NoOTa
14-11-2005, 01:32 AM
<TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width=562 align=center border=0><TBODY><TR><TD>http://www.payai.com/images/toongsaengtawan/frame_r1.gif</TD></TR><TR><TD><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD width=35 background=../images/toongsaengtawan/frame_r2-left.gif>http://www.payai.com/images/toongsaengtawan/frame_r2-left.gif</TD><TD background=../images/toongsaengtawan/in_border-mid2.jpg bgColor=#996633><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width=418 border=0><TBODY><TR><TD width=239>http://www.payai.com/images/toongsaengtawan/souvenir_head-r1.gif</TD></TR><TR><TD vAlign=top background=../images/toongsaengtawan/souvenir_head-r2.gif><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD>http://www.payai.com/images/pixel.gif</TD><TD>
หลวงพระบาง สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว
</TD></TR><TR><TD width=70>http://www.payai.com/images/pixel.gif</TD><TD></TD></TR></TBODY></TABLE></TD></TR><TR><TD>http://www.payai.com/images/toongsaengtawan/in_episode-r3.gif</TD></TR></TBODY></TABLE><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width=487 align=center border=0><TBODY><TR><TD>http://www.payai.com/images/toongsaengtawan/in_r1-3.gif</TD></TR><TR><TD background=../images/toongsaengtawan/in_border2-r2.gif><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width=420 align=center border=0><TBODY><TR><TD>
<CENTER>http://www.payai.com/images/tung/2005/20050122/gif3.jpg</CENTER>
เมืองที่หลายคนใฝ่ฝันอยากจะเดินทางไปสักครั้งตามเสียงคำร่ำลือ ว่าเมืองนี้น่ารัก สงบงามมีวิถีชีวิตเรียบง่าย เป็นชาวพุทธที่ยังคงยึดมั่นในศาสนา ขนบธรรมเนียม ประเพณี มีประวัติศาสตร์ต่อเนื่องมายาวนาน บางคนถึงกับบอกว่า นี่คือแดนยูโธเปียของนักอุดมคติ จะเป็นจริงหรือเปล่า คงต้องลองออกเดินทางไปสัมผัสเอง
หลวงพระบาง เป็นเมืองเล็กๆในหุบเขา ตั้งอยู่ริมฝั่งซ้ายของแม่น้ำโขง ตรงบริเวณที่สายน้ำคานไหลมาบรรจบกับลำน้ำโขงพอดีเป็นเสมือนคูเมืองตามธรรมชาติ ว่ากันว่าเป็นเมือง ที่มียุทธภูมิอันยอดเยี่ยม
แต่ถึงจะเป็นเมืองเล็กแต่ถ้าพูดความยิ่งใหญ่แล้ว นี่คือบ่อเกิดอารยธรรมลาว เป็นนครรัฐที่สะสมความรุ่งเรืองแห่งอดีตไว้มากมาย เป็นเมืองที่เต็มไปด้วยสีสันและมีชีวิตชีวา ท่ามกลางกลิ่นอายแห่งพุทธศาสนาและศิลปะวัฒนธรรมอันงดงาม
<CENTER>http://www.payai.com/images/tung/2005/20050122/gif1.jpg</CENTER>
หลวงพระบางงามด้วยภูมิทัศน์ ทุ่งนา ผู้คน บ้านเรือน อาคารที่ได้รับอิทธิพลมาจากฝรั่งเศสเมื่อครั้งตกอยู่ภายใต้อาณานิคม บางอาคารจารึกปีค.ศ. ปีที่สร้างไว้ บอกความยาวนานได้เป็นอย่างดี วัดวาอารามที่มีอยู่มากมาย เรียกว่าเดินไปทางไหนก็เจอะเจอวัด
ไม่แปลกใจเลยที่จะได้เห็นศิลปและสถาปัตยกรรมที่ละเอียดอ่อนอยู่ตามตรอกซอกซอยถนนที่เป็นทางเดินเล็กๆเชื่อมโยงถึงกัน
เราพบพระมากกว่าตำรวจ ไม่ค่อยได้ยินข่าวว่ามีโจรขโมย ไม่เคยเห็นคนตีกัน ยิ่งสำหรับคนไทยอย่างเราแล้วการได้มาเยี่ยมเยือนที่นี่เหมือนกับได้มาเยี่ยมบ้านพี่เมืองน้อง เพราะภาษาวัฒนธรรมใกล้เคียงกันมาก คุยกันรู้เรื่อง โดยไม่ต้องมีล่าม แล้วอย่างนี้จะไม่ให้รู้สึกอุ่นใจ เพลิดเพลินใจได้อย่างไรยามเดินอยู่ในเมืองหลวง
หลวงพระบางเป็นเมืองที่สามารถเดินเล่นได้รอบในวันเดียว จึงไม่ต้องแปลกใจถ้าเราจะเห็นนักท่องเที่ยวเดินไปเดินมา หรือไม่ก็เช่าจักรยานกัน ทุกวันนี้มีผู้คนจากทั่วโลกต่างหลั่งไหลมาชมร่องรอยความรุ่งเรืองของหลวงพระบางไม่ขาดสาย
<CENTER>http://www.payai.com/images/tung/2005/20050122/gif6.jpg</CENTER>
ยิ่งเมื่อหลวงพระบางได้รับการประกาศเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมและมนุษยชาติ ตั้งแต่ปี 2540 เป็นมรดกโลกแบบ ทั้งเมือง คือหมายรวมถึงอาคารบ้านเรือนและวิถีชีวิตวัฒนธรรมของชาวบ้าน ยิ่งทำให้นักท่องเที่ยวมากันมากขึ้น อีกทั้งเดี๋ยวนี้การเดินทางสะดวกรวดเร็วขึ้น มีทั้งทางเครื่องบิน รถ เรือ จึงไม่อาจปฏิเสธได้ว่า วันนี้ย่อมมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นกับเมืองหลวงแห่งนี้
โรงแรม บ้านพัก ร้านอาหาร ร้านอินเตอร์เนต ร้านขายของที่ระลึกมีมากขึ้น โชคยังดีที่เรายังไม่เห็นห้างสรรพสินค้า โรงแรมที่มีรูปลักษณ์แบบตะวันตกจ๋าปรากฏให้เห็น
ถึงแม้รถราจะมากขึ้นกว่าแต่ก่อน แต่ก็ยังไม่ถึงกับรถติดให้หงุดหงิดหัวใจแบบกรุงเทพฯ วิถีชีวิตของคนเมืองหลวงยังคงดำเนินไปอย่างเรียบง่าย ยามเช้าก็พากันมารอใส่บาตรพระสงฆ์ที่เรียงแถวเดินกันมาเป็นร้อยๆองค์ เสร็จจากนั้นก็อาจจะพากันไปตลาดเช้าเพื่อจับจ่ายซื้อของ
ตลาดเล็กๆที่เต็มไปด้วยพืชผัก ผลไม้ อาหารพื้นบ้านฉบับชาวลาว เมนูยามเช้าท็อปฮิต ที่หมู่คนไทยมักจะไปกิน คือ กาแฟร้านประชานิยม รวมทั้งเฝอ ก๋วยเตี๋ยวร้อนๆใส่ผักสารพัดชนิด หรือจะลองแวะชิมอาหารพื้นบ้านที่มีวางขายในตลาด ข้าวจี่ร้อนๆก็อร่อยนัก เรียกว่าเดินตลาดยามเช้าอิ่มท้องอิ่มใจ หรือจะซื้อของฝากกลับบ้านอย่างไก(สาหร่ายน้ำโขง) หรือแจ่วบอง อยากรู้ว่าเป็นอย่างไรต้องลองไปชิม อีกเมนูที่ไม่น่าพลาด คือ สลัดน้ำหลวงพระบาง อันนี้คงต้องไปลองชิมตามร้านอาหาร เรียกว่าขยันตื่นเช้าจะพบว่าหลวงพระบางยามเช้าแลดูมีชีวิตชีวา ผิดกับเวลากลางวันที่ดูเงียบเชียบ
วัดวาอารามเป็นสถานที่ที่นักท่องเที่ยวมักจะไปเที่ยวชม วัดสำคัญในหลวงพระบางที่ใครไปเป็นต้องไม่พลาดคือ วัดเชียงทอง
<CENTER>http://www.payai.com/images/tung/2005/20050122/gif5.jpg</CENTER>
ใครไปถึงก็ต้องตื่นตะลึงกับความงดงามด้านสถาปัตยกรรม บางคนไปวันละหลายรอบ อย่างเช่นทีมงานทุ่งแสงตะวัน เป็นต้น หมดฟิลม์กันไปหลาย วัดเชียงทองสร้างขึ้นตั้งแต่ครั้งรัชสมัยพระเจ้าไชยเชษฐาธิราช ในปีพุทธศักราช 2103 ด้วยลักษณะทางสถาปัตยกรรมระหว่างล้านช้างและล้านาของอุโบสถที่งดงามอลังการมีหลังคาลดหลั่น 3 ชั้นที่ครอบต่ำมุงด้วยเกร็ดกระเบื้องสีน้ำตาล ยามต้องแสงสะท้อนระยิบระยับ ผนังด้านหลังอุโบสถประดับด้วยกระจกสีเป็นเรื่องราวตำนานพื้นบ้าน ภายในอุโบสถยังงามจับใจด้วยลวดลายปิดทองฉลุลายบนพื้นลงรักสีดำ
แต่จุดที่พวกเราชอบกันเป็นพิเศษคือ หอพระเล็กๆข้างอุโบสถใหญ่ ทาพื้นผนังปูนสีชมพูสดประดับประดาไปด้วยกระจกสีที่นำมาตัดเป็นชิ้นเล็กๆ เป็นเรื่องราวพุทธชาดก มีทั้งรูปคน สัตว์ ใบไม้ บ้านเรือน หลากสีละลานตา
ด้านหน้าพระอุโบสถยังมีโรงเก็บราชรถหรือ โรงเมี้ยนโกศ เป็นอาคารทรงล้านนาสีทองอร่ามสร้างขึ้นเมื่อปี 2505 เป็นงานสถาปัตยกรรมรุ่นใหม่ที่ชาวเมืองหลวงภาคภูมิใจยิ่ง ยิ่งเข้าไปมองใกล้ๆก็ต้องตื่นตะลึงไปกับลายจำหลักรูปสีลุยไฟบนประตูบานหนึ่ง ที่แกะสลักเสลาอย่างบรรจงแต่ดูร้อนแรง สร้างงานออกมาอย่างเหลือเชื่อ เป็นฝีมือของ เพียตัน บรมครูทางศิลปะของลาวทางด้านจิตรกรรมและประติมากรรม
ในหลวงพระบางมีวัดให้เดินเที่ยวชมกันได้ไม่เบื่อ เรียกว่าวัดชนวัด ใครที่สนใจเรื่องราวพุทธศาสนา ศิลปวัฒนธรรม ร่องรอยทางประวัติศาสตร์ของล้านช้างคงต้องใช้เวลากับหลวงพระบางกันหลายวัน
อีกที่หนึ่งที่ควรได้ไปเยี่ยมเยือนคือ ธรรมสถานคู่บ้านคู่เมือง นั่นคือ พระธาตุจอมภูศรีบนยอดภูศรีตรงข้ามพิพิธภัณฑ์พระราชวัง พระธาตภูศรีตั้งโดดเด่นเป็นสง่าอยู่ตรงกลางเมืองหลวงพระบาง บนระดับความสูงประมาณ 150 เมตร
<CENTER>http://www.payai.com/images/tung/2005/20050122/gif4.jpg</CENTER>
พวกเราทีมงานเคยเดินขึ้นลงกันอยู่หลายรอบเมื่อครั้งถ่ายทำเด็กๆพาเที่ยวภูศรี นับขั้นบันไดกันแล้วก็ประมาณ 328 ขั้น แต่ขึ้นไปถึงแล้วก็ไม่ผิดหวัง เพราะตลอดทางที่ขึ้นไปนั้นร่มรื่นไปด้วยดอกจำปา(ลั่นทม,ลีลาวดี) ดอกไม้ประจำชาติลาว ยิ่งมาในช่วงหน้าแล้งเราจะเห็นจำปาออกดอกบานสะพรั่งตื่นตาตื่นใจเป็นยิ่งนัก
เมื่อขึ้นไปถึงยอดภูศรี เราจะได้เห็นหลวงพระบางในมุมมอง 360 องศาได้อย่างชัดเจนเต็มตา เห็นสายน้ำโขงอันยิ่งใหญ่ เห็นสายน้ำคานที่ไหลอ้อมมาบรรจบกับน้ำโขง บ้านเรือน วัดวาอารามผู้คน ส่วนใหญ่นักท่องเที่ยวมักจะพากันขึ้นไปยามเย็นเพื่อไปดูพระอาทิตย์ตกดิน บางคนก็ใช้เวลาบนยอดภูศรีกันหลายชั่วโมง เพื่อชื่นชมซึมซับความงามของหลวงพระบางในอีกมุมหนึ่ง
แต่จุดชมพระอาทิตย์ตกดินที่สวยงามอีกแห่งคือวัดพระบาทใต้ อันนี้ทีมงานไปพิสูจน์กันมาแล้ว ตะวันจวนลับขอบฟ้าตัดกับภาพชาวบ้านกำลังแล่นเรือกลางน้ำโขงสวยจับใจเป็นยิ่งนัก
ในหลวงพระบางยังมีแหล่งท่องเที่ยวอีกมากทั้งวัดวาอาราม พิพิธภัณฑ์พระราชวัง หรือจะไปชื่นชมธรรมชาติที่น้ำตกกวางซี ไปบ้านผานม หมู่บ้านทอผ้าไทลื้อที่มีชื่อเสียงของหลวงพระบาง หรือจะไปไหว้พระถ้ำติ่งโดยการนั่งเรือไปตามลำน้ำโขง ชื่นชมเส้นทางสองฝั่งน้ำ ก็คงต้องวางแผนกันดีๆ
แต่ถ้าใครคาดหวังว่าไปหลวงพระบางน่าจะได้เห็นอะไรที่ยิ่งใหญ่อลังการ อย่างกำแพงเมืองจีน นครวัด ก็อาจจะผิดหวังได้
<CENTER>http://www.payai.com/images/tung/2005/20050122/gif2.jpg</CENTER>
สำหรับตัวเองแล้วหลวงพระบางเป็นเมืองเล็กๆที่มีลมหายใจ โดยเฉพาะการได้พูดคุยกับคนเมืองหลวง คนลาวใจดี ไปแล้วก็อุ่นใจ สบายใจ บางทีการได้ลองเปิดใจเรียนรู้ที่จะพูดคุยกับคนต่างท้องถิ่นกันอาจจะทำให้เราได้รับความรู้ มุมมองที่แตกต่างมากขึ้น หรืออาจจะมากกว่าการอ่านหนังสือนำเที่ยวหลวงพระบางที่มีวางขายกันอยู่ทั่วไปก็เป็นได้
<CENTER>ใครมีโอกาสได้ไปเยี่ยมยามหลวงพระบาง ก็กลับมาบอกเล่ากันบ้างนะคะ</CENTER>
</TD></TR></TBODY></TABLE></TD></TR><TR><TD>http://www.payai.com/images/toongsaengtawan/in_border2-r3.gif</TD></TR></TBODY></TABLE>
</TD><TD align=right width=42 background=../images/toongsaengtawan/frame_r2-right.gif>http://www.payai.com/images/toongsaengtawan/frame_r2-right.gif</TD></TR></TBODY></TABLE></TD></TR><TR><TD>http://www.payai.com/images/toongsaengtawan/frame_r3.gif</TD></TR></TBODY></TABLE>
ที่มา : payai.com
หลวงพระบาง สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว
</TD></TR><TR><TD width=70>http://www.payai.com/images/pixel.gif</TD><TD></TD></TR></TBODY></TABLE></TD></TR><TR><TD>http://www.payai.com/images/toongsaengtawan/in_episode-r3.gif</TD></TR></TBODY></TABLE><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width=487 align=center border=0><TBODY><TR><TD>http://www.payai.com/images/toongsaengtawan/in_r1-3.gif</TD></TR><TR><TD background=../images/toongsaengtawan/in_border2-r2.gif><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width=420 align=center border=0><TBODY><TR><TD>
<CENTER>http://www.payai.com/images/tung/2005/20050122/gif3.jpg</CENTER>
เมืองที่หลายคนใฝ่ฝันอยากจะเดินทางไปสักครั้งตามเสียงคำร่ำลือ ว่าเมืองนี้น่ารัก สงบงามมีวิถีชีวิตเรียบง่าย เป็นชาวพุทธที่ยังคงยึดมั่นในศาสนา ขนบธรรมเนียม ประเพณี มีประวัติศาสตร์ต่อเนื่องมายาวนาน บางคนถึงกับบอกว่า นี่คือแดนยูโธเปียของนักอุดมคติ จะเป็นจริงหรือเปล่า คงต้องลองออกเดินทางไปสัมผัสเอง
หลวงพระบาง เป็นเมืองเล็กๆในหุบเขา ตั้งอยู่ริมฝั่งซ้ายของแม่น้ำโขง ตรงบริเวณที่สายน้ำคานไหลมาบรรจบกับลำน้ำโขงพอดีเป็นเสมือนคูเมืองตามธรรมชาติ ว่ากันว่าเป็นเมือง ที่มียุทธภูมิอันยอดเยี่ยม
แต่ถึงจะเป็นเมืองเล็กแต่ถ้าพูดความยิ่งใหญ่แล้ว นี่คือบ่อเกิดอารยธรรมลาว เป็นนครรัฐที่สะสมความรุ่งเรืองแห่งอดีตไว้มากมาย เป็นเมืองที่เต็มไปด้วยสีสันและมีชีวิตชีวา ท่ามกลางกลิ่นอายแห่งพุทธศาสนาและศิลปะวัฒนธรรมอันงดงาม
<CENTER>http://www.payai.com/images/tung/2005/20050122/gif1.jpg</CENTER>
หลวงพระบางงามด้วยภูมิทัศน์ ทุ่งนา ผู้คน บ้านเรือน อาคารที่ได้รับอิทธิพลมาจากฝรั่งเศสเมื่อครั้งตกอยู่ภายใต้อาณานิคม บางอาคารจารึกปีค.ศ. ปีที่สร้างไว้ บอกความยาวนานได้เป็นอย่างดี วัดวาอารามที่มีอยู่มากมาย เรียกว่าเดินไปทางไหนก็เจอะเจอวัด
ไม่แปลกใจเลยที่จะได้เห็นศิลปและสถาปัตยกรรมที่ละเอียดอ่อนอยู่ตามตรอกซอกซอยถนนที่เป็นทางเดินเล็กๆเชื่อมโยงถึงกัน
เราพบพระมากกว่าตำรวจ ไม่ค่อยได้ยินข่าวว่ามีโจรขโมย ไม่เคยเห็นคนตีกัน ยิ่งสำหรับคนไทยอย่างเราแล้วการได้มาเยี่ยมเยือนที่นี่เหมือนกับได้มาเยี่ยมบ้านพี่เมืองน้อง เพราะภาษาวัฒนธรรมใกล้เคียงกันมาก คุยกันรู้เรื่อง โดยไม่ต้องมีล่าม แล้วอย่างนี้จะไม่ให้รู้สึกอุ่นใจ เพลิดเพลินใจได้อย่างไรยามเดินอยู่ในเมืองหลวง
หลวงพระบางเป็นเมืองที่สามารถเดินเล่นได้รอบในวันเดียว จึงไม่ต้องแปลกใจถ้าเราจะเห็นนักท่องเที่ยวเดินไปเดินมา หรือไม่ก็เช่าจักรยานกัน ทุกวันนี้มีผู้คนจากทั่วโลกต่างหลั่งไหลมาชมร่องรอยความรุ่งเรืองของหลวงพระบางไม่ขาดสาย
<CENTER>http://www.payai.com/images/tung/2005/20050122/gif6.jpg</CENTER>
ยิ่งเมื่อหลวงพระบางได้รับการประกาศเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมและมนุษยชาติ ตั้งแต่ปี 2540 เป็นมรดกโลกแบบ ทั้งเมือง คือหมายรวมถึงอาคารบ้านเรือนและวิถีชีวิตวัฒนธรรมของชาวบ้าน ยิ่งทำให้นักท่องเที่ยวมากันมากขึ้น อีกทั้งเดี๋ยวนี้การเดินทางสะดวกรวดเร็วขึ้น มีทั้งทางเครื่องบิน รถ เรือ จึงไม่อาจปฏิเสธได้ว่า วันนี้ย่อมมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นกับเมืองหลวงแห่งนี้
โรงแรม บ้านพัก ร้านอาหาร ร้านอินเตอร์เนต ร้านขายของที่ระลึกมีมากขึ้น โชคยังดีที่เรายังไม่เห็นห้างสรรพสินค้า โรงแรมที่มีรูปลักษณ์แบบตะวันตกจ๋าปรากฏให้เห็น
ถึงแม้รถราจะมากขึ้นกว่าแต่ก่อน แต่ก็ยังไม่ถึงกับรถติดให้หงุดหงิดหัวใจแบบกรุงเทพฯ วิถีชีวิตของคนเมืองหลวงยังคงดำเนินไปอย่างเรียบง่าย ยามเช้าก็พากันมารอใส่บาตรพระสงฆ์ที่เรียงแถวเดินกันมาเป็นร้อยๆองค์ เสร็จจากนั้นก็อาจจะพากันไปตลาดเช้าเพื่อจับจ่ายซื้อของ
ตลาดเล็กๆที่เต็มไปด้วยพืชผัก ผลไม้ อาหารพื้นบ้านฉบับชาวลาว เมนูยามเช้าท็อปฮิต ที่หมู่คนไทยมักจะไปกิน คือ กาแฟร้านประชานิยม รวมทั้งเฝอ ก๋วยเตี๋ยวร้อนๆใส่ผักสารพัดชนิด หรือจะลองแวะชิมอาหารพื้นบ้านที่มีวางขายในตลาด ข้าวจี่ร้อนๆก็อร่อยนัก เรียกว่าเดินตลาดยามเช้าอิ่มท้องอิ่มใจ หรือจะซื้อของฝากกลับบ้านอย่างไก(สาหร่ายน้ำโขง) หรือแจ่วบอง อยากรู้ว่าเป็นอย่างไรต้องลองไปชิม อีกเมนูที่ไม่น่าพลาด คือ สลัดน้ำหลวงพระบาง อันนี้คงต้องไปลองชิมตามร้านอาหาร เรียกว่าขยันตื่นเช้าจะพบว่าหลวงพระบางยามเช้าแลดูมีชีวิตชีวา ผิดกับเวลากลางวันที่ดูเงียบเชียบ
วัดวาอารามเป็นสถานที่ที่นักท่องเที่ยวมักจะไปเที่ยวชม วัดสำคัญในหลวงพระบางที่ใครไปเป็นต้องไม่พลาดคือ วัดเชียงทอง
<CENTER>http://www.payai.com/images/tung/2005/20050122/gif5.jpg</CENTER>
ใครไปถึงก็ต้องตื่นตะลึงกับความงดงามด้านสถาปัตยกรรม บางคนไปวันละหลายรอบ อย่างเช่นทีมงานทุ่งแสงตะวัน เป็นต้น หมดฟิลม์กันไปหลาย วัดเชียงทองสร้างขึ้นตั้งแต่ครั้งรัชสมัยพระเจ้าไชยเชษฐาธิราช ในปีพุทธศักราช 2103 ด้วยลักษณะทางสถาปัตยกรรมระหว่างล้านช้างและล้านาของอุโบสถที่งดงามอลังการมีหลังคาลดหลั่น 3 ชั้นที่ครอบต่ำมุงด้วยเกร็ดกระเบื้องสีน้ำตาล ยามต้องแสงสะท้อนระยิบระยับ ผนังด้านหลังอุโบสถประดับด้วยกระจกสีเป็นเรื่องราวตำนานพื้นบ้าน ภายในอุโบสถยังงามจับใจด้วยลวดลายปิดทองฉลุลายบนพื้นลงรักสีดำ
แต่จุดที่พวกเราชอบกันเป็นพิเศษคือ หอพระเล็กๆข้างอุโบสถใหญ่ ทาพื้นผนังปูนสีชมพูสดประดับประดาไปด้วยกระจกสีที่นำมาตัดเป็นชิ้นเล็กๆ เป็นเรื่องราวพุทธชาดก มีทั้งรูปคน สัตว์ ใบไม้ บ้านเรือน หลากสีละลานตา
ด้านหน้าพระอุโบสถยังมีโรงเก็บราชรถหรือ โรงเมี้ยนโกศ เป็นอาคารทรงล้านนาสีทองอร่ามสร้างขึ้นเมื่อปี 2505 เป็นงานสถาปัตยกรรมรุ่นใหม่ที่ชาวเมืองหลวงภาคภูมิใจยิ่ง ยิ่งเข้าไปมองใกล้ๆก็ต้องตื่นตะลึงไปกับลายจำหลักรูปสีลุยไฟบนประตูบานหนึ่ง ที่แกะสลักเสลาอย่างบรรจงแต่ดูร้อนแรง สร้างงานออกมาอย่างเหลือเชื่อ เป็นฝีมือของ เพียตัน บรมครูทางศิลปะของลาวทางด้านจิตรกรรมและประติมากรรม
ในหลวงพระบางมีวัดให้เดินเที่ยวชมกันได้ไม่เบื่อ เรียกว่าวัดชนวัด ใครที่สนใจเรื่องราวพุทธศาสนา ศิลปวัฒนธรรม ร่องรอยทางประวัติศาสตร์ของล้านช้างคงต้องใช้เวลากับหลวงพระบางกันหลายวัน
อีกที่หนึ่งที่ควรได้ไปเยี่ยมเยือนคือ ธรรมสถานคู่บ้านคู่เมือง นั่นคือ พระธาตุจอมภูศรีบนยอดภูศรีตรงข้ามพิพิธภัณฑ์พระราชวัง พระธาตภูศรีตั้งโดดเด่นเป็นสง่าอยู่ตรงกลางเมืองหลวงพระบาง บนระดับความสูงประมาณ 150 เมตร
<CENTER>http://www.payai.com/images/tung/2005/20050122/gif4.jpg</CENTER>
พวกเราทีมงานเคยเดินขึ้นลงกันอยู่หลายรอบเมื่อครั้งถ่ายทำเด็กๆพาเที่ยวภูศรี นับขั้นบันไดกันแล้วก็ประมาณ 328 ขั้น แต่ขึ้นไปถึงแล้วก็ไม่ผิดหวัง เพราะตลอดทางที่ขึ้นไปนั้นร่มรื่นไปด้วยดอกจำปา(ลั่นทม,ลีลาวดี) ดอกไม้ประจำชาติลาว ยิ่งมาในช่วงหน้าแล้งเราจะเห็นจำปาออกดอกบานสะพรั่งตื่นตาตื่นใจเป็นยิ่งนัก
เมื่อขึ้นไปถึงยอดภูศรี เราจะได้เห็นหลวงพระบางในมุมมอง 360 องศาได้อย่างชัดเจนเต็มตา เห็นสายน้ำโขงอันยิ่งใหญ่ เห็นสายน้ำคานที่ไหลอ้อมมาบรรจบกับน้ำโขง บ้านเรือน วัดวาอารามผู้คน ส่วนใหญ่นักท่องเที่ยวมักจะพากันขึ้นไปยามเย็นเพื่อไปดูพระอาทิตย์ตกดิน บางคนก็ใช้เวลาบนยอดภูศรีกันหลายชั่วโมง เพื่อชื่นชมซึมซับความงามของหลวงพระบางในอีกมุมหนึ่ง
แต่จุดชมพระอาทิตย์ตกดินที่สวยงามอีกแห่งคือวัดพระบาทใต้ อันนี้ทีมงานไปพิสูจน์กันมาแล้ว ตะวันจวนลับขอบฟ้าตัดกับภาพชาวบ้านกำลังแล่นเรือกลางน้ำโขงสวยจับใจเป็นยิ่งนัก
ในหลวงพระบางยังมีแหล่งท่องเที่ยวอีกมากทั้งวัดวาอาราม พิพิธภัณฑ์พระราชวัง หรือจะไปชื่นชมธรรมชาติที่น้ำตกกวางซี ไปบ้านผานม หมู่บ้านทอผ้าไทลื้อที่มีชื่อเสียงของหลวงพระบาง หรือจะไปไหว้พระถ้ำติ่งโดยการนั่งเรือไปตามลำน้ำโขง ชื่นชมเส้นทางสองฝั่งน้ำ ก็คงต้องวางแผนกันดีๆ
แต่ถ้าใครคาดหวังว่าไปหลวงพระบางน่าจะได้เห็นอะไรที่ยิ่งใหญ่อลังการ อย่างกำแพงเมืองจีน นครวัด ก็อาจจะผิดหวังได้
<CENTER>http://www.payai.com/images/tung/2005/20050122/gif2.jpg</CENTER>
สำหรับตัวเองแล้วหลวงพระบางเป็นเมืองเล็กๆที่มีลมหายใจ โดยเฉพาะการได้พูดคุยกับคนเมืองหลวง คนลาวใจดี ไปแล้วก็อุ่นใจ สบายใจ บางทีการได้ลองเปิดใจเรียนรู้ที่จะพูดคุยกับคนต่างท้องถิ่นกันอาจจะทำให้เราได้รับความรู้ มุมมองที่แตกต่างมากขึ้น หรืออาจจะมากกว่าการอ่านหนังสือนำเที่ยวหลวงพระบางที่มีวางขายกันอยู่ทั่วไปก็เป็นได้
<CENTER>ใครมีโอกาสได้ไปเยี่ยมยามหลวงพระบาง ก็กลับมาบอกเล่ากันบ้างนะคะ</CENTER>
</TD></TR></TBODY></TABLE></TD></TR><TR><TD>http://www.payai.com/images/toongsaengtawan/in_border2-r3.gif</TD></TR></TBODY></TABLE>
</TD><TD align=right width=42 background=../images/toongsaengtawan/frame_r2-right.gif>http://www.payai.com/images/toongsaengtawan/frame_r2-right.gif</TD></TR></TBODY></TABLE></TD></TR><TR><TD>http://www.payai.com/images/toongsaengtawan/frame_r3.gif</TD></TR></TBODY></TABLE>
ที่มา : payai.com