PDA

View Full Version : ธรรมะรอบกองไฟ ( บับเว็บ )


เด็กบ้านยางสีสุราช
30-11-2004, 08:52 PM
ธรรมะรอบกองไฟ อ่านได้ตาม link นี้นะครับ

ธรรมะรอบกองไฟ (http://www.dhammajak.net/book/index.htm)


(verygood) (verygood) (verygood) (verygood) (verygood)


เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้น สนใจพระพุทธศาสนา อ่านง่าย ม่วนซื่นโฮแซว

เด็กบ้านยางสีสุราช
30-11-2004, 08:54 PM
ธรรมะก็เหมือนกับกองไฟ
ที่เมื่อเรานั่งใกล้พอ และเติมฟืนให้ สม่ำเสมอ
มันก็จะให้ความสว่าง และความอบอุ่นแก่ชีวิต

ถ้าเราไม่รู้จักกองไฟ
เราก็จะอยู่ในความมืด และหนาวเหน็บ

แต่ถ้าเรารู้จักกองไฟแบบผิดๆ
เราก็อาจจะเอามือไปจับก้อนฟืนนั้นมากอดไว้ ให้โทษแก่ตัวเอง
(smile) (deejai) (smile) (deejai) (smile) (deejai) (smile) (deejai) (smile) (deejai)

กระเจียว
30-11-2004, 08:57 PM
เยี่ยมๆๆๆ

อนุโมทนาในธรรมทานความวิริยะอุตสาหะของคุณเด็กบ้านยางที่กรุณาพิมพ์คัดลอกค่ะ ชื่นใจ

(kiss)

ฉบับหนังสือกระเจียวก็มี ซื้อเหมามาเลย พอดีเขาขายถูกด้วยค่ะ เวลาเอาบริจาคจะดีมาก เด็กๆ จะอ่านง่าย เพราะหนังสือเล่มนี้
คุณขวั_เพียง หทัย ใช้ภาษาที่เข้าใจง่าย ภูมิใจกับนักเขียนท่านนี้มากค่ะ

แม่กระเจียว ถืออ่านตลอดเลย ช่วงนี้

เด็กบ้านยางสีสุราช
30-11-2004, 08:59 PM
ตรงนี้ มีพูดถึงคุณเฉลิมชัย ( ศิลปิน ในดวงใจข้อยคนหนึ่ง ) ด้วย



จึงได้นั่งนึกว่าจะทำอย่างไรหนอกับความโกรธของตัวเองเพราะโกรธแล้วก็เป็นทุกข์เหลือเกิน ทำให้มีเรื่องราวเกิดขึ้น และทำให้คู่กรณีของเราก็โกรธเป็นทุกข์ไปด้วยอีกคน ช่างไม่ดีจริง ๆ เลยความโกรธนี่


คุณเฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ เขียนเล่าไว้ในหนังสือประวัติชีวิตของเขาเองว่า “ วันหนึ่ง ผมก็ลุกขึ้นมาประกาศเลยว่า พรุ่งนี้ผมเลิกชั่วตลอดชีวิต แล้วผมก็เลิกเลย “


ช่างเป็นคนเข้มแข็งอะไรปานนั้น ฉันนึกนิยมในใจ ครั้นจะเลียบแบบบ้างก็คิดว่าคงไปไม่ได้ไกล สำหรับหัวข้อความโกรธนี้ เพราะจะเลิกโกรธพรุ่งนี้ไปตลอดชีวิตเลยได้ไง ในเมื่อโกรธแล้วยังไม่รู้ตัวเลย ตามไม่ทัน เห็นทีจะต้องเอาคุณเฉลิมชัยไปเป็นตัวอย่างแก่ตนเองในข้ออื่นจะดีกว่า คิดได้ดังนั้นแล้ว ฉันก็ย้ายวิก


ฉันไปดูตุ๊กตาล้มลุกเป็นตัวอย่างและเป็นกำลังใจ


ไม่เป็นไร วันนี้โกรธแล้วก็แล้วไป พรุ่งนี้ตั้งต้นไม่โกรธกันใหม่ ล้มแล้วก็ลุกไปเรื่อย ๆ ผ่อนคลายตัวเองหน่อย พระพุทธเจ้าสอนว่าทางสายกลาง แต่อย่าหย่อนเกินไปก็แล้วกัน ไม่งั้นจะเป็น “ โกรธได้ย่ะ “ “ จะโกรธย่ะ “ อันนี้คือล้มไม่ลุก

(b-inlove) (b-lablin) (b-inlove) (b-lablin) (b-inlove) (b-lablin) (b-inlove) (b-lablin)

เด็กบ้านยางสีสุราช
30-11-2004, 09:02 PM
Originally posted by กระเจียว
เยี่ยมๆๆๆ

อนุโมทนาในธรรมทานความวิริยะอุตสาหะของคุณเด็กบ้านยางที่กรุณาพิมพ์คัดลอกค่ะ ชื่นใจ

(kiss)

ฉบับหนังสือกระเจียวก็มี ซื้อเหมามาเลย พอดีเขาขายถูกด้วยค่ะ เวลาเอาบริจาคจะดีมาก เด็กๆ จะอ่านง่าย เพราะหนังสือเล่มนี้
คุณขวัญเพียง หทัย ใช้ภาษาที่เข้าใจง่าย ภูมิใจกับนักเขียนท่านนี้มากค่ะ

แม่กระเจียว ถืออ่านตลอดเลย ช่วงนี้


ฮูยย์ อนุโมทนากับกระเจียวด้วย ที่ทำใ้ห้คุณแม่ของกระเจียวสนใจธรรมะได้ ( เอ๊ะ หรือแม่ของกระเจียวสนใจธรรมะมานานแล้ว )

เด็กบ้านยางปฏิบัติไม่ค่อยถึงไหนอ่ะ พ่อกับแม่ก็เลยไม่ได้มาสนใจธรรมะตาม แต่ต้องเก่งกว่านี้ให้ได้ ท่านจะได้หันมาทางธรรมบ้าง (f) (f)

เด็กบ้านยางสีสุราช
30-11-2004, 09:24 PM
ขอเสริมอีก

ที่เด็กบ้านยาง ตะลึงตึงตึง ก็คือ

ศัพท์

โลภ (b-lablin) (b-lablin) (b-lablin)


โกรธ(b-angry) (b-angry) (b-angry)


หลง(b-green) (b-green) (b-green)


ที่คนทั่วไปมักเข้าใจผิด ( รวมทั้งข้อยพร้อม พวมฮู้กะตอนพิมพ์นี่ล่ะ )


โลภ โกรธ หลง
ต่อไปจะต้องเล่าถึงเรื่องโอวาทปาติโมกข์ แต่ก่อนจะเล่าต้องแทรกเรื่องของศัพท์ 3 ตัวนี้ไว้เป็นตัวนำเรื่อง


เวลาเราอ่านหนังสือธรรมะ คำที่เจอบ่อยก็คือ โลภ โกรธ หลง เพราะมันคือกิเลส ตัวที่ทำให้เราวุ่นวายกันทั้งชีวิตนั่นแหละ


แต่ความหมายของมัน ต่างจากในภาษาไทยที่เราพูดกันอยู่บ้าง จึงอยากให้เข้าใจกันไว้เลา ๆ เวลาไปอ่านเจอ จะได้รู้ว่าท่าน หมายถึง โลภ โกรธ หลง ในบาลี


เคยได้ยินคนพูดกันมากเลยว่า เรื่องโลภนั้นไม่โลภหรอก มีแต่โกรธ ยังโกรธอยู่มาก คนเราจะรู้สึกอย่างนี้กัน เพราะเราคิดว่าโลภคืออยากได้ของคนอื่น หรืออยากได้ข้าวของอะไรไม่หยุด เรียกว่า โลภมาก


แต่คำว่า โลภหรือโลภะ นั้น ท่านหมายถึงความพอใจ อะไรในโลกนี้ที่ทำให้พอใจ จัดเข้าหมวดโลภทั้งนั้น ตอนเย็นเลิกงานกลับบ้านแล้วว่าง นั่งดูโทรทัศน์สบายใจ ดูโทรทัศน์ก็จัดเป็นโลภไปแล้ว เพราะทำให้เราเกิดความพอใจ เมื่อพอใจก็ติดอยู่ในโลก อยากจะเกิดมาสบายอย่างนี้อีก ได้ดูอะไรสนุก ๆ อย่างนี้อีก เป็นต้น


ไปทอดกฐิน เอากลองฉิ่งฉับไว้ท้ายรถ ร้องเพลงกันไป ตั้งแต่กรุงเทพฯถึงอุดรธานี ก็ได้ทำบาปเรื่องโลภไปตลอดทาง


พูดอย่างนี้แล้ว ชีวิตเหมือนจะอยู่ไม่ได้ อะไรวะ ! ดูโทรทัศน์ก็ไม่ได้ ร้องเพลงก็ไม่ได้ ตายดีกว่า ความจริงตายก็ไม่ดีกว่า เพราะต้องไปเกิดใหม่อีก โอ๊ย ! กลุ้ม

เด็กบ้านยางสีสุราช
30-11-2004, 09:25 PM
อันนี้ก็ไม่ต้องไปกลุ้มหรอก ก็ท่านสอนไว้ทุกระดับขั้น ตั้งแต่ต่ำสุดคือ ไม่โลภไปอยากได้ของคนอื่น แล้วชิงมา ค่อย ๆ สูงไปเรื่อย ๆ จนถึงขั้นสูงสุดคือ ไม่ยินดีพอใจในอะไร ใครทำได้แค่ไหนก็เอาแค่นั้น ไม่อย่างนั้น เราคงต้องตามเอายูบีซีไปถวายพระธุดงค์ที่ถ้ำบนยอดเขา


ส่วนคำว่า โกรธหรือโทสะนั้น ในภาษาไทยว่าโกรธคือโมโหนั่นแหละ แต่ถ้าโทสะ ก็หมายถึง ใดๆในโลกที่ไม่พอใจ ท่านจัดไว้เป็นโทสะ


เรื่องที่เราไม่ได้โมโห แต่เราไม่ชอบ รวมทั้งเรื่องเศร้าเสียใจ ร้องไห้ ในภาษาไทย ถ้าบอกว่าร้องไห้เป็นโกรธก็คงฟังดูตลก แต่ในบาลีท่านหมายถึงทุกอย่างในฝ่ายที่ไม่ยินดี จัดเข้าพวกเดียวกันในบาลีท่านหมายถึงทุกอย่างในฝ่ายที่ไม่ยินดี จัดเข้าพวกเดียวกันหมด เพราะฉะนั้น เสียใจร้องไห้ก็คือลูกน้องของกลุ่มไม่ยินดีด้วย


ส่วนหลง ก็คือไม่รู้

โมหะคือ หลงนี้ คือไม่รู้ มีความไม่รู้หลายแบบมาก ท่านพุทธทาสอธิบาย ยกตัวอย่างเป็นบางตัวไว้ดังนี้

มานะ แปลว่า สำคั_ผิด คิดว่าเราเลวกว่าเขา เราดีกว่าเขา เราเสมอเขา แล้วทำให้เกิดความรู้สึกต่าง ๆขึ้น เช่นเกิดปมด้อย ปมเขื่อง

ทิฐิ ในที่นี้ หมายถึง ฝ่ายที่เป็นอกุศล คือ มีความเข้าใจผิดต่าง ๆ เข้าใจผิดในเรื่องไม่เที่ยงว่าเที่ยง เรื่องทุกข์ว่าเป็นสุข เข้าใจสิ่งไม่ใช่ตัวตนว่าตัวตน อย่างนี้ หรือเข้าใจผิดถือว่าตายแล้วเกิดแน่ หรือเข้าใจผิดว่าตายแล้วหมดกัน ไม่มีอะไรเหลือ คำว่าทิฐินี้ก็แปลว่าหลง เป็นโมหะเหมือนกัน


สงสัย คือ ยังไม่รู้ สงสัยเรื่อยไป

ความซึมเซาเหงอหงอย ไม่มีความกล้าหา_ร่าเริง อย่าเข้าใจว่า ความง่วงเหงา ซึมเซา เกียจคร้านนี้ ว่าไม่ใช่กิเลส ที่แท้เป็นกิเลสชนิดหนึ่งเต็มที่ของมันทีเดียว เป็นกิเลสประเภทโมหะ

ความฟุ้งซ่าน สงบไม่ได้ ฟุ้งขึ้นตามอารมณ์เรื่อย

ความไม่ละอายต่อบาป ไม่กลัวความชั่ว


ตอนนี้คงเข้าใจความหมายของ โลภ โกรธ หลง กันแล้วในทำนองบาลี ต่อไปก็จะได้เข้าหลักธรรมที่ 2 คือ โอวาทปาติโมกข์


(b-love2u) (b-love2u) (b-love2u) [b-wai] [b-wai] [b-wai] (b-love2u) (b-love2u) [b-wai] [b-wai]