Kob
27-11-2005, 11:11 AM
พระอภิธรรมสังคิณีมาติกา บท ๘ วิปากะธัมมะ ธัมมา
ในลำดับนี้จะได้แสดงในติกมาติกาบทที่ ๘ ว่า วิปากะธัมมะ ธัมมาสืบต่อไป โดยเนื้อความว่าธรรมทั้งหลายอันเกิดแห่งวิบาก ได้แก่เหตุและปัจจัย เปรียบเสมือนหนึ่งผลมะพร้าวห้าวที่ควรจะงอกออกมาจากผลมะพร้าวได้ และมีบุคคลนำเอาไปปลูกไว้ในแผ่นดิน ต้นมะพร้าวนั้นก็งอกงามเจริญใหญ่โตขึ้นมาจนถึงแก่ตกจั่นแล้ว เป็นมะพร้าวอ่อน มะพร้าวห้าว ต้นมะพร้าวที่งอกงามเจริญนั้นได้แก่ เหตุ บุคคลที่นำไปปลูกลงไว้นั้นได้แก่ปัจจัย ผลมะพร้าวอ่อนผลมะพร้าวห้าวที่ควรจะบริโภคได้นั้นได้แก่วิบาก อีกนัยหนึ่งว่า อกุศลกรรมนั้นเปรียบเหมือนหนึ่งต้นไม้ที่มีพิษสง เมื่อมีผลสุกแล้วก็ให้โทษแก่บุคคลผู้บริโภคฉะนั้น กุศลวิบากนั้นเปรียบดุจหนึ่งต้นไม้ที่ไม่มีพิษสง เมื่อมีผลอันสุกแล้วก็ย่อมยังประโยชน์ให้สำเร็จแก่สัตว์ทั้งหลายทั่วไป โดยเหตุนี้จึงว่าบาปเป็นเหตุ ทุกข์เป็นผล บุญเป็นเหตุสุขเป็นผลดังนี้ เพราะเหตุนั้นสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธะจึงได้ทรงตรัสเทศนาไว้ว่า วิปากธัมมะ ธัมมา ฉะนี้ โดยเนื้อความว่าธรรมทั้งหลายที่เป็นเครื่องอุดหนุนของความสุขพิเศษ เปรียบดุจหนึ่งว่าเครื่องบ่มผลไม้ทั้งปวง มีผลมะม่วงและกล้วย เป็นต้น อีกประการหนึ่งตัวอวิชชานั้น วิบากกรรมเพราะสังขาร วิญญาณ นาม รูป บังเกิดได้นั้นก็ต้องอาศัยแต่อวิชชาเป็นเดิมเหตุ ถ้ามิฉะนั้นก็ต้องอาศัยแก่มูล ๖ คือ กุศลมูล ๓ อกุศลมูล ๓ มูลทั้ง ๖ นี้ เป็นเหตุให้บังเกิดบุญบาป เพราะฉะนั้นจึงได้ชื่อว่า วิปากธัมมะ ธัมมา ฉะนี้
ในลำดับนี้จะได้แสดงในติกมาติกาบทที่ ๘ ว่า วิปากะธัมมะ ธัมมาสืบต่อไป โดยเนื้อความว่าธรรมทั้งหลายอันเกิดแห่งวิบาก ได้แก่เหตุและปัจจัย เปรียบเสมือนหนึ่งผลมะพร้าวห้าวที่ควรจะงอกออกมาจากผลมะพร้าวได้ และมีบุคคลนำเอาไปปลูกไว้ในแผ่นดิน ต้นมะพร้าวนั้นก็งอกงามเจริญใหญ่โตขึ้นมาจนถึงแก่ตกจั่นแล้ว เป็นมะพร้าวอ่อน มะพร้าวห้าว ต้นมะพร้าวที่งอกงามเจริญนั้นได้แก่ เหตุ บุคคลที่นำไปปลูกลงไว้นั้นได้แก่ปัจจัย ผลมะพร้าวอ่อนผลมะพร้าวห้าวที่ควรจะบริโภคได้นั้นได้แก่วิบาก อีกนัยหนึ่งว่า อกุศลกรรมนั้นเปรียบเหมือนหนึ่งต้นไม้ที่มีพิษสง เมื่อมีผลสุกแล้วก็ให้โทษแก่บุคคลผู้บริโภคฉะนั้น กุศลวิบากนั้นเปรียบดุจหนึ่งต้นไม้ที่ไม่มีพิษสง เมื่อมีผลอันสุกแล้วก็ย่อมยังประโยชน์ให้สำเร็จแก่สัตว์ทั้งหลายทั่วไป โดยเหตุนี้จึงว่าบาปเป็นเหตุ ทุกข์เป็นผล บุญเป็นเหตุสุขเป็นผลดังนี้ เพราะเหตุนั้นสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธะจึงได้ทรงตรัสเทศนาไว้ว่า วิปากธัมมะ ธัมมา ฉะนี้ โดยเนื้อความว่าธรรมทั้งหลายที่เป็นเครื่องอุดหนุนของความสุขพิเศษ เปรียบดุจหนึ่งว่าเครื่องบ่มผลไม้ทั้งปวง มีผลมะม่วงและกล้วย เป็นต้น อีกประการหนึ่งตัวอวิชชานั้น วิบากกรรมเพราะสังขาร วิญญาณ นาม รูป บังเกิดได้นั้นก็ต้องอาศัยแต่อวิชชาเป็นเดิมเหตุ ถ้ามิฉะนั้นก็ต้องอาศัยแก่มูล ๖ คือ กุศลมูล ๓ อกุศลมูล ๓ มูลทั้ง ๖ นี้ เป็นเหตุให้บังเกิดบุญบาป เพราะฉะนั้นจึงได้ชื่อว่า วิปากธัมมะ ธัมมา ฉะนี้