PDA

View Full Version : "ธรรม...ทำให้มั่งมี" ดร.สร้อยเพชร เรศานนท์


paang
19-11-2005, 05:23 PM
สมชีวิตา เลี้ยงชีวิตแต่พอดี คือ รู้จักกำหนดรายได้และรายจ่าย เป็นอยู่พอดีสมรายได้ มิให้ฝืดเคืองหรือ ฟุ่มเฟือย ให้รายได้เหนือรายจ่าย มีประหยัดเก็บไว้"


http://www.komchadluek.net/column/pra/2005/11/19/images/23.jpg

นี่คือหลักธรรมข้อสี่ในหมวด ทิฏฐธัมมิกัตถสังวัตตนิกธรรม ที่ ดร.สร้อยเพชร เรศานนท์ กรรมการผู้จัดการบริษัท บาชโทลด์ จำกัด ผู้แทน จำหน่ายนาฬิกา จากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ และส่งออกเครื่องประดับ อัญมณี ใช้สำหรับการบริหารธุรกิจ ให้ประสบความสำเร็จ

ส่วนหลักธรรมอีก ๓ ข้อ ซึ่งประกอบด้วย ๑.อุฏฐานสัมปทา ถึงพร้อมด้วย ความหมั่น คือ ขยันหมั่นเพียร ในการปฏิบัติหน้าที่การงาน และการประกอบ อาชีพที่สุจริต ฝึกฝนให้มีความชำนิชำนาญและรู้จริง รู้จักใช้ปัญญาสอดส่อง ตรวจตรา หาวิธีการที่เหมาะที่ดีจัดการ และดำเนินการให้ได้ผลดี

๒.อารักขสัมปทา ถึงพร้อมด้วยการรักษา คือ รู้จักคุ้มครอง เก็บ รักษาโภคทรัพย์และ ผลงานที่ตนได้ทำไว้ ด้วยความขยันหมั่นเพียร โดยชอบธรรมด้วยกำลังของตน ไม่ให้เป็นอันตราย หรือเสื่อมเสีย

๓.กัลยาณมิตตตา คบหาดนดีเป็นมิตร คือ รู้จักเสวนาคบหาคน ไม่คบไม่เอาอย่าง ผู้ที่ชักจูงไปในทางเสื่อมเสีย เลือกเสวนาศึกษาเยี่ยงอย่างท่านผู้รู้ผู้ทรงคุณ ผู้มีความสามารถ ผู้น่าเคารพนับถือ และมีคุณสมบัติเกื้อกูล แก่อาชีพการงาน

"หากใคร บริษัท และหน่วยงานใดยึดปฏิบัติได้ครบทั้ง ๔ ข้อ รับรองว่าตัวเองไม่จน และบริษัทธุรกิจก็ไม่เจ๊ง เพราะธรรมะ ของพระพุทธเจ้าเป็นเรื่องที่ทันสมัยมาก" นี่คือคำยืนยันของ ดร.สร้อยเพชร พร้อมกันนี้เธอยัง ได้เปรียบเทียบสิ่งความรู้ ที่ได้ศึกษามาจนกระทั่งจบปริญญาเอก กับธรรมของพระพุทธเจ้าว่า


http://www.komchadluek.net/column/pra/2005/11/19/images/17.jpg

นักทฤษฎีทางเศรษฐกิจ และนักเศรษฐศาสตร์เอกของโลก อย่างเก่งก็คิดทฤษฎีต่างๆ ได้ในระยะ ๑๐๐ ปีที่ผ่านมา แต่พระพุทธเจ้าเป็นเหนือยิ่งกว่า นักทฤษฎีทางเศรษฐกิจ และ เศรษฐศาสตร์เอกของโลก สิ่งที่ท่านคิดหรือที่เรียกว่าธรรมะนั้น พระองค์ท่านได้คิดไว้เมื่อกว่า ๒,๕๐๐ ปี ณ ปัจจุบันนี้ ยังคงใช้ ด้เสมอ ธรรมะของพระพุทธเจ้า ครอบคลุมทุกๆ ด้าน ทั้งด้าน เศรษฐกิจ ด้านบริหารองค์กร การบริหารบุคคล การปกครอง รวมทั้งตุลาการด้วย

ดร.สร้อยเพชร บอกด้วยว่า เป็นเรื่องน่าเสียดาย สำหรับคนไทยที่นับถือพุทธศาสนามากว่า ๙๕% กลับไม่เห็น ความสำคัญ คนไทยส่วนใหญ่นับถือพุทธศาสนา แบบท่องจำ ขึ้นชื่อว่าเป็นคนพุทธ ตามบัตรประชาชนเท่านั้น ไม่รู้จักนำธรรมะ ของพระพุทธเจ้ามาประยุกต์ใช้ ดังคำพูดที่ว่า "การมีความรู้ไม่สำคัญเท่ากับ การนำความรู้ นั้นมาใช้" หรืออาจจะพูดได้ว่า "ชาวพุทธรู้ธรรม แต่ไม่ทำตามธรรมที่รู้"

หลายคนอาจจะคิดว่า วิปัสสนากรรมฐานนั้น เป็นเรื่องของผู้แสวงหาความสงบในทางธรรม แต่ ดร.สร้อยเพชร กลับมองว่า สามารถนำมาใช้กับทางโลกได้เป็นอย่างดี สมถะ ทำให้เราจิตแกร่ง ส่วนวิปัสสนา ทำให้เรารู้ลึก ถึงเหตุปัจจัย ว่าทุกสิ่งที่เกิดเบื้องต้น เปลี่ยนแปลงในท่ามกลาง และดับลงในบั้นปลาย ซึ่งเป็นธรรมดาของ สรรพสิ่งในโลกนี้

ขณะเดียวกัน หลายคนอาจจะอดสงสัยไม่ได้ว่า เมื่อมุ่งปฏิบัติธรรมและทุ่มกำลังทรัพย์ กำลังกาย และกำลังใจ ทำไมไม่บวชชีเสียเลย


http://www.komchadluek.net/column/pra/2005/11/19/images/21.jpg

ดร.สร้อยเพชร ตอบว่า ทุกคนมีหน้าที่ความรับผิดชอบที่ไม่เหมือนกัน ขณะเดียวกันการปฏิบัติธรรม การสร้างบุญบารมีไม่จำเป็นต้องบวชชี นุ่งขาวห่มขาวเสมอไป บวชกายหรือจะสำคัญเท่ากับการที่ใจได้บวช ทุกคนสามารถเข้าถึงธรรม โดยไม่ต้องเปลี่ยนจะฆราวาส ไปเป็น สมณเพศ

อย่างไรก็ตาม เมื่อ ดร.สร้อยเพชร ปฏิบัติธรรมแล้ว ได้ผลดีกับชีวิตส่วนตัว และบริษัท ดังนั้นเธอจึงให้พนักงาน ในบริษัทซึ่งมีอยู่นับพันคน ได้เข้าถึง ธรรมะด้วย โดยทุกครั้งที่มีการเรียกประชุมพนักงาน ก็จะมีการพูดถึงหัวข้อธรรม ก่อนที่จะเข้าเรื่องงาน ขณะเดียวกัน ก็จะพาพนักงานไปปฏิบัติธรรม ยังสำนักต่างๆ ด้วย ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องแปลก ที่ปล่อยให้พนักงานทำงานเองโดย ไม่ต้องกังวล ซึ่งทุกวันนี้จะใช้เวลากว่า ๗๐% ในการทำงานสังคมสงเคราะห์ และงานด้านพุทธศาสนา ส่วนอีกไม่ถึง ๓๐% จะใช้กับการทำงาน


http://www.komchadluek.net/column/pra/2005/11/19/images/25.jpg

นอกจากมีพระธรรมอยู่ในใจแล้ว ดร.สร้อยเพชร ก็ยังมีพระเครื่อง อยู่ไม่น้อย เช่น พระคง ลำพูน และพระสมเด็จเกศไชโย ที่ได้รับจาก บิดาและมารดา เหรียญหลวงพ่ออินทร์แปลง วัดป่าใหญ่อุบล พระพุทธมหามงคลบพิตรจัตุรทิศประทานพร เหรียญที่ระลึกทรงผนวช พระงบน้ำอ้อย หลวงพ่อเนียม วัดน้อย จ.สุพรรณบุรี และล่าสุดก็ได้ พระสมเด็จปิดทอง สร้างโดยขรัวโต เพื่อถวายรัชกาลที่ ๕ ปี ๒๔๑๑ ณ วัดพระแก้ว รับมอบจากพระธรรมปริยัติโสภณ เจ้าคณะภาค ๑๐ เจ้าอาวาสวัดโมลีโลกยาราม ซึ่งเป็นพระที่อาราธนา ใส่บ่อยที่สุดขณะนี้

พระทั้งหมดที่มีอยู่นี้ ดร.สร้อยเพชร ยืนยันว่า "ไม่ได้จ่ายเงินเช่ามาเลยสักองค์เดียว พระทุกองค์ล้วนได้มาจาก การอธิษฐานจิตขอมาทั้งสิ้น"


http://www.komchadluek.net/column/pra/2005/11/19/images/22.jpg

และเมื่อถามว่า ระหว่างพระเครื่องกับพระธรรม อะไร สำคัญกว่า ดร.สร้อยเพชร ตอบสวนกลับมาทันทีว่า "พระธรรม สำคัญยิ่งกว่าพระเครื่อง เพราะพระธรรม แสดงปาฏิหาริย์ ได้ทุกเวลาโดยไม่เลือกสถานที่และบุคคล ส่วนพระเครื่อง นั้นจะตรงกันข้าม คือ จะแสดงปาฏิหาริย์เฉพาะตัวบุคคล ที่แขวนเท่านั้น" พระธรรมสำคัญยิ่งกว่าพระเครื่อง เพราะพระธรรมแสดงปาฏิหาริย์ได้ทุกเวลา โดยไม่เลือกสถานที่และบุคคล ส่วนพระเครื่องนั้น จะตรงกันข้าม คือ จะแสดงปาฏิหาริย์ เฉพาะตัวบุคคลที่แขวนเท่านั้น


ที่มา คมชัดลึก

99919991
19-11-2005, 06:39 PM
อนุโมทนาด้วยค่ะ....เห็นด้วยกับท่านเป็นอย่างยิ่ง