ผ่อนคลาย
24-11-2005, 12:00 PM
ว่าด้วยเรื่องโลก
[๒๓] ๑. บุคคลไม่พึงเสพธรรมอันเลว ไม่พึงอยู่ร่วมด้วยความประมาท ไม่พึงเสพความเห็นผิด ไม่พึงเป็นคนรกโลก.
๒. บรรพชิตไม่พึงประมาทในก้อนข้าว อันตนพึงลุกขึ้นยืนรับ บุคคลพึงประพฤติธรรมให้สุจริตผู้มีปกติประพฤติธรรม ย่อมอยู่เป็นสุขในโลกนี้และ
โลกหน้า, บุคคลพึงประพฤติธรรมให้สุจริต ไม่พึงประพฤติธรรมนั้นให้ทุจริต ผู้มีปกติประพฤติธรรมย่อมอยู่เป็นสุขในโลกนี้และโลกหน้า.
๓. พระยามัจจุ ย่อมไม่เห็นบุคคลผู้พิจารณาเห็นอยู่ซึ่งโลก เหมือนบุคคลพึงเห็นฟองน้ำ (และ)เหมือนบุคคลพึงเห็นพยับแดด.
๔. ท่านทั้งหลายจงดูโลกนี้ อันตระการดุจราชรถที่พวกคนเขลาหมกอยู่ (แต่) พวกผู้รู้หาข้องอยู่ไม่.
๕. ผู้ใดประมาทในก่อน ภายหลังไม่ประมาทผู้นั้นย่อมยังโลกนี้ให้สว่างได้เหมือนดวงจันทร์พ้นจากหมอกฉะนั้น.
๖. บุคคลใดละบาปกรรมที่ตนทำไว้แล้วได้ด้วยกุศล บุคคลนั้นย่อมยังโลกนี้ให้สว่าง เหมือนดวงจันทร์พ้นแล้วจากหมอกฉะนั้น.
๗. สัตว์โลกนี้เป็นเหมือนคนบอด ในโลกนี้น้อยคนนักจะเห็นแจ้ง น้อยคนนักจะไปในสวรรค์ เหมือนนกหลุดเเล้วจากข่าย (มีน้อย) ฉะนั้น.
๘. หงส์ทั้งหลาย ย่อมไปในทางแห่งดวงอาทิตย์ท่านผู้มีฤทธิ์ทั้งหลายย่อมไปในอากาศด้วยฤทธิ์ ธีรชนชนะมารพร้อมทั้งพาหนะแล้ว ย่อมออกไปจากโลกได้.
๙. บาปอันชนผู้ก้าวล่วงธรรมอย่างเอกเสีย ผู้มักพูดเท็จ ผู้มีปรโลกอันล่วงเลยเสียแล้ว ไม่พึงทำย่อมไม่มี.
๑๐. พวกคนตระหนี่ จะไปสู่เทวโลกไม่ได้เลยพวกชนพาลแล ย่อมไม่สรรเสริญทาน ส่วนนักปราชญ์อนุโมทนาทานอยู่ เพราะเหตุนั้นนั่นแล นักปราชญ์นั้นจึงเป็นผู้มีสุขในโลกหน้า.
๑๑. โสดาปัตติผลประเสริฐกว่าความเป็นเอกราช ในแผ่นดิน กว่าการไปสู่สวรรค์ และกว่าความเป็นใหญ่ในโลกทั้งปวง.
จบโลกวรรคที่ ๑๓
ที่มา
http://202.57.162.77/tripitaka/default.php?cat=4200055 (http://202.57.162.77/tripitaka/default.php?cat=4200055)
[๒๓] ๑. บุคคลไม่พึงเสพธรรมอันเลว ไม่พึงอยู่ร่วมด้วยความประมาท ไม่พึงเสพความเห็นผิด ไม่พึงเป็นคนรกโลก.
๒. บรรพชิตไม่พึงประมาทในก้อนข้าว อันตนพึงลุกขึ้นยืนรับ บุคคลพึงประพฤติธรรมให้สุจริตผู้มีปกติประพฤติธรรม ย่อมอยู่เป็นสุขในโลกนี้และ
โลกหน้า, บุคคลพึงประพฤติธรรมให้สุจริต ไม่พึงประพฤติธรรมนั้นให้ทุจริต ผู้มีปกติประพฤติธรรมย่อมอยู่เป็นสุขในโลกนี้และโลกหน้า.
๓. พระยามัจจุ ย่อมไม่เห็นบุคคลผู้พิจารณาเห็นอยู่ซึ่งโลก เหมือนบุคคลพึงเห็นฟองน้ำ (และ)เหมือนบุคคลพึงเห็นพยับแดด.
๔. ท่านทั้งหลายจงดูโลกนี้ อันตระการดุจราชรถที่พวกคนเขลาหมกอยู่ (แต่) พวกผู้รู้หาข้องอยู่ไม่.
๕. ผู้ใดประมาทในก่อน ภายหลังไม่ประมาทผู้นั้นย่อมยังโลกนี้ให้สว่างได้เหมือนดวงจันทร์พ้นจากหมอกฉะนั้น.
๖. บุคคลใดละบาปกรรมที่ตนทำไว้แล้วได้ด้วยกุศล บุคคลนั้นย่อมยังโลกนี้ให้สว่าง เหมือนดวงจันทร์พ้นแล้วจากหมอกฉะนั้น.
๗. สัตว์โลกนี้เป็นเหมือนคนบอด ในโลกนี้น้อยคนนักจะเห็นแจ้ง น้อยคนนักจะไปในสวรรค์ เหมือนนกหลุดเเล้วจากข่าย (มีน้อย) ฉะนั้น.
๘. หงส์ทั้งหลาย ย่อมไปในทางแห่งดวงอาทิตย์ท่านผู้มีฤทธิ์ทั้งหลายย่อมไปในอากาศด้วยฤทธิ์ ธีรชนชนะมารพร้อมทั้งพาหนะแล้ว ย่อมออกไปจากโลกได้.
๙. บาปอันชนผู้ก้าวล่วงธรรมอย่างเอกเสีย ผู้มักพูดเท็จ ผู้มีปรโลกอันล่วงเลยเสียแล้ว ไม่พึงทำย่อมไม่มี.
๑๐. พวกคนตระหนี่ จะไปสู่เทวโลกไม่ได้เลยพวกชนพาลแล ย่อมไม่สรรเสริญทาน ส่วนนักปราชญ์อนุโมทนาทานอยู่ เพราะเหตุนั้นนั่นแล นักปราชญ์นั้นจึงเป็นผู้มีสุขในโลกหน้า.
๑๑. โสดาปัตติผลประเสริฐกว่าความเป็นเอกราช ในแผ่นดิน กว่าการไปสู่สวรรค์ และกว่าความเป็นใหญ่ในโลกทั้งปวง.
จบโลกวรรคที่ ๑๓
ที่มา
http://202.57.162.77/tripitaka/default.php?cat=4200055 (http://202.57.162.77/tripitaka/default.php?cat=4200055)