PDA

View Full Version : ทางสายกลาง สำหรับศาสนาพุทธ


telwada
02-01-2006, 09:22 PM
ข้าพเจ้าเคยเขียนเรื่องทางสายกลางไปแล้วครั้งหนึ่ง เป็นเรื่องทางสายกลางสำหรับศาสนาพุทธ แต่คงมีคนอ่านน้อย จึงยังมีคนถามอีก
ที่ข้าพเจ้าเขียนใหม่อีกครั้ง ก็มิใช่หมายความว่า จะเล็งผลเลิศ หรือเพื่อต้องการให้ท่านทั้งหลายได้เชื่อ แต่ข้าพเจ้าเขียนก็เพื่อให้ท่านทั้งหลายได้อ่าน ได้คิด ได้พิจารณา ซึ่งก็นับได้ว่า เป็นการหมุนกงล้อพระธรรมจักรแห่งข้าพเจ้าไปข้างหน้าแม้จะต้องถอยหลังบ้าง ก็ตามที
อันทางสายกลางนั้น นับได้ว่า เป็นคำพูดหรือเป็นประโยคที่ต้องตีความให้ตรงจุด ตรงประเด็น ในทางพุทธศาสนา หากจะตีความหมายตามตัวอักษร ตามคำ ตามประโยคแล้ว ทางสายกลางย่อมหมายถึง การอยู่ตรงกลางระหว่างทาง 3 สาย คือ
สายที่ 1 คือ สายแห่งความดี ตามบรรทัดฐานของการสังคมเป็นอยู่ร่วมกันของสรรพสิ่งที่มีชีวิตและไม่มีชีวิต
สายที่ 3 คือ สายแห่งความไม่ดี ตามบรรทัดฐานของการสังคมเป็นอยู่ร่วมกันของสรรพสิ่งที่มีชีวิตและไม่มีชีวิต
สายที่ 2 คือ ทางสายกลาง (เขียนไม่ผิดนะขอรับ) คืออยู่ระหว่างตรงกลาง ของความดี กับความชั่ว ตามบรรทัดฐานของการสังคมเป็นอยู่ร่วมกันของสรรพสิ่ง ทั้งที่มีชีวิต และไม่มีชีวิต
ในทางธรรมะหรือในทางศาสนา ย่อมต้องสอนสรรพสิ่งที่มีชีวิตและสอนได้ ให้หลุดพ้นจากวัฎจักร แห่งความโลภ ความโกรธ และความหลง นั่นก็คือ รู้ว่า อย่างไหนเป็นทางสายที่ดี และอย่างไหนเป็นทางสายที่ไม่ดี เพราะการสังคมเป็นอยู่ร่วมกัน ย่อมมีการปฏิสังคม ติดต่อสื่อสารซึ่งกันและกันอยู่เกือบตลอดเวลา ดังนั้น ศาสนา(ในที่นี้กล่าวเฉพาะในศาสนาพุทธ)จึงสอนให้สรรพสิ่งที่มีชีวิตและสอนได้ แนะนำได้ ได้รู้ว่าสรรพสิ่งทั้งหลายทั้งที่มีชีวิตและไม่มีชีวิตมีพฤติกรรมทางกาย ทางวาจา และทางใจอย่างไรบ้าง และจะไม่จำเพาะเจาะจงว่า ศาสนาหรือธรรมะแห่งศาสนามุ่งเน้นสอนให้คนทำแต่ความดี ทว่า ธรรมะแห่งศาสนา จะสอนให้รู้ต้นตอแห่งพฤติกรรมทางกาย วาจา และใจ ของสรรพสิ่งทั้งที่มีชีวิตและไม่มีชีวิต ทั้งที่สอนได้ และสอนไม่ได้ ว่ามีหัวข้อหลักหรือต้นตออย่างไรบ้าง ยกตัวอย่างเช่น
สรรพสิ่งทั้งหลาย ล้วนย่อมมี การคิด และการระลึกนึกถึง อันนี้นับเฉพาะสิ่งที่มีชีวิต และการคิด รวมถึงการระลึกนึกถึง ย่อมมีทั้งที่ทางสังคมเรียกว่าความดี และย่อมมีทั้งที่ทางสังคมเรียกว่าความไม่ดี
อันนี้เป็นหลักการแห่งศาสนาที่แท้จริง อย่างนี้เป็นต้น ที่ข้าพเจ้ายกตัวอย่างให้ได้ศึกษากันแม้เป็นเพียงข้อเดียว แต่ก็แบ่งเป็นสอง คือ คิด อย่างหนึ่ง ระลึกนึกถึงอย่างหนึ่ง หรือหากจะหมุนไปอีก การคิด และระลึกนึกถึง ก็ย่อมเกิดจากสรีระร่างกาย และ การคิด และระลึกนึกถึงจะเกิดขึ้นได้ เพราะการได้สัมผัสพบเห็น อย่างนี้เป็นต้น
ที่ข้าพเจ้ากล่าวไปเป็นเพียงส่วนน้อย แต่ก็ย่อมสามารถทำให้ท่านทั้งหลายคิดพิจารณาเป็นวงรอบ และต้องคิดพิจารณาให้มีที่สิ้นสุด อย่าคิดในทางที่เป็นไปไม่ได้ เช่น ไก่กับไข่ อันไหนเกิดก่อนกัน โดยไม่มีข้อสรุป ข้อสรุปจะต้องเป็นข้อสรุปที่มีเหตุและผลที่ใครจะคัดค้านไม่ได้ เพราะเป็นหลักความจริง
เอาละขอรับ วันนี้เอาแค่นี้ก่อน หวังว่า คงมีประโยชน์ต่อพระสงฆ์ ต่อบุคคลากรทั้งหลาย ให้ไปคิดพิจารณาให้ดี ก็แล้วกัน ขอรับ

ผู้พ่ายแพ้ขันธ์ 5
05-01-2006, 09:22 PM
...

telwada
06-01-2006, 03:29 AM
การพ่ายแพ้ คือการเริ่มต้น หากไม่ท้อแท้
องค์แห่งการสำเร็จธรรมนั้น บางอย่างก็ล้าสมัย ไม่เข้ากับยุคสมัย หรืออาจจะไม่ค่อยถูกหลักการมากนัก
อนึ่ง ความหมายแห่งทางสายกลางนั้น ยังมีอีกหลายรูปแบบ หากว่างมากๆ ก็จะนำมาลงให้ได้ศึกษากันอีก

ลูกหลานหลวงปู่
07-01-2006, 09:18 AM
ทางสายกลางน่าจะหมายถึงการรักษาจิตให้เป็นกลางๆโดยการใช้สติ ให้รู้เท่าทันเวทนาความรู้สึกและรู้เท่าทันความเป็นไป การไหวไป และการปรุงแต่งของจิต ......
----------------
การพัฒนาสติในการภาวนา
http://www.vimokkhadhamma.com

telwada
12-03-2007, 07:19 PM
ทางสายกลางในทางศาสนาทั้งหลายนั้น มีความหมายหลายอย่างหลายคำ
ถ้าเป็นไปในทางศาสนาพุทธ ก็ย่อมหมายถึงความคิด ฯลฯ อันจักนำไปสู่พฤติกรรมต่างๆ
ถ้าจะกล่าวไปในทางศาสนาพราหมณ์ฮินดูแล้ว หมายถึงการประพฤติ และละเว้นการประพฤติ 10 อย่าง
ถ้าจะกล่าวไปในทางศาสนาคริสต์ แล้ว ย่อมหมายถึง ข้อบัญญัติ ทั้ง 10 ประการ
ถ้าจะกล่าวไปในทางศาสนา อิสลาม ย่อมหมายถึง ข้อปฏิบัติ หรือศีล ทั้ง 5
และยังมีศาสนา ซิกส์ ในที่นี้ไม่ขอกล่าวถึง

อักขรสัญจร
12-03-2007, 07:33 PM
ทางสายกลางคือ ไม่ตึงเกินไป ไม่หย่อนเกินไป
หมายถึงความหนักเบาในการปฏิบัติ

ถ้ากลางไปหมดทุกเรื่องคงต้องขับรถคร่อมเกาะกลางถนน

telwada
14-03-2007, 08:32 PM
ความเป็นทางสายกลาง หรือความเป็นกลางไม่ใช่อย่างที่คุณคิดหรือเข้าใจแล้วเขียนมา
การขับรถอย่างเป็นกลาง คือ ไม่ดื่มสุรา หรือเมาแล้วขับรถ ไม่ขับเร็วเกินไป รู้จังหวะในการใช้ความเร็ว รู้กฎจราจร และอื่น ๆ ไม่ใช่จะต้องขับคร่อมเกาะกลางถนน อย่างคุณว่า ถ้าเป็นอย่างคุณเขาเรียกว่า ปัญญาอ่อนนะคุณ