MBNY
10-11-2005, 01:34 AM
พระคุณเจ้าพระศรีวิสุทธิวงศ์ (สุรพล ชิตญาโณ) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม มีเมตตาส่งหนังสือเรื่อง ตุ๊กตาศิลาจีน วัดโพธิ์ มาให้ผู้เขียน ๑ เล่ม เนื่องด้วย หนังสือ เป็น ทรัพย์ อันล้ำค่ายิ่งสำหรับผู้เขียน จึงขอนมัสการขอบพระคุณ พระคุณเจ้าพระศรีวิสุทธิ และขอนำความรู้เกี่ยวกับ หนังสือเรื่อง ตุ๊กตาศิลาจีน วัดโพธิ์ ที่ผู้เขียนเห็นว่าเป็นหนังสือที่ทรงค่าสูง ประกอบด้วยความรู้หลากหลาย และน่าสนใจอย่างยิ่ง มาถ่ายทอดสู่ท่านผู้อ่านในคอลัมน์นี้ เป็นการบูชาพระคุณพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว พระมหากษัตริย์เจ้าผู้ทรงสร้างสรรค์ ตุ๊กตาจีน วัดโพธิ์ ไว้เป็นมรดกสมบัติศิลปะของชาติhttp://www.sakulthai.com/images/sakulthai/2662/134-3.jpg หนังสือเรื่อง ตุ๊กตาจีน วัดโพธิ์ The Chinese Stone Figures of Wat Pho เป็นหนังสือปกแข็ง ขนาด ๑๐" x ๑๓" พิมพ์ครั้งแรกจำนวน ๕,๐๐๐ เล่ม เมื่อพุทธศักราช ๒๕๔๘ พิมพ์ที่โรงพิมพ์อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิง ใช้กระดาษพิเศษ เป็นหนังสือภาพขาวดำซึ่งใช้เวลาบันทึกภาพถึง ๔ ปี ตั้งแต่พุทธศักราช ๒๕๔๓ จนถึงพุทธศักราช ๒๕๔๗ โดยใช้กล้อง Hasselblad ฟิล์มโกดัก T-Max 100 หนังสือหนา ๔๐๐ หน้า มีภาพงดงามในเล่มมากกว่า ๓๗๐ ภาพ ขยายขนาดใหญ่เต็มหน้าแสดงวิจิตรศิลป์ชัดจน
หนังสือตุ๊กตาจีน วัดโพธิ์ ดึงดูความสนใจตั้งแต่แผ่นปกหน้า ซึ่งคัดเลือกตุ๊กตาขุนนางจีนฝ่ายบู๊หนวดยาวงาม สวมหมวกขุนนาง ที่ประดับอยู่ ณ พระระเบียงพระอุโบสถชั้นในด้านทิศตะวันออกมาแสดง และออกแบบชื่อหนังสือเป็นแบบฝ้ายจีน คำว่า ตุ๊กตาศิลาจีน ลักษณะเป็นอักษรปลายพู่กันจีน เช่นเดียวกับภาพบนปกหลัง เป็นภาพขุนนางฝ่ายบู๊ ประดับซุ้มประตูทรงมงกุฎประตูที่ ๑๖ ของวัด แผ่นหุ้มปกนี้ออกแบบโดย พันธุ์ศักดิ์ จักกะพาก
ใบพาดปกด้านหน้า เป็นลวดลายไก่ ส่วนด้านหลังเป็นลวดลายแพะดึงดูดสายตาให้สนใจเปิดหน้าต่อไป หน้าแรกแสดงภาพประตูหินแกะสลักลายดอกไม้ เปิดเพียงครึ่งบาน มีตุ๊กตาศิลารูปคนยืนเยี่ยมหน้าเสมือนมีความหมายว่า กำลังเริ่มเปิดประตูเข้าสู่ความรู้เรื่อง ตุ๊กตาศิลาจีน วัดโพธิ์ ปกในเป็นชื่อหนังสือ ตุ๊กตาศิลาจีน วัดโพธิ์ ภาษาไทยและอังกฤษ ถัดไปเป็นภาพรอยพระพุทธบาทอันงดงามยิ่งซ้อนบนภาพ พระนอนวัดโพธิ์ พลิกต่อไปพบภาพพระบรมราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว พระมหาเจษฎาเจ้า รัชกาลที่ ๓ ผู้ทรงปฏิสังขรณ์วัดพระเชตุพน และได้พระราชทานตุ๊กตาศิลาจีน ประดับไว้ในพระอาราม ภาพต่อไปเป็นภาพสมเด็จพระสมณเจ้ากรมพระปรมานุชิตชิโนรส ผู้ทรงพระนิพนธ์วรรณกรรมโคลงดั้นเรื่องปฏิสังขรณ์ วัดพระเชตุพน ครั้งรัชกาลที่ ๓ พุทธศักราช ๒๓๘๘ และ ภาพอาคารเจดีย์เสนาสนะของวัดพระเชตุพน
คำนำหนังสือตุ๊กตาศิลาจีนฯ ของพระธรรมปัญญาบดี (ถาวร ติสฺสานุกโร) เจ้าอาวาสวัดพระเชตุพน กล่าวถึง ที่มาของหนังสือเรื่องนี้ ตอนหนึ่งว่า
ตุ๊กตาศิลาจีน เป็นปฏิมากรรมอันงดงามล้ำคุณค่าที่ พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว พระมหาเจษฎาเจ้ารัชกาลที่ ๓ ทรงพระราชอุทิศไว้ในคราวที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ปฏิสังขรณ์วัดพระเชตุพนครั้งใหญ่โปรดเกล้าฯ ให้ตั้งประดับไว้ทั่วทั้งพระอาราม เพื่อเป็นสิริมงคลตามคติจีน สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมานุชิตชิโนรส ได้ทรงพรรณนาถึงตำแหน่งที่ตั้งตุ๊กตาจีนนี้ไว้ในโคลงดั้นเรื่อง ปฏิสังขรณ์วัดพระเชตุพน มีมากนับพันชิ้น ถึงแม้จะชำรุดเสียหายไปตามกาลเวลา ซึ่งล่วงมากว่า ๑๐๐ ปี แต่ก็ยังหลงเหลืออยู่อีกมาก ควรจะต้องรักษาไว้ให้ลูกหลานไทยได้ชื่นชม เพราะประจักษ์พยานสำคัญอันแสดงถึงสัมพันธไมตรีอันดีระหว่างไทยกับจีนที่มีมายาวนาน ปรากฏหลักฐานอยู่บนภาพสลักลายเส้น บนแผ่นศิลาที่ฐานเสาประทีปด้านหน้าพระวิหารทิศพระโลกนาถ แสดงเส้นทางการค้าขายในสมัยรัชกาลที่ ๓ มีทั้งทางบกใช้ช้าง ม้า ลา และโคเป็นพาหนะ และทางนำใช้เรือสำเภาทั้งของไทยและจีนเป็นพาหนะ
http://www.sakulthai.com/images/sakulthai/2662/134-1.jpg นอกจากการค้าขายสินค้าแล้ว ยังมีการแลกเปลี่ยนศิลปวัฒนธรรมประเพณี คติ ความเชื่อ และในยุคนั้น มีคนจีนอพยพเข้ามาพึ่งพระบรมโพธิสมภารกันมาก ดังนั้น ทางวัดจึงได้รวบรวมเรื่องราวความเป็นมาอันทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์ เพื่อให้อนุชนรุ่นหลังได้ซาบซึ้งถึงคุณค่าและร่วมกันหวงแหนรักษาไว้เป็นสมบัติของชาติ ได้อาศัยผู้รู้หลายท่านช่วยกันค้นคว้า และตรวจสอบหลักฐานให้ถูกต้องสมบูรณ์ที่สุด ต้องใช้เวลาศึกษาค้นคว้าเรียบเรียงถึง ๕ ปี...
จากคำนำดังกล่าว จะเห็นได้ว่าการถ่ายภาพ การค้นคว้าเรียบเรียงเนื้อหาสาระต่าง ๆ ในหนังสือ ตุ๊กตาศิลาจีน ได้มีการเตรียมการอย่างดี และมีผู้รู้ร่วมดำเนินการเพื่อให้หนังสือเรื่องนี้ มีคุณค่า เป็นทั้งหนังสือศิลปะและหนังสือประวัติศาสตร์ จึงปรากฏว่า เรื่องที่นำเสนอในเล่มให้ความรู้อย่างกว้างขวางตั้งแต่หน้าแรกจนหน้าสุดท้าย เป็นหนังสือภาพ และหนังสือวิชาการศิลปะที่อ่านสนุกเพลิดเพลิน มีความรู้ทั้งด้านประวัติความเป็นมาของ ตุ๊กตาศิลาจีน เชิงประวัติศาสตร์และเชิงศิลปะประมวลได้อย่างครบถ้วนสมบูรณ์
หนังสือตุ๊กตาศิลาจีน วัดโพธิ์ เสนอเนื้อหาสาระสำคัญจัดได้เป็น ๖ บท คือ
๑. วัดโพธิ์ กล่าวถึงประวัติความเป็นมาของวัดโพธิ์ ดังใจความสำคัญที่ว่า
...เป็นวัดเก่าที่มีมาแต่ครั้งกรุงศรีอยุธยา เดิมชื่อ วัดโพธาราม ต่อมา เมื่อ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ทรงบูรณะปฏิสังขรณ์ครั้งใหญ่ จนปรากฏมีโบราณวัตถุ โบราณสถานมากมายใหญ่โตใช้เวลาถึง ๗ ปี ๕ เดือน ๒๘ วัน (เริ่มแต่ปี พ.ศ.๒๓๓๒) สิ้นพระราชทรัพย์ไม่ต่ำกว่า ๕,๘๑๑ ชั่ง ใช้กำลังคน ๒๐,๐๐๐ เศษ วัดนี้ จึงกลายเป็นวัดประจำรัชกาลที่ ๑...ต่อมาในรัชสมัย พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงปฏิสังขรณ์และก่อสร้างศาสนวัตถุสถานเพิ่มเติมอีก และโปรดให้รวบรวมสรรพวิชาความรู้ต่าง ๆ มาจารึกลงแผ่นศิลาประดับไว้รอบวัด เพื่อเป็นแหล่งศึกษาของมหาชน จึงได้รับการยกย่องว่า เปรียบเสมือนมหาวิทยาลัยเปิดสำหรับประชาชน...
http://www.sakulthai.com/images/sakulthai/2662/134-2.jpg ๒. พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวกับการสร้างวัดในศิลปะจีน บทนี้กล่าวถึงพระราชประวัติ และการที่พระองค์ทรงค้าสำเภา นำความมั่งคั่ง และความมั่นคงมาสู่เศรษฐกิจของประเทศไทย และยังทรงพระกรุณาพระราชทานข้าวกล้องไปกับนายเรือสำเภา เพื่อให้ทานคนยากจนอดอยากที่เมืองจีน พระอัจฉริยภาพด้านการช่าง การบูรณะปฏิสังขรณ์วัดต่างๆรวมทั้งการสร้าง เรือสำเภาขนาดใหญ่ที่วัดยานนาวา การบูรณะปฏิสังขรณ์วัดพระเชตุพนฯ โดยเฉพาะการค้าสำเภากับจีน ได้นำช่างจากจีนมาสร้างสรรค์ศิลปกรรมต่าง ๆ ตลอดจนคนจีนเข้ามาพึ่งพระบรมโพธิสมภาร โดยมากับเรือสำเภาที่ไปค้าขาย และคนจีนได้มาเป็นกำลังสำคัญในการขุดคลอง ก่อสร้างวัด ทำโรงเลื่อย สร้างตึกแถว ทำถนน และการที่ทรงมีพระราชนิยมในด้านช่างศิลป์ของจีน
๓. กำเนิดตุ๊กตาศิลาจีน ให้ความรู้เกี่ยวกับความสามารถของคนจีนในการแกะสลักและสร้างรูปเคารพ ใช้ทั้งทองคำ เงิน สำริด เหล็ก กระดูก งา ดินเผา เครื่องเคลือบ ไม้ หยก หิน เป็นต้น และตุ๊กตาที่สร้างโดยทั่วไปเป็นตุ๊กตามงคล ตุ๊กตาเทพ ตุ๊กตาตัวละคร ตุ๊กตาประวัติศาสตร์ และตุ๊กตาศิลาที่วัดพระเชตุพน มีตุ๊กตาชนิดต่างๆผสมผสานกัน เช่น รูปขุนนางและกษัตริย์ รูปนักบวช รูปบุคคล รูปเทพ รูปสัตว์เทพ รูปสัตว์ รูปชาวตะวันตก รูปอาคารจำลอง และสิ่งของเครื่องใช้ มีทั้งขนาดเท่าคนจริงและขนาดย่อม ล้วนมีความงดงามลวดลายละเอียดประณีต
๔. วัตถุประสงค์ของการสร้างตุ๊กตาศิลาจีน โดยเฉพาะรูปทวารบาลหรือรูปนักรบ เพื่อป้องกันมิให้ผีปีศาจมารบกวน
๕. การนำตุ๊กตาศิลาจีนเข้ามาในประเทศไทย เนื่องจากพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดการบูรณะปฏิสังขรณ์พระอาราม และทรงสร้างใหม่ถึงราว ๗๓ วัด ทรงชื่นชมศิลปะจีน ประกอบกับทรงส่งสำเภาไปค้าขายกับประเทศจีน จึงโปรดให้นำตุ๊กตาศิลาจีนกลับมากับเรือ เป็นอับเฉา และวัดพระเชตุพนฯ มีตุ๊กตาจีนมากที่สุดมากกว่า ๑,๐๐๐ ตัว รองลงมาคือ วัดอรุณราชวราราม ๓๐๔ ตัว ในบทนี้มีภาพลายเส้นสลักบนแผ่นศิลา ภาพเรือสำเภาไทย ประดับอยู่ที่หน้าวิหารพระโลกนาถ และเรือสำเภาของจีน ที่นำชาวจีนเข้ามาสู่แผ่นดินไทยที่อุดมสมบูรณ์
๖. ประเภทของรูปจำหลักศิลา อธิบายระบบขุนนางจีนฝ่ายบู๊ (ทหาร) ฝ่ายบุ๋น (พลเรือน) ซึ่งตุ๊กตาจะมีลักษณะหน้าตาและเครื่องแต่งกายแตกต่างกัน อธิบายตุ๊กตารูปนักบวช บุคคล สตรีชั้นสูง สตรีสามัญ เด็กชาย เด็กหญิง เทพ พระอรหันต์ เซียน ท้าวจตุโลกบาล ฮก ลก ซิ่ว สัตว์ในตำนาน สัตว์ สิงโต แพะ ม้า ลิง เสือ กวาง หมู ช้าง ชาวตะวันตก อาคารจำลอง เขามอ อธิบายเกี่ยวกับการสร้างสวนของจีนในเมืองสำคัญต่าง ๆ และการสร้างสวนของไทยในรัชกาลที่ ๑ ที่ ๒ และที่ ๓ อธิบายซุ้มโขลนทวาร ซึ่งเป็นซุ้มประตูสิริมงคล ที่พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงสร้างไว้ที่หน้าประตูทางเข้าพระวิหารทิศตะวันออกมุขหลัง ตรงหน้าพระพุทธโลกนาถ ซึ่งเป็นพระพุทธรูปยืนองค์ใหญ่สูง ๒๐ ศอก (๑๐ เมตร) ซึ่งในปัจจุบันชาวไทยเชื้อสายจีนได้สร้างซุ้มประตูจำลองประเภทเดียวกับซุ้มโขลนทวาร เป็นประตูจีนเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ในมหามงคลพระชนมพรรษา ๗๒ พรรษา ไว้ที่วงเวียนโอเดียน สามแยกหัวถนนเยาวราช อธิบายเสามังกร เรียกว่า เสาฮั้วเปียก เป็นเสาศิลามีมังกรพันงดงามมาก นอกจากนี้ยังอธิบายเรื่องสิ่งของเครื่องใช้ เช่น กระถางต้นไม้ กระถางธูป แท่นบูชา แจกัน กระถางบัว กลอง ฯลฯ
หนังสือตุ๊กตาจีน วัดโพธิ์ ดึงดูความสนใจตั้งแต่แผ่นปกหน้า ซึ่งคัดเลือกตุ๊กตาขุนนางจีนฝ่ายบู๊หนวดยาวงาม สวมหมวกขุนนาง ที่ประดับอยู่ ณ พระระเบียงพระอุโบสถชั้นในด้านทิศตะวันออกมาแสดง และออกแบบชื่อหนังสือเป็นแบบฝ้ายจีน คำว่า ตุ๊กตาศิลาจีน ลักษณะเป็นอักษรปลายพู่กันจีน เช่นเดียวกับภาพบนปกหลัง เป็นภาพขุนนางฝ่ายบู๊ ประดับซุ้มประตูทรงมงกุฎประตูที่ ๑๖ ของวัด แผ่นหุ้มปกนี้ออกแบบโดย พันธุ์ศักดิ์ จักกะพาก
ใบพาดปกด้านหน้า เป็นลวดลายไก่ ส่วนด้านหลังเป็นลวดลายแพะดึงดูดสายตาให้สนใจเปิดหน้าต่อไป หน้าแรกแสดงภาพประตูหินแกะสลักลายดอกไม้ เปิดเพียงครึ่งบาน มีตุ๊กตาศิลารูปคนยืนเยี่ยมหน้าเสมือนมีความหมายว่า กำลังเริ่มเปิดประตูเข้าสู่ความรู้เรื่อง ตุ๊กตาศิลาจีน วัดโพธิ์ ปกในเป็นชื่อหนังสือ ตุ๊กตาศิลาจีน วัดโพธิ์ ภาษาไทยและอังกฤษ ถัดไปเป็นภาพรอยพระพุทธบาทอันงดงามยิ่งซ้อนบนภาพ พระนอนวัดโพธิ์ พลิกต่อไปพบภาพพระบรมราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว พระมหาเจษฎาเจ้า รัชกาลที่ ๓ ผู้ทรงปฏิสังขรณ์วัดพระเชตุพน และได้พระราชทานตุ๊กตาศิลาจีน ประดับไว้ในพระอาราม ภาพต่อไปเป็นภาพสมเด็จพระสมณเจ้ากรมพระปรมานุชิตชิโนรส ผู้ทรงพระนิพนธ์วรรณกรรมโคลงดั้นเรื่องปฏิสังขรณ์ วัดพระเชตุพน ครั้งรัชกาลที่ ๓ พุทธศักราช ๒๓๘๘ และ ภาพอาคารเจดีย์เสนาสนะของวัดพระเชตุพน
คำนำหนังสือตุ๊กตาศิลาจีนฯ ของพระธรรมปัญญาบดี (ถาวร ติสฺสานุกโร) เจ้าอาวาสวัดพระเชตุพน กล่าวถึง ที่มาของหนังสือเรื่องนี้ ตอนหนึ่งว่า
ตุ๊กตาศิลาจีน เป็นปฏิมากรรมอันงดงามล้ำคุณค่าที่ พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว พระมหาเจษฎาเจ้ารัชกาลที่ ๓ ทรงพระราชอุทิศไว้ในคราวที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ปฏิสังขรณ์วัดพระเชตุพนครั้งใหญ่โปรดเกล้าฯ ให้ตั้งประดับไว้ทั่วทั้งพระอาราม เพื่อเป็นสิริมงคลตามคติจีน สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมานุชิตชิโนรส ได้ทรงพรรณนาถึงตำแหน่งที่ตั้งตุ๊กตาจีนนี้ไว้ในโคลงดั้นเรื่อง ปฏิสังขรณ์วัดพระเชตุพน มีมากนับพันชิ้น ถึงแม้จะชำรุดเสียหายไปตามกาลเวลา ซึ่งล่วงมากว่า ๑๐๐ ปี แต่ก็ยังหลงเหลืออยู่อีกมาก ควรจะต้องรักษาไว้ให้ลูกหลานไทยได้ชื่นชม เพราะประจักษ์พยานสำคัญอันแสดงถึงสัมพันธไมตรีอันดีระหว่างไทยกับจีนที่มีมายาวนาน ปรากฏหลักฐานอยู่บนภาพสลักลายเส้น บนแผ่นศิลาที่ฐานเสาประทีปด้านหน้าพระวิหารทิศพระโลกนาถ แสดงเส้นทางการค้าขายในสมัยรัชกาลที่ ๓ มีทั้งทางบกใช้ช้าง ม้า ลา และโคเป็นพาหนะ และทางนำใช้เรือสำเภาทั้งของไทยและจีนเป็นพาหนะ
http://www.sakulthai.com/images/sakulthai/2662/134-1.jpg นอกจากการค้าขายสินค้าแล้ว ยังมีการแลกเปลี่ยนศิลปวัฒนธรรมประเพณี คติ ความเชื่อ และในยุคนั้น มีคนจีนอพยพเข้ามาพึ่งพระบรมโพธิสมภารกันมาก ดังนั้น ทางวัดจึงได้รวบรวมเรื่องราวความเป็นมาอันทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์ เพื่อให้อนุชนรุ่นหลังได้ซาบซึ้งถึงคุณค่าและร่วมกันหวงแหนรักษาไว้เป็นสมบัติของชาติ ได้อาศัยผู้รู้หลายท่านช่วยกันค้นคว้า และตรวจสอบหลักฐานให้ถูกต้องสมบูรณ์ที่สุด ต้องใช้เวลาศึกษาค้นคว้าเรียบเรียงถึง ๕ ปี...
จากคำนำดังกล่าว จะเห็นได้ว่าการถ่ายภาพ การค้นคว้าเรียบเรียงเนื้อหาสาระต่าง ๆ ในหนังสือ ตุ๊กตาศิลาจีน ได้มีการเตรียมการอย่างดี และมีผู้รู้ร่วมดำเนินการเพื่อให้หนังสือเรื่องนี้ มีคุณค่า เป็นทั้งหนังสือศิลปะและหนังสือประวัติศาสตร์ จึงปรากฏว่า เรื่องที่นำเสนอในเล่มให้ความรู้อย่างกว้างขวางตั้งแต่หน้าแรกจนหน้าสุดท้าย เป็นหนังสือภาพ และหนังสือวิชาการศิลปะที่อ่านสนุกเพลิดเพลิน มีความรู้ทั้งด้านประวัติความเป็นมาของ ตุ๊กตาศิลาจีน เชิงประวัติศาสตร์และเชิงศิลปะประมวลได้อย่างครบถ้วนสมบูรณ์
หนังสือตุ๊กตาศิลาจีน วัดโพธิ์ เสนอเนื้อหาสาระสำคัญจัดได้เป็น ๖ บท คือ
๑. วัดโพธิ์ กล่าวถึงประวัติความเป็นมาของวัดโพธิ์ ดังใจความสำคัญที่ว่า
...เป็นวัดเก่าที่มีมาแต่ครั้งกรุงศรีอยุธยา เดิมชื่อ วัดโพธาราม ต่อมา เมื่อ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ทรงบูรณะปฏิสังขรณ์ครั้งใหญ่ จนปรากฏมีโบราณวัตถุ โบราณสถานมากมายใหญ่โตใช้เวลาถึง ๗ ปี ๕ เดือน ๒๘ วัน (เริ่มแต่ปี พ.ศ.๒๓๓๒) สิ้นพระราชทรัพย์ไม่ต่ำกว่า ๕,๘๑๑ ชั่ง ใช้กำลังคน ๒๐,๐๐๐ เศษ วัดนี้ จึงกลายเป็นวัดประจำรัชกาลที่ ๑...ต่อมาในรัชสมัย พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงปฏิสังขรณ์และก่อสร้างศาสนวัตถุสถานเพิ่มเติมอีก และโปรดให้รวบรวมสรรพวิชาความรู้ต่าง ๆ มาจารึกลงแผ่นศิลาประดับไว้รอบวัด เพื่อเป็นแหล่งศึกษาของมหาชน จึงได้รับการยกย่องว่า เปรียบเสมือนมหาวิทยาลัยเปิดสำหรับประชาชน...
http://www.sakulthai.com/images/sakulthai/2662/134-2.jpg ๒. พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวกับการสร้างวัดในศิลปะจีน บทนี้กล่าวถึงพระราชประวัติ และการที่พระองค์ทรงค้าสำเภา นำความมั่งคั่ง และความมั่นคงมาสู่เศรษฐกิจของประเทศไทย และยังทรงพระกรุณาพระราชทานข้าวกล้องไปกับนายเรือสำเภา เพื่อให้ทานคนยากจนอดอยากที่เมืองจีน พระอัจฉริยภาพด้านการช่าง การบูรณะปฏิสังขรณ์วัดต่างๆรวมทั้งการสร้าง เรือสำเภาขนาดใหญ่ที่วัดยานนาวา การบูรณะปฏิสังขรณ์วัดพระเชตุพนฯ โดยเฉพาะการค้าสำเภากับจีน ได้นำช่างจากจีนมาสร้างสรรค์ศิลปกรรมต่าง ๆ ตลอดจนคนจีนเข้ามาพึ่งพระบรมโพธิสมภาร โดยมากับเรือสำเภาที่ไปค้าขาย และคนจีนได้มาเป็นกำลังสำคัญในการขุดคลอง ก่อสร้างวัด ทำโรงเลื่อย สร้างตึกแถว ทำถนน และการที่ทรงมีพระราชนิยมในด้านช่างศิลป์ของจีน
๓. กำเนิดตุ๊กตาศิลาจีน ให้ความรู้เกี่ยวกับความสามารถของคนจีนในการแกะสลักและสร้างรูปเคารพ ใช้ทั้งทองคำ เงิน สำริด เหล็ก กระดูก งา ดินเผา เครื่องเคลือบ ไม้ หยก หิน เป็นต้น และตุ๊กตาที่สร้างโดยทั่วไปเป็นตุ๊กตามงคล ตุ๊กตาเทพ ตุ๊กตาตัวละคร ตุ๊กตาประวัติศาสตร์ และตุ๊กตาศิลาที่วัดพระเชตุพน มีตุ๊กตาชนิดต่างๆผสมผสานกัน เช่น รูปขุนนางและกษัตริย์ รูปนักบวช รูปบุคคล รูปเทพ รูปสัตว์เทพ รูปสัตว์ รูปชาวตะวันตก รูปอาคารจำลอง และสิ่งของเครื่องใช้ มีทั้งขนาดเท่าคนจริงและขนาดย่อม ล้วนมีความงดงามลวดลายละเอียดประณีต
๔. วัตถุประสงค์ของการสร้างตุ๊กตาศิลาจีน โดยเฉพาะรูปทวารบาลหรือรูปนักรบ เพื่อป้องกันมิให้ผีปีศาจมารบกวน
๕. การนำตุ๊กตาศิลาจีนเข้ามาในประเทศไทย เนื่องจากพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดการบูรณะปฏิสังขรณ์พระอาราม และทรงสร้างใหม่ถึงราว ๗๓ วัด ทรงชื่นชมศิลปะจีน ประกอบกับทรงส่งสำเภาไปค้าขายกับประเทศจีน จึงโปรดให้นำตุ๊กตาศิลาจีนกลับมากับเรือ เป็นอับเฉา และวัดพระเชตุพนฯ มีตุ๊กตาจีนมากที่สุดมากกว่า ๑,๐๐๐ ตัว รองลงมาคือ วัดอรุณราชวราราม ๓๐๔ ตัว ในบทนี้มีภาพลายเส้นสลักบนแผ่นศิลา ภาพเรือสำเภาไทย ประดับอยู่ที่หน้าวิหารพระโลกนาถ และเรือสำเภาของจีน ที่นำชาวจีนเข้ามาสู่แผ่นดินไทยที่อุดมสมบูรณ์
๖. ประเภทของรูปจำหลักศิลา อธิบายระบบขุนนางจีนฝ่ายบู๊ (ทหาร) ฝ่ายบุ๋น (พลเรือน) ซึ่งตุ๊กตาจะมีลักษณะหน้าตาและเครื่องแต่งกายแตกต่างกัน อธิบายตุ๊กตารูปนักบวช บุคคล สตรีชั้นสูง สตรีสามัญ เด็กชาย เด็กหญิง เทพ พระอรหันต์ เซียน ท้าวจตุโลกบาล ฮก ลก ซิ่ว สัตว์ในตำนาน สัตว์ สิงโต แพะ ม้า ลิง เสือ กวาง หมู ช้าง ชาวตะวันตก อาคารจำลอง เขามอ อธิบายเกี่ยวกับการสร้างสวนของจีนในเมืองสำคัญต่าง ๆ และการสร้างสวนของไทยในรัชกาลที่ ๑ ที่ ๒ และที่ ๓ อธิบายซุ้มโขลนทวาร ซึ่งเป็นซุ้มประตูสิริมงคล ที่พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงสร้างไว้ที่หน้าประตูทางเข้าพระวิหารทิศตะวันออกมุขหลัง ตรงหน้าพระพุทธโลกนาถ ซึ่งเป็นพระพุทธรูปยืนองค์ใหญ่สูง ๒๐ ศอก (๑๐ เมตร) ซึ่งในปัจจุบันชาวไทยเชื้อสายจีนได้สร้างซุ้มประตูจำลองประเภทเดียวกับซุ้มโขลนทวาร เป็นประตูจีนเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ในมหามงคลพระชนมพรรษา ๗๒ พรรษา ไว้ที่วงเวียนโอเดียน สามแยกหัวถนนเยาวราช อธิบายเสามังกร เรียกว่า เสาฮั้วเปียก เป็นเสาศิลามีมังกรพันงดงามมาก นอกจากนี้ยังอธิบายเรื่องสิ่งของเครื่องใช้ เช่น กระถางต้นไม้ กระถางธูป แท่นบูชา แจกัน กระถางบัว กลอง ฯลฯ