paang
27-12-2005, 07:18 AM
<TABLE cellSpacing=0 cellPadding=4 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD vAlign=center align=middle>http://www.manager.co.th/images/blank.gif</TD></TR></TBODY></TABLE><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=4 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD class=body vAlign=top align=middle><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD class=body vAlign=baseline align=left><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 align=right border=0><TBODY><TR><TD width=5>http://www.manager.co.th/images/blank.gif</TD><TD vAlign=top align=middle><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width=268 border=0><TBODY><TR><TD vAlign=top align=middle width=268>http://pics.manager.co.th/Images/548000021409501.JPEG </TD></TR><TR><TD class=Image vAlign=baseline align=left>ศิรวัตร หวั่งหลี</TD></TR></TBODY></TABLE></TD></TR><TR><TD vAlign=top align=middle height=5>http://www.manager.co.th/images/blank.gif</TD></TR></TBODY></TABLE> จริงหรือที่ใครๆ มักบอกว่า..ผู้ที่เกิดมาในตระกูลใหญ่โต มากด้วยทรัพย์สมบัติดุจคาบช้อนเงิน ช้อนทองมาพร้อมเมื่อยามลืมตาดูโลกต้องมีชีวิตที่โรยด้วยกลีบกุหลาบเสมอไป ใครจะรู้เล่าว่ากว่าจะถึงวันที่ประสบความสำเร็จพวกเขาอาจต้องล้มลุก คลุกคลานหลายครา ทั้งยังต้องพานพบกับความเปลี่ยนแปลงทั้งร้าย และดีในชีวิตซึ่งเป็นสิ่งที่มนุษย์ทั้งหลายต้องประสบโดยไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้
ศิรวัตร หวั่งหลี หรือ ยอด บุตรชายคนโตของอดีตเจ้าของธนาคารนครธน วรวีร์ หวั่งหลี เป็นอีกคนหนึ่งที่ชีวิตผกผันจากการเป็นทายาทนายแบงก์มาเป็นเพียงข้าราชการ ในตำแหน่งนักวิชาการคลัง ระดับ 5 สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) กระทรวงการคลัง
ศิรวัตร เล่าที่มาที่ไปในชีวิตกว่าจะมาลงตัวในหน้าที่การงานในปัจจุบันว่า ทุกวันนี้เลือกทำงานตรงกับสิ่งที่เรียนมาโดยตลอด ส่วนใหญ่เกี่ยวกับทางด้านการเงิน เพราะเรียนจบมาจาก คณะพาณิชย์ศาสตร์ และการบัญชีที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หลังจากจบปริญญาตรีก็เริ่มทำงานที่ฝ่ายสินเชื่อธนาคารนครธนซึ่งเคยเป็นธุรกิจของครอบครัวหวั่งหลีได้ประมาณ 3 ปี จากนั้นจึงไปศึกษาต่อด้าน MBA University of North Carolina at Chapel Hill และกลับมารับราชการที่สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) ตามคำชักชวนของรุ่นพี่
สนใจงานที่สคร. ตรงที่มองว่ารัฐวิสาหกิจเป็นองค์กรหลักที่มีส่วนสำคัญในการพัฒนาโครงสร้างหลักด้านเศรษฐกิจของประเทศ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องพลังงาน การคมนาคมขนส่ง การสื่อสาร ฯลฯ ซึ่งในขณะนั้นรัฐบาลมีนโยบายการในการพัฒนาศักยภาพรัฐวิสาหกิจให้สามารถแข่งขันกับภาคเอกชนได้ และสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) เป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรงในการดำเนินนโยบายเหล่านี้
ดังนั้นงานที่ทำจึงเป็นงานที่มีส่วนเกี่ยวข้องอย่างมากในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศในอีกมิติหนึ่ง ฟังดูแล้วน่าสนใจมาก และเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับที่เรียนมาค่อนข้างมาก ฉะนั้นอะไรที่เรารู้สึกว่าน่าจะทำได้ดี ก็จะรู้สึกสนใจ และอยากมีส่วนร่วม ซึ่งผมรับผิดชอบด้านรัฐวิสาหกิจในสาขาพลังงาน ดูแลการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย และการปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย ศิรวัตรบอกเหตุผลที่ตัดสินใจมาร่วมงาน
</TD></TR><TR><TD class=body vAlign=baseline align=left><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 align=left border=0><TBODY><TR><TD vAlign=top align=middle><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width=252 border=0><TBODY><TR><TD vAlign=top align=middle width=252>http://pics.manager.co.th/Images/548000021409503.JPEG </TD></TR></TBODY></TABLE></TD><TD width=5>http://www.manager.co.th/images/blank.gif</TD></TR><TR><TD vAlign=top align=middle height=5>http://www.manager.co.th/images/blank.gif</TD></TR></TBODY></TABLE> กว่า 4 ปีของชีวิตข้าราชการ ทายาทบ้านหวั่งหลี บอกว่าทุกวันนี้ทำงานอย่างราบรื่นไม่มีปัญหา สำหรับตัวเองถ้ามีเพื่อนร่วมงานที่ดี สนุกกับงาน และมีโอกาสก้าวหน้าในอาชีพ แค่เพียงเท่านี้ก็ถือเป็นความสุขสุดยอดของการทำงานแล้ว
ถึงแม้ว่าอาชีพข้าราชการจะไม่ได้มีรายรับมากมายนัก แต่เขาบอกว่าหากควบคุมรายรับ รายจ่ายให้ดี และรู้จักวางตัวให้อยู่ในสังคมที่เหมาะสมกับตัวเองย่อมมีชัยไปกว่าครึ่ง...
การจัดสรรรายรับ รายจ่ายให้ลงตัวในแต่ละเดือนนั้นทุกคนสามารถทำได้ ขึ้นอยู่กับว่าเราใช้ชีวิตอย่างไร จริงๆ แล้วทุกคนรู้อยู่แล้วว่ารายรับที่ได้ในแต่ละเดือนมีเท่าไหร่ ควรปรับการใช้จ่ายให้พอดี และพอเหมาะกับการดำเนินชีวิต ยิ่งรายรับน้อยก็อย่าไปเที่ยวบ่อย อย่าใช้จ่ายในสิ่งฟุ่มเฟือยก็สามารถมีพอใช้ในแต่ละเดือน นอกจากนี้เพื่อนๆ หลายคนยังมีอาชีพที่สองเป็นอาจารย์พิเศษตามมหาวิทยาลัยซึ่งนอกจากจะได้รายได้เสริมแล้วยังมีผลดีตรงที่ได้นำความรู้ และประสบการณ์ของเราไปเผยแพร่กับนักศึกษาอีกด้วย ข้าราชการหนุ่มบอกวิธีจัดสรรเงินเดือน
วิธีคิดแบบนี้เขาบอกว่าได้มาจากคุณพ่อซึ่งเป็นแบบอย่างที่ดีในการดำเนินชีวิตอีกด้วย ส่วนใหญ่คุณพ่อจะสอนเรื่องการวางตัวให้เป็นคนเรียบง่าย แบบเดินดิน กินข้าวแกงได้ ไม่วางโตโอ้อวด อย่างเมื่อสมัยทำงานที่ธนาคารนครธนในฐานะลูกชายนายแบงก์ คนรอบข้างอาจคิดว่าผมต้องเป็นคนที่เว่อร์ หรือกร่าง แต่จริงๆ อุปนิสัยส่วนตัวเป็นคนเฉยๆ ฉะนั้นการเป็นคนเรียบง่าย ไม่เรื่องมากเหมือนอย่างที่เราเป็นยังเป็นส่วนที่ทำให้สามารถเข้ากับเพื่อนร่วมงานได้ไม่ยาก พนักงานคนอื่นทำงานอย่างไร ใช้ชีวิตอย่างไรผมก็เป็นแบบนั้นเหมือนกัน และในที่สุดทุกคนก็จะเข้าใจเองว่าแท้จริงแล้วเราเป็นคนอย่างไร
ส่วนตัวชอบใช้ชีวิตแบบธรรมดา ไม่ได้ชอบไปชอปปิงเมืองนอก หรือต้องขับรถยุโรปหรูๆ แต่ใช้ชีวิตตามสมควรตามที่จำเป็น เรียกว่ายึดหลักใช้ชีวิตแบบพอเพียงตามพระราชดำรัสของในหลวงดีที่สุดลูกชายอดีตนายแบงก์บอกวิธีมัดใจเพื่อนร่วมงาน
</TD></TR><TR><TD class=body vAlign=baseline align=left><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 align=right border=0><TBODY><TR><TD width=5>http://www.manager.co.th/images/blank.gif</TD><TD vAlign=top align=middle><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width=256 border=0><TBODY><TR><TD vAlign=top align=middle width=256>http://pics.manager.co.th/Images/548000021409502.JPEG </TD></TR></TBODY></TABLE></TD></TR><TR><TD vAlign=top align=middle height=5>http://www.manager.co.th/images/blank.gif</TD></TR></TBODY></TABLE> ไม่เพียงเท่านี้ ความกตัญญูต่อบุพการี ยังเป็นสิ่งที่ผู้ชายคนนี้ยึดมั่นมาจวบจนทุกวันนี้ เขาย้อนความหลังให้ฟังว่า สมัยก่อนชีวิตครอบครัวมีปัญหา เพราะคุณแม่ (อัญชนินท์) ไม่สบายเป็นอัมพาต จึงต้องดูแลเป็นพิเศษแต่ส่วนใหญ่คุณพ่อเป็นคนคอยดูแล ตอนนั้นยังเป็นวัยรุ่นจึงละเลยที่จะช่วยดูแลคุณแม่ บางครั้งปล่อยให้ท่านทานข้าวคนเดียวบ้าง ส่วนตัวเองก็ไปเที่ยวข้างนอกกับเพื่อนๆ
มาถึงวันนี้พอย้อนคิดกลับไปยังรู้สึกผิดในใจเสมอที่ไม่ได้ดูแลคุณแม่จึงขอมาทดแทนกับคุณพ่อ เพราะช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมานี้ คุณพ่อป่วยเป็นโรคหัวใจ ส่งผลให้ระยะหลังจึงต้องวิ่งเข้าออกระหว่างที่ทำงาน และโรงพยาบาลเป็นหลักเลยไม่ค่อยมีชีวิตส่วนตัวสนุกสนานเหมือนคนในวัยเดียวกันเท่าไหร่
เขากล่าวเสริมต่ออีกว่า พ่อแม่มีเวลาอยู่กับเราไม่มาก ตอนนี้ทำอะไรได้ก็ควรทำให้ท่าน บางสิ่งบางอย่างเมื่อผ่านไปแล้วไม่สามารถเรียกกลับมาได้ และยิ่งเราไม่ได้ทำสิ่งที่พึงกระทำก็ยิ่งน่าเสียใจใหญ่ อยากให้กตัญญูกับพ่อแม่ให้มาก และใช้เวลากับพ่อแม่ให้มากที่สุดเท่านั้นก็เพียงพอ
ให้ความสำคัญกับครอบครัวถึงเพียงนี้ ดูเป็นแฟมิลี่แมนที่สาวๆ ฝันใฝ่ เลยถามไถ่มุมมองชีวิตคู่ของหนุ่มโสดคนนี้ว่าเป็นอย่างไรบ้าง
ผมเป็นคนเฉยๆ พูดไม่ค่อยเก่ง และขี้อาย การหาผู้หญิงที่จะมาชอบจึงเป็นเรื่องยาก แต่ข้อดีอย่างหนึ่งของตัวเอง คือ เป็นคนที่ง่ายๆ และถ้าชอบใครแล้ว ก็พร้อมที่จะปรับตัวเข้าหาคนที่อยากอยู่ด้วยก็ขอแค่เป็นคนแบบไปไหนไปกัน เราไปไหนเขาก็ไปนั่น หรือเขาไปไหนทำอะไร เราก็พร้อมที่จะไปกับเขา อยู่ด้วยแล้วสบายใจทั้งสองฝ่าย เพราะเราต้องอยู่กันไม่ใช่แค่ปีสองปี วันสองวัน แต่ตลอดชีวิต ส่วนเรื่องอื่นๆ นั้น ก็น่าจะปรับเขาหากันได้อยู่แล้ว จริงๆ ในอนาคตก็มีอะไรหลายอย่างที่อยากทำไม่ใช่แค่เรื่องงาน ถ้าเขาเลือกเราแล้ว เราก็ต้องพร้อมที่จะทำให้เขามีความสุข หนุ่มโสดบอกสเปกสาวในดวงใจ
ทิ้งท้ายโปรยคำหวานแบบนี้ทำเอาสาวน้อย สาวใหญ่หลายคนอ่านแล้วใจอาจสั่นระรัว จนอยากเข้าไปซบขออุ่นไอจากชายหนุ่มโสดอนาคตไกล หัวใจยังว่างคนนี้ แต่เห็นทีคงต้องต่อคิวรอกันอีกนาน!!</TD></TR></TBODY></TABLE></TD></TR></TBODY></TABLE><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=4 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD class=headline vAlign=baseline align=left></TD></TR></TBODY></TABLE><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD bgColor=#cccccc height=1>http://www.manager.co.th/images/blank.gif</TD></TR></TBODY></TABLE><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=4 border=0><TBODY><TR><TD class=body vAlign=baseline align=left>โดย ผู้จัดการออนไลน์</TD><TD class=date vAlign=baseline align=left></TD></TR></TBODY></TABLE>
ศิรวัตร หวั่งหลี หรือ ยอด บุตรชายคนโตของอดีตเจ้าของธนาคารนครธน วรวีร์ หวั่งหลี เป็นอีกคนหนึ่งที่ชีวิตผกผันจากการเป็นทายาทนายแบงก์มาเป็นเพียงข้าราชการ ในตำแหน่งนักวิชาการคลัง ระดับ 5 สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) กระทรวงการคลัง
ศิรวัตร เล่าที่มาที่ไปในชีวิตกว่าจะมาลงตัวในหน้าที่การงานในปัจจุบันว่า ทุกวันนี้เลือกทำงานตรงกับสิ่งที่เรียนมาโดยตลอด ส่วนใหญ่เกี่ยวกับทางด้านการเงิน เพราะเรียนจบมาจาก คณะพาณิชย์ศาสตร์ และการบัญชีที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หลังจากจบปริญญาตรีก็เริ่มทำงานที่ฝ่ายสินเชื่อธนาคารนครธนซึ่งเคยเป็นธุรกิจของครอบครัวหวั่งหลีได้ประมาณ 3 ปี จากนั้นจึงไปศึกษาต่อด้าน MBA University of North Carolina at Chapel Hill และกลับมารับราชการที่สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) ตามคำชักชวนของรุ่นพี่
สนใจงานที่สคร. ตรงที่มองว่ารัฐวิสาหกิจเป็นองค์กรหลักที่มีส่วนสำคัญในการพัฒนาโครงสร้างหลักด้านเศรษฐกิจของประเทศ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องพลังงาน การคมนาคมขนส่ง การสื่อสาร ฯลฯ ซึ่งในขณะนั้นรัฐบาลมีนโยบายการในการพัฒนาศักยภาพรัฐวิสาหกิจให้สามารถแข่งขันกับภาคเอกชนได้ และสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) เป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรงในการดำเนินนโยบายเหล่านี้
ดังนั้นงานที่ทำจึงเป็นงานที่มีส่วนเกี่ยวข้องอย่างมากในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศในอีกมิติหนึ่ง ฟังดูแล้วน่าสนใจมาก และเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับที่เรียนมาค่อนข้างมาก ฉะนั้นอะไรที่เรารู้สึกว่าน่าจะทำได้ดี ก็จะรู้สึกสนใจ และอยากมีส่วนร่วม ซึ่งผมรับผิดชอบด้านรัฐวิสาหกิจในสาขาพลังงาน ดูแลการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย และการปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย ศิรวัตรบอกเหตุผลที่ตัดสินใจมาร่วมงาน
</TD></TR><TR><TD class=body vAlign=baseline align=left><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 align=left border=0><TBODY><TR><TD vAlign=top align=middle><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width=252 border=0><TBODY><TR><TD vAlign=top align=middle width=252>http://pics.manager.co.th/Images/548000021409503.JPEG </TD></TR></TBODY></TABLE></TD><TD width=5>http://www.manager.co.th/images/blank.gif</TD></TR><TR><TD vAlign=top align=middle height=5>http://www.manager.co.th/images/blank.gif</TD></TR></TBODY></TABLE> กว่า 4 ปีของชีวิตข้าราชการ ทายาทบ้านหวั่งหลี บอกว่าทุกวันนี้ทำงานอย่างราบรื่นไม่มีปัญหา สำหรับตัวเองถ้ามีเพื่อนร่วมงานที่ดี สนุกกับงาน และมีโอกาสก้าวหน้าในอาชีพ แค่เพียงเท่านี้ก็ถือเป็นความสุขสุดยอดของการทำงานแล้ว
ถึงแม้ว่าอาชีพข้าราชการจะไม่ได้มีรายรับมากมายนัก แต่เขาบอกว่าหากควบคุมรายรับ รายจ่ายให้ดี และรู้จักวางตัวให้อยู่ในสังคมที่เหมาะสมกับตัวเองย่อมมีชัยไปกว่าครึ่ง...
การจัดสรรรายรับ รายจ่ายให้ลงตัวในแต่ละเดือนนั้นทุกคนสามารถทำได้ ขึ้นอยู่กับว่าเราใช้ชีวิตอย่างไร จริงๆ แล้วทุกคนรู้อยู่แล้วว่ารายรับที่ได้ในแต่ละเดือนมีเท่าไหร่ ควรปรับการใช้จ่ายให้พอดี และพอเหมาะกับการดำเนินชีวิต ยิ่งรายรับน้อยก็อย่าไปเที่ยวบ่อย อย่าใช้จ่ายในสิ่งฟุ่มเฟือยก็สามารถมีพอใช้ในแต่ละเดือน นอกจากนี้เพื่อนๆ หลายคนยังมีอาชีพที่สองเป็นอาจารย์พิเศษตามมหาวิทยาลัยซึ่งนอกจากจะได้รายได้เสริมแล้วยังมีผลดีตรงที่ได้นำความรู้ และประสบการณ์ของเราไปเผยแพร่กับนักศึกษาอีกด้วย ข้าราชการหนุ่มบอกวิธีจัดสรรเงินเดือน
วิธีคิดแบบนี้เขาบอกว่าได้มาจากคุณพ่อซึ่งเป็นแบบอย่างที่ดีในการดำเนินชีวิตอีกด้วย ส่วนใหญ่คุณพ่อจะสอนเรื่องการวางตัวให้เป็นคนเรียบง่าย แบบเดินดิน กินข้าวแกงได้ ไม่วางโตโอ้อวด อย่างเมื่อสมัยทำงานที่ธนาคารนครธนในฐานะลูกชายนายแบงก์ คนรอบข้างอาจคิดว่าผมต้องเป็นคนที่เว่อร์ หรือกร่าง แต่จริงๆ อุปนิสัยส่วนตัวเป็นคนเฉยๆ ฉะนั้นการเป็นคนเรียบง่าย ไม่เรื่องมากเหมือนอย่างที่เราเป็นยังเป็นส่วนที่ทำให้สามารถเข้ากับเพื่อนร่วมงานได้ไม่ยาก พนักงานคนอื่นทำงานอย่างไร ใช้ชีวิตอย่างไรผมก็เป็นแบบนั้นเหมือนกัน และในที่สุดทุกคนก็จะเข้าใจเองว่าแท้จริงแล้วเราเป็นคนอย่างไร
ส่วนตัวชอบใช้ชีวิตแบบธรรมดา ไม่ได้ชอบไปชอปปิงเมืองนอก หรือต้องขับรถยุโรปหรูๆ แต่ใช้ชีวิตตามสมควรตามที่จำเป็น เรียกว่ายึดหลักใช้ชีวิตแบบพอเพียงตามพระราชดำรัสของในหลวงดีที่สุดลูกชายอดีตนายแบงก์บอกวิธีมัดใจเพื่อนร่วมงาน
</TD></TR><TR><TD class=body vAlign=baseline align=left><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 align=right border=0><TBODY><TR><TD width=5>http://www.manager.co.th/images/blank.gif</TD><TD vAlign=top align=middle><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width=256 border=0><TBODY><TR><TD vAlign=top align=middle width=256>http://pics.manager.co.th/Images/548000021409502.JPEG </TD></TR></TBODY></TABLE></TD></TR><TR><TD vAlign=top align=middle height=5>http://www.manager.co.th/images/blank.gif</TD></TR></TBODY></TABLE> ไม่เพียงเท่านี้ ความกตัญญูต่อบุพการี ยังเป็นสิ่งที่ผู้ชายคนนี้ยึดมั่นมาจวบจนทุกวันนี้ เขาย้อนความหลังให้ฟังว่า สมัยก่อนชีวิตครอบครัวมีปัญหา เพราะคุณแม่ (อัญชนินท์) ไม่สบายเป็นอัมพาต จึงต้องดูแลเป็นพิเศษแต่ส่วนใหญ่คุณพ่อเป็นคนคอยดูแล ตอนนั้นยังเป็นวัยรุ่นจึงละเลยที่จะช่วยดูแลคุณแม่ บางครั้งปล่อยให้ท่านทานข้าวคนเดียวบ้าง ส่วนตัวเองก็ไปเที่ยวข้างนอกกับเพื่อนๆ
มาถึงวันนี้พอย้อนคิดกลับไปยังรู้สึกผิดในใจเสมอที่ไม่ได้ดูแลคุณแม่จึงขอมาทดแทนกับคุณพ่อ เพราะช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมานี้ คุณพ่อป่วยเป็นโรคหัวใจ ส่งผลให้ระยะหลังจึงต้องวิ่งเข้าออกระหว่างที่ทำงาน และโรงพยาบาลเป็นหลักเลยไม่ค่อยมีชีวิตส่วนตัวสนุกสนานเหมือนคนในวัยเดียวกันเท่าไหร่
เขากล่าวเสริมต่ออีกว่า พ่อแม่มีเวลาอยู่กับเราไม่มาก ตอนนี้ทำอะไรได้ก็ควรทำให้ท่าน บางสิ่งบางอย่างเมื่อผ่านไปแล้วไม่สามารถเรียกกลับมาได้ และยิ่งเราไม่ได้ทำสิ่งที่พึงกระทำก็ยิ่งน่าเสียใจใหญ่ อยากให้กตัญญูกับพ่อแม่ให้มาก และใช้เวลากับพ่อแม่ให้มากที่สุดเท่านั้นก็เพียงพอ
ให้ความสำคัญกับครอบครัวถึงเพียงนี้ ดูเป็นแฟมิลี่แมนที่สาวๆ ฝันใฝ่ เลยถามไถ่มุมมองชีวิตคู่ของหนุ่มโสดคนนี้ว่าเป็นอย่างไรบ้าง
ผมเป็นคนเฉยๆ พูดไม่ค่อยเก่ง และขี้อาย การหาผู้หญิงที่จะมาชอบจึงเป็นเรื่องยาก แต่ข้อดีอย่างหนึ่งของตัวเอง คือ เป็นคนที่ง่ายๆ และถ้าชอบใครแล้ว ก็พร้อมที่จะปรับตัวเข้าหาคนที่อยากอยู่ด้วยก็ขอแค่เป็นคนแบบไปไหนไปกัน เราไปไหนเขาก็ไปนั่น หรือเขาไปไหนทำอะไร เราก็พร้อมที่จะไปกับเขา อยู่ด้วยแล้วสบายใจทั้งสองฝ่าย เพราะเราต้องอยู่กันไม่ใช่แค่ปีสองปี วันสองวัน แต่ตลอดชีวิต ส่วนเรื่องอื่นๆ นั้น ก็น่าจะปรับเขาหากันได้อยู่แล้ว จริงๆ ในอนาคตก็มีอะไรหลายอย่างที่อยากทำไม่ใช่แค่เรื่องงาน ถ้าเขาเลือกเราแล้ว เราก็ต้องพร้อมที่จะทำให้เขามีความสุข หนุ่มโสดบอกสเปกสาวในดวงใจ
ทิ้งท้ายโปรยคำหวานแบบนี้ทำเอาสาวน้อย สาวใหญ่หลายคนอ่านแล้วใจอาจสั่นระรัว จนอยากเข้าไปซบขออุ่นไอจากชายหนุ่มโสดอนาคตไกล หัวใจยังว่างคนนี้ แต่เห็นทีคงต้องต่อคิวรอกันอีกนาน!!</TD></TR></TBODY></TABLE></TD></TR></TBODY></TABLE><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=4 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD class=headline vAlign=baseline align=left></TD></TR></TBODY></TABLE><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD bgColor=#cccccc height=1>http://www.manager.co.th/images/blank.gif</TD></TR></TBODY></TABLE><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=4 border=0><TBODY><TR><TD class=body vAlign=baseline align=left>โดย ผู้จัดการออนไลน์</TD><TD class=date vAlign=baseline align=left></TD></TR></TBODY></TABLE>