วสวัต
20-11-2005, 03:49 PM
เรื่อง ปลาดุกรบยักษ์
เรื่องจาก http://www.dhammathai.org/dhammastory/story74.php
โดย รศ. วิเชียร เกษปทุม
http://www.palungjit.com/board/attachment.php?attachmentid=47430&stc=1&d=1132478554
<TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width="100%" bgColor=#ffffff border=0><TBODY><TR><TD vAlign=top><TABLE width="70%" align=center border=0><TBODY><TR><TD vAlign=top>นานมาแล้วในป่าแห่งหนึ่งซึ่งอุดมสมบูรณ์ไปด้วยพรรณไม้นานาชนิด มีความสวยสดงดงามให้ความชุ่มชื่นแก่บริเวณนั้นเป็นอย่างมาก ข้างๆ ป่าแห่งนั้นมีภูเขาใหญ่อยู่ลูกหนึ่ง ที่ไหล่เขามียักษ์เกเรอยู่ตนหนึ่ง ปลูกบ้านอาศัยอยู่บริเวณนั้น ยักษ์ตนนี้มีนิสัยเกกมะเหรกเกเร ชอบรังแกสัตว์อื่น จนได้รับความเดือดร้อนกันทั่วหน้า จึงเป็นที่รังเกียจของสัตว์ทั่วไป แต่ไม่มีใครกล้ามาปราบยักษ์ตนนี้ได้
มีปลาดุกอยู่ตัวหนึ่ง มันแค้นยักษ์มาก เพราะยักษ์มาจับเพื่อนๆ ของมันที่อาศัยอยู่ในลำน้ำกินจนเกลี้ยง เหลือมันอยู่ตัวเดียว วันหนึ่งปลาดุกคิดจะไปปราบยักษ์ มันจึงว่ายน้ำมาตามลำน้ำก็เผอิญมาพบกับตะไค่้น้ำ ตะไคร่้น้ำเห็นปลาดุกว่ายน้ำมา มันจึงถามปลาดุกว่า
"เจ้าดุก เจ้าจะไปไหน"
"ข้าจะไปรบยักษ์" ปลาดุกตอบ
"เราขอไปด้วยสิ" ตะไคร้น้ำเอ่ยปากขอปลาดุก
"ตกลงไปก็ไป"
ทั้งสองต่างก็ลอยตามน้ำไปด้วยกัน ตะขาบเห็นปลาดุกและตะไคร่น้ำลอยมาจึงถามว่า
"อ้าว ปลาดุก ตะไคร่น้ำ จะไปไหนกันล่ะ"
"อ๋อ พวกเรากำลังจะไปรบยักษ์"
"ข้าขอไปด้วยคนซิ เพราะยักษ์ชอบมารังแกข้าเสมอเลย"
"ตกลง ไปก็ไป"
ทั้งสามลอยน้ำไปด้วยกัน แมงป่องเห็นปลาดุก ตะไคร่น้ำ และตะขาบลอยน้ำมาจึงถามว่า
"อ้าวท่านทั้งสามจะไปไหนกันล่ะ"
"อ๋อ พวกเรากำลังจะไปรบยักษ์" ปลาดุกตอบ
"ข้าขอไปด้วยคนสิ เพราะยักษ์ชอบมารังแกผมเสมอ เหมือนกัน"
"ตกลงไปก็ไป"
ทั้งสี่ลอยน้ำไปด้วยกันไม่นานก็ไปเจอกับไก่แจ้กับไข่เน่าอยู่ริมลำธาร ไก่แจ้และไข่เน่าต่างก็ได้รับความเดือดร้อนจากยักษ์เกเรเช่นกัน จึงร่วมขบวนเดินทางไปกับปลาดุกและเพื่อนๆ ด้วย
สุดท้ายก่อนที่จะถึงบริเวณที่พักของยักษ์ ปลาดุกและเพื่อนๆ ก็ไปเจอกับนกฮูกซึ่งสมัครใจร่วมทำศึกกับยักษ์ด้วยความเต็มใจ เมื่อเดินทางไปถึงเชิงเขาก็ได้เวลาพลบค่ำพอดี ทั้งหมดจึงได้ร่วมกันวางแผนกำจัดยักษ์เกเรอย่างเคร่งเครียด ตกดึกในคืนนั้น ขณะที่ยักษ์กำลังหลับนอนอยู่ด้วยความอ่อนเพลีย หลังจากออกหากินมาทั้งวัน มันก็ตกใจตื่นขึ้นมาเพราะได้ยินเสียงไก่ขัน
"เอ๊ะ วันนี้ทำไมแจ้งเร็วจัง เรายังนอนไม่อิ่มเลย" ยักษ์รำพึงอยู่ในใจด้วยความงัวเงียง่วงนอนมีอาการสะลึมสะลือ
เมื่อมันลุกขึ้นมา มันจึงเดินตรงไปหยิบผ้าเช็ดตัว เพื่อไปอาบน้ำ ในทันใดนั้นตะขาบซึ่งแอบรออยู่แล้วก็กัดมือยักษ์ทันที
"โอ๊ย ปวดเหลือเกิน อะไนต่อยมือข้าวะเนี่ย" ยักษ์ร้องครวญคราง
ยักษ์รีบวิ่งไปที่หัวนอนแล้วเอื้อมมือ ไปหยิบกล่องไม้ขีดมาเพื่อจะจุดไฟให้สว่าง เมื่อเปิดกล่องไม้ขีดออกแมงป่องซึ่งคอยทีอยู่แล้ว ก็ต่อยมือยักษ์ซ้ำเข้าไปอีก
"โอ๊ย อะไรต่อยมือข้าอีกแล้ว"
คราวนี้ยักษ์จึงวิ่งเข้าไปในครัว ไปที่เตาไฟ และก้มลงเป่าไฟในเตาเผื่อว่าจะมีเชื้อไฟเหลืออยู่
ทันใดนั้น "ไข่เน่า" ก็แตกกระจายใส่เต็มหน้าของยักษ์
"โอ๊ย อะไรแตกใส่หน้าข้า เหม็นไปหมดแล้ว ทนไม่ไหวแล้วโว้ย" ยักษ์ร้องพร้อมกับวิ่งไปที่โอ่งน้ำ หวังจะใช้น้ำล้างหน้า
แต่เมื่อใช้มือวักน้ำในโอ่ง "ปลาดุก" ซึ่งคอยทีอยู่แล้วก็ใช้เงี่ยงยักมือของยักษ์จนเลือดออก
"โอ๊ย ตัวอะไรมายักมือข้าอีกล้ว ปวดเหลือเกิน"
ยักษ์ร้องเสียงหลงแล้ววิ่งลงบันใดนั้นไป พอเท้าก้าวถึงพื้นก็ไปเหยียบเอาตะไคร่น้ำเข้า ยักษ์จึงลื่นไถลล้มลงหัวฟาดพื้น และ "นกฮูก" ก็ตรงมาจกลูกตายักษ์ ทันที
ในที่สุดยักษ์ก็สิ้นใจตาย ซึ่งเป็นไปตามแผนที่วางไว้ทุกประการ จนสามารถกำจัดยักษ์เกเรได้ผลสำเร็จ
</TD></TR><TR><TD vAlign=top><TABLE class=Wga_Details cellSpacing=0 cellPadding=0 width="100%" align=center border=0><TBODY><TR><TD width=7 height=21>http://www.dhammathai.org/pic_rec/top_L.gif</TD><TD class=WgaTitle align=middle>http://www.dhammathai.org/pic_rec/arrowLTR.gif</TD><TD class=WgaTitle>ข้อคิด</TD><TD width=7 height=21>http://www.dhammathai.org/pic_rec/top_R.gif</TD></TR><TR><TD class=WgaIconCell vAlign=bottom bgColor=#fcf4b5>http://www.dhammathai.org/pic_rec/bttm_L.gif</TD><TD class=WgaIconCell width=20></TD><TD class=WgaGradient bgColor=#fcf4b5 rowSpan=2><TABLE style="WIDTH: 500px; HEIGHT: 142px" cellPadding=5 width=500 border=0><TBODY><TR><TD>๑. ผู้ที่ประพฤติตัวเกกมะเหรกเกเร รังแกผู้อื่นย่อมเป็นที่รังเกียจเดียดฉันท์ของคนทั่วไป ในที่สุดก็จะได้รับผลการกระทำชั่วนั้น
๒. การทำงานร่วมกันต้องมีการวางแผน และต้องแบ่งงานกันทำตามความสามารถของแต่ละคน งานจึงจะสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี
๓. การมีความสมัครสมานสามัคคีร่วมแรงร่วมใจกัน ย่อมทำงานสำเร็จได้ตามประสงค์
</TD></TR></TBODY></TABLE></TD><TD vAlign=bottom bgColor=#ebcf70>http://www.dhammathai.org/pic_rec/bttm_R.gif</TD></TR></TBODY></TABLE></TD></TR></TBODY></TABLE>
หนอนอ้วนกะกาโง่
เรื่องจาก รายการ ชีวิตไม่สิ้นหวัง...เติมพลังคนรุ่นใหม่
http://www.palungjit.com/board/attachment.php?attachmentid=47431&stc=1&d=1132479330http://www.palungjit.com/board/attachment.php?attachmentid=47432&stc=1&d=1132479331
ในครั้งพุทธกาล มีกาตัวหนึ่งบินไปหากิน และขณะเกาะกิ่งไม้มองหาเหยื่ออยู่นั้น ได้มองเห็นหนอนอ้วนตัวหนึ่ง จึงคิดจับกิน ก่อนจะจิกกินเจ้าหนอนอ้วนเคราะห์ร้ายตัวนั้น กาจึงร้องขู่ก่อนว่า
" เจ้าหนอนอ้วนเอ๋ยเราจะกินเจ้าเดี๋ยวนี้ละนะ "
แทนที่หนอนอ้วนจะกลัวกลับร้องว่า
" กาโง่ " แถมยังพูดถากถางเจ้ากาว่า
" กาโง่ ดีแต่ตะกละกิน ดีแต่หิว ท่านจะกินเราน่ะ รู้ปัญหาอะไรบ้าง? "
กาโง่ " โธ่เอ๊ยเจ้าหนอนอ้วน.. อวดดีมาหาว่าเราเป็นกาโง แล้วเจ้าละรู้ปัญหาอะไรบ้าง ? "
หนอนอ้วน "อ๋อแน่นอนเรารู้จักปัญหามากมาย แล้วท่านละรู้ปัญหาเยอะละสิ..."
กาโง่ " อือ "
หนอนอ้วน " เรากลัวว่าถ้าเราถามไปแล้วท่านจะตอบเราไม่ได้ "
กาโง่ " ถามมาเถอะ เราตอบได้ทุกข้อ เราแน่ใจ "
หนอนอ้วน " เอางี้ละกัน ถ้าท่านตอบปัญหาเราถูกท่านก็จะได้กินเรา แต่ถ้าท่านตอบคำถาม เราผิดท่านต้องอย่ากินเรา ได้หรือไม่? "
กาโง่ " ก็ได้ " กาตอบพยักหน้าตกลงโดยดี...
ฝ่ายเจ้าหนอนเองก็รู้สึกโล่งใจ ที่ภัยอันตรายห่างไกลตนเองออกไปมากแล้ว จึงเริ่มถามไปว่า
หนอนอ้วน " อะไรเอ่ยใหญ่ยิ่งกว่าความใหญ่ทั้งปวง ? "
กา " เทวดาใหญ่กว่าความใหญ่ทั้งปวง "
หนอนอ้วน " ผิดแล้ว " หนอนบอก แล้วถามคำถามต่อไปว่า
หนอนอ้วน " อะไรเร็วกว่าความเร็วทั้งปวง ? "
กา " ม้าวิ่งเร็วกว่าความเร็วทั้งปวง "
หนอนอ้วน " ผิดอีกแล้ว " จากนั้นหนอนอ้วนก็ตั้งคำถามใหม่...
หนอนอ้วน " อะไรคมกว่าความคมทั้งปวง "
กา " ปลายแหลมของคมลูกธนูคมกว่าความคมทั้งปวง " กาตอบออกไปในใจก็คิดว่าถูกแน่...
หนอนอ้วน " ผิด ๆ ผิดอีกเป็นครั้งที่ 3 แล้ว " หนอนจึงตั้งคำถามที่ 4 ดังนี้
" อะไรเอ่ยมีกำลังยิ่งกว่ากำลังทั้งหลาย ? "
กา " พระนารายณ์มีกำลังมากกว่าความมีกำลังทั้งปวง " กาตอบอย่างมั่นจะและคิดว่าตอบถูกแน่นอน แต่หนอนลับบอกว่าผิด
ส่วนเจ้ากาเมื่อได้ฟังเช่นนั้นก็ไม่ยอมแพ้ และถามกลับ เจ้าหนอนว่า "จะให้เราเชื่อได้อย่างไรว่าเราตอบผิด เราไม่เชื่อเจ้าหรอก "
" นี่แน่ะคุณพี่กาจ๋า มีเพียงพระพุทธเจ้าเท่านั้นที่สามารถตอบคำถามเหล่านี้ได้ เมื่อท่านไม่เชื่อ ท่านจงพาเราไปเฝ้าพระพุทธเจ้าเถิด แล้วท่านจะได้รู้ว่าที่ท่านตอบมาทั้งหมดนั้นมันผิดหมดจริง "
กา " เจ้าจะคลานไปเหรอ แล้วเมื่อไหร่จะะถึง ส่วนตัวข้านั้น บินไปได้รวดเร็วในท้องฟ้า ไม่นานก็จะ ถึงจุดหมายปลายทาง งั้นเราไม่ต้องรอเจ้าเป็นปีเหรอ กว่าเจ้าจะคลานไปถึง "
หนอนอ้วน " โธ่เอ๋ยกาโง่ ถ้าเราขอให้ท่านคาบเราไปเรากลัวท่านจะอดกลืนกินเราไม่ได้แน่ ๆ ดังนั้นเราขอให้ท่านช่วยไปจิกดึงเส้นป่านจากต้นกล้วยป่าแห้งมาผูกกลางตัวเรา แล้วท่านก็คาบปลายเชือกนี้บินไปด้วยกันสิ "
จากนั้นกาก็พาเจ้าหนออ้วนบินไปในท้องฟ้า แล้วไม่ช้าไม่นาน กาก็พาหนอนไปถึงยังเชตวันวิหาร แล้วบินลงไปยังพื้นดินจากนั้นทั้งสอง ก็เข้าพบองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า แล้วถามคำถามดังกล่าวแก่พระองค์
พระพุทธเจ้าทรงตอบปัญหาทั้ง 4 ข้อ ของหนอนอ้วนดังนี้...
1. โลกฺตระ ใหญ่กว่าความใหญ่ทั้งหลาย
2. ใจ เป็นสิ่งที่เร็วกว่าความเร็วทั้งปวง
3. คมพูดนั้นคมกว่าความคมทั้งหมด
4. พระอรหันต์มีกำลังกว่ากำลังทั้งปวง
หนอนอ้วน " สาธุ สาธุ " หนอนอ้วนถวายสาธุการ จากนั้นหนอนอ้วนจึงหันไปถามกาว่า
" ท่านตอบปัญหาผิดทั้ง 4 ข้อ ท่านควรกินเราหรือ "
กาตอบตามจริง และโดยซื่อว่า " ไม่ควร "
แล้วพระพุทธเจ้าทรงแนะนำกาว่า ควรบริโภคอาหารที่ไร้ชีวิตเถิด ผลบุญจะได้ติดตามตัวไปด้วยทุกกาล กาก็เชื่อฟังแต่โดยดีแล้วก็กลับไปยังรังของตน ไม่ไปหาอาหารกิน เพราะวันนี้อิ่มในทรวงอก จนไม่หิวไม่อยากกินอะไร ฝ่ายหนอนตัวนั้นพระองค์ทรงเลี้ยงเอาไว้เอาบุญ
</TD><TD width=12 background=../pic_rec/m22.gif>http://www.dhammathai.org/pic_rec/m22.gif</TD></TR><TR><TD width=12>ข้อมูล : http://www.dhammathai.org/dhammastory/index.php
</TD><TD background=../pic_rec/m33.gif>http://www.dhammathai.org/pic_rec/m33.gif</TD></TR></TBODY></TABLE>
เรื่องจาก http://www.dhammathai.org/dhammastory/story74.php
โดย รศ. วิเชียร เกษปทุม
http://www.palungjit.com/board/attachment.php?attachmentid=47430&stc=1&d=1132478554
<TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width="100%" bgColor=#ffffff border=0><TBODY><TR><TD vAlign=top><TABLE width="70%" align=center border=0><TBODY><TR><TD vAlign=top>นานมาแล้วในป่าแห่งหนึ่งซึ่งอุดมสมบูรณ์ไปด้วยพรรณไม้นานาชนิด มีความสวยสดงดงามให้ความชุ่มชื่นแก่บริเวณนั้นเป็นอย่างมาก ข้างๆ ป่าแห่งนั้นมีภูเขาใหญ่อยู่ลูกหนึ่ง ที่ไหล่เขามียักษ์เกเรอยู่ตนหนึ่ง ปลูกบ้านอาศัยอยู่บริเวณนั้น ยักษ์ตนนี้มีนิสัยเกกมะเหรกเกเร ชอบรังแกสัตว์อื่น จนได้รับความเดือดร้อนกันทั่วหน้า จึงเป็นที่รังเกียจของสัตว์ทั่วไป แต่ไม่มีใครกล้ามาปราบยักษ์ตนนี้ได้
มีปลาดุกอยู่ตัวหนึ่ง มันแค้นยักษ์มาก เพราะยักษ์มาจับเพื่อนๆ ของมันที่อาศัยอยู่ในลำน้ำกินจนเกลี้ยง เหลือมันอยู่ตัวเดียว วันหนึ่งปลาดุกคิดจะไปปราบยักษ์ มันจึงว่ายน้ำมาตามลำน้ำก็เผอิญมาพบกับตะไค่้น้ำ ตะไคร่้น้ำเห็นปลาดุกว่ายน้ำมา มันจึงถามปลาดุกว่า
"เจ้าดุก เจ้าจะไปไหน"
"ข้าจะไปรบยักษ์" ปลาดุกตอบ
"เราขอไปด้วยสิ" ตะไคร้น้ำเอ่ยปากขอปลาดุก
"ตกลงไปก็ไป"
ทั้งสองต่างก็ลอยตามน้ำไปด้วยกัน ตะขาบเห็นปลาดุกและตะไคร่น้ำลอยมาจึงถามว่า
"อ้าว ปลาดุก ตะไคร่น้ำ จะไปไหนกันล่ะ"
"อ๋อ พวกเรากำลังจะไปรบยักษ์"
"ข้าขอไปด้วยคนซิ เพราะยักษ์ชอบมารังแกข้าเสมอเลย"
"ตกลง ไปก็ไป"
ทั้งสามลอยน้ำไปด้วยกัน แมงป่องเห็นปลาดุก ตะไคร่น้ำ และตะขาบลอยน้ำมาจึงถามว่า
"อ้าวท่านทั้งสามจะไปไหนกันล่ะ"
"อ๋อ พวกเรากำลังจะไปรบยักษ์" ปลาดุกตอบ
"ข้าขอไปด้วยคนสิ เพราะยักษ์ชอบมารังแกผมเสมอ เหมือนกัน"
"ตกลงไปก็ไป"
ทั้งสี่ลอยน้ำไปด้วยกันไม่นานก็ไปเจอกับไก่แจ้กับไข่เน่าอยู่ริมลำธาร ไก่แจ้และไข่เน่าต่างก็ได้รับความเดือดร้อนจากยักษ์เกเรเช่นกัน จึงร่วมขบวนเดินทางไปกับปลาดุกและเพื่อนๆ ด้วย
สุดท้ายก่อนที่จะถึงบริเวณที่พักของยักษ์ ปลาดุกและเพื่อนๆ ก็ไปเจอกับนกฮูกซึ่งสมัครใจร่วมทำศึกกับยักษ์ด้วยความเต็มใจ เมื่อเดินทางไปถึงเชิงเขาก็ได้เวลาพลบค่ำพอดี ทั้งหมดจึงได้ร่วมกันวางแผนกำจัดยักษ์เกเรอย่างเคร่งเครียด ตกดึกในคืนนั้น ขณะที่ยักษ์กำลังหลับนอนอยู่ด้วยความอ่อนเพลีย หลังจากออกหากินมาทั้งวัน มันก็ตกใจตื่นขึ้นมาเพราะได้ยินเสียงไก่ขัน
"เอ๊ะ วันนี้ทำไมแจ้งเร็วจัง เรายังนอนไม่อิ่มเลย" ยักษ์รำพึงอยู่ในใจด้วยความงัวเงียง่วงนอนมีอาการสะลึมสะลือ
เมื่อมันลุกขึ้นมา มันจึงเดินตรงไปหยิบผ้าเช็ดตัว เพื่อไปอาบน้ำ ในทันใดนั้นตะขาบซึ่งแอบรออยู่แล้วก็กัดมือยักษ์ทันที
"โอ๊ย ปวดเหลือเกิน อะไนต่อยมือข้าวะเนี่ย" ยักษ์ร้องครวญคราง
ยักษ์รีบวิ่งไปที่หัวนอนแล้วเอื้อมมือ ไปหยิบกล่องไม้ขีดมาเพื่อจะจุดไฟให้สว่าง เมื่อเปิดกล่องไม้ขีดออกแมงป่องซึ่งคอยทีอยู่แล้ว ก็ต่อยมือยักษ์ซ้ำเข้าไปอีก
"โอ๊ย อะไรต่อยมือข้าอีกแล้ว"
คราวนี้ยักษ์จึงวิ่งเข้าไปในครัว ไปที่เตาไฟ และก้มลงเป่าไฟในเตาเผื่อว่าจะมีเชื้อไฟเหลืออยู่
ทันใดนั้น "ไข่เน่า" ก็แตกกระจายใส่เต็มหน้าของยักษ์
"โอ๊ย อะไรแตกใส่หน้าข้า เหม็นไปหมดแล้ว ทนไม่ไหวแล้วโว้ย" ยักษ์ร้องพร้อมกับวิ่งไปที่โอ่งน้ำ หวังจะใช้น้ำล้างหน้า
แต่เมื่อใช้มือวักน้ำในโอ่ง "ปลาดุก" ซึ่งคอยทีอยู่แล้วก็ใช้เงี่ยงยักมือของยักษ์จนเลือดออก
"โอ๊ย ตัวอะไรมายักมือข้าอีกล้ว ปวดเหลือเกิน"
ยักษ์ร้องเสียงหลงแล้ววิ่งลงบันใดนั้นไป พอเท้าก้าวถึงพื้นก็ไปเหยียบเอาตะไคร่น้ำเข้า ยักษ์จึงลื่นไถลล้มลงหัวฟาดพื้น และ "นกฮูก" ก็ตรงมาจกลูกตายักษ์ ทันที
ในที่สุดยักษ์ก็สิ้นใจตาย ซึ่งเป็นไปตามแผนที่วางไว้ทุกประการ จนสามารถกำจัดยักษ์เกเรได้ผลสำเร็จ
</TD></TR><TR><TD vAlign=top><TABLE class=Wga_Details cellSpacing=0 cellPadding=0 width="100%" align=center border=0><TBODY><TR><TD width=7 height=21>http://www.dhammathai.org/pic_rec/top_L.gif</TD><TD class=WgaTitle align=middle>http://www.dhammathai.org/pic_rec/arrowLTR.gif</TD><TD class=WgaTitle>ข้อคิด</TD><TD width=7 height=21>http://www.dhammathai.org/pic_rec/top_R.gif</TD></TR><TR><TD class=WgaIconCell vAlign=bottom bgColor=#fcf4b5>http://www.dhammathai.org/pic_rec/bttm_L.gif</TD><TD class=WgaIconCell width=20></TD><TD class=WgaGradient bgColor=#fcf4b5 rowSpan=2><TABLE style="WIDTH: 500px; HEIGHT: 142px" cellPadding=5 width=500 border=0><TBODY><TR><TD>๑. ผู้ที่ประพฤติตัวเกกมะเหรกเกเร รังแกผู้อื่นย่อมเป็นที่รังเกียจเดียดฉันท์ของคนทั่วไป ในที่สุดก็จะได้รับผลการกระทำชั่วนั้น
๒. การทำงานร่วมกันต้องมีการวางแผน และต้องแบ่งงานกันทำตามความสามารถของแต่ละคน งานจึงจะสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี
๓. การมีความสมัครสมานสามัคคีร่วมแรงร่วมใจกัน ย่อมทำงานสำเร็จได้ตามประสงค์
</TD></TR></TBODY></TABLE></TD><TD vAlign=bottom bgColor=#ebcf70>http://www.dhammathai.org/pic_rec/bttm_R.gif</TD></TR></TBODY></TABLE></TD></TR></TBODY></TABLE>
หนอนอ้วนกะกาโง่
เรื่องจาก รายการ ชีวิตไม่สิ้นหวัง...เติมพลังคนรุ่นใหม่
http://www.palungjit.com/board/attachment.php?attachmentid=47431&stc=1&d=1132479330http://www.palungjit.com/board/attachment.php?attachmentid=47432&stc=1&d=1132479331
ในครั้งพุทธกาล มีกาตัวหนึ่งบินไปหากิน และขณะเกาะกิ่งไม้มองหาเหยื่ออยู่นั้น ได้มองเห็นหนอนอ้วนตัวหนึ่ง จึงคิดจับกิน ก่อนจะจิกกินเจ้าหนอนอ้วนเคราะห์ร้ายตัวนั้น กาจึงร้องขู่ก่อนว่า
" เจ้าหนอนอ้วนเอ๋ยเราจะกินเจ้าเดี๋ยวนี้ละนะ "
แทนที่หนอนอ้วนจะกลัวกลับร้องว่า
" กาโง่ " แถมยังพูดถากถางเจ้ากาว่า
" กาโง่ ดีแต่ตะกละกิน ดีแต่หิว ท่านจะกินเราน่ะ รู้ปัญหาอะไรบ้าง? "
กาโง่ " โธ่เอ๊ยเจ้าหนอนอ้วน.. อวดดีมาหาว่าเราเป็นกาโง แล้วเจ้าละรู้ปัญหาอะไรบ้าง ? "
หนอนอ้วน "อ๋อแน่นอนเรารู้จักปัญหามากมาย แล้วท่านละรู้ปัญหาเยอะละสิ..."
กาโง่ " อือ "
หนอนอ้วน " เรากลัวว่าถ้าเราถามไปแล้วท่านจะตอบเราไม่ได้ "
กาโง่ " ถามมาเถอะ เราตอบได้ทุกข้อ เราแน่ใจ "
หนอนอ้วน " เอางี้ละกัน ถ้าท่านตอบปัญหาเราถูกท่านก็จะได้กินเรา แต่ถ้าท่านตอบคำถาม เราผิดท่านต้องอย่ากินเรา ได้หรือไม่? "
กาโง่ " ก็ได้ " กาตอบพยักหน้าตกลงโดยดี...
ฝ่ายเจ้าหนอนเองก็รู้สึกโล่งใจ ที่ภัยอันตรายห่างไกลตนเองออกไปมากแล้ว จึงเริ่มถามไปว่า
หนอนอ้วน " อะไรเอ่ยใหญ่ยิ่งกว่าความใหญ่ทั้งปวง ? "
กา " เทวดาใหญ่กว่าความใหญ่ทั้งปวง "
หนอนอ้วน " ผิดแล้ว " หนอนบอก แล้วถามคำถามต่อไปว่า
หนอนอ้วน " อะไรเร็วกว่าความเร็วทั้งปวง ? "
กา " ม้าวิ่งเร็วกว่าความเร็วทั้งปวง "
หนอนอ้วน " ผิดอีกแล้ว " จากนั้นหนอนอ้วนก็ตั้งคำถามใหม่...
หนอนอ้วน " อะไรคมกว่าความคมทั้งปวง "
กา " ปลายแหลมของคมลูกธนูคมกว่าความคมทั้งปวง " กาตอบออกไปในใจก็คิดว่าถูกแน่...
หนอนอ้วน " ผิด ๆ ผิดอีกเป็นครั้งที่ 3 แล้ว " หนอนจึงตั้งคำถามที่ 4 ดังนี้
" อะไรเอ่ยมีกำลังยิ่งกว่ากำลังทั้งหลาย ? "
กา " พระนารายณ์มีกำลังมากกว่าความมีกำลังทั้งปวง " กาตอบอย่างมั่นจะและคิดว่าตอบถูกแน่นอน แต่หนอนลับบอกว่าผิด
ส่วนเจ้ากาเมื่อได้ฟังเช่นนั้นก็ไม่ยอมแพ้ และถามกลับ เจ้าหนอนว่า "จะให้เราเชื่อได้อย่างไรว่าเราตอบผิด เราไม่เชื่อเจ้าหรอก "
" นี่แน่ะคุณพี่กาจ๋า มีเพียงพระพุทธเจ้าเท่านั้นที่สามารถตอบคำถามเหล่านี้ได้ เมื่อท่านไม่เชื่อ ท่านจงพาเราไปเฝ้าพระพุทธเจ้าเถิด แล้วท่านจะได้รู้ว่าที่ท่านตอบมาทั้งหมดนั้นมันผิดหมดจริง "
กา " เจ้าจะคลานไปเหรอ แล้วเมื่อไหร่จะะถึง ส่วนตัวข้านั้น บินไปได้รวดเร็วในท้องฟ้า ไม่นานก็จะ ถึงจุดหมายปลายทาง งั้นเราไม่ต้องรอเจ้าเป็นปีเหรอ กว่าเจ้าจะคลานไปถึง "
หนอนอ้วน " โธ่เอ๋ยกาโง่ ถ้าเราขอให้ท่านคาบเราไปเรากลัวท่านจะอดกลืนกินเราไม่ได้แน่ ๆ ดังนั้นเราขอให้ท่านช่วยไปจิกดึงเส้นป่านจากต้นกล้วยป่าแห้งมาผูกกลางตัวเรา แล้วท่านก็คาบปลายเชือกนี้บินไปด้วยกันสิ "
จากนั้นกาก็พาเจ้าหนออ้วนบินไปในท้องฟ้า แล้วไม่ช้าไม่นาน กาก็พาหนอนไปถึงยังเชตวันวิหาร แล้วบินลงไปยังพื้นดินจากนั้นทั้งสอง ก็เข้าพบองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า แล้วถามคำถามดังกล่าวแก่พระองค์
พระพุทธเจ้าทรงตอบปัญหาทั้ง 4 ข้อ ของหนอนอ้วนดังนี้...
1. โลกฺตระ ใหญ่กว่าความใหญ่ทั้งหลาย
2. ใจ เป็นสิ่งที่เร็วกว่าความเร็วทั้งปวง
3. คมพูดนั้นคมกว่าความคมทั้งหมด
4. พระอรหันต์มีกำลังกว่ากำลังทั้งปวง
หนอนอ้วน " สาธุ สาธุ " หนอนอ้วนถวายสาธุการ จากนั้นหนอนอ้วนจึงหันไปถามกาว่า
" ท่านตอบปัญหาผิดทั้ง 4 ข้อ ท่านควรกินเราหรือ "
กาตอบตามจริง และโดยซื่อว่า " ไม่ควร "
แล้วพระพุทธเจ้าทรงแนะนำกาว่า ควรบริโภคอาหารที่ไร้ชีวิตเถิด ผลบุญจะได้ติดตามตัวไปด้วยทุกกาล กาก็เชื่อฟังแต่โดยดีแล้วก็กลับไปยังรังของตน ไม่ไปหาอาหารกิน เพราะวันนี้อิ่มในทรวงอก จนไม่หิวไม่อยากกินอะไร ฝ่ายหนอนตัวนั้นพระองค์ทรงเลี้ยงเอาไว้เอาบุญ
</TD><TD width=12 background=../pic_rec/m22.gif>http://www.dhammathai.org/pic_rec/m22.gif</TD></TR><TR><TD width=12>ข้อมูล : http://www.dhammathai.org/dhammastory/index.php
</TD><TD background=../pic_rec/m33.gif>http://www.dhammathai.org/pic_rec/m33.gif</TD></TR></TBODY></TABLE>