PDA

View Full Version : เสื่อมลาภ เสื่อมยศ คือบททดสอบ


vacharaphol
28-11-2005, 05:06 AM
"...มนุษย์เรานี้ ชีวิตต้องพัฒนา ต้องฝึกฝนตนอยู่เสมอแต่การที่จะฝึกฝนตนนั้น เราต้องมีบททดสอบ และแบบฝึกหัดบางคนอยู่แต่กับความสุขสบาย ไม่มีบททดสอบ เลยไม่รู้ว่าตัวเองเข้มแข็งจริงหรือไม่ อย่างคนที่ปฏิบัติธรรม ถ้าไม่เจอบททดสอบ ก็ยากที่จะรู้ว่า ตัวเองปฏิบัติธรรมข้อนั้นได้จริงหรือไม่ เรามีความเข้มแข็งจริงไหม ชีวิตของเรานี้มีความมั่นคงในใจของตัวเองแค่ไหน ถ้ายังไม่เจอบททดสอบ เราก็ไม่รู้ แต่พอเจอบททดสอบเข้า เจอทุกข์โทมนัส เจอความเสื่อม การสิ้นลาภ สิ้นยศ ก็รู้เลยว่า เราเข้มแข็งจริงไหม

บททดสอบมาแล้ว เอ้า ยินดีเผชิญเลย เอาล่ะ ฉันจะดูตัวเอง ว่าตั้งหลักอยู่ไหม แล้วเราก็สบายใจ จะไปมัวเศร้าโศกเสียใจอยู่ทำไม เมื่อได้บททดสอบมาดูตัวเองแล้ว ถ้าเรายังไม่เข้มแข็งพอ ก็จะได้มีโอกาสพัฒนาตัวต่อไป กลายเป็นว่า เราใช้ปัญญา หรือสิ่งที่เราประสบหรือเผชิญนี้แหละ มาเป็นเครื่องฝึกฝนพัฒนาตัวเอง คนเราที่พัฒนาความสามารถ พัฒนาสติปัญญาขึ้นมานี้ โดยมากก็พัฒนาจากการที่ได้เผชิญปัญหา เผชิญอุปสรรค เผชิญสิ่งยาก แล้วพยายามคิดแก้ไข ไม่ย่อท้อ ส่วนคนที่ไม่เจอสิ่งยาก ไม่เจอปัญหา จะพัฒนาตัวเองยาก ประสบความสำเร็จได้ยาก..."

vacharaphol
28-11-2005, 05:07 AM
<TABLE cellSpacing=1 cellPadding=0 width=550 align=center bgColor=#eeeeee border=0><TBODY><TR><TD bgColor=#ffcc00 height=25>การเกษียณ คือ การเปลี่ยนแปลง</TD></TR><TR><TD bgColor=#ffcc66 height=25> โดย : พระธรรมปิฎก </TD></TR><TR><TD bgColor=#ffffef><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width=450 align=center bgColor=#eeeeee border=0><TBODY><TR><TD vAlign=top bgColor=#ffffef>
"...การเกษียณอายุราชการ เป็นเรื่องของความเปลี่ยนแปลงอย่างหนึ่งในชีวิต ถ้าเรามองแค่เป็นการเปลี่ยนแปลงก็ไม่เป็นไร แต่บางท่านมองเป็นการสิ้นสุด ถ้ามองเป็นการสิ้นสุด ก็จะทำให้รู้สึกว่า เป็นการสูญเสีย แล้วก็ไม่สบายใจการมองอย่างนั้น ที่จริงน่าจะไม่ถูก ความจริงการเกษียณอายุราชการ ไม่ใช่เป็นความสิ้นสุด หรือความสูญเสีย แต่เป็นเพียงความเปลี่ยนแปลง

หลายท่านเมื่ออยู่ในตำแหน่งราชการ เคยมีเกียรติยศ มีฐานะต่างๆ ไปไหน ถ้าเป็นผู้ใหญ่ อย่างเป็นอธิบดี เป็นผู้ว่าราชการจังหวัด พอไปที่นั้นที่นี่ ก็ได้รับเกียรติ ได้รับยกย่อง คนคอยกุลีกุจอล้อมหน้าล้อมหลัง เสนอตัวรับใช้อะไรต่างๆ พอเกษียณอายุราชการ อะไรต่างๆ ก็เปลี่ยนไปแบบฉับพลันทันที แทบจะว่าวันรุ่งขึ้น หรืออีกสัปดาห์ต่อมา พอไปในที่เก่าที่เคยไป ไม่ค่อยมีใครสนใจ อาจจะไม่มีใครกุลีกุจอต้อนรับ

บางท่านเมื่อประสบเข้าอย่างนี้ เลยเกิดความรู้สึกใจฝ่อห่อเหี่ยว สิ้นกำลังใจ เมื่อต้องอยู่ต่อไปในภาวะอย่างนั้น ชีวิตก็เหี่ยวเฉา ความเหี่ยวเฉานี้ เป็นผลร้ายต่อชีวิต ที่จริงการที่ได้ประสบภาวะอย่างนั้น ถ้ามองในแง่ธรรมะ ก็คือโอกาสที่เราจะได้เข้าถึงความจริงของชีวิต เราจะได้มาอยู่กับความจริง และจะได้บอกกับตัวเองได้ ว่านี่แหละ คือโลกที่แท้จริง แต่ก่อนนี้ ต้องสวมหัวโขนกันตลอดเวลา ไม่ได้เห็นความจริง หรือไม่ก็ปั้นหน้าปั้นตามาแสดงต่อกัน แต่ต่อนี้ไป เราจะได้เข้ามาอยู่กับความเป็นจริงเสียที จะได้พูดได้ว่า อ้อ นี่เราเจอแล้ว ความจริงของชีวิต

ความเป็นจริงชองชีวิตนี้ ถ้าเราสัมผัสได้เมื่อไร และวางใจถูก นั้นคือชัยชนะที่แท้ และเป็นความสำเร็จที่ดีที่สุด การที่ได้พ้นไปจากโลกแห่งการสวมหัวโขน มาสู่โลกแห่งความเป็นจริง ย่อมเป็นช่วงเวลาที่ ประเสริฐตอนหนึ่ง เวลานั้นมาถึงแล้ว เหลือเพียงว่า เราจะปรับใจของเรา ในการเข้าสู่ภาวะอย่างนั้นได้ ถูกต้อง โดยมองสถานการณ์ด้วยใจที่เข้าถึงความเป็นจริงได้หรือไม่ อาจจะท่องไว้ในใจว่า การได้อยู่กับความจริง เป็นโอกาสที่ดีที่สุดของชีวิตแล้ว

เรากำลังจะเข้าสู่ชีวิตที่เป็นจริง มาอยู่ในโลกแห่งความเป็นจริง และใจที่อยู่กับความเป็นจริง ก็อยู่ด้วยปัญญา ถ้าเราอยู่ด้วยปัญญา เราก็สบาย ปลอดโปร่งโล่งเบา เป็นอิสระ นอกจากการเกษียณอายุจะเป็นความเปลี่ยนแปลง ที่เป็นโอกาสให้เราเข้าไปอยู่กับโลกแห่งความเป็นจริงของชีวิตแล้ว มันยังเป็นโอกาสที่ชีวิตของเราจะได้พัฒนายิ่งขึ้น เพื่อเข้าถึงอะไรบางอย่าง ที่ชีวิตของเราควรได้ แต่ยังไม่ได้..."

</TD></TR></TBODY></TABLE></TD></TR></TBODY></TABLE>

99919991
28-11-2005, 09:02 AM
ดีจัง