MBNY
10-12-2005, 08:19 AM
http://www.suanlukchan.com/chanruean_image/egg1.jpg
<TABLE height="100%" width="100%" background=images/bg_chanruean.jpg border=0><TBODY><TR><TD height=129>สมัยที่ป้าเรียนชั้นอนุบาล ป้าเรียนที่โรงเรียนสมถวิลหัวหิน สมัยนั้นต้องอยู่ประจำ ที่เรียกว่า โรงเรียนกินนอน เพราะบ้านอยู่เพชรบุรี การเดินทางไม่สะดวก ไม่สามารถมาโรงเรียนได้ทุกวัน ทางบ้านจึงต้องส่งมาอยู่โรงเรียนกินนอนที่หัวหิน จำได้แบบรางเลือนถึงความรู้สึกคิดถึงบ้าน ที่มีมากมายมหาศาล และชีวิตก็เจ้ากรรมที่ต้องเดินทางจากบ้านอยู่เป็นประจำ ดังนั้นพอแก่ตัวลงจึงขออยู่กับเย้าเฝ้ากับเรือนไม่ยอมจากไปไหนอีก
ในช่วงชีวิตวัยเด็ก แม้จะผ่านมาหลายสิบปี แต่ก็แปลกที่ยังจำได้ว่า ทุกวันในตอนบ่ายหลังจากตื่นนอนและกินขนมเรียบร้อยแล้ว คุณครูจะพาเราเดินไปเล่นที่สนามหญ้าหน้าค่ายนเรศวร ตรงข้ามกับพระราชวังไกลกังวล เพราะที่นั่นนอกจากจะมีสนามให้เด็กเล่นแล้ว ยังมีเครื่องบินจำลองที่ตำรวจตระเวนชายแดนเคยใช้ในการฝึกตั้งอยู่ด้วย เครื่องบินนี้ทำด้วยไม้ขนาดเท่าของจริง และทุกบ่ายเด็กๆจะขึ้นไปเล่นบนเครื่องบินไม้ลำนั้น ( ปัจจุบันไม่ทราบว่าไปอยู่ที่ไหนแล้ว)
ในทุกฤดูร้อน ชาวหัวหินจะรู้สึกอบอุ่นและปลื้มใจเป็นพิเศษ ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระบรมราชวงศ์เสด็จมาประทับที่หัวหินทุกปี ในครั้งนั้นการเดินทางทางรถยังไม่สะดวก จึงต้องเสด็จมาโดยทางรถไฟ ประชาชนชาวหัวหินจะไปรอรับเสด็จที่สถานีรถไฟหัวหินอย่างเนืองแน่นทุกครั้งไป ในยุคนั้นป้ายังโตไม่ทันได้ไปรับที่สถานีรถไฟ แต่ภายหลังเมื่อเปลี่ยนมาเสด็จทางรถยนต์ ป้าและเด็กๆนักเรียนโรงเรียนสมถวิลก็จะเดินจูงมือกันเป็นแถว ไปนั่งรอรับเสด็จที่หน้าประตูทางเข้าพระราชวังไกลกังวล
เป็นเรื่องแปลกที่ แม้พระเจ้าอยู่หัวจะเสด็จมาหัวหินบ่อยๆ แต่ทุกครั้งที่พระองค์ท่านเสด็จมา ชาวหัวหินก็จะแสดงอาการตื่นเต้นและชักชวนกันไปนั่งรอรับพระองค์ท่านได้ นานๆ ด้วยความสุข และทุกคนจะดูเศร้า เหงาในวันที่ต้องไปนั่งรอเพื่อส่งเสด็จนิวัติกลับพระนคร ป้าเคยร่วมอยู่ในเหตุการณ์และความรู้สึกเช่นนี้มาหลายปี ตั้งแต่เด็กจนโตเป็นสาว
ปัจจุบัน พระองค์ท่านประทับอยู่ที่หัวหินและไม่เสด็จไปไหนมากนัก ชาวหัวหินจึงรู้สึกอบอุ่น ส่วนประเพณีการมารอรับ และส่งเสด็จจึงห่างหายไป แต่มีสิ่งหนึ่งที่ยังคงติดอยู่ในความรู้สึกของป้า จนกลายเป็นนิสัยคือ ทุกครั้งที่นั่งรถผ่านพระราชวังไกลกังวล ป้าจะต้องมองหาธงประจำพระองค์ ซึ่งจะติดอยู่บนยอดพระราชวังฯ เพื่อแสดงให้ทุกคนได้ทราบว่า พระองค์ท่านประทับอยู่ที่หัวหิน และแน่นอนว่า วันไหนที่มองไปทางทิศที่ตั้งของพระราชวังแล้ว ไม่พบธงสีเหลืองปลิวอยู่บนยอดเสา วันนั้นป้าจะรู้สึกเงียบเหงาอย่างบอกไม่ถูก
ในวันเฉลิมพระชนม์พรรษานี้ ป้าจึงขอนำอาหารชนิดหนึ่งซึ่งเป็นสูตรที่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเคยทรงประกอบ ชื่อ ไข่พระอาทิตย์ มาเผยแพร่ให้แก่สมาชิกได้ทดลองทำรับประทาน อาหารชนิดนี้ป้าเคยส่งสูตรให้หลานๆที่ไปเรียนต่างประเทศได้ทำรับประทานกัน ซึ่งก็ได้รับความนิยมมากเพราะสะดวกรวดเร็ว และอร่อยยิ่งนัก
ไข่พระอาทิตย์ เป็นสูตรอาหารที่ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯพระราชทานให้กรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ นำไปตีพิมพ์ลงในหนังสือ สูตรอาหารต้นตำหรับข้าวหอมมะลิไทยในครัวนานาชาติ โดยหนังสือเล่มนี้ได้เผยแพร่ไปทั่วโลก เพื่อประชาสัมพันธ์ข้าวหอมมะลิของไทยให้เป็นที่รู้จักของทุกประเทศ
สำหรับที่มาและวิธีทำ ของสูตร อาหารพระราชทาน ไข่พระอาทิตย์ กรมการค้าต่างประเทศได้อัญเชิญลายพระหัตถ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี มาบันทึกไว้ ในหนังสือ สูตรอาหารต้นตำหรับข้าวหอมมะลิไทยในครัวนานาชาติ ความว่า
เมื่อข้าพเจ้ายังเด็ก พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเคยทรงประกอบอาหารพระราชทานเรียกว่า ไข่พระอาทิตย์
วิธีทำ ไข่ฟองหนึ่ง ตีให้ไข่ขาวและไข่แดงเข้ากันเหมือนเวลาจะตีไข่ทำไข่เจียว (ไม่ตีมากเหมือนทำเค้ก)
ใส่ข้าวสุกประมาณทัพพีหนึ่ง
เครื่องปรุงรสใส่แม็กกี้ ( ที่เมืองนอกสมัยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระเยาว์ หาน้ำปลาได้ยาก แต่สมัยนี้เราชอบใส่น้ำปลามากกว่า)
ตั้งกระทะใส่น้ำมันเล็กน้อยไม่ใส่มากเหมือนทำไข่เจียว
เทไข่ผสมข้าวลงไป จนสุกตรงขอบกรอบๆ ตรงกลางแฉะๆสักนิดก็ได้ ใส่จาน
มีผู้ถามว่าทำไมเรียกว่าไข่พระอาทิตย์ ข้าพเจ้าทูลถาม ทรงเล่าว่า เมื่อส่องกล้องแล้ว พื้นผิวดวงอาทิตย์มีลายเหมือนเมล็ดข้าว ภาษาฝรั่งเศสเรียกว่า Grain de riz
http://www.suanlukchan.com/chanruean_image/egg.jpg
http://www.suanlukchan.com/chanruean_image/egg2.jpg
http://www.suanlukchan.com/chanruean_image/egg3.jpg
http://www.suanlukchan.com/chanruean_image/egg4.jpg
http://www.suanlukchan.com/chanruean_image/egg10.jpg
ขอพระองค์ทรงพระเจริญ
ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ
ข้าพระพุทธเจ้า ชาวสมาชิกสวนลูกจันทร์ ดอทคอม
5 ธันวาคม 2548
</TD></TR><TR height=20><TD></TD></TR><TR><TD>เขียนโดย :ป้าLily
ลงบทความ : วันที่ 2 ธ.ค. 2548 เวลา 21:36:08
</B>
</TD></TR></TBODY></TABLE>
ที่มา : http://www.suanlukchan.com/discussion.php?suan_chanruean_id=94
<TABLE height="100%" width="100%" background=images/bg_chanruean.jpg border=0><TBODY><TR><TD height=129>สมัยที่ป้าเรียนชั้นอนุบาล ป้าเรียนที่โรงเรียนสมถวิลหัวหิน สมัยนั้นต้องอยู่ประจำ ที่เรียกว่า โรงเรียนกินนอน เพราะบ้านอยู่เพชรบุรี การเดินทางไม่สะดวก ไม่สามารถมาโรงเรียนได้ทุกวัน ทางบ้านจึงต้องส่งมาอยู่โรงเรียนกินนอนที่หัวหิน จำได้แบบรางเลือนถึงความรู้สึกคิดถึงบ้าน ที่มีมากมายมหาศาล และชีวิตก็เจ้ากรรมที่ต้องเดินทางจากบ้านอยู่เป็นประจำ ดังนั้นพอแก่ตัวลงจึงขออยู่กับเย้าเฝ้ากับเรือนไม่ยอมจากไปไหนอีก
ในช่วงชีวิตวัยเด็ก แม้จะผ่านมาหลายสิบปี แต่ก็แปลกที่ยังจำได้ว่า ทุกวันในตอนบ่ายหลังจากตื่นนอนและกินขนมเรียบร้อยแล้ว คุณครูจะพาเราเดินไปเล่นที่สนามหญ้าหน้าค่ายนเรศวร ตรงข้ามกับพระราชวังไกลกังวล เพราะที่นั่นนอกจากจะมีสนามให้เด็กเล่นแล้ว ยังมีเครื่องบินจำลองที่ตำรวจตระเวนชายแดนเคยใช้ในการฝึกตั้งอยู่ด้วย เครื่องบินนี้ทำด้วยไม้ขนาดเท่าของจริง และทุกบ่ายเด็กๆจะขึ้นไปเล่นบนเครื่องบินไม้ลำนั้น ( ปัจจุบันไม่ทราบว่าไปอยู่ที่ไหนแล้ว)
ในทุกฤดูร้อน ชาวหัวหินจะรู้สึกอบอุ่นและปลื้มใจเป็นพิเศษ ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระบรมราชวงศ์เสด็จมาประทับที่หัวหินทุกปี ในครั้งนั้นการเดินทางทางรถยังไม่สะดวก จึงต้องเสด็จมาโดยทางรถไฟ ประชาชนชาวหัวหินจะไปรอรับเสด็จที่สถานีรถไฟหัวหินอย่างเนืองแน่นทุกครั้งไป ในยุคนั้นป้ายังโตไม่ทันได้ไปรับที่สถานีรถไฟ แต่ภายหลังเมื่อเปลี่ยนมาเสด็จทางรถยนต์ ป้าและเด็กๆนักเรียนโรงเรียนสมถวิลก็จะเดินจูงมือกันเป็นแถว ไปนั่งรอรับเสด็จที่หน้าประตูทางเข้าพระราชวังไกลกังวล
เป็นเรื่องแปลกที่ แม้พระเจ้าอยู่หัวจะเสด็จมาหัวหินบ่อยๆ แต่ทุกครั้งที่พระองค์ท่านเสด็จมา ชาวหัวหินก็จะแสดงอาการตื่นเต้นและชักชวนกันไปนั่งรอรับพระองค์ท่านได้ นานๆ ด้วยความสุข และทุกคนจะดูเศร้า เหงาในวันที่ต้องไปนั่งรอเพื่อส่งเสด็จนิวัติกลับพระนคร ป้าเคยร่วมอยู่ในเหตุการณ์และความรู้สึกเช่นนี้มาหลายปี ตั้งแต่เด็กจนโตเป็นสาว
ปัจจุบัน พระองค์ท่านประทับอยู่ที่หัวหินและไม่เสด็จไปไหนมากนัก ชาวหัวหินจึงรู้สึกอบอุ่น ส่วนประเพณีการมารอรับ และส่งเสด็จจึงห่างหายไป แต่มีสิ่งหนึ่งที่ยังคงติดอยู่ในความรู้สึกของป้า จนกลายเป็นนิสัยคือ ทุกครั้งที่นั่งรถผ่านพระราชวังไกลกังวล ป้าจะต้องมองหาธงประจำพระองค์ ซึ่งจะติดอยู่บนยอดพระราชวังฯ เพื่อแสดงให้ทุกคนได้ทราบว่า พระองค์ท่านประทับอยู่ที่หัวหิน และแน่นอนว่า วันไหนที่มองไปทางทิศที่ตั้งของพระราชวังแล้ว ไม่พบธงสีเหลืองปลิวอยู่บนยอดเสา วันนั้นป้าจะรู้สึกเงียบเหงาอย่างบอกไม่ถูก
ในวันเฉลิมพระชนม์พรรษานี้ ป้าจึงขอนำอาหารชนิดหนึ่งซึ่งเป็นสูตรที่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเคยทรงประกอบ ชื่อ ไข่พระอาทิตย์ มาเผยแพร่ให้แก่สมาชิกได้ทดลองทำรับประทาน อาหารชนิดนี้ป้าเคยส่งสูตรให้หลานๆที่ไปเรียนต่างประเทศได้ทำรับประทานกัน ซึ่งก็ได้รับความนิยมมากเพราะสะดวกรวดเร็ว และอร่อยยิ่งนัก
ไข่พระอาทิตย์ เป็นสูตรอาหารที่ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯพระราชทานให้กรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ นำไปตีพิมพ์ลงในหนังสือ สูตรอาหารต้นตำหรับข้าวหอมมะลิไทยในครัวนานาชาติ โดยหนังสือเล่มนี้ได้เผยแพร่ไปทั่วโลก เพื่อประชาสัมพันธ์ข้าวหอมมะลิของไทยให้เป็นที่รู้จักของทุกประเทศ
สำหรับที่มาและวิธีทำ ของสูตร อาหารพระราชทาน ไข่พระอาทิตย์ กรมการค้าต่างประเทศได้อัญเชิญลายพระหัตถ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี มาบันทึกไว้ ในหนังสือ สูตรอาหารต้นตำหรับข้าวหอมมะลิไทยในครัวนานาชาติ ความว่า
เมื่อข้าพเจ้ายังเด็ก พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเคยทรงประกอบอาหารพระราชทานเรียกว่า ไข่พระอาทิตย์
วิธีทำ ไข่ฟองหนึ่ง ตีให้ไข่ขาวและไข่แดงเข้ากันเหมือนเวลาจะตีไข่ทำไข่เจียว (ไม่ตีมากเหมือนทำเค้ก)
ใส่ข้าวสุกประมาณทัพพีหนึ่ง
เครื่องปรุงรสใส่แม็กกี้ ( ที่เมืองนอกสมัยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระเยาว์ หาน้ำปลาได้ยาก แต่สมัยนี้เราชอบใส่น้ำปลามากกว่า)
ตั้งกระทะใส่น้ำมันเล็กน้อยไม่ใส่มากเหมือนทำไข่เจียว
เทไข่ผสมข้าวลงไป จนสุกตรงขอบกรอบๆ ตรงกลางแฉะๆสักนิดก็ได้ ใส่จาน
มีผู้ถามว่าทำไมเรียกว่าไข่พระอาทิตย์ ข้าพเจ้าทูลถาม ทรงเล่าว่า เมื่อส่องกล้องแล้ว พื้นผิวดวงอาทิตย์มีลายเหมือนเมล็ดข้าว ภาษาฝรั่งเศสเรียกว่า Grain de riz
http://www.suanlukchan.com/chanruean_image/egg.jpg
http://www.suanlukchan.com/chanruean_image/egg2.jpg
http://www.suanlukchan.com/chanruean_image/egg3.jpg
http://www.suanlukchan.com/chanruean_image/egg4.jpg
http://www.suanlukchan.com/chanruean_image/egg10.jpg
ขอพระองค์ทรงพระเจริญ
ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ
ข้าพระพุทธเจ้า ชาวสมาชิกสวนลูกจันทร์ ดอทคอม
5 ธันวาคม 2548
</TD></TR><TR height=20><TD></TD></TR><TR><TD>เขียนโดย :ป้าLily
ลงบทความ : วันที่ 2 ธ.ค. 2548 เวลา 21:36:08
</B>
</TD></TR></TBODY></TABLE>
ที่มา : http://www.suanlukchan.com/discussion.php?suan_chanruean_id=94