@^น้ำใส^@
25-11-2005, 05:37 PM
มนุษย์ทุกผู้ทุกนามแม้จะรู้ว่าเกิดมาแล้วไม่มีใครหนีความตายได้พ้น แต่ก็มีน้อยคนนักที่จะเตรียมพร้อมรับความตายได้อย่างรอบคอบ ครั้นเมื่อความตายมาเยือน ผู้ที่อยู่เบื้องหลังนั้นนอกจากจะเสียอกเสียใจแล้ว ยังต้องวุ่นวายกับเรื่องการจัดงานศพ กันอย่างฉุกละหุกไปหมด ทั้งนี้เพราะไม่มีใครจะพบกับความตายกันบ่อยๆ แต่เดี๋ยวนี้แม้จะไม่รู้เรื่อง ก็ไม่เป็นไร จะจัดงานเล็กหรือจัดยิ่งใหญ่อลังการขนาดไหน ขอให้บอกเถอะ เพราะบ้านเราเดี๋ยวนี้ไม่น้อยหน้าต่างประเทศ เพราะมี มืออาชีพ จำนวนมาก แย่งกันมาช่วยแบ่งเบาภาระไปซะทุกเรื่อง ขอให้มีเงินเสียอย่าง เจ้าภาพ นั่งสบายได้เลย
ในยุคโบราณเมื่อมีใครสักคนในบ้านเสียชีวิตลง คนในครอบครัวเพียงนำร่างที่ไร้วิญญาณของคนที่รักขึ้นสู่เชิงตะกอน อาศัยเปลวเพลิงแผดเผาร่างให้กลายเป็นเถ้าธุลี เพื่อช่วยส่งดวงวิญญาณสู่สรวงสวรรค์อย่างสงบและเรียบง่าย
แต่เมื่อมนุษย์มีสังคมกว้างขึ้น ความตาย ดูเหมือนจะกลายมาเป็นเรื่องยุ่งยากและซับซ้อนไปด้วยตาม แต่สังคมรอบตัวจะเป็นผู้กำหนด กอปรกับทั้งผู้ตาย และเจ้าภาพส่วนมากไม่ได้เตรียมตัวเตรียมใจมาก่อน ความวุ่นวายกับพิธีการต่างๆหลังความตายตามความ เชื่อของศาสนา จึงเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ตั้งแต่การทำตามกฏหมายโดยการแจ้งเจ้าหน้าที่เขตว่ามีผู้เสียชีวิตในครอบครัว การหาโลงศพ การหาวัดเพื่อสวดบำเพ็ญกุศลให้แก่ผู้เสียชีวิต รวมไปถึงอาหารจัดเลี้ยงต้อนรับแขกที่จะมาในระหว่างตั้งศพสวดที่วัด พิธีทำกงเต็ก ตามประเพณีจีน พิธีการเผาศพ พิธีฝังศพ หรือการลอยอังคาร ฯลฯ
พิธีการเหล่านี้แม้จะทำด้วยตัวเองหรือว่าจ้างผู้อื่น ก็ล้วนแล้วแต่ต้องใช้เงินทั้งสิ้น จนกระทั่งมีคำกล่าวแบบปลงๆของบรรดาเจ้าภาพเบี้ยน้อยหอยน้อยว่า งานศพเปรียบเสมือนงานคนตายเผาคนเป็น !!!!
ศูนย์วิจัยกสิกรไทยเคยทำวิจัยไว้เมื่อปี 2539 พบว่ามีตัวเลขผู้เสียชีวิตจำนวน 298,468 คน ส่งผลให้ ธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับความตายมีมูลค่าสูงเกือบ 2,000 ล้านบาท เพียงแค่เฉพาะค่าโลงศพก็มีมูลค่าตลาดสูง ถึง 1,400 ล้านบาทแล้ว
แต่ปัจจุบันจำนวนประชากรที่เพิ่มขึ้น แม้การแพทย์จะเจริญก้าวหน้าแต่อัตราการเสียชีวิตของคนไทยก็เพิ่มจำนวนมากขึ้นไปด้วย ดังนั้นเชื่อแน่ว่าธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับความตายจะต้องขยายตัวสูงขึ้นอีกไม่น้อยกว่า 20% ส่งผลให้เริ่มมีบริ การแปลกใหม่ผุดขึ้นมาเพิ่มให้ บริการแก่เจ้าภาพที่ต้องการความสะดวกสบาย หรือเจ้าภาพที่ต้องการรังสรรค์ความแปลกใหม่ให้กับงานศพที่จัดให้กับคนที่รัก ซึ่งมีเพียงครั้งเดียวในชีวิตเท่านั้น
มีการประเมินค่าใช้จ่ายในการจัดงานศพโดยศูนย์ วิจัยกสิกรไทย เกี่ยวกับการประกอบพิธีศพ 1 รายใน วัดไทย ที่มีการสวดพระอภิธรรม ไปจนถึงงานเผาศพ นั้นมีค่าใช้จ่ายโดยสรุปดังนี้
- การตั้งสวดพระอภิธรรม 3 วัน ค่าใช้จ่ายอย่าง ต่ำประมาณ 12,000 - 15,000 บาท
- การตั้งสวดพระอภิธรรม 5 วัน ค่าใช้จ่ายอย่าง ต่ำประมาณ 16,000 - 20,000 บาท
- การตั้งสวดพระอภิธรรม 7 วัน ค่าใช้จ่ายอย่าง ต่ำประมาณ 20,000 บาทขึ้นไป
นั่นเป็นตัวเลขโดยประมาณสำหรับเจ้าภาพที่มีฐานะปานกลางไปถึงค่อนข้างต่ำ แต่สำหรับเจ้าภาพที่มีฐานะหน่อย งบประมาณในการจัดงานศพอาจจะเป็นตัวเลขที่สูงถึงเรือนแสนไปจนถึงเรือนล้านบาททีเดียว
นักจัดงานศพ มืออาชีพ ยุคบุกเบิก
คงไม่มีคนธรรมดาคนไหนที่จะยอมรับว่าตัวเองเป็น มืออาชีพ ในการจัดงานศพจะมีก็เพียงแต่ผู้ชายคนนี้ สมชาย สุริยเสนีย์ เจ้าของกิจการสุริยาโลงศพ ผู้ผลิตและจำหน่ายโลงศพรายใหญ่ที่สุดของเมืองไทย
สมชายคร่ำหวอดกับธุรกิจความตายมานานกว่า 30 ปี จนสามารถมอบตำแหน่ง มืออาชีพ เรื่องธุรกิจ ความตายให้แก่เขาได้ จากร้านขายโลงศพเล็กๆ ที่ตั้งอยู่ใกล้โรงพยาบาลศิริราชเมื่อ 30 กว่าปีก่อนทำให้เขา ได้มีโอกาสเข้าไปช่วยหมอขณะผ่าศพ จนมีความสามารถขนาดเลาะกระดูกมนุษย์และฉีดยาศพได้อย่างเก่งกาจพอๆ กับหมอทีเดียว
จากประสบการณ์เหล่านี้ทำให้สมชายไม่เพียงแต่ขายโลงศพเท่านั้น เมื่อมีลูกค้ามาซื้อโลงศพด้วยอัธยาศัยอันดีของเขาจึงได้แนะนำเรื่องต่างๆ ให้แก่เจ้าภาพทั้งพิธีการความเชื่อโบราณของคนไทยไปจนถึงการให้บริการฉีดยารักษาศพ แนะนำร้านดอก ไม้แต่งหน้าศพ ฯลฯ
และนั่นจึงเป็นที่มาของการรับทำงานศพ (เกือบ) ครบวงจร โดยจัดตั้งเป็นห้างหุ้นส่วนจำกัด นนทบุรีสุริยา ซึ่งให้บริการรับจัดประกอบพิธีงานศพ โดยผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งจะบริการให้คำแนะนำแก่ญาติผู้เสียชีวิต ตั้งแต่การไปแจ้งหน่วยราชการ ขายโลงศพ รับฉีดยา รักษาศพ เช่ารถรับ-ส่งศพทั่วราชอาณาจักร แนะนำร้านขายดอกไม้จัดหน้าศพ แนะนำร้านรับจัดอาหารและเครื่องดื่ม เป็นต้น
และยังต้องยอมรับว่าสุริยาเป็นคนหนึ่งที่ช่วยสร้าง สีสันให้กับงานศพที่เปลี่ยนจากความโศกเศร้ามาเป็น เรื่องที่น่าพึงพอใจสำหรับเจ้าภาพและญาติผู้เสียชีวิต เพราะ โลงศพ ของร้านนี้นับว่าไม่ธรรมดา แต่มีลูกเล่น สมกับเป็นมืออาชีพจริงๆ เพราะสุริยามักจะรังสรรค์ โลงศพที่แปลกและสวยงาม รวมถึงการนำเทคโนโลยี แปลกใหม่เข้ามาสู่วงการทำโลงศพนี้อีกด้วย
นอกจากรูปแบบโลงศพธรรมดาสี่เหลี่ยมผืนผ้าแล้วที่นับว่าแปลกไปกว่านั้นคือเขาได้รังสรรค์ โลงศพติดแอร์ ขึ้นมาจำหน่าย โดยใช้ระบบการทำความเย็นเหมือน ตู้เย็น โดยควบคุมอุณหภูมิให้ต่ำถึง 0 องศาในการรักษาสภาพศพ โดยเพิ่มลูกเล่นเป็นรุ่นระบบ no forst หรือไม่มีน้ำแข็งเกาะ ซึ่งสนนราคา 70,000 บาทขึ้นไป
แคเธอริ่ง บริการจัดเลี้ยงงานศพ
ในการจัดงานศพนั้น นอกจากพิธีการและรายละเอียดปลีกย่อยจะสร้างความวุ่นวายให้กับเจ้าภาพแล้ว เรื่อง การจัดหาอาหารในแต่ละวันไว้เพื่อรับแขกที่มาร่วมงาน ก็ยุ่งยากไม่แพ้กัน
สมัยก่อนเจ้าภาพจะเป็นผู้จัดเตรียมเองทั้งหมด ซึ่งก็เป็นภาระที่หนักหนาทีเดียว ยิ่งถ้าเป็นงานศพใหญ่เจ้าภาพจะต้องเตรียมอาหารไว้ต้อนรับแขกหลายร้อยคนต่อวันด้วยแล้ว งานหุงหาอาหารในครัวจึงต้องเกณฑ์คนมาช่วยเป็นจำนวนมากด้วยเช่นกัน กว่าจะเสร็จงานศพก็ทำเอาแผนกทำอาหารแทบจะต้องมาจัดงานศพของตัวเองเป็นงานต่อไปด้วย
มีตัวเลขที่ประเมินถึงค่าใช้จ่ายเรื่องอาหารในงาน ศพนั้นอยู่ในงบประมาณวันละ 1,000 - 5,000 บาทตัวเลขเหล่านี้ดูแล้วอาจจะน้อย แต่อย่าลืมว่างานศพนั้นจะต้องจัดเลี้ยงอาหารแก่แขกที่มาร่วมงานไม่ต่ำกว่า 3 - 7 วัน ดังนั้นค่าใช้จ่ายเรื่องอาหารจึงสูงถึง 20 - 30 % ของงบประมาณในการจัดงานศพทีเดียว
และเพื่อความสะดวกแก่บรรดาญาติผู้เสียชีวิต ต่อมาจึงเริ่มมีบรรดาวัดต่างๆ ในกรุงเทพฯ เสนอตัวรับจัดการเรื่องอาหารให้แก่เจ้าภาพ ซึ่งบริการเหล่านี้ทางวัดจะให้บรรดาร้านอาหารมาประมูลเหมาไปปีต่อปี ร้านใดที่ประมูลได้มาแล้ว ก็จะมาจัดทำเมนูเป็น แพคเกจหลากหลายให้แก่เจ้าภาพได้เลือกใช้ตามความเหมาะสม อาทิ สารพัดข้าวต้ม,ก๋วยเตี๋ยว,กระเพาะปลา, แซนด์ วิช ไปจนถึงเครื่องดื่มต่างๆ
ดูเหมือนว่าธุรกิจรับจัดเลี้ยงงานศพจะหอมหวน เนื่องจากเม็ดเงินนั้นหมุนเวียนหลายร้อยล้านบาท ทำให้บรรดาค่ายใหญ่ๆ ต้องกระโจนเข้ามาร่วมวงนี้ด้วย ไม่ว่าจะเป็นร้านเอสแอนด์พี, การ บินไทย ไปจนถึงโฮมเบเกอร์รี่ เป็นต้น ต่างเริ่มเจาะเข้ามาตามวัดหลวงขนาด ใหญ่อย่างเป็นเรื่องเป็นราว ซึ่งส่วนมากจะดัดแปลงออกมาเป็นรูปแบบของอาหารกล่อง
และดูเหมือนว่าจะได้รับการตอบรับจากบรรดาเจ้าภาพยุคใหม่เพิ่มมากขึ้น เพราะอาหารที่จัดเลี้ยงใน งานศพเริ่มเปลี่ยนแปลงรูปแบบจากเมนูข้าวต้มยอดฮิต ซึ่งสร้างความยุ่งยากในเรื่องอุปกรณ์การกิน จนถึงการล้างชามกองโตหลังงานเลี้ยงเลิก แต่ปัจ จุบันนี้ อาหาร กล่อง กลับเป็นเมนูที่แซงหน้ามาอย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นแซนด์วิช พายไก่ ขนมเค้ก รวมกับเครื่องดื่มชนิด กล่องชนิดถ้วยที่แพครวมกันอยู่ สร้างความสะดวกสบายแก่เจ้าภาพและแขกที่มางาน
รับแต่งหน้าศพ...อีกอาชีพที่แปลก
ดูเหมือนว่าหลายคนจะมองข้ามความจริงที่สำคัญ ประการหนึ่งว่า ผู้ที่เสียชีวิตนั้นทุกคนก็อยากอยู่ในสภาพที่ดูดีกันทั้งนั้น ดังนั้นบรรดาญาติก็ต้องอาบน้ำ ทำความสะอาดเป็นครั้งสุดท้ายให้กับผู้เสียชีวิต รวมถึงจัดเตรียมเสื้อผ้าชุดโปรดให้ผู้ตายได้สวมใส่ก่อนที่จะบรรจุในโลงศพ
นอกจากนี้ยังจะต้องมีการตกแต่งหน้าตาของผู้ตายให้ดูดีมีสีสัน เพื่อให้แขกที่มาพบเจอวันรดน้ำศพ ได้เห็นสภาพที่ดีของผู้เสียชีวิต
ผู้ที่จะทำหน้าที่เหล่านี้มักจะเป็น นางพยาบาล ซึ่ง เป็นเจ้าของไข้ โดยจะมีขั้นตอนคือ หลังจากคนไข้เสียชีวิตแล้ว พยาบาลจะอาบน้ำแต่งตัวให้กับศพ ใช้สำลีอุดทวารทั้ง 5 อันได้แก่ หู จมูก ปาก ช่องคลอดและรูทวาร เพื่อป้องกันมิให้น้ำเหลืองในร่างกายของผู้ตายไหลออก จากนั้นจึงทำการแต่งตัวและฉีดฟอร์มาลีนให้ กับศพ ส่วนการทำหน้าที่เป็น เมคอัพอาร์ติสท์ หรือแต่ง
หน้าให้กับศพนั้นก็กลายเป็นอีกบทบาทหนึ่งของพยาบาลไปโดยปริยาย
ดูเหมือนการแต่งหน้าให้กับศพ ก็ไม่แตกต่างไปจาก การแต่งหน้าโดยทั่วไปนัก ส่วนลูกเล่นจะมีอะไรบ้างนั้นก็ขึ้นอยู่กับประสบการณ์์และความชำนาญของพยาบาลหรือช่างแต่งหน้าแต่ละคน ซึ่งหน้าที่นี้ปัจจุบันเริ่มกลาย มาเป็นอาชีพที่สามารถทำเงินเป็น กอบเป็นกำทีเดียว จากการเปิดเผยของช่างที่รับแต่งหน้าและทำผมให้กับศพนั้นจะได้รับค่าจ้างไม่น้อยกว่าศพละ 1,000 - 2,000 บาท
Heaven Service รับจัดงาน แบบครบวงจร
จากนี้ไปการจัดงานศพ คงจะไม่ยุ่งยากและเป็น ภาระให้กับญาติผู้เสียชีวิตอีกต่อไปแล้ว ถ้าใครคิดว่ามีงบในการจัดงานศพให้กับผู้เสียชีวิตอันเป็นที่รัก ของเราได้ในวงเงิน 2 แสนบาทขึ้นไปแล้วละก็ บริการของ Heaven Serice จะช่วยให้เจ้าภาพนั่งสบาย เพียงต้อนรับแขกอย่างเดียว เรื่องยุ่งยากทั้งหมดนั้นบริษัทนี้จะเป็นผู้ดำเนินการให้
มีผู้ที่เกี่ยวข้องกับคนตายหลายคนที่หันมาทำธุรกิจ เกี่ยวกับความตาย ล่าสุดอาชีพหมอก็กระโดดมาร่วมวง ด้วย
นายแพทย์จิตจำลอง หะริณสุต ศัลยแพทย์โรคหัวใจ ที่หันมาให้บริการเรื่องความตายอย่างครบวงจร ในชื่อบริษัท Heaven Service กล่าวถึงเหตุผลที่มาทำธุรกิจบริการนี้ว่า
ผมไม่ได้ตั้งใจจะหากินกับศพ แต่ต้องการให้บริการ ที่ดีที่สุด ผมต้องการทำให้งานศพสวยงาม และมีเกียรติจริงๆ จนกระทั่งใครที่ได้มาสัมผัสงานศพแบบนี้ต้องประทับใจจนต้องเอ่ยปากว่าอยากตายบ้าง นายแพทย์จิตจำลองกล่าวติดตลก
หน้าที่ของ Heaven Service นั้นเหมือนการเป็นออร์กาไนเซอร์หรือตัวกลางที่จัดหาทุกอย่างที่เจ้าภาพงานศพต้องการ จุดเด่นของที่นี่ คงเป็นเรื่องค่าใช้จ่ายในการจัดงานศพที่เสนอเป็น 4 แพคเกจ เพื่อให้ญาติ ผู้เสียชีวิตสามารถควบคุมค่าใช้จ่ายไม่ให้บานปลายได้ง่าย ซึ่งแต่ละแพคเกจจะตั้งชื่อตามชื่อของสวรรค์ คือ
แพคเกจดาวดึงส์ เป็นชื่อของสวรรค์ชั้นที่ 2 ถือเป็น แพคเกจราคาถูกที่สุด สำหรับเจ้าภาพที่ต้องการจัดงาน ศพเพียง 3 คืนเพื่อเตรียมรับแขกที่มาร่วมงานวันละ 100 คน ในสนนราคาเหมาทั้งหมด 120,000 บาท
แพคเกจยามา หรือสวรรค์ชั้น 3 สำหรับการจัดงานศพ 3,5,7 คืน ในสนนราคา 2 แสนบาท, 2.5 แสนบาท และ 3 แสนบาท
แพคเกจดุสิต หรือสวรรค์ชั้น 4 ราคาประมาณ 4 แสนบาท สำหรับการจัดงานศพ 7 คืน พร้อมการจัดนิทรรศการเชิดชูเกียรติของผู้เสียชีวิต
แพคเกจนิมมานรดี สวรรค์ชั้น 5 ซึ่งเป็นบริการตามความพอใจของลูกค้าว่าจะต้องการจัดงานศพเลอเลิศ หรูหรา อลังการเพียงใดก็ได้ แต่สนนราคาก็สูงขึ้นไป ตามลำดับขั้น
นอกจาก 4 แพคเกจนี้แล้วถ้าญาติผู้เสียชีวิตต้องการจะจัดงานศพให้มีคอนเซปต์ที่แปลกแหวกแนวกว่าธรรมดา ทาง Hea ven Service ก็จะมีทีมงานที่จะ ช่วยครีเอทีฟให้สุดๆ จนเจ้าภาพพอใจ
ส่วนกุญแจสำคัญของการจัดงานศพที่เฮฟเว่นเซอร์วิสให้ความสำคัญอย่างมากคือเรื่องการจัดงานเพื่อให้เกียรติแก่ผู้เสียชีวิต โดยการนำชีวประวัติและเกียรติคุณของผู้เสียชีวิตพิมพ์ลงในบัตรเชิญหรือหนังสือแจกในงานศพ รวมทั้งการให้บริการจัดนิ ทรรศการในงานศพด้วย เพื่อประกาศเกียรติคุณของผู้เสียชีวิตให้สังคมได้รับทราบได้ชื่นชมบ้าง
นายแพทย์จิตจำลองเปิดเผยว่าผู้ที่ยังมีชีวิตอยู่หลายคนให้ความสนใจที่จะจองแพคเกจเพื่อเตรียมการจัดงานศพของตัวเองยามที่เสียชีวิต เพื่อจะได้ไม่เป็นภาระของลูกหลาน หรืออย่างน้อยก็สามารถเลือกรูปแบบการจัดงานศพได้ตามความตั้งใจของตนเอง
.......
และทั้งหมดนี้คือสีสันแปลกใหม่ของวงการธุรกิจ ความตายในยุคนี้ที่มีแต่มืออาชีพเท่านั้นจึงจะอยู่รอด
http://www.manager.co.th/Dhamma/ViewNews.aspx?NewsID=9480000116731
ในยุคโบราณเมื่อมีใครสักคนในบ้านเสียชีวิตลง คนในครอบครัวเพียงนำร่างที่ไร้วิญญาณของคนที่รักขึ้นสู่เชิงตะกอน อาศัยเปลวเพลิงแผดเผาร่างให้กลายเป็นเถ้าธุลี เพื่อช่วยส่งดวงวิญญาณสู่สรวงสวรรค์อย่างสงบและเรียบง่าย
แต่เมื่อมนุษย์มีสังคมกว้างขึ้น ความตาย ดูเหมือนจะกลายมาเป็นเรื่องยุ่งยากและซับซ้อนไปด้วยตาม แต่สังคมรอบตัวจะเป็นผู้กำหนด กอปรกับทั้งผู้ตาย และเจ้าภาพส่วนมากไม่ได้เตรียมตัวเตรียมใจมาก่อน ความวุ่นวายกับพิธีการต่างๆหลังความตายตามความ เชื่อของศาสนา จึงเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ตั้งแต่การทำตามกฏหมายโดยการแจ้งเจ้าหน้าที่เขตว่ามีผู้เสียชีวิตในครอบครัว การหาโลงศพ การหาวัดเพื่อสวดบำเพ็ญกุศลให้แก่ผู้เสียชีวิต รวมไปถึงอาหารจัดเลี้ยงต้อนรับแขกที่จะมาในระหว่างตั้งศพสวดที่วัด พิธีทำกงเต็ก ตามประเพณีจีน พิธีการเผาศพ พิธีฝังศพ หรือการลอยอังคาร ฯลฯ
พิธีการเหล่านี้แม้จะทำด้วยตัวเองหรือว่าจ้างผู้อื่น ก็ล้วนแล้วแต่ต้องใช้เงินทั้งสิ้น จนกระทั่งมีคำกล่าวแบบปลงๆของบรรดาเจ้าภาพเบี้ยน้อยหอยน้อยว่า งานศพเปรียบเสมือนงานคนตายเผาคนเป็น !!!!
ศูนย์วิจัยกสิกรไทยเคยทำวิจัยไว้เมื่อปี 2539 พบว่ามีตัวเลขผู้เสียชีวิตจำนวน 298,468 คน ส่งผลให้ ธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับความตายมีมูลค่าสูงเกือบ 2,000 ล้านบาท เพียงแค่เฉพาะค่าโลงศพก็มีมูลค่าตลาดสูง ถึง 1,400 ล้านบาทแล้ว
แต่ปัจจุบันจำนวนประชากรที่เพิ่มขึ้น แม้การแพทย์จะเจริญก้าวหน้าแต่อัตราการเสียชีวิตของคนไทยก็เพิ่มจำนวนมากขึ้นไปด้วย ดังนั้นเชื่อแน่ว่าธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับความตายจะต้องขยายตัวสูงขึ้นอีกไม่น้อยกว่า 20% ส่งผลให้เริ่มมีบริ การแปลกใหม่ผุดขึ้นมาเพิ่มให้ บริการแก่เจ้าภาพที่ต้องการความสะดวกสบาย หรือเจ้าภาพที่ต้องการรังสรรค์ความแปลกใหม่ให้กับงานศพที่จัดให้กับคนที่รัก ซึ่งมีเพียงครั้งเดียวในชีวิตเท่านั้น
มีการประเมินค่าใช้จ่ายในการจัดงานศพโดยศูนย์ วิจัยกสิกรไทย เกี่ยวกับการประกอบพิธีศพ 1 รายใน วัดไทย ที่มีการสวดพระอภิธรรม ไปจนถึงงานเผาศพ นั้นมีค่าใช้จ่ายโดยสรุปดังนี้
- การตั้งสวดพระอภิธรรม 3 วัน ค่าใช้จ่ายอย่าง ต่ำประมาณ 12,000 - 15,000 บาท
- การตั้งสวดพระอภิธรรม 5 วัน ค่าใช้จ่ายอย่าง ต่ำประมาณ 16,000 - 20,000 บาท
- การตั้งสวดพระอภิธรรม 7 วัน ค่าใช้จ่ายอย่าง ต่ำประมาณ 20,000 บาทขึ้นไป
นั่นเป็นตัวเลขโดยประมาณสำหรับเจ้าภาพที่มีฐานะปานกลางไปถึงค่อนข้างต่ำ แต่สำหรับเจ้าภาพที่มีฐานะหน่อย งบประมาณในการจัดงานศพอาจจะเป็นตัวเลขที่สูงถึงเรือนแสนไปจนถึงเรือนล้านบาททีเดียว
นักจัดงานศพ มืออาชีพ ยุคบุกเบิก
คงไม่มีคนธรรมดาคนไหนที่จะยอมรับว่าตัวเองเป็น มืออาชีพ ในการจัดงานศพจะมีก็เพียงแต่ผู้ชายคนนี้ สมชาย สุริยเสนีย์ เจ้าของกิจการสุริยาโลงศพ ผู้ผลิตและจำหน่ายโลงศพรายใหญ่ที่สุดของเมืองไทย
สมชายคร่ำหวอดกับธุรกิจความตายมานานกว่า 30 ปี จนสามารถมอบตำแหน่ง มืออาชีพ เรื่องธุรกิจ ความตายให้แก่เขาได้ จากร้านขายโลงศพเล็กๆ ที่ตั้งอยู่ใกล้โรงพยาบาลศิริราชเมื่อ 30 กว่าปีก่อนทำให้เขา ได้มีโอกาสเข้าไปช่วยหมอขณะผ่าศพ จนมีความสามารถขนาดเลาะกระดูกมนุษย์และฉีดยาศพได้อย่างเก่งกาจพอๆ กับหมอทีเดียว
จากประสบการณ์เหล่านี้ทำให้สมชายไม่เพียงแต่ขายโลงศพเท่านั้น เมื่อมีลูกค้ามาซื้อโลงศพด้วยอัธยาศัยอันดีของเขาจึงได้แนะนำเรื่องต่างๆ ให้แก่เจ้าภาพทั้งพิธีการความเชื่อโบราณของคนไทยไปจนถึงการให้บริการฉีดยารักษาศพ แนะนำร้านดอก ไม้แต่งหน้าศพ ฯลฯ
และนั่นจึงเป็นที่มาของการรับทำงานศพ (เกือบ) ครบวงจร โดยจัดตั้งเป็นห้างหุ้นส่วนจำกัด นนทบุรีสุริยา ซึ่งให้บริการรับจัดประกอบพิธีงานศพ โดยผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งจะบริการให้คำแนะนำแก่ญาติผู้เสียชีวิต ตั้งแต่การไปแจ้งหน่วยราชการ ขายโลงศพ รับฉีดยา รักษาศพ เช่ารถรับ-ส่งศพทั่วราชอาณาจักร แนะนำร้านขายดอกไม้จัดหน้าศพ แนะนำร้านรับจัดอาหารและเครื่องดื่ม เป็นต้น
และยังต้องยอมรับว่าสุริยาเป็นคนหนึ่งที่ช่วยสร้าง สีสันให้กับงานศพที่เปลี่ยนจากความโศกเศร้ามาเป็น เรื่องที่น่าพึงพอใจสำหรับเจ้าภาพและญาติผู้เสียชีวิต เพราะ โลงศพ ของร้านนี้นับว่าไม่ธรรมดา แต่มีลูกเล่น สมกับเป็นมืออาชีพจริงๆ เพราะสุริยามักจะรังสรรค์ โลงศพที่แปลกและสวยงาม รวมถึงการนำเทคโนโลยี แปลกใหม่เข้ามาสู่วงการทำโลงศพนี้อีกด้วย
นอกจากรูปแบบโลงศพธรรมดาสี่เหลี่ยมผืนผ้าแล้วที่นับว่าแปลกไปกว่านั้นคือเขาได้รังสรรค์ โลงศพติดแอร์ ขึ้นมาจำหน่าย โดยใช้ระบบการทำความเย็นเหมือน ตู้เย็น โดยควบคุมอุณหภูมิให้ต่ำถึง 0 องศาในการรักษาสภาพศพ โดยเพิ่มลูกเล่นเป็นรุ่นระบบ no forst หรือไม่มีน้ำแข็งเกาะ ซึ่งสนนราคา 70,000 บาทขึ้นไป
แคเธอริ่ง บริการจัดเลี้ยงงานศพ
ในการจัดงานศพนั้น นอกจากพิธีการและรายละเอียดปลีกย่อยจะสร้างความวุ่นวายให้กับเจ้าภาพแล้ว เรื่อง การจัดหาอาหารในแต่ละวันไว้เพื่อรับแขกที่มาร่วมงาน ก็ยุ่งยากไม่แพ้กัน
สมัยก่อนเจ้าภาพจะเป็นผู้จัดเตรียมเองทั้งหมด ซึ่งก็เป็นภาระที่หนักหนาทีเดียว ยิ่งถ้าเป็นงานศพใหญ่เจ้าภาพจะต้องเตรียมอาหารไว้ต้อนรับแขกหลายร้อยคนต่อวันด้วยแล้ว งานหุงหาอาหารในครัวจึงต้องเกณฑ์คนมาช่วยเป็นจำนวนมากด้วยเช่นกัน กว่าจะเสร็จงานศพก็ทำเอาแผนกทำอาหารแทบจะต้องมาจัดงานศพของตัวเองเป็นงานต่อไปด้วย
มีตัวเลขที่ประเมินถึงค่าใช้จ่ายเรื่องอาหารในงาน ศพนั้นอยู่ในงบประมาณวันละ 1,000 - 5,000 บาทตัวเลขเหล่านี้ดูแล้วอาจจะน้อย แต่อย่าลืมว่างานศพนั้นจะต้องจัดเลี้ยงอาหารแก่แขกที่มาร่วมงานไม่ต่ำกว่า 3 - 7 วัน ดังนั้นค่าใช้จ่ายเรื่องอาหารจึงสูงถึง 20 - 30 % ของงบประมาณในการจัดงานศพทีเดียว
และเพื่อความสะดวกแก่บรรดาญาติผู้เสียชีวิต ต่อมาจึงเริ่มมีบรรดาวัดต่างๆ ในกรุงเทพฯ เสนอตัวรับจัดการเรื่องอาหารให้แก่เจ้าภาพ ซึ่งบริการเหล่านี้ทางวัดจะให้บรรดาร้านอาหารมาประมูลเหมาไปปีต่อปี ร้านใดที่ประมูลได้มาแล้ว ก็จะมาจัดทำเมนูเป็น แพคเกจหลากหลายให้แก่เจ้าภาพได้เลือกใช้ตามความเหมาะสม อาทิ สารพัดข้าวต้ม,ก๋วยเตี๋ยว,กระเพาะปลา, แซนด์ วิช ไปจนถึงเครื่องดื่มต่างๆ
ดูเหมือนว่าธุรกิจรับจัดเลี้ยงงานศพจะหอมหวน เนื่องจากเม็ดเงินนั้นหมุนเวียนหลายร้อยล้านบาท ทำให้บรรดาค่ายใหญ่ๆ ต้องกระโจนเข้ามาร่วมวงนี้ด้วย ไม่ว่าจะเป็นร้านเอสแอนด์พี, การ บินไทย ไปจนถึงโฮมเบเกอร์รี่ เป็นต้น ต่างเริ่มเจาะเข้ามาตามวัดหลวงขนาด ใหญ่อย่างเป็นเรื่องเป็นราว ซึ่งส่วนมากจะดัดแปลงออกมาเป็นรูปแบบของอาหารกล่อง
และดูเหมือนว่าจะได้รับการตอบรับจากบรรดาเจ้าภาพยุคใหม่เพิ่มมากขึ้น เพราะอาหารที่จัดเลี้ยงใน งานศพเริ่มเปลี่ยนแปลงรูปแบบจากเมนูข้าวต้มยอดฮิต ซึ่งสร้างความยุ่งยากในเรื่องอุปกรณ์การกิน จนถึงการล้างชามกองโตหลังงานเลี้ยงเลิก แต่ปัจ จุบันนี้ อาหาร กล่อง กลับเป็นเมนูที่แซงหน้ามาอย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นแซนด์วิช พายไก่ ขนมเค้ก รวมกับเครื่องดื่มชนิด กล่องชนิดถ้วยที่แพครวมกันอยู่ สร้างความสะดวกสบายแก่เจ้าภาพและแขกที่มางาน
รับแต่งหน้าศพ...อีกอาชีพที่แปลก
ดูเหมือนว่าหลายคนจะมองข้ามความจริงที่สำคัญ ประการหนึ่งว่า ผู้ที่เสียชีวิตนั้นทุกคนก็อยากอยู่ในสภาพที่ดูดีกันทั้งนั้น ดังนั้นบรรดาญาติก็ต้องอาบน้ำ ทำความสะอาดเป็นครั้งสุดท้ายให้กับผู้เสียชีวิต รวมถึงจัดเตรียมเสื้อผ้าชุดโปรดให้ผู้ตายได้สวมใส่ก่อนที่จะบรรจุในโลงศพ
นอกจากนี้ยังจะต้องมีการตกแต่งหน้าตาของผู้ตายให้ดูดีมีสีสัน เพื่อให้แขกที่มาพบเจอวันรดน้ำศพ ได้เห็นสภาพที่ดีของผู้เสียชีวิต
ผู้ที่จะทำหน้าที่เหล่านี้มักจะเป็น นางพยาบาล ซึ่ง เป็นเจ้าของไข้ โดยจะมีขั้นตอนคือ หลังจากคนไข้เสียชีวิตแล้ว พยาบาลจะอาบน้ำแต่งตัวให้กับศพ ใช้สำลีอุดทวารทั้ง 5 อันได้แก่ หู จมูก ปาก ช่องคลอดและรูทวาร เพื่อป้องกันมิให้น้ำเหลืองในร่างกายของผู้ตายไหลออก จากนั้นจึงทำการแต่งตัวและฉีดฟอร์มาลีนให้ กับศพ ส่วนการทำหน้าที่เป็น เมคอัพอาร์ติสท์ หรือแต่ง
หน้าให้กับศพนั้นก็กลายเป็นอีกบทบาทหนึ่งของพยาบาลไปโดยปริยาย
ดูเหมือนการแต่งหน้าให้กับศพ ก็ไม่แตกต่างไปจาก การแต่งหน้าโดยทั่วไปนัก ส่วนลูกเล่นจะมีอะไรบ้างนั้นก็ขึ้นอยู่กับประสบการณ์์และความชำนาญของพยาบาลหรือช่างแต่งหน้าแต่ละคน ซึ่งหน้าที่นี้ปัจจุบันเริ่มกลาย มาเป็นอาชีพที่สามารถทำเงินเป็น กอบเป็นกำทีเดียว จากการเปิดเผยของช่างที่รับแต่งหน้าและทำผมให้กับศพนั้นจะได้รับค่าจ้างไม่น้อยกว่าศพละ 1,000 - 2,000 บาท
Heaven Service รับจัดงาน แบบครบวงจร
จากนี้ไปการจัดงานศพ คงจะไม่ยุ่งยากและเป็น ภาระให้กับญาติผู้เสียชีวิตอีกต่อไปแล้ว ถ้าใครคิดว่ามีงบในการจัดงานศพให้กับผู้เสียชีวิตอันเป็นที่รัก ของเราได้ในวงเงิน 2 แสนบาทขึ้นไปแล้วละก็ บริการของ Heaven Serice จะช่วยให้เจ้าภาพนั่งสบาย เพียงต้อนรับแขกอย่างเดียว เรื่องยุ่งยากทั้งหมดนั้นบริษัทนี้จะเป็นผู้ดำเนินการให้
มีผู้ที่เกี่ยวข้องกับคนตายหลายคนที่หันมาทำธุรกิจ เกี่ยวกับความตาย ล่าสุดอาชีพหมอก็กระโดดมาร่วมวง ด้วย
นายแพทย์จิตจำลอง หะริณสุต ศัลยแพทย์โรคหัวใจ ที่หันมาให้บริการเรื่องความตายอย่างครบวงจร ในชื่อบริษัท Heaven Service กล่าวถึงเหตุผลที่มาทำธุรกิจบริการนี้ว่า
ผมไม่ได้ตั้งใจจะหากินกับศพ แต่ต้องการให้บริการ ที่ดีที่สุด ผมต้องการทำให้งานศพสวยงาม และมีเกียรติจริงๆ จนกระทั่งใครที่ได้มาสัมผัสงานศพแบบนี้ต้องประทับใจจนต้องเอ่ยปากว่าอยากตายบ้าง นายแพทย์จิตจำลองกล่าวติดตลก
หน้าที่ของ Heaven Service นั้นเหมือนการเป็นออร์กาไนเซอร์หรือตัวกลางที่จัดหาทุกอย่างที่เจ้าภาพงานศพต้องการ จุดเด่นของที่นี่ คงเป็นเรื่องค่าใช้จ่ายในการจัดงานศพที่เสนอเป็น 4 แพคเกจ เพื่อให้ญาติ ผู้เสียชีวิตสามารถควบคุมค่าใช้จ่ายไม่ให้บานปลายได้ง่าย ซึ่งแต่ละแพคเกจจะตั้งชื่อตามชื่อของสวรรค์ คือ
แพคเกจดาวดึงส์ เป็นชื่อของสวรรค์ชั้นที่ 2 ถือเป็น แพคเกจราคาถูกที่สุด สำหรับเจ้าภาพที่ต้องการจัดงาน ศพเพียง 3 คืนเพื่อเตรียมรับแขกที่มาร่วมงานวันละ 100 คน ในสนนราคาเหมาทั้งหมด 120,000 บาท
แพคเกจยามา หรือสวรรค์ชั้น 3 สำหรับการจัดงานศพ 3,5,7 คืน ในสนนราคา 2 แสนบาท, 2.5 แสนบาท และ 3 แสนบาท
แพคเกจดุสิต หรือสวรรค์ชั้น 4 ราคาประมาณ 4 แสนบาท สำหรับการจัดงานศพ 7 คืน พร้อมการจัดนิทรรศการเชิดชูเกียรติของผู้เสียชีวิต
แพคเกจนิมมานรดี สวรรค์ชั้น 5 ซึ่งเป็นบริการตามความพอใจของลูกค้าว่าจะต้องการจัดงานศพเลอเลิศ หรูหรา อลังการเพียงใดก็ได้ แต่สนนราคาก็สูงขึ้นไป ตามลำดับขั้น
นอกจาก 4 แพคเกจนี้แล้วถ้าญาติผู้เสียชีวิตต้องการจะจัดงานศพให้มีคอนเซปต์ที่แปลกแหวกแนวกว่าธรรมดา ทาง Hea ven Service ก็จะมีทีมงานที่จะ ช่วยครีเอทีฟให้สุดๆ จนเจ้าภาพพอใจ
ส่วนกุญแจสำคัญของการจัดงานศพที่เฮฟเว่นเซอร์วิสให้ความสำคัญอย่างมากคือเรื่องการจัดงานเพื่อให้เกียรติแก่ผู้เสียชีวิต โดยการนำชีวประวัติและเกียรติคุณของผู้เสียชีวิตพิมพ์ลงในบัตรเชิญหรือหนังสือแจกในงานศพ รวมทั้งการให้บริการจัดนิ ทรรศการในงานศพด้วย เพื่อประกาศเกียรติคุณของผู้เสียชีวิตให้สังคมได้รับทราบได้ชื่นชมบ้าง
นายแพทย์จิตจำลองเปิดเผยว่าผู้ที่ยังมีชีวิตอยู่หลายคนให้ความสนใจที่จะจองแพคเกจเพื่อเตรียมการจัดงานศพของตัวเองยามที่เสียชีวิต เพื่อจะได้ไม่เป็นภาระของลูกหลาน หรืออย่างน้อยก็สามารถเลือกรูปแบบการจัดงานศพได้ตามความตั้งใจของตนเอง
.......
และทั้งหมดนี้คือสีสันแปลกใหม่ของวงการธุรกิจ ความตายในยุคนี้ที่มีแต่มืออาชีพเท่านั้นจึงจะอยู่รอด
http://www.manager.co.th/Dhamma/ViewNews.aspx?NewsID=9480000116731