PDA

View Full Version : อยากทราบคาถาบูชาสมเด็จพระนเรศวรมหาราชค่ะ


watchira
01-12-2004, 10:54 PM
อยากทราบคาถาบูชาสมเด็จพระนเรศวรมหาราชค่ะ ใครทราบช่วยบอกทีค่ะ

MBNY
13-12-2004, 06:42 PM
คาถาบูชาสมเด็จพระนเรศวรมหาราช

นะมามิ สิระสา พิมพัง พุทธะ ญาณะ นเรศวร
สัพพะ ทุกขะ สเมคารัง สันติทัง สุขะทัง สะทาติ

http://bpp75.tripod.com/


:)

นายฉิม
14-12-2004, 02:35 PM
"สมเด็จพระนเรศวรมหาราช" ทรงเป็นพระโอรสใน "สมเด็จพระมหาธรรมราชา" (สมเด็จพระศรีสรรเพชญ์) กับ "พระวิสุทธิกษัตริย์"พระราชบิดาสืบเชื้อสายราชสกุลมาจากราชวงศ์"พระร่วง"แห่งกรุงสุโขทัยส่วนพระราชมารดาเป็นพระธิดา ใน"สมเด็จพระมหาจักรพรรดิ"กับ "สมเด็จพระศรีสุริโยทัย" (วีรกษัตริย์ที่สิ้นประชนม์บนคอช้าง เมื่อ พ.ศ. ๒๐๙๑ ) ราชวงศ์ "สุพรรณภูมิ"ทรงพระราชสมภพเมื่อปีเถะพ.ศ. ๒๐๙๘ ณ พระราชวังสนามจันทร์เมืองพิษณุโลก ขณะทรงพระเยาว์ มีพระนามสามัญว่า "พระองค์ดำ" ทรงมีพระพี่นาง ๑ องค์พระนามว่า "พระสุพรรณเทวี" (สุวรรณกัลยานี) และพระอนุชา ๑ องค์ พระนามว่า "พระเอกาทศรถ" (พระองค์ขาว) เมื่อสมเด็จพระมหาจักรพรรดิเสด็จสวรรคตใน พ.ศ. ๒๑๑๑ พระราชโอรส ก็เสด็จขึ้นครองราชย์ทรงพระนามว่า "พระมหินทราธิราช" บ้านเมืองในราชการนี้เกิดศึกสงครามมากมาย เพราะพระเจ้าหงสาวดี (บุเรงนอง) ต้องการยึดกรุงศรีอยุธยาเป็นประเทศราชของพม่าให้ได้และประสบผลสำเร็จ เมื่อพระมหาธรรมราชาพระราชบุตรเขยซึ่งครองหัวเมือฝ่ายเหนือ คือ เมืองพิษณุโลกเอาใจออกห่างไปฝักใฝ่กับพม่า พระเจ้าหงสาวดี จึงถือโอกาสยกทัพมาตีกรุงศรีอยุธยา และให้พระยาจักรี (เชลยศึก)แสร้งทำอุบายหนีจากพม่ามาลอบเปิดประตูเมืองรับกองทัพพม่าเข้าเมือง กรุงศรีอยุธยาถูกโจมตีทุกด้านจนต้องเสียเอกราชให้แก่พม่าเมื่อวันอาทิตย์ เดือน ๙ แรม ๑๑ ปีมะเส็ง พ.ศ.๒๑๑๒

"สมเด็จพระนเรศวร" ทรงเจริญพระชันษาในพม่าตั้งแต่พระชนมายุได้ ๙ พรรษาเนื่องจาก พระเจ้าบุเรงนอง ต้องการนำเอาพระองค์เป็นตัวประกัน มิให้พระมหาธรรมราชาคิดกระด้างกระเดื่องจนพระชนมายุได้ ๑๕ พรรษา ก็ได้กลับมาเป็นพระมหาอุปราชปกครองเมืองพิษณุโลก "สมเด็จพระนเรศวร"ทรงมีพระทัยกล้าหาญเด็ดเดี่ยว และเฉลียวฉลาดตั้งแต่ทรงพระเยาว์ดังได้แสดงให้ปรากฏในการตีหัวเมืองพม่าที่แข็งเมืองต่อหงสาวดี ต่อมาได้ทรงรวบรวมคนไทยที่มีความสามารถและมีฝีมือมาฝึก จนมีความเชี่ยวชาญทางยุทธวิธีการรบทั้งแบบไทยและแบบพม่าพระองค์ได้ทรงเหนื่อยยากตรากตรำพระวรกาย เพื่อกอบกู้เอกราชที่เราต้องเสียให้แก่พม่ากลับคืนมา ทรงพระวิริยะอุตสาหะในการสร้างความมั่นคงให้แก่ชาติบ้านเมืองในปี พ.ศ. ๒๑๒๗ "สมเด็จพระนเรศวร" ทรงทำพิธีหลั่งน้ำทักษิโณทกประกาศอิสรภาพของกรุงศรีอยุธยา นับเป็นการกอบกู้เอกราชของไทยจากพม่า หลังจากนั้นได้ทรงทำสงครามป้องกันประเทศจากการรุกรานของพม่าหลายครั้งจนพม่าเกิดความขยาดไม่กล้ารุกรานไทยอีก นอกจากนี้ ยังได้ทรงยกทัพไปตีเมืองประเทศราชของพม่าถึง ๕ ครั้ง ทำให้อาณาเขตของไทยแผ่ขยายออกไปมากกว่าครั้งใด ๆ นับตั้งแต่กรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี

"สมเด็จพระนเรศวร"ทรงเป็นนักรบกล้าและทรงเป็นผู้นำที่เข้มแข็งปลุกปลอบขวัญและผนึกกำลังสามัคคีคนไทยทั้งชาติเข้าด้วยกันขับไล่ศัตรูให้พ้นไปจากผืนแผ่นดินไทย พระองค์ทรงออกรบนำหน้าทัพทุกครั้ง โดยไม่พรั่นพรึงต่อศาสตราวุธของฝ่ายตรงข้าม วีรกรรมที่ตำบลบางประหันและการทำยุทธหัตถีที่ตำบลหนองสาหร่าย เป็นเครื่องยืนยันถึงความกล้าหาญเด็ดเดี่ยวของพระองค์ พระบรมเดชานุภาพเป็นที่เลื่องลือเกรงขามทุกทิศานุทิศ แม้ในวาระสุดท้ายแห่งพระชนม์ชีพในปี พ.ศ. ๒๑๔๘ ก็กำลังเสด็จไปในงานพระราชสงครามเพื่อความเป็นไทอันไพบูลย์ของพระสกนิกรในพระองค์ แม้ว่าจะเสด็จสวรรคตแล้วก็ตาม แผ่นดินไทยก็ยังว่างเว้นศึกสงครามอีกเป็นเวลานาน ด้วยวีรกรรมของพระองค์ทำให้คนไทยได้มีองค์พระมหากษัตริย์พระองค์หนึ่งที่ทรงเป็น "มหาราช" พระองค์แรกในสมัยกรุงศรีอยุธยาทรงพระนามว่า "สมเด็จพระนเรศวรมหาราช"


--------------------------------------------------------------------------------
กองทัพเรือได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของพระนาม "สมเด็จพระนเรศวรมหาราช" จึงได้ขอพระราชทานนาม "นเรศวร" เป็นชื่อเรือ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความสำคัญและเป็นนิมิตหมายว่า เรือหลวงนเรศวร จะสร้างชื่อเสียงและวีรกรรมให้ปรากฏเช่นเดียวกับวีรบุรุษของไทยที่ได้เคยสร้างชื่อเสียงมาแล้วในอดีต

นายฉิม
14-12-2004, 02:36 PM
พ.ศ. ๒๑๑๓ เสด็จออกร่วมรบกับทหารโดยขับไล่กองทัพเขมรได้สำเร็จ
พ.ศ. ๒๑๑๔ ได้รับสถาปนาให้ปกครองเมืองพิษณุโลก เมื่อพระชนมายุ ๑๖ พรรษา
พ.ศ. ๒๑๑๗ เสด็จไปรบที่เวียงจันทน์ เผอิญทรงประชวรเป็นไข้ทรพิษจึงเสด็จกลับ
พ.ศ. ๒๑๒๑ ทรงทำสงครามขับไล่พระยาจีนจันตุออกไปจากกรุงศรีอยุธยา
พ.ศ. ๒๑๒๗ ทรงประกาศอิสรภาพที่เมืองแครง และกวาดต้อนคนไทยกลับพระนคร
พ.ศ. ๒๑๒๗-๒๑๓๐ พม่ายกกองทัพมาตีไทยถึง ๔ ครั้ง แต่ถูกไทยตีแตกพ่ายกลับไป
พ.ศ. ๒๑๓๓ ทรงเสด็จครองราชย์ ณ กรุงศรีอยุธยาเมื่อพระชนมายุ ๓๕ พรรษา
พ.ศ. ๒๑๓๕ ทรงทำสงครามยุทธหัตถี และมังกะยอชะวา สิ้นพระชนม์
พ.ศ. ๒๑๓๖ ทรงยกกองทัพไปตีเขมรและจับพระยาละแวกทำพิธีปฐมกรรม
พ.ศ. ๒๑๓๘ และ พ.ศ. ๒๑๔๑ ทรงกรีฑาทัพไปตีกรุงหงสาวดี ครั้งที่ ๑ และครั้งที่ ๒
พ.ศ. ๒๑๔๘ ทรงกรีฑาทัพไปตีกรุงหงสาวดี เมื่อไปถึงเมืองหางหรือเมืองห้างหลวง ทรงพระประชวรเป็นหัวระลอกขึ้นที่พระพักตร์ เสด็จสวรรคต ณ ทุ่งแก้ว เมืองห้างหลวง ตรงกับวันขึ้น ๘ ค่ำ เดือน ๖ ปีมะเส็ง พระชนมายุ ๕๐ พรรษา ครองราชย์สมบัติได้ ๑๕ ปี