PDA

View Full Version : จิตา ไวษณวี .....นวนิยายที่สอนธรรมะเบื้องต้นโดยทมยันตี


มีน
29-11-2004, 08:57 PM
ดิฉันรู้สึกขอบคุณคุณทมยันตี ที่ได้เขียนยวนิยายที่แฝงเรื่องราวของธรรมะ พลังจิต เทพเจ้า ด้วยผู้เขียนต้องการจะบอกเล่าสิ่งที่รู้ ก่อนจะกลับบ้าน...เลยอยากแบ่งปันให้ผู้ที่เริ่มสนใจธรรมะที่อธิบายอย่างง่ายๆ แต่รู้ค่ะ
เช่น กรรมะใดที่กระทำ ย่อมเกิดผลเรียกว่า วิบาก วิบากดีฤาชั่ว เลือกรับมิได้ หากสะสมวิบากดีมากเท่าไร จักเป็นพลังงานทำให้วิ__าณพุ่งไปสู่มรรคาแห่งอริยมรรค วิบากชั่วถ้าน้อยกว่าน้อย ย่อมมิมีแรงตาม การบอก แค่รู้ การค้นพบตนเอง เป็นการรู้แจ้ง วิ__าณ เป็นธาตุรู้ เมื่อธาตุรู้เป็นพุทธะ คือตื่นแล้ว ตื่นภายในย่อมไม่เหมือนตื่นภายนอก ตื่นภายนอกประกอบด้วยวิกิจฉา ...สงสัยไปหมด แต่ตื่นจากภายในปราศจากความสงสัย
มาแบ่งปันสิ่งดีๆด้วยกันเถอะค่ะ

บัวใต้น้ำ
01-12-2004, 12:32 PM
อ่านมา 2-3 ปี ที่แล้วน่ะ

อ่านเกือบหมดแล้ว นิยายธรรม ของป้าทมยันตี

ดีครับ คนเขียนแนวนี้ ที่ผมเห็น ก็มี 2 ท่าน
ทมยันตี กับ ดังตฤณ

ถ้าใครรู้เพิ่มเติมก็บอกด้วยครับ

จิตา
02-11-2006, 07:46 AM
นวนิยายเรื่องนี้ดีมาก ๆ ครับ น่าจะมีภาคต่อไป

ง้วนดิน
05-11-2006, 06:12 AM
ดิฉันรู้สึกขอบคุณคุณทมยันตี ที่ได้เขียนยวนิยายที่แฝงเรื่องราวของธรรมะ พลังจิต เทพเจ้า ด้วยผู้เขียนต้องการจะบอกเล่าสิ่งที่รู้ ก่อนจะกลับบ้าน...เลยอยากแบ่งปันให้ผู้ที่เริ่มสนใจธรรมะที่อธิบายอย่างง่ายๆ แต่รู้ค่ะ
เช่น กรรมะใดที่กระทำ ย่อมเกิดผลเรียกว่า วิบาก วิบากดีฤาชั่ว เลือกรับมิได้ หากสะสมวิบากดีมากเท่าไร จักเป็นพลังงานทำให้วิ__าณพุ่งไปสู่มรรคาแห่งอริยมรรค วิบากชั่วถ้าน้อยกว่าน้อย ย่อมมิมีแรงตาม การบอก แค่รู้ การค้นพบตนเอง เป็นการรู้แจ้ง วิ__าณ เป็นธาตุรู้ เมื่อธาตุรู้เป็นพุทธะ คือตื่นแล้ว ตื่นภายในย่อมไม่เหมือนตื่นภายนอก ตื่นภายนอกประกอบด้วยวิกิจฉา ...สงสัยไปหมด แต่ตื่นจากภายในปราศจากความสงสัย
มาแบ่งปันสิ่งดีๆด้วยกันเถอะค่ะ


ชอบเหมือนกันขะ
นิยายแนวธรรมะของคุณป้าอี๊ด "ทมยันตี"
"ง้วนดิน" มีแทบจะทุกเล่มเลยขะ
เรื่อง "ฌาน" ก้อดีนะคะ
แล้ว "จิตตะเทวะ" อ่านรึยังคะ
ไว้เรามาคุยแลกเปลี่ยนกันนะคะคุณ "มีน"

ง้วนดิน
05-11-2006, 06:29 AM
อ่านมา 2-3 ปี ที่แล้วน่ะ

อ่านเกือบหมดแล้ว นิยายธรรม ของป้าทมยันตี

ดีครับ คนเขียนแนวนี้ ที่ผมเห็น ก็มี 2 ท่าน
ทมยันตี กับ ดังตฤณ

ถ้าใครรู้เพิ่มเติมก็บอกด้วยครับ



ดีจังขะคุณ "บัวฯ"
"ง้วนดิน" เจอคนชอบเหมือนกันอีกคน
(ไม่อยากพูดว่า "ใต้น้ำ" เรยขะ
เล่นอ่านนิยายธรรมะของคุณป้าอี๊ดเกือบหมดแล้ว
ขนาดนี้คงไม่ "ใต้น้ำ" หรอกขะ)

"ง้วนดิน" แนะนำนักเขียนแนวนี้อีกคนขะ
"ภูเตศวร" ขะ เป็นศิษย์ก้นกฏิคุณป้าอี๊ด "ทมยันตี" เรยขะ
คุณ "ภูเตศวร" มีอีกนามปากกาว่า "วิศวนาถ"
ใช้เขียนเรื่องอีกแนวขะ (เรื่องทางโลก)

เรื่องของคุณ "ภูเตศวร" ก้อมี
"ศิวนาฏราช" "ร่าง" "มุนี" "อมิตตา"
"มนต์นาคราช" "เทพบุตรมาร" "มารโลเก"
"สัญญาจากลาซา" (เรื่องนี้เป็นเรื่องของลามะทิเบต
กลับชาติมาเกิด สนุกดีขะ)

ลองหาอ่านดูนะคะ

เข้าไปดูที่เว็บไซต์นี้ก้อด้ายขะ
"ธรรมะ ๕ นาที" ของ "ภูเตศวร"
http://www.dhamma5minutes.com/ (http://www.dhamma5minutes.com/)

หรือ
ไปดูที่เว็บไซต์สำนักพิมพ์ ณ บ้านวรรณกรรม
http://www.nabaanwannagum.com/ (http://www.nabaanwannagum.com/)

อ่านแล้วมาคุยกันนะคะ

ง้วนดิน
06-11-2006, 03:12 AM
"ง้วนดิน" ขอคัดลอกข้อความดีดี
จากหนังสือของคุณป้าอี๊ด "ทมยันตี"
มาให้อ่านอีกครั้งนะคะ

เคยนำมาลงในเว็บนี้ไปแล้ว
แต่ขอนำมารวมไว้ให้อ่านกันที่นี่อีกทีนะคะ

แล้วว่าง ๆ จาทยอยคัดลอกข้อธรรมดีดี
จากหนังสือของคุณป้าอี๊ด กับคุณ "ภูเตศวร" มาให้อ่านอีกขะ



.....................................................
มนุษย์ที่ถูก “โลกวาง” กับมนุษย์ที่ “วางโลก”
.....................................................


มนุษย์เมื่อรู้ “ที่ไป” เมื่อรู้ตนต้อง “วาง”
วัตถุในโลกย่อมไร้ค่า

มนุษย์ที่ถูก “โลกวาง” กับมนุษย์ที่ “วางโลก”
ความสุขสงบจะแตกต่างกัน

มนุษย์ที่ถูก “โลกวาง” คือผู้แพ้
มนุษย์ที่สามารถ “วางโลก” ได้ คือผู้มีชัย

ผู้วางทรัพย์สมบัติ เกียรติยศ และสิ่งอื่น ๆ ลงได้
กระทั่งท้ายสุด สังขาร
จะรู้แจ้งแล้วด้วยทุกข์
ต้นเหตุแห่งทุกข์
จากนั้นจะก้าวย่างไปสู่ “มรรค”
หนทางแห่งการดับทุกข์ได้อย่างปลอดโปร่ง

โลกเองก็มีลักษณะเป็นสังขาร
โลกย่อมแปรเปลี่ยน ไม่คงทน
โลกจึ่งเป็นมายา ใครเล่าจับ “มายา” ได้ ?



....................................................
“ทมยันตี” จากหนังสือนวนิยายเรื่อง “จิตา”
....................................................

ง้วนดิน
06-11-2006, 03:16 AM
.........................................
"เมื่อเราเกิด...เชื่อหรือไม่ว่า..."
.........................................

<HR style="COLOR: #ffffff" SIZE=1>
<!-- / icon and title --><!-- message -->“เมื่อเราเกิด เชื่อหรือไม่ว่า

สรรพสิ่งนับล้านล้านชีวิตเตรียมต้องตาย เพื่อให้วิถีทางแก่เรา

ลมแบ่งปันอากาศให้เราหายใจ
น้ำทุกละอองกลายเป็นหยาดหยดยาวนาน ให้เราดื่ม กิน
ความร้อน พลังงานแห่งดวงอาทิตย์ปันให้เรา

เราเคยยิ้มให้ดวงอาทิตย์บ้างไหม
ดวงอาทิตย์ให้...ให้ความร้อนแก่เรา และกำลังเดินทางไปสู่ความดับ

เราเคยก้มลงดูดินที่เราเหยียบบ้างไหม
แม่พระธรณีไม่เคยบ่น แม่พระธรณีให้พืชพันธุ์ธัญญาหารแก่เรา

วัว หมู เป็ด ไก่ ปลา ให้ชีวิตพลีแก่เรา
แม้แต่แมลงเล็ก ๆ ก็ทำหน้าที่ให้เรา

ฉะนั้น ถ้าเราจะต้องตาย เพื่อหลีกให้วิถีชีวิตอื่นบ้าง
เราจะคร่ำครวญเกรงกลัวไย

ถ้าเราดำรงชีวิตอย่างมีศักดิ์ศรี
จงเชื่อมั่น
เราจะเดินไปบนมรณวิถีอย่างมีศักดิ์ศรีเช่นกัน”


........................................................................................................
“มายาวดี” (นามปากกาหนึ่งของ “ทมยันตี”) จากหนังสือเรื่อง “ทิพยอาภา”
........................................................................................................

ง้วนดิน
06-11-2006, 03:22 AM
.....................................................................
มนุษย์มักกระทำตนเฉกไก่ในตะกร้าที่ถูกบรรทุกไปสู่โรงฆ่า
.....................................................................

"สัตว์ทั้งหลายที่เป็นเพื่อนทุกข์
เกิด แก่ เจ็บ ตาย ด้วยกันทั้งหมดทั้งสิ้น
จงเป็นสุข เป็นสุขเถิด...

สัตว์โลกมีความแปรเปลี่ยนเป็นธรรมดา
ความปรวนแปรไม่เที่ยงของสรรพสิ่งทำให้สัตว์โลกเป็นทุกข์
จนกว่าเมื่อใดไม่ยึดเหนี่ยว ไม่หลงในอัตตานั่นแล้วเป็นสุข
ก็เมื่อทุกสรรพสิ่งไม่เที่ยง ทำไมไม่แผ่เมตตาแก่กัน

มนุษย์มักกระทำตนเฉกไก่ในตะกร้าที่ถูกบรรทุกไปสู่โรงฆ่า

ระหว่างทางมันเหยียบย่ำกันเอง จิกตีกันเอง
เหยียบหัวตัวอื่น เพื่อให้ตัวมันสูงสุด
ท้ายสุด...ตายทุกตัว !!!

มนุษย์เล่า...ประพฤติมิได้แผกไก่ในตะกร้า
ทั้ง ๆ ต่างทุกข์ ต่างเดินไปสู่ความตายทั้งสิ้น

มนุษย์เคยได้อะไรจริงจัง
มนุษย์เคยเป็นอะไรตลอดกาลหรือไม่
ทุกอย่างต้องวางไว้ในโลก คืนให้กับโลก

โลก...ก็แปรปรวนไม่เที่ยงแก่มนุษย์ !"


....................................................
“ทมยันตี” จากหนังสือนวนิยายเรื่อง “จิตา”
....................................................





<!-- / message --><!-- sig -->

ง้วนดิน
06-11-2006, 04:38 AM
................................................
มนุษย์ไม่รู้จักคำว่า ‘อยู่เหนือความตาย’
................................................

มนุษย์ไม่รู้จักคำว่า
‘อยู่เหนือความตาย’

เมื่อมนุษย์กลัวตาย มนุษย์ก็ตายหลายหน
เวียนเกิด เวียนตาย
ไม่พิจารณาสภาพตามความจริงของมนุษย์
ที่ให้เป็นอย่างไร ก็ต้องลงเอยด้วยลักษณะของไตรลักษณ์
คือ
อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา

มนุษย์มักยินดีต่อการเกิด กลัวต่อความตาย
มนุษย์จึงไม่ยอมพิจารณาความตาย

เมื่อใดมนุษย์รู้สภาพความจริง
เมื่อนั้นจะไม่กลัวต่อความตาย
หากจะกลัวต่อการเกิดด้วยซ้ำ

มนุษย์ที่กลัวต่อการเกิด
ขวนขวายหาทางไม่เกิด
เมื่อนั้นมนุษย์จะอยู่เหนือความตาย


.......................................................
“ทมยันตี” จากหนังสือนวนิยายเรื่อง “จิตา”
.......................................................

ง้วนดิน
06-11-2006, 04:40 AM
............................................
ชีวิตไม่ได้เกิดเป็นมนุษย์ชาติเดียว
............................................

ชีวิตไม่ได้เกิดเป็นมนุษย์ชาติเดียว
กายอาจจะแตกดับ
แต่วิญญาณไม่แตกทำลาย

การมาเกิดทำให้วิญญาณเรียนรู้ความชอบ ไม่ชอบ
การเป็นมนุษย์ทำให้ดวงวิญญาณประพฤติธรรมได้
โลกมนุษย์จึงเป็นสนามทดสอบของดวงวิญญาณ

เรียนรู้ซิ
สะสมข้อมูลไว้ในวิญญาณเรียกว่า 'สัญญา'
ภูมิแห่งวิญญาณจะสูงขึ้นเรื่อยไป

ในโลกมนุษย์
เราวัดฐานะคนด้วยทรัพย์สิน ด้วยตระกูล ด้วยการงาน
แต่ในโลกวิญญาณ
เขาวัดกันด้วย ‘บารมี’ อันเป็นผลที่สะสมกันมา

บางคนต้องเกิดมาท่ามกลางความทุกข์ยาก
เพราะเพื่อจะได้รู้ทุกข์
บำเพ็ญบารมีหาทางให้พ้นทุกข์

บางคนเกิดมาท่ามกลางความร่ำรวย
ทำไมต้องสละ
เพราะรู้ว่ามีสมบัติก็ทุกข์

การละวางจากสิ่งที่มนุษย์ปรารถนาในทางโลกได้มากเท่าไหร่
จะเป็นผลดีแก่วิญญาณเท่านั้น

เวลาจึงไม่จำเป็น
การประพฤติธรรมต่างหากจำเป็น


..................................................
“ทมยันตี” จากนวนิยายเรื่อง “จิตา”
..................................................