันจะจัดหมวดหมู่เก็บของมันเองแต่ละไฟล์ของมันจะเก็บซุกเงียบไม่รู้อยู่ตรงไหน พอถึงเวลาปุ๊บ มันจะโผล่ขึ้นมาเอง

บางคนเขาจะแปลกใจว่าคนมาที่นี่ไม่รู้จักเท่าไหร่ ต่อเท่าไหร่ แต่ทำไมเราจำเขาได้ทุกคน ถึงเวลาทำบุญไม่ต้องไปถามชื่อถามเสียงใหม่ จดได้ถูกต้อง จริง ๆ แล้วเราจำคนเดียวคือ คนที่มาใหม่ที่เหลือมันจำได้แล้วนี่ เพราะฉะนั้นพอจำคนเดียวมันจำง่าย แต่พอบอกคนอื่นเขาหาว่าบ้าจำคนเดียวจริงมั้ยล่ะ ? จำคนเดียว คนมาใหม่


ถาม : จำคนมาใหม่แต่คนเก่าก็ยังต้องอยู่นี่คะ ?


ตอบ : ก็มันจำแล้วไง


ถาม : เคล็ดลับตรงจำคนที่อยู่นี่ค่ะ ?


ตอบ : ถ้าหากว่าสมาธิดี พระพุทธเจ้าท่านกล่าวเอาไว้ว่า บุคคลที่ีมีสติตั้งมั่น บุคคลที่มีใจตั้งมั่นท่านใช้คำว่าระลึกถึงเรื่องที่ทำมานานแล้วได้ ระลึกถึงเรื่องที่พูดมานานแล้วได้ ถ้าหากว่ากำลังใจตั้งมั่นแล้ว ตัวความจำมันก็จะดีตามไปด้วย หรือถ้าหากว่าอยากจะอัจฉริยะจริง ๆ ก็ชาตินี้ถวายพระไตรปิฎกสักตู้หนึ่ง พอถึงเวลาเกิดใหม่ชาติใหม่ ทีนี้เรียนด๊อกเตอร์ ๓ ใบก็ยังไม่หายมันเลย อย่างอื่นมันง่ายไปหมด


ถาม : หาแนวร่วมได้มั้ยคะ ?


ตอบ : ได้จ้าได้ ถึงเวลาถ้ากำลังเราไม่พอ คนอื่นให้เขามีส่วนด้วย ถ้าไปฉลาดพร้อม ๆ กัน แล้วจะไปหลอกเขาอย่างไรล่ะ มันต้องฉลาดคนเเดียวสิ


ถาม : ต้องถวายฉบับไหนครับ ฉบับประชาชน ?


ตอบ : เลือกเอา จริง ๆ แล้วหนังสือทุกประเภทถือเป็นธรรมทานหมด เพียงแต่ว่าประโยชน์มันมากน้ิอยต่างกันทำให้อานิสงส์มันมากน้อยต่างกันไปด้วย ถ้าจะเอาให้ชัวร์ ๆ เลยก็พระไตรปิฎกนั่นแหละ เพราะเป็นการปฏิบัติเพื่อการหลุดพ้นจริง ๆ


ถาม : ต้องเป็นภาษาบาลีมั้ยครับ ?


ตอบ : บาลีมันทำให้ต้องลำบาก ต้องแปลอีก ภาษาไทยก็ได้ ฉบับของ ส.ธรรมภักดี สยามรัฐ อะไรก็ได้




http://www.palungjit.com/board/showpost.php?p=165832&postcount=4

เว็ปกระโถนข้างธรรมาสน์ (http://www.grathonbook.net/book/)

Nar
03-01-2006, 11:02 AM
เรื่องการได้สร้างหรือได้ถวายพระไตรปิฎก เกิดมาในชาคินี้ผมได้มีโอกาสสร้างถวายแล้ว สองชุดใหญ่พร้อมตู้แกะลายโดยทำให้พ่อกับแม่ได้ถวายคนละชุดในงานกฐินปีที่แล้ว สองวัด ด้วยบุญกุศลของการได้ถวายพระไตรปิฎกนี้ผมขอยืนยันว่าอานิสงส์นั้นได้ในชาติปัจจุบันนี้ครับ (ในส่วนตัวที่ได้ทำมา) เห็นได้ชัดคือเมื่อเรา อ่านธรรมะ ฟังธรรมะ เมื่อก่อนยากต่อการเข้าใจได้โดยง่าย แต่เดี๋ยวนี้ฟังครั้งสองครั้งก็เข้าใจได้ดีพร้อมกันนั้นพ่อแม่ญาติทั้งหลายที่มีส่วนร่วมในการสร้างคนละเล็กละน้อยนั้นก็เปลี่ยนจิตเปลี่ยนใจมาฝักใฝ่ในการให้ทานรักษาศีลมากขึ้น เราพูดแนะนำในเรื่องธรรมะต่างเขาเข้าใจยอมรับได้ง่ายขึ้น เท่ากับว่าการถวายพระไตรปิฎกเป็นการสร้างปัญญาให้กับผู้ที่ทำได้ทันที ตัวปัญญาเป็นสิ่งสำคัญสูงสุดในพระพุทธศาสนา ยิ่งเว็ปสโน ทำพระไตรปิฎกเผยแพร่ไปทั่โลกอย่างนี้แล้ว(ผมได้ร่วมทำบุญด้วยเงินปัจจัยไปแล้ว)อานิสงส์ที่พึงได้รับย่อมยิ่งใหญ่มหาศาล ขอให้ทุกท่านที่ได้เกิดมาในชาตินี้แล้วได้พบพระศาสนา ควรมีโอกาสได้ทำบุญเกี่ยวกับพระไตรปิฎกให้จงได้ ตั้งแต่โมทนา ร่วมปัจจัยสร้างกับคนอื่น หรือถึงกับได้สร้างด้วยตัวเองเป็นที่สุด จะเป็นการสร้างสิ่งสูงสุดให้กับตัวเองคือ ตัวปัญญา ในกาลข้างหน้าไม่นานนักผมตั้งจิตตั้งใจไว้ดีแล้ว ที่จะสร้างสมเด็จองค์ปฐมหน้าตัก ๕ ศอกเป็นพระประธานณศาสนะสถานแห่งหนึ่งซึ่งขณะนี้กำลังรวบรวมเงินปัจจัยด้วยตัวเองและเพื่อนอีกคนเพื่อให้ได้เกือบครบเต็มองค์จึงจะประกาสเป็นทางการและจะสร้างพระไตรปิฎกใบลาน(แบบโบราณ)บรรจุในพระเจดีย์อีกชุดเป็นครั้งสุดท้ายในชาตินี้ แม้จะไม่มั่นใจในลมหายใจว่าจะสิ้นสุดเมื่อไรความตายเป็นของเที่ยงแต่ไม่รู้เมื่อไร แต่ก็จะทำให้สำเร็จที่ได้ตั้งใจไว้ ขอให้ทุกท่านจงโมทนาในบุญกุศลที่ผมและเพื่อนตั้งใจทำไว้ดีแล้ว ตั้งแต่อดีต ปัจจุบัน และอนาคต บุญกุศลพึงเกิดพึงมีกับผมและเพื่อนเพียงใด ขอให้ผู้ที่โมทนาจงได้รับอานิสงส์เพียงนั้นด้วยเทอญ เหตุที่ลงในที่นี้เพราะเกี่ยวเนื่องในเรื่องพระไตรปิฎกครับ

Attawat_Rx
03-01-2006, 04:10 PM
ขอโมทนาและยึดถือเป็นแบบอย่างครับ

nakoruru
03-01-2006, 04:24 PM
ขออนุโมทนา สาธุครับ

GAN9
03-01-2006, 05:16 PM
ขอโมทนาครับ

shesun
03-01-2006, 08:30 PM
ขออนุโมทนาค่ะ

shesun
03-01-2006, 08:30 PM
ขออนุโมทนาค่ะ

NoOTa
03-01-2006, 11:44 PM
ขออนุโมทนาสาธุค่ะ..

แคท
04-01-2006, 01:37 AM
ขออนุโมทนา สาธุ

pataster
04-01-2006, 08:20 AM
โมทนาด้วยคนครับ

พัชรวัฒน์
04-01-2006, 09:29 AM
โมทนา สาธุ ด้วยครับ

ฝั่งแห่งภพ
04-01-2006, 11:33 AM
อนุโมทนาอย่างสูงครับ
พุทธบูชา มหาเตชะวันโต (มีเดชเดชะ)
ธรรมบูชา มหาปัญโญ (มีปัญญา)
สังฆบูชา มหาโภควโห (มีโภคทรัพย์)
ข้าพเจ้าได้บูชาแล้ว ได้ทำแล้ว เป็นจริงตามนี้

นายฉิม
04-01-2006, 11:34 AM
ขอให้ทุกท่านเจริญในธรรมครับ

ปรมิตา
04-01-2006, 11:56 AM
โมทนาด้วย เป็นธรรมทานประเภทหนึ่งที่เมื่อก่อนนี้ ได้แต่โมทนากับคนที่ทำ แต่ขณะจิตนี้ ปรารถนาอยากทำขึ้นมาเสียแล้วซี

oyoyo554
04-01-2006, 04:28 PM
ขออนุโมทนาบุญด้วยค่ะ

Hma
04-01-2006, 09:37 PM
โมทนาครับ

vichian
05-01-2006, 08:38 AM
ขออนุโมทนาด้วยครับ

ส่วนผม เมื่อสองปีที่แล้ว ผมได้บริจาคเงินร่วมสร้างหอเก็บพระไตรปิฏกแก่วัดแห่งหนึ่ง อานิสงฆ์นี้ไม่ทราบว่าจะเป็นคนอัจฉริยะกับเขาได้บ้างไหม หรือน่าจะเป็นวิหารทาน ใครทราบจริงอย่านิ่ง ช่วยบอกด้วย ขอบคุณครับ

สวัสดีมากๆครับ
จากคนที่ยังไม่เต็มบาท

Rattanaporn
05-01-2006, 03:10 PM
MotanaSatu Kha....

TONY2
05-01-2006, 04:19 PM
กระพ้มไม่มีตังค์จะเอาเงินที่ไหนไปซื้อมาถวายล่ะครับ...

ab
05-01-2006, 09:36 PM
ขออนุโมทนาด้วยค่ะ อ่านแล้วรู้สึกดีมากๆเลย

mr.tom_zaa
07-01-2006, 07:24 PM
ชาตินี้ถ้ามีโอกาสก็จะถวายมั่งละ....อนุโมทนาครับ

ลูกหนอน
09-01-2006, 03:50 PM
ลูกหนอนว่า ไม่เชื่อหรอกหัวข้อข้างบนนี้ อัจฉริยะกับพระไตรปิฎก
เข้าข้างกันเองมากกว่า การเรี่ยไรเงินเหมาะสำหรับเหตุการณ์อย่างสึนามิมากกว่า ลูกหนอนไม่เห็นคนที่เป็นอัจฉริยะทั้งหลายจะมาบริจาคเงินสร้าง..........กันเลย
ลูกหนอนว่าคิดกันไปเองมากกว่ามั้ง
คิดเองแล้วก็ทำเองเพื่อหวังว่าวันหนึ่งจะได้เป็นอัจฉริยะกับเขาบ้าง
เพราะว่าชาตินี้ยังไม่สามารถที่จะฉลาดได้

vichian
10-01-2006, 01:53 PM
คุณ ลูกหนอน ครับ การกล่าวเช่นนั้นเป็นสิ่งไม่เหมาะไม่ควร เพราะเป็นการปรามาส อานิสงฆ์ของการถวายพระไตรปิฏก ปรามาส ผู้ที่ถวายพระไตรปิฏก และเจ้าของคำสอนในพระไตรปิฏก มีโทษหนักนะครับ

ผมใคร่ขอชี้แจงเพิ่มเติมเพื่อความเข้าใจที่ถูกต้องของคุณด้วยความเมตตา และด้วยความจริงใจอย่างยิ่ง

1.จุดประสงค์ของผู้ที่ถวายพระไตรปิฏก เพื่อสืบต่ออายุพระศาสนาต่อไป เปรียบเหมือนโรงเรียนที่ไม่มีตำราเรียน การเรียนรู้จะเกิดได้อย่างไร? ส่วนอานิสงฆ์ที่ว่า ทำให้เป็นคนอัจฉริยะ ก็หมายถึง ผู้ที่ได้อานิสงฆ์จะเป็นเป็นผู้ที่มีความฉลาดในธรรมะ สามารถเข้าใจ เข้าถึงการปฏิบัติ และบรรลุธรรมได้ง่ายขึ้น ไม่ใช่อัจฉริยะแบบเห็นแก่ตัวเอาเปรียบผู้อื่นอย่างที่คุณเข้าใจ

2.การบริจาคเงินช่วยเหลือผู้ประสพภัยซึนามิ เป็นการสร้างทานบารมีด้วยใจเมตตา กรุณา ซึ่งมีอานิสงฆ์มากก็จริง แต่มีอานิสงฆ์น้อยกว่าการถวายพระไตรปิฏกมากครับ เพราะเป็นธรรมทาน เป็นทานสูงสุด เป็นทานที่สืบเนื่องไปจากปัจจุบันยันอนาคตอีกหลายพันปี จนกว่าจะสิ้นพุทธศาสนา ส่วนการช่วยเหลือผู้ประสพภัยซึนามิ เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นแล้วก็ผ่านไป

เพราะฉนั้นคุณควรจะพิจารณาใคร่ครวญก่อนที่จะกล่าวโทษใคร โดยใช้ภูมิปัญญา แบบลูกหนอน ที่ตนมีอยู่ไปวัดผู้อื่นว่ามีปัญญาเท่าตน หรือ ด้อยกว่าตน

สวัสดี คิดให้ดีนะจ๊ะ

ลูกหนอน
10-01-2006, 03:56 PM
ภูมิปัญญาแบบลูกหนอน คุณรู้หรือเปล่าว่าเป็นแบบไหน อ่านคุณแล้วก็ตลกดีจัง รู้สึกว่าคุณใช้อารมณ์มากเลยนะ โกรธ โมโห หรือว่าไว้ตัวเกินไป ลูกหนอนอยากให้ทุกคนมีความสุข ไม่ซีเรียสกับเรื่องทำบุญอะไรเยอะแยะมากมาย อยากให้ทุกคนเปิดใจให้กว้างๆ โลกจะได้กว้างขวาง มุมมองมีเยอะๆ โลกกว้างมีอะไรที่สวยงามมากมาย โลกมีความรักให้ตักตวง

WebSnow
11-01-2006, 05:28 PM
ขออนุโมทนาด้วยครับ

ส่วนผม เมื่อสองปีที่แล้ว ผมได้บริจาคเงินร่วมสร้างหอเก็บพระไตรปิฏกแก่วัดแห่งหนึ่ง อานิสงฆ์นี้ไม่ทราบว่าจะเป็นคนอัจฉริยะกับเขาได้บ้างไหม หรือน่าจะเป็นวิหารทาน ใครทราบจริงอย่านิ่ง ช่วยบอกด้วย ขอบคุณครับ

สวัสดีมากๆครับ
จากคนที่ยังไม่เต็มบาท

ผมไม่มั่นใจมาก เพียงแต่เป็นความเห็น

ผมคิดว่าไม่เหมือนกัน แต่จะมีอานิสงค์จะเกี่ยวเนื่องไปทางปัญญา

สมมุตินะครับ อานิสงค์ เช่น ชาติต่อไป คุณอาจะได้ร่วมเป็นเจ้าของสถาบัน ที่สอนนักเรียนหรือสถาบันที่มี กลุ่มคนอัฉริยะอยู่ในนั้น

หรือคุณอาจจะมีลูกเป็นอัฉริยะที่อยู่ในการดูแลของคุณ

คิดเทียบได้ว่าคงคล้ายกับ คนสร้างโบรถเก็บพระพุทธรูป ในโบรถจะมีพระพุทธรูป
การสร้างโบรถกับสร้างพระพุทธรูป มีอานิสงค์จะต่างกัน

----------
แต่ถ้าจะให้ชัวร์ๆ คือ สร้างพระไตรปิฏกเลย

WebSnow
11-01-2006, 06:35 PM
ภูมิปัญญาแบบลูกหนอน คุณรู้หรือเปล่าว่าเป็นแบบไหน อ่านคุณแล้วก็ตลกดีจัง รู้สึกว่าคุณใช้อารมณ์มากเลยนะ โกรธ โมโห หรือว่าไว้ตัวเกินไป ลูกหนอนอยากให้ทุกคนมีความสุข ไม่ซีเรียสกับเรื่องทำบุญอะไรเยอะแยะมากมาย อยากให้ทุกคนเปิดใจให้กว้างๆ โลกจะได้กว้างขวาง มุมมองมีเยอะๆ โลกกว้างมีอะไรที่สวยงามมากมาย โลกมีความรักให้ตักตวง

คุณ Vichain ที่เขาตอบให้คุณเพราะว่าเขาเมตตา เพื่อให้คุณหนอนได้รู้และเข้าใจถูกต้อง

WebSnow
11-01-2006, 06:40 PM
กระพ้มไม่มีตังค์จะเอาเงินที่ไหนไปซื้อมาถวายล่ะครับ...

ร่วมถวายก็ได้
ที่ไหนที่เขาจะถวายพระไตรปิฎกกัน เราก็ไปร่วมบริจาค10 บาทก็ได้ แล้วใส่ศรัทธาสูงๆ
เราเก็บเงิน อาทิตย์ละบาท 2 เดือนกว่าๆ ก็ได้ 10 บาท

----------
ถ้าเกิดว่าเก็บเงินไม่ได้จริงๆ ก็สามารถร่วมสร้างโดยใช้แรงงาน
ในอนาคตก็สามารถร่วมสร้างพระไตรปิฎกกับเว็ปพลังจิตก็ได้ เช่นมาร่วมช่วยอ่านพระไตรปิฎกเสียง

ลูกหนอน
12-01-2006, 03:05 PM
ถ้าหากว่าอยากจะอัจฉริยจริงๆ ชาตินี้ให้ถวายพระไตรปิฎก
แล้วก็ถ้าหากว่าชาตินี้ไม่ได้ถวายพระไตรปิฎก ก็จะไม่สามารถอัจฉริยะใช่หรือไม่ ลูกหนอนไม่สามารถรับความเมตตานี้ได้หรอก ไม่บังอาจ
ลูกหนอนอยู่ในโลกกว้างกว่านี้ ลูกหนอนมองในมุมกว้างกว่านี้เยอะ ลูกหนอนไม่ตีวงแคบอยู่แค่นี้หรอก แล้วลูกหนอนก็ไม่คิดว่า เว็ปนี้จะตีวงจำกัดสำหรับสมาชิกที่นับถือศาสนาพุทธเท่านั้น
ใครจะเข้าใจอย่างไรก็แล้วแต่นะ แต่ว่าลูกหนอนเป็นตัวของตัวเอง เชื่อมั่นในตัวเองแบบนี้แหละ

rinnn
12-01-2006, 04:42 PM
สำหรับความคิดของคุณลูกหนอนก็ไม่ผิดหรอกค่ะ แต่จะขยายความให้คุณลูกหนอนได้เข้าใจง่ายๆขึ้น ก็คือ การถวายพระไตรปิฏกเนี่ยเปรียบเสมือนกับเป็นทางลัดทางหนึ่งค่ะ ที่ช่วยให้เรามีตัวปัญญาเกิดขึ้น จะทำอะไรก็เข้าใจง่ายขึ้น ความจำแม่นยำขึ้น ฉลาดขึ้น คนเราทุกคนสามารถเป็นอัจฉริยะได้ค่ะแต่ต้องอดทนทำกับสิ่งนั้นๆเป็นเวลานานๆแต่ก็ยากที่จะเป็นค่ะ แต่อานิสงฆ์จากการถวายพระไตรปิฏกเนี่ยจะช่วยให้เรามีปัญญา ทำอะไรก็จะง่ายขึ้น เร็วขึ้น ยอมรับสิ่งที่มีประโยชน์กับตัวเราซึ่งตัวปัญญาก็เป็นสิ่งที่สำคัญอยู่แล้วจากที่เราคิดว่ายากมันก็ง่ายขึ้นค่ะ เอาล่ะสรุปง่ายๆเลยนะคะจะได้เข้าใจง่ายดีค่ะ คือเป็นทางลัดทางหนึ่งที่ช่วยให้เราประสบความสำเร็จได้อย่างง่ายๆค่ะไม่ต้องเสียเวลาทำความเข้าใจนานๆค่ะ เพราะเรามีตัวสติปัญญาอยู่กับตัวเราแล้วค่ะเพราะเป็นอานิสงฆ์จากการถวายพระไตรปิฏก ซึ่งเป็นธรรมทานสูงสุดค่ะ ดังนั้นจึงทำให้เป็นอัจฉริยะได้ไงคะ

WebSong
12-01-2006, 04:53 PM
[b-wai] อนุโมทนาด้วย

ลูกหนอน
13-01-2006, 01:47 PM
ลูกหนอนว่า ลูกหนอนอัจฉริยะโดยทางด้านอื่นง่ายกว่านะ มีหนทางอีกเยอะแยะมากมาย ไม่จำกัดทาง แต่ก็ไม่ใช่ว่าปิดกั้นพระไตรปิฎกนะ ถ้าใครทำบุญกับพระไตรปิฎก ด้วยความมุ่งมั่นแล้วไม่ได้รับอานิสงค์ด้านอัจฉริยะ จิตก็คงจะตกน่าดู คือว่าเสียใจน่ะ

REdSHirt
14-01-2006, 01:46 AM
ขอให้ลูกหนอนช่วยบอกทางอัฉริยะแบบง่ายๆ ไม่จำกัดทางให้เราฟังบ้าง เราเองก้ออยากจะอัฉริยะ (แต่ถ้าเปนเรื่องที่ลูกหนอนรู้ได้เฉพาะตัว บอกหรือแบ่งคนอื่นไม่ได้ก้อไม่เปนไรน่ะ) ขอบใจจ้ะ

anko
14-01-2006, 09:10 AM
นานาจิตตังค่ะ ทุกคนทำตามความเชื่อความคิดของตัวเอง ใครคิดแบบไหนเชื่อแบบไหนก็ทำแบบนั้น ในส่วนตัวแล้วคิดว่าที่พวกเราทำบุญนั้นไม่ได้มุ่งหวังที่จะต้องเป็นอัจฉริยะ (บางคนอาจจะมีบ้างแต่ก็ไม่ได้เป็นจุดหลัก แล้วอัจฉริยะในที่นี้ก็ไม่ได้เน้นถึงอัจฉริยะในทางโลก) แต่ที่พวกเราทำนั้นเพราะต้องการที่จะทำบุญทำนุบำรุงศาสนา เพื่อความพอใจและความสบายใจของพวกเรา

ที่คุณลูกหนอนเป็นเป็นตัวของตัวเอง เชื่อมั่นในตัวเองแบบนั้นก็ดีแล้วค่ะ พวกเราไม่ได้บังคับให้คุณลูกหนอนต้องเชื่อหรือว่าต้องทำในแบบเรา พวกเราไม่ได้ตีวงแคบหรือจำกัดศาสนา และก็คิดว่าที่ทุกคนโพสหรือตอบกระทู้กันนั้นไม่มีใครใช้อารมณ์ทั้งนั้น เพราะทุกคนเพียงต้องการชี้แจงและอธิบายให้เห็นถึงหลักธรรมคำสอนของพระพุทธศาสนา และความเชื่อของทุกคนค่ะ

WebSnow
16-01-2006, 09:36 PM
ขอเรียนเชิญร่วมบุญถวายหนังสือพระไตรปิฎกจำนวน 45 เล่มพร้อมตู้ไม้สำหรับบรรจุ เพื่อถวายแก่วัดพระบาทอุดม ต.เวียง อ.ฝาง จ.เชียงใหม่

http://www.palungjit.com/board//attachment.php?attachmentid=58253&thumb=1&d=1137314259 (http://www.palungjit.com/board//attachment.php?attachmentid=58253&d=1137314259)

http://www.palungjit.com/board/showthread.php?t=24837

Seabiscuite
17-01-2006, 12:49 AM
ความศรัทธาของคนย่อมไม่เท่ากัน หากเราไม่เชื่อก็อย่าลบหลู่ในศรัทธาของผู้อื่น ความคิดเห็นขัดแย้งกันก็มีส่วนดี ในแง่ที่ได้เห็นมุมมองที่ต่างออกไปจากตัวเอง ซึ่งอาจเป็นสิ่งที่ดีกว่าหรือไม่ดีกว่าก็ได้ การรับฟังความคิดเห็นวิพากษ์วิจารณ์ของผู้อื่น เป็นกระจกสะท้อนให้เห็นตนเอง เวลาที่มีคนมาชี้แนะหรือให้คำสอนเนื่องจากมีประสบการณ์มาก่อนยิ่งประกอบไปด้วยเจตนาที่ดีแล้ว ควรจะรับไว้ แต่จะเลือกปฏิบัติตามหรือไม่ อยู่ที่เราใช้ปัญญาพิจารณาเอาเอง เป็นธรรมดาที่เรามีความเชื่อ ความคิดต่างกันออกไป แต่อย่างน้อย เราเคารพในศรัทธาของผู้อื่นก็ไม่เสียหายอะไร เหมือนเราให้เกียรติซึ่งกันและกัน ต่างคนต่างเลือกสิ่งที่ดี ที่เหมาะสมสำหรับตัวเอง โดยต่างฝ่ายก็ไม่ผิดใจกันหากว่าสิ่งที่เราเลือกนั้นจะไม่เหมือนกัน เป็นความแตกต่าง ที่ตั้งอยู่บนมิตรภาพ และ สันติภาพ เพราะสิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นนามธรรมเป็นความเชื่อส่วนบุคคล มองไม่เห็นจับต้องไม่ได้ แต่สัมผัสได้ด้วยใจ

ลูกหนอน
17-01-2006, 06:48 PM
http://www.palungjit.com/board/attachment.php?attachmentid=58731&stc=1&d=1137501312ลูกหนอนว่าความเป็นอัจฉริยะด้านของลูกหนอน ต้องเกิดจากตัวของเราเองเป็นที่ตั้ง อันนี้เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด จิตใจของเราต้องแข็งแกร่ง ตั้งใจศึกษา ค้นคว้า หาวิชา ฝึกฝน หมั่นพูด หมั่นถาม ข้องใจสิ่งใด อย่าละทิ้ง หรือแค่ผ่านๆไป ต้องจดต้องจำ
แต่สิ่งสำคัญอีกเรื่องก็คือ ต้องเป็นสิ่งที่เราสนใจและเหมาะกับภูมิปัญญาของเราด้วย จริงไม๊({) ({) ({) ({) ({) ({) ({) ({) ({) ({) ({) ({) ({) ({) ({) ({) ({)

WebSnow
18-01-2006, 09:39 AM
คุณ ลูกหนอน (http://www.palungjit.com/board/member.php?u=21054)<SCRIPT type=text/javascript> vbmenu_register("postmenu_179900", true); </SCRIPT> มาจากกลุ่ม IP ดียวกันกับ Stefa อาจจะอยู่ใกล้หรือคนเดียวกัน

กระทู้นี้และหลายๆกระทู้ คุณ ลูกหนอน (http://www.palungjit.com/board/member.php?u=21054) ยังเข้าใจไม่ถูกต้อง
บางอย่างเข้าข่ายปรามาสพระรัตนไตร แต่ยังไม่ถือว่าสุดโต่ง เพราะว่าความไม่เข้าใจของเขา

ถ้าเกิดว่าทางเว็ปลบข้อความที่เขาเขียน เขาก็กล่าวได้ว่าทางเว็ปปิดกั้นเขา ไม่ได้ให้โอกาสกับคนที่ยังไม่เข้าใจ
ถ้าเกิดว่าลบข้อความที่เขาเขียนไป สุดท้ายแล้วเขาก็ยังไม่เข้าใจธรรมเหมือนเดิม

ใครจะรับอาสาอธิบายให้กับเขาเข้าใจในสิ่งที่ยังไม่เข้าใจได้ บ้าง ?
ถ้าเกิดว่าทำให้เขากลับมาเข้าใจได้ ถือว่าเป็นบุญหนึ่ง "ธรรมทาน"

WebSnow
18-01-2006, 12:21 PM
ลูกหนอนว่า ไม่เชื่อหรอกหัวข้อข้างบนนี้ อัจฉริยะกับพระไตรปิฎก
เข้าข้างกันเองมากกว่า การเรี่ยไรเงินเหมาะสำหรับเหตุการณ์อย่างสึนามิมากกว่า ลูกหนอนไม่เห็นคนที่เป็นอัจฉริยะทั้งหลายจะมาบริจาคเงินสร้าง..........กันเลย
ลูกหนอนว่าคิดกันไปเองมากกว่ามั้ง
คิดเองแล้วก็ทำเองเพื่อหวังว่าวันหนึ่งจะได้เป็นอัจฉริยะกับเขาบ้าง
เพราะว่าชาตินี้ยังไม่สามารถที่จะฉลาดได้

การทำบุญก็เหมาะกับทั้ง 2 อย่าง
ทั้งพระไตรปิฎกและสึนามิ ถือว่าเป็นการเกลื้อกูลกัน และมีผลของบุญต่างกันไป


ถ้ายังไม่เชื่อเรื่องของผลบุญส่งผลไปชาติหน้า
ลุกหนอนลองคิดแบบเฉพาะที่เห็นก็ได้ยังไม่ต้องไปคิดถึงชาติก่อนชาติหน้า

การสร้างพระไตรปิฎกเป็นการเผยแผ่คำสอนของพระพุทธเจ้าและเก็บรักษาคำสอนไว้ให้ไม่สูญหาย
คำสอนของพระพุทธเจ้า เมื่อคนศึกษาและปฏิบัติตามทำให้คน

1. ละเว้นจากความชั่ว
2. ทำความดี
3. ทำใจให้ผ่องใสจากกิเลศ

ศาสนาอื่นๆที่สืบสานรักษาและเผยแผ่คำภีร์ต่างๆของศาสดาไว้
ทุกศาสนาสอนให้คนเป็นคนดี

ถ้าไม่มีศาสนา โลกจะวุ่นวาย เช่น คนหนึ่งคิดค้นระเบิด สามารถทำลายล้างโลกได้ แล้วเขาไม่รู้ว่าอะไรดีชั่ว เขาก็เอาระเบิดมาฆ่าพวกเราตายหมดได้
ตรงนี้เป็นเรื่องของศาสนาที่ช่วยมาขัดเกลาจิตใจสอนทำให้โลกสงบล่มเย็น

--------------------

ลองคิดเทียบดู
ถ้าคนคิดค้น ตัวอักษรได้แล้วไม่มีการเก็บรักษา เช่นทำเป็นหนังสือรวบรวมและไม่มีการเผยแผ่ไม่มีโรงเรียนไม่มี มหาลัย ไม่มีครู
เราก็อ่านหนังสือไม่ออก
ลูกหนอนก็อ่านหนังสือไม่ออก พออ่านหนังสือไม่ออก การเรียนรู้การศึกษาในโลกกว้างก็จะทำได้ยาก ถ้าลูกหนอนเขียนอ่านไม่ได้ลูกหนอนก็ไม่มีวันนี้ทึ่มาอ่านเขียนในตรงนี้ได้

พอเราอ่านเขียนออกได้ ทำให้เราติดต่อสื่สารกับโลกภายนอกได้ ทำให้เราเกิดปัญญาขึ้นกว่าตอนเราอ่านไม่ออก

แนวคิดเช่นเดียวกับที่สร้างพระไตรปิฎก

ลูกหนอน
18-01-2006, 12:25 PM
ลูกหนอนอยากจะอธิบายอะไรหน่อยนะ การสันนิษฐานหรือการเดาอะไรต่างๆ เป็นเรื่องเฉพาะตัวบุคคล คุณจะว่าลูกหนอนเป็นคนเดียวกับ stefa หรือว่าใกล้เคียง ลูกหนอนติดตามอ่าน คุณ stefa มาตลอด ทำให้ลูกหนอนเข้าใจและลึกซึ้งถึงพลังจิตของคุณstefaแทบจะถอนตัวไม่ออก
http://www.palungjit.com/board/attachment.php?attachmentid=58990&stc=1&d=1137564167พลังจิตของคุณstefaพิเศษอย่างที่ลูกหนอนไม่เคยเจอมาก่อน ยิ่งใหญ่ อัดแน่น เติมเชื้อแห่งความมีชีวิตให้กับลูกหนอนได้มาก ให้ความรักกับลูกหนอนอย่างเต็มปรี่ล้นหัวใจจริงๆ ลูกหนอนอ่านแล้วก็เข้าใจ ท่องจำเอาไว้หมด ลูกหนอนยืนยันความรู้สึกในจิตใจของตัวเองเป็นที่ตั้ง รักใคร นับถือใคร รักจริงๆ พูดจริงๆ
ลูกหนอนอ่านจิตใจคนได้ดี แล้วก็เปิดเผย

WebSnow
18-01-2006, 02:05 PM
ลูกหนอนเขียนว่า
ถ้าหากว่าอยากจะอัจฉริยจริงๆ ชาตินี้ให้ถวายพระไตรปิฎก
แล้วก็ถ้าหากว่าชาตินี้ไม่ได้ถวายพระไตรปิฎก ก็จะไม่สามารถอัจฉริยะใช่หรือไม่ ลูกหนอนไม่สามารถรับความเมตตานี้ได้หรอก ไม่บังอาจ
ลูกหนอนอยู่ในโลกกว้างกว่านี้ ลูกหนอนมองในมุมกว้างกว่านี้เยอะ ลูกหนอนไม่ตีวงแคบอยู่แค่นี้หรอก แล้วลูกหนอนก็ไม่คิดว่า
เว็ปนี้จะตีวงจำกัดสำหรับสมาชิกที่นับถือศาสนาพุทธเท่านั้น
ใครจะเข้าใจอย่างไรก็แล้วแต่นะ แต่ว่าลูกหนอนเป็นตัวของตัวเอง เชื่อมั่นในตัวเองแบบนี้แหละ

ลูกหนอนว่า ลูกหนอนอัจฉริยะโดยทางด้านอื่นง่ายกว่านะ มีหนทางอีกเยอะแยะมากมาย ไม่จำกัดทาง แต่ก็ไม่ใช่ว่าปิดกั้นพระไตรปิฎกนะ
ถ้าใครทำบุญกับพระไตรปิฎก ด้วยความมุ่งมั่นแล้วไม่ได้รับอานิสงค์ด้านอัจฉริยะ จิตก็คงจะตกน่าดู คือว่าเสียใจน่ะ
-------------------------------------------------
ลูกหนอนเขียนว่า
" ถ้าหากว่าอยากจะอัจฉริยจริงๆ ชาตินี้ให้ถวายพระไตรปิฎก
แล้วก็ถ้าหากว่าชาตินี้ไม่ได้ถวายพระไตรปิฎก ก็จะไม่สามารถอัจฉริยะใช่หรือไม่ "

ไม่ใช่......หนทางมีหลายทาง
แต่ว่าทางไหนตรง, ถึงเร็วและดีที่สุด

คุณอาจจะ คิดค้นอะไรใหม่ที่เป้นประโยชน์ต่อโลกแล้วก็เผยแผ่ออกไปทั่วโลก ผลของธรรมทานนี้ก็ส่งผลให้คุณเป็นอัฉริยะได้ในภพต่อไป
แต่ทำได้ยาก

หรืออาจจะพิพม์หนังสือแจกหรือสอนอะไรใคร ใช้เวลานานๆและจำนวณมากๆ ซึ่งผมไม่ทราบเหมือนกันว่าจะนานหรือมากขนาดไหน
ถ้าผลของบุญมากไม่พออาจจะส่งผลให้เป็นคนมีปัญญาดี แต่ไม่ถึงกับอัฉริยะ

ทานที่ให้ผลกับปัญญา คือ ธรรมทาน ซึ่งเป็นทานสูงสุด
ธรรมทานก็มีเช่น การพิมพ์หนังสือเป็นทาน, ให้ความรู้เป็นทาน, ให้อภัยทาน
ผลการให้ธรรมทาน คือ ทำให้คนอื่นและเรามีปัญญาดี

สำหรับพระไตรปิฎกมีเนื้อหาเยอะมากๆ หลายหมื่นหน้า เป็นธรรมแห่งการหลุดพ้น รักษาเลยเผยแผ่ธรรมของพระพุทธเจ้า
ให้ทานเป็นพระไตรปิฎก เท่ากับว่าให้ อภิมหาธรรมทาน เป็นธรรมทานอันมหาศาล
ผลของทานอันมหาศาลนี้ ส่งผลให้เราเกิดเป็นอัฉริยะ

พระพุทธเจ้าและพระสารีบุตรที่มีปัญญาเป็นเลิศ ล้วนแล้วก็เคยสร้างพระไตรปิฎกถวายมาแล้ว


---------
ลูกหนอนยังไม่ได้ถือว่าอย่ในโลกที่กว้างมาก โลกเรายังยังไม่กว้างมาก
โลกเราเมื่อเทียบกับสวรรค์ชั้นดาวดึงค์ เป้นเป็นเพียงมุมหนึ่งเล็กๆเท่านั้นเอง.
มุมมองของพระพุทธเจ้า ท่านมองเห้นทั้ง 3 ภพ ทั่วจักรวาล แล้วท่านสามารถใช้ฌานย้อนมองโลกอดีตและอนาคตได้อีกด้วย แบบนั้นเรียกกว่ากว้างจริงๆ
พระธรรมที่พระพุทธเจ้าสอนเรามาเป็นพระธรรมจากคนที่มองโลกได้กว้าง
----------

WebSnow
18-01-2006, 02:15 PM
สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ตรัสเอาไว้ว่า แม้วัตถุทานจะบริสุทธิ์ดี เจตนาในการทำทานจะบริสุทธิ์ดี จะทำให้ทานนั้นมีผลมากหรือน้อย ย่อมขึ้นอยู่กับเนื้อนาบุญเป็นลำดับต่อไปนี้ คือ

๑. ทำทานแก่สัตว์เดรัจฉาน แม้จะมากถึง ๑๐๐ ครั้ง ก็ได้บุญน้อยกว่าให้ทานดังกล่าวแก่มนุษย์ แม้จะเป็นมนุษย์ที่ไม่มีศีล ไม่มีธรรมเลยก็ตาม ทั้งนี้เพราะสัตว์ย่อมมีวาสนาบารมีน้อยกว่ามนุษย์และสัตว์ไม่ใช่เนื้อนาบุญที่ดี

๒. ให้ทานแก่มนุษย์ที่ไม่มีศีล ไม่มีธรรมวินัย แม้จะให้มากถึง ๑๐๐ ครั้ง ก็ยังได้บุญน้อยกว่าให้ทานดังกล่าวแก่ผู้ที่มีศีล ๕ แม้จะให้เพียงครั้งเดียวก็ตาม

๓. ให้ทานแก่ผู้ที่มีศีล ๕ แม้จะมากถึง ๑๐๐ ครั้ง ก็ยังได้บุญน้อยกว่าให้ทานดังกล่าวแก่ผู้มีศีล ๘ แม้จะให้เพียงครั้งเดียวก็ตาม

๔. ให้ทานแก่ผู้ที่มีศีล ๘ แม้จะมากถึง ๑๐๐ ครั้ง ก็ยังได้บุญน้อยกว่าถวายทานแก่ผู้มีศีล ๑๐ คือสามเณรในพุทธศาสนา แม้จะได้ถวายทานดังกล่าวเพียงครั้งเดียวก็ตาม

๕. ถวายทานแก่สามเณรซึ่งมีศีล ๑๐ แม้จะมากถึง ๑๐๐ ครั้ง ก็ยังได้บุญน้อยกว่าถวายทานดังกล่าวแก่พระสมมุติสงฆ์ ซึ่งมีศีลปาฏิโมกข์สังวร ๒๒๗ ข้อ
พระด้วยกันก็มีคุณธรรมแตกต่างกัน จึงเป็นเนื้อนาบุญที่ต่างกัน บุคคลที่บวชเข้ามาในพระพุทธศาสนามีศีลปาฏิโมกข์สังวร ๒๒๗ ข้อนั้น องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้ายังไม่ตรัสเรียกว่าเป็น "พระ" แต่เป็นเพียงพระสมมุติเท่านั้น เรียกกันว่า "สมมุติสงฆ์" พระที่แท้จริงนั้น หมายถึงบุคคลที่บรรลุคุณธรรมตั้งแต่พระโสดาปัตติผลเป็นพระโสดาบันเป็นต้นไป ไม่ว่าท่านผู้นั้นจะได้บวชหรือเป็นฆราวาสก็ตาม นับว่าเป็น "พระ" ทั้งสิ้น และพระด้วยกันก็มีคุณธรรมต่างกันหลายระดับชั้น จากน้อยไปหามากดังนี้คือ "พระโสดาบัน พระสกิทาคามี พระอนาคามี พระอรหันต์ พระปัจเจกพุทธเจ้า สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธมเจ้า" และย่อมเป็นเนื้อนาบุญที่แตกต่างกัน ดังต่อไปนี้

๖. ถวายทานแก่พระสมมุติสงฆ์ แม้จะมากถึง ๑๐๐ ครั้ง ก็ยังได้บุญน้อยกว่าการถวายทานแก่ - พระโสดาบัน แม้จะได้ถวายทานดังกล่าวแต่เพียงครั้งเดียวก็ตาม (ความจริงยังมีการแยกเป็นพระโสดาปัตติมรรคและพระโสดาปัตติผล ฯลฯ เป็นลำดับไปจนถึงพระอรหัตผล แต่ในที่นี้จะกล่าวแต่เพียงย่นย่อพอให้ได้ความเท่านั้น)

๗. ถวายทานแก่พระโสดาบัน แม้จะมากถึง ๑๐๐ ครั้ง ก็ยังได้บุญน้อยกว่าการถวายทานดังกล่าวแก่พระสกิทาคามี แม้จะถวายทานดังกล่าวเพียงครั้งเดียวก็ตาม

๘. ถวายทานแก่พระสกิทาคามี แม้จะมากถึง ๑๐๐ ครั้ง ก็ยังได้บุญน้อยกว่าการถวายทานดังกล่าวแก่พระอนาคามี แม้จะถวายทานดังกล่าวเพียงครั้งเดียวก็ตาม

๙. ถวายทานแก่พระอนาคามี แม้จะมากถึง ๑๐๐ ครั้ง ก็ยังได้บุญน้อยกว่าการถวายทานดังกล่าวแก่พระอรหันต์ แม้จะถวายทานดังกล่าวเพียงครั้งเดียวก็ตาม

๑๐. ถวายทานแก่พระอรหันต์ แม้จะมากถึง ๑๐๐ ครั้ง ก็ยังได้บุญน้อยกว่าการถวายทานดังกล่าวแก่พระปัจเจกพุทธเจ้า แม้จะถวายทานดังกล่าวเพียงครั้งเดียวก็ตาม

๑๑. ถวายทานแก่พระปัจเจกพุทธเจ้า แม้จะมากถึง ๑๐๐ ครั้ง ก็ยังได้บุญน้อยกว่าการถวายทานดังกล่าวแด่พระองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า แม้จะถวายทานดังกล่าวเพียงครั้งเดียวก็ตาม

๑๒. ถวายทานแด่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า แม้จะมากถึง ๑๐๐ ครั้ง ก็ยังได้บุญน้อยกว่าการถวายสังฆทานที่มีองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นประธาน แม้จะถวายสังฆทานดังกล่าวเพียงครั้งเดียวก็ตาม

๑๓. การถวายสังฆทานที่มีองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นประธาน แม้จะมากถึง ๑๐๐ ครั้ง ก็ยังได้บุญน้อยกว่า "การถวายวิหารทาน" แม้จะได้กระทำแต่เพียงครั้งเดียวก็ตาม "วิหารทาน ได้แก่การสร้างหรือร่วมสร้างโบสถ์ วิหาร ศาลาการเปรียญ ศาลาโรงธรรม ศาลาท่าน้ำ ศาลาที่พักอาศัยคนเดินทางอันเป็นสาธารณะประโยชน์ที่ประชาชนได้ใช้ประโยชน์ร่วมกัน" อนึ่ง การสร้างสิ่งที่เป็นสาธารณประโยชน์หรือสิ่งที่ประชาชนใประโยชน์ร่วมกัน แม้จะไม่เกี่ยวเนื่องกับกิจในพระพุทธศาสนา เช่น "โรงพยาบาล โรงเรียน บ่อน้ำ แท็งก์น้ำ ศาลาป้ายรถยนต์โดยสารประจำทาง สุสาน เมรุเผาศพ" ก็ได้บุญมากในทำนองเดียวกัน

๑๔. การถวายวิหารทานแม้จะมากถึง ๑๐๐ ครั้ง (๑๐๐ หลัง ) ก็ยังได้บุญน้อยกว่าการให้ "ธรรมทาน" แม้จะให้แต่เพียงครั้งเดียวก็ตาม "การให้ธรรมทานก็คือการเทศน์ การสอน
ธรรมะแก่ผู้อื่นที่ยังไม่รู้ให้รู้ได้ ที่รู้อยู่แล้วให้รู้ยิ่งๆขึ้น ให้ได้เข้าใจมรรค ผล นิพพาน ให้ผู้ที่เป็นมิจฉาทิฐิได้กลับใจเป็นสัมมาทิฐิ ชักจูงผู้คนให้เข้าปฏิบัติธรรม รวมตลอดถึงการพิมพ์การแจกหนังสือธรรมะ"

๑๕. การให้ธรรมทาน แม้จะมากถึง ๑๐๐ ครั้ง ก็ยังได้บุญน้อยกว่าการให้ "อภัยทาน" แม้จะให้แต่เพียงครั้งเดียวก็ตาม การให้อภัยทานก็คือ "การไม่ผูกโกรธ ไม่อาฆาตจองเวร ไม่พยาบาทคิดร้ายผู้อื่นแม้แต่ศัตรู" ซึ่งได้บุญกุศลแรงและสูงมากในฝ่ายทาน เพราะเป็นการบำเพ็ญเพียรเพื่อ "ละโทสะกิเลส" และเป็นการเจริญ "เมตตาพรหมวิหารธรรม" อันเป็นพรหมวิหารข้อหนึ่งในพรหมวิหาร ๔ ให้เกิดขึ้น อันพรหมวิหาร ๔ นั้น เป็นคุณธรรมที่เป็นองค์ธรรมของโยคีบุคคลที่บำเพ็ญฌานและวิปัสสนา ผู้ที่ทรงพรหมวิหาร ๔ ได้ย่อมเป็นผู้ทรงฌาน ซึ่งเมื่อเมตตาพรหมวิหารธรรมได้เกิดขึ้นแล้วเมื่อใด ก็ย่อมละเสียได้ซึ่ง "พยาบาท" ผู้นั้นจึงจะสามารถให้อภัยทานได้ การให้อภัยทานจึงเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนและยากเย็น จึงจัดเป็นทานที่สูงกว่าการให้ทานทั้งปวง อย่างไรก็ดี การให้อภัยทานแม้จะมากเพียงใด แม้จะชนะการให้ทานอื่น ๆ ทั้งมวล ผลบุญนั้นก็ยังอยู่ในระดับที่ต่ำกว่า "ฝ่ายศีล" เพราะเป็นการบำเพ็ญบารมีคนละขั้นต่างกัน

โดย สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก

WebSnow
18-01-2006, 03:03 PM
ลูกหนอนว่าความเป็นอัจฉริยะด้านของลูกหนอน ต้องเกิดจากตัวของเราเองเป็นที่ตั้ง อันนี้เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด จิตใจของเราต้องแข็งแกร่ง ตั้งใจศึกษา ค้นคว้า หาวิชา ฝึกฝน หมั่นพูด หมั่นถาม ข้องใจสิ่งใด อย่าละทิ้ง หรือแค่ผ่านๆไป ต้องจดต้องจำ
แต่สิ่งสำคัญอีกเรื่องก็คือ ต้องเป็นสิ่งที่เราสนใจและเหมาะกับภูมิปัญญาของเราด้วย จริงไม๊

อย่างที่เขียนมาข้างบน ก็ไม่ถึงกับว่าถ้าทำได้แบบนั้นจะต้องเป็นอัฉริยะ
ก็เห็นมีหลายล้านคนทำแบบนั้นก็ไม่อัจฉริยะ
ถึงเรียนเก่งที่สุดของห้องหรือได้เกียตนิยมอันดับ1 ก็ยังไม่ใช่อัฉริยะก็มีเยอะไป

---------------------
ตรงนี้ผมก็เห็นด้วยกับลูกหนอนนะ นั่นคือกรรมปัจจุบัน แต่ยังไม่พอ ถ้ามีกรรมดีจากอดีตหนุนอยู่จะทำให้ง่ายขึ้น

กรรมจากอดีต + กรรมปัจจุบัน

ทางพุทธก็ก็คือ อิทธิบาท ๔ หมายถึง สิ่งซึ่งมีคุณธรรม ๔ ประการที่เป็นเครื่องให้บรรลุถึงความสำเร็จตามที่ตนประสงค์ไว้นั้น

--------------------------------------------------------------------
กรรมจากอดีต + กรรมปัจจุบัน

ลูกหนอน สังเกตุไหม
บางคน ไป ร.ร. ตั้งใจเรียน อ่านหนังสือ พอๆกับเรา
แต่เค้าเก่งมาก เรียนรู้อะไรได้เร็วและเข้าใจง่ายและได้คะแนนดีกว่าเรามากเลย

บางคนก็ขยันมากกกกกกกกกกกก แต่สู้คนที่อ่านนิดหน่อยขยันนิดหน่อย ไม่ได้

เพราะว่า มีกรรมปัจจุบันที่เขากำลังทำและกรรมเก่าส่งผลเท่าให้เขามีปัญญาดีกว่าคนอื่นๆ

--------------------
พระพุทธเจ้าก่อนจะมาเป็นพระพุทธเจ้าที่อัฉริยะ ก็มีกรรมดีเก่าหนุนหลังอยู่ + กรรมดีปัจจุบัน
--------------------

การสร้างหรือภวายพระไตรปิฏฏก็เป็นการสร้างกรรมดีปัจจุบันและเป็นกรรมดีเอาไว้หนุนชาติใหม่

ลูกหนอน
18-01-2006, 03:34 PM
http://www.palungjit.com/board/attachment.php?attachmentid=59022&stc=1&d=1137575950ลูกหนอนว่าคุณ websnow ยึดติดกับพระไตรปิฎกมากเกินไป คนที่เขาเป็นอัจฉริยะจริงๆ เขาไม่รู้จักพระไตรปิฎกก็ตั้งเยอะตั้งแยะ

ลูกหนอน
18-01-2006, 03:55 PM
คุณจะว่า คนที่เขาอ่านมาก เขาก็กำลังสร้างสมาธิ สร้างบุญให้กับตัวเขาอยู่ เหมือนกับการปฏิบัติธรรม แต่ถ้าคุณว่าคนที่อ่านน้อย ขยันน้อย แต่ได้ดีกว่าคนที่ขยันมาก เพราะคนที่ขยันมากมีกรรมเก่ามากกว่า แล้วคุณรู้ได้อย่างไรว่าคนไหนกรรมมากกรรมน้อย แล้วแต่ละคนรู้ได้อย่างไรว่าตนเองมีกรรมอดีตชาติมามากน้อยแค่ไหน แล้วรู้ได้อย่างไรว่าแต่ละคนผ่านมากี่ภพชาติ หนักหนาสาหัสสากรรจ์อย่างไร
ลูกหนอนว่า การศึกษาพระไตรปิฎกดีมาก แต่ไม่ใช่ว่าศึกษาเพื่อความต้องการที่จะเป็นอัจฉริยะจริงๆ แล้วก็ไม่ใช่ศึกษาแล้วทำให้มีความคิดว่าจะต้องทำบุญกับพระไตรปิฎกจึงจะอัจฉริยะจริงๆ แล้วก็เป็นวิธีที่เร็วที่สุดที่จะอัจฉริยะได้ด้วยการทำบุญกับพระไตรปิฏก อันนี้ลูกหนอนว่า เป็นการเบี่ยงเบนคำสอนของพระพุทธเจ้า
คนเราเกิดมาทุกคน ไม่จำเป็นจะต้องเป็นคนอัจฉริยะกันหมดทุกคน ความต้องการทำให้เกิดกิเลส กิเลสทำให้เกิดความไม่รู้จักพอ
ลูกหนอนว่า ให้ทุกคนขยันตั้งใจศึกษา สนใจใฝ่รู้ดีกว่า อ่านน้อย ขยันน้อย แต่รอบุญใหม่เสริมบุญเก่า หรือว่ากรรมเก่ารวมกับกรรมใหม่ เป็นกฎแห่งกรรมไม่รู้จักจบจักสิ้น ตั้งใจเดินหน้าต่อสู้ชีวิตต่อไปดีกว่า
วิธีการทำบุญมีหลายวิธี สิ่งสำคัญลุกหนอนว่า อยู่ที่จิตใจเราสำคัญเป็นที่ตั้ง โดยไม่หวังสิ่งใดเป็นเครื่องตอบแทน

felies
18-01-2006, 04:15 PM
ขออนุญาติเสนอความคิดเห็นนะครับ

คุณลูกหนอนครับ การถวายพระไตรปิฎกทำไมถึงเป็นผลให้เกิดความอัจฉริยะ ?

ในความคิดของผมและประสบการณ์ที่ได้เคยอ่านมานะ คือประมาณว่า พระไตรปิฎกเนี่ย เป็นการดีมากๆๆถ้าเราศึกษา และเป็นผลทำให้เราเป็นอัจฉริยะได้ แต่ลูกหนอนลองนึกดูซิว่า ถ้าเราช่วยให้คนอื่นได้ ศึกษาพระไตรปิฎกแบบเรา แล้วได้รู้ในสิ่งที่เป็นประโยชน์แบบเราบ้าง มันจะทวีคูณแค่ไหน จริงป่าว ไม่ใค่ตนสองคนนะ แต่เป็นแบบ ไม่จำกัด infinite น่ะ ครับ ใครก็สามารถที่จะมาศึกษาพระไตรปิฎกที่เราถวายก็ได้ แล้วก็จะทำให้คนได้ รับคำสอนของพระพุทธเจ้า ไปขัดเกลาจิตวิญญาน กันอย่างเต็มที่

การให้ของต่างๆมันก็มีผลต่างๆกัน ลูกหนอนก็รู้ใช่ป่ะว่า คำสอนของพระพุทธเจ้า เป็นสิ่งที่ ประเสิรฐที่สุด พาสัตว์ทั้งหลายให้พ้นจากห้วงทุกข์ และ เนื่องด้วยการให้คำสอนที่มีประโยชน์ต่อจิตวิญญานทั้งหลายเพื่อให้พ้นจากความทุกข์เนี่ย ผลที่สนองกลับมาสู่เรา ย่อมกระอักเลยล่ะครับ (กระอักในกุศล) ลองพิจารณาดูนะครับลูกหนอน ปลูกพืชเช่นใด ย่อมได้ผลเช่นนั้น แล้ว การกระทำยิ่งเรากระทำกับสิ่งที่บริสุทธฺเท่าไหร่ ผลย่อมสะท้อนกลับมาแรงยิ่งขึ้น

พระไตรปิฎกนี้ เราถวายไป ใครจะมาศึกษาก็ได้ อาจจะมีพระอริยะ อาจจะมีผู้ทรงศีล อาจจะมีผู้ใฝ่รู้ และอีกมากมาย มาศึกษา ล้วนแต่เป็น ธรรมทานทั้งสิ้น

ลองพิจารณาดูนะครับ

ผิดถูกอย่างไรช่วยชี้แนะด้วยครับ

ลูกหนอน
18-01-2006, 04:21 PM
การเบี่ยงเบนคำสอนของพระพุทธเจ้า ถือว่าเป็นการปรามาสหรือเปล่า
ถ้าอยากลบข้อความของลูกหนอนออกไป ลูกหนอนก็ไม่ว่าหรอก แต่ลุกหนอนใช้คำพูดสุภาพมาต&#