PDA

View Full Version : พระอภิธรรมสังคิณีมาติกา บท ๙ เนววิปากนะวิปากธัมมะ ธัมมา...หลวงปู่ฝั้น


Kob
27-11-2005, 11:32 AM
พระอภิธรรมสังคิณีมาติกา บท ๙ เนววิปากนะวิปากธัมมะ ธัมมา

ในลำดับนี้จะได้แสดงในบทที่ ๙ เนววิปากนะวิปากธัมมะ ธัมมานี้ต่อไป โดยเนื้อความว่า ธรรมทั้งหลายมิใช่วิบากมิใช่เหตุ แปลว่าธรรมไม่มีวิบากไม่มีเหตุปัจจัยดังนี้ โดยความอธิบายว่าธรรมไม่มีทั้งเหตุทั้งผล เปรียบเหมือนบุคคลที่นอนหลับฝันไปว่าได้บริโภคอาหารอิ่มหนำสำราญใจ ครั้งตื่นขึ้นมาแล้วอาหารและความอิ่มในฝันก็หายไปหมด อาหารนั้นก็ได้แก่เหตุ ความอิ่มในอาหารนั้นก็ได้แก่ ผล บุคคลนอนหลับฝันไปนั้นก็ได้แก่ธรรมว่า เนววิปากนะวิปากธัมมะ ธัมมา ฉะนี้ เมื่อตราบใดธรรมนั้นแสดงให้ตรงกับธรรมชื่อว่า เนววิปากนะวิปากธัมมะ ธัมมา ฉะนี้ก็คือพระนิพพานแล้ว เมื่อยังไม่ถึงพระนิพพานตราบใดธรรมดวงนั้นก็ต้องอาศัยบุญบาปที่สัตว์กระทำอยู่ ครั้นถึงพระนิพพานแล้ว บุญบาปก็ศูนย์ไปหมด ดังมีพระบาลีปรากฏอยู่ว่า เอสะ ธัมโม สะนันตะโน ธรรมดวงเดียวนี้แลเป็นธรรมของเก่า เป็นธรรมเครื่องยินดีของสัตตบุรุษทั้งหลาย มีพระพุทธเจ้าเป็นประธาน หรือแปลอีกนัยหนึ่งว่า เป็นธรรมของพระอริยเจ้าทั้งหลายที่ได้ข้ามไปแล้วจากกิเลส ฉะนี้ พระสกวาทีจึงถามขึ้นว่า ธรรมดวงเดียวนี้เป็นธรรมของพระอริยเจ้าทั้งหลาย มีพระพุทธเจ้าเป็นต้นนั้น ข้าพเจ้ามีความสนใจมานานแล้ว ข้าพเจ้าอยากจะรู้จะเข้าใจโดยง่ายๆ เพราะฉะนั้นขอท่านปรวาทีจงแสดงอุปมาอุปไมยเพื่อให้เกิดสันนิษฐาน ณ กาลบัดนี้ พระปรวาทีจึงแสดงอุปมาว่าธรรมดวงนี้เปรียบเหมือนหนึ่งบุคคลที่ย้อมผ้าด้วยสีต่างๆ มีสีเหลือง ดำ แดง เป็นต้น บุคคลที่ย้อมผ้านั้นก็ได้แก่ สังขารนั้นเอง สีต่างๆ นั้นก็ได้แก่วิบากธรรม คือ ผลแห่งบุญและบาปนั้นเอง ผ้านั้นก็ได้แก่ธรรมชื่อว่า เนววิปากนะวิปากธัมมะ ธัมมา นี่เอง เมื่อบุคคลย้อมผ้าและสีต่างๆ นั้นหายศูนย์ไปจากผ้าแล้วผ้านั้น ก็มีสีขาวบริสุทธิ์อย่างเดิม ปราชญ์ผู้มีวิจารณญาณก็พึงสันนิษฐานเข้าใจตามนัยพระพุทธภาษิตอันวิจิตรพิสดาร อาตมาแสดงมาในติกมาติกาบทที่ ๙ แต่โดยสังขิตกถาเพียงเท่านี้.

มหาหิน
27-11-2005, 07:33 PM
กราบหลวงปู่ฯ ด้วยความเคารพยิ่ง....