NUI
28-11-2004, 08:06 PM
การฝึกชี่กงเป็นการฝึกสมาธิเคลื่อนไหวเพื่อเสริมสุขภาพและช่วยในการบำบัดโรคนับว่าเป็นความมหัศจรรย์ของภูมิปั__าตะวันออกี่น่าศึกษายิ่งนัก ช่วงที่ผมยังทำงานอยู่ในโรงพยาบาล และได้เคยลองให้ผู้ป่วยได้ฝึกชี่กงกันนั้น ผมพบว่าการฝึกชี่กงมีความปลอดภัยสูง และก็ไม่พบว่ามีผลข้างเคียงใดๆเกิดขึ้น แต่ครั้นได้ฝึกฝนต่อไปอีกสักระยะหนึ่ง บางรายก็อาจมีอาการข้างเคียงเกิดขึ้นได้ อาการข้างเคียงเหล่านี้บางทีก็เหมือนกับโรคทางกายธรรมดา แต่บางครั้งก็แปลกประหลาดอธิบายยาก
ห_ิงสาวรายหนึ่งฝึกชี่กงเพื่อรักษาอาการปวดประจำเดือน โดยเธอมาฝึกพร้อมกับ_าติ ปรากฏว่า_าติที่ป่วยเป็นโรคภูมิแพ้ก็มีอาการดีขึ้นมากจนหายขาดได้ในที่สุด ภายในเวลาไม่ถึง 1 เดือน แต่เธอเองซึ่งขยันฝึกมากกว่า ด้วยความหวังว่าจะได้หายเร็วๆ โดยฝึกถึงวันละกว่า 2 ชั่วโมง จนในที่สุดพลังชี่ก็สะสมทั่วทั้งตัว จนมีอาการผมตั้ง ขนลุก เนื่องจากประจุไฟฟ้ามาก ตามตัวรู้สึกร้อนผ่าวไปหมดจนต้องฝังเข็มเพื่อระบายพลังส่วนเกิน และให้ลดเวลาฝึกลงมาให้เหลือเพียงวันละ 15 นาทีเท่านั้น
กรณีเช่นนี้หมายถึงการฝึกที่มากเกินไป และจากประสบการณ์ในเวลาต่อๆมาทำให้ผมทราบว่า ชี่กงที่เร่งพลังมาก เช่น ชี่กงแบบ 4 ท่าที่ผมเคยนำเสนอมาแล้ว หรือแบบยืนถือลูกบอลก็ตาม หากผู้ฝึกฝึกมากเกินไป ก็จะเกิดอาการพลังคั่งค้างขึ้นได้ง่าย
แล้วที่ว่ามากนั้นมากแค่ไหน ?
ปรากฏว่าในผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัวนั้น จำเป็นต้องใช้พลังเป็นจำนวนมากในการรักษาโรค การฝึกในระยะเวลานานไม่ค่อยมีปั_หา ก็เพราะร่างกายใช้พลังอยู่ทุกวัน แต่กับคนที่ป่วยด้วยโรคเล็กๆน้อยๆ หรือคนธรรมดาที่ขยันฝึก กลับมีอาการของพลังคั่งค้างจนเกิดปั_หาขึ้นได้ ซึ่งถ้าคิดเป็นเวลาการฝึก ก็ใช้เวลาการฝึกมากกว่า 1 ชั่วโมงขึ้นไป นอกจากนี้ยังขึ้นอยู่กับปัจจัยอีก 2 ข้อคือ ท่าทางของร่างกาย และจิตใจ
ท่าทางก็มีส่วนสำคั_ ชี่กงที่ใช้ท่าทางมากๆ จะไม่ค่อยมีปั_หาการติดขัดของพลัง เนื่องจากมีการบริหารกระตุ้นการไหลเวียนพลังอยู่ตลอด ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจนก็คือ ในผู้ฝึกไทเก๊ก ซึ่งต้องฝึกมากกว่า 80 ท่าใน 1 ครั้ง กลับไม่เคยปรากฏว่ามีผลข้างเคียงใดๆเกิดขึ้น ดังนั้นทางแก้ไขสำหรับพวกที่มีพลังคั่งค้างมากเกินไปวิธีหนึ่งก็คือ การให้ฝึกท่ามากๆหน่อย จะได้กระตุ้นการไหลเวียนของพลังให้มากขึ้น
จิตใจนับว่ามีส่วนสำคั_มาก จิตใจที่แจ่มใส ผ่อนคลาย จะทำให้พลังงานไหลเวียนดี แต่หากมีความตึงเครียดหรือโกรธ อารมณ์ด้านลบจะทำให้พลังเกิดติดขัด
เหมือนกับที่ตำราหวังตี้เน่ยจิง ซึ่งเป็นตำราการแพทย์แผนโบราณของจีน ได้กล่าวถึงอารมณ์ทั้ง 7 ว่า เป็นอุปสรรคของการฝึกชี่กง อย่างอารมณ์โกรธทำให้พลังขึ้นสู่บน ก็หมายถึงความโกรธนั้นทำให้เกิดอาการปวดศีรษะ เนื่องจากพลังงานไปคั่งอยู่ที่ศีรษะมาก
คนที่หงุดหงิดง่าย หรือมีปั_หาจากสิ่งรอบๆตัวรุมเร้า ไม่ควรฝึกชี่กงเพียงอย่างเดียว แต่ควรฝึกการมีสติตามหลักพุทธศาสนาด้วย การกำหนดสติเมื่อเกิดอารมณ์ต่างๆนี่เอง ทำให้อารมณ์ที่เกิดขึ้นสลายไป และไม่สะสมจนเกิดปั_หา ประเด็นนี้คงต้องหาโอกาสนำมากล่าวถึงอีกสักครั้งในอนาคต
แล้วอาการอื่นๆ?
อาการข้างเคียงของการฝึกชี่กงมีหลายแบบ เช่น
1. อาการของความร้อนในร่างกายสะสม คือมีพลังมากขึ้นจนเกิดแผลในปาก ร้อนวูบวาบตามตัว บางคนอาจร้อนเฉพาะบางจุดของร่างกาย เช่นที่ศีรษะ ทำให้เกิดความรำคา_ บางรายอาจรู้สึกเหมือนมีไข้ขึ้น ส่วนให_่อาการเหล่านี้มักหายไป ไม่ค่อยเรื้อรัง
รายหนึ่งที่ผมเคยพบมีอาการแบบนี้นั้น เขาเคยไปเปิดจักระเพื่อรับพลัง ต่อมาเกิดความไม่สบาย รำคา_ กับพลังที่วิ่งไปมาอยู่บนศีรษะ จนต้องหยุดการฝึก ลักษณะเช่นนี้ก็สามารถพบในคนที่ฝึกชี่กงได้
2. อาการของระบบย่อยอาหาร ได้แก่ ท้องไส้ปั่นป่วน คลื่นไส้อาเจียน ซี่งมักเกิดตั้งแต่เริ่มฝึก บางรายถึงกับต้องหยุดแล้วไปอาเจียนนอกห้องก็เคยเจอ ขณะที่บางรายอาจมีอาการท้องเสีย ถ่ายบ่อย อันนี้มักพบได้ในผู้ที่มีของเสียคั่งค้าง อาจถือได้ว่าเป็นขบวนการขับพิษอย่างหนึ่ง แบบนี้ถือเป็นสิ่งที่ดี
3. ความแปรปรวนทางเพศ ซึ่งมักพบว่าแรงขับดันทางเพศจะสูงขึ้น ซึ่งต้องพัฒนาวิธีควบคุมให้อยู่ในความสมดุลด้วยเช่นเดียวกัน
4. นอนไม่หลั บฝันร้าย อันนี้แสดงถึงพลังที่คั่งอยู่ และอาจเป็นจากการได้รับพลังปนเปื้อนจากแหล่งที่ไม่ค่อยดีนัก
พลังปนปื้อนนี้หมายถึงพลังที่ไม่ค่อยดีนัก เช่น เป็นพลังงานของผู้ป่วย พลังด้านลบ ซึ่งเมื่อเข้ามาในร่างกายแล้ว จะทำให้เกิดความผิดปกติหลายอย่าง เหตุที่พลังงานเหล่านี้เข้ามาได้ก็เพราะ ในขบวนการฝึกนั้นเราไม่สามารถแยกแยะพลังได้ว่า อันนี้ดีแล้วรับไว้ อันนี้ไม่ดีปล่อยทิ้งไป ดังนั้นการเลือกสถานที่ฝึกที่ดีจึงเป็นสิ่งจำเป็น และทำให้เราได้รับพลังงานที่เป็นด้านบวกมากขึ้น
5. ปวดกล้ามเนื้อและเส้นเอ็น อาการเช่นนี้ผมเคยเจตอมากับตัวเองแล้ว แถมยังเล่นงานผมอยู่นานเป็นปีเลยทีเดียว ปกติแล้วการที่พลังจะเข้าเส้นเอ็นได้นั้น ต้องเกิดการอัดพลังด้วยการหายใจ แล้วเกร็งคลายกล้ามเนื้อ ซึ่งต้องทำอย่างค่อยเป็นค่อยไป หากรีบร้อนในการฝึกฝนแล้ว อาจทำให้เกิดการติดขัด และเส้นเอ็นเกิดอักเสบ และทำให้ผู้ฝึกมีอาการเจ็บปวด บวม ได้
การแก้ไข ?
ผมได้เสนอแนวทางแก้ไขง่ายมาแล้วคือ เรื่องของการใช้เวลาในการฝึกให้พอดี ไม่มากจนเกินไป ระมัดระวังอารมณ์ขณะฝึกให้ผ่อนคลาย และอาจใช้ท่าทางกายบริหารในตำแหน่งที่ไม่ค่อยสบายอย่างค่อยเป็นค่อยไป กรณีที่มีปั_หาเกิดขึ้น ก็อาจลองแก้ไขปั_หาดูก่อน สังเกตว่าเกิดจากอะไรและอาจลองแก้ไขได้โดย
1. ขับพลังออก ซึ่งอาจใช้ในกรณีที่มีพลังมากเกินไป หรือใช้กำจัดพลังที่ปนเปื้อน วิธีง่ายๆก็คือ หาต้นไม้ให_่ๆสักต้น เพื่อถ่ายออก และทำให้เกิดการไหลเวียนของพลังงาน (รูป)
ยืนสบายๆ เท้าทั้งสองข้างสัมผัสกับพื้นดิน ขณะที่ฝ่ามือทั้งสองแนบสนิทกับต้นไม้อย่างสบายๆ แล้วจินตนาการให้พลังไหลจากมือไปยังต้นไม้ ลงไปยังรากแก้วที่อยู่ลึกลงไปในพื้นดิน ขณะที่เท้าดูดซับพลังงานจากพื้นดินขึ้นมาเป็นวงจร ทำซ้ำๆกันอย่างนั้น ตามลักษณะของลมหายใจ กล่าวคือเมื่อหายใจเข้า พลังก็ไหลเข้ามาในตัวผ่านเท้า หายใจออกพลังไหลออกไปยังต้นไม้ โดยพลังไหลผ่านทางฝ่ามือ ควรทำอย่างน้อย 10 รอบลมหายใจ
แค่เอามือแตะต้นไม้ แล้วนึกเอาน่ะหรือ ฟังดูง่ายๆ ?
ทีแรกตอนที่อาจารย์ได้สอนวิธีนี้แก่ผม ผมก็ไม่อยากเชื่อนัก พอดีช่วงนั้นผมมีปั_หาหัวใจเต้นผิดปกติ ( PVC ) เนื่องจากกินกาแฟมากไปหน่อย หลังจากลองปฏิบัติดูตามที่กล่าวนี้ อาการหัวใจเต้นผิดจังหวะหายไปอย่างปลิดทิ้ง ภายในเวลาเพียงแค่ 2 นาที เรียกว่าเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพมากทีเดียว
2. การแผ่เมตตา เผื่อแผ่แก่สิ่งต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นคน สัตว์ เจ้ากรรมนายเวร ฯลฯที่อยู่รอบๆตัว อาจใช้บทสวด สัพเพ สัตตา พร้อมทั้งบทแปล สัตว์ทั้งหลายที่เป็นเพื่อนทุกข์ ก็ได้ วิธีการนี้ สามารถใช้แก้เรื่องพลังงานด้านลบลงไปได้
เรื่องของผลข้างเคียงที่เกิดจากการฝึกชี่กงนั้น โชคดีที่ไม่ได้เจอกันบ่อยๆนัก ที่เจอก็มีอาการไม่มากและหายได้เอง หรือใช้วิธีการต่างๆแก้ไขกันได้ แต่หากลองแล้วอาการต่างๆก็ยังไม่ดีขึ้นเสียที ก็อาจต้องให้อาจารย์ชี่กงช่วยจี้สกัดจุด หรือขับพิษออกไปเสียบ้าง ก็น่าจะเป็นทางออกไม้ตายสุดท้ายครับ
* * * * * * * * * * * * * * * *
ผู้แต่ง: นพ. เทอดศักดิ์ เดชคง - detkong@health.moph.go.th - 2/9/2004
ห_ิงสาวรายหนึ่งฝึกชี่กงเพื่อรักษาอาการปวดประจำเดือน โดยเธอมาฝึกพร้อมกับ_าติ ปรากฏว่า_าติที่ป่วยเป็นโรคภูมิแพ้ก็มีอาการดีขึ้นมากจนหายขาดได้ในที่สุด ภายในเวลาไม่ถึง 1 เดือน แต่เธอเองซึ่งขยันฝึกมากกว่า ด้วยความหวังว่าจะได้หายเร็วๆ โดยฝึกถึงวันละกว่า 2 ชั่วโมง จนในที่สุดพลังชี่ก็สะสมทั่วทั้งตัว จนมีอาการผมตั้ง ขนลุก เนื่องจากประจุไฟฟ้ามาก ตามตัวรู้สึกร้อนผ่าวไปหมดจนต้องฝังเข็มเพื่อระบายพลังส่วนเกิน และให้ลดเวลาฝึกลงมาให้เหลือเพียงวันละ 15 นาทีเท่านั้น
กรณีเช่นนี้หมายถึงการฝึกที่มากเกินไป และจากประสบการณ์ในเวลาต่อๆมาทำให้ผมทราบว่า ชี่กงที่เร่งพลังมาก เช่น ชี่กงแบบ 4 ท่าที่ผมเคยนำเสนอมาแล้ว หรือแบบยืนถือลูกบอลก็ตาม หากผู้ฝึกฝึกมากเกินไป ก็จะเกิดอาการพลังคั่งค้างขึ้นได้ง่าย
แล้วที่ว่ามากนั้นมากแค่ไหน ?
ปรากฏว่าในผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัวนั้น จำเป็นต้องใช้พลังเป็นจำนวนมากในการรักษาโรค การฝึกในระยะเวลานานไม่ค่อยมีปั_หา ก็เพราะร่างกายใช้พลังอยู่ทุกวัน แต่กับคนที่ป่วยด้วยโรคเล็กๆน้อยๆ หรือคนธรรมดาที่ขยันฝึก กลับมีอาการของพลังคั่งค้างจนเกิดปั_หาขึ้นได้ ซึ่งถ้าคิดเป็นเวลาการฝึก ก็ใช้เวลาการฝึกมากกว่า 1 ชั่วโมงขึ้นไป นอกจากนี้ยังขึ้นอยู่กับปัจจัยอีก 2 ข้อคือ ท่าทางของร่างกาย และจิตใจ
ท่าทางก็มีส่วนสำคั_ ชี่กงที่ใช้ท่าทางมากๆ จะไม่ค่อยมีปั_หาการติดขัดของพลัง เนื่องจากมีการบริหารกระตุ้นการไหลเวียนพลังอยู่ตลอด ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจนก็คือ ในผู้ฝึกไทเก๊ก ซึ่งต้องฝึกมากกว่า 80 ท่าใน 1 ครั้ง กลับไม่เคยปรากฏว่ามีผลข้างเคียงใดๆเกิดขึ้น ดังนั้นทางแก้ไขสำหรับพวกที่มีพลังคั่งค้างมากเกินไปวิธีหนึ่งก็คือ การให้ฝึกท่ามากๆหน่อย จะได้กระตุ้นการไหลเวียนของพลังให้มากขึ้น
จิตใจนับว่ามีส่วนสำคั_มาก จิตใจที่แจ่มใส ผ่อนคลาย จะทำให้พลังงานไหลเวียนดี แต่หากมีความตึงเครียดหรือโกรธ อารมณ์ด้านลบจะทำให้พลังเกิดติดขัด
เหมือนกับที่ตำราหวังตี้เน่ยจิง ซึ่งเป็นตำราการแพทย์แผนโบราณของจีน ได้กล่าวถึงอารมณ์ทั้ง 7 ว่า เป็นอุปสรรคของการฝึกชี่กง อย่างอารมณ์โกรธทำให้พลังขึ้นสู่บน ก็หมายถึงความโกรธนั้นทำให้เกิดอาการปวดศีรษะ เนื่องจากพลังงานไปคั่งอยู่ที่ศีรษะมาก
คนที่หงุดหงิดง่าย หรือมีปั_หาจากสิ่งรอบๆตัวรุมเร้า ไม่ควรฝึกชี่กงเพียงอย่างเดียว แต่ควรฝึกการมีสติตามหลักพุทธศาสนาด้วย การกำหนดสติเมื่อเกิดอารมณ์ต่างๆนี่เอง ทำให้อารมณ์ที่เกิดขึ้นสลายไป และไม่สะสมจนเกิดปั_หา ประเด็นนี้คงต้องหาโอกาสนำมากล่าวถึงอีกสักครั้งในอนาคต
แล้วอาการอื่นๆ?
อาการข้างเคียงของการฝึกชี่กงมีหลายแบบ เช่น
1. อาการของความร้อนในร่างกายสะสม คือมีพลังมากขึ้นจนเกิดแผลในปาก ร้อนวูบวาบตามตัว บางคนอาจร้อนเฉพาะบางจุดของร่างกาย เช่นที่ศีรษะ ทำให้เกิดความรำคา_ บางรายอาจรู้สึกเหมือนมีไข้ขึ้น ส่วนให_่อาการเหล่านี้มักหายไป ไม่ค่อยเรื้อรัง
รายหนึ่งที่ผมเคยพบมีอาการแบบนี้นั้น เขาเคยไปเปิดจักระเพื่อรับพลัง ต่อมาเกิดความไม่สบาย รำคา_ กับพลังที่วิ่งไปมาอยู่บนศีรษะ จนต้องหยุดการฝึก ลักษณะเช่นนี้ก็สามารถพบในคนที่ฝึกชี่กงได้
2. อาการของระบบย่อยอาหาร ได้แก่ ท้องไส้ปั่นป่วน คลื่นไส้อาเจียน ซี่งมักเกิดตั้งแต่เริ่มฝึก บางรายถึงกับต้องหยุดแล้วไปอาเจียนนอกห้องก็เคยเจอ ขณะที่บางรายอาจมีอาการท้องเสีย ถ่ายบ่อย อันนี้มักพบได้ในผู้ที่มีของเสียคั่งค้าง อาจถือได้ว่าเป็นขบวนการขับพิษอย่างหนึ่ง แบบนี้ถือเป็นสิ่งที่ดี
3. ความแปรปรวนทางเพศ ซึ่งมักพบว่าแรงขับดันทางเพศจะสูงขึ้น ซึ่งต้องพัฒนาวิธีควบคุมให้อยู่ในความสมดุลด้วยเช่นเดียวกัน
4. นอนไม่หลั บฝันร้าย อันนี้แสดงถึงพลังที่คั่งอยู่ และอาจเป็นจากการได้รับพลังปนเปื้อนจากแหล่งที่ไม่ค่อยดีนัก
พลังปนปื้อนนี้หมายถึงพลังที่ไม่ค่อยดีนัก เช่น เป็นพลังงานของผู้ป่วย พลังด้านลบ ซึ่งเมื่อเข้ามาในร่างกายแล้ว จะทำให้เกิดความผิดปกติหลายอย่าง เหตุที่พลังงานเหล่านี้เข้ามาได้ก็เพราะ ในขบวนการฝึกนั้นเราไม่สามารถแยกแยะพลังได้ว่า อันนี้ดีแล้วรับไว้ อันนี้ไม่ดีปล่อยทิ้งไป ดังนั้นการเลือกสถานที่ฝึกที่ดีจึงเป็นสิ่งจำเป็น และทำให้เราได้รับพลังงานที่เป็นด้านบวกมากขึ้น
5. ปวดกล้ามเนื้อและเส้นเอ็น อาการเช่นนี้ผมเคยเจตอมากับตัวเองแล้ว แถมยังเล่นงานผมอยู่นานเป็นปีเลยทีเดียว ปกติแล้วการที่พลังจะเข้าเส้นเอ็นได้นั้น ต้องเกิดการอัดพลังด้วยการหายใจ แล้วเกร็งคลายกล้ามเนื้อ ซึ่งต้องทำอย่างค่อยเป็นค่อยไป หากรีบร้อนในการฝึกฝนแล้ว อาจทำให้เกิดการติดขัด และเส้นเอ็นเกิดอักเสบ และทำให้ผู้ฝึกมีอาการเจ็บปวด บวม ได้
การแก้ไข ?
ผมได้เสนอแนวทางแก้ไขง่ายมาแล้วคือ เรื่องของการใช้เวลาในการฝึกให้พอดี ไม่มากจนเกินไป ระมัดระวังอารมณ์ขณะฝึกให้ผ่อนคลาย และอาจใช้ท่าทางกายบริหารในตำแหน่งที่ไม่ค่อยสบายอย่างค่อยเป็นค่อยไป กรณีที่มีปั_หาเกิดขึ้น ก็อาจลองแก้ไขปั_หาดูก่อน สังเกตว่าเกิดจากอะไรและอาจลองแก้ไขได้โดย
1. ขับพลังออก ซึ่งอาจใช้ในกรณีที่มีพลังมากเกินไป หรือใช้กำจัดพลังที่ปนเปื้อน วิธีง่ายๆก็คือ หาต้นไม้ให_่ๆสักต้น เพื่อถ่ายออก และทำให้เกิดการไหลเวียนของพลังงาน (รูป)
ยืนสบายๆ เท้าทั้งสองข้างสัมผัสกับพื้นดิน ขณะที่ฝ่ามือทั้งสองแนบสนิทกับต้นไม้อย่างสบายๆ แล้วจินตนาการให้พลังไหลจากมือไปยังต้นไม้ ลงไปยังรากแก้วที่อยู่ลึกลงไปในพื้นดิน ขณะที่เท้าดูดซับพลังงานจากพื้นดินขึ้นมาเป็นวงจร ทำซ้ำๆกันอย่างนั้น ตามลักษณะของลมหายใจ กล่าวคือเมื่อหายใจเข้า พลังก็ไหลเข้ามาในตัวผ่านเท้า หายใจออกพลังไหลออกไปยังต้นไม้ โดยพลังไหลผ่านทางฝ่ามือ ควรทำอย่างน้อย 10 รอบลมหายใจ
แค่เอามือแตะต้นไม้ แล้วนึกเอาน่ะหรือ ฟังดูง่ายๆ ?
ทีแรกตอนที่อาจารย์ได้สอนวิธีนี้แก่ผม ผมก็ไม่อยากเชื่อนัก พอดีช่วงนั้นผมมีปั_หาหัวใจเต้นผิดปกติ ( PVC ) เนื่องจากกินกาแฟมากไปหน่อย หลังจากลองปฏิบัติดูตามที่กล่าวนี้ อาการหัวใจเต้นผิดจังหวะหายไปอย่างปลิดทิ้ง ภายในเวลาเพียงแค่ 2 นาที เรียกว่าเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพมากทีเดียว
2. การแผ่เมตตา เผื่อแผ่แก่สิ่งต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นคน สัตว์ เจ้ากรรมนายเวร ฯลฯที่อยู่รอบๆตัว อาจใช้บทสวด สัพเพ สัตตา พร้อมทั้งบทแปล สัตว์ทั้งหลายที่เป็นเพื่อนทุกข์ ก็ได้ วิธีการนี้ สามารถใช้แก้เรื่องพลังงานด้านลบลงไปได้
เรื่องของผลข้างเคียงที่เกิดจากการฝึกชี่กงนั้น โชคดีที่ไม่ได้เจอกันบ่อยๆนัก ที่เจอก็มีอาการไม่มากและหายได้เอง หรือใช้วิธีการต่างๆแก้ไขกันได้ แต่หากลองแล้วอาการต่างๆก็ยังไม่ดีขึ้นเสียที ก็อาจต้องให้อาจารย์ชี่กงช่วยจี้สกัดจุด หรือขับพิษออกไปเสียบ้าง ก็น่าจะเป็นทางออกไม้ตายสุดท้ายครับ
* * * * * * * * * * * * * * * *
ผู้แต่ง: นพ. เทอดศักดิ์ เดชคง - detkong@health.moph.go.th - 2/9/2004