PDA

View Full Version : มีใครรู้จักพระสะดุ้งมารบ้างมั้ยครับ


tha
12-12-2004, 12:34 AM
หาข้อมูลมานานแล้ว หาไม่ได้เลยครับ

witt
12-12-2004, 09:48 PM
เออ จิงจิง ต้องเรียกว่ามารสะดุ้ง มากกว่าน่ะ เพราะพระท่านไม่สะดุ้งกับมารหรอก และปางนี้รู้จักกันในชื่อ มารวิชัย หรือ พระชนะมาร

tha
13-12-2004, 07:21 PM
สรุปก็คือ พระปางมารวิชัย แสดงว่า พระสะดุ้งมาร หมายถึง "ปาง" ทีแรกก็นึกว่าหมายถึง พระเครื่อง รุ่นไหนซักรุ่น ซะอีก หาข้อมูลแทบตายหาไม่เจอเลย

ขอบคุณฮะ

witt
13-12-2004, 10:11 PM
ไช่แล้วเป็นชื่อปาง หนึ่ง น่าจะเรียกมารสะดุ้ง มากกว่า สะดุ้งมาร นะ

คนเก่า.
14-12-2004, 09:42 AM
เคยอ่านจากที่ไหนก็ไม่ทราบ บอกว่าคำนี้เกิดขึ้นครั้งสมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพเสด็จตรวจพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ เห็นพระพุทธรูปปางมารวิชัยองค์หนึ่งมีลักษณะผิดส่วนไม่สวยงาม ท่านจึงตรัสด้วยพระอารมณ์ขันว่า องค์นี้ ท่าจะเป็นปางสดุ้งมาร อีตาหลวงอะไรก็จำบรรดาศักดิ์ไม่ได้แล้ว ก็พาซื่อ รีบขึ้นป้ายปางสะดุ้งมารไว้ ครั้งได้ทรงกลับมาพบป้ายก็กริ้วอีตาหลวงนั้นเสียยกใหญ่

เป็นผลพวงให้มีคนจำนวนมากเรียกพระปางมารวิชัยเป็นปางสะดุ้งมารมาจนทุกวันนี้

casy99
20-12-2004, 07:33 PM
ภาพพระพุทธรูปปางมารวิชัย

witt
21-12-2004, 09:46 PM
ดีจังคุณกรุงเก่า เอาเกร็ดประวัติมาเล่า รูป แรกน่าจะเป็น พิมพ์สิงค์ 1 น่ะ

tha
23-12-2004, 07:40 PM
ขอบุคุณ คุณ witt คุณคนเก่า และคุณ casy99 มากครับ

coolsunny
01-03-2007, 09:47 AM
"ปาง" แปรว่า ครั้ง,คราว,เมื่อ..
ปางมารวิชัย คงแปรได้ว่า "เมื่อครั้งที่พระพุทธองค์ทรงชนะมาร" ที่จะมายั่วยวนให้เกิดกิเลศ ตัญหา จนไม่สามารถตรัสรู้ได้
ปางมารวิชัยเป็นปางที่ต่อมาจากปางสมาธิครับ กล่าวคือ "ปางสมาธิ" เป็นปางที่พระพุทธองค์ทรงบำเพ็ญเพียรเพื่อให้บรรลุธรรม(ทรงนั่งสมาธิ พระหัตถ์ขวาวางทับพระหัตถ์ซ้าย)อยู่นั้นเอง ได้มีลูกสาวพญามาร 3 ตนมาเริงระบำยั่วยวนให้พระพุทธองค์เกิดตัญหา เสียสมาธิ เมื่อพระองค์ทรงเห็น ก็เกิดตัญหาขึ้น(พระองค์ยังไม่ได้ตรัสรู้น่ะครับ สี่เท้ายังรู้พลาด นักปราชญ์ยังรู้พลั้ง)เอื่อมพระหัตถ์ขวาขึ้น หมายจะจับต้องลูกสาวพญามารทั้ง 3 แต่ก็ทรงยับยั้งพระทัยได้เสียก่อน จึงค่อยวางพระหัตถ์ลงบนพระชานุ จึงกลายเป็นปางมารวิชัย

คนเก่า
01-03-2007, 12:06 PM
ไม่ใช่ยังง้านซะหน่อย ไปเอามาจากไหนละเนี่ย ใครบอกสอนมาบอกให้เขาไปกราบขอขมาพระดีๆเถอะ เวรกรรมจริงๆ

ครั้งนั้นกองทัพเสนามารยกมาขับไล่พระพุทธองค์ กล่าวตู่ว่าไม่มีสิทธิในรัตนบัลลังค์ที่ประทับ พระพุทธองค์จึงอ้างพระแม่ธรณีเป็นพยาน(ยกพระหัตถ์ขวาจากท่าสมาธิ มาวางบนพระชานุ ชี้นิ้วลงดิน) ด้วยทานบารมีที่ทรงเพียรบำเพ็ญมาเป็นปรมัตถ์ รัตนบัลลังค์ใต้ควงมหาโพธินั้นย่อมเป็นที่ตรัสรู้ของพระพุทธองค์โดยชอบ บันดาลให้พระแม่ธรณีบีบมวยผมหลั่งน้ำที่พระพุทธองค์หยาดลงดินทุกครั้งที่ทรงบำเพ็ญทานบารมีในอดีตชาติ ซึ่งมีปริมาณมากล้นแทบจะหาที่สุดไม่ได้ ท่วมท้นซัดทำลายให้กองทัพมหาศาลของเหล่าเสนามารต้องพินาศไปสิ้น

และนี่ยังเป็นเนื้อความในบทแรกของพระพุทธชัยมงคลคาถาพาหุงฯ ทั้งเป็นคำกล่าวของสมเด็จพระพนรัตน์ วัดป่าแก้วสรรเสริญเปรียบพระบารมีของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช เพื่อขอเว้นโทษประหารให้แก่เหล่าแม่ทัพนายกองที่ติดตามโดยเสด็จไม่ทันในสงครามยุทธหัตถี

เฮ้อ ทีหลังจะบอกเล่าเรื่องอย่างนี้เป็นสาธารณะ ขอเมตตาศึกษาดีๆก่อนเถอะครับ มั่วๆกันไป อีกไม่กี่สิบปีข้างหน้า เกรงจะแพร่กระจายความเชื่อผิดๆ เหมือนคำว่าปางสะดุ้งมารนี่แหละ

Tewadhol
02-03-2007, 01:21 AM
คนเก่า เล่ามาดี
ครั้งนั้นกองทัพเสนามารยกมา เสียงดังกึกก้องกัมปนาท แผ่นดินสั่นสะเทือน
จนพระพุทธองค์ถึงกับสดุ้ง เทพเทวาที่เข้าเฝ้าอยู่ต่างหนีกันหมด
ไม่เหลือใครเพื่อเป็นพยานให้พระพุทธองค์ๆ จึงชี้นิ้วลงธรณี.....

Specialized
02-03-2007, 01:51 AM
เป็นอย่างนี้นี่เอง ตอนแรกเกือบเชื่อข้างบนแล้วนะเนี่ย อิอิ

ธรรมนูญ
02-03-2007, 07:36 AM
ho ho ho ! ขนาดพระยังสดุ้งมาร แล้วคนจะเหลือรึ (ล้อเล่นครับ)