บัวใต้น้ำ
19-09-2004, 10:58 AM
วิธีการปฏิบัติเท่านั้นถือว่าเป็นวิชาการดับทุกข์ของพระพุทธเจ้า คนเราไม่เข้าใจไปโทษคนอื่นว่าทำเราให้ไม่สบายใจ เรามัวเมาไปหาแต่สิ่งอื่นว่าทำเรา แต่ตัวเราไม่เคยทำให้ตัวเองสบายใจ ฉะนั้นพระพุทธเจ้าจึงสอนว่าสุขอื่นยิ่งกว่าความสงบไม่มี สุขอื่นยิ่งกว่าความว่างใจไม่มี
คนเรานี่ถ้าว่างแล้วจึงจะสุข ถ้าเราทำงานวุ่น ๆ ไม่สุขหรอก ทำโน่นทำนี่ ห่วงโน่นห่วงนี่จิตใจไม่ว่างมันวุ่น ตัวอยู่นี่ใจไปอยู่โน่น ห่วงคนโน้นห่วงคนนี้ เขาเรียกว่าทำใจไม่ว่างคือวุ่น วุ่นนั่นคือตัวทุกข์ใจ แต่ถ้าเราปลงตกหมดล่ะ ถือว่าตายคนเดียวเกิดคนเดียว พยายามปล่อยวาง พอใจเราไม่คิดถึงใครใจมันก็ว่าง พอว่างแล้วก็ไม่วุ่น พอไม่วุ่นก็สบาย
ใจคนเรานี่สำคั_มาก อย่าไปคิดว่าใจคนอื่นสำคั_ คนที่ทุกข์เพราะไปยึดคนอื่นมากกว่าไปคิดว่าคนนั้นเขาจะว่าเรา คนโน้นเขาจะไม่รัก ไม่สงสาร ไม่ช่วยเหลือเรา ไม่เข้าใจไม่เห็นใจเรา เราไม่มองใจเรา มัวเอาใจไปฝากคนอื่น ใจเราจึงไม่สบายตลอดวัน แต่ถ้าเราวางเฉย ยังไงก็ช่าง ตัวเราทำดีของเราก็พอแล้ว กินเดินนั่งนอนเราพยายามทำ ไม่เบียดเบียนใคร ไม่โกรธ ไม่อิจฉา ไม่หาเรื่องใส่ร้ายใคร นึกว่าเราดีแล้วก็สบายใจ
การทำใจนี้จึงว่าสังขารเป็นตัวปรุงให้เป็นบุ_ เราก็รู้ว่าปรุงอย่างไร เอาเรื่องดีมาปรุงก็สบายใจ เคยให้ทาน รักษาศีล บวชเรียน พูดดีทำดีซื่อสัตย์สุจริตก็สบายใจ เรียกว่าสังขารปรุงเป็นบุ_เป็นกุศล ทำให้เราสบายใจ สังขารปรุงเป็นบาป เพราะเราไม่เคยทำบุ_ก็จะเอาแต่บาปมานึก ทำอย่างโน้นก็ไม่ดี ทำอย่างนั้นก็ไม่ดี ก็มองเห็นตัวเองไม่ดีทั้งกายและใจเลย เหมือนคนนุ่งผ้าเปื้อน มันมีกลิ่นในตัวเองกลายเป็นไม่สบายใจเราไปนึกถึงว่าเราทำบาปอย่างโน้นทำบาปอย่างนี้ตั้งแต่อดีตมาเลยไม่สบายใจเรียกว่าสังขารเป็นตัวบาป ปรุงแต่เรื่องไม่ดีเพราะไม่เคยทำดี
บางคนทำดีบ้างทำไม่ดีบ้างก็ปรุงทั้งสองอย่าง บางครั้งอารมณ์ดีก็ปรุงแต่งแต่เรื่องบุ_กุศล เช่นเราสวดมนต์ไหว้พระก็ปรุงแต่เรื่องบุ_กุศล อ้าว ! พอขาดสติเผลอไปปรุงเรื่องบาปที่เคยทำไว้ ปรุงเรื่องโน้นบ้างเรื่องนี้บ้าง เรื่องที่ไม่สบายใจทั้งหมดเลยกลายเป็นทุกข์ใจเศร้าหมองใจ มีทั้งบุ_ทั้งบาป
ทำอย่างไรจะเป็นกลางได้ เพราะมันมีจิตสองจิตแล้ว คือจิตดีและจิตไม่ดี จิตเป็นบุ_ก็มี จิตเป็นบาปก็มี เราต้องมีสติ มีสมาธิ มีปั__าเข้าไปตัดสิน จะคิดเรื่องบุ_หรือบาปก็วางเฉย จะคิดเรื่องเก่าหรือเรื่องใหม่ก็วางเฉย
เรียก พุท ลมเข้า โธ ลมออก พยายามไม่นึกถึงมัน คิดดีก็ไม่คิด คิดไม่ดีก็ไม่คิด พยายามวางเฉย ๆ ก็อุเบกขา อุเบกขาหนัก ๆ เข้าจิตมันก็ว่าง บุ_บาปก็ดับไป เจอแต่ความสุขสงบ เป็นศีลเป็นสมาธิอยู่เหนือบุ_บาป ถ้าอยู่แค่บุ_พอดีใจเดี๋ยวก็ทุกข์ใจต่อ
from: http://www.sanghathan.co.uk/newdhamma/evil_merit.htm
คนเรานี่ถ้าว่างแล้วจึงจะสุข ถ้าเราทำงานวุ่น ๆ ไม่สุขหรอก ทำโน่นทำนี่ ห่วงโน่นห่วงนี่จิตใจไม่ว่างมันวุ่น ตัวอยู่นี่ใจไปอยู่โน่น ห่วงคนโน้นห่วงคนนี้ เขาเรียกว่าทำใจไม่ว่างคือวุ่น วุ่นนั่นคือตัวทุกข์ใจ แต่ถ้าเราปลงตกหมดล่ะ ถือว่าตายคนเดียวเกิดคนเดียว พยายามปล่อยวาง พอใจเราไม่คิดถึงใครใจมันก็ว่าง พอว่างแล้วก็ไม่วุ่น พอไม่วุ่นก็สบาย
ใจคนเรานี่สำคั_มาก อย่าไปคิดว่าใจคนอื่นสำคั_ คนที่ทุกข์เพราะไปยึดคนอื่นมากกว่าไปคิดว่าคนนั้นเขาจะว่าเรา คนโน้นเขาจะไม่รัก ไม่สงสาร ไม่ช่วยเหลือเรา ไม่เข้าใจไม่เห็นใจเรา เราไม่มองใจเรา มัวเอาใจไปฝากคนอื่น ใจเราจึงไม่สบายตลอดวัน แต่ถ้าเราวางเฉย ยังไงก็ช่าง ตัวเราทำดีของเราก็พอแล้ว กินเดินนั่งนอนเราพยายามทำ ไม่เบียดเบียนใคร ไม่โกรธ ไม่อิจฉา ไม่หาเรื่องใส่ร้ายใคร นึกว่าเราดีแล้วก็สบายใจ
การทำใจนี้จึงว่าสังขารเป็นตัวปรุงให้เป็นบุ_ เราก็รู้ว่าปรุงอย่างไร เอาเรื่องดีมาปรุงก็สบายใจ เคยให้ทาน รักษาศีล บวชเรียน พูดดีทำดีซื่อสัตย์สุจริตก็สบายใจ เรียกว่าสังขารปรุงเป็นบุ_เป็นกุศล ทำให้เราสบายใจ สังขารปรุงเป็นบาป เพราะเราไม่เคยทำบุ_ก็จะเอาแต่บาปมานึก ทำอย่างโน้นก็ไม่ดี ทำอย่างนั้นก็ไม่ดี ก็มองเห็นตัวเองไม่ดีทั้งกายและใจเลย เหมือนคนนุ่งผ้าเปื้อน มันมีกลิ่นในตัวเองกลายเป็นไม่สบายใจเราไปนึกถึงว่าเราทำบาปอย่างโน้นทำบาปอย่างนี้ตั้งแต่อดีตมาเลยไม่สบายใจเรียกว่าสังขารเป็นตัวบาป ปรุงแต่เรื่องไม่ดีเพราะไม่เคยทำดี
บางคนทำดีบ้างทำไม่ดีบ้างก็ปรุงทั้งสองอย่าง บางครั้งอารมณ์ดีก็ปรุงแต่งแต่เรื่องบุ_กุศล เช่นเราสวดมนต์ไหว้พระก็ปรุงแต่เรื่องบุ_กุศล อ้าว ! พอขาดสติเผลอไปปรุงเรื่องบาปที่เคยทำไว้ ปรุงเรื่องโน้นบ้างเรื่องนี้บ้าง เรื่องที่ไม่สบายใจทั้งหมดเลยกลายเป็นทุกข์ใจเศร้าหมองใจ มีทั้งบุ_ทั้งบาป
ทำอย่างไรจะเป็นกลางได้ เพราะมันมีจิตสองจิตแล้ว คือจิตดีและจิตไม่ดี จิตเป็นบุ_ก็มี จิตเป็นบาปก็มี เราต้องมีสติ มีสมาธิ มีปั__าเข้าไปตัดสิน จะคิดเรื่องบุ_หรือบาปก็วางเฉย จะคิดเรื่องเก่าหรือเรื่องใหม่ก็วางเฉย
เรียก พุท ลมเข้า โธ ลมออก พยายามไม่นึกถึงมัน คิดดีก็ไม่คิด คิดไม่ดีก็ไม่คิด พยายามวางเฉย ๆ ก็อุเบกขา อุเบกขาหนัก ๆ เข้าจิตมันก็ว่าง บุ_บาปก็ดับไป เจอแต่ความสุขสงบ เป็นศีลเป็นสมาธิอยู่เหนือบุ_บาป ถ้าอยู่แค่บุ_พอดีใจเดี๋ยวก็ทุกข์ใจต่อ
from: http://www.sanghathan.co.uk/newdhamma/evil_merit.htm