lotte
22-11-2005, 09:56 AM
ขอเชิญบูชาสมเด็จวัดระฆังไม่กี่ร้อยร่วมสร้างพระประ
ร่วมสร้างพระประธานเจดีย์ศาลาโบสถ์วิหารและบูรณะวัด
ขอเชิญร่วมสร้างพระประธานและอุโบสถวัดศรีมณฑป
--------------------------------------------------------------------------------
ขอเชิญพุทธศาสนิกชนเข้าร่วม พิธีมหาพุทธาภิเษกเททองหล่อพระประธาน>>
หลวงพ่อ อู่ทอง ศรีมณฑป>>
และร่วมสร้างพระอุโบสถ>>
ณ วัดศรีมณฑป ต.จรเข้ร้อง อ.ไชโย จ.อ่างทอง>>
12 ธันวาคม 2548 ฤกษ์เททอง 15.19 น.>>
> >
> >
วัดศรีมณฑป เดิมชื่อ วัดมณฑป เป็นวัดเก่าแก่ สร้างในสมัยกรุงศรีอยุธยา มีอายุโดยประมาณกว่าสี่ร้อยปี ภายในวัดมีพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวบ้านขนานนามว่า หลวงพ่อหมอ เป็นที่เคารพนับถือ และเป็นที่พึ่งทางจิตใจของชาวอำเภอไชโยและเขตข้างเคียง ช่วยกำจัดปัดเป่าทุกข์โศกโรคภัย อีกทั้งดลบัลดาลให้เกิดโชคลาภแก่ชาวบ้านที่มากราบไหว้บนบานศาลกล่าวมาเป็นเวลาช้านาน ครั้งกรุงศรีอยุธยาเสียเมืองแก่พม่า เกิดความเสียหายต่อวัดทั้งหลายทุกหย่อมหญ้า วัดมณฑปได้ถูกทิ้งร้างนับแต่นั้นมา สถานที่ตั้งของวัดเดิมทีมีถึง 38 ไร่ แต่ในขณะที่พระใบฎีกาประพันธ์ อธิปุญโญ อดีตเจ้าอาวาส มาจำพรรษา คงเหลือเนื้อที่วัดเพียง 1 ไร่เศษเท่านั้น ท่านจึงซื้อที่ดินเพิ่มเติมอีก 5 ไร่ จนปัจจุบัน มีเนื้อที่ 6 ไร่เศษ ท่านได้ทำการบูรณปฏิสังขรณ์ และขอพระราชทานจัดตั้งเป็นวัด และได้รับโปรดเกล้าพระราชทานวิสุงคามสีมา ให้จัดตั้งเป็นวัดขึ้นอีกครั้งหนึ่ง เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2543 และเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น วัดศรีมณฑป>>
> >
ทั้ง 3 ผู้ริเริ่ม คือ สงวน พัทธยากร, แก้ว ลายทอง และ ธุดงค์ สุขเกษม ได้ผ่านไปพบวัดศรีมณฑปโดยบังเอิญ เห็นวัดศรีมณฑปที่เคยรุ่งเรืองแห่งนี้ถูกปล่อยรกร้าง ไม่มีแม้แต่อุโบสถที่จะประกอบพิธีทางสงฆ์ จึงได้ร่วมกับผองเพื่อนพี่น้องศิลปิน เช่น หงา-หว่อง คาราวาน, ปู คำภีร์, สีเผือก คนด่านเกวียน, พยัพ คำพันธุ์ รวมถึงนักเขียนอีกหลายคน อาทิ ไพวรินทร์ ขาวงาม, ทองแถม นาคจำนง, พจนา จันทรสันติ, รักษ์ มนัญญา, โดม วุฒิชัย ร่วมเป็นคณะกรรมการจัด พิธีมหาพุทธาภิเษกเททองหล่อพระประธาน เพื่อจัดสร้างพระประธานหน้าตักกว้าง 59 นิ้ว ตามแบบศิลปะอู่ทอง ก่อนทำการก่อสร้างอุโบสถสืบเนื่องต่อไป เพื่อเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมแก่เหล่าสงฆ์และฆราวาสในภายภาคหน้า และเป็นการทำนุบำรุงรักษารวมถึงส่งเสริมวัดเก่าแก่แต่โบราณแห่งนี้ให้เจริญรุ่งเรืองสืบไป >>
โดยพิธีดังกล่าวจะมีสุดยอดเกจิอาจารย์แห่งยุค 17 รูป คือ ครูบากฤษณะ อินทวณฺโณ, หลวงพ่ออุ้น วัดตาลกง, หลวงพ่อเพี้ยน วัดเกริ่นกฐิน, หลวงพ่อสะอาด วัดเขาแก้ว, เจ้าคุณพระพิพัฒน์สังวรคุณ (ถนอม) วัดสุทัศน์, หลวงพ่อเจือ วัดกลางบางแก้ว, อาจารย์ อิฎฐ์ วัดจุฬามณี, หลวงพ่อรวย วัดตะโก, หลวงพ่อเพิ่ม วัดป้อมแก้ว, หลวงพ่อพูน วัดบ้านแพน, หลวงพ่อแม้น วัดหน้าต่างนอก, หลวงพ่อสมพิตร วัดบึงทองหลาง, หลวงพ่อเอียด วัดไผ่ล้อม, หลวงพ่อเอื้อน วัดวังแดงใต้, หลวงพ่อสารันต์ วัดดงน้อย, หลวงพ่อเพย วัดบ้านบึง, หลวงพ่อปิ่น วัดไชยภูมิ มาร่วมนั่งปรกพุทธาภิเษก เททองหล่อพระ หลวงพ่อ อู่ทอง ศรีมณฑป เพื่อเป็นพระประธานให้แก่วัดศรีมณฑป>>
> >
คณะกรรมจึงขอกราบเรียนเชิญท่านพุทธศาสนิกชน ผู้มีใจกุศล และมีจิตศรัทธาในการบำรุงสืบทอดพระพุทธศาสนาเข้าร่วมในพิธีวันที่ 12 ธันวาคม 2548 ณ วัดศรีมณฑป ต.จรเข้ร้อง อ.ไชโย จ.อ่างทอง กำหนดเปิดงานตั้งแต่ 09.00น. พิธีเริ่ม 13.19 น. ฤกษ์เททอง 15.19 น. และขอกราบเรียนเชิญท่านร่วมสละกำลังทรัพย์ตามที่เห็นเหมาะควร เพื่อเป็นทุนทรัพย์ในการร่วมเททองหล่อพระประธานและสร้างอุโบสถให้กับวัด โดยร่วมบริจาคโดยตรงได้ที่ บัญชีวัดศรีมณฑป ธนาคารกรุงเทพ สาขาอ่างทอง เลขที่ 384-0-51534-4>>
สำหรับท่านที่เข้าร่วมพิธี จะมีการแจกวัตถุมงคลเป็นที่ระลึกหลังเสร็จสิ้นพิธี>>
> >
ขออาราธนาคุณพระศรีรัตนตรัย เหล่าเทพยดาเจ้า และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายทั่วสากลโลก จงดลบันดาลให้ท่านและครอบครัว ประสบแต่ความสุข ความเจริญ อายุมั่น ขวัญยืน ร่มเย็น สัมฤทธิ์ผลในสิ่งอันพึงปรารถนาทุกประการเทอญ.>>
> >
> >
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ติดต่อ : >>
พระธีรเดช รก.เจ้าอาวาส วัดศรีมณฑป 0-9113-9499 >>
นิตยา สุขเกษม โทร. 0-6377-9605 หรือ 0-2736-8383>>
ขอเชิญร่วมบูรณะพระอุโบสถเก่าที่ทรุดตัวลง สมัยหลวงพ่อหวล วัดพิกุล
--------------------------------------------------------------------------------
เนื่องจากวัดพิกุล ตั้งอยู่แถวฝั่งธน ตามแแผนที่ กำลังยกพระอุโบสถ
เนื่องจากพระอุโบสถเก่าเป็นอุโบสถสมัยหลวงพ่อหวล
ที่ท่านเป็นลูกศิษย์องค์หนึ่งของหลวงพ่อปานแห่งวัดบางนมโค
ที่ได้สร้างไว้ เมื่อ 30 กว่าปีก่อนโน้น
บัดนี้ได้ทรุดตัวลง ทางวัดดำริจะยกพระอุโบสถโดยการดีดขึ้นทั้งหลัง
แต่ยังขาดปัจจัยอยู่มาก จึงขอเรียนเชิญท่านผู้ใจบุญทั้งหลาย
ลูกหลานหลวงพ่อปาน มาช่วยกันยกบุญยกกุศล ในการยกพระอุโบสถ
ขึ้น โดยทางวัดได้ขุดใต้พระอุโบสถ
เพื่อให้ท่านผู้มีจิตศรัทธา ไปลอด เพื่อเสดาะเคราะห์ และสร้างกุศลอื่นๆ
ท่านลองคิดดู ขนาดลอดท้องช้าง ที่เป็นสัตว์ใหญ่ ยังว่าสามารถเสดาะเคราะห์ได้
นี่พระอุโบสถทั้งหลัง มีการทำสังฆกรรมมา 30 กว่าปี ย่อมเกิดประโยชน์แก่ท่านบ้างไม่มากก็น้อย
จึงขอรบกวนท่านเจ้าของเวปมาแจ้งข่าวงานบุญให้ท่านผู้มีใจกุศลทั้งหลายได้ทราบนะครับ
http://www.konmeungbua.com/webboard/...n.asp?GID=7488
ขอเชิญหล่อหลวงปู่ทวด วัดช้างให้ เนื้อเงินบริสุทธิ์ขนาดหน้าตัก ๓๐นิ้ว
เพื่อประดิษฐาน ณ.วัดเขาแร่ อ.ทุ่งเสลี่ยม จ.สุโขทัย
ในวันอาทิตย์ที่ ๓๐ ตุลาคม ๒๕๔๘
เนื่องด้วยทางวัดเขาแร่ จะทำการหล่อองค์สมเด็จหลวงปู่ทวด วัดช้างให้ พระอมตมหาเถระสงฆ์ ผู้ซึ่งเปรี่ยมด้วยมหาเมตตาธรรม ช่วยประเทศชาติพ้นภัยตั้งแต่อดีตจนปัจจุบัน โดยขณะนี้ทางวัดเขาแร่กำลังอยู่ในระหว่างจัดหาเงินทุนเพื่อซื้อเงินบริสุทธิ์มาทำการหล่อเป็นองค์สมเด็จหลวงปู่ทวด ซึ่งต้องใช้จำนวนเงินบริสุทธิ์อย่างน้อย ๖๐ กิโลกรัม ในปัจจุบันราคากิโลกรัมละ ๑๐,๐๐๐ บาท และเมื่อมีเงินทุนครบตามกำหนดแล้วจึงจะทำการหล่อองค์สมเด็จหลวงปู่ทวดต่อไป
ดังนั้นในวันอาทิตย์ที่ ๓๐ ตุลาคม ๒๕๔๘ นั้นทางวัดเขาแร่จะทำการหล่อสมเด็จหลวงปู่ทวด เนื้อทองเหลืองขนาดหน้าตัก ๓๐ นิ้วเพื่อเป็นองค์ต้นแบบสำหรับการหล่อองค์หลวงปู่ทวดเนื้อเงินบริสุทธิ์ เพื่อที่จะสามารถคำนวณน้ำหนักขององค์จริงออกมาได้ จึงขอเรียนเชิญลูกหลานสมเด็จหลวงปู่ทวด และผู้มีจิตศรัทธาทุกท่านร่วมเป็นเจ้าภาพในการหล่อสมเด็จหลวงปู่ทวด เนื้อเงินบริสุทธิ์ขนาดหน้าตัก ๓๐ นิ้วได้โดยบูชาแท่งเงินบริสุทธิ์ ในราคา ๕๐๐ ๑,๕๐๐ และ ๓,๐๐๐บาท ตามจำนวนน้ำหนัก และสลักชื่อนาม-สกุล ของท่านลงบนแท่งเงินบริสุทธิ์เพื่อความเป็นศิริมงคลแก่ท่านและครอบครัวสืบต่อไป
สามารถสมทบทุนได้ที่
๑.ผ่านบัญชี พระปรินทร์ ธัมมสรโณ ธนาคารกรุงเทพ สาขาทุ่งเสลี่ยม บัญชีสะสมทรัพย์
เลขที่บัญชี ๔๖๐-๐-๓๐๖๒๖-๒
๒.สั่งจ่ายธนาณัติ วัดเขาแร่ ตู้ ป.ณ.๒ ต.ทุ่งเสลี่ยม อ.ทุ่งเสลี่ยม จ.สุโขทัย ๖๔๑๕๐
(เจ้าภาพทุกท่านจะได้รับของที่ระลึกหลังจากการหล่อสมเด็จหลวงปู่ทวดเนื้อเงินบริสุทธิ์แล้วเสร็จ โดยการนำเอาเงินบริสุทธิ์ที่เหลือจากการหล่อนั้นมาทำเป็นวัตถุมงคลเพื่อเป็นที่ระลึก)
ขอเชิญผู้มีจิตศรัทธาร่วมบริจาคเงินสมทุนบูรณปฎิสังขรณ์พระวิหารไม้สักโบราณสถานอันเก่าแก่ศิลปพม่า อายุกว่า 100ปี ณ วัดศรีรองเมือง ต.สบตุ๋ย อ.เมือง จ.ลำปาง
เนื่องจากขณะนี้ พระวิหารไม้สักอายุร้อยกว่าปี วัดศรีรองเมือง ได้ทรุดโทรมไปมากและมีปลวกกินใต้ฐานเสาทำให้อาคารเกิดการทรุดตัว จึงขอเชิญญาติธรรมร่วมสบทบทุนบูรณะอาคารดังกล่าว ซึ่งขณะนี้ทางวัดศรีรองเมือง ได้จัดงานทอดกฐินสามัคคี เพื่อหาเงินสมทุนบูรณปฎิสังขรณ์พระวิหารไม้สัก
ในวันอาทิตย์ที่ 13 พฤศจิกายน 2548 ท่านสามารถร่วมสมทบทุนได้ที่
ธนาคารกรุงศรีอยุธยา สาขาลำปาง บัญชีออมทรัพย์
ชื่อบัญชี วัดศรีรองเมือง หมายเลขบัญชี 024-1-42380-3
หรือที่ พระอธิการชลฌาทิศ(เจ้าอาวาสวัดศรีรองเมือง) ได้ที่วัดศรีรองเมือง
ท่านที่ร่วมสมทบทุนผ่านบัญชีธนาคารสามารถส่งรายชื่อ และจำนวนเงินมาที่ผมได้ทางอีเมล์ s_saner@hotmail.com ในวันงานทอดกฐินผมจะเดินทางไปทอดกฐินที่วัดจะได้ถือโอกาส แจ้งยอดและรายชื่อทุกท่านที่ได้ร่วมสมทบทุนให้ท่านเจ้าอาวาสทราบ
ขอเชิญร่วมบูรณะพระบรมธาตุเจดีย์ บรรจุพระธาตุเขี้ยวฝาง อายุมากกว่า พันปี
ตอบคำถามเพิ่ม คลิกที่นี่
ประวัติ พระธาตุโพนจิกเวียงงัว เพื่อการบูรณะ
เป็นที่รับรู้ กันโดยทั่วไปถึงอานิสงค์แห่งการบูรณะ พระบรมธาตุเจดีย์ ว่าได้กุศลสูงยิ่งกว่าการทำ อามิสบูชาใดๆ และยังให้ถึง ซึ่งพระนิพพาน ดังนั้นพระโยควาจร ผู้ต้องการสำเร็จ มรรคผลจึงนิยม สร้างกุศลกับพระบรมธาตุเจดีย์ เช่น พระอาจารย์มั่น ภูริทัตโตร บูรณะพระธาตุพนม , ครูบาศรีวิชัย กับการบูรณะพระธาตุดอยสุเทพฯ
พระบรมธาตุเจดีย์ ในปัจจุบันส่วนใหญ่ ที่สร้างขึ้นมักบอกกันว่าได้ พระบรมธาตุจากอินเดียบ้าง ศรีลังกาบ้าง เสด็จมาเองบ้าง หรือเทพนิมิตบ้าง แต่จะมีพระบรมธาตุใดบ้างที่มีหลักฐานอ้างอิงชัดเจน
พระธาตุโพนจิกเวียงงัว เป็นพระธาตุที่สำคัญแต่ครั้งโบราณกาล และได้รับการอ้างอิงถึงในคัมภีร์อุรังคธาตุนิทาน ที่แต่งโดยพระอรหันต์มหาสังขวิขชัง ซึ่งกล่าวถึงการสร้างพระธาตุพนม และพระธาตุบริวารไว้ โดย พระธาตุโพนจิกฯ เป็นหนึ่ง ในพระธาตุที่ถูกกล่าวถึง
คัมภีร์อุรังคธาตุนิทาน ได้บรรยายไว้ว่า ในสมัยพุทธกาล พระพุทธเจ้ากับพระอานนท์ เคยเสด็จจากกรุงสาวัตถี ประเทศอินเดีย มายังลุ่มน้ำโขงตอนกลาง เพื่อหมายดินแดงแห่งพุทธศาสนา ทรงประทับในสถานที่ต่างๆ ได้แก่ เมืองเวียงจันทน์ เมืองโพนจิกเวียงงัว เมืองหนองคาย เมืองนครพนม เมืองศรีโครตบอง เมืองสกลนคร เมืองอุดรธานี
เมื่อปี พ.ศ.๘ พระมหากัสสปเถระ พร้อมด้วยพระอรหันต์ ๕๐๐ องค์ ได้อัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุส่วนหัวอก นำมาประดิษฐานไว้ในอุโมงค์พระธาตุพนม
กาลต่อมา พระมหากัสสปเถระ ได้มอบหมายให้พระอรหันต์ ๓ องค์ คือ พระพุทธรักขิต พระธรรมรักขิต และ พระสังฆรักขิต ไปเผยแพร่พระพุธศาสนาที่เมืองหนองคาย ได้ตั้งสำนักพระอรหันต์สอนวิปัสสนากรรมฐาน ในสถานที่ต่างๆ ดังนี้ ที่โพนป่าจิกเวียงงัว วัดพระธาตุบุ , ที่หอผ้าหอแพร เวียงจันทร์ และ ที่เมืองหนองคาย วัดพระธาตุ
เวลาต่อมาได้ศิษย์ ที่สำเร็จเป็น อรหันต์ ๕ องค์ ให้ฉายาว่า พระมหาสุวรรณปราสาท , พระจุลสุวรรณปราสาท , พระมหารัตนะ , พระจุลรัตนะ และ พระมหาสังขวิชัย
เมื่อพระอรหันต์ที่เป็นอาจารย์ทั้ง ๓ องค์ พิจารณาเห็นว่าได้มาทำหน้าที่เผยแพร่ พระพุทธศาสนาได้มากพอสมควรแล้ว และได้มีศิษย์สำเร็จเป็นอรหันต์อีก๕ องค์ ซึ่งจะทำหน้าที่เผยแพร่ พระพุทธศาสนาแทนตนได้ จึงได้พากันเดินทางไปยังกรุงราชคฤห์ เพื่อขออัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุจากพระมหากัสสปเถระ มายังเมืองหนองคาย หลังจากนั้นได้นำพระบรมสารีริกธาตุ มาประดิษฐานไว้ในพระอุโมงค์ ดังนี้
พระธาตุส่วนหัวหน่าว จำนวน ๒๙ องค์ ประดิษฐานที่ พระธาตุบังพวน
พระธาตุพระยาทขวา จำนวน ๙ องค์ ประดิษฐานที่ พระธาตุหล้า เมืองหนองคาย
พระธาตุเขี้ยวฝาง จำนวน ๓ องค์ ประดิษฐานที่ พระธาตุโพนจิกเวียงงัว
พระธาตุเขี้ยวฝาง จำนวน ๔ องค์ ประดิษฐานที่ พระธาตุหลวง เวียงจันทน์
จะเห็นว่า พระธาตุโพนจิกเวียงงัว เป็นพระธาตุที่มีความสำคัญ เทียบเท่าพระธาตุหลวง เวียงจันทน์ อันเป็นยอดสักการะ และสัญลักษณ์ประจำชาติ ของประเทศลาว โดยบรรจุ พระทันตธาตุ เรียกว่า เขี้ยวฝาง เพราะเป็นฟันสีแดงดัง ฝางเสน
ลุล่วงมาถึงปี พ.ศ. ๒๐๕๙ ๒๐๙๑ พระเจ้าโพธิสาร กษัตริย์ล้านช้าง พระราชบิดาของพระเจ้าไชยเชษฐาธิราช ทรงสร้างพระเจดีย์ครอบพระอุโมงค์โพนจิกเวียงงัว ซึ่งมีลักษณะสัณฐาน ดังองค์พระธาตุในปัจจุบัน
พ.ศ. ๒๕๒๕ กรมศิลปากรได้ประกาศในพระราชกิจจานุเบกษา ให้พระธาตุโพนจิกเวียงงัว เป็นโบราณสถานอันศักดิ์สิทธิ์ คู่บ้านคู่เมือง
พระธาตุโพนจิกเวียงงัว ตั้งอยู่ที่วัดพระธาตุบุ บ้านโคกป่าฝาง ต.ปะโค อ.เมือง จ.หนองคาย
ปัจจุบันพระธาตุโพนจิกเวียงงัวมีสภาพทรุดโทรมมาก ใกล้จะพังลงมาเต็มที หากจะทำการบูรณะให้แล้วเสร็จต้องใช้งบประมาณจำนวนมาก ซึ่งทางวัดและทางกรมศิลปากรก็ยังไม่มีงบประมาณมาบูรณะซ่อมแซม ทางวัดจำต้องใช้ไม้ค้ำเจดีย์ ที่เอียงลงมาไว้ก่อน หากต้องรอเวลาอีกต่อไป พระธาตุก็คงต้องถึงคราวพังลงมาไม่ผิดกับเมื่อคราว พระธาตุพนม ได้พังลงมาเมื่อสามสิบปีมาแล้ว
จึงนับเป็นโอกาสอันดี ที่ทางพุทธศาสนิกชนจะได้ร่วมกันสร้างกุศล อันยิ่งใหญ่ร่วมกัน ในการบูรณะองค์พระธาตุโพนจิกเวียงงัว เพื่อให้คงอยู่ สถิตสถาพรเป็นโบราณสถานที่สำคัญของพระพุทธศาสนา ตลอดกาลนาน
ทางกองทุนบูรณะพระธาตุโพนจิกเวียงงัว นำโดย อาจารย์ ณัฏฐเดช ประทีปพิชัย ได้มองเห็นความจำเป็นเร่งด่วนจึงได้ทำการจัดตั้ง กองทุนบูรณะพระธาตุโพนจิกเวียงงัว ขึ้นมา
ท่านสามารถร่วมบุญได้ตามกำลังศรัทธา และสำหรับผู้บริจาคเงินสมทบ มากกว่า ๑๐๐ บาท ทางกองทุนฯ จะมีรายการ วัตถุมงคลเล็กๆ น้อยๆ มอบให้ท่านเป็นการตอบแทน โดยรายได้ทั้งหมดจะไม่มีการหักค่าใช้จ่าย ใดๆทั้งสิ้น
ยอดเงินบริจาค รอบแรก จะนำไปร่วมงานกฐินของทางวัดพระธาตุบุ ในวันที่ ๑๓ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๔๘ นี้
ยอดเงินบริจาค รอบต่อไป จะนำเขากองทุนฯโดยตรง เพื่อทำการบูรณะ ตามโอกาสและกำลังทรัพย์ต่อไป
****** สามารถ ติดต่อ ร่วมบุญได้ที่ อ.ณัฏฐเดช ประทีบพิชัย 01-3046443 ******
หรือ โอนเงิน เข้าบัญชี กรุงเทพ จำกัด สาขา คลองจั่น
เลขที่บัญชี 156-4-81908-2
ชื่อบัญชี นาย ณัฏฐเดช ประทีบพิชัย
หลังโอนเงิน ให้ลงจำนวนเงิน-วันที่ โอนเงิน และที่อยู่ ไว้กระทู้ นี้ด้วยนะครับ
ทางกองทุนบูรณะพระธาตุโพนจิกเวียงงัว จะมีรายการ วัตถุมงคลเล็กๆ น้อยๆ ที่ผ่านพิธีปลุกเสก
โดยคณาจารย์ สายเขาอ้อ จ.พัทลุง มอบให้ท่านที่ บริจาคมากกว่า 100 บาท เป็นการตอบแทนครับ
ขอเชิญร่วมทำบุญสร้างศาลากับครูบาศุภชัย ภทฺเทกเมธี วัดดอยซิว.....
ตอบคำถามเพิ่ม คลิกที่นี่
ครูบาศุภชัย ภทฺเทกเมธี หรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่า ครูบาน้อยดอยซิว เป็นลูกศิษย์สืบทอดวิชาในสายของครูบาดวงจันทร์ จนฺทวโร วัดป่าเส้า จ.ลำพูน และครูบาอาจารย์ที่โด่งดังในสายล้านนาอีกหลาย ๆ ท่าน ที่ตัวครูบาท่านไม่ยอมให้เอ่ยนามนั้น ก็เพราะท่านไม่ต้องการมาขายครูบาอาจารย์เพื่อหากินครับ แต่ตอนนี้ท่านกำลังสร้างศาลาปฎิบัติธรรมค้างอยู่ และยังขาดปัจจัยอีกจำนวนมากถึงจะแล้วเสร็จ กระผมจึงอาสามาประชาสัมพันธ์บอกบุญให้ทุกท่านได้ทราบกันครับ.....ขออนุโมทนาบุญร่วมกัน.....
http://www.palungjit.com/board/showthread.php?p=144473#post144473
จากคุณ หน๋านเมือง เมื่อวันที่ 10/11/2548 12:51:57
ข้อความที่ 1
ซึ่งขณะนี้ ครูบาท่านได้สร้างและเสกวัตถุมงคลในช่วงไตรมาสขึ้นมาชุดหนึ่ง เพื่อเป็นการตอบแทนท่านผู้มีจิตศรัทธาร่วมสร้างศาลาปฏิบัติธรรมทุกท่านครับ โดยมีรายละเอียดดังนี้.....
๑.ตะกรุดร้อยแปด (ดีทุกด้าน) มอบแก่ท่านผู้ร่วมทำบุญ ๔๙๙ บาท
๒.ตะกรุดกาสะท้อน (ป้องกันภัย กันคุณไสย) มอบแก่ท่านผู้ร่วมทำบุญ ๑๗๙ บาท
๓.ตะกรุดไม้กว่างสี (เมตตามหานิยม) มอบแก่ท่านผู้ร่วมทำบุญ ๑๒๙ บาท
๔.ยันต์จืน (คงกระพัน) มอบแก่ท่านผู้ร่วมทำบุญ ๑๒๙ บาท
๕.น้ำมันสุชาดาหลงห้อง (เมตตา มหาเสน่ห์) มอบแก่ท่านผู้ร่วมทำบุญ ๑๙๙ บาท
๖.อิ่นแก้ว(มหาเสน่ห์) มอบแก่ท่านผู้ร่วมทำบุญ ๗๙ บาท
๗.สีผึ้งเมตตาหลวง มอบแก่ท่านผู้ร่วมทำบุญ ๕๙ บาท
๘.ผ้ายันต์มัจฉาชมวัง (โชคลาภ ค้าขาย) มอบแก่ท่านผู้ร่วมทำบุญ ๓๙ บาท
๙.เทียนสะเดาะเคราะห์สืบชะตา (๑ ชุด มี ๓ เล่ม) มอบแก่ท่านผู้ร่วมทำบุญ ๙๙ บาท.....
โดยทางครูบาท่านได้มอบคาถาและวิธีใช้แนบไปกับวัตถุมงคลทุกชนิดและยังมอบประคำไม้มงคล(ได้เข้าพิธีพุทธาภิเษกใหญ่แล้ว)ให้แก่ผู้บูชาวัตถุมงคลทุกท่าน ๆ จึงเรียนมาเพื่อทราบโดยทั่วกัน.....
จากคุณ หน๋านเมือง เมื่อวันที่ 10/11/2548 12:52:29
ข้อความที่ 2
หากสมาชิกท่านใดที่มีสนใจอยากร่วมทำบุญในครั้งนี้ สามารถติดต่อขอบูชาได้ที่
1.ติดต่อโดยตรงที่ ครูบาศุภชัย ภทฺเทกเมธี วัดดอยซิว อ.สันกำแพง จ.เชียงใหม่ ๕๐๑๓๐ เบอร์โทรศัพท์ ๐๙-๖๓๑๗๘๖๙
2.ฤาษีเสือดำ E-mail: maha_kumaro@hotmail.com แห่งเวป http://www.thaidoweb.com/freeboard/webboard.php?Category=kumaro
เบอร์โทรศัพท์ คุณเอี่ยว 06-7386198
ขอเชิญร่วมเป็นเจ้าภาพสร้างบันไดนาคราช 7 เศียร ขึ้นไปนมัสการสมเด็จองค์ปฐม
ตอบคำถามเพิ่ม คลิกที่นี่
***ผมขอเชิญชวนท่านที่ต้องการไปนิพพานได้ร่วมสร้างบุญเพื่อเป็นปัจจัยให้ถึงพระนิพพานในชาติปัจจุบันนี้ด้วยกัน โดยร่วมทำบุญสร้างบันไดนาคราช 7 เศียร เพื่อเป็นทางขึ้นไปนมัสการสมเด็จองค์ปฐมบนถ้ำทะลุ ณ สำนักสงฆ์ถ้ำทะลุ หมู่ 6 สหกรณ์นิคมฯ อำเภอ ทองผาภูมิ จังหวัด กาญจนบุรี โดยโอนเงินเข้าบัญชีหลวงพี่แสงชัย เจ้าอาวาสสำนักสงฆ์ถ้ำทะลุ หรือบัญชีของผมก็ได้ครับ ซึ่งมีรายละเอียดตามลิงค์ที่แนบมานี้ครับ
ชื่อบัญชี พระแสงชัย กนตสีโล
ธนาคารกรุงไทย บมจ.(Krung Thai Public Company Limited)
บัญชีออมทรัพย์ สาขาทองผาภูมิ
เลขบัญชี 718-0-02509-7
หรือที่บัญชีธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด สาขาสะพานใหม่ ดอนเมือง ชื่อบัญชี นายณัฐพัชร จันทรสูตร เพื่อพระพุทธศาสนา บัญชีออมทรัพย์ เลขที่ 081 - 2 - 47871 - 6
http://www.palungjit.com/board/showt...771#post145771
หรือที่
http://www.palungjit.com/board/showt...t=6698&page=52
ขอโมทนาบุญกับทุกท่านด้วยนะครับ****
รายละเอียดเพิ่มเติมจากคุณคนเก่าครับ
****
สาธุ ได้ฤกษ์เปิดบัญชีซะที เดี๋ยววันทำงาน โอนไปเป็นขวัญถุงให้ก่อน แล้วตั้งใจจะผ่อนรายเดือนละที่นี้
ผมว่าคุณตั้ม แสดงรายละเอียนสั้นไปหน่อยนะครับ ควรจะบอกเล่าข้อมูลมากหน่อย เช่น
1.อาจบอกเล่าถึงหลวงพี่แสงชัยว่า เป็นน้องแท้ๆ ของหลวงพี่เล็ก หากท่านใดติดตามอ่านหนังสือกระโถนข้างธรรมาสน์ก็จะคงเคยผ่านตาหลายครั้งที่หลวงพี่เล่าถึงโดยออกชื่อ"แสงชัย"เฉยๆ
2.สำนักสงฆ์ถ้ำทะลุซึ่งหลวงพี่แสงชัยเป็นประธานสงฆ์ ก็อยู่ในเครือวัด-สำนักที่อยู่ภายใต้การดูแลทนุบำรุงของหลวงพี่เล็กโดยตรง
3.น่าเล่าถึงที่คุณเอื้อมเดือนเล่าไว้ด้วย มีที่สำคัญๆ เช่น
"............วันนี้ยายผีป่ามาพร้อมหลวงพี่แสงชัยเจ้าค่ะ พาท่านมาเปิดบัญชี เพื่อขอรับศรัทธาปัจจัยจากผู้มีจิตศรัทธาทุกท่าน เมื่อวันอังคารยายต่อสายคุยกับหลวงพี่แสงชัย แต่หลวงพี่เล็กพูดแทรกมาว่า อ้าว ฉันจะคอยนั่งมอง สร้างบารมีให้ได้กันนะ ภพสุดท้ายเจอศึกหนักกันหน่อยนะ (ท่านคงหมายถึงพวกเราที่กำลังจะมาร่วมสร้างบารมีร่วมกันครั้งนีหล่ะมังเจ้าคะ) ที่หลวงพี่เล็กท่านขำคือท่านไม่มีปัจจัยพอที่จะสร้าง ทั้งสองท่านบอก ถึงเวลาโยมบ้างแล้ว ยกให้โยมจัดการตามที่โยมกับเพื่อนๆเห็นสมควรก็แล้วกัน หลวงพี่เล็กแย็บมาว่าถ้าไม่ไหวก้อเอาทำเป็นงูตัวตรงๆ ลดมาเหลือหัวเดียว ไม่ต้องมีหงอนมีเกล็ด เหมือนงูแกล้งนอนตายก้อได้นะ แล้วท่านก้อหัวเราะ แหม...ไหนๆก้อมุ่งมั่นจะสร้าง สู้นะจ๊ะพวกเรา ไปเรื่อยๆ หลวงพี่ท่านว่าช่วงทดสอบบารมีนี่ต้องอดทนนะ ถ้าถอดใจตอนนี้ก้อไหวนะ แล้วไปบอกเบื้องบนกันเอาเองว่า ...แหม ทำไมท่านมาสั่งในนิมิตรอะไรที่มันช่างแพงจังเล๊ย เอาง่ายๆกว่านี้มีไหมนี่ แหม...."
อย่างนี้ ใครที่หวังพระนิพพาน หากได้ร่วมละก้อ เหมือนได้สร้างบันไดขึ้นพระนพิพานจริงๆ ซึ่งบุญขนาดนี้ ผู้หวังพระโพธิญาณก็ยิ่งไม่ควรละเลย ผู้ที่มุ่งหวังยศตำแหน่งสูงๆ และศรัทธามั่นใจในกฎแห่งกรรม นิยมสร้างบันไดกันมาก อย่างบันไดขึ้นวัดถ้ำผาปล่องของหลวงปู่สิม พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ก็ย่องไปสร้างไว้ ตั้งแต่นมนานมาแล้ว น่าจะเกือบยี่สิบปี ก่อนได้เป็นนายกฯ
ที่น่าชื่นใจมาก ก็คือ มีนัยยะราวกับว่าหลวงพี่ท่านมอบหมายให้ทำกันเลยทีเดียว ก่อนนี้เห็นแต่ท่านทำ แล้วพวกเราก็ร่วมกันคนละเล็กละน้อย ฉะนั้นงานนี้เหล่าศิษย์ฆราวาสต้องร่วมกันด้วยสามัคคีธรรมจริงๆ จึงจะสำเร็จเรียบร้อย ใครสนใจใคร่ช่วยเหลืออะไร น่าติดต่อหารือคุณตั้มกับคุณเอื้อมเดือนโดยตรง
4.แล้วพระเครื่องอีก ที่จะมอบสมนาคุณ เด็ดๆทั้งนั้น ไม่ว่าเป็นพระกรุของหลวงปู่เทพโลกอุดรที่หลวงพี่แสงชัยได้มา หรือพระที่หลวงพี่เล็กท่านสร้าง ใครๆก็อยากได้ อ้อ เห็นว่ามีพระสมเด็จวัดระฆัง 1 องค์ด้วยนะครับ ลองถามไถ่ให้แน่ใจ แล้วมาประกาศให้ชัดเจนเถอะ ****
ผมขออนุโมทนาด้วยครับเเละคิดว่าจะร่วมด้วยเเน่นอน
ขอเชิญร่วมบูชาพระสมเด็จวัดระฆัง รุ่นพิมพ์ย้อนยุค 150 ปี เพื่อสมทบทุนบูรณะปฏิสังขรณ์อุโบสถวัดกำแพง
ตอบคำถามเพิ่ม คลิกที่นี่
พอดีได้รับทราบข้อมูลการทำบุญบูชาพระสมเด็จ เพื่อนำรายได้สมทบทุนในการบูรณะถาวรวัตถุในพระพุทธศาสนา จึงขอนำข้อมูลข่าวสารที่ได้รับทราบมา มาบอกบุญทุกท่านให้รับทราบโดยทั่วกันครับ ให้ได้ร่วมกันทนุบำรุงถาวรวัตถุในพระพุทธศาสนาดังข้อความต่อไปนี้ครับ
วัดกำแพง ในที่นี้ ตั้งอยู่ที่ถนนเพชรเกษม ซอย 20 คลองชักพระ แขวงปากคลอง เขตภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย ข้อมูลจากหนังสือ ประวัติวัดทั่วราชอาณาจักร เล่ม 2 ระบุไว้ว่า
มีที่ดินตั้งวัดเนื้อที่ 11 ไร่ 2 งาน 56 ตารางวา ภายในวัดมีอาคารเสนาสนะต่างๆ ดังนี้อุโบสถกว้าง 10 เมตร ยาว 35 เมตร กุฏิสงฆ์จำนวน 12 หลัง ส่วนมากเป็นอาคารไม้ วิหารศาลาการเปรียญ หอระฆัง สำหรับปูชนียวัตถุมีหลวงพ่อวัดบ้านแหลมจำลอง หลวงพ่อโสธรจำลอง และรูปเหมือนหลวงพ่อพูน อดีตเจาอาวาส
วัดกำแพง ชาวบ้านนิยมเรียกว่า วัดกำแพงบากจาก สันนิษฐานจากสิ่งก่อสร้างในวัดว่า สร้างปลายสมัยรัชกาลที่ 2 ราว พ.ศ.2367 และได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาประมาณ พ.ศ.2393
อุโบสถของพระกำแพงบางจาก ซึ่งคงจะก่อสร้างเสร็จราวปี พ.ศ.2393 อันเป็นปีที่ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาโดยประมาณ นับถึงวันนี้มีอายุผ่านไปแล้ว 155 ปี
ปัจจุบันได้ชำรุดทรุดโทรมลงเป็นอันมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งผนังปูนที่ฉาบด้านในกร่อนกะเทาะออกเสีย ทำให้ภาพจิตรกรรมฝาผนังที่เขียนไว้บนผนังชำรุด บางส่วนได้ลอกออกไปตามกาลเวลา ซึ่งทางวัดได้คิดดำเนินการบุรณะซ่อมแซมอุโบสถหลังนี้ หากขาดทุนทรัพย์ในการดำเนินการดังนั้นเมื่อพระเทพวิสุทธิเมที (หลวงปู่เที่ยง) รักษาการเจ้าอาวาสวัดระฆังโฆสิตาราม ทราบเจตนาของทางวัดกำแพงบางจากในการที่จะบูรณะวัดกำแพงบางจากในการที่จะบูรณะอุโบสถเพื่ออนุรักษ์เก็บรักษาของดั้งเดิมเอไว้ โดยไม่คิดสร้างใหม่จึงได้มอบ พระสมเด็จ วัดระฆัง พิมพ์ยอดนิยมย้อนยุค 150 ปี เนื้อผงมวลสารศักดิ์สิทธิ์เก่าแก่แตกรายงา หลวงปู่เปรี่ยม อติพทโท อายุ 93 ปี ลูกศิษย์รูปสุดท้ายของ หลวงปู่หิน อดีตเจ้าอาวาสวัดระฆังโฆสิตาราม ซึ่งจำพรรษาอยู่ที่วัดกำแพงบางจากแห่งนี้ เพื่อนำไปแจกเป็นที่ระลึกแก่ผู้บริจาคสมทบทุนในการบูรณปฏิสังขรณ์อุโบสถ 500 บาท
พุทธศาสนิกชนที่จะร่วมทำบุญในครั้งนี้สามารถสอบถามรายละเอียดได้ที่ โทร.0-2467-1769,0-2467-1352, 0-1926-7624, 0-1701-6372 หรือ ธนาณัติสั่งจ่ายไปรษณีย์ภาษีเจริญ ในนาม หลวงปู่เปรี่ยม อติพทโท วัดกำแพงบางจาก ถ.เพชรเกษม ซ.20 แขวงปากคลอง เขตภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร 10160 (เพิ่มค่าจัดส่ง EMS 50 บาท)
กล่าวสำหรับพระสมเด็จวัดระฆัง พิมพ์ยอดนิยมย้อนยุค 150 ปี นี้ ได้จัดสร้าง และประกอบพิธีในวัดระฆังโฆสิตาราม มีส่วนผสมของผงวิเศษ 5 ประการแล้ว ยังมีเนื้อผงเก่าจากพระสมเด็จวัดระฆัง, พระสมเด็จปิลันทน์, ผงสมเด็จของหลวงปู่นาค, ผงอิทธิเจอของหลวงปู่หิน เนื้อผงสมเด็จวัดระฆัง รุ่น 100 ปี เนื้อผงสมเด็จวัดระฆังรุ่น 118 ปี
ที่สำคัญยิ่งของพระสมเด็จวัดระฆัง พิมพ์นิยมย้อนยุค 150 ปี นี้ พระเทพวิสุทธิเมที (หลวงปู่เที่ยง) วัดระฆังโฆสิตาราม ได้ปลุกเสกตลอด 3 ไตรมาส และหลวงปู่เปรี่ยมยังได้ปลุกเสกตลอดเวลา 3 ปี นับตั้งแต่วันวิสาขบูชา ปี พ.ศ.2546 จนถึงวันวิสาขบูชาเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ.2548
จึงเรียกขานพระสมเด็จวัfระฆัง พิมพ์ย้อนยุคนี้อีกนามว่า พระสมเด็จ วัดระฆังโฆสิตาราม สามไตรมาส พิมพ์นิยมย้อนยุค 150 ปี
สวัดดีครับ......
(หมายเหตุ: สมเด็จวัดระฆังรุ่นี้ จะเป็นเนื้อแตกลายงา แบบโบราณแลดูขลังดีครับ)
ร่วมสร้างพระประธานเจดีย์ศาลาโบสถ์วิหารและบูรณะวัด
ขอเชิญร่วมสร้างพระประธานและอุโบสถวัดศรีมณฑป
--------------------------------------------------------------------------------
ขอเชิญพุทธศาสนิกชนเข้าร่วม พิธีมหาพุทธาภิเษกเททองหล่อพระประธาน>>
หลวงพ่อ อู่ทอง ศรีมณฑป>>
และร่วมสร้างพระอุโบสถ>>
ณ วัดศรีมณฑป ต.จรเข้ร้อง อ.ไชโย จ.อ่างทอง>>
12 ธันวาคม 2548 ฤกษ์เททอง 15.19 น.>>
> >
> >
วัดศรีมณฑป เดิมชื่อ วัดมณฑป เป็นวัดเก่าแก่ สร้างในสมัยกรุงศรีอยุธยา มีอายุโดยประมาณกว่าสี่ร้อยปี ภายในวัดมีพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวบ้านขนานนามว่า หลวงพ่อหมอ เป็นที่เคารพนับถือ และเป็นที่พึ่งทางจิตใจของชาวอำเภอไชโยและเขตข้างเคียง ช่วยกำจัดปัดเป่าทุกข์โศกโรคภัย อีกทั้งดลบัลดาลให้เกิดโชคลาภแก่ชาวบ้านที่มากราบไหว้บนบานศาลกล่าวมาเป็นเวลาช้านาน ครั้งกรุงศรีอยุธยาเสียเมืองแก่พม่า เกิดความเสียหายต่อวัดทั้งหลายทุกหย่อมหญ้า วัดมณฑปได้ถูกทิ้งร้างนับแต่นั้นมา สถานที่ตั้งของวัดเดิมทีมีถึง 38 ไร่ แต่ในขณะที่พระใบฎีกาประพันธ์ อธิปุญโญ อดีตเจ้าอาวาส มาจำพรรษา คงเหลือเนื้อที่วัดเพียง 1 ไร่เศษเท่านั้น ท่านจึงซื้อที่ดินเพิ่มเติมอีก 5 ไร่ จนปัจจุบัน มีเนื้อที่ 6 ไร่เศษ ท่านได้ทำการบูรณปฏิสังขรณ์ และขอพระราชทานจัดตั้งเป็นวัด และได้รับโปรดเกล้าพระราชทานวิสุงคามสีมา ให้จัดตั้งเป็นวัดขึ้นอีกครั้งหนึ่ง เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2543 และเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น วัดศรีมณฑป>>
> >
ทั้ง 3 ผู้ริเริ่ม คือ สงวน พัทธยากร, แก้ว ลายทอง และ ธุดงค์ สุขเกษม ได้ผ่านไปพบวัดศรีมณฑปโดยบังเอิญ เห็นวัดศรีมณฑปที่เคยรุ่งเรืองแห่งนี้ถูกปล่อยรกร้าง ไม่มีแม้แต่อุโบสถที่จะประกอบพิธีทางสงฆ์ จึงได้ร่วมกับผองเพื่อนพี่น้องศิลปิน เช่น หงา-หว่อง คาราวาน, ปู คำภีร์, สีเผือก คนด่านเกวียน, พยัพ คำพันธุ์ รวมถึงนักเขียนอีกหลายคน อาทิ ไพวรินทร์ ขาวงาม, ทองแถม นาคจำนง, พจนา จันทรสันติ, รักษ์ มนัญญา, โดม วุฒิชัย ร่วมเป็นคณะกรรมการจัด พิธีมหาพุทธาภิเษกเททองหล่อพระประธาน เพื่อจัดสร้างพระประธานหน้าตักกว้าง 59 นิ้ว ตามแบบศิลปะอู่ทอง ก่อนทำการก่อสร้างอุโบสถสืบเนื่องต่อไป เพื่อเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมแก่เหล่าสงฆ์และฆราวาสในภายภาคหน้า และเป็นการทำนุบำรุงรักษารวมถึงส่งเสริมวัดเก่าแก่แต่โบราณแห่งนี้ให้เจริญรุ่งเรืองสืบไป >>
โดยพิธีดังกล่าวจะมีสุดยอดเกจิอาจารย์แห่งยุค 17 รูป คือ ครูบากฤษณะ อินทวณฺโณ, หลวงพ่ออุ้น วัดตาลกง, หลวงพ่อเพี้ยน วัดเกริ่นกฐิน, หลวงพ่อสะอาด วัดเขาแก้ว, เจ้าคุณพระพิพัฒน์สังวรคุณ (ถนอม) วัดสุทัศน์, หลวงพ่อเจือ วัดกลางบางแก้ว, อาจารย์ อิฎฐ์ วัดจุฬามณี, หลวงพ่อรวย วัดตะโก, หลวงพ่อเพิ่ม วัดป้อมแก้ว, หลวงพ่อพูน วัดบ้านแพน, หลวงพ่อแม้น วัดหน้าต่างนอก, หลวงพ่อสมพิตร วัดบึงทองหลาง, หลวงพ่อเอียด วัดไผ่ล้อม, หลวงพ่อเอื้อน วัดวังแดงใต้, หลวงพ่อสารันต์ วัดดงน้อย, หลวงพ่อเพย วัดบ้านบึง, หลวงพ่อปิ่น วัดไชยภูมิ มาร่วมนั่งปรกพุทธาภิเษก เททองหล่อพระ หลวงพ่อ อู่ทอง ศรีมณฑป เพื่อเป็นพระประธานให้แก่วัดศรีมณฑป>>
> >
คณะกรรมจึงขอกราบเรียนเชิญท่านพุทธศาสนิกชน ผู้มีใจกุศล และมีจิตศรัทธาในการบำรุงสืบทอดพระพุทธศาสนาเข้าร่วมในพิธีวันที่ 12 ธันวาคม 2548 ณ วัดศรีมณฑป ต.จรเข้ร้อง อ.ไชโย จ.อ่างทอง กำหนดเปิดงานตั้งแต่ 09.00น. พิธีเริ่ม 13.19 น. ฤกษ์เททอง 15.19 น. และขอกราบเรียนเชิญท่านร่วมสละกำลังทรัพย์ตามที่เห็นเหมาะควร เพื่อเป็นทุนทรัพย์ในการร่วมเททองหล่อพระประธานและสร้างอุโบสถให้กับวัด โดยร่วมบริจาคโดยตรงได้ที่ บัญชีวัดศรีมณฑป ธนาคารกรุงเทพ สาขาอ่างทอง เลขที่ 384-0-51534-4>>
สำหรับท่านที่เข้าร่วมพิธี จะมีการแจกวัตถุมงคลเป็นที่ระลึกหลังเสร็จสิ้นพิธี>>
> >
ขออาราธนาคุณพระศรีรัตนตรัย เหล่าเทพยดาเจ้า และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายทั่วสากลโลก จงดลบันดาลให้ท่านและครอบครัว ประสบแต่ความสุข ความเจริญ อายุมั่น ขวัญยืน ร่มเย็น สัมฤทธิ์ผลในสิ่งอันพึงปรารถนาทุกประการเทอญ.>>
> >
> >
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ติดต่อ : >>
พระธีรเดช รก.เจ้าอาวาส วัดศรีมณฑป 0-9113-9499 >>
นิตยา สุขเกษม โทร. 0-6377-9605 หรือ 0-2736-8383>>
ขอเชิญร่วมบูรณะพระอุโบสถเก่าที่ทรุดตัวลง สมัยหลวงพ่อหวล วัดพิกุล
--------------------------------------------------------------------------------
เนื่องจากวัดพิกุล ตั้งอยู่แถวฝั่งธน ตามแแผนที่ กำลังยกพระอุโบสถ
เนื่องจากพระอุโบสถเก่าเป็นอุโบสถสมัยหลวงพ่อหวล
ที่ท่านเป็นลูกศิษย์องค์หนึ่งของหลวงพ่อปานแห่งวัดบางนมโค
ที่ได้สร้างไว้ เมื่อ 30 กว่าปีก่อนโน้น
บัดนี้ได้ทรุดตัวลง ทางวัดดำริจะยกพระอุโบสถโดยการดีดขึ้นทั้งหลัง
แต่ยังขาดปัจจัยอยู่มาก จึงขอเรียนเชิญท่านผู้ใจบุญทั้งหลาย
ลูกหลานหลวงพ่อปาน มาช่วยกันยกบุญยกกุศล ในการยกพระอุโบสถ
ขึ้น โดยทางวัดได้ขุดใต้พระอุโบสถ
เพื่อให้ท่านผู้มีจิตศรัทธา ไปลอด เพื่อเสดาะเคราะห์ และสร้างกุศลอื่นๆ
ท่านลองคิดดู ขนาดลอดท้องช้าง ที่เป็นสัตว์ใหญ่ ยังว่าสามารถเสดาะเคราะห์ได้
นี่พระอุโบสถทั้งหลัง มีการทำสังฆกรรมมา 30 กว่าปี ย่อมเกิดประโยชน์แก่ท่านบ้างไม่มากก็น้อย
จึงขอรบกวนท่านเจ้าของเวปมาแจ้งข่าวงานบุญให้ท่านผู้มีใจกุศลทั้งหลายได้ทราบนะครับ
http://www.konmeungbua.com/webboard/...n.asp?GID=7488
ขอเชิญหล่อหลวงปู่ทวด วัดช้างให้ เนื้อเงินบริสุทธิ์ขนาดหน้าตัก ๓๐นิ้ว
เพื่อประดิษฐาน ณ.วัดเขาแร่ อ.ทุ่งเสลี่ยม จ.สุโขทัย
ในวันอาทิตย์ที่ ๓๐ ตุลาคม ๒๕๔๘
เนื่องด้วยทางวัดเขาแร่ จะทำการหล่อองค์สมเด็จหลวงปู่ทวด วัดช้างให้ พระอมตมหาเถระสงฆ์ ผู้ซึ่งเปรี่ยมด้วยมหาเมตตาธรรม ช่วยประเทศชาติพ้นภัยตั้งแต่อดีตจนปัจจุบัน โดยขณะนี้ทางวัดเขาแร่กำลังอยู่ในระหว่างจัดหาเงินทุนเพื่อซื้อเงินบริสุทธิ์มาทำการหล่อเป็นองค์สมเด็จหลวงปู่ทวด ซึ่งต้องใช้จำนวนเงินบริสุทธิ์อย่างน้อย ๖๐ กิโลกรัม ในปัจจุบันราคากิโลกรัมละ ๑๐,๐๐๐ บาท และเมื่อมีเงินทุนครบตามกำหนดแล้วจึงจะทำการหล่อองค์สมเด็จหลวงปู่ทวดต่อไป
ดังนั้นในวันอาทิตย์ที่ ๓๐ ตุลาคม ๒๕๔๘ นั้นทางวัดเขาแร่จะทำการหล่อสมเด็จหลวงปู่ทวด เนื้อทองเหลืองขนาดหน้าตัก ๓๐ นิ้วเพื่อเป็นองค์ต้นแบบสำหรับการหล่อองค์หลวงปู่ทวดเนื้อเงินบริสุทธิ์ เพื่อที่จะสามารถคำนวณน้ำหนักขององค์จริงออกมาได้ จึงขอเรียนเชิญลูกหลานสมเด็จหลวงปู่ทวด และผู้มีจิตศรัทธาทุกท่านร่วมเป็นเจ้าภาพในการหล่อสมเด็จหลวงปู่ทวด เนื้อเงินบริสุทธิ์ขนาดหน้าตัก ๓๐ นิ้วได้โดยบูชาแท่งเงินบริสุทธิ์ ในราคา ๕๐๐ ๑,๕๐๐ และ ๓,๐๐๐บาท ตามจำนวนน้ำหนัก และสลักชื่อนาม-สกุล ของท่านลงบนแท่งเงินบริสุทธิ์เพื่อความเป็นศิริมงคลแก่ท่านและครอบครัวสืบต่อไป
สามารถสมทบทุนได้ที่
๑.ผ่านบัญชี พระปรินทร์ ธัมมสรโณ ธนาคารกรุงเทพ สาขาทุ่งเสลี่ยม บัญชีสะสมทรัพย์
เลขที่บัญชี ๔๖๐-๐-๓๐๖๒๖-๒
๒.สั่งจ่ายธนาณัติ วัดเขาแร่ ตู้ ป.ณ.๒ ต.ทุ่งเสลี่ยม อ.ทุ่งเสลี่ยม จ.สุโขทัย ๖๔๑๕๐
(เจ้าภาพทุกท่านจะได้รับของที่ระลึกหลังจากการหล่อสมเด็จหลวงปู่ทวดเนื้อเงินบริสุทธิ์แล้วเสร็จ โดยการนำเอาเงินบริสุทธิ์ที่เหลือจากการหล่อนั้นมาทำเป็นวัตถุมงคลเพื่อเป็นที่ระลึก)
ขอเชิญผู้มีจิตศรัทธาร่วมบริจาคเงินสมทุนบูรณปฎิสังขรณ์พระวิหารไม้สักโบราณสถานอันเก่าแก่ศิลปพม่า อายุกว่า 100ปี ณ วัดศรีรองเมือง ต.สบตุ๋ย อ.เมือง จ.ลำปาง
เนื่องจากขณะนี้ พระวิหารไม้สักอายุร้อยกว่าปี วัดศรีรองเมือง ได้ทรุดโทรมไปมากและมีปลวกกินใต้ฐานเสาทำให้อาคารเกิดการทรุดตัว จึงขอเชิญญาติธรรมร่วมสบทบทุนบูรณะอาคารดังกล่าว ซึ่งขณะนี้ทางวัดศรีรองเมือง ได้จัดงานทอดกฐินสามัคคี เพื่อหาเงินสมทุนบูรณปฎิสังขรณ์พระวิหารไม้สัก
ในวันอาทิตย์ที่ 13 พฤศจิกายน 2548 ท่านสามารถร่วมสมทบทุนได้ที่
ธนาคารกรุงศรีอยุธยา สาขาลำปาง บัญชีออมทรัพย์
ชื่อบัญชี วัดศรีรองเมือง หมายเลขบัญชี 024-1-42380-3
หรือที่ พระอธิการชลฌาทิศ(เจ้าอาวาสวัดศรีรองเมือง) ได้ที่วัดศรีรองเมือง
ท่านที่ร่วมสมทบทุนผ่านบัญชีธนาคารสามารถส่งรายชื่อ และจำนวนเงินมาที่ผมได้ทางอีเมล์ s_saner@hotmail.com ในวันงานทอดกฐินผมจะเดินทางไปทอดกฐินที่วัดจะได้ถือโอกาส แจ้งยอดและรายชื่อทุกท่านที่ได้ร่วมสมทบทุนให้ท่านเจ้าอาวาสทราบ
ขอเชิญร่วมบูรณะพระบรมธาตุเจดีย์ บรรจุพระธาตุเขี้ยวฝาง อายุมากกว่า พันปี
ตอบคำถามเพิ่ม คลิกที่นี่
ประวัติ พระธาตุโพนจิกเวียงงัว เพื่อการบูรณะ
เป็นที่รับรู้ กันโดยทั่วไปถึงอานิสงค์แห่งการบูรณะ พระบรมธาตุเจดีย์ ว่าได้กุศลสูงยิ่งกว่าการทำ อามิสบูชาใดๆ และยังให้ถึง ซึ่งพระนิพพาน ดังนั้นพระโยควาจร ผู้ต้องการสำเร็จ มรรคผลจึงนิยม สร้างกุศลกับพระบรมธาตุเจดีย์ เช่น พระอาจารย์มั่น ภูริทัตโตร บูรณะพระธาตุพนม , ครูบาศรีวิชัย กับการบูรณะพระธาตุดอยสุเทพฯ
พระบรมธาตุเจดีย์ ในปัจจุบันส่วนใหญ่ ที่สร้างขึ้นมักบอกกันว่าได้ พระบรมธาตุจากอินเดียบ้าง ศรีลังกาบ้าง เสด็จมาเองบ้าง หรือเทพนิมิตบ้าง แต่จะมีพระบรมธาตุใดบ้างที่มีหลักฐานอ้างอิงชัดเจน
พระธาตุโพนจิกเวียงงัว เป็นพระธาตุที่สำคัญแต่ครั้งโบราณกาล และได้รับการอ้างอิงถึงในคัมภีร์อุรังคธาตุนิทาน ที่แต่งโดยพระอรหันต์มหาสังขวิขชัง ซึ่งกล่าวถึงการสร้างพระธาตุพนม และพระธาตุบริวารไว้ โดย พระธาตุโพนจิกฯ เป็นหนึ่ง ในพระธาตุที่ถูกกล่าวถึง
คัมภีร์อุรังคธาตุนิทาน ได้บรรยายไว้ว่า ในสมัยพุทธกาล พระพุทธเจ้ากับพระอานนท์ เคยเสด็จจากกรุงสาวัตถี ประเทศอินเดีย มายังลุ่มน้ำโขงตอนกลาง เพื่อหมายดินแดงแห่งพุทธศาสนา ทรงประทับในสถานที่ต่างๆ ได้แก่ เมืองเวียงจันทน์ เมืองโพนจิกเวียงงัว เมืองหนองคาย เมืองนครพนม เมืองศรีโครตบอง เมืองสกลนคร เมืองอุดรธานี
เมื่อปี พ.ศ.๘ พระมหากัสสปเถระ พร้อมด้วยพระอรหันต์ ๕๐๐ องค์ ได้อัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุส่วนหัวอก นำมาประดิษฐานไว้ในอุโมงค์พระธาตุพนม
กาลต่อมา พระมหากัสสปเถระ ได้มอบหมายให้พระอรหันต์ ๓ องค์ คือ พระพุทธรักขิต พระธรรมรักขิต และ พระสังฆรักขิต ไปเผยแพร่พระพุธศาสนาที่เมืองหนองคาย ได้ตั้งสำนักพระอรหันต์สอนวิปัสสนากรรมฐาน ในสถานที่ต่างๆ ดังนี้ ที่โพนป่าจิกเวียงงัว วัดพระธาตุบุ , ที่หอผ้าหอแพร เวียงจันทร์ และ ที่เมืองหนองคาย วัดพระธาตุ
เวลาต่อมาได้ศิษย์ ที่สำเร็จเป็น อรหันต์ ๕ องค์ ให้ฉายาว่า พระมหาสุวรรณปราสาท , พระจุลสุวรรณปราสาท , พระมหารัตนะ , พระจุลรัตนะ และ พระมหาสังขวิชัย
เมื่อพระอรหันต์ที่เป็นอาจารย์ทั้ง ๓ องค์ พิจารณาเห็นว่าได้มาทำหน้าที่เผยแพร่ พระพุทธศาสนาได้มากพอสมควรแล้ว และได้มีศิษย์สำเร็จเป็นอรหันต์อีก๕ องค์ ซึ่งจะทำหน้าที่เผยแพร่ พระพุทธศาสนาแทนตนได้ จึงได้พากันเดินทางไปยังกรุงราชคฤห์ เพื่อขออัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุจากพระมหากัสสปเถระ มายังเมืองหนองคาย หลังจากนั้นได้นำพระบรมสารีริกธาตุ มาประดิษฐานไว้ในพระอุโมงค์ ดังนี้
พระธาตุส่วนหัวหน่าว จำนวน ๒๙ องค์ ประดิษฐานที่ พระธาตุบังพวน
พระธาตุพระยาทขวา จำนวน ๙ องค์ ประดิษฐานที่ พระธาตุหล้า เมืองหนองคาย
พระธาตุเขี้ยวฝาง จำนวน ๓ องค์ ประดิษฐานที่ พระธาตุโพนจิกเวียงงัว
พระธาตุเขี้ยวฝาง จำนวน ๔ องค์ ประดิษฐานที่ พระธาตุหลวง เวียงจันทน์
จะเห็นว่า พระธาตุโพนจิกเวียงงัว เป็นพระธาตุที่มีความสำคัญ เทียบเท่าพระธาตุหลวง เวียงจันทน์ อันเป็นยอดสักการะ และสัญลักษณ์ประจำชาติ ของประเทศลาว โดยบรรจุ พระทันตธาตุ เรียกว่า เขี้ยวฝาง เพราะเป็นฟันสีแดงดัง ฝางเสน
ลุล่วงมาถึงปี พ.ศ. ๒๐๕๙ ๒๐๙๑ พระเจ้าโพธิสาร กษัตริย์ล้านช้าง พระราชบิดาของพระเจ้าไชยเชษฐาธิราช ทรงสร้างพระเจดีย์ครอบพระอุโมงค์โพนจิกเวียงงัว ซึ่งมีลักษณะสัณฐาน ดังองค์พระธาตุในปัจจุบัน
พ.ศ. ๒๕๒๕ กรมศิลปากรได้ประกาศในพระราชกิจจานุเบกษา ให้พระธาตุโพนจิกเวียงงัว เป็นโบราณสถานอันศักดิ์สิทธิ์ คู่บ้านคู่เมือง
พระธาตุโพนจิกเวียงงัว ตั้งอยู่ที่วัดพระธาตุบุ บ้านโคกป่าฝาง ต.ปะโค อ.เมือง จ.หนองคาย
ปัจจุบันพระธาตุโพนจิกเวียงงัวมีสภาพทรุดโทรมมาก ใกล้จะพังลงมาเต็มที หากจะทำการบูรณะให้แล้วเสร็จต้องใช้งบประมาณจำนวนมาก ซึ่งทางวัดและทางกรมศิลปากรก็ยังไม่มีงบประมาณมาบูรณะซ่อมแซม ทางวัดจำต้องใช้ไม้ค้ำเจดีย์ ที่เอียงลงมาไว้ก่อน หากต้องรอเวลาอีกต่อไป พระธาตุก็คงต้องถึงคราวพังลงมาไม่ผิดกับเมื่อคราว พระธาตุพนม ได้พังลงมาเมื่อสามสิบปีมาแล้ว
จึงนับเป็นโอกาสอันดี ที่ทางพุทธศาสนิกชนจะได้ร่วมกันสร้างกุศล อันยิ่งใหญ่ร่วมกัน ในการบูรณะองค์พระธาตุโพนจิกเวียงงัว เพื่อให้คงอยู่ สถิตสถาพรเป็นโบราณสถานที่สำคัญของพระพุทธศาสนา ตลอดกาลนาน
ทางกองทุนบูรณะพระธาตุโพนจิกเวียงงัว นำโดย อาจารย์ ณัฏฐเดช ประทีปพิชัย ได้มองเห็นความจำเป็นเร่งด่วนจึงได้ทำการจัดตั้ง กองทุนบูรณะพระธาตุโพนจิกเวียงงัว ขึ้นมา
ท่านสามารถร่วมบุญได้ตามกำลังศรัทธา และสำหรับผู้บริจาคเงินสมทบ มากกว่า ๑๐๐ บาท ทางกองทุนฯ จะมีรายการ วัตถุมงคลเล็กๆ น้อยๆ มอบให้ท่านเป็นการตอบแทน โดยรายได้ทั้งหมดจะไม่มีการหักค่าใช้จ่าย ใดๆทั้งสิ้น
ยอดเงินบริจาค รอบแรก จะนำไปร่วมงานกฐินของทางวัดพระธาตุบุ ในวันที่ ๑๓ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๔๘ นี้
ยอดเงินบริจาค รอบต่อไป จะนำเขากองทุนฯโดยตรง เพื่อทำการบูรณะ ตามโอกาสและกำลังทรัพย์ต่อไป
****** สามารถ ติดต่อ ร่วมบุญได้ที่ อ.ณัฏฐเดช ประทีบพิชัย 01-3046443 ******
หรือ โอนเงิน เข้าบัญชี กรุงเทพ จำกัด สาขา คลองจั่น
เลขที่บัญชี 156-4-81908-2
ชื่อบัญชี นาย ณัฏฐเดช ประทีบพิชัย
หลังโอนเงิน ให้ลงจำนวนเงิน-วันที่ โอนเงิน และที่อยู่ ไว้กระทู้ นี้ด้วยนะครับ
ทางกองทุนบูรณะพระธาตุโพนจิกเวียงงัว จะมีรายการ วัตถุมงคลเล็กๆ น้อยๆ ที่ผ่านพิธีปลุกเสก
โดยคณาจารย์ สายเขาอ้อ จ.พัทลุง มอบให้ท่านที่ บริจาคมากกว่า 100 บาท เป็นการตอบแทนครับ
ขอเชิญร่วมทำบุญสร้างศาลากับครูบาศุภชัย ภทฺเทกเมธี วัดดอยซิว.....
ตอบคำถามเพิ่ม คลิกที่นี่
ครูบาศุภชัย ภทฺเทกเมธี หรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่า ครูบาน้อยดอยซิว เป็นลูกศิษย์สืบทอดวิชาในสายของครูบาดวงจันทร์ จนฺทวโร วัดป่าเส้า จ.ลำพูน และครูบาอาจารย์ที่โด่งดังในสายล้านนาอีกหลาย ๆ ท่าน ที่ตัวครูบาท่านไม่ยอมให้เอ่ยนามนั้น ก็เพราะท่านไม่ต้องการมาขายครูบาอาจารย์เพื่อหากินครับ แต่ตอนนี้ท่านกำลังสร้างศาลาปฎิบัติธรรมค้างอยู่ และยังขาดปัจจัยอีกจำนวนมากถึงจะแล้วเสร็จ กระผมจึงอาสามาประชาสัมพันธ์บอกบุญให้ทุกท่านได้ทราบกันครับ.....ขออนุโมทนาบุญร่วมกัน.....
http://www.palungjit.com/board/showthread.php?p=144473#post144473
จากคุณ หน๋านเมือง เมื่อวันที่ 10/11/2548 12:51:57
ข้อความที่ 1
ซึ่งขณะนี้ ครูบาท่านได้สร้างและเสกวัตถุมงคลในช่วงไตรมาสขึ้นมาชุดหนึ่ง เพื่อเป็นการตอบแทนท่านผู้มีจิตศรัทธาร่วมสร้างศาลาปฏิบัติธรรมทุกท่านครับ โดยมีรายละเอียดดังนี้.....
๑.ตะกรุดร้อยแปด (ดีทุกด้าน) มอบแก่ท่านผู้ร่วมทำบุญ ๔๙๙ บาท
๒.ตะกรุดกาสะท้อน (ป้องกันภัย กันคุณไสย) มอบแก่ท่านผู้ร่วมทำบุญ ๑๗๙ บาท
๓.ตะกรุดไม้กว่างสี (เมตตามหานิยม) มอบแก่ท่านผู้ร่วมทำบุญ ๑๒๙ บาท
๔.ยันต์จืน (คงกระพัน) มอบแก่ท่านผู้ร่วมทำบุญ ๑๒๙ บาท
๕.น้ำมันสุชาดาหลงห้อง (เมตตา มหาเสน่ห์) มอบแก่ท่านผู้ร่วมทำบุญ ๑๙๙ บาท
๖.อิ่นแก้ว(มหาเสน่ห์) มอบแก่ท่านผู้ร่วมทำบุญ ๗๙ บาท
๗.สีผึ้งเมตตาหลวง มอบแก่ท่านผู้ร่วมทำบุญ ๕๙ บาท
๘.ผ้ายันต์มัจฉาชมวัง (โชคลาภ ค้าขาย) มอบแก่ท่านผู้ร่วมทำบุญ ๓๙ บาท
๙.เทียนสะเดาะเคราะห์สืบชะตา (๑ ชุด มี ๓ เล่ม) มอบแก่ท่านผู้ร่วมทำบุญ ๙๙ บาท.....
โดยทางครูบาท่านได้มอบคาถาและวิธีใช้แนบไปกับวัตถุมงคลทุกชนิดและยังมอบประคำไม้มงคล(ได้เข้าพิธีพุทธาภิเษกใหญ่แล้ว)ให้แก่ผู้บูชาวัตถุมงคลทุกท่าน ๆ จึงเรียนมาเพื่อทราบโดยทั่วกัน.....
จากคุณ หน๋านเมือง เมื่อวันที่ 10/11/2548 12:52:29
ข้อความที่ 2
หากสมาชิกท่านใดที่มีสนใจอยากร่วมทำบุญในครั้งนี้ สามารถติดต่อขอบูชาได้ที่
1.ติดต่อโดยตรงที่ ครูบาศุภชัย ภทฺเทกเมธี วัดดอยซิว อ.สันกำแพง จ.เชียงใหม่ ๕๐๑๓๐ เบอร์โทรศัพท์ ๐๙-๖๓๑๗๘๖๙
2.ฤาษีเสือดำ E-mail: maha_kumaro@hotmail.com แห่งเวป http://www.thaidoweb.com/freeboard/webboard.php?Category=kumaro
เบอร์โทรศัพท์ คุณเอี่ยว 06-7386198
ขอเชิญร่วมเป็นเจ้าภาพสร้างบันไดนาคราช 7 เศียร ขึ้นไปนมัสการสมเด็จองค์ปฐม
ตอบคำถามเพิ่ม คลิกที่นี่
***ผมขอเชิญชวนท่านที่ต้องการไปนิพพานได้ร่วมสร้างบุญเพื่อเป็นปัจจัยให้ถึงพระนิพพานในชาติปัจจุบันนี้ด้วยกัน โดยร่วมทำบุญสร้างบันไดนาคราช 7 เศียร เพื่อเป็นทางขึ้นไปนมัสการสมเด็จองค์ปฐมบนถ้ำทะลุ ณ สำนักสงฆ์ถ้ำทะลุ หมู่ 6 สหกรณ์นิคมฯ อำเภอ ทองผาภูมิ จังหวัด กาญจนบุรี โดยโอนเงินเข้าบัญชีหลวงพี่แสงชัย เจ้าอาวาสสำนักสงฆ์ถ้ำทะลุ หรือบัญชีของผมก็ได้ครับ ซึ่งมีรายละเอียดตามลิงค์ที่แนบมานี้ครับ
ชื่อบัญชี พระแสงชัย กนตสีโล
ธนาคารกรุงไทย บมจ.(Krung Thai Public Company Limited)
บัญชีออมทรัพย์ สาขาทองผาภูมิ
เลขบัญชี 718-0-02509-7
หรือที่บัญชีธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด สาขาสะพานใหม่ ดอนเมือง ชื่อบัญชี นายณัฐพัชร จันทรสูตร เพื่อพระพุทธศาสนา บัญชีออมทรัพย์ เลขที่ 081 - 2 - 47871 - 6
http://www.palungjit.com/board/showt...771#post145771
หรือที่
http://www.palungjit.com/board/showt...t=6698&page=52
ขอโมทนาบุญกับทุกท่านด้วยนะครับ****
รายละเอียดเพิ่มเติมจากคุณคนเก่าครับ
****
สาธุ ได้ฤกษ์เปิดบัญชีซะที เดี๋ยววันทำงาน โอนไปเป็นขวัญถุงให้ก่อน แล้วตั้งใจจะผ่อนรายเดือนละที่นี้
ผมว่าคุณตั้ม แสดงรายละเอียนสั้นไปหน่อยนะครับ ควรจะบอกเล่าข้อมูลมากหน่อย เช่น
1.อาจบอกเล่าถึงหลวงพี่แสงชัยว่า เป็นน้องแท้ๆ ของหลวงพี่เล็ก หากท่านใดติดตามอ่านหนังสือกระโถนข้างธรรมาสน์ก็จะคงเคยผ่านตาหลายครั้งที่หลวงพี่เล่าถึงโดยออกชื่อ"แสงชัย"เฉยๆ
2.สำนักสงฆ์ถ้ำทะลุซึ่งหลวงพี่แสงชัยเป็นประธานสงฆ์ ก็อยู่ในเครือวัด-สำนักที่อยู่ภายใต้การดูแลทนุบำรุงของหลวงพี่เล็กโดยตรง
3.น่าเล่าถึงที่คุณเอื้อมเดือนเล่าไว้ด้วย มีที่สำคัญๆ เช่น
"............วันนี้ยายผีป่ามาพร้อมหลวงพี่แสงชัยเจ้าค่ะ พาท่านมาเปิดบัญชี เพื่อขอรับศรัทธาปัจจัยจากผู้มีจิตศรัทธาทุกท่าน เมื่อวันอังคารยายต่อสายคุยกับหลวงพี่แสงชัย แต่หลวงพี่เล็กพูดแทรกมาว่า อ้าว ฉันจะคอยนั่งมอง สร้างบารมีให้ได้กันนะ ภพสุดท้ายเจอศึกหนักกันหน่อยนะ (ท่านคงหมายถึงพวกเราที่กำลังจะมาร่วมสร้างบารมีร่วมกันครั้งนีหล่ะมังเจ้าคะ) ที่หลวงพี่เล็กท่านขำคือท่านไม่มีปัจจัยพอที่จะสร้าง ทั้งสองท่านบอก ถึงเวลาโยมบ้างแล้ว ยกให้โยมจัดการตามที่โยมกับเพื่อนๆเห็นสมควรก็แล้วกัน หลวงพี่เล็กแย็บมาว่าถ้าไม่ไหวก้อเอาทำเป็นงูตัวตรงๆ ลดมาเหลือหัวเดียว ไม่ต้องมีหงอนมีเกล็ด เหมือนงูแกล้งนอนตายก้อได้นะ แล้วท่านก้อหัวเราะ แหม...ไหนๆก้อมุ่งมั่นจะสร้าง สู้นะจ๊ะพวกเรา ไปเรื่อยๆ หลวงพี่ท่านว่าช่วงทดสอบบารมีนี่ต้องอดทนนะ ถ้าถอดใจตอนนี้ก้อไหวนะ แล้วไปบอกเบื้องบนกันเอาเองว่า ...แหม ทำไมท่านมาสั่งในนิมิตรอะไรที่มันช่างแพงจังเล๊ย เอาง่ายๆกว่านี้มีไหมนี่ แหม...."
อย่างนี้ ใครที่หวังพระนิพพาน หากได้ร่วมละก้อ เหมือนได้สร้างบันไดขึ้นพระนพิพานจริงๆ ซึ่งบุญขนาดนี้ ผู้หวังพระโพธิญาณก็ยิ่งไม่ควรละเลย ผู้ที่มุ่งหวังยศตำแหน่งสูงๆ และศรัทธามั่นใจในกฎแห่งกรรม นิยมสร้างบันไดกันมาก อย่างบันไดขึ้นวัดถ้ำผาปล่องของหลวงปู่สิม พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ก็ย่องไปสร้างไว้ ตั้งแต่นมนานมาแล้ว น่าจะเกือบยี่สิบปี ก่อนได้เป็นนายกฯ
ที่น่าชื่นใจมาก ก็คือ มีนัยยะราวกับว่าหลวงพี่ท่านมอบหมายให้ทำกันเลยทีเดียว ก่อนนี้เห็นแต่ท่านทำ แล้วพวกเราก็ร่วมกันคนละเล็กละน้อย ฉะนั้นงานนี้เหล่าศิษย์ฆราวาสต้องร่วมกันด้วยสามัคคีธรรมจริงๆ จึงจะสำเร็จเรียบร้อย ใครสนใจใคร่ช่วยเหลืออะไร น่าติดต่อหารือคุณตั้มกับคุณเอื้อมเดือนโดยตรง
4.แล้วพระเครื่องอีก ที่จะมอบสมนาคุณ เด็ดๆทั้งนั้น ไม่ว่าเป็นพระกรุของหลวงปู่เทพโลกอุดรที่หลวงพี่แสงชัยได้มา หรือพระที่หลวงพี่เล็กท่านสร้าง ใครๆก็อยากได้ อ้อ เห็นว่ามีพระสมเด็จวัดระฆัง 1 องค์ด้วยนะครับ ลองถามไถ่ให้แน่ใจ แล้วมาประกาศให้ชัดเจนเถอะ ****
ผมขออนุโมทนาด้วยครับเเละคิดว่าจะร่วมด้วยเเน่นอน
ขอเชิญร่วมบูชาพระสมเด็จวัดระฆัง รุ่นพิมพ์ย้อนยุค 150 ปี เพื่อสมทบทุนบูรณะปฏิสังขรณ์อุโบสถวัดกำแพง
ตอบคำถามเพิ่ม คลิกที่นี่
พอดีได้รับทราบข้อมูลการทำบุญบูชาพระสมเด็จ เพื่อนำรายได้สมทบทุนในการบูรณะถาวรวัตถุในพระพุทธศาสนา จึงขอนำข้อมูลข่าวสารที่ได้รับทราบมา มาบอกบุญทุกท่านให้รับทราบโดยทั่วกันครับ ให้ได้ร่วมกันทนุบำรุงถาวรวัตถุในพระพุทธศาสนาดังข้อความต่อไปนี้ครับ
วัดกำแพง ในที่นี้ ตั้งอยู่ที่ถนนเพชรเกษม ซอย 20 คลองชักพระ แขวงปากคลอง เขตภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย ข้อมูลจากหนังสือ ประวัติวัดทั่วราชอาณาจักร เล่ม 2 ระบุไว้ว่า
มีที่ดินตั้งวัดเนื้อที่ 11 ไร่ 2 งาน 56 ตารางวา ภายในวัดมีอาคารเสนาสนะต่างๆ ดังนี้อุโบสถกว้าง 10 เมตร ยาว 35 เมตร กุฏิสงฆ์จำนวน 12 หลัง ส่วนมากเป็นอาคารไม้ วิหารศาลาการเปรียญ หอระฆัง สำหรับปูชนียวัตถุมีหลวงพ่อวัดบ้านแหลมจำลอง หลวงพ่อโสธรจำลอง และรูปเหมือนหลวงพ่อพูน อดีตเจาอาวาส
วัดกำแพง ชาวบ้านนิยมเรียกว่า วัดกำแพงบากจาก สันนิษฐานจากสิ่งก่อสร้างในวัดว่า สร้างปลายสมัยรัชกาลที่ 2 ราว พ.ศ.2367 และได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาประมาณ พ.ศ.2393
อุโบสถของพระกำแพงบางจาก ซึ่งคงจะก่อสร้างเสร็จราวปี พ.ศ.2393 อันเป็นปีที่ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาโดยประมาณ นับถึงวันนี้มีอายุผ่านไปแล้ว 155 ปี
ปัจจุบันได้ชำรุดทรุดโทรมลงเป็นอันมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งผนังปูนที่ฉาบด้านในกร่อนกะเทาะออกเสีย ทำให้ภาพจิตรกรรมฝาผนังที่เขียนไว้บนผนังชำรุด บางส่วนได้ลอกออกไปตามกาลเวลา ซึ่งทางวัดได้คิดดำเนินการบุรณะซ่อมแซมอุโบสถหลังนี้ หากขาดทุนทรัพย์ในการดำเนินการดังนั้นเมื่อพระเทพวิสุทธิเมที (หลวงปู่เที่ยง) รักษาการเจ้าอาวาสวัดระฆังโฆสิตาราม ทราบเจตนาของทางวัดกำแพงบางจากในการที่จะบูรณะวัดกำแพงบางจากในการที่จะบูรณะอุโบสถเพื่ออนุรักษ์เก็บรักษาของดั้งเดิมเอไว้ โดยไม่คิดสร้างใหม่จึงได้มอบ พระสมเด็จ วัดระฆัง พิมพ์ยอดนิยมย้อนยุค 150 ปี เนื้อผงมวลสารศักดิ์สิทธิ์เก่าแก่แตกรายงา หลวงปู่เปรี่ยม อติพทโท อายุ 93 ปี ลูกศิษย์รูปสุดท้ายของ หลวงปู่หิน อดีตเจ้าอาวาสวัดระฆังโฆสิตาราม ซึ่งจำพรรษาอยู่ที่วัดกำแพงบางจากแห่งนี้ เพื่อนำไปแจกเป็นที่ระลึกแก่ผู้บริจาคสมทบทุนในการบูรณปฏิสังขรณ์อุโบสถ 500 บาท
พุทธศาสนิกชนที่จะร่วมทำบุญในครั้งนี้สามารถสอบถามรายละเอียดได้ที่ โทร.0-2467-1769,0-2467-1352, 0-1926-7624, 0-1701-6372 หรือ ธนาณัติสั่งจ่ายไปรษณีย์ภาษีเจริญ ในนาม หลวงปู่เปรี่ยม อติพทโท วัดกำแพงบางจาก ถ.เพชรเกษม ซ.20 แขวงปากคลอง เขตภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร 10160 (เพิ่มค่าจัดส่ง EMS 50 บาท)
กล่าวสำหรับพระสมเด็จวัดระฆัง พิมพ์ยอดนิยมย้อนยุค 150 ปี นี้ ได้จัดสร้าง และประกอบพิธีในวัดระฆังโฆสิตาราม มีส่วนผสมของผงวิเศษ 5 ประการแล้ว ยังมีเนื้อผงเก่าจากพระสมเด็จวัดระฆัง, พระสมเด็จปิลันทน์, ผงสมเด็จของหลวงปู่นาค, ผงอิทธิเจอของหลวงปู่หิน เนื้อผงสมเด็จวัดระฆัง รุ่น 100 ปี เนื้อผงสมเด็จวัดระฆังรุ่น 118 ปี
ที่สำคัญยิ่งของพระสมเด็จวัดระฆัง พิมพ์นิยมย้อนยุค 150 ปี นี้ พระเทพวิสุทธิเมที (หลวงปู่เที่ยง) วัดระฆังโฆสิตาราม ได้ปลุกเสกตลอด 3 ไตรมาส และหลวงปู่เปรี่ยมยังได้ปลุกเสกตลอดเวลา 3 ปี นับตั้งแต่วันวิสาขบูชา ปี พ.ศ.2546 จนถึงวันวิสาขบูชาเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ.2548
จึงเรียกขานพระสมเด็จวัfระฆัง พิมพ์ย้อนยุคนี้อีกนามว่า พระสมเด็จ วัดระฆังโฆสิตาราม สามไตรมาส พิมพ์นิยมย้อนยุค 150 ปี
สวัดดีครับ......
(หมายเหตุ: สมเด็จวัดระฆังรุ่นี้ จะเป็นเนื้อแตกลายงา แบบโบราณแลดูขลังดีครับ)