PDA

View Full Version : บางสิ่งบางอย่างที่คาดไม่ถึงระหว่างการทำบุญใหญ่กับการทำบุญเล็กครั้งเดียวที่มีความแตกต่


NUI
14-12-2004, 10:27 AM
บางสิ่งบางอย่างที่คาดไม่ถึงระหว่างการทำบุญใหญ่กับการทำบุญเล็กครั้งเดียวที่มีความแตกต่างซ่อนอยู่

ผู้ที่ทำบุญใหญ่เช่นก่อตั้งมูลนิธิไว้หวังว่าจะได้บุญไม่มีที่สิ้นสุด ถ้าทำไว้แล้วไม่ได้คิดถึงเลย จนกระทั่งไปเกิดในภพใหม่ โดยไม่ได้เกิดเป็นเปรตชนิดที่รอรับส่วนบุญได้ บุญนี้จะสืบต่อไปอีกหรือไม่ กับการทำบุญครั้งเดียวแต่คิดถึงบุญนั้นอยู่บ่อยๆจนตาย อย่างไหนจะดีกว่ากัน อย่างไร


การทำอะไรไว้แล้วไม่ยอมรับรู้ หรือติดตามกิจการงานที่ตนได้กระทำไว้แล้วนั้นท่านจัดว่าเป็นความเสียหายอย่างมากมายทีเดียว เพราะบุคคลไม่พึงละกรรมดีที่ตนได้กระทำไว้ ขณะที่เราละ
กรรมดีไปนั้น เราอาจหลงคว้ากรรมที่ไม่ดีงามมาก็ได้ จริงอยู่การกระทำบุญที่เป็นมูลนิธินั้นย่อมมีผลไม่สิ้นสุดก็จริง แต่ถ้าตัวของท่านผู้กระทำไม่เคยสนใจแม้แต่การนึกถึงเลยเช่นนี้ เราจะได้รับผลประโยชน์เหล่านั้นด้วยวิธีไหนและอย่างไร เหมือนๆกับเราพยายามเปิดก๊อกน้ำประปาเข้าไว้ แต่เราไม่ได้นำเอาตุ่ม หรือภาชนะไปรองรับน้ำไว้เลย แล้วเราจะรับน้ำนั้นได้อย่างไร มันก็ไม่ได้น้ำ
เท่านั้นเอง


บุญที่เราได้ก่อตั้งมูลนิธิไว้นั้น ท่านผู้จัดการมูลนิธิก็ดี ท่านที่ได้รับการกัลปนาผลจากมูลนิธิเหล่านั้นก็ดี ท่านย่อมจะอนุโมทนาให้แด่ท่านผู้ที่ได้ก่อตั้งมูลนิธิเหล่านั้นตลอดเวลา เหมือนกับสายน้ำที่หลั่งไหลออกมาจากก๊อกประปา ที่เราได้เปิดมันไว้ ฉะนั้นเมื่อเราไม่ยอมรับรู้ บุญก็ย่อมจะเกิดขึ้นกับเราไม่ได้


ทั้งๆที่มีชีวิตอยู่แท้ๆ เรายังมีความประมาทถึงเพียงนี้ จะป่วยกล่าวไปใยถึงวาระเมื่อเราตายไป
แล้วเล่า เป็นอันว่าเป็นผู้ขาดจากบุญคติไปแล้วอย่างน่าเสียดาย


ส่วนการทำบุญกุศลแล้วพยายามติดตาม ระลึกนึกคิดอยู่บ่อยๆ ก็ย่อมจะมีผลมากกว่า เหมือนกับทำอะไรแล้วย่อมรับรู้แล้วติดตามกิจการงานที่ตนกระทำไว้เหล่านั้นอยู่เสมอ ก็ย่อมจะได้รับประโยชน์เสมอๆ

--------------------------------------

casy99
23-12-2004, 11:54 AM
ห่วงและความผูกพัน ในเรื่องต่างๆในภพในชาติปัจจุบัน จะเหนี่ยวรั้งไม่ให้ไปสู่ภพภูมิอื่นที่ดีกว่า บทสรุปของพระธรรมจึง อยู่ที่ "อนัตตา"

NUI
23-12-2004, 04:43 PM
การทำบุญต่างๆแล้วหมั่นระลึกถึงบุญนั้น จิตนั้นย่อมมีความสุข และเป็นการไม่ประมาทในเวลาใกล้สิ้นใจ ถ้าก่อนสิ้นใจจิตคอยคิดแต่เรื่องที่เป็นกุศลจิตย่อมไปสู่สุคติ แต่ถ้าก่อนสิ้นใจจิตเผลอไปคิดในเรื่องอกุศลที่ทำไว้จิตย่อมไปสู่อบาย
ที่ว่าการทำบุญแล้วหมั่นระลึกถึงบุญบ่อยๆ จะเป็นห่วงผูกพัน เหนี่ยวรั้งไม่ให้ไปสู่ภพภูมิอื่นที่ดีกว่า
นั้นไม่จริง การทำบุญที่ว่านั้นเป็นจาคะ เป็นการเสียสละ ให้เงินเสียสละเงิน ให้เลือดเสียสละเลือด
ให้แรงเสียสละแรง ฯลฯ ไม่ได้ทำบุญเพื่อการค้าหรือหวังผลตอบแทนจะได้เหนี่ยวรั้งไม่ให้ไปสู่ภพภูมิอื่นที่ดีกว่า
การทำบุญนั้นเป็นการสร้างคุณงามความดีขั้นเบื้องต้น หมั่นระลึกถึงบ่อยๆดี เป็นฐานของ
คุณงามความดี เริ่มจากทำบุญให้ทานง่ายที่สุดเป็นบันไดขั้นแรก ต่อด้วย ศีล ภาวนา
การหมั่นระลึกถึงบุญที่ได้ทำไว้ ระลึกถึงศีลที่ตนถือ ระลึกถึงการภาวนา การระลึกถึงสิ่งที่ดีๆที่ทำไว้ มีแต่จะนำพาสู่ความเจริญในทางธรรมยิ่งๆขึ้นไป สำหรับปถุชนคนธรรมดาที่ยังก้าวไม่ถึงขอบพระนิพพาน ย่อมสร้างบุญค่อยเป็นค่อยไป
การเข้าสู่ “อนัตตา” นั้น ต้องปฏิบัติธรรมถึงขั้นสูงสุดแล้วจึงอยู่ในสภาพรู้ซึ้งถึงอนัตตา แต่มนุษย์อย่างเราๆนี้ ยังปฏิบัติธรรมกันไม่ถึงขั้นนั้น ใครๆก็พูดได้ความไม่มีตัวตนคิดได้ชั่วครู่ชั่วยาม ทำได้หรือเปล่าที่จะให้เข้าถึงความไม่มีตัวตน ทุกๆขณะจิต เมื่อคนส่วนใหญ่ก็ยัง มีความโลภ โกรธ หลง อยู่ ยังละกันไม่ได้ ( บ้านของฉัน รถของฉัน แฟนของฉัน ลูกของฉัน ฯลฯ ใครด่าว่าก็ยังโกรธ เห็นคนสวยก็ยังอยากได้เป็นแฟน อยากแต่งตัวดูดีดูหล่อ ดูสวย อยากกินของอร่อย ฯลฯ )
การสร้างกุศล สร้างบุญบารมี จึงค่อยเป็นค่อยไป เริ่มจากน้อยไปหามาก จากเล็กไปหาใหญ่ จากต่ำไปหาสูง ( การสร้างบ้านหนึ่งหลังยังต้องใช้เสา เหล็ก ปูน ฯลฯ ) แล้วสักวันหนึ่งก็จะเข้าถึง ความจริง ความรู้แท้ สภาวธรรม ที่เป็น อนิจจัง ทุกขังอนัตตาเอง โดยที่ไม่ใช่ฟังเขามา หรืออ่านผ่านมา

NUI
24-12-2004, 09:58 AM
ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ขอให้ทุกคนทุกท่าน
เจริญในธรรมและมีดวงตาเห็นธรรมทุกท่านทุกคนเทอญ...

numq
18-12-2006, 11:01 AM
...