PDA

View Full Version : ผลฝึกมโนมยิทธิ กับ อ.ไก่ ............... (คนเริ่มๆฝึก)


หน้า : 1 2 [3]

Carbonato
17-08-2006, 06:43 PM
โมทนาด้วยนะจ๊ะ ทุกคน ดีใจที่ใครๆก็มั่นใจและแจ่มใส ขอโมทนาเป็นพิเศษกะ นู๋carฯที่โพสต์ในวันที่ 23/7/2549 (ก่อนหน้านั้นอ่านไม่หมดมันยาวเดี๊ยววันหลังจะเคลียร์ให้หมด) ที่ว่า อย่าหลบปัญหาเข้ากสิณหรือฌาณ แต่ให้แก้ด้วยปัญญาและวิปัสนาญาณ จึงจะตัดกิเลสได้เด็ดขาดอันนี้เจ๋ง เนื่องจากวันนี้ ท่าข้าม ไปกราบองค์ปฐมท่านเทศน์เรื่อง มานะ(โดนบ่อยมาก)ท่านบอกว่า ท่าข้ามเป็นคนมักโกรธเพราะมีมานะ (อันนี้เคยถามท่านว่าทำไมจึงเป็นเช่นนั้น ท่านบอกว่า เป็นนักรบ ปกครองคนบ่อยเลยไม่ยอมใคร นอกนั้นก็เป็นอารมณ์ชั่วส่วนตัว) ท่าข้ามจึงถามท่านว่า "ลูกใช้ฌาณและกสิณระงับอารมณ์โกรธไว้ได้ไหมเจ้าคะ เพราะใช้แล้วรู้สึกว่าดี คือ โกรธช้าลงและบางทีไม่โกรธเลย" ท่านตอบว่า "ใช้ได้แต่ยังไม่ดีที่สุด ที่ดีที่สุดคือให้ใช้ปัญญา เป็นวิปัสสนาญาณ ให้นึกว่า คนรอบกายเรานั้นล้วนเป็นเพื่อนทุกข์ เกิด แก่ เจ็บตาย เช่นเรา เราไม่ดีกว่าเขา และเขาก็ไม่ดีกว่าเรา โกรธเขาแล้วได้อะไร ยังไงก็ล้วนต้องตายทุกคน จงเป็นมิตรและเมตตาคนรอบกาย อย่านึกเห็นใครเป็นศัตรู จำไว้ว่า ฌาณและกสิณไม่สามารถตัดกิเลสได้เด็ดขาด ต้องใช้วิปัสสนาญาณเท่านั้นจึงจะตัดกิเลสได้เด็ดขาด" ท่าข้าม จึงบอกท่านว่า จะพยายาม (เพราะวิปัสสนาญาณเป็นเรื่องยากและต้องใช้ปัญญามาก) และคุยเรื่องอื่นๆอีกเล็กน้อยจึงลาท่าน

โมทนาสาธุครับ

อยากเรียกว่า นาย ท่าข้าม จัง รู้สึกแบบนั้น

เคยรู้สึกว่าตัวเองแมนๆ มั๊ยครับ ..

ปล. ไม่รู้จะโกรธผมป่าว ผมล้อเล่นนะ แหะๆ

เถรี
17-08-2006, 06:43 PM
อะไรของเธอ ฌาณกด


ตอบ... ฌานกด คือ สภาวะจิตอาศัยขณะที่พยายามไล่นิวรณ์ด้วยวิธีต่างๆ .. แต่กิเลสยังอยู่นั่นเอง

ผู้ทรงฌานโลกีย์ทั้งหลาย ก็คือ พวกใช้ฌานกดกิเลสนั่นเอง ...

ก็ถ้าลองหันออกมาปะหน้าขณะกิเลสรุม แล้วมารู้สึกตัว มาพิจารณาแล้วจะรู้ถึงความยากลำบากในกองกิเลส ดั่งนี้แล

แต่การใช้ฌานกดนั้น ก็ยังเป็นประโยชน์อยู่มาก .. แต่ก็เลิกกดมั่งนะครับ

เป็นการทดสอบ



ตาอ้น แล้วถ้ากิเลสมันมากดฌาณล่ะ

ต้องเอาอะไรมากดมันต่อ

เอ๊ะ หรือเอาอะไรมาไล่มันออกไปเสียเลย

Carbonato
17-08-2006, 06:57 PM
ตาอ้น แล้วถ้ากิเลสมันมากดฌาณล่ะ

ต้องเอาอะไรมากดมันต่อ

เอ๊ะ หรือเอาอะไรมาไล่มันออกไปเสียเลย

ก็ต้องบอกว่า ฌานเสื่อมตะหาก..เพราะเราไม่ได้มีฌานเป็นปรกติ ปรกติแล้ว เราคบกับกิเลสมาตลอด

แก้ด้วยการไล่นิวรณ์เหมือนเดิมไง อาจจะเป็นการทำสมาธิ วิปัสสนา ทำความดี อะไรก็ว่ากันไป...

เหนือกว่าการปฏิบัติทั้งหมด .. คือ การมองเห็นเป้าหมายตัวเองในพระพุทธศาสนา มีเหตุผลอะไร .. ที่ต้องมาทำแบบนี้

ก็ถ้ามีเหตุผลพอ กำลังใจที่จะฝึกก็จะมี การฝึกก็จะฝึกด้วยพลังที่ไม่เหลาะแหละ

Carbonato
17-08-2006, 07:05 PM
การฝึก
อานาปาณสติ 3 ฐาน + พุท-โธ
แล้วก็ คาถาเงินล้าน ครับ
ได้ผลถึงระดับไหนก็ไม่รู้เหมือนกันครับ คงได้แค่ขณิกสมาธิล่ะครับ

อาการวิตกจริต ถ้าเทียบกับเมื่อก่อนก็บ้าน้อยลง
แต่ก็ยังบ้าอยู่ มันไม่ยอมตายครับ

โมทนาสาธุครับ คนเราไม่ยอมแพ้ซะอย่าง ทำช้า ทำเร็ว ก็คือการฝ่าฟันอุปสรรค... ก็ให้ปลงๆหน่อยว่า ไมว่าช้าหรือเร็ว มันคือการสะสมความดีครับ

ผมจะบอกว่า...

จนถึงปัจจุบันนี้ วิตกจริตผมก็ยังมิได้หายไปไหน มันแค่ลดลงมา และยอมรับความจริง ในเรื่อง "ทิฏฐิ" เรื่อยๆ การวิปัสสนา ลดความหลงผิดเรื่องวิตกจริตครับ

เถรี
17-08-2006, 07:17 PM
การมองเห็นเป้าหมายตัวเองในพระพุทธศาสนาที่ชัดเจน

ทำให้เกิดกำลังใจที่จะฝึก

แต่สำหรับบางคนก็ย่อมมีช่วงที่กำลังใจขาดหาย

งั้นช่วยแนะนำวิธีสำหรับผู้ที่มีกำลังใจขาดหายเป็นช่วงๆหน่อยซิ

ว่าควรทำยังไงหรือมีอะไรเป็นที่พึ่ง

คาดว่าคงจะเกิดกับทุกๆคน (แม้กระทั่งคนที่กำลังจะตอบคำถามนี้แก่เรา หุหุหุ)

koisung
17-08-2006, 10:00 PM
โมทนากับทุกๆท่านด้วยใจจริง...จริงๆนะ

เอ่อ...พี่คงไม่ได้ฝึกมโนฯแล้วอ่ะ งั้นคงไม่เห็นบ้านตัวเองแล้วมั๊ง

- -"

Carbonato
17-08-2006, 10:16 PM
ก่อนหน้านี้ไม่นาน

พาพี่คนนึงฝึกมโนฯ ไปหาหลวงพ่อ

ปรากฏว่า หลวงพ่อเอาไม้มาตีทั้งสองคนเลย ด้วยข้อหาหลายๆอย่าง แหะๆ

..ผมโดนข้อหา ขี้เกียจ ไม่ตั้งใจจริงๆ ไม่เตรียมจิตดีๆ
..ส่วนพี่อีกคนหนึ่ง ไม่ทราบครับ แหะๆ

เลยขอให้หลวงพ่อเทศน์เรื่องวิปัสสนาญาณให้ฟังหน่อย
หลวงพ่อก็สอนของท่านไป... ลักษณะการเทศน์ของหลวงพ่อท่านจะอธิบายยาวๆนะครับ แล้วจิตจะเชื่อฟัง สว่างเรื่อยๆ เป็นกระแสใหญ่มาก บ่งบอกถึงบารมี และความเข้าใจของหลวงพ่อว่าท่านเข้าใจและละเอียดจริงๆ ...

แต่ผมจำคำนึงได้ "ทุกอย่างเมื่อมันได้เกิดแล้ว มันก็มีจุดดับเป็นของมันเอง"

ฟังแล้วจุกไปเลย

...
แล้วก็เลยไปหาองค์ปัจจุบันต่อ พระองค์ก็เทศน์ พวกเราก็ฟัง เสร็จแล้วก็ลากลับ

Carbonato
17-08-2006, 10:22 PM
โมทนากับทุกๆท่านด้วยใจจริง...จริงๆนะ

เอ่อ...พี่คงไม่ได้ฝึกมโนฯแล้วอ่ะ งั้นคงไม่เห็นบ้านตัวเองแล้วมั๊ง

- -"

ทำไมหล่ะค๊าบ

เล่าให้ฟังมั่งดิ

Supernova
18-08-2006, 08:21 AM
โมทนากับทุกๆท่านด้วยใจจริง...จริงๆนะ

เอ่อ...พี่คงไม่ได้ฝึกมโนฯแล้วอ่ะ งั้นคงไม่เห็นบ้านตัวเองแล้วมั๊ง

- -"

มีอะไรหรือน้องก้อย บอกหน่อยได้ไหม บอกหน่อยได้ไหม

koisung
18-08-2006, 09:10 AM
เอาคร่าวๆนะ...

พี่หลงมาเยอะแล้ว เหมือนกับไม่เป็นตัวเอง เห็นว่าทางนู้นก็ดี ทางนี้ก็ดี แต่สุดท้ายก็จับอะไรไม่ได้สักอย่าง จนหลงไปไกลเกินไป

หลวงพ่อ(ที่พี่นับถือที่ระยอง)ท่านมาเตือน... เตือนด้วยจิต ท่านเตือนมาเดือนสองเดือนได้แล้ว พี่ก็งงๆเอ๊ะ อยู่หอ ที่กทม.ทำไมเป็นแบบนี้ สุดท้ายเลยกลับระยองไปหาหลวงพ่อ ไปถามท่านเล่าให้ท่านฟังว่าพี่เห็นแบบนี้ๆๆๆๆ สรุปง่ายๆคือท่านมาหา มาเพื่อเตือนเพราะพี่กำลังหลงทางไปไกลเกินไป ทางข้างหน้ามีเดินตรงๆไม่เดิน ไปเดินอ้อมโลกอยู่ได้ แล้วเมื่อไหร่ที่มันจะถึง...

ตอนที่ท่านมาปากเป็นแผลเลย นั่นแสดงถึงมีหลายอย่างที่ท่านพูดไม่ได้... แต่พี่ก็พอจะเข้าใจอะไรบางอย่าง ซึ่งพี่ก็นำมาพูดไม่ได้อีกเช่นกันอ่ะ

หลวงพ่อฤๅษีท่านสอนน่ะถูกแล้ว แต่เป็นตัวพี่เองที่เข้าใจผิด (ซึ่งหวังว่าหลายๆคนที่เข้าใจคำสอนและนำมาปฏิบัติผิดๆ จะเดินทางตรงๆซะทีนะ) พี่เลยไม่ฝึกแล้ว อีกอย่างพี่รับปากกับสองท่านด้วยกัน...พี่ไม่อยากผิดสัจจะอ่ะ

คงเล่าคร่าวๆได้แค่นี้...แต่ถ้าใครได้ไปเห็นบ้านพี่ก็มาเล่าให้ฟังมั่งเป็นทานละกันนะ เอิ๊กๆ

yeen
18-08-2006, 09:41 AM
เลิกฝึกแล้ว???

koisung
18-08-2006, 10:15 AM
แม่น!

สองท่านที่พี่รับปากไว้ว่าจะไม่ฝึกแล้ว ... ยังยืนยันว่าจะไม่ขอผิดสัจจะอ่ะ

นอกเสียจากสองท่านนั้นจะเห็นว่าพี่สมควรฝึก พี่จึงจะฝึกง่ะ แต่ไม่รู้จะมีวันนั้นอ๊ะเปล่าน่ะสิ - -" ไม่ใช่เพราะใครหรอก เพราะพี่เองแหละ แหะๆ

Carbonato
18-08-2006, 11:46 AM
เอาคร่าวๆนะ...

พี่หลงมาเยอะแล้ว เหมือนกับไม่เป็นตัวเอง เห็นว่าทางนู้นก็ดี ทางนี้ก็ดี แต่สุดท้ายก็จับอะไรไม่ได้สักอย่าง จนหลงไปไกลเกินไป

หลวงพ่อ(ที่พี่นับถือที่ระยอง)ท่านมาเตือน... เตือนด้วยจิต ท่านเตือนมาเดือนสองเดือนได้แล้ว พี่ก็งงๆเอ๊ะ อยู่หอ ที่กทม.ทำไมเป็นแบบนี้ สุดท้ายเลยกลับระยองไปหาหลวงพ่อ ไปถามท่านเล่าให้ท่านฟังว่าพี่เห็นแบบนี้ๆๆๆๆ สรุปง่ายๆคือท่านมาหา มาเพื่อเตือนเพราะพี่กำลังหลงทางไปไกลเกินไป ทางข้างหน้ามีเดินตรงๆไม่เดิน ไปเดินอ้อมโลกอยู่ได้ แล้วเมื่อไหร่ที่มันจะถึง...

ตอนที่ท่านมาปากเป็นแผลเลย นั่นแสดงถึงมีหลายอย่างที่ท่านพูดไม่ได้... แต่พี่ก็พอจะเข้าใจอะไรบางอย่าง ซึ่งพี่ก็นำมาพูดไม่ได้อีกเช่นกันอ่ะ

หลวงพ่อฤๅษีท่านสอนน่ะถูกแล้ว แต่เป็นตัวพี่เองที่เข้าใจผิด (ซึ่งหวังว่าหลายๆคนที่เข้าใจคำสอนและนำมาปฏิบัติผิดๆ จะเดินทางตรงๆซะทีนะ) พี่เลยไม่ฝึกแล้ว อีกอย่างพี่รับปากกับสองท่านด้วยกัน...พี่ไม่อยากผิดสัจจะอ่ะ

คงเล่าคร่าวๆได้แค่นี้...แต่ถ้าใครได้ไปเห็นบ้านพี่ก็มาเล่าให้ฟังมั่งเป็นทานละกันนะ เอิ๊กๆ

สมน้ำหน้า...
แหะๆ... อ้วนแล้วยังฟุ้งซ่าน

(เคลียร์กันหลังไมค์)

Carbonato
18-08-2006, 11:58 AM
แม่น!

สองท่านที่พี่รับปากไว้ว่าจะไม่ฝึกแล้ว ... ยังยืนยันว่าจะไม่ขอผิดสัจจะอ่ะ

นอกเสียจากสองท่านนั้นจะเห็นว่าพี่สมควรฝึก พี่จึงจะฝึกง่ะ แต่ไม่รู้จะมีวันนั้นอ๊ะเปล่าน่ะสิ - -" ไม่ใช่เพราะใครหรอก เพราะพี่เองแหละ แหะๆ

(f)

อยู่ที่จิตตัวเองนะค๊าบ

อย่าไปโทษอันอื่นเลย

ที่ไม่ฝึกหนะ แค่ตัดปัญหาให้ใจไม่ได้คิดไม่สนใจ

แต่ใจก็คือต้นตอ

สันโดษน่านแหละ ดีครับ อิอิ

koisung
18-08-2006, 12:19 PM
จริงของอ้นอ่ะ

จริงๆท่านก็บอกมานะว่าสุดท้ายแล้วก็ไม่รู้ครูบาอาจารย์อยู่ไหน มันอยู่ที่เราทั้งหมดนั่นแหละ ทุกอย่างไม่ได้ขึ้นอยู่กับใคร ขึ้นอยู่ที่ตนเอง จะนิพพานหรือไม่ก็อยู่ที่เรา จะบำเพ็ญต่อหรือไม่ก็อยู่ที่เรา

ขอบคุณมากนะอ้น...และขอบคุณพี่ๆน้องๆทุกๆคนด้วยที่คอยให้กำลังใจและให้คำแนะนำเสมอมาอ่ะ

เดี๋ยวถ้าพี่จะคืบหน้าไปทางไหน แล้วจะบอกอีกที ตอนนี้งดมโนฯไปก่อน หุหุ


ว่าแต่ใครจะสงเคราะห์พี่ไปดูบ้านพี่ให้ก็ดีนะ ก๊ากๆๆๆ (ยังไม่เลิกๆ ; P)


ปล. หลังไมค์อ่ะเมื่อไหร่จะได้คุยอ่ะอ้นเอ๊ย - -"

koisung
18-08-2006, 12:28 PM
<!-- currently active users --><TABLE class=tborder cellSpacing=1 cellPadding=6 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD class=thead>ขณะนี้มีคนกำลังดูกระทู้นี้อยู่ : 4 คน ( เป็นสมาชิก 2 คน และ บุคคลทั่วไป 2 คน ) </TD><TD class=thead width="14%">[ แนะนำเรื่องเด่น (http://www.palungjit.com/board/topic/upload.php) ]
</TD></TR><TR><TD class=alt1 width="100%" colSpan=2>koisung (http://www.palungjit.com/board/member.php?u=12362)*, Carbonato (http://www.palungjit.com/board/member.php?u=2165) </TD></TR></TBODY></TABLE><!-- currently active users -->
- -" จะได้คุยหลังไมค์มะนี่...ไปกินข้าวก่อนละกัน เดี๋ยวมา

Carbonato
18-08-2006, 02:56 PM
<!-- currently active users --><TABLE class=tborder cellSpacing=1 cellPadding=6 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD class=thead>ขณะนี้มีคนกำลังดูกระทู้นี้อยู่ : 4 คน ( เป็นสมาชิก 2 คน และ บุคคลทั่วไป 2 คน ) </TD><TD class=thead width="14%">[ แนะนำเรื่องเด่น (http://www.palungjit.com/board/topic/upload.php) ]


</TD></TR><TR><TD class=alt1 width="100%" colSpan=2>koisung (http://www.palungjit.com/board/member.php?u=12362)*, Carbonato (http://www.palungjit.com/board/member.php?u=2165) </TD></TR></TBODY></TABLE><!-- currently active users -->
- -" จะได้คุยหลังไมค์มะนี่...ไปกินข้าวก่อนละกัน เดี๋ยวมา

หง่ะ ไว้เคลียร์กันนะอ้วนมาก

ปล.จากอ้วนน้อย

kasin84000
18-08-2006, 02:58 PM
อ้น พี่บอกเรื่องการฝึกแล้วอ่ะ
แวบไปดูบ้านของพี่ให้หน่อย
อยากรู้ว่ามีเสาขึ้นสักต้นหรือยัง กร้าก

Carbonato
18-08-2006, 03:22 PM
อ้น พี่บอกเรื่องการฝึกแล้วอ่ะ
แวบไปดูบ้านของพี่ให้หน่อย
อยากรู้ว่ามีเสาขึ้นสักต้นหรือยัง กร้าก

มีเสาแล้วครับ
ปรารถนาใหญ่ บ้านก็ใหญ่ แต่ใช้เวลานานหน่อย..

ว่าไง หายสงสัยยัง(ก๊าก)

(เวอร์ชั่นกวนทีน)

Carbonato
18-08-2006, 03:31 PM
..


ว่าแต่ใครจะสงเคราะห์พี่ไปดูบ้านพี่ให้ก็ดีนะ ก๊ากๆๆๆ (ยังไม่เลิกๆ ; P)


บ้านพี่อยู่ระยองนี่ครับ เอาเงินค่ารถมาสิ เดี๋ยวจะไปดูให้

แหะๆ ล้อเล่น


บ้านพี่จะดูได้ ต้องฝ่าทิฏฐิที่หนาๆก่อน ... เวลาทำ ให้ทำด้วยใจจริง แรงๆ หนักๆ สละตาย ..ทิฏฐิมันจะได้อ้าปากค้าง ว่าเออนี่ ตูว่าตูครองอำนาจมาตลอด เจอทะลุไปได้..
ซักน้อยก็ยังดี

ที่มองไม่เห็น มืดๆหนะ พี่คิดว่าเป็นอะไร ... เมตตาจิต สมาธิจิต ความสงบ ความพอดี .. คุ้นเคยกับคำเหล่านี้ไหม

ปริยัติพี่อาจจะจบหมดแล้ว ปฏิบัติให้ทำความเข้าใจที่จิตเอง ไม่ว่าสายไหน ก็ดูจิตหมด..

ชีวิตพี่มีทิฏฐิมาตลอด(ทิฏฐิไม่ใช่ว่าด่านะ แต่เป็นความหลงของจิต แม้จะเล็กๆน้อยๆ ) แต่ก็ลำบากหน่อยที่จะแก้ เพราะมีความเป็นปรกติ .. โอย ลำบาก .. บุญสนองมากๆ นั่นแหละ จะแก้ไข และ ลุล่วงไปได้ด้วยดี

kasin84000
18-08-2006, 03:32 PM
มีเสาแล้วครับ

ว่าไง หายสงสัยยัง(ก๊าก)

(เวอร์ชั่นกวนทีน)

เออๆ มีแค่เสาก็พอใจแล้ว 555

Carbonato
18-08-2006, 03:42 PM
ช่ายๆ สาธยายให้ละเอียดเลยนะ อยากรู้ อ้อ...น้องเถรี...แวะไปเที่ยวบ้านของพี่มาแล้ว ก็ช่วยมาสาธยายหน่อยนะครับ อยากรู้เหมือนกันว่าคนอื่นเห็นบ้านของพี่เป็นยังไงบ้าง...

.
.

พี่ตั้ม พี่ชอบทำบุญใช่ป่าวครับ
พี่เป็นหัวเรี่ยว หัวแรงของงานบุญหลายอย่าง โดยเฉพาะที่ผมเห็นในเว๊ปพลังจิต

นี่ก็มีส่วนเกี่ยวข้องกับวิมานที่ปรากฎบนโน้น

..ผมพูดมากไม่ได้

บอกได้แต่ว่า สว่างดีครับ แต่ยังไม่ครอบคลุม แต่สว่างกว่าของ พี่ก้อยกะพี่ กสิณ .. เพราะว่าอีกเหตุผลหนึ่งคือ พี่ฝึกก้าวหน้ากว่าอีกสองคนในเรื่อง การวางจิตธรรมดา .. การอธิษฐานพระนิพพานขณะทำบุญใหญ่มีผลมาก(แม้จะเป็นพระโพธิสัตว์) กักๆ

พี่ก้อยกะพี่กสิณ ยังมีวิบากที่ต้องเจออยู่

อย่าว่าผมเลยนะ ผมพูดผิดก็อย่ามาว่าแล้วกัน อิอิ...

ผมไม่ทำนายใครอีกแล้วนะครับ โปรดทราบ !!..ยกเว้น คนที่เคยบอกว่าฝึกแล้ว มีผลอย่างไรบ้าง .. แต่ สุดท้ายก็แล้วแต่ผมแล้วกัน อย่าว่ากัน...

koisung
18-08-2006, 04:30 PM
ขอบคุณหลายๆน้องรัก ไหนมาให้พี่กอดตอบแทนหน่อยมั๊ยฮ๊าาาาาาาาาาาาาา

Carbonato
18-08-2006, 04:48 PM
ขอบคุณหลายๆน้องรัก ไหนมาให้พี่กอดตอบแทนหน่อยมั๊ยฮ๊าาาาาาาาาาาาาา

ไม่ใช่เกย์นะจะได้มากอดผู้ชาย(ในร่างหญิง)

555+

ว่าแล้วก็พูงชนกัน 555+

koisung
18-08-2006, 05:05 PM
ไม่ใช่เกย์นะจะได้มากอดผู้ชาย(ในร่างหญิง)

555+

ว่าแล้วก็พูงชนกัน 555+



555555555555555555

kasin84000
18-08-2006, 07:24 PM
พี่ตั้ม พี่ชอบทำบุญใช่ป่าวครับ
พี่เป็นหัวเรี่ยว หัวแรงของงานบุญหลายอย่าง โดยเฉพาะที่ผมเห็นในเว๊ปพลังจิต

นี่ก็มีส่วนเกี่ยวข้องกับวิมานที่ปรากฎบนโน้น

..ผมพูดมากไม่ได้

บอกได้แต่ว่า สว่างดีครับ แต่ยังไม่ครอบคลุม แต่สว่างกว่าของ พี่ก้อยกะพี่ กสิณ .. เพราะว่าอีกเหตุผลหนึ่งคือ พี่ฝึกก้าวหน้ากว่าอีกสองคนในเรื่อง การวางจิตธรรมดา .. การอธิษฐานพระนิพพานขณะทำบุญใหญ่มีผลมาก(แม้จะเป็นพระโพธิสัตว์) กักๆ

พี่ก้อยกะพี่กสิณ ยังมีวิบากที่ต้องเจออยู่

อย่าว่าผมเลยนะ ผมพูดผิดก็อย่ามาว่าแล้วกัน อิอิ...

ผมไม่ทำนายใครอีกแล้วนะครับ โปรดทราบ !!..ยกเว้น คนที่เคยบอกว่าฝึกแล้ว มีผลอย่างไรบ้าง .. แต่ สุดท้ายก็แล้วแต่ผมแล้วกัน อย่าว่ากัน...
จะว่าได้อย่างไร ก็อ้นพูดถูกทุกอย่าง
พี่ตั้มเขาเป็นหัวหน้างานบุญหลายอย่าง ฝึกมโนได้ด้วย
เทียบกับผมที่ยังฝึกอะไรไม่ได้เลยสักอย่าง
งานสาธารณะประโยชน์ก็ได้แต่ช่วยคนอื่นเขาเล็กๆน้อยๆเอง บารมีต่างกันอย่างชัดเจน
วิมานของพี่ตั้มย่อมต้องใหญ่และสว่างกว่าเป็นธรรมดาอยู่แล้วครับ
โมทนากับพี่ตั้มด้วย ขอให้ได้ทำบารมีให้ยิ่งๆขึ้นไปกว่านี้อีกครับ..........สาธุ

Raindrops
18-08-2006, 07:55 PM
หึหึ ไม่ต้องดูของเราเผื่อน่ะ เด๋วไว้ไปถึงแล้วจะมาชวน อิอิ

kasin84000
18-08-2006, 10:52 PM
อ้น ไม่เห็นเข้าไปตอบที่กระทู้นี้บ้างเลยนะ
http://www.palungjit.com/board/showthread.php?t=13361 หุหุ

Carbonato
19-08-2006, 07:26 AM
ปล่อยไปตามเรื่องตามราวครับ

ท่านไม่ให้ผมยุ่งเรื่องนี้... ที่ผมพอจะยุ่งได้มีแค่ 20 % แล้วยังไม่เต็มที่ด้วย ...แต่ที่เหลือคือ ถ้ายุ่งแล้วไม่ได้ประโยชน์ ก็เลยไม่ยุ่งเลยดีกว่า

แน่นอนว่ากระทู้นั้นเป็นเรื่องของพระโพธิสัตว์ใหญ่ (คุณ อัญญาสิทธิ์ ) -- ก็เพราะแบบนี้แหละ เขาก็มีแนวทางของเค้า ซึ่ง อาจจะเริ่มหันมาปรับตรงทางเดียวกัน(เริ่ม) ตอนอีกหลายปีมาก

ไม่มีใครเปลี่ยนความคิดกันได้ในระยะเวลาสั้น .. เวลาจะพิสูจน์เองหรอก ความจริงปกปิดไม่ได้ตลอดไป

สรุปว่า ผมไม่ยุ่งแล้วกันครับ แต่ผมศรัทธามากในน้ำใจดี ที่เค้าตั้งใจทำดี และรักษาพระพุทธศาสนา นี่มันไม่ใช่น้อยๆเลย คนมีบารมีจริงถึงจะทำได้ เรื่องนี้ผมไม่กล้าไปยุ่งด้วยหล่ะ

เถรี
19-08-2006, 08:10 AM
สมน้ำหน้าตัวเอง

ช่วงนี้มุสาบ่อย

เมื่อคืนเค้าไม่ให้เข้า

ปิดประตูเลย

เค้าบอกว่า "ศีลไม่สะอาด" (nogood)

kasin84000
19-08-2006, 04:05 PM
ปล่อยไปตามเรื่องตามราวครับ

ท่านไม่ให้ผมยุ่งเรื่องนี้... ที่ผมพอจะยุ่งได้มีแค่ 20 % แล้วยังไม่เต็มที่ด้วย ...แต่ที่เหลือคือ ถ้ายุ่งแล้วไม่ได้ประโยชน์ ก็เลยไม่ยุ่งเลยดีกว่า

แน่นอนว่ากระทู้นั้นเป็นเรื่องของพระโพธิสัตว์ใหญ่ (คุณ อัญญาสิทธิ์ ) -- ก็เพราะแบบนี้แหละ เขาก็มีแนวทางของเค้า ซึ่ง อาจจะเริ่มหันมาปรับตรงทางเดียวกัน(เริ่ม) ตอนอีกหลายปีมาก

ไม่มีใครเปลี่ยนความคิดกันได้ในระยะเวลาสั้น .. เวลาจะพิสูจน์เองหรอก ความจริงปกปิดไม่ได้ตลอดไป

สรุปว่า ผมไม่ยุ่งแล้วกันครับ แต่ผมศรัทธามากในน้ำใจดี ที่เค้าตั้งใจทำดี และรักษาพระพุทธศาสนา นี่มันไม่ใช่น้อยๆเลย คนมีบารมีจริงถึงจะทำได้ เรื่องนี้ผมไม่กล้าไปยุ่งด้วยหล่ะ

ครับ ในส่วนของการทำบารมีต่างๆของพี่อัญญาสิทธิ์
ผมก็โมทนากับท่านด้วยอยู่แล้ว แต่ที่ยอมรับไม่ได้ก็ตรงที่มีการบิดเบือนความจริง และปรามาสต่อพระรัตนตรัย
ถ้าอ้นอ่านไล่มาตั้งแต่หน้าแรกๆ จะพบว่ามีเยอะมาก ที่จี้ดสุดๆ ก็เรื่องของ พระเดชพระคุณหลวงพ่อฤาษี
สุดเคารพรักเทิดทูนบูชา ทนไม่ไหวจริงๆครับ
ถึงแม้พี่อัญญาสิทธิ์จะบอกว่า เรื่องต่างๆครูบาอาจารย์ของท่านเป็นผู้บอกไว้ก็ตาม แต่ผมและหลายๆท่านที่เข้ามาแย้งเห็นว่า ไม่สมควรที่จะมาเปิดเผยในที่สาธารณะอย่างนี้ เพราะถ้าเกิดมีคนมาอ่านแล้วดันเชื่อไปตามนั้น จะเป็นโทษมาก

Carbonato
19-08-2006, 04:25 PM
.....
นี่มันเรื่องของเขาครับ

ผมก็ทำอะไรไม่ได้
....

tamsak
19-08-2006, 06:46 PM
พี่ตั้ม พี่ชอบทำบุญใช่ป่าวครับ
พี่เป็นหัวเรี่ยว หัวแรงของงานบุญหลายอย่าง โดยเฉพาะที่ผมเห็นในเว๊ปพลังจิต

นี่ก็มีส่วนเกี่ยวข้องกับวิมานที่ปรากฎบนโน้น

..ผมพูดมากไม่ได้

บอกได้แต่ว่า สว่างดีครับ แต่ยังไม่ครอบคลุม แต่สว่างกว่าของ พี่ก้อยกะพี่ กสิณ .. เพราะว่าอีกเหตุผลหนึ่งคือ พี่ฝึกก้าวหน้ากว่าอีกสองคนในเรื่อง การวางจิตธรรมดา .. การอธิษฐานพระนิพพานขณะทำบุญใหญ่มีผลมาก(แม้จะเป็นพระโพธิสัตว์) กักๆ...


ขอบใจหลายๆ เด้ออออ.......ยอมรับเรื่องการอธิษฐาน.... มีอยู่ช่วงหนึ่งซึ่งกำลังอยู่ในช่วงที่สับสนกับตัวเองมากกกกก..... จะไปทางไหนดี... จะไปแบบไหนดี.... เลยอธิษฐาน 2 อย่าง พร้อมกันเลย.... เหอ...เหอ....ใครจะหลายใจเหมือนพี่คงไม่มีอีกแล้วละ.....แบบว่ารักพี่เสียดายน้องยังไงยังงั้นเลย.....

.
.

tamsak
19-08-2006, 07:12 PM
......แน่นอนว่ากระทู้นั้นเป็นเรื่องของพระโพธิสัตว์ใหญ่ (คุณ อัญญาสิทธิ์ ) -- ก็เพราะแบบนี้แหละ เขาก็มีแนวทางของเค้า ซึ่ง อาจจะเริ่มหันมาปรับตรงทางเดียวกัน(เริ่ม) ตอนอีกหลายปีมาก

ไม่มีใครเปลี่ยนความคิดกันได้ในระยะเวลาสั้น .. เวลาจะพิสูจน์เองหรอก ความจริงปกปิดไม่ได้ตลอดไป

สรุปว่า ผมไม่ยุ่งแล้วกันครับ แต่ผมศรัทธามากในน้ำใจดี ที่เค้าตั้งใจทำดี และรักษาพระพุทธศาสนา นี่มันไม่ใช่น้อยๆเลย คนมีบารมีจริงถึงจะทำได้ เรื่องนี้ผมไม่กล้าไปยุ่งด้วยหล่ะ


เห็นด้วยอย่างยิ่งว่าไม่ควรเข้าไปยุ่ง.... แต่ละคนก็มีเจตนาดีที่ต้องการสืบทอดพระพุทธศาสนาให้ยืนยาวจนครบ 5,000 ปี และต่างก็มีแนวทางของตนตามสายบุญที่ได้บำเพ็ญมา... แต่ในท้ายที่สุดก็มีจุดหมายปลายทางเดียวกัน มีบ้างที่ต่างความเห็น...ต่างความคิด...และต่างความเข้าใจ... หากไม่ถูกใจเรา..กระทบใจเรา... ก็อย่าไปเอามาเป็นอารมณ์... อ่านแล้วก็วางเฉย... หากอันไหนที่เห็นว่าควรชี้แจงเพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ถูกต้องและไม่ก่อให้เกิดความขัดแย้ง... ก็ทำเถิด...แต่ควรทำด้วยความระมัดระวังการกระทบกระทั่งและการปรามาสซึ่งกันและกัน และควรระลึกไว้เสมอว่า ท่านผู้นั้นเป็นผู้ทรงความดีผู้หนึ่ง... จะระดับไหนเพียงใดไม่ใช่สิ่งสำคัญ สิ่งสำคัญคือเราอย่าเผลอไปปรามาสเข้าเป็นอันขาด มิฉะนั้น จะมีผลทำให้การปฏิบัติและความปรารถนาของแต่ละท่านต้องล่าช้าออกไป ส่วนจะมีผลเพียงใดก็สุดแท้แต่กรรมที่เกิดจากการล่วงละเมิดหรือไปปรามาสกันเข้านั่นเอง...


พิมพ์ไปก็เตือนตัวเองไปด้วยนะเนี่ย.... เพราะพี่เองก็เข้าไปอ่านเป็นประจำ...แถมยังเข้าไปแจมด้วยเป็นครั้งคราว.....หุ...หุ...หุ....

.
.

Carbonato
19-08-2006, 08:37 PM
เวลาผมตัดสินใจอะไร

ผมจะมองก่อนว่า เป็นไปได้ไหม...


ก็ถ้ามองแล้วมันเป็นไปไม่ได้ในเวลาอันสั้น .. ผมก็ปล่อยวาง

***********************

ขอนอกเรื่องหน่อย

ยุคนี้มันไว้ใจไม่ค่อยได้เลยครับ...

หลวงพี่เล็ก หลวงพี่สมปอง รู้สึกท่านเร่งๆงาน(จากที่ฟังคนอื่นเล่ามา) .. ผมว่าน่าจะมีเหตุแปลกๆ เกิดขึ้นแน่...

หลวงพี่เล็กทำเหรียญทำน้ำมนต์
หลวงพี่สมปองเตรียมสอนมโนฯเต็มกำลัง
(ขอมูลจากพี่เอกซ์ ซูเปอร์โนว่า)

...

Carbonato
19-08-2006, 08:45 PM
ผมไม่ชอบอะไรที่เร่งๆเลย

มันง่ายไป...

แต่ถ้ายากไปอีกผมก็ไม่ชอบ...

Supernova
19-08-2006, 08:59 PM
ครับ ในส่วนของการทำบารมีต่างๆของพี่อัญญาสิทธิ์
ผมก็โมทนากับท่านด้วยอยู่แล้ว แต่ที่ยอมรับไม่ได้ก็ตรงที่มีการบิดเบือนความจริง และปรามาสต่อพระรัตนตรัย
ถ้าอ้นอ่านไล่มาตั้งแต่หน้าแรกๆ จะพบว่ามีเยอะมาก ที่จี้ดสุดๆ ก็เรื่องของ พระเดชพระคุณหลวงพ่อฤาษี
สุดเคารพรักเทิดทูนบูชา ทนไม่ไหวจริงๆครับ
ถึงแม้พี่อัญญาสิทธิ์จะบอกว่า เรื่องต่างๆครูบาอาจารย์ของท่านเป็นผู้บอกไว้ก็ตาม แต่ผมและหลายๆท่านที่เข้ามาแย้งเห็นว่า ไม่สมควรที่จะมาเปิดเผยในที่สาธารณะอย่างนี้ เพราะถ้าเกิดมีคนมาอ่านแล้วดันเชื่อไปตามนั้น จะเป็นโทษมาก


ผมก็เตือนไปบ้างเท่าที่ผมทำได้ และผมก็ได้ขอบางท่านได้กล่าวเตือนพี่เขาบางเรื่อง ถ้าได้เตือนพี่เขาบางอย่างก็พอแล้วครับ ส่วนเรื่องที่พี่เขาจะเป็นไรต่อ ตอนนี้ก็ต้องปล่อยไปครับ วางอุเบกขาครับ

kasin84000
19-08-2006, 10:54 PM
ขอบใจหลายๆ เด้ออออ.......ยอมรับเรื่องการอธิษฐาน.... มีอยู่ช่วงหนึ่งซึ่งกำลังอยู่ในช่วงที่สับสนกับตัวเองมากกกกก..... จะไปทางไหนดี... จะไปแบบไหนดี.... เลยอธิษฐาน 2 อย่าง พร้อมกันเลย.... เหอ...เหอ....ใครจะหลายใจเหมือนพี่คงไม่มีอีกแล้วละ.....แบบว่ารักพี่เสียดายน้องยังไงยังงั้นเลย.....

.
.

พี่ตั้มตัดสินใจเด็ดขาดแล้วหรือยังครับว่า
จะจบที่ชาตินี้หรือจะไปพุทธภูมิต่อ
ผมจะได้โมทนาถูกครับ อิอิ

kasin84000
19-08-2006, 11:29 PM
เห็นด้วยอย่างยิ่งว่าไม่ควรเข้าไปยุ่ง.... แต่ละคนก็มีเจตนาดีที่ต้องการสืบทอดพระพุทธศาสนาให้ยืนยาวจนครบ 5,000 ปี และต่างก็มีแนวทางของตนตามสายบุญที่ได้บำเพ็ญมา... แต่ในท้ายที่สุดก็มีจุดหมายปลายทางเดียวกัน มีบ้างที่ต่างความเห็น...ต่างความคิด...และต่างความเข้าใจ... หากไม่ถูกใจเรา..กระทบใจเรา... ก็อย่าไปเอามาเป็นอารมณ์... อ่านแล้วก็วางเฉย... หากอันไหนที่เห็นว่าควรชี้แจงเพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ถูกต้องและไม่ก่อให้เกิดความขัดแย้ง... ก็ทำเถิด...แต่ควรทำด้วยความระมัดระวังการกระทบกระทั่งและการปรามาสซึ่งกันและกัน และควรระลึกไว้เสมอว่า ท่านผู้นั้นเป็นผู้ทรงความดีผู้หนึ่ง... จะระดับไหนเพียงใดไม่ใช่สิ่งสำคัญ สิ่งสำคัญคือเราอย่าเผลอไปปรามาสเข้าเป็นอันขาด มิฉะนั้น จะมีผลทำให้การปฏิบัติและความปรารถนาของแต่ละท่านต้องล่าช้าออกไป ส่วนจะมีผลเพียงใดก็สุดแท้แต่กรรมที่เกิดจากการล่วงละเมิดหรือไปปรามาสกันเข้านั่นเอง...


พิมพ์ไปก็เตือนตัวเองไปด้วยนะเนี่ย.... เพราะพี่เองก็เข้าไปอ่านเป็นประจำ...แถมยังเข้าไปแจมด้วยเป็นครั้งคราว.....หุ...หุ...หุ....

.
.

ผมจะแย้งในเรื่องที่หนักข้อเลยเถิดมากเกินไป และแย้งแบบสุภาพอยู่แล้วครับ
ต้องคุณจอมมารที่เคยเข้ามาหน้าแรกๆ ซิครับ ดุเดือดจริงๆ ไม่รู้หายไปไหนแล้ว
ถึงจะเป็นพระโพธิสัตว์ใหญ่มาจากไหนก็เถอะครับ
ถ้ามาจาบจ้วงปรามาสต่อพระรัตนตรัย
และ พระเดชพระคุณหลวงพ่อเข้าละก็
ผมยอมไม่ได้หรอกครับ

เถรี
20-08-2006, 08:14 AM
เรามาฝึกฝนตนเองกันดีกว่านะคะ

หน้าที่ของเรามีอยู่....

พัฒนาตนเองเพื่อช่วยเหลือผู้อื่นกันดีกว่า

พระท่านคงอยากให้เราใส่ใจเรื่องนี้มากกว่าน่ะค่ะ

Carbonato
20-08-2006, 07:28 PM
พี่ตั้มตัดสินใจเด็ดขาดแล้วหรือยังครับว่า
จะจบที่ชาตินี้หรือจะไปพุทธภูมิต่อ
ผมจะได้โมทนาถูกครับ อิอิ

เรื่องนี้บางทีแม้ตัวเราเองก็ยังตัดสินใจตอนนี้ไม่ได้

แปลกนะ เรื่องตัวเองแท้ๆ แต่แม้ตัวเองก็ยังตัดสินใจตอนนี้ไม่ได้

แปลกป่าว...ที่ว่า..ถ้าตัดสินใจตอนนี้..ก็ยังไม่แน่ว่าจะทำได้อย่างที่ตัดสินใจเสมอไป....

เพราะการคิดในขณะที่ไม่รู้เรื่อง รู้ใจตัวเองจากใจจริง(ในเวลาอันควร) ...เป็นการบังคับจิตให้ผิดจากความเหมาะสม .. คิดหรือ แค่คำว่าพุทธภูมิ กับสาวกภูมิ มันแทนน้ำใจจริงจากใจจริงส่วนลึกทั้งหมดได้หมด... นั่นคือสิ่งที่เราคิดมาปิดกั้นจิต มิให้รู้เห็นตามความเป็นจริง..

อนาคตเป็นสิ่งที่เราไม่ควรไปคาดคิดเลยครับ ... เป็นด้วยประการะฉะนี้..

ปล. คำว่าปล่อยวาง ความหมายมันเต็มอัตรา

Carbonato
20-08-2006, 08:50 PM
ที่ผมพุดไปนี่ ผมพูดออาจจะดูบ้าบอคอแตกหน่อยนะ

วันนี้จะเล่าธรรมะ พอได้ได้คุยได้อ่านกันครับ แม้จะเล็กๆน้อยๆ ก็ถือเป็นปรารถนาดีแล้วกัน

ศีล สมาธิ ปัญญา

ศีล - เป็นสภาพเกราะป้องกันความชั่ว ไม่ให้เลวลงไปอีก อย่างน้อยให้ทรงตัว อย่างมากก็ดีขึ้น

** คนจะรู้ศีลได้ละเอียดก็ยังลำบาก
-เพราะศีลสำหรับคนในยุคนี้ มีสภาพลุ่มๆดอนๆอย่างที่สุด ...
-แม้จะรู้แล้วก็ยังลำบากในการสอนแบบละเอียดมาก เพราะคนที่จะพอรับฟังแล้วรู้เรื่อง ส่วนใหญ่เป็นฝ่ายสาวกภูมิ ผู้มีศรัทธาจริตสูงซึ่งแบบนี้ได้ธรรมกลับไป.. แต่ความละเอียดเอาไว้สอน ท่านจะมีน้อย .. แต่ก็ไม่จำเป็นต้องใช้มาก ไม่ใช่หรือ .. ก็ว่ากันไป
-ก็ขนาดตัวเองที่ว่าหันมาด้านนี้ก็ยังเอาตัวแทบไม่รอดเลย... เพราะ มารเต็มไปหมด ที่สำคัญมารในตัวเองเนี่ย โดนจี้เมื่อไหร่ เสียเวลาเมื่อนั้น.. หากเปรียบเทียบภาษาโลกแล้ว เค้าเรียกว่า "ลำบาก ยากเย็น" แต่ภาษาคนปฏิบัติเค้าเรียกว่า "อย่าบ่น และตั้งกำลังใจทำต่อ ก็เรื่อยๆแล้วกัน" ก็เนี่ย มันความหมายน้อยได้ที่ไหนเล่า.. ธรรมะของพระพุทธเจ้า
-แม้ศีลท่านจะละเอียดแล้ว ความสะอาดของศีล ก็ยังต้องวัดที่กิเลสที่ท่านสามารถขจัดไปจากใจได้ หรือ อารมณ์ทรงจิตอริยะ(แค่ทรงนะ)
-แม้ศีลท่านจะสะอาดแล้ว ละเอียดดีแล้ว ก็ยังต้องไปตัดสินว่า ท่านจะมีโอกาสเสื่อมอีกไหม(พิจารณาเรื่องตัดกิเลสเด็ดขาด) .. น่าน ล่อขนาดนั้น ธรรมะของพระพุทธเจ้า แล้วคิดว่าเข้าใจกันมากพอหรือยัง ...




สมาธิ - มีอารมณ์ทรงสติอยู่เป็นนิจ และฝึกใช้งานจิตในความพิเศษของมันต่างๆได้ด้วย

-สมาธิมีปรกติจิตอันพ้นนิวรณ์..ก็ถ้ายังมีนิวรณ์อยู่ ก็จะเรียกว่าเข้าใจสมาธิไม่ได้(แหะๆ ว่าตัวเองชัดๆ เวงเอ๊ย)
-สมาธิต้องเป็นสัมมาทิฏฐิ ไม่เช่นนั้น ก็เป็นการตั้งจิตสู่ความเดือดร้อนของตัวเองและผู้อื่น..
-การจะตัดสินว่าสัมมาทิฏฐิหรือไม่ ก็คือ การไม่สร้างโทษให้เดือดร้อน ...
-การจะเจาะลึกคำว่าเดือดร้อน ไอ้คนเดือดร้อนนี่ก็ยังเพี้ยนได้อีกนะ คือทำดีแล้ว ยังใช้สักกายทิฏฐิตัวเองมาหาว่าตัวเองเดือดร้อนได้อีกนะ
-นี่ยุคนี้มันลำบากทั้งคนสอนและผู้สอน มันแข่งกันโง่
-แล้วโง่แบบที่ศาสนาพุทธไม่น่าจะมาสอนยุคนี้เสียด้วยซ้ำ
-นี่ถ้าไม่ใช่พระเมตตาของพระพุทธสมณโคดม ท่านอย่าหวังเลยว่าธรรมะจะมาได้ขนาดนี้ ไม่เหลือจริงๆ..
-ท่านก็ท้อเพราะว่าคนจะรู้กับท่านมีน้อย... แต่พระเมตตาท่านคลุมทุกจักรวาล ก็เลยแบบที่เห็น ..
-ท่านมารจะทำอะไรก็ยังทำได้ไม่สุดแรง เพราะเมตตานี้แล
- อ้าวผมลืมเรื่องสมาธิอีกแล้ว .. สมาธิ มีปรกติในจิต แต่จิตมันคุมทุกอิริยาบท ดังนั้น จิตก็เลยต้องใช้ได้ทุกอิริยาบท .. นั่นคือ ทุกอากัปกิริยา ท่านต้องทรงสมาธิให้ได้ เพราะเป็นธรรมชาติของธรรม
-ก็ถ้าท่านทรงสมาธิในทุกอิริยาบทได้แล้ว ท่านคิดว่าจิตมีสติ คำนี้มีแค่นี้หรือ เปล่าเลย มันมีความพิเศษของจิตอีกเยอะแยะมากมาย
-ความพิเศษของจิตอันนี้แล้วแต่จริตคน ว่าท่านจะรู้ทันหรือไม่ ญาณ 8 .. ญาณ 9 .. ท่านประพฤติเป็น มหาสติปัฏฐานสูตรหรือไม่
-แล้วท่านใช้ถูกทางหรือไม่ คือตรงต่อพระนิพพาน
-ก็แล้วตรงต่อพระนิพพานอย่างไร ทำไม อาจารย์เขาสอนทำไม ท่านเข้าใจไหมหล่ะ?
ฯลฯ




ปัญญา - ปัญญามีสภาพชนะ มีสภาพเป็นเลิศ สภาพไม่มีใดเท่า.
**ปัญญามีสภาพอย่างไร
-ปัญญามีสภาพชนะเป็นอันดับหนึ่ง
-ปัญญามีสภาพที่พิเศษแบบนี้ จึงควรใช้ให้ถูกทาง.. คนมันเลวได้ที่ มันก็มีปัญญาได้ที่เหมือนกัน ที่สุดของปัญญาแพ้กฎแห่งกรรม.. เพราะไม่มีอะไรจะฝืนกรรมได้ มีแต่ใช้ปัญญาให้สอดคล้องกฎแห่งกรรมเท่านั้น ที่ควรคิด
-การปล่อยไปตามกฎแห่งกรรม ไม่ฝืน (อันนี้คนตีความผิดกันเยอะ เค้าใช้จิต ไม่ได้ใช้สมองคิด จิตต้องมีการปล่อยวางในตัว ไม่ใชสภาพคิด แค่สภาพคิดที่ยืดแล้ว มันก็ไม่ถูกแล้ว แล้วท่านเข้าใจแค่ไหน???)
-ผู้ที่มีการปล่อยวางได้ระดับไหน จิตท่านก็จะสว่างระดับนั้น ปัญญาจากการปล่อยวาง เป็นปัญญาที่พระพุทธเจ้าทรงสอนเพื่อพระนิพพาน
-การใช้ปัญญา มีความลดทิฏฐิเป็นที่ตั้งจึงสมควร พวกนักคิด นักตำรา สักกายทิฏฐิท่วมหัวกันหมดแล้ว ยิ่งคิดยิ่งโง่ลงทุกวันๆ
-รักษาจิตดีๆ อย่าให้สิ่งอื่นมาบังปัญญา จิตมีสภาพปลอดโปร่งแต่เดิม ก็ปล่อยๆไปเถอะ
-ผู้มีปัญญาพึงไม่สร้างโทษให้คนอื่น และตัวเอง.. แต่ความหมายมันเต็มอัตราอีกแล้ว ท่านเข้าใจไหม?(ผมก็ไม่เข้าใจเท่าไหร่)

tamsak
21-08-2006, 01:09 PM
พี่ตั้มตัดสินใจเด็ดขาดแล้วหรือยังครับว่า
จะจบที่ชาตินี้หรือจะไปพุทธภูมิต่อ
ผมจะได้โมทนาถูกครับ อิอิ



เรื่องการตัดสินใจนี่ยังไม่แน่นอนครับ.... พูดถึงเรื่องนี้ ก็อยากจะเล่าเรื่องส่วนตัวให้อ่านกัน ถือซะว่าเป็นเรื่องอ่านเล่นระหว่างพี่ๆ น้องๆ ละกัน......


สมัยก่อนไม่เคยทราบและไม่เคยคิดที่จะปรารถนาพระโพธิญาณเลย คิดไว้แต่เพียงว่าจะเป็นพุทธสาวกที่ดี ตั้งใจจะตามรอยพระเดชพระคุณหลวงพ่อพระราชพรหมยาน (หลวงพ่อฤๅษีลิงดำ) ไปพระนิพพานในชาตินี้


ต่อมาประมาณปี 2548...ได้มีโอกาสไปฝึกมโนมยิทธิกับ อ.ไก่ ขณะที่ อ.ไก่ มาสอบอารมณ์ ก็ทักว่าเคยปรารถนาพระโพธิญาณมาก่อน คิดว่าจะลาเหรอ แล้วแกก็หัวเราะ...หึ...หึ...หึ... ตามสไตล์ของแก ช่วงตอนพักลูกศิษย์คนหนึ่งของ อ.ไก่ เข้ามาคุยด้วยแล้วบอกว่า ยังไงก็ลาไม่ขาด ไม่เชื่อก็ลองดู จะมีคนมาทดสอบกำลังใจ


หลังจากวันนั้นก็ตั้งใจว่าจะลาแน่นอน โดยนำดอกไม้ธูปเทียนไปลากับพระประธานในโบสถ์ ขณะก้มลงกราบ ครั้งที่ 1 ผ่านไป ครั้งที่ 2 ผ่านไป พอจะก้มลงกราบครั้งที่ 3 มีผู้หญิงคนหนึ่งอายุอานามพอจะเป็นป้าได้ เดินมานั่งแปะลงข้างๆ เรา ทำเอาพานดอกไม้ธูปเทียนล้มลง ตอนนั้นใจวูบไปนิดหนึ่ง นึกไม่พอใจขึ้นมาแว่บหนึ่ง มีที่ว่างตั้งเยอะแยะทำไมไม่ไปนั่ง กลับมานั่งข้างเรา แถมทำพานเราล้มด้วย แว่บเดียวจริงๆ ที่คิดอย่างนั้น แล้วก็ตั้งสติได้ก็รวบรวมกำลังใจก้มลงกราบครั้งที่ 3 เสร็จแล้วก็รวบรวมดอกไม้ธูปเทียนนำไปวางไว้หน้าพระประธาน


ถัดมาจากนั้นก็มีเพื่อนสมาชิกในเว็บนี้คนหนึ่ง ซึ่งภายหลังคุ้นเคยกันมากขึ้น ได้มาพูดโน้มน้าวให้บำเพ็ญเพื่อพระโพธิญาณต่อ โดยบอกว่าเห็นฝั่งอยู่ไม่ไกลแล้ว... และเมื่อ 2-3 เดือนที่ผ่านมานี้ ก็มีโอกาสได้พบนักปฏิบัติท่านหนึ่งซึ่งเป็นลูกศิษย์ทางญาณของหลวงพ่อปาน ชื่อ อ.อู๋ วันที่พบกันครั้งแรกพี่ได้มีโอกาสคุยกับอ.อู๋ ประมาณชั่วโมงครึ่ง โดยประโยคแรกที่ทักพี่คือ "จะลาแล้วหรือ" หลังจากนั้นก็คุยกันยาว และได้ฟังนิทานเกี่ยวกับตัวพี่เองสมัยที่นับถอยหลังไปประมาณ 300 ชาติ ว่าได้ตั้งความปรารถนาไว้อย่างไร (อันที่จริงก็ตั้งไว้นานมาแล้ว ตั้งมาทุกๆ ชาติ แต่ชาตินั้นวาสนาดีได้เกิดมาเป็นกษัตริย์การตั้งความปรารถนาจึงแรงมากกว่าปกติ ถึงขนาดคนที่เป็นคู่บารมีขอตั้งความปรารถนาตามมาว่า "หากสำเร็จพระโพธิญาณจะขอไปเป็นอัครสาวกเบื้องซ้าย..." ) ในท้ายที่สุด อ.อู๋ ก็บอกว่าให้ปฏิบัติต่อไปไม่ควรลา เพราะบำเพ็ญมาถึงระดับหนึ่งแล้ว หากจะลา ก็ควรไปทางสายปัจเจกภูมิ เพราะยังได้ช่วยคนไปพระนิพพานได้ ดีกว่าลาไปเพียงลำพัง....


นี่เองที่เป็นที่มาของความสับสนที่เกิดขึ้นในจิตใจ จะเอายังไงดี จะปฏิบัติต่อหรือลาดี เวลาอธิษฐานตอนทำบุญก็เกิดอาการสองจิตสองใจ ปกติจะอธิษฐานเพื่อพระนิพพาน แต่พอเกิดอาการอย่างนี้ขึ้นมาคราวนี้เลยอธิษฐานสองอย่างไปพร้อมๆ กันซะเลย....


หลังจากที่ ครุ่นคิดมา 2-3 เดือน จนคืนหนึ่งฝันไปว่า ได้ไปกราบสมเด็จองค์ปฐมและหลวงพ่อฤๅษีลิงดำ ได้ยินเสียงของสมเด็จฯ ท่านทรงรับสั่งว่า "ให้ปฏิบัติตรงมาที่เรานี่" ไอ้เราก็เกิดความสงสัยเนื่องจากว่า สมเด็จฯ ท่านเป็นพระพุทธเจ้าประการหนึ่ง และอยู่ที่พระนิพพานอีกประการหนึ่ง ท่านให้เราปฏิบัติตรงไปที่ท่าน แล้วเราควรจะไปยังไงไปแบบไหนกันเล่า จะไปแบบพุทธภูมิ หรือไปแบบสาวกภูมิ จึงทูลถามท่านไปว่า "ผมควรจะปฏิบัติอย่างไรครับ" เท่านั้นแหละพี่น้องเอ๋ย..... หลวงพ่อของเราที่นั่งห้อยขาแบบสบายๆ อารมณ์ ท่านคงนึกหมั่นไส้ความช่างสงสัยของเรา ท่านสวนกลับมาทันทีว่า "...มานี่..มานี่ เข้ามาถามใกล้ๆ นี่... " ในฝันน่ะ เห็นท่าทางท่านขยับไม้ขยับมือก็นึกรู้ว่า ขืนขยับเข้าไปถามใกล้ๆ เป็นได้โดนโขกหัวให้สักโป๊ก...สองโป๊ก เป็นแน่แท้... แล้วความฝันก็จบลงที่ตรงนั้น แต่ยังคงทิ้งความคาใจให้แก่คนช่างสงสัยอย่างพี่เรื่อยมา


จนกระทั่งได้มีโอกาสพูดคุยกับ อ.อู๋ อีกครั้ง ก็ได้รับคำแนะนำว่า ให้ปฏิบัติและทำหน้าที่ของตนไปเรื่อยๆ ช่วยเหลือคนให้ได้สักจำนวนหนึ่งก่อน พอถึงจุดๆ หนึ่งก็จะรู้เองว่าควรจะตัดสินใจอย่างไร อันที่จริงเรื่องใครจะเป็นอะไรทำหน้าที่อะไร "พระ" ท่านกำหนดไว้แล้ว เมื่อถึงวาระก็จะทราบเอง


หลังจากคุยกับ อ.อู๋ คราวนั้นแล้ว ก็คิดว่า ตัวเองมัวแต่สับสนอยู่อย่างนี้ก็ไม่เกิดประโยชน์อะไร มีแต่เสียเวลาเปล่า ตัดใจเลิกสงสัยเรื่องแนวทางการปฏิบัติออกไป และคิดว่าจะทำอย่างที่ทำมาต่อไปเรื่อยๆ ในขณะเดียวกันก็ไม่ทิ้งคำสอนของหลวงพ่อที่ให้เกาะพระนิพพานเอาไว้ เกาะบ้างไม่เกาะบ้างเป็นบางเวลา นึกขึ้นมาได้เมื่อไรก็เอื้อมมือไปเกาะไว้เสียทีหนึ่ง...


แล้วคืนหนึ่งก็นอนหลับฝันไปอีก ฝันว่าได้ไปเยี่ยมพระมหาโพธิสัตว์พระองค์หนึ่ง ท่านกำลังลงมาเดินเล่นใต้ตึกโรงพยาบาลศิริราช พอท่านนั่งลงกับพื้น พี่ก็เข้าไปกราบท่านที่ตัก ท่านทรงมีพระเมตตาเอามือลูบหัวพี่แล้วก็ให้พร แล้วตรัสว่า ในฐานะที่ท่านเป็นพระมหาโพธิสัตว์ "พระ" ท่านได้ฝากให้มาบอกแก่พี่ว่า พี่เคยได้รับพุทธพยากรณ์มาแล้ว ในฝันตอนนั้นรู้สึกปลื้มใจและมั่นใจขึ้น ที่เคยสงสัยว่าตัวเองเคยได้รับพุทธพยากรณ์มาหรือยังก็เป็นอันหมดสงสัย พระองค์ทรงตรัสต่อไปอีกว่า "ในชาตินี้ถ้าบวชก็จะเป็นพระดี ถ้าเข้ารับราชการก็จะเจริญก้าวหน้าจนได้เป็นปลัดกระทรวง..." โห...ดีใจสุดๆ เลย...นับว่าเป็นความฝันที่ดีมากๆ ...


เรื่องที่จะเล่าสู่กันอ่านก็มีเท่านี้แหละ....ทีนี้จะโมทนายังไงพอจะรู้หรือยังครับ.....(b-oneeye)

.
.

tamsak
21-08-2006, 01:17 PM
เรื่องนี้บางทีแม้ตัวเราเองก็ยังตัดสินใจตอนนี้ไม่ได้

แปลกนะ เรื่องตัวเองแท้ๆ แต่แม้ตัวเองก็ยังตัดสินใจตอนนี้ไม่ได้

แปลกป่าว...ที่ว่า..ถ้าตัดสินใจตอนนี้..ก็ยังไม่แน่ว่าจะทำได้อย่างที่ตัดสินใจเสมอไป....

เพราะการคิดในขณะที่ไม่รู้เรื่อง รู้ใจตัวเองจากใจจริง(ในเวลาอันควร) ...เป็นการบังคับจิตให้ผิดจากความเหมาะสม .. คิดหรือ แค่คำว่าพุทธภูมิ กับสาวกภูมิ มันแทนน้ำใจจริงจากใจจริงส่วนลึกทั้งหมดได้หมด... นั่นคือสิ่งที่เราคิดมาปิดกั้นจิต มิให้รู้เห็นตามความเป็นจริง..

อนาคตเป็นสิ่งที่เราไม่ควรไปคาดคิดเลยครับ ... เป็นด้วยประการะฉะนี้..

ปล. คำว่าปล่อยวาง ความหมายมันเต็มอัตรา



โห...อ้นเอ๊ย.....มัน "โดน" พี่เต็มๆ เลย...(verygood)

.
.

yeen
21-08-2006, 01:52 PM
ทุกอย่างในตอนนี้ มันไม่เที่ยง ทำๆไปเรื่อยๆดีกว่าคับ พี่ตั้ม

Carbonato
21-08-2006, 03:07 PM
..

หลังจากวันนั้นก็ตั้งใจว่าจะลาแน่นอน .... ทำเอาพานดอกไม้ธูปเทียนล้มลง ตอนนั้นใจวูบไปนิดหนึ่ง นึกไม่พอใจขึ้นมาแว่บหนึ่ง มีที่ว่างตั้งเยอะแยะทำไมไม่ไปนั่ง กลับมานั่งข้างเรา แถมทำพานเราล้มด้วย....

.

.
.

ก็ดีนะ ไม่เหยียบกลางพาน ...

อันนี้โคตรหยาม..

kasin84000
21-08-2006, 04:32 PM
อยากรู้จังครับว่า
ในยุคนี้ที่เหล่าพุทธภูมิ และ สาวกภูมิ ลงมาเกิดเป็นจำนวนมากมาย
มีฆราวาสท่านใดที่ได้สำเร็จอภิญญาใหญ่แบบเต็มอัตราบ้างแล้วครับ
ท่านที่อยู่ใกล้ๆ = อ.คนเมืองบัว ซึ่งท่านเป็นพระโพธิสัตว์ขนาดหนักมาก
มีบารมีแก่กล้ามาก เรื่องกรรมฐานไม่ต้องพูดถึง
ผมอดสงสัยไม่ได้ว่า เหตุใด อภิญญาใหญ่ถึงยังไม่บังเกิดแก่ท่านอีก
ได้เคยเรียนถามท่านไปแบบตรงๆ ซื่อๆ เลย
อาจารย์ให้คำตอบว่า ถ้าจำเป็นจริงๆ " ท่าน " ถึงอนุญาติให้ใช้ได้บ้างบางอย่าง
ประมาณนี้ ถ้าจำไม่ผิดนะครับ
ผมคิดในใจ โห ขนาดสุดยอดอย่าง อ.คนเมืองบัว ท่านยังไม่ได้แบบเต็มๆเลย
แล้วไอ้อย่างเราเนี่ย มันจะได้หรือ ไม่รู้อีกกี่ชาติถึงจะทำได้

Carbonato
21-08-2006, 11:12 PM
คิดไม่พอดี

คิดมากไป

ควรคิดวางเฉย ด้วยอาการสงบและสร้างความดีต่อ..

แค่บ่นอ่ะบ่นได้ครับ..แต่ตอนบ่นแล้วการปฏิบัติตอนจะแก้ตัว สังเกตไหมว่ามันช้าๆชอบกล

tamsak
22-08-2006, 08:34 AM
อยากรู้จังครับว่า
ในยุคนี้ที่เหล่าพุทธภูมิ และ สาวกภูมิ ลงมาเกิดเป็นจำนวนมากมาย
มีฆราวาสท่านใดที่ได้สำเร็จอภิญญาใหญ่แบบเต็มอัตราบ้างแล้วครับ...


พี่ว่าคงมีหลายท่านนะ แต่ท่านไม่ได้เปิดเผยหรือแสดงตัวมาก คงรอให้ถึงเวลาอันสมควรน่ะ เท่าที่คุยๆ กับ อ.อู๋ มา พอจะประมวลได้ว่าประมาณปี 2552 เป็นต้นไป คงจะได้เห็นคนที่สำเร็จอภิญญาใหญ่กันมากขึ้น และจะมีเยาวชนคนรุ่นใหม่มาสนใจฝึกและได้อภิญญากันมาก....คนที่มีหน้าที่สอนก็สอนกันไป คนที่ต้องการเรียนรู้ก็เรียนรู้กันไป...... อดใจรอหน่อยพวกเราคงอยู่ทันได้เห็นแน่นอน ดีไม่ดีที่คุยๆ กันอยู่ในหมู่พวกเรานี่แหละที่จะมีผู้สำเร็จอภิญญาใหญ่...คนใกล้ๆ ตัวนี่แหละ...หุ..หุ...หุ....


.
.

koisung
22-08-2006, 09:04 AM
เอ....แต่ก้อยว่าก้อยเจอแล้วนะ สำหรับคนได้อภิญญาใหญ่

พูดได้แค่ "ของจริงนิ่งเป็นใบ้" .... เท่านี้จริงๆค่ะ

โมเย
22-08-2006, 09:39 AM
....อ นุ โ ม ท น า ค่ ะ.....

jomr0547
22-08-2006, 07:55 PM
โมทนาด้วยคับ
ยินดีด้วย

Carbonato
23-08-2006, 12:38 AM
เดี๋ยวอีกหน่อย

ผมต้องคุ้ยกระทู้เก่าๆ ของสมาชิก มาตอบซะแว้ว


....ตั้งกระทู้ใหม่ทำไมให้เหนื่อย กระทู้เก่าก็ดีเกินพอ

(แต่มันก็ยังขี้เกียจอีกน่านแหละ แหะๆ)

ยายทองประสา
23-08-2006, 01:47 AM
บางอย่างมันเป็นไปของมันเอง

หลวงพ่อ ก็เคยเจอเรื่องนี้เหมือนกัน
สุดท้ายท่านก็ตัดใจ วกไปนิพพานในชาตินี้
ตรงตามที่ได้รับพยากรณ์ว่าจะลาๆ

kasin84000
23-08-2006, 02:54 AM
พี่ว่าคงมีหลายท่านนะ แต่ท่านไม่ได้เปิดเผยหรือแสดงตัวมาก คงรอให้ถึงเวลาอันสมควรน่ะ เท่าที่คุยๆ กับ อ.อู๋ มา พอจะประมวลได้ว่าประมาณปี 2552 เป็นต้นไป คงจะได้เห็นคนที่สำเร็จอภิญญาใหญ่กันมากขึ้น และจะมีเยาวชนคนรุ่นใหม่มาสนใจฝึกและได้อภิญญากันมาก....คนที่มีหน้าที่สอนก็สอนกันไป คนที่ต้องการเรียนรู้ก็เรียนรู้กันไป...... อดใจรอหน่อยพวกเราคงอยู่ทันได้เห็นแน่นอน ดีไม่ดีที่คุยๆ กันอยู่ในหมู่พวกเรานี่แหละที่จะมีผู้สำเร็จอภิญญาใหญ่...คนใกล้ๆ ตัวนี่แหละ...หุ..หุ...หุ....


ครับ
ยังไงก็ขอให้ อ้น , พี่ตั้ม แล้วก็ผมได้ด้วยก็แล้วกันครับ หุ หุ

Carbonato
23-08-2006, 07:56 AM
ครับ
ยังไงก็ขอให้ อ้น , พี่ตั้ม แล้วก็ผมได้ด้วยก็แล้วกันครับ หุ หุ

เรียน ทุกท่านครับ

เชิญชวนไปทอดกฐินที่วัดท่าซุงนะครับ ( 22 ต.ค. 49 )

ผมว่าผมคงจะได้ไป แต่ก็ยังไม่แน่เหมือนกัน

..............................

จึงประกาศให้ทราบโดยถัวเฉลี่ย (อิอิ)

เถรี
23-08-2006, 10:46 AM
เรียน ทุกท่านครับ

เชิญชวนไปทอดกฐินที่วัดท่าซุงนะครับ ( 22 ต.ค. 49 )

ผมว่าผมคงจะได้ไป แต่ก็ยังไม่แน่เหมือนกัน

..............................

จึงประกาศให้ทราบโดยถัวเฉลี่ย (อิอิ)

ถ้าไม่ไปเรากะแนนโทรไปจิก

เอ....แต่ก็ดีไปอีกอย่างนึง จะได้ไม่ต้องเลี้ยงข้าวเธอ อิอิอิ

kasin84000
25-08-2006, 12:43 AM
อ้น เข้ามาปั่นกระทู้หน่อย
เอาเรื่องอะไรมาเล่าก็ได้ ที่คิดว่าเป็นประโยชน์น่ะ

ศุกร์
26-08-2006, 01:32 PM
คล้ายๆ อย่างนั้นแหล่ะ จะมีโอกาสไปแตะๆ แล้วก็หล่นๆ สลับๆ กัน
แล้วเบื่อกิเลส อุปทาน ที่ต้องทนอยู่กับมัน ทั้งๆ ที่รู้ว่า ไม่ใช่ตัวเราเล๊ยย
เหมือนจะเสกหนอนกิเลสตัวนึงเฝ้าไม่ให้ตัวเองทำสำเร็จงัยไม่รู้..
คิดไปก็กลุ้ม ไม่ทันขาดคำเอาอีกแร่ะ ความกลุ้มก็ไม่ใช่ตัวเอง เง้อออ
เอางัยดีว่ะทีนี้ รู้อะไรบางอย่าง แต่เวลามาไม่ถึงนี้ก็กลุ้มไปอีกแบบน๊ะคำอ้วนน เอ๊ยย คำอ้น ^^'

เถรี
26-08-2006, 06:12 PM
แหะๆ อาจารย์ใหญ่ที่สุด ท่านยังไม่อนุญาต จะโกลาหลกันไปใหญ่ .. ขอโทษด้วยครับ ไว้ถึงเวลาเหมาะสมก่อนแล้วกัน..

ไอ้ไม่เหมาะสม อาจจะเป็นที่ตัวคนเล่ามันรู้ชุ่ยๆ ก็ได้ ..(i) (i)

ท่านให้รอไปอีก 4 เดือน ตาอ้น

ถึงตอนนั้นค่อยถามท่านใหม่ ว่าควรแก่กาลหรือยัง

ยายทองประสา
29-08-2006, 02:00 AM
เรื่องจะลาไม่ลา หลวงพ่อโดนมา 3 ครั้ง(ถ้าจำไม่ผิดนะครับ).
เช่น ว่าจะลา สมเด็จก็บอกว่าทำต่อเถอะอีกนิดเดียว
พอรอบสอง สมเด็จก็บอกว่าให้ตัดลัดเข้านิพพานเถอะ
พอรอบสาม สมเด็จก็บอกว่าทำต่อเถอะอีกนิดเดียว
รอบสาม หลวงพ่อลาเลย

ผมว่านะ คำว่า ทำต่อเถอะอีกนิดเดียว น่าจะหมายถึง อีกนิดเดียว ให้อดทนทำไปก่อน แล้วค่อยตัด งานบางอย่างต้องอาศัยกำลังของพุทธภูมิ


อย่าคิดว่าลาพุทธภูมิแล้วจะไปคนเดียว
หลวงพ่อลาแล้ว วิมานรอบๆ วิมานหลวงพอขึ้นเป็นแสนๆ
นี่แสดงว่าไม่ได้ไปคนเดียว

และอย่าเสี่ยงหวังพระปัจเจกภูมิ ว่าจะสามารถช่วยคนได้มากเลย
พระปัจเจกพุทธเจ้า จะเกิดในสมัยที่อายุกาลของมนุษย์กำลังถอยลด
และไม่อยู่ในธัมมาภิสมัยของพระพุทธกาล พระปัจเจกพระพุทธเจ้า 1 องค์ อาจสั่งสอนคนให้รู้ตามได้ไม่ถึง 100 คน เพราะผู้คนในสมัยนั้นจะเข้าใจอะไรยากมาก และมีเวลาตั้งอยู่ได้ไม่นาน เพียงชั่วอายุคนบ้าง ความเป็นอริยมรรคอริยผลก็หมดสิ้นแล้ว

ส่วนผมขอลาและจะทำหน้าที่ของตนอย่างเต็มที่

วิปจิตัญญู
29-08-2006, 11:12 AM
lj;oผมจะแย้งในเรื่องที่หนักข้อเลยเถิดมากเกินไป และแย้งแบบสุภาพอยู่แล้วครับ
ต้องคุณจอมมารที่เคยเข้ามาหน้าแรกๆ ซิครับ ดุเดือดจริงๆ ไม่รู้หายไปไหนแล้ว
ถึงจะเป็นพระโพธิสัตว์ใหญ่มาจากไหนก็เถอะครับ
ถ้ามาจาบจ้วงปรามาสต่อพระรัตนตรัย
และ พระเดชพระคุณหลวงพ่อเข้าละก็
ผมยอมไม่ได้หรอกครับ

อืมจริงๆ ผมไม่ได้อยากเข้ามาแย้งนะครับ การปกป้อง ครูบาอาจารย์เป้นสิ่งที่ดี เป็นความกตัญญู เป็นส่งประเสริฐ

ในตอนที่หลวงพ่อท่านยังมีชีวิต อยู่ ก็มีคนมากมาย เข้ามาว่า ท่าน บางท่าน ลับหลังไปแล้ว ก็ นินทา และ ส่งจดหมายมาด่า แรงๆ ก็มี ด่าตรงๆ ก็น่าจะมี พอดี ผมโง่ ไม่สามารถ ทราบได้ว่าท่าน โดนอะไรมาบ้าง เพราะ เกิดไม่ทันแต่ ลึกๆ ผมเข้าใจได้ ว่า ท่าน ไม่เคยตอบโต้ หรือ จิตจะ โดนกระทบตามไป กับ กระแส อาฆาต หรือ โทสะนั้นเลย กลับกัน จิตท่าน วางอารมณ์พวกนั้นได้ หมด ตรงนี้เป็น แก่นที่ท่าน สอนเรา และ เป็นธรรมทาน ไปในตัว

สาวกภูมิก็ดี พุทธภูมิก็ดี การบำเพ็ญบารมี 30 ทัศ ก็ดี อภัยทาน ขันติ และ อุเบกขา เป็น บารมี 3 อย่างที่ จำเป็นอย่างมาก สำหรับ ทั้ง 2 ภูมิ นอกจากจะเป็น กำลัง ใน วิปัสสนา แล้ว ยังเป็น เครื่อง กั้น อกุศลจิต ไม่ให้เข้ามา

การจะสอน หรือ ชี้แจง เหตุผลให้คน หรือ เปลี่ยน แปลง มิจฉาทิฐถิ นั้น พระพุทธเจ้า ได้เคยสอนไว้ ว่า ในเวลาที่เขาเป็ย มิจฉาทิฐถิเต็มที่ เป็น ปัธปรมะ ท่านจะไม่สอน เพราะ สอนไปก็ไม่รู้เรื่องไปเมตตา มากๆเข้าก็ โดนด่าว่าประชด ท่านจึง วางเฉย ไป พอ ขันธ์ 5 ของผู้นั้นเริ่มเหนื่อย เริ่มสงบลงมาแล้วแล้ว ท่านจึงชี้ให้เห็นถึง สัจธรรม และ ใช้ปัญญา ตาม ท่าน เอาชนะ มารในจิต ของผู้อื่น ด้วย ธรรม และ ความดี เสมอ

แต่ ท่านเป็น สัปภัญญู พวกเรา ไม่ใช่ ในเมื่อ เกินวิสัยที่แม้แต่ พระพุทธเจ้าท่านจะทำ ได้ ยิ่งท่านบำลุด้วย ปัญญาธิกะแล้วนั้น ท่านมีปัญญามาก ท่านทราบว่าการให้ธรรมทาน กับมิจฉาทิฐถิ ฉันใด ก็เสมือนกับ การให้ แก้ว แหวน เงินทอง แก่ ลิง ฉันนั้น

โพสต์ไปเยอะแล้ว หากเห็นว่าไม่มีประโยชน์มองข้ามไปได้เลยนะครับ หากมีประโยชน์บ้างก็เป็นเพราะตัวคุณ กสิน 84000
เห็นประโยชน์เอง หากเห็นว่าไม่พอใจผมขออภัยล่วงหน้าไว้ ณ ที่นี้ครับ

สุดท้ายนี้
<?xml:namespace prefix = o ns = "urn:schemas-microsoft-com:office:office" /><o:p></o:p>
ขอให้มีความสุขกับชีวิต กับการทำงาน และ เจริญก้าวหน้า ยิ่งๆ ขึ้นไป ทุกท่าน ครับ

Ps. พอดีติดธุระทางโลก มาสานต่อให้จบแล้วครับ

kasin84000
29-08-2006, 01:35 PM
ถามอ้น
ตอนนี้ซุ่มฝึกกสิณอยู่ด้วยหรือเปล่าครับ ( หมายถึง ฝึกข้างล่างนะครับ )
ได้กองไหนแล้วบ้างครับ ( หมายถึง อธิษฐานฤทธิ์ในกสิณกองนั้นได้ )

เถรี
02-09-2006, 12:14 PM
ขออนุญาติองค์สัมมาสัมพุทธเจ้าทุกๆพระองค์
หลวงพ่อปาน และหลวงพ่อฤาษีลิงดำ
และขออนุญาติอ้น
นำเรื่องการสนทนาผ่านทาง MSN เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2549 และวันที่ 20 สิงหาคม มาเปิดเผย
โดยมีเจตนาหวังเพื่อให้ผู้อื่นมีกำลังใจในการปฏิบัติเพิ่มขึ้นและมีข้อธรรมบางอย่างซึ่งสามารถนำไปพิจารณาได้


17/08/2006
-----------------------------------------------------------------

[[[ ทำบุญในการรักษาพยาบาลได้ดี ]]] says:

จะให้ไปดูชั้นไหน?

{{** Gui**}ผู้หญิงสวยเพราะผิวหนังขาวๆปิดอยู่ ผิวหนังบางๆนั้นปกปิดความน่าสยดสยองไว้ says:

เอานิพพานดีกว่า

{{** Gui**}ผู้หญิงสวยเพราะผิวหนังขาวๆปิดอยู่ ผิวหนังบางๆนั้นปกปิดความน่าสยดสยองไว้ says:

ไม่ต้องไปที่อื่นหรอก

[[[ ทำบุญในการรักษาพยาบาลได้ดี ]]] says:

นิพพานตอนนี้จิตเธอยังปรับได้ไม่ดีมาก

[[[ ทำบุญในการรักษาพยาบาลได้ดี ]]] says:

ต้องไปบ่อยๆนะ

{{** Gui**}ผู้หญิงสวยเพราะผิวหนังขาวๆปิดอยู่ ผิวหนังบางๆนั้นปกปิดความน่าสยดสยองไว้ says:

อืม

[[[ ทำบุญในการรักษาพยาบาลได้ดี ]]] says:

วิมานเธอตอนนี้เลยดูหมองๆไปหน่อย

[[[ ทำบุญในการรักษาพยาบาลได้ดี ]]] says:

มองแล้วตัดสินลำบาก

{{** Gui**}ผู้หญิงสวยเพราะผิวหนังขาวๆปิดอยู่ ผิวหนังบางๆนั้นปกปิดความน่าสยดสยองไว้ says:

ตอนนี้หมองกว่าเดิมเพราะศีลพร่อง

[[[ ทำบุญในการรักษาพยาบาลได้ดี ]]] says:

เพราะว่า ถ้าจิตเธอดีกว่านี้.. ไม่ต้องไปตั้งจิตดูยากเลย

[[[ ทำบุญในการรักษาพยาบาลได้ดี ]]] says:

มันจะเห็นชัด

[[[ ทำบุญในการรักษาพยาบาลได้ดี ]]] says:

แต่นี่ ถ้าจะเจาะข้อมูลลึก ก็กลัวจะพลาด เพราะไม่แสดงความเด่นออกมา

[[[ ทำบุญในการรักษาพยาบาลได้ดี ]]] says:

เคยปรารถนาอรหันต์ไหม?

{{** Gui**}ผู้หญิงสวยเพราะผิวหนังขาวๆปิดอยู่ ผิวหนังบางๆนั้นปกปิดความน่าสยดสยองไว้ says:

เคย

[[[ ทำบุญในการรักษาพยาบาลได้ดี ]]] says:

น่านแหละดี

[[[ ทำบุญในการรักษาพยาบาลได้ดี ]]] says:

จริงๆ พุทธภูมิไม่บรรลุง่ายๆหรอกจะบอกให้

ถ้าเรารู้ตัวแล้วว่าเราปรารถนาพุทธภูมิแล้ว

[[[ ทำบุญในการรักษาพยาบาลได้ดี ]]] says:

มั่นใจแล้ว

[[[ ทำบุญในการรักษาพยาบาลได้ดี ]]] says:

ให้ปรารนารู้พระนิพพานแบบพระอรหันต์ไปเลย

[[[ ทำบุญในการรักษาพยาบาลได้ดี ]]] says:

นี่แหละ..กำลังใจเราจะได้คืนมา

[[[ ทำบุญในการรักษาพยาบาลได้ดี ]]] says:

ไอ้พวก วนๆไปใน พุทธภูมิ แต่ไม่กล้าวิปัสสนา

[[[ ทำบุญในการรักษาพยาบาลได้ดี ]]] says:

..ก็ยังอีกนาน กว่าจะกลับมาถูกทาง

[[[ ทำบุญในการรักษาพยาบาลได้ดี ]]] says:

ทั้งๆที่อดีตชาติก็ทำมาแบบนี้

[[[ ทำบุญในการรักษาพยาบาลได้ดี ]]] says:

แต่ชาตินี้มารเยอะหน่อย เลยทำให้ช้า

[[[ ทำบุญในการรักษาพยาบาลได้ดี ]]] says:

ก็ถ้ารู้ว่าเป็นมาร ก็ให้แก้ไข

{{** Gui**}ผู้หญิงสวยเพราะผิวหนังขาวๆปิดอยู่ ผิวหนังบางๆนั้นปกปิดความน่าสยดสยองไว้ says:

พยายามไปบอกกะพระพุทธเจ้าอยู่เรื่อยๆ ในสิ่งที่ตนปรารถนา ไม่งั้นเดี๋ยวกำลังใจแฟ่บ

[[[ ทำบุญในการรักษาพยาบาลได้ดี ]]] says:

เป็นเหมือนกันแหละ..

[[[ ทำบุญในการรักษาพยาบาลได้ดี ]]] says:

แต่ก่อนเป็นแบบนั้นจริงๆ

[[[ ทำบุญในการรักษาพยาบาลได้ดี ]]] says:

คิดไปหมดเลย

[[[ ทำบุญในการรักษาพยาบาลได้ดี ]]] says:

ว่าพระฯท่านคงจะทำให้เรา เป็นพระสาวกให้ได้แน่ๆ

[[[ ทำบุญในการรักษาพยาบาลได้ดี ]]] says:

คิดไปหม๊ดดดด

[[[ ทำบุญในการรักษาพยาบาลได้ดี ]]] says:

พอไปหาองค์ปฐมบ่อยๆเข้า ก็เริ่มเข้าใจ

[[[ ทำบุญในการรักษาพยาบาลได้ดี ]]] says:

กำลังจิตพุทธภูมิ มันขึ้นกับตัวเองล้วนๆ..

[[[ ทำบุญในการรักษาพยาบาลได้ดี ]]] says:

ยิ่งปรมัตถ์แบบพวกเรา

[[[ ทำบุญในการรักษาพยาบาลได้ดี ]]] says:

แม้จะมีกรรมมาบังไว้เยอะ แต่ชาตินี้สามารถที่จะเอาคืนถึงจุดเดิม แล้วสร้างต่อได้อย่างสบาย

[[[ ทำบุญในการรักษาพยาบาลได้ดี ]]] says:

มาร คือ ตัวขวาง .. ตัวขวาง ก็คือ มาร..

[[[ ทำบุญในการรักษาพยาบาลได้ดี ]]] says:

ไอ้ตัวขวางจริงๆ คือ จิตที่โง่ ตะหาก

[[[ ทำบุญในการรักษาพยาบาลได้ดี ]]] says:

แล้วเมื่อไหร่จะฉลาด -- ก็เรื่อยๆ แล้วกัน

{{** Gui**}ผู้หญิงสวยเพราะผิวหนังขาวๆปิดอยู่ ผิวหนังบางๆนั้นปกปิดความน่าสยดสยองไว้ says:

ลองผิด ลองถูกมันไป

[[[ ทำบุญในการรักษาพยาบาลได้ดี ]]] says:

(เทศน์จบแว้ว)

{{** Gui**}ผู้หญิงสวยเพราะผิวหนังขาวๆปิดอยู่ ผิวหนังบางๆนั้นปกปิดความน่าสยดสยองไว้ says:

แต่ฉันว่ามีอีกกัณฑ์นะอ้น

[[[ ทำบุญในการรักษาพยาบาลได้ดี ]]] says:

วันนี้เอา สามกัณฑ์ยังไหว.. ดูจิตแล้วเทศน์เลย

{{** Gui**}ผู้หญิงสวยเพราะผิวหนังขาวๆปิดอยู่ ผิวหนังบางๆนั้นปกปิดความน่าสยดสยองไว้ says:

เดี๋ยวเธอเทศน์ฉันต่ออีก เชื่อดิ

[[[ ทำบุญในการรักษาพยาบาลได้ดี ]]] says:

มันเห็นจุดพร่องหนิ..แล้วเรามั่นใจว่า เราเทศน์ด้วยความพิเศษคือเราให้ปัญญา ให้ความสุข

[[[ ทำบุญในการรักษาพยาบาลได้ดี ]]] says:

เราเทศน์ด้วยสักกายทิฏฐิเราระดับน้อย

[[[ ทำบุญในการรักษาพยาบาลได้ดี ]]] says:

ท่านจะฟังหรือไม่ฟัง ก็ไม่เกี่ยวกัน .. แต่หากท่านเห็นประโยชน์ในคำเทศน์

[[[ ทำบุญในการรักษาพยาบาลได้ดี ]]] says:

ก็คิดและปฏิบัติตามไปแล้วกัน

{{** Gui**}ผู้หญิงสวยเพราะผิวหนังขาวๆปิดอยู่ ผิวหนังบางๆนั้นปกปิดความน่าสยดสยองไว้ says:

เอามาอีกกัณฑ์

[[[ ทำบุญในการรักษาพยาบาลได้ดี ]]] says:

บางคนเทศน์แล้วเราทุกข์แบบนี้ไม่ต้องการ

{{** Gui**}ผู้หญิงสวยเพราะผิวหนังขาวๆปิดอยู่ ผิวหนังบางๆนั้นปกปิดความน่าสยดสยองไว้ says:

บางคนก็รับฟังไม่ได้นะ ทไมถึงเป็นแแบบนั้น

{{** Gui**}ผู้หญิงสวยเพราะผิวหนังขาวๆปิดอยู่ ผิวหนังบางๆนั้นปกปิดความน่าสยดสยองไว้ says:

เรื่องเป็นสิริมงคลแก่ตัวเองแท้ๆ

{{** Gui**}ผู้หญิงสวยเพราะผิวหนังขาวๆปิดอยู่ ผิวหนังบางๆนั้นปกปิดความน่าสยดสยองไว้ says:

กลับหนี ปิดหูซะงั้น

[[[ ทำบุญในการรักษาพยาบาลได้ดี ]]] says:

มันแล้วแต่ผู้ฟังด้วย

[[[ ทำบุญในการรักษาพยาบาลได้ดี ]]] says:

ถ้าผู้ฟัง มีทิฏฐิระดับหนึ่ง ผู้นั้นก็จะฟังได้ระดับที่ไม่ชนทิฏฐิตัวเอง ..เพราะถ้าชนทิฏฐิตัวเอง เค้าจะไม่เชื่อ หรือ ไม่เข้าใจถ่องแท้ เพราะมีทิฏฐิมากั้น

[[[ ทำบุญในการรักษาพยาบาลได้ดี ]]] says:

แต่ถ้าผู้ฟัง ยอมลดตนมา ด้วยความนับถือว่า เค้าเป็นผู้เทศน์เราด้วยใจจริง มีความเมตตาธรรมจริง... ผู้นั้นฟังใครเทศน์ก็ได้

[[[ ทำบุญในการรักษาพยาบาลได้ดี ]]] says:

แต่ปัญหามีอีกคือ คนที่เทศน์

[[[ ทำบุญในการรักษาพยาบาลได้ดี ]]] says:

เทศน์ได้ดีหรือเปล่า ตรงจุดไหม แล้วมีความฉลาดในการเทศน์พอไหม

[[[ ทำบุญในการรักษาพยาบาลได้ดี ]]] says:

ความสำคัญ หรือ ประเด็น ก็อยู่ที่เรา... คนอื่นเราไปหวังไม่ได้ เราเป็นผู้ให้ เราก็ต้องปรับตัวเองเสมอ

[[[ ทำบุญในการรักษาพยาบาลได้ดี ]]] says:

ไม่ว่าการฟัง เราก็ให้ คือให้ลดทิฏฐิตัวเอง ยอมสงบยอมเคารพนับถือเป็นอาจารย์

[[[ ทำบุญในการรักษาพยาบาลได้ดี ]]] says:

การเทศน์ เราก็ให้ คือ ให้ความอยากใดๆ สิ้นไป พูดไปด้วยธรรมจริง และถูกประเด็น มีสาระ เขาน่าฟัง น่าอ่าน จริง

[[[ ทำบุญในการรักษาพยาบาลได้ดี ]]] says:

ความจริงใจ ในการพูด การฟัง เป็นบารมีของการเกื้อกูล...เพราะทำให้ประโยช์สำเร็จทั้งสองฝ่าย..

[[[ ทำบุญในการรักษาพยาบาลได้ดี ]]] says:

จบ..

{{** Gui**}ผู้หญิงสวยเพราะผิวหนังขาวๆปิดอยู่ ผิวหนังบางๆนั้นปกปิดความน่าสยดสยองไว้ says:

ถ้าฝ่ายที่รับฟังไม่เคยมีมีส่วนเกียวข้องกะฝ่ายเทศน์มาเลยในกาลก่อน เป็นไปได้ไหม ที่เค้าพร้อมจะรับฟังแต่โดยดี และรับมันไปอย่างง่ายดาย

[[[ ทำบุญในการรักษาพยาบาลได้ดี ]]] says:

(เฮ่ย วิมานเธอสว่างแว๊บๆ)

[[[ ทำบุญในการรักษาพยาบาลได้ดี ]]] says:

ก็ถ้าเป็นเรื่องเดียวกัน แต่กำลังประสบอยู่ ถ้าฟังแล้วพิจารณาดีๆ ก็รับไป เข้าใจได้

[[[ ทำบุญในการรักษาพยาบาลได้ดี ]]] says:

แต่มันลำบากตรงที่ผู้ฟัง พร้อมรับไหม

[[[ ทำบุญในการรักษาพยาบาลได้ดี ]]] says:

ปรกติผู้ฟังไม่พร้อมรับ .. เพราะบางทีเจอคนเทศน์ก็มีความเกลียดในใจแล้วเพราะเคยเป็นศัตรูกันมาก่อน

[[[ ทำบุญในการรักษาพยาบาลได้ดี ]]] says:

แล้ว ถ้ามีบุญด้วยกันมา พูดผิด..ก็ยังคิดไปถูกได้เลย

[[[ ทำบุญในการรักษาพยาบาลได้ดี ]]] says:

บุญมันเกื้อหนุนด้วย พิเศษกว่าเยอะ..

{{** Gui**}ผู้หญิงสวยเพราะผิวหนังขาวๆปิดอยู่ ผิวหนังบางๆนั้นปกปิดความน่าสยดสยองไว้ says:

กำลังนึกถึงหลวงปู่ตื้ออยู่

[[[ ทำบุญในการรักษาพยาบาลได้ดี ]]] says:

กุ๋ย เธอมองวิมานที่นิพพานเธอดิ๊ ตอนนี้พอเห็นไหม

[[[ ทำบุญในการรักษาพยาบาลได้ดี ]]] says:

จะเล่าอะไรให้ฟัง..

{{** Gui**}ผู้หญิงสวยเพราะผิวหนังขาวๆปิดอยู่ ผิวหนังบางๆนั้นปกปิดความน่าสยดสยองไว้ says:

พอเห็นนะ

[[[ ทำบุญในการรักษาพยาบาลได้ดี ]]] says:

ให้มองนิพพานแล้วกำหนดจิตไว้..

[[[ ทำบุญในการรักษาพยาบาลได้ดี ]]] says:

พิจารณา..

[[[ ทำบุญในการรักษาพยาบาลได้ดี ]]] says:

เป็นโพธิสัตว์ทั้งที แม้ตัวเองจะอยู่สวรรค์ อยู่โลก แต่สอนให้เขาไปนิพพานได้ แบบนี้คิดว่าพอทำได้ไหม??

[[[ ทำบุญในการรักษาพยาบาลได้ดี ]]] says:

คือ แม้ตัวเองจะโง่ระดับหนึ่ง แต่สามารถสอนให้เค้าไปนิพพานได้จริงๆ แบบนี้จะยอมทำไหม?

{{** Gui**}ผู้หญิงสวยเพราะผิวหนังขาวๆปิดอยู่ ผิวหนังบางๆนั้นปกปิดความน่าสยดสยองไว้ says:

ทำได้ นะ

{{** Gui**}ผู้หญิงสวยเพราะผิวหนังขาวๆปิดอยู่ ผิวหนังบางๆนั้นปกปิดความน่าสยดสยองไว้ says:

แต่คิดว่าพ่วงคนไปไม่เยอะอ่ะ

[[[ ทำบุญในการรักษาพยาบาลได้ดี ]]] says:

ถ้ากุ๋ยรับตรงนี้ได้.. จิตจะปรับไปนิพพานได้ดีขึ้น

[[[ ทำบุญในการรักษาพยาบาลได้ดี ]]] says:

นี่คือประเด็นน้อยที่สุด..

[[[ ทำบุญในการรักษาพยาบาลได้ดี ]]] says:

เดี๋ยวถามก่อน..

[[[ ทำบุญในการรักษาพยาบาลได้ดี ]]] says:

ถ้าเค้าจะไปนิพพาน จะยอมสละได้ไหม สละความเสียดายประโยชน์ตัวเองว่า เขาไปดีแล้ว เรายังทนทุกข์อยู่

{{** Gui**}ผู้หญิงสวยเพราะผิวหนังขาวๆปิดอยู่ ผิวหนังบางๆนั้นปกปิดความน่าสยดสยองไว้ says:

ยอมได้ดิ

[[[ ทำบุญในการรักษาพยาบาลได้ดี ]]] says:

(ก็สละได้ไม่หมดหรอก แต่พยายามได้บ้างไหม)

{{** Gui**}ผู้หญิงสวยเพราะผิวหนังขาวๆปิดอยู่ ผิวหนังบางๆนั้นปกปิดความน่าสยดสยองไว้ says:

ยอมให้คนอื่นไปก่อน

[[[ ทำบุญในการรักษาพยาบาลได้ดี ]]] says:

ยอมได้ใช่ไหม ..

{{** Gui**}ผู้หญิงสวยเพราะผิวหนังขาวๆปิดอยู่ ผิวหนังบางๆนั้นปกปิดความน่าสยดสยองไว้ says:

อืม

[[[ ทำบุญในการรักษาพยาบาลได้ดี ]]] says:

ก็ถ้ายอมได้

[[[ ทำบุญในการรักษาพยาบาลได้ดี ]]] says:

แล้ว ยอมรับรู้จิตพระนิพพานของเขาได้ไหม

[[[ ทำบุญในการรักษาพยาบาลได้ดี ]]] says:

แต่เรายังเกาะกิเลสอยู่ แต่จะเบาลงแค่นั้นเอง

{{** Gui**}ผู้หญิงสวยเพราะผิวหนังขาวๆปิดอยู่ ผิวหนังบางๆนั้นปกปิดความน่าสยดสยองไว้ says:

อืม คงต้องยอมล่ะ

[[[ ทำบุญในการรักษาพยาบาลได้ดี ]]] says:

ก็แค่ดูนี่เธอ

[[[ ทำบุญในการรักษาพยาบาลได้ดี ]]] says:

แค่ดู แค่เข้าใจ

[[[ ทำบุญในการรักษาพยาบาลได้ดี ]]] says:

แต่เมตตาที่มี มันจะเอากิเลสไว้ เพื่อช่วยคนอื่น

[[[ ทำบุญในการรักษาพยาบาลได้ดี ]]] says:

กิเลสที่มี จึงเป็นกิเลสที่ประกอบไปด้วยเมตตา ไม่ใช่กิเลสแบบปุถุชนทั่วไป

[[[ ทำบุญในการรักษาพยาบาลได้ดี ]]] says:

นี่เป็นกิเลสของพระโพธิสัตว์ปรมัตถ์

{{** Gui**}ผู้หญิงสวยเพราะผิวหนังขาวๆปิดอยู่ ผิวหนังบางๆนั้นปกปิดความน่าสยดสยองไว้ says:

อืม

[[[ ทำบุญในการรักษาพยาบาลได้ดี ]]] says:

นี่แหละ มันต่างกัน สาวกภูมิ พุทธภูมิ ต่างกัน

[[[ ทำบุญในการรักษาพยาบาลได้ดี ]]] says:

เมตตาของพุทธภูมิเป็นตัวขับเคลื่อนทุกบารมี

[[[ ทำบุญในการรักษาพยาบาลได้ดี ]]] says:

นี่อย่างหยาบสุด..เพราะอย่างสูงสุดนั้น ใช้ทุกบารมี

{{** Gui**}ผู้หญิงสวยเพราะผิวหนังขาวๆปิดอยู่ ผิวหนังบางๆนั้นปกปิดความน่าสยดสยองไว้ says:

วันนี้เธอทำให้ฉันเห็นวิมานฉันชัดกว่าทุกๆวัน

[[[ ทำบุญในการรักษาพยาบาลได้ดี ]]] says:

พุทธภูมิมันไม่เหมือนสาวกภูมิ

[[[ ทำบุญในการรักษาพยาบาลได้ดี ]]] says:

กำลังพุทธภูมิมันสูงกว่า

[[[ ทำบุญในการรักษาพยาบาลได้ดี ]]] says:

แต่ถ้าวันไหนเข้าใจพุทธภูมิมากขึ้น ก็จะเข้าใจเมตตาของพระพุทธเจ้ามากขึ้น

[[[ ทำบุญในการรักษาพยาบาลได้ดี ]]] says:

ก็ถ้าเห็นพระนิพพานของผู้ที่เราสอนได้แล้ว

[[[ ทำบุญในการรักษาพยาบาลได้ดี ]]] says:

แล้วลองเปรียบดูบารมีเก่า ว่า นิพพานของสาวกภูมิธรรมดา กับนิพพานของพุทธภูมิปรมัตถ์.. อย่างไหนมีกำลังใจสูงกว่า ละเอียดกว่า ให้ดูที่จิตดีๆ

[[[ ทำบุญในการรักษาพยาบาลได้ดี ]]] says:

แล้วเธอคิดว่า พุทธภูมินี่ทรงอารมณ์นิพพานลำบากไหม??? ...หือ

{{** Gui**}ผู้หญิงสวยเพราะผิวหนังขาวๆปิดอยู่ ผิวหนังบางๆนั้นปกปิดความน่าสยดสยองไว้ says:

ไม่นะ

{{** Gui**}ผู้หญิงสวยเพราะผิวหนังขาวๆปิดอยู่ ผิวหนังบางๆนั้นปกปิดความน่าสยดสยองไว้ says:

ไม่ลำบากนะ

[[[ ทำบุญในการรักษาพยาบาลได้ดี ]]] says:

นอกจากไม่ลำบาก

[[[ ทำบุญในการรักษาพยาบาลได้ดี ]]] says:

มันยังง่ายด้วย

[[[ ทำบุญในการรักษาพยาบาลได้ดี ]]] says:

แต่ ที่เหลือมาปฏิบัติทุกวันนี้

[[[ ทำบุญในการรักษาพยาบาลได้ดี ]]] says:

ก็เพราะ "มาเก็บความละเอียดหรอก"

[[[ ทำบุญในการรักษาพยาบาลได้ดี ]]] says:

พระพุทธเจ้าท่านเรียกว่า "การเจียระไนเพชร"

[[[ ทำบุญในการรักษาพยาบาลได้ดี ]]] says:

ธาตุเพชรเรามีหมดแล้ว

{{** Gui**}ผู้หญิงสวยเพราะผิวหนังขาวๆปิดอยู่ ผิวหนังบางๆนั้นปกปิดความน่าสยดสยองไว้ says:

อืม

[[[ ทำบุญในการรักษาพยาบาลได้ดี ]]] says:

ถึงมีไม่หมดก็ขาดอยู่นิดๆหน่อยๆ จะมีตอนไหนก็ได้

{{** Gui**}ผู้หญิงสวยเพราะผิวหนังขาวๆปิดอยู่ ผิวหนังบางๆนั้นปกปิดความน่าสยดสยองไว้ says:

:d

[[[ ทำบุญในการรักษาพยาบาลได้ดี ]]] says:

จิตสว่างกว่าเดิมมากเลยนะ

{{** Gui**}ผู้หญิงสวยเพราะผิวหนังขาวๆปิดอยู่ ผิวหนังบางๆนั้นปกปิดความน่าสยดสยองไว้ says:

เหอะๆ ปิติขึ้นมาเยอะนี่

{{** Gui**}ผู้หญิงสวยเพราะผิวหนังขาวๆปิดอยู่ ผิวหนังบางๆนั้นปกปิดความน่าสยดสยองไว้ says:

เมื่อกี้เศร้าหมองกะศีลอยู่ด้วย

[[[ ทำบุญในการรักษาพยาบาลได้ดี ]]] says:

แต่มันลำบากตรงนึง

[[[ ทำบุญในการรักษาพยาบาลได้ดี ]]] says:

พุทธภูมิแม้จะเก่งกาจเพียงไหน

[[[ ทำบุญในการรักษาพยาบาลได้ดี ]]] says:

เสื่อมได้..

{{** Gui**}ผู้หญิงสวยเพราะผิวหนังขาวๆปิดอยู่ ผิวหนังบางๆนั้นปกปิดความน่าสยดสยองไว้ says:

มาร และชาติภพทำให้ลืมหรือ

[[[ ทำบุญในการรักษาพยาบาลได้ดี ]]] says:

ใช่..

[[[ ทำบุญในการรักษาพยาบาลได้ดี ]]] says:

วันนี้พอแล้ว

[[[ ทำบุญในการรักษาพยาบาลได้ดี ]]] says:

กลัวจะเมื่อย

[[[ ทำบุญในการรักษาพยาบาลได้ดี ]]] says:

ไว้วันหลังสอนต่อ จะเรียกกำลังจิตเก่าให้ ต่อไปญาณจะแจ่มชัดและทะลุทะลวง

[[[ ทำบุญในการรักษาพยาบาลได้ดี ]]] says:

ตั้งแต่เริ่มเข้าใจเรื่องพุทธภูมินะ... กิเลสทุกอย่างเหมือนจะเปลี่ยนหน้าตา

[[[ ทำบุญในการรักษาพยาบาลได้ดี ]]] says:

กิเลสอ่ะเหมือนกัน แต่กิเลสทุกตัวมันไม่เหมือนกิเลสคนอื่น

[[[ ทำบุญในการรักษาพยาบาลได้ดี ]]] says:

พอเข้าใจป่ะ

[[[ ทำบุญในการรักษาพยาบาลได้ดี ]]] says:

..งั้นไปหล่ะนะ...

{{** Gui**}ผู้หญิงสวยเพราะผิวหนังขาวๆปิดอยู่ ผิวหนังบางๆนั้นปกปิดความน่าสยดสยองไว้ says:

อืม

[[[ ทำบุญในการรักษาพยาบาลได้ดี ]]] says:

ถ้าเธอรับไหว เคาะอีก 10 วัน เราก็ทันกันแล้ว

[[[ ทำบุญในการรักษาพยาบาลได้ดี ]]] says:

อ่อ พระท่านไม่ให้ทำอย่างนั้น ท่านให้เว้นปฏิบัติเอง พุทธภูมิรู้เอง

[[[ ทำบุญในการรักษาพยาบาลได้ดี ]]] says:

แค่ช่วยกันไปตามเรื่องตามราว

[[[ ทำบุญในการรักษาพยาบาลได้ดี ]]] says:

ท่านให้เว้นปฏิบัติเอง -- เว้นเวลาสอน เอาเวลาว่างๆไปฝึกเอง คิดเอง

[[[ ทำบุญในการรักษาพยาบาลได้ดี ]]] says:

กว่าจะมาแปลคำพูดตัวเองอีก

{{** Gui**}ผู้หญิงสวยเพราะผิวหนังขาวๆปิดอยู่ ผิวหนังบางๆนั้นปกปิดความน่าสยดสยองไว้ says:

เพียงแต่ให้เธอมาสะกิดนึดนึง

[[[ ทำบุญในการรักษาพยาบาลได้ดี ]]] says:

-*- นี่แหละ ภาษาจิตมันเข้าใจ แต่แปลเป็นคำพูดมันยาวววววววว

เถรี
02-09-2006, 12:24 PM
สนทนากับอ้น เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2549

................................................................

{** Gui**}"ของดีอยู่ที่ตัวเรา ให้หมั่นดูจิต รักษาจิต" says:
<DIR>เมื่อคืนท่านมาเตือนฉัน
</DIR>{{** Gui**}"ของดีอยู่ที่ตัวเรา ให้หมั่นดูจิต รักษาจิต" says:
<DIR>3 องค์เลย
</DIR>[[[ ทำบุญในการรักษาพยาบาลได้ดี ]]] says:
<DIR>ท่านว่าอย่างไร
</DIR>{{** Gui**}"ของดีอยู่ที่ตัวเรา ให้หมั่นดูจิต รักษาจิต" says:
<DIR>องค์ใหญ่ องค์ปัจจุบัน และหลวงพ่อ
</DIR>{{** Gui**}"ของดีอยู่ที่ตัวเรา ให้หมั่นดูจิต รักษาจิต" says:
<DIR>ท่านบอกว่าอย่าพึ่งไปสอนคนอื่น
</DIR>{{** Gui**}"ของดีอยู่ที่ตัวเรา ให้หมั่นดูจิต รักษาจิต" says:
<DIR>โดนเตือน 3 ครั้งแล้ว
</DIR>[[[ ทำบุญในการรักษาพยาบาลได้ดี ]]] says:
<DIR>ใช่ๆ..
</DIR>[[[ ทำบุญในการรักษาพยาบาลได้ดี ]]] says:
<DIR>อันนี้ก็เห็นด้วย
</DIR>{{** Gui**}"ของดีอยู่ที่ตัวเรา ให้หมั่นดูจิต รักษาจิต" says:
<DIR>ท่านบอกว่าตอนนี้ให้ เงียบ สงบปากไว้ก่อน
</DIR>[[[ ทำบุญในการรักษาพยาบาลได้ดี ]]] says:
<DIR>สอนได้แต่ห้ามสอนเกี่ยวกับมโนฯ
</DIR>[[[ ทำบุญในการรักษาพยาบาลได้ดี ]]] says:
<DIR>คือ ให้สอนสุขวิปัสสโกเท่านั้น
</DIR>[[[ ทำบุญในการรักษาพยาบาลได้ดี ]]] says:
<DIR>เฉพาะตอนนี้นะ ตอนหน้าว่ากันใหม่
</DIR>{{** Gui**}"ของดีอยู่ที่ตัวเรา ให้หมั่นดูจิต รักษาจิต" says:
<DIR>อืม
</DIR>
{{** Gui**}"ของดีอยู่ที่ตัวเรา ให้หมั่นดูจิต รักษาจิต" says:
<DIR>หลวงพ่อท่านบอกว่า เวลาจะสอนคนอื่นให้ดูจิตของเรา และดูจิตของคนที่จะสอนด้วย
</DIR>[[[ ทำบุญในการรักษาพยาบาลได้ดี ]]] says:
<DIR>ใช่ๆ
</DIR>[[[ ทำบุญในการรักษาพยาบาลได้ดี ]]] says:
<DIR>เจโตฯ
</DIR>[[[ ทำบุญในการรักษาพยาบาลได้ดี ]]] says:
<DIR>โมทนาๆที่หลวงพ่อพูด
</DIR>[[[ ทำบุญในการรักษาพยาบาลได้ดี ]]] says:
<DIR>ให้กุ๋ย ฝึกจิตไปหน่อย
</DIR>[[[ ทำบุญในการรักษาพยาบาลได้ดี ]]] says:
<DIR>ให้ฝึกญาณให้ดี
</DIR>{{** Gui**}"ของดีอยู่ที่ตัวเรา ให้หมั่นดูจิต รักษาจิต" says:
<DIR>อืม
</DIR>[[[ ทำบุญในการรักษาพยาบาลได้ดี ]]] says:
<DIR>ฝึกดูจิต อนุญาตให้ดูจิตข้าพเจ้า
</DIR>[[[ ทำบุญในการรักษาพยาบาลได้ดี ]]] says:
<DIR>จริงๆ ต้องไปหาองค์ปัจจุบัน
</DIR>[[[ ทำบุญในการรักษาพยาบาลได้ดี ]]] says:
<DIR>ขอนิมิตการฝึกดูจิต(เจโตฯ)
</DIR>{{** Gui**}"ของดีอยู่ที่ตัวเรา ให้หมั่นดูจิต รักษาจิต" says:
<DIR>อืมๆๆๆ
</DIR>{{** Gui**}"ของดีอยู่ที่ตัวเรา ให้หมั่นดูจิต รักษาจิต" says:
<DIR>thanks
</DIR>[[[ ทำบุญในการรักษาพยาบาลได้ดี ]]] says:
<DIR>เล่นหอป่าว
</DIR>[[[ ทำบุญในการรักษาพยาบาลได้ดี ]]] says:
<DIR>มาฝึกกาน จะช่วยบอก
</DIR>{{** Gui**}"ของดีอยู่ที่ตัวเรา ให้หมั่นดูจิต รักษาจิต" says:
<DIR>เอาดิ
</DIR>[[[ ทำบุญในการรักษาพยาบาลได้ดี ]]] says:
<DIR>ลองคิดว่า จะไปให้ใครสอน?
</DIR>{{** Gui**}"ของดีอยู่ที่ตัวเรา ให้หมั่นดูจิต รักษาจิต" says:
<DIR>องค์ปัจจุบัน
</DIR>[[[ ทำบุญในการรักษาพยาบาลได้ดี ]]] says:
<DIR>ทำใจให้สงบ แล้วพยายามทำจิตให้นิ่ง แล้วไปหาองค์ปัจจุบัน เสร็จแล้วบอกด้วย
</DIR>[[[ ทำบุญในการรักษาพยาบาลได้ดี ]]] says:
<DIR>จะบอกเทคนิคการดูจิตเท่าที่เคยฝึกมา
</DIR>{{** Gui**}"ของดีอยู่ที่ตัวเรา ให้หมั่นดูจิต รักษาจิต" says:
<DIR>อืม
</DIR>{{** Gui**}"ของดีอยู่ที่ตัวเรา ให้หมั่นดูจิต รักษาจิต" says:
<DIR>ไปแล้ว
</DIR>[[[ ทำบุญในการรักษาพยาบาลได้ดี ]]] says:
<DIR>ตัดขันธ์ 5 ให้เป็นจิตอรหันต์ก่อน
</DIR>[[[ ทำบุญในการรักษาพยาบาลได้ดี ]]] says:
<DIR>แม้จะใช้พุทธบารมีก็ตาม ให้ทำก่อน
</DIR>{{** Gui**}"ของดีอยู่ที่ตัวเรา ให้หมั่นดูจิต รักษาจิต" says:
[[[ ทำบุญในการรักษาพยาบาลได้ดี ]]] says:
<DIR>ขันธ์ 5 คือ ร่างกาย มีปรกติหมดสภาพตามกฎไตรลักษณ์ มีแต่จิตตอนนี้เท่านั้น ที่เป็นนาย
</DIR>[[[ ทำบุญในการรักษาพยาบาลได้ดี ]]] says:
<DIR>ให้สนจิต อย่าสนกาย ตัดกาย และขอบารมีองค์ปัจจุบันขอให้กายทิพย์มีความใสสะอาดดั่งเช่นพระพุทธองค์ อย่างน้อยให้ใกล้เคียงที่สุด
</DIR>[[[ ทำบุญในการรักษาพยาบาลได้ดี ]]] says:
<DIR>แล้วก็เทียบจิตดู ว่าใช้ได้หรือยัง??
</DIR>[[[ ทำบุญในการรักษาพยาบาลได้ดี ]]] says:
<DIR>ถ้ายังตัดให้หมด
</DIR>[[[ ทำบุญในการรักษาพยาบาลได้ดี ]]] says:
<DIR>เหลือแต่จิตกะพระท่าน แค่นี้ .. แล้วเทียบจิตดูใหม่
</DIR>[[[ ทำบุญในการรักษาพยาบาลได้ดี ]]] says:
<DIR>ได้ยัง?ๆ
</DIR>{{** Gui**}"ของดีอยู่ที่ตัวเรา ให้หมั่นดูจิต รักษาจิต" says:
<DIR>อืม
</DIR>{{** Gui**}"ของดีอยู่ที่ตัวเรา ให้หมั่นดูจิต รักษาจิต" says:
<DIR>ใสขึ้นแล้ว
</DIR>{{** Gui**}"ของดีอยู่ที่ตัวเรา ให้หมั่นดูจิต รักษาจิต" says:
<DIR>เรายังไปได้ไม่หมดนะ เพราะมีเพื่อนนั่งข้างๆเราอยู่ ตอนนี้
</DIR>[[[ ทำบุญในการรักษาพยาบาลได้ดี ]]] says:
<DIR>แป่ว..
</DIR>[[[ ทำบุญในการรักษาพยาบาลได้ดี ]]] says:
<DIR>ไม่เป็นไร..
</DIR>[[[ ทำบุญในการรักษาพยาบาลได้ดี ]]] says:
<DIR>งั้นเอาลวกๆก็ได้
</DIR>[[[ ทำบุญในการรักษาพยาบาลได้ดี ]]] says:
<DIR>ให้ลดกำลังญาณลงมาอีก
</DIR>[[[ ทำบุญในการรักษาพยาบาลได้ดี ]]] says:
<DIR>ให้เหลือแต่สัมผัสได้เป็นช่วงๆ
</DIR>{{** Gui**}"ของดีอยู่ที่ตัวเรา ให้หมั่นดูจิต รักษาจิต" says:
<DIR>อืมตอนนี้ก็เป้นช่วงๆล่ะ
</DIR>[[[ ทำบุญในการรักษาพยาบาลได้ดี ]]] says:
<DIR>ขอบารมีพระดูจิตตัวเอง..
</DIR>[[[ ทำบุญในการรักษาพยาบาลได้ดี ]]] says:
<DIR>ว่าใสพอป่าว?
</DIR>{{** Gui**}"ของดีอยู่ที่ตัวเรา ให้หมั่นดูจิต รักษาจิต" says:
<DIR>อืม
</DIR>{{** Gui**}"ของดีอยู่ที่ตัวเรา ให้หมั่นดูจิต รักษาจิต" says:
<DIR>ใส เห็นชัด
</DIR>[[[ ทำบุญในการรักษาพยาบาลได้ดี ]]] says:
<DIR>โอเค..
</DIR>[[[ ทำบุญในการรักษาพยาบาลได้ดี ]]] says:
<DIR>ตานี้ขอบารมีพระดูจิตของพระโสดาบัน
</DIR>[[[ ทำบุญในการรักษาพยาบาลได้ดี ]]] says:
<DIR>แล้วเทียบกับจิตตัวเองตอนนี้(ที่อาศัยบารมีพระ) ว่า จิตโสดาบันเป็นอย่างไร?
</DIR>{{** Gui**}"ของดีอยู่ที่ตัวเรา ให้หมั่นดูจิต รักษาจิต" says:
<DIR>รู้สึกว่าจิตของฉันจะดูโตกว่าอ่ะ
</DIR>{{** Gui**}"ของดีอยู่ที่ตัวเรา ให้หมั่นดูจิต รักษาจิต" says:
<DIR>ของโสดาบันจนี่จะเล็กๆกว่า
</DIR>[[[ ทำบุญในการรักษาพยาบาลได้ดี ]]] says:
<DIR>ดูความสะอาดๆ
</DIR>[[[ ทำบุญในการรักษาพยาบาลได้ดี ]]] says:
<DIR>ถามพระก็ได้..
</DIR>{{** Gui**}"ของดีอยู่ที่ตัวเรา ให้หมั่นดูจิต รักษาจิต" says:
<DIR>ของฉันใสกว่า
</DIR>[[[ ทำบุญในการรักษาพยาบาลได้ดี ]]] says:
<DIR>แล้วกุ๋ยคิดว่า พระโสดาบัน มีความต่างจิตปุถุชนยังไง?
</DIR>[[[ ทำบุญในการรักษาพยาบาลได้ดี ]]] says:
<DIR>ตอนนี้ขอแค่พระโสดาฯ กะ พระสกิทาคาฯ
</DIR>{{** Gui**}"ของดีอยู่ที่ตัวเรา ให้หมั่นดูจิต รักษาจิต" says:
<DIR>เค้าสะอาดกว่า บริสุทธิ์กว่าปุถุชน
</DIR>{{** Gui**}"ของดีอยู่ที่ตัวเรา ให้หมั่นดูจิต รักษาจิต" says:
<DIR>เมตตามากกว่านะ
</DIR>[[[ ทำบุญในการรักษาพยาบาลได้ดี ]]] says:
<DIR>อ่าๆ โอเคๆ
</DIR>[[[ ทำบุญในการรักษาพยาบาลได้ดี ]]] says:
<DIR>คำถามสุดท้ายของพระโสดาบัน
</DIR>[[[ ทำบุญในการรักษาพยาบาลได้ดี ]]] says:
<DIR>ถามว่า พระโสดาบันนี่ ท่านถือว่าสูงหรือเปล่า หากดูความสะอาดของจิต ..
</DIR>{{** Gui**}"ของดีอยู่ที่ตัวเรา ให้หมั่นดูจิต รักษาจิต" says:
<DIR>สูง
</DIR>{{** Gui**}"ของดีอยู่ที่ตัวเรา ให้หมั่นดูจิต รักษาจิต" says:
<DIR>สูงขั้นมา
</DIR>[[[ ทำบุญในการรักษาพยาบาลได้ดี ]]] says:
<DIR>ท่านสูงขึ้นมา แต่จิตท่านยังหลงหลายประการ คือยังไม่แจ้งหลายประการ
</DIR>[[[ ทำบุญในการรักษาพยาบาลได้ดี ]]] says:
<DIR>ถือว่ายังน้อยไป
</DIR>[[[ ทำบุญในการรักษาพยาบาลได้ดี ]]] says:
<DIR>...จะถามต่อนะ..
</DIR>[[[ ทำบุญในการรักษาพยาบาลได้ดี ]]] says:
<DIR>พระสกิทาคา ต่างจากพระโสดายังไง
</DIR>[[[ ทำบุญในการรักษาพยาบาลได้ดี ]]] says:
<DIR>ความใสหนะ
</DIR>{{** Gui**}"ของดีอยู่ที่ตัวเรา ให้หมั่นดูจิต รักษาจิต" says:
<DIR>ใสขึ้นมาอีก
</DIR>{{** Gui**}"ของดีอยู่ที่ตัวเรา ให้หมั่นดูจิต รักษาจิต" says:
<DIR>สว่างมากกว่าด้วย
</DIR>[[[ ทำบุญในการรักษาพยาบาลได้ดี ]]] says:
<DIR>ช่ายๆ..
</DIR>[[[ ทำบุญในการรักษาพยาบาลได้ดี ]]] says:
<DIR>หลุดพ้นกว่าโสดาบันอีกหน่อยใช่ป่ะ
</DIR>{{** Gui**}"ของดีอยู่ที่ตัวเรา ให้หมั่นดูจิต รักษาจิต" says:
<DIR>อืม
</DIR>[[[ ทำบุญในการรักษาพยาบาลได้ดี ]]] says:
<DIR>แล้วพระสกิทาฯ ..
</DIR>[[[ ทำบุญในการรักษาพยาบาลได้ดี ]]] says:
<DIR>รักษาอารมณ์ใจดีกว่า พระโสดาฯยังไง
</DIR>{{** Gui**}"ของดีอยู่ที่ตัวเรา ให้หมั่นดูจิต รักษาจิต" says:
<DIR>อารมณ์โกรธควบคุมได้ดีกว่า
</DIR>{{** Gui**}"ของดีอยู่ที่ตัวเรา ให้หมั่นดูจิต รักษาจิต" says:
<DIR>สำรวมมากว่า
</DIR>[[[ ทำบุญในการรักษาพยาบาลได้ดี ]]] says:
<DIR>นั่นคือ สติ เค้ามีกำลังขึ้นมาอีกใช่ไหม
</DIR>{{** Gui**}"ของดีอยู่ที่ตัวเรา ให้หมั่นดูจิต รักษาจิต" says:
<DIR>อืม
</DIR>{{** Gui**}"ของดีอยู่ที่ตัวเรา ให้หมั่นดูจิต รักษาจิต" says:
<DIR>รู้แจ้งกว่า
</DIR>[[[ ทำบุญในการรักษาพยาบาลได้ดี ]]] says:
<DIR>แล้วเค้าขาดจุดไหน ทำไมไม่ถึงที่สุดกว่านี้ ทำไมไม่ถึงพระอนาคาฯ??
</DIR>{{** Gui**}"ของดีอยู่ที่ตัวเรา ให้หมั่นดูจิต รักษาจิต" says:
<DIR>ราคะเหรอ
</DIR>[[[ ทำบุญในการรักษาพยาบาลได้ดี ]]] says:
<DIR>เรื่องราคะ..ใช่ แต่นอกนั้นยังมีเรื่องอะไรประปรายที่ท่านแก้ได้เด็ดขาด
</DIR>[[[ ทำบุญในการรักษาพยาบาลได้ดี ]]] says:
<DIR>บอกเลยดีกว่า เรื่องจิตปรารถนาพระนิพพาน
</DIR>[[[ ทำบุญในการรักษาพยาบาลได้ดี ]]] says:
<DIR>พระอนาคาจิตปรารถนาเต็มแล้ว
</DIR>[[[ ทำบุญในการรักษาพยาบาลได้ดี ]]] says:
<DIR>แต่ว่า แค่ยังหลงนิดๆหน่อยๆ
</DIR>[[[ ทำบุญในการรักษาพยาบาลได้ดี ]]] says:
<DIR>ถามต่อ..
</DIR>[[[ ทำบุญในการรักษาพยาบาลได้ดี ]]] says:
<DIR>พระอนาคา..ทำไมละราคะได้ มีเหตุผลอะไร?
</DIR>{{** Gui**}"ของดีอยู่ที่ตัวเรา ให้หมั่นดูจิต รักษาจิต" says:
<DIR>เริ่มตัดกิเลสได้ดีแล้ว
</DIR>{{** Gui**}"ของดีอยู่ที่ตัวเรา ให้หมั่นดูจิต รักษาจิต" says:
<DIR>ขันธ์ 5
</DIR>[[[ ทำบุญในการรักษาพยาบาลได้ดี ]]] says:
<DIR>อืมเล่ามาอีก จิตว่ายังไงก็เล่ามาอีกหน่อย
</DIR>{{** Gui**}"ของดีอยู่ที่ตัวเรา ให้หมั่นดูจิต รักษาจิต" says:
<DIR>สติอยู่กับตัวตลอด
</DIR>{{** Gui**}"ของดีอยู่ที่ตัวเรา ให้หมั่นดูจิต รักษาจิต" says:
<DIR>ละนิวรณ์ได้เด็ดขาด
</DIR>[[[ ทำบุญในการรักษาพยาบาลได้ดี ]]] says:
<DIR>อีก..
</DIR>[[[ ทำบุญในการรักษาพยาบาลได้ดี ]]] says:
<DIR>ช่าย ละนิวรณ์ได้เด็ดขาด
</DIR>[[[ ทำบุญในการรักษาพยาบาลได้ดี ]]] says:
<DIR>แต่กำลังยังไม่เต็มที่..
</DIR>{{** Gui**}"ของดีอยู่ที่ตัวเรา ให้หมั่นดูจิต รักษาจิต" says:
<DIR>ไม่เพ่งเล็งผู้อื่นด้วย
</DIR>[[[ ทำบุญในการรักษาพยาบาลได้ดี ]]] says:
<DIR>กำลังบารมีบรรลุอ่ะนะ..
</DIR>{{** Gui**}"ของดีอยู่ที่ตัวเรา ให้หมั่นดูจิต รักษาจิต" says:
<DIR>มองเห็นนิพพานอยู่ร่ำไร
</DIR>[[[ ทำบุญในการรักษาพยาบาลได้ดี ]]] says:
<DIR>ใช่ๆ
</DIR>[[[ ทำบุญในการรักษาพยาบาลได้ดี ]]] says:
<DIR>แต่ยังมีอะไร กั้นไว้นิดเดียวจริงๆ
</DIR>[[[ ทำบุญในการรักษาพยาบาลได้ดี ]]] says:
<DIR>กำลังจะถึงแล้ว
</DIR>[[[ ทำบุญในการรักษาพยาบาลได้ดี ]]] says:
<DIR>พระอนาคามี จุดนี้มีความสำคัญมากที่สุด
</DIR>{{** Gui**}"ของดีอยู่ที่ตัวเรา ให้หมั่นดูจิต รักษาจิต" says:
<DIR>จะไปพระอรหันต์รึยัง
</DIR>[[[ ทำบุญในการรักษาพยาบาลได้ดี ]]] says:
<DIR>ยัง..
</DIR>[[[ ทำบุญในการรักษาพยาบาลได้ดี ]]] says:
<DIR>พระอรหันต์ก็คือพระอนาคามีนี่แหละ
</DIR>[[[ ทำบุญในการรักษาพยาบาลได้ดี ]]] says:
<DIR>เพราะว่าเหมือนกันมาก
</DIR>[[[ ทำบุญในการรักษาพยาบาลได้ดี ]]] says:
<DIR>คือเห็นใจนะ
</DIR>{{** Gui**}"ของดีอยู่ที่ตัวเรา ให้หมั่นดูจิต รักษาจิต" says:
<DIR>มองเห้นคำว่าสังโยชน์
</DIR>[[[ ทำบุญในการรักษาพยาบาลได้ดี ]]] says:
<DIR>พระอนาคามีนี่ ขาดนิดเดียวจริงๆ
</DIR>[[[ ทำบุญในการรักษาพยาบาลได้ดี ]]] says:
<DIR>หากช่วยพระอนาคามีให้เป็นพระอรหันต์ได้..
</DIR>{{** Gui**}"ของดีอยู่ที่ตัวเรา ให้หมั่นดูจิต รักษาจิต" says:
<DIR>อีกนิดเดียว สังโยชน์อีกนิดเดียว
</DIR>[[[ ทำบุญในการรักษาพยาบาลได้ดี ]]] says:
<DIR>จะได้บุญมาก
</DIR>[[[ ทำบุญในการรักษาพยาบาลได้ดี ]]] says:
<DIR>เพราะว่า กำลังจะจบกิจ
</DIR>[[[ ทำบุญในการรักษาพยาบาลได้ดี ]]] says:
<DIR>แล้วดันให้จบ
</DIR>{{** Gui**}"ของดีอยู่ที่ตัวเรา ให้หมั่นดูจิต รักษาจิต" says:
<DIR>อืมๆๆๆ
</DIR>[[[ ทำบุญในการรักษาพยาบาลได้ดี ]]] says:
<DIR>เทียบกำลังใจพระโพธิสัตว์
</DIR>[[[ ทำบุญในการรักษาพยาบาลได้ดี ]]] says:
<DIR>เหมือนพระอนาคามี
</DIR>[[[ ทำบุญในการรักษาพยาบาลได้ดี ]]] says:
<DIR>หากยังไม่เต็ม ก็จะเป็นแบบพระอนาคามีนี่แหละ
</DIR>[[[ ทำบุญในการรักษาพยาบาลได้ดี ]]] says:
<DIR>เห็นรำไร แต่ไม่ถึง
</DIR>{{** Gui**}"ของดีอยู่ที่ตัวเรา ให้หมั่นดูจิต รักษาจิต" says:
<DIR>ดูเหมือนว่าจะพอๆกันรึป่าว
</DIR>[[[ ทำบุญในการรักษาพยาบาลได้ดี ]]] says:
<DIR>เทียบบารมีอ่านะ
</DIR>[[[ ทำบุญในการรักษาพยาบาลได้ดี ]]] says:
<DIR>แต่พุทธภูมิ มีกำลังมากกว่าแบบเทียบกันไม่ได้
</DIR>{{** Gui**}"ของดีอยู่ที่ตัวเรา ให้หมั่นดูจิต รักษาจิต" says:
<DIR>กำลังใจพระโพธิสัตว์มหาศาลกว่า
</DIR>[[[ ทำบุญในการรักษาพยาบาลได้ดี ]]] says:
<DIR>ใช่.. แต่ปัญญายังไม่เต็มรอบไง
</DIR>[[[ ทำบุญในการรักษาพยาบาลได้ดี ]]] says:
<DIR>คือ ยังสร้างทุกข์ได้
</DIR>[[[ ทำบุญในการรักษาพยาบาลได้ดี ]]] says:
<DIR>แต่เมตตา ลองเทียบดูดิ
</DIR>[[[ ทำบุญในการรักษาพยาบาลได้ดี ]]] says:
<DIR>ใครเยอะกว่ากัน
</DIR>{{** Gui**}"ของดีอยู่ที่ตัวเรา ให้หมั่นดูจิต รักษาจิต" says:
<DIR>ใหญ่ อนาคาสู้ไม่ได้
</DIR>[[[ ทำบุญในการรักษาพยาบาลได้ดี ]]] says:
<DIR>อนาคาเล็กกว่า แต่ใสกว่า
</DIR>[[[ ทำบุญในการรักษาพยาบาลได้ดี ]]] says:
<DIR>พุทธภูมิใหญ่กว่ามากๆๆๆๆๆๆ
</DIR>[[[ ทำบุญในการรักษาพยาบาลได้ดี ]]] says:
<DIR>แต่ยังใสปนขุ่น
</DIR>[[[ ทำบุญในการรักษาพยาบาลได้ดี ]]] says:
<DIR>จนกว่าจิตจะทรงอรหันต์ตามเดิม
</DIR>{{** Gui**}"ของดีอยู่ที่ตัวเรา ให้หมั่นดูจิต รักษาจิต" says:
<DIR>ทำไมพุทธภูมิใหญ่โตเตขนาดนั้น
</DIR>[[[ ทำบุญในการรักษาพยาบาลได้ดี ]]] says:
<DIR>ก็จะยิ่งใสกว่าเดิมมาก เปรียบได้กับพระอรหันต์..แต่ยังมีอะไรกั้นไว้ด้วยเมตตาแค่นั้นเอง..
</DIR>[[[ ทำบุญในการรักษาพยาบาลได้ดี ]]] says:
<DIR>ก็ถ้าไม่ใหญ่พอ จะก้าวมาถึงวันนี้เหรอ
</DIR>[[[ ทำบุญในการรักษาพยาบาลได้ดี ]]] says:
<DIR>ลาไปหมดแล้ว
</DIR>[[[ ทำบุญในการรักษาพยาบาลได้ดี ]]] says:
<DIR>ใหญ่จน สุดกำลังที่จะให้ได้อีกแล้ว
</DIR>{{** Gui**}"ของดีอยู่ที่ตัวเรา ให้หมั่นดูจิต รักษาจิต" says:
<DIR>เหมือนรู้สึกว่าเมตตานี่ปกคลุมได้โดยรอบ
</DIR>[[[ ทำบุญในการรักษาพยาบาลได้ดี ]]] says:
<DIR>มันมองไม่เห็นแล้ว ว่าใครจะให้ได้มากกว่า..
</DIR>[[[ ทำบุญในการรักษาพยาบาลได้ดี ]]] says:
<DIR>นั่นคือปัจจัตตังของเรา
</DIR>[[[ ทำบุญในการรักษาพยาบาลได้ดี ]]] says:
<DIR>แต่ว่าจริงๆแล้ว ไม่ใช่ พุทธภูมิท่านอื่นก็สร้างมาเหมือนกัน ต่างกันไปตามเรื่องตามราว
</DIR>[[[ ทำบุญในการรักษาพยาบาลได้ดี ]]] says:
<DIR>แต่ทุกท่านล้วนกำลังสูงส่งเช่นกัน..นั่นคือ เป็นผู้ให้อย่างยิ่งยวดเหมือนกัน
</DIR>[[[ ทำบุญในการรักษาพยาบาลได้ดี ]]] says:
<DIR>วิสัย บารมี ก็ต่างกันไปตามที่เคยสร้างมา
</DIR>[[[ ทำบุญในการรักษาพยาบาลได้ดี ]]] says:
<DIR>อย่าไปข่มกันเด็ดขาด
</DIR>[[[ ทำบุญในการรักษาพยาบาลได้ดี ]]] says:
<DIR>อันนี้โง่
</DIR>{{** Gui**}"ของดีอยู่ที่ตัวเรา ให้หมั่นดูจิต รักษาจิต" says:
<DIR>อืม
</DIR>[[[ ทำบุญในการรักษาพยาบาลได้ดี ]]] says:
<DIR>มองตัวเองตอนนี้..
</DIR>[[[ ทำบุญในการรักษาพยาบาลได้ดี ]]] says:
<DIR>รู้ไหมว่าปรารถนามาแบบไหน?
</DIR>{{** Gui**}"ของดีอยู่ที่ตัวเรา ให้หมั่นดูจิต รักษาจิต" says:
<DIR>โห เมตตาพระพุทธองค์แผ่ซ่านไปทั่วจักรวาลเลย
</DIR>{{** Gui**}"ของดีอยู่ที่ตัวเรา ให้หมั่นดูจิต รักษาจิต" says:
<DIR>วิริยะ
</DIR>[[[ ทำบุญในการรักษาพยาบาลได้ดี ]]] says:
<DIR>เต็มหมด ..
</DIR>[[[ ทำบุญในการรักษาพยาบาลได้ดี ]]] says:
<DIR>วิริยะถูก
</DIR>{{** Gui**}"ของดีอยู่ที่ตัวเรา ให้หมั่นดูจิต รักษาจิต" says:
<DIR>ไม่ใช่ปัญญาชัวร์ๆ
</DIR>[[[ ทำบุญในการรักษาพยาบาลได้ดี ]]] says:
<DIR>(ถูกเพราะว่าฉันเห็นวิริยะ คนอื่นเห็นว่าไงก็ว่ากันไป)
</DIR>[[[ ทำบุญในการรักษาพยาบาลได้ดี ]]] says:
<DIR>น้องแนนเป็นปัญญาป่าว ดูจิตน้องแนนซิ
</DIR>[[[ ทำบุญในการรักษาพยาบาลได้ดี ]]] says:
<DIR>ถามพระ..แย้งได้ ถ้ารู้ไม่ตรงกัน
</DIR>{{** Gui**}"ของดีอยู่ที่ตัวเรา ให้หมั่นดูจิต รักษาจิต" says:
<DIR>อีกนิดเดียว ท่านบอกอีกนิดเดียวใกล้เต็ม
</DIR>[[[ ทำบุญในการรักษาพยาบาลได้ดี ]]] says:
<DIR>มันเหลือแค่หายใจไม่กี่ทีก็จบแล้ว
</DIR>[[[ ทำบุญในการรักษาพยาบาลได้ดี ]]] says:
<DIR>เค้าลงมาด้วยเมตตาจริงๆ..เค้าหมดอาลัยในโลกแล้ว จะเต็มหมดอยู่แล้ว
</DIR>[[[ ทำบุญในการรักษาพยาบาลได้ดี ]]] says:
<DIR>แต่ที่เค้ายืดในโลกตอนนี้ เป็นเพียงสักแต่ว่าทำ จริงๆ ไม่ได้ยึดเลย เมตตาล้วนๆ
</DIR>[[[ ทำบุญในการรักษาพยาบาลได้ดี ]]] says:
<DIR>ปัญญาธิกะไหม? ดูใหม่ๆ
</DIR>{{** Gui**}"ของดีอยู่ที่ตัวเรา ให้หมั่นดูจิต รักษาจิต" says:
<DIR>ท่านบอกปัญญาธิกะ
</DIR>{{** Gui**}"ของดีอยู่ที่ตัวเรา ให้หมั่นดูจิต รักษาจิต" says:
<DIR>ล้วนๆ
</DIR>[[[ ทำบุญในการรักษาพยาบาลได้ดี ]]] says:
<DIR>ให้เอาจิตวิระยะธิกะตรวจสอบปัญญาธิกะ...
</DIR>[[[ ทำบุญในการรักษาพยาบาลได้ดี ]]] says:
<DIR>ว่าต่างกันยังไง
</DIR>{{** Gui**}"ของดีอยู่ที่ตัวเรา ให้หมั่นดูจิต รักษาจิต" says:
<DIR>เค้าจะเรียนรู้ได้เร็วกว่า
</DIR>{{** Gui**}"ของดีอยู่ที่ตัวเรา ให้หมั่นดูจิต รักษาจิต" says:
<DIR>เดินเร็ววกว่า
</DIR>[[[ ทำบุญในการรักษาพยาบาลได้ดี ]]] says:
<DIR>ใช่..เดินเร็วกว่า เพราะวิสัยเค้ารู้เร็ว....แต่ว่ารู้สึกตัวเมตตาจะคาบเส้นคาบดอกจริงๆ
</DIR>[[[ ทำบุญในการรักษาพยาบาลได้ดี ]]] says:
<DIR>ใกล้เคียงพระปัจเจกฯมาก
</DIR>{{** Gui**}"ของดีอยู่ที่ตัวเรา ให้หมั่นดูจิต รักษาจิต" says:
<DIR>ทางลัดเค้าเยอะ
</DIR>[[[ ทำบุญในการรักษาพยาบาลได้ดี ]]] says:
<DIR>ช่ายๆ..
</DIR>[[[ ทำบุญในการรักษาพยาบาลได้ดี ]]] says:
<DIR>ที่ลัดได้ก็เพราะปัญญาเค้าอีกน่านแหละ
</DIR>[[[ ทำบุญในการรักษาพยาบาลได้ดี ]]] says:
<DIR>แล้วเค้าปรารถนาน้อยๆ..ที่น้อยนี่ไม่ใช่ความเลว
</DIR>[[[ ทำบุญในการรักษาพยาบาลได้ดี ]]] says:
<DIR>ตามจริตเค้า.. แม้ปรารถนาน้อยทำมาก็หนักจะตายแล้ว
</DIR>{{** Gui**}"ของดีอยู่ที่ตัวเรา ให้หมั่นดูจิต รักษาจิต" says:
<DIR>รูสึกว่าเค้าจะมุ่งตรงต่อนิพพานได้ชัดแจ้งกว่าเราอ่ะ
</DIR>[[[ ทำบุญในการรักษาพยาบาลได้ดี ]]] says:
<DIR>ช่าย
</DIR>{{** Gui**}"ของดีอยู่ที่ตัวเรา ให้หมั่นดูจิต รักษาจิต" says:
<DIR>ชัดเจนกว่า
</DIR>[[[ ทำบุญในการรักษาพยาบาลได้ดี ]]] says:
<DIR>มันสอนที รวมของเราไม่รู้กี่ชาติต่อกี่ชาติ มันรู้ชาติเดียวจบเลย
</DIR>[[[ ทำบุญในการรักษาพยาบาลได้ดี ]]] says:
<DIR>แถมใสสะอาดกว่าอีก เรานี่ยังมีโอ้เอ้ เดินตุ๊ปั๊ดตุ๊เป๋
</DIR>[[[ ทำบุญในการรักษาพยาบาลได้ดี ]]] says:
<DIR>แต่ตัวเมตตาเรากำลังเยอะกว่า..
</DIR>{{** Gui**}"ของดีอยู่ที่ตัวเรา ให้หมั่นดูจิต รักษาจิต" says:
<DIR>เค้ามักสวนกระแสโลก
</DIR>[[[ ทำบุญในการรักษาพยาบาลได้ดี ]]] says:
<DIR>เฮ้ยๆ ถ้าสงสัยอะไรก็แอบดูเองนะ เช่น เคยเกี่ยวกันมาอย่างไร
</DIR>[[[ ทำบุญในการรักษาพยาบาลได้ดี ]]] says:
<DIR>ต่อจิตอรหันต์ได้แล้ว
</DIR>{{** Gui**}"ของดีอยู่ที่ตัวเรา ให้หมั่นดูจิต รักษาจิต" says:
<DIR>เหอะๆ อันนั้นคงต้องขอบารพะรพุทธองค์อีกล่ะ
</DIR>{{** Gui**}"ของดีอยู่ที่ตัวเรา ให้หมั่นดูจิต รักษาจิต" says:
<DIR>เพระาท่านเคยบอกไว้จะทำอะไรให้บอกท่านก่อนเสมอ
</DIR>[[[ ทำบุญในการรักษาพยาบาลได้ดี ]]] says:
<DIR>โมทนาๆ
</DIR>{{** Gui**}"ของดีอยู่ที่ตัวเรา ให้หมั่นดูจิต รักษาจิต" says:
<DIR>เหลือเป็นอสงไขยเลยอ่ะ
</DIR>{{** Gui**}"ของดีอยู่ที่ตัวเรา ให้หมั่นดูจิต รักษาจิต" says:
<DIR>เยอะจิงๆๆ
</DIR>[[[ ทำบุญในการรักษาพยาบาลได้ดี ]]] says:
<DIR>กุ๋ยเหรอ
</DIR>[[[ ทำบุญในการรักษาพยาบาลได้ดี ]]] says:
<DIR>ฉันกว่าจะถึงคิว อีก 6-7 อสงไขยโน่น
</DIR>{{** Gui**}"ของดีอยู่ที่ตัวเรา ให้หมั่นดูจิต รักษาจิต" says:
<DIR> ช้าๆไปด้วยกาน
</DIR>[[[ ทำบุญในการรักษาพยาบาลได้ดี ]]] says:
<DIR>วิริยะธิกะนี่ สนุกสร้างจริงๆ
</DIR>{{** Gui**}"ของดีอยู่ที่ตัวเรา ให้หมั่นดูจิต รักษาจิต" says:
<DIR>เมื่อคืนท่านมาบอกว่าเหลืออีกหลายอสงไขยไง
</DIR>{{** Gui**}"ของดีอยู่ที่ตัวเรา ให้หมั่นดูจิต รักษาจิต" says:
<DIR>แต่พี่ยีนนี่สุดยอด ทำได้ไง เดินมาได้ไกลขนาดนี้เชียว
</DIR>[[[ ทำบุญในการรักษาพยาบาลได้ดี ]]] says:
<DIR>แต่กว่าจะถึงคิวก็อีกหลายอสงไขยเหมือนกัน
</DIR>[[[ ทำบุญในการรักษาพยาบาลได้ดี ]]] says:
<DIR>แต่ถ้าบารมีเต็มเนี่ย พวกเราเหลือไม่นานมากหรอก
</DIR>[[[ ทำบุญในการรักษาพยาบาลได้ดี ]]] says:
<DIR>กัดฟันอีกนิดเดียว
</DIR>[[[ ทำบุญในการรักษาพยาบาลได้ดี ]]] says:
<DIR>แต่ว่า ตอนปลายๆเนี่ย มันจะช้าหน่อย พอรู้ว่าจะเต็ม มันก็สร้างใหม่ๆๆๆ
</DIR>{{** Gui**}"ของดีอยู่ที่ตัวเรา ให้หมั่นดูจิต รักษาจิต" says:
<DIR>อืม
</DIR>[[[ ทำบุญในการรักษาพยาบาลได้ดี ]]] says:
<DIR>เอาหล่ะ ทำจิตอรหันต์
</DIR>{{** Gui**}"ของดีอยู่ที่ตัวเรา ให้หมั่นดูจิต รักษาจิต" says:
<DIR>อ่ะๆๆ
</DIR>[[[ ทำบุญในการรักษาพยาบาลได้ดี ]]] says:
<DIR>แล้วเทียบกับพระอรหันต์ซะ
</DIR>[[[ ทำบุญในการรักษาพยาบาลได้ดี ]]] says:
<DIR>พระอรหันต์เหลืออะไร?
</DIR>{{** Gui**}"ของดีอยู่ที่ตัวเรา ให้หมั่นดูจิต รักษาจิต" says:
<DIR>พระอรหันต์แลดูสว่าง
</DIR>[[[ ทำบุญในการรักษาพยาบาลได้ดี ]]] says:
<DIR>ต่างจากพระอริยสามขั้นที่ว่ามาแล้ว อย่างไร
</DIR>{{** Gui**}"ของดีอยู่ที่ตัวเรา ให้หมั่นดูจิต รักษาจิต" says:
<DIR>เทียบเคียงแล้วใกล้กับพระอนาคามี
</DIR>[[[ ทำบุญในการรักษาพยาบาลได้ดี ]]] says:
<DIR>กำลังอ่ะใกล้กัน
</DIR>[[[ ทำบุญในการรักษาพยาบาลได้ดี ]]] says:
<DIR>แต่ต่างกันยังไง
</DIR>{{** Gui**}"ของดีอยู่ที่ตัวเรา ให้หมั่นดูจิต รักษาจิต" says:
<DIR>ลดมานะทิฏฐิได้หมด
</DIR>{{** Gui**}"ของดีอยู่ที่ตัวเรา ให้หมั่นดูจิต รักษาจิต" says:
<DIR>สังโยชน์ตัดได้หมดไม่มีเหลือ
</DIR>{{** Gui**}"ของดีอยู่ที่ตัวเรา ให้หมั่นดูจิต รักษาจิต" says:
<DIR>ว่างเชียว
</DIR>{{** Gui**}"ของดีอยู่ที่ตัวเรา ให้หมั่นดูจิต รักษาจิต" says:
<DIR>ไม่ห่วงอะไรเลย
</DIR>[[[ ทำบุญในการรักษาพยาบาลได้ดี ]]] says:
<DIR>ใช่ๆ
</DIR>[[[ ทำบุญในการรักษาพยาบาลได้ดี ]]] says:
<DIR>หมดจุดด่างพร้อยในใจหมดแล้ว
</DIR>[[[ ทำบุญในการรักษาพยาบาลได้ดี ]]] says:
<DIR>ไม่มีอะไรจะอธิบายแล้ว
</DIR>{{** Gui**}"ของดีอยู่ที่ตัวเรา ให้หมั่นดูจิต รักษาจิต" says:
<DIR>นิพพานอ่ะจ่ออยู่แล้ว
</DIR>{{** Gui**}"ของดีอยู่ที่ตัวเรา ให้หมั่นดูจิต รักษาจิต" says:
<DIR>เดินชนไปเลย
</DIR>{{** Gui**}"ของดีอยู่ที่ตัวเรา ให้หมั่นดูจิต รักษาจิต" says:
<DIR>การไตร่ตรองดี
</DIR>{{** Gui**}"ของดีอยู่ที่ตัวเรา ให้หมั่นดูจิต รักษาจิต" says:
<DIR>เส้นทางชัดอ่ะ
</DIR>{{** Gui**}"ของดีอยู่ที่ตัวเรา ให้หมั่นดูจิต รักษาจิต" says:
<DIR>ละความกังวลสงสัยได้หมด
</DIR>{{** Gui**}"ของดีอยู่ที่ตัวเรา ให้หมั่นดูจิต รักษาจิต" says:
<DIR>บริสุทธิ์แบบไม่มีอะไรเจือจางได้
</DIR>[[[ ทำบุญในการรักษาพยาบาลได้ดี ]]] says:
<DIR>อืมๆ
</DIR>{{** Gui**}"ของดีอยู่ที่ตัวเรา ให้หมั่นดูจิต รักษาจิต" says:
<DIR>เข้าใกล้องค์สัมมาสัมพุทธเจ้าได้ชิด
</DIR>{{** Gui**}"ของดีอยู่ที่ตัวเรา ให้หมั่นดูจิต รักษาจิต" says:
<DIR>รู้สึกว่าจิตขของท่านซื่อสัตย์ต่อพระพุทธองค์มาก
</DIR>{{** Gui**}"ของดีอยู่ที่ตัวเรา ให้หมั่นดูจิต รักษาจิต" says:
<DIR>ภักดีมาก
</DIR>[[[ ทำบุญในการรักษาพยาบาลได้ดี ]]] says:
<DIR><876545
</DIR>{{** Gui**}"ของดีอยู่ที่ตัวเรา ให้หมั่นดูจิต รักษาจิต" says:
<DIR>กิเลสต่างๆเหยียบไม่ติด
</DIR>{{** Gui**}"ของดีอยู่ที่ตัวเรา ให้หมั่นดูจิต รักษาจิต" says:
<DIR>จิตท่านทะลุทะลวงนะ แต่สู้องค์สัมมาสัมพุทธเจ้าไม่ได้
</DIR>[[[ ทำบุญในการรักษาพยาบาลได้ดี ]]] says:
<DIR>ไหนๆก็ไหนแล้ว
</DIR>[[[ ทำบุญในการรักษาพยาบาลได้ดี ]]] says:
<DIR>กุ๋ยถามท่านเลย
</DIR>{{** Gui**}"ของดีอยู่ที่ตัวเรา ให้หมั่นดูจิต รักษาจิต" says:
<DIR>ถามไร
</DIR>[[[ ทำบุญในการรักษาพยาบาลได้ดี ]]] says:
<DIR>ชาตินี้มีหน้าที่อะไร??
</DIR>{{** Gui**}"ของดีอยู่ที่ตัวเรา ให้หมั่นดูจิต รักษาจิต" says:
<DIR>สอนคน
</DIR>[[[ ทำบุญในการรักษาพยาบาลได้ดี ]]] says:
<DIR>มีอีกๆๆ
</DIR>[[[ ทำบุญในการรักษาพยาบาลได้ดี ]]] says:
<DIR>เล่ามาหมดๆๆ
</DIR>{{** Gui**}"ของดีอยู่ที่ตัวเรา ให้หมั่นดูจิต รักษาจิต" says:
<DIR>ช่วยชีวิตคนอื่น
</DIR>{{** Gui**}"ของดีอยู่ที่ตัวเรา ให้หมั่นดูจิต รักษาจิต" says:
<DIR>สร้างวัด ด้วยอ่ะ
</DIR>[[[ ทำบุญในการรักษาพยาบาลได้ดี ]]] says:
<DIR>มีอีก..
</DIR>[[[ ทำบุญในการรักษาพยาบาลได้ดี ]]] says:
<DIR>อะไรสำคัญที่สุด
</DIR>{{** Gui**}"ของดีอยู่ที่ตัวเรา ให้หมั่นดูจิต รักษาจิต" says:
<DIR>มีบวชด้วยเรอะ
</DIR>[[[ ทำบุญในการรักษาพยาบาลได้ดี ]]] says:
<DIR>มีหว่ะ ก๊าก
</DIR>{{** Gui**}"ของดีอยู่ที่ตัวเรา ให้หมั่นดูจิต รักษาจิต" says:
<DIR>-*-
</DIR>[[[ ทำบุญในการรักษาพยาบาลได้ดี ]]] says:
<DIR>สำคัญที่สุดคือมาสร้างบารมี
</DIR>[[[ ทำบุญในการรักษาพยาบาลได้ดี ]]] says:
<DIR>ก็ตอนที่สอนเนีย ต้องได้บวช
</DIR>[[[ ทำบุญในการรักษาพยาบาลได้ดี ]]] says:
<DIR>อีกนานอยู่หรอก..แต่ลองบวชระยะสั้นตอนปิดเทอมไปพลางๆก่อนแว้วกัน
</DIR>[[[ ทำบุญในการรักษาพยาบาลได้ดี ]]] says:
<DIR>การสร้างบารมี ต้องเจออะไรที่หนักๆ
</DIR>[[[ ทำบุญในการรักษาพยาบาลได้ดี ]]] says:
<DIR>ดังนั้นก็คงเข้าใจ
</DIR>[[[ ทำบุญในการรักษาพยาบาลได้ดี ]]] says:
<DIR>หุหุ
</DIR>[[[ ทำบุญในการรักษาพยาบาลได้ดี ]]] says:
<DIR>คนที่แกสอนนิสัยคล้ายๆแก..
</DIR>[[[ ทำบุญในการรักษาพยาบาลได้ดี ]]] says:
<DIR>สังเกตเลย พวกบ้า
</DIR>[[[ ทำบุญในการรักษาพยาบาลได้ดี ]]] says:
<DIR>กัดไม่ปล่อยยังกะ..
</DIR>{{** Gui**}"ของดีอยู่ที่ตัวเรา ให้หมั่นดูจิต รักษาจิต" says:
<DIR>-*-
</DIR>[[[ ทำบุญในการรักษาพยาบาลได้ดี ]]] says:
<DIR>ช่างมันเถอะ แหะๆ
</DIR>{{** Gui**}"ของดีอยู่ที่ตัวเรา ให้หมั่นดูจิต รักษาจิต" says:
<DIR>เหอะๆ ยังต้องเรียนรู้ต่อ
</DIR>[[[ ทำบุญในการรักษาพยาบาลได้ดี ]]] says:
<DIR>วันนี้ขอบจบแค่นี้
</DIR>

kasin84000
02-09-2006, 01:25 PM
โมทนากับ น้องอ้น น้องเถรี น้องyeen ด้วยครับ
ขนาดอ้นบารมีใกล้เต็มแล้ว ยังต้องรอคิวอีกหลายอสงไขย
ส่วนของพี่บารมียังไม่ใกล้เลย แล้วกว่าจะถึงคิวนี่....( จะล่อไปกี่อสงไขยวะเนี่ย )

Raindrops
03-09-2006, 10:13 PM
โมทนาจ๊ะ (คล้ายๆโดนแฉเหมือนกันน่ะเนี้ย)
รู้แล้วพิจารณา ก้าวไปเรื่อยๆ ค่อยๆย่างอย่างมั่นคง ไม่รีบ ไม่รีบ ทางยาวไกลไปได้ทุกคน

Carbonato
03-09-2006, 11:11 PM
เหอะๆๆ


.....


เตรียมตัวตายได้ ไปเล่นของสูง

T_T

...หึหึ

kasin84000
04-09-2006, 12:50 AM
เหอะๆๆ


.....


เตรียมตัวตายได้ ไปเล่นของสูง

T_T

...หึหึ

รู้ว่าเสี่ยง แต่คงต้องขอลอง
รู้ว่าเหนื่อย ถ้าอยากได้ของที่อยู่สูง
ยังไง จะขอลองดูสักที
(b-smile)

เถรี
04-09-2006, 12:56 PM
ก็ตอนแรกจะเอาไปลงที่กระทู้ "แฉ"

พอพิมพ์เสร็จ กดส่งข้อความ แต่มันออกมาไม่เป็นภาษา

ก็รู้แล้วว่าพระท่านคงไม่ให้เราเอาลงตรงนั้น

เลยเอามาไว้ในอภิญญา XP

ก่อนหน้านี้ก็ถามท่านดูว่าเอามาเผยแพร่ได้ไหม

ท่านก็ไม่ได้ว่าอะไร อนุญาติ

(แต่ท่านบอกให้แก้ไขข้อความบางส่วนที่ไม่สุภาพด้วย)

ท่านยังย้ำมาอีกว่า พยายามพูดเรื่องพุทธภูมิในกระทู้นี้ให้น้อยที่สุด

คงมีเหตุผลบางประการ..... ( แต่เราก็พูดถึงมันออกมาเยอะอยู่ดี เหอะๆ)

----------------------------------

เถรีอยากให้พี่กสิณจับประเด็นตรงสาระข้อธรรมที่อ้นเทศน์

และเรื่องการทำจิตทำอารมณ์ต่างๆ

เพราะมันจะมี trick บางอย่างอยู่ในนั้น

และไม่ควรไปใส่ใจในเรื่องระยะเวลา...... เพราะเวลามีไว้เพื่อให้เราสร้าง....

ให้หาบางอย่างมาสร้างกำลังใจให้เต็มเปี่ยม

เพื่อป้องกันความเบื่อและท้อที่จะเกิดขึ้นได้ในทุกเวลา......

yeen
04-09-2006, 08:42 PM
ระยะเวลาไม่ใช่สิ่งสำคัญเลยสำหรับ...เหมือนเรากำลังนั่งรถทัวร์หรือรถอะไรก็แล้วแต่ เพื่อไปยังจังหวัดต่างๆ แล้วเราก็หลับแล้วก็ตื่นขึ้นมา ก็พบว่ายังไม่ถึง แล้วเราก็หลับไปใหม่ สุดท้าย มันก็ถึงของมันเอง

และจะเหลืออีกกี่ชาติก็ไม่ใช่เรื่องสำคัญเลย สำหรับผู้ที่มีกำลังใจปักแน่นมั่นคงในพระโพธิญาณแล้ว...นี่เป็นความรู้สึกของผมนะครับ

tamsak
05-09-2006, 10:16 AM
ระยะเวลาไม่ใช่สิ่งสำคัญเลยสำหรับ...เหมือนเรากำลังนั่งรถทัวร์หรือรถอะไรก็แล้วแต่ เพื่อไปยังจังหวัดต่างๆ แล้วเราก็หลับแล้วก็ตื่นขึ้นมา ก็พบว่ายังไม่ถึง แล้วเราก็หลับไปใหม่ สุดท้าย มันก็ถึงของมันเอง


...... แต่พี่อยากไปแบบสบายๆ ถึงที่หมายสะดวกรวดเร็วและปลอดภัย อยากนั่งเครื่องบินเจ็ทส่วนตัวอ่ะ....ทำไงดีหว่า.....

เถรี
05-09-2006, 11:17 AM
ไม่เคยนั่งเครื่องบิน จึงไม่รู้เส้นทางของความสบาย

เนื่องจากอยากเรียนรู้ความลำบาก ก็เลยต้องปั่นจักยานไปอย่างช้าๆ

ตามเส้นทางที่ขรุขระ...

เซล้มบ้างเป็นบางที หลงเส้นทางเป็นบางครั้ง

แต่ก็ปั่นมันจนลืมวัน ลืมคืน ลืมเวลา รู้แต่เพียงว่ามุ่งหน้าไปด้วยจิตที่มั่นคง...

yeen
05-09-2006, 12:44 PM
...... แต่พี่อยากไปแบบสบายๆ ถึงที่หมายสะดวกรวดเร็วและปลอดภัย อยากนั่งเครื่องบินเจ็ทส่วนตัวอ่ะ....ทำไงดีหว่า.....

มีคับ แต่ยิ่งเร็ว มันก็ยิ่งเหมือนกะยานอวกาศที่ความเร็วสูง แต่กว่าจะผ่านชั้นบรรยากาศต้องเจอการเสียดสีจากความร้อน แรงเสียดทาน ความดันอากาศอย่างหนัก กว่าจะผ่านออกมายังอวกาศได้ เอาอย่างนั้นมะ 55+

Carbonato
08-09-2006, 09:33 PM
เออ ช่วงเมื่อกี้ผมไปวัดหินหมากเป้งมา

แต่ไหงตอนทำวัตรฯเย็น เห็นหลวงปู่เทสก์ ท่านเดินมานั่งที่ด้านหน้า แต่ท่านไม่พูดอะไร ท่านสงบเสงี่ยมน่าเลื่อมใส

พอตอนจะนอน ..ก็เลยฝึกมโนมยิทธิ คุยเล่นกะเทวดาในวัด

ก็ไม่ได้อะไรมาก ก็แค่วางจิตสงบๆ ไม่ส่งออกนอกมาก..

ปรากฏว่า ตอนนั้นผมหันหน้าไปทางทิศตะวันออก ทิศตะวันออกเฉียงเหนือนั้น เห็นท่านผู้หนึ่ง ร่างดำทะมึน แต่ไหงดุน่าเกรงขามและมีฤทธิ์เดช น่ากลัวหน่อย .. ท่านมาหา

แล้วท่านก็เล่าให้ฟังว่า..การมาอยู่วัด ควรจะสำรวมทั้งกายและใจ ดำรงตนให้อยู่ในมรรค 8 แบบพระฯท่านเลยทีเดียว .. ควรตัดจากโลกภายนอกทั้งหมด ..เมื่อทำได้ดั่งนี้ จึ่งเป็นผู้สมควรแห่งการอยู่วัด !! (ข้อความประมาณนี้นะ ไม่เป๊ะๆ และก็ไม่แน่ใจว่าท่านมาจริงป่าว แต่คิดว่ามาจริงๆ เพราะว่าสมาธิที่ไม่สงบมาก พอท่านมา มีอะไรแปลกๆให้สังเกตมาก เช่นจิตสงบ แล้วท่านดุจริงๆ มาในรูปแบบที่ไม่เคยเห็นมาก่อน)

เสร็จแล้วท่านก็ไป ผมก็นั่งสมาธิสงบๆต่อเล็กน้อย ... แล้วก็มองไปดูรอบๆ
สภาพที่พบเจอคือ-------> ความสงบ เพราะเป็นป่า และ เป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมของพระปฏิบัติสายธรรมยุติ หลวงปู่มั่น .. ดูขลัง และศักดิ์สิทธิ์มาก..

เมื่ออยู่ในป่า...มันก็สงบ
ไม่มีใครให้คุยด้วย ไม่มีอะไรให้คิด...มันก็สงบ
อากาศเย็นสบาย...มันก็สงบ

ทั้งหลายทั้งปวง เป็นเพราะ สถานที่สัปปายะ เหมาะแก่การปฏิบัตินั่นเอง..

Carbonato
08-09-2006, 09:37 PM
http://www.agalico.com/board/showthread.php?t=7379

เป็นรูปที่ไปวัดกับคณะมาครับ

เชิญเจริญกุศลจิตด้วยการดูงานบุญครับ..

Raindrops
09-09-2006, 03:17 PM
สาธุค่ะ
สงบจากนอกเข้าใน สงบจากในออกนอก

สงบนอก
สถานที่ที่ควรแก่การปฏิบัติธรรม เราสามารถนำความสงบของสถานที่มาช่วยให้จิตสงบได้ นั่นก็คือ สถานที่ที่สงบย่อมส่งเสริมในการฝึกจิตให้สงบได้ดี
ความสงบไม่ใช่เพียงแต่สถานที่เท่านั้น บุคคลและท่านๆที่อยู่ ณ สถานที่นั้น มีส่วนในความสงบของสถานที่นั้นๆด้วย

สงบใน
อบรมจิตให้สงบภายใน รอบข้างย่อมสัมผัสได้ถึงความสงบนั้น ต่อให้ภายนอกวุ่นวายเท่าใด เมื่อเราสงบในใจ ย่อมไม่หวั่นไหวต่อความวุ่นวายภายนอก สิ่งปลุกเร้าภายนอก สิ่งทำให้เกิดรักโลภโกรธหลงอันเป็นเหตุให้จิตขุ่นมัว ย่อมไม่ทำให้จิตวุ่นวาย สงบในสงบยาก พยายามสงบเท่าไหร่ ยิ่งไม่สงบ ปล่อยไปตามธรรมชาติ รับรู้เรื่อยๆ สงบเกิดจากใน มั่นคงยั่งยืน ต่อให้ภายนอกวุ่นวาย สงบในใจมีความสุข


เมื่อเราสงบอยู่ ต่อให้คนอารมณ์ร้อนเค้าเข้ามาหาเรา ตราบใดเราสงบ เค้าก็สามารถสงบด้วยได้ อาจจะร้อนอยู่สักพัก แต่สุดท้ายถ้าเรายังสงบอยู่ พายุย่อมสงบ
เวลาเราสงบ เปรียบให้เหมือนต้นไม้ใหญ่ยืนยง ต่อให้พายุมาแรง เราย่อมไม่ล้ม ไม่เอน
แต่เมื่อเราไม่สงบใน เหมือนต้นไม้เปราะบาง เมื่อพายุมา พายุนั้นย่อมถอนรากถอนโคน โอนเอียงอ่อนไปตามพายุ
เมื่อพายุสงบนั้น ก็เหมือนกับสงบภายนอก
ถ้าจิตเราสงบพอ อาจจะไม่มาก อาจจะแค่โอนอ่อนตาม แต่เราไม่ได้ไปตามทั้งหมด ตามปกติ ลมย่อมพัดพาสิ่งเบาได้ เมื่อใดเราหนักแน่น ต่อให้ลมแรงเท่าไร ก็ไม่ไหวเอน

สงบภายนอกช่วยเราฝึกจิตได้ดี ไม่ใช่ว่า ถ้าเราจิตสงบแล้วเราก็ไม่ต้องการสถานที่สงบเพื่อการปฏิบัติ แต่การปฏิบัตินั้นทำได้ทุกที่ แต่ว่าการที่ปฏิบัติในสถานที่ปฏิบัติก็เหมือนกับ สิ่งต่างๆช่วยเสริม เพิ่มความสงบให้จิต

อย่างไรก็ตาม เมื่อคนนั้นสงบรอบข้างนั้นย่อมสงบ สถานที่ปฏิบัติธรรมมีแต่คนไปเพื่อฝึกความสงบภายใน เมื่อท่านเหล่านั้นเจอความสงบภายในแล้ว สงบนั้นแผ่ถึงภายนอกด้วย ทำให้สถานที่นั้นสงบ เมื่อสถานที่นั้นสงบไม่ว่าจะเป็นใคร ตัวใด ตนใด คนใด ท่านใด ย่อมอยากอยู่ในสถานที่แบบนั้น และอยากจะรักษาความสงบเช่นนั้นไว้ เมื่อเรารับรู้ว่าที่นั้นสงบเราจะพบความร่มเย็นความสงบในตัวเราเอง

ทุกอย่างมีการเปลี่ยนแปลงเสมอ ดังนั้นจึงต้องพยายามรักษาจิตให้สงบเสมอ ไม่ใช่ว่า อ่า...ตอนนี้สงบแล้ว อย่าได้ไว้ใจว่าจิตจะสงบเช่นนี้ตลอดไป
ธรรมชาติของการมีอยู่ ความแน่นอน การไม่เปลี่ยนแปลงย่อมไม่มี

Carbonato
09-09-2006, 07:42 PM
บุคคลใดมีธรรม บุคคลนั้นย่อมเจริญ

tamsak
12-09-2006, 09:06 PM
มีคับ แต่ยิ่งเร็ว มันก็ยิ่งเหมือนกะยานอวกาศที่ความเร็วสูง แต่กว่าจะผ่านชั้นบรรยากาศต้องเจอการเสียดสีจากความร้อน แรงเสียดทาน ความดันอากาศอย่างหนัก กว่าจะผ่านออกมายังอวกาศได้ เอาอย่างนั้นมะ 55+



สงสัยว่า...น่าจะผ่านมาบ้างพอสมควรนะ เลยตั้งหน้าตั้งตาอยากไปให้เร็วขึ้น บางทีท้อๆ ขึ้นมา (อารมณ์ชั่ววูบน่ะ) ไม่อยากไปมันละ..ไอ้อวกงอวกาศอะไรเนี่ย อยากไปนอนเล่นที่บ้านอันแสนสุขมากกว่า.....เอิ๊ก...เอิ๊ก....เอ๊ก.... ไปด้วยกันม๊า.....ครายจะไปยกมือขึ้น......โย้ว...โย้ว....


.
.

เถรี
13-09-2006, 10:56 AM
อยากไปนอนเล่นที่บ้านอันแสนสุขมากกว่า.....เอิ๊ก...เอิ๊ก....เอ๊ก.... ไปด้วยกันม๊า.....ครายจะไปยกมือขึ้น......โย้ว...โย้ว....


.
.



ช่วยสร้างบ้านให้คนอื่นก่อน

แล้วจะตามไปนอนที่บ้านตนเองทีหลัง

หลายคนยังขาดที่พักถาวร ขอเป็นสถาปนิกให้เค้าก่อนค่ะ

แล้วจะตามไปยกมือทีหลังนะพี่ตั้ม

เถรี
13-09-2006, 11:11 AM
"ธรรมทั้งหลายจงให้ด้วยความเมตตา ธรรมที่มาจากความเมตตา บริสุทธิ์กว่า ธรรมที่มีเจตนาประกาศถึงภูมิของตน"

เถรี
13-09-2006, 11:25 AM
"การปฏิบัติยิ่งกว่าปฏิบัติ เรานับว่าเป็นสิ่งควรค่าแก่การบูชา"

" พิจารณาธรรมในทุกขณะจิต..."

" ธรรมที่เกิดจากความไม่มั่นใจ แล้วใครจะเชื่อถือ..."

[b-wai]

tamsak
13-09-2006, 04:11 PM
ช่วยสร้างบ้านให้คนอื่นก่อน

แล้วจะตามไปนอนที่บ้านตนเองทีหลัง

หลายคนยังขาดที่พักถาวร ขอเป็นสถาปนิกให้เค้าก่อนค่ะ

แล้วจะตามไปยกมือทีหลังนะพี่ตั้ม



ขอโมทนาในความตั้งใจครับ ..... แต่พี่แค่ชวนน้องๆ ไปนอนเล่นพักผ่อนชั่วครู่ชั่วยามเท่านั้นเองครับ พอหายเหนื่อยหายท้อ....ก็มาเดินปร๋อใหม่....ยังไม่พักถาวรหรอกครับ...

กุ๊ยเป็นสถาปนิก...งั้นพี่เป็นวิศวกรดีกว่า ....ขอเป็นวิศวกรสังคมละกัน....อยากสร้างชุมชนในฝันให้สุขสันต์ทุกอย่างทุกประการ ไชโย...ไชโย.... (b-oneeye)


.
.

kasin84000
29-10-2006, 01:04 AM
เจ้าของกระทู้เข้ามา update หน่อยครับ

kasin84000
31-10-2006, 11:53 PM
เมื่อกี้เข้าไปอ่านห้องพุทธภูมิมา
ท่านพระโพธิสัตว์ใหญ่โดนอัดอย่างหนัก

Carbonato
08-11-2006, 02:56 PM
งานกฐินท่าซุงมีเรื่องเล่าหนุกๆ อยู่ ประมาณ 3 - 4 เรื่อง

1. เรื่องร่องรอยน้ำท่วม

..........เมื่อมองไปข้างๆทาง เขต จ.ชัยนาท แถวๆ ปั๊มที่เราแวะกินข้าว ก็มองไปเห็นน้ำเจิ่งนองไปหมด .. ไม่รู้ว่าเป็นบึง หรือว่าอะไร คล้ายบึง .. ท่วมซะ
..........เมื่อเข้าเขต อ.มโนรมย์ อ.เมือง ก็เห็นข้างทางที่เป็นป่าๆ มีน้ำท่วม .. ยิ่งเข้าใกล้ อ.เมือง จ.อุทัยฯ ยิ่งเจอน้ำท่วมเป็นบริเวณกว้างขวางมาก ... แต่ลดไปเยอะแล้ว แต่ก็ยังเหลือเยอะอยู่ดี แต่เห็นปลาเยอะดี ..เออ น้ำท่วม ปลาก็เฮฮา คนก็เซ็งเป็ด เป็นงั้นไป..
.........แถมเข้ามาเขตวัด ดูกำแพงเห็นรอยน้ำท่วมสูงมากอีก ..โอว์จอร์จ ขนาดวัดมันยังจะพังเลย คนมันจะเหลือเหรอ .. เอาไงดีหว่า ค่อยๆคิด ค่อยๆปลงดีกว่า ..



2. เรื่องบรรยากาศในงานกฐิน ที่ศาลา 12 ไร่

.........ตั้งแต่เข้าเขตวัด ก็เริ่มรู้สึกว่า จิตเรามันปลื้ม และต้อง "ทรงฌาน" อีกแล้วหละ .. ทรงแบบไหนง่ายสุด ก็เอาสติไปจับงานบุญไง .. ก็ปลื้มปีติ .. สลับๆ กันไป ... เริ่มมองเห็นคนจำนวนมากแห่กันมาวัด เห็นโอกาสว่า เราจะได้ทำบุญ !!
.........ก็เริ่มเลยแล้วกัน หยอดเหรียญทำบุญหลายๆอย่าง มีงานบุญให้ทำเยอะจริงๆ ... เยอะมาก โคตรๆ .. หลวงพ่อท่านปูพื้นฐานให้ลูกหลานได้ทำบุญแบบไม่อั้นจริงๆ .. พ่อแสนดีแบบนี้ ลูกก็อย่าลืมนึกถึงพ่อนะ(บอกตัวเองอ่ะ ครับ หุหุ)
..........เมื่อได้นั่งลงแล้ว ก็ทำสมาธิ เล็กน้อย ก็ไม่เป็นไร ไม่ต้องตั้งท่ามาก ครึ่งกำลังแม้จะไม่ชัดเจนมาก แต่มันคล่องเอง แว๊บรู้เอง.. มันมีบุญเก่าอยู่บ้าง แอบกินของเก่า ... ก็ไปแอบดูหลวงพ่ออนันต์ เจ้าอาวาสวัดท่าซุง ...โห .. ตอนที่ท่านพูดให้พรโห ท่านสว่างมาก .. ท่านมีบารมีมากเลย .. ผมไปนึกถึงว่า ท่านอธิษฐานให้เอาบารมีจากเมืองนิพพานมาแผ่ให้ลูกๆหลานๆ ที่มางานด้วยซ้ำ ..เห็นมาจากโน่นเลย ไม่รู้เห็นไปได้ยังไง .. ลักษณะแสงจะคล้ายๆ เอ่อ จะเล่ายังไงดี ประมาณว่าประกายฟ้าผ่าได้ไหม หลายๆเส้น รวมกันมาจากตัวท่าน ... .... หลวงพ่อฤาษีท่านก็มี องค์ต่างๆ ท่านก็มาหมด มาหมดจริงๆนะ ... รู้สึกว่างานนี้ จะแคบก็ไม่แคบ จะว่างก็ไม่ว่าง .. ก็พอดีกันเลย ....
........ แฮะๆ ก็มองไปดูอีกว่า(นักแอบดู หรือขโมยนั่นเอง) ..แต่ละคนเค้ามีสภาวะจิตเป็นยังไงกัน ก็รู้อีกว่า มีหลายคนกำลังทรงฌาน เก่งๆกันทั้งนั้นเลย แต่ว่ามีส่วนค่อนข้างน้อย แต่ก็จำนวนไม่น้อยนะ ..เห็นแล้วก็เห็นความเสื่อมของสิ่งของ ว่าน้ำท่วมแล้วมันก็พัง แต่หลวงพ่อและลูกศิษย์ท่านก็ไม่ได้ยึดติดอะไร จะท่วมก็ท่วมไป ไม่ได้ไปยึดติดวัดวาอาราม ที่มันแบกเอาไปไม่ได้ แต่ถ้ามันจำเป็นจริงๆ ท่านก็ช่วยดูแลวัด เท่าที่จะเหมาะสมสังเคราะห์คนให้พอดีๆ ไม่ใช่ว่าต้องดีเสมอไป ต้องอยู่ค้ำฟ้า... คำว่ายึดติด รู้สึกว่าท่านไม่ค่อยมี ปล่อยวางกันเก่ง โมทนาสาธุ
...............ผมก็แอบดูอีก .. งานกฐินครั้งนี้ กำลังใจดีกันมากเลยหลายๆคน แม้ว่าจะยังขาดหลายอย่าง ไม่ค่อยพอกัน ...แต่ว่ากำลังใจดีกัน .. ส่วนที่ขาดนั้นจริงๆ ไม่มีขาดในโลกทิพย์นะครับ ..บุญพวกท่านๆ มีเยอะกันมากเหลือเกิน
...............ผมก็แอบดูอีก ... ว่า พระพุทรูปแก้วใสองค์ที่ผมไปบูชามาจากวัด โอ้โห องค์นี้ ท่านศักดิ์สิทธิ์จริงๆ โอ้โห .. นี่ตัวแทนองค์ปฐมชัดๆ ... โอ้โห ยิ่งอยู่ใกล้ ยิ่งได้แบกท่าน ยิ่งรับรู้ได้ชัดเจน โอ้หนอ พลังพุทธคุณของพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ท่านดีอย่างนี้ ..โอ้โห ... โคตรจะชัดเลย ชัดโคตรๆๆ ... พระพุทธรูปองค์นี้ท่านแผ่รัศมีแรงมากครับ ...สว่างมาก

เพิ่งเข้าใจว่า มีพระดี แล้วชีวิตจะดี ก็ตอนนี้แหละ เห็นภานุภาพท่าน .. พระองค์นี้ อยู่กับผมแล้วผมจะดีขึ้นทุกๆอย่างนะ ผมรู้สึกอย่างนั้น ...นับว่าเป็นบุญมากที่ได้บูชาท่าน .. ถือว่าท่านสงเคราะห์จริงๆ

kasin84000
08-11-2006, 10:47 PM
งานกฐินท่าซุงมีเรื่องเล่าหนุกๆ อยู่ ประมาณ 3 - 4 เรื่อง

1. เรื่องร่องรอยน้ำท่วม

..........เมื่อมองไปข้างๆทาง เขต จ.ชัยนาท แถวๆ ปั๊มที่เราแวะกินข้าว ก็มองไปเห็นน้ำเจิ่งนองไปหมด .. ไม่รู้ว่าเป็นบึง หรือว่าอะไร คล้ายบึง .. ท่วมซะ
..........เมื่อเข้าเขต อ.มโนรมย์ อ.เมือง ก็เห็นข้างทางที่เป็นป่าๆ มีน้ำท่วม .. ยิ่งเข้าใกล้ อ.เมือง จ.อุทัยฯ ยิ่งเจอน้ำท่วมเป็นบริเวณกว้างขวางมาก ... แต่ลดไปเยอะแล้ว แต่ก็ยังเหลือเยอะอยู่ดี แต่เห็นปลาเยอะดี ..เออ น้ำท่วม ปลาก็เฮฮา คนก็เซ็งเป็ด เป็นงั้นไป..
.........แถมเข้ามาเขตวัด ดูกำแพงเห็นรอยน้ำท่วมสูงมากอีก ..โอว์จอร์จ ขนาดวัดมันยังจะพังเลย คนมันจะเหลือเหรอ .. เอาไงดีหว่า ค่อยๆคิด ค่อยๆปลงดีกว่า ..



2. เรื่องบรรยากาศในงานกฐิน ที่ศาลา 12 ไร่

.........ตั้งแต่เข้าเขตวัด ก็เริ่มรู้สึกว่า จิตเรามันปลื้ม และต้อง "ทรงฌาน" อีกแล้วหละ .. ทรงแบบไหนง่ายสุด ก็เอาสติไปจับงานบุญไง .. ก็ปลื้มปีติ .. สลับๆ กันไป ... เริ่มมองเห็นคนจำนวนมากแห่กันมาวัด เห็นโอกาสว่า เราจะได้ทำบุญ !!
.........ก็เริ่มเลยแล้วกัน หยอดเหรียญทำบุญหลายๆอย่าง มีงานบุญให้ทำเยอะจริงๆ ... เยอะมาก โคตรๆ .. หลวงพ่อท่านปูพื้นฐานให้ลูกหลานได้ทำบุญแบบไม่อั้นจริงๆ .. พ่อแสนดีแบบนี้ ลูกก็อย่าลืมนึกถึงพ่อนะ(บอกตัวเองอ่ะ ครับ หุหุ)
..........เมื่อได้นั่งลงแล้ว ก็ทำสมาธิ เล็กน้อย ก็ไม่เป็นไร ไม่ต้องตั้งท่ามาก ครึ่งกำลังแม้จะไม่ชัดเจนมาก แต่มันคล่องเอง แว๊บรู้เอง.. มันมีบุญเก่าอยู่บ้าง แอบกินของเก่า ... ก็ไปแอบดูหลวงพ่ออนันต์ เจ้าอาวาสวัดท่าซุง ...โห .. ตอนที่ท่านพูดให้พรโห ท่านสว่างมาก .. ท่านมีบารมีมากเลย .. ผมไปนึกถึงว่า ท่านอธิษฐานให้เอาบารมีจากเมืองนิพพานมาแผ่ให้ลูกๆหลานๆ ที่มางานด้วยซ้ำ ..เห็นมาจากโน่นเลย ไม่รู้เห็นไปได้ยังไง .. ลักษณะแสงจะคล้ายๆ เอ่อ จะเล่ายังไงดี ประมาณว่าประกายฟ้าผ่าได้ไหม หลายๆเส้น รวมกันมาจากตัวท่าน ... .... หลวงพ่อฤาษีท่านก็มี องค์ต่างๆ ท่านก็มาหมด มาหมดจริงๆนะ ... รู้สึกว่างานนี้ จะแคบก็ไม่แคบ จะว่างก็ไม่ว่าง .. ก็พอดีกันเลย ....
........ แฮะๆ ก็มองไปดูอีกว่า(นักแอบดู หรือขโมยนั่นเอง) ..แต่ละคนเค้ามีสภาวะจิตเป็นยังไงกัน ก็รู้อีกว่า มีหลายคนกำลังทรงฌาน เก่งๆกันทั้งนั้นเลย แต่ว่ามีส่วนค่อนข้างน้อย แต่ก็จำนวนไม่น้อยนะ ..เห็นแล้วก็เห็นความเสื่อมของสิ่งของ ว่าน้ำท่วมแล้วมันก็พัง แต่หลวงพ่อและลูกศิษย์ท่านก็ไม่ได้ยึดติดอะไร จะท่วมก็ท่วมไป ไม่ได้ไปยึดติดวัดวาอาราม ที่มันแบกเอาไปไม่ได้ แต่ถ้ามันจำเป็นจริงๆ ท่านก็ช่วยดูแลวัด เท่าที่จะเหมาะสมสังเคราะห์คนให้พอดีๆ ไม่ใช่ว่าต้องดีเสมอไป ต้องอยู่ค้ำฟ้า... คำว่ายึดติด รู้สึกว่าท่านไม่ค่อยมี ปล่อยวางกันเก่ง โมทนาสาธุ
...............ผมก็แอบดูอีก .. งานกฐินครั้งนี้ กำลังใจดีกันมากเลยหลายๆคน แม้ว่าจะยังขาดหลายอย่าง ไม่ค่อยพอกัน ...แต่ว่ากำลังใจดีกัน .. ส่วนที่ขาดนั้นจริงๆ ไม่มีขาดในโลกทิพย์นะครับ ..บุญพวกท่านๆ มีเยอะกันมากเหลือเกิน
...............ผมก็แอบดูอีก ... ว่า พระพุทรูปแก้วใสองค์ที่ผมไปบูชามาจากวัด โอ้โห องค์นี้ ท่านศักดิ์สิทธิ์จริงๆ โอ้โห .. นี่ตัวแทนองค์ปฐมชัดๆ ... โอ้โห ยิ่งอยู่ใกล้ ยิ่งได้แบกท่าน ยิ่งรับรู้ได้ชัดเจน โอ้หนอ พลังพุทธคุณของพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ท่านดีอย่างนี้ ..โอ้โห ... โคตรจะชัดเลย ชัดโคตรๆๆ ... พระพุทธรูปองค์นี้ท่านแผ่รัศมีแรงมากครับ ...สว่างมาก

เพิ่งเข้าใจว่า มีพระดี แล้วชีวิตจะดี ก็ตอนนี้แหละ เห็นภานุภาพท่าน .. พระองค์นี้ อยู่กับผมแล้วผมจะดีขึ้นทุกๆอย่างนะ ผมรู้สึกอย่างนั้น ...นับว่าเป็นบุญมากที่ได้บูชาท่าน .. ถือว่าท่านสงเคราะห์จริงๆ

โมทนาด้วยครับ

kasin84000
10-11-2006, 08:37 AM
พูดถึงครูบาอาจารย์ในสายธรรมพระเดชพระคุณหลวงพ่อของพวกเรา
แต่ละองค์นี่ท่านเก่งกาจสามารถมากจริงๆ
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง
หลวงพ่ออนันต์ วัดท่าซุง
หลวงพี่เล็ก วัดท่าขนุน
สุดยอดเกินบรรยาย

สุปฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ
อุชุปฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ
ญายปฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ
สามีจิปฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ

Raindrops
12-11-2006, 03:54 PM
ช่วงนี้จัดห้องใหม่

จะพยายามทำเป็นห้องพระส่วนหนึ่งครับ ..จะได้ดีหน่อย ..จะได้ไม่เหลวเป๋วแบบที่เคยกว่าเดิม

ส่วนเรื่องที่ผ่านมาๆ ก็จะมีทั้งเรื่องหลง และไม่หลง ...ทุกข์สุขปนกันไป หากจะเล่าให้ฟัง ก็เป็นเรื่องที่เจอตอใหญ่..ที่เรามองข้าม ..

เรื่องทั้งหมดทั้งปวง ย่อม บอกเหตุ "การฝึกสติ" ของเราว่ามีความพอดีหรือไม่ การฟังเทศน์เรื่องสติมามาก และก็พยายามฝึกสติ.. ก็ไม่ได้หมายความว่าจะฝึกสติได้ดีเยี่ยมในเวลาอันเร็ว และนอกจากนี้ ก็มิได้หมายความว่าจะฝึกสติถูก และ ครบหมด

คำว่า "สติ" คำนี้ .. จึงมิใช่เรื่องที่เราควรจะคิดว่า เราฟังแล้วเราเข้าใจเลย... เพราะการเข้าใจเรื่องสติ เป็นประสบการณ์ที่ตัวเองพบจึงจะเข้าใจจริง .. ต้องเจอในทางปฏิบัติ..

การเจอในทางปฏิบัติก็ยังมีอุปสรรคอยู่มาก...

ขอสรุปอีกทีว่า .. สติ .. คำนี้ครอบจักรวาล โยนให้คำเดียวคนฟังแล้วหงายหลังไปเลย .. แต่ก็เป็นหน้าที่เรานี่เนอะ .. ท่านบอกดีแล้ว เราทำไม่ได้เองตะหาก จ๊ากกก

แม้ธรรมะจะใหญ่ จะกว้างขวาง ก็ไม่ใช่ว่าจะทิ้งไปทีเดียว .. ก็ต้องนำมาพิจารณา ..พิจารณาต่อว่า ในสิ่งที่เห็นในชีวิตประจำวัน ในสิ่งที่เล็กที่น้อย ทุกๆ สิ่ง มีความเป็นไปในทิศทางใด.. มีการประคองตัวเองให้รอดปลอดภัยแค่ไหน

เคารพพระพุทธเจ้าด้วย ความสามารถและควมฉลาดในการทรงธรรมเข้าใจธรรมอย่างถูกต้อง ... พระธรรมของท่านมีความหมายมาก ... การจะตีแผ่ความดีที่ท่านสอนได้ .. เราต้องเห็นจริงตามท่านเสียก่อน ..

และที่สำคัญ ธรรมะที่ท่านไม่ได้บอกได้สอนอย่างชัดเจน .. ก็ควรทราบไว้ ..เพราะท่านสอนหมด แต่เรารับไม่ทันน ไม่ฉลาดเท่าท่านนั่นเอง ....

อย่าพูดเลยเรื่องสติ...ละเอียดโคตรๆ ...

ธรรมะพระพุทธเจ้า สั้นๆ แต่ความหมายเต็มอัตรา .. เนี่ยผมเคยฟังเทศน์มา แล้วเพิ่งมาเจอเอง โหย... น้ำตาตกใน .. คนรู้ตามได้ก็ยากลำบากนัก

ที่พูดเนี่ยเพราะสงสารตัวเอง

แต่ไม่ได้ท้อ...เพราะว่า มีแต่เราที่ต้องดูแลรักษาตัวเองต่อ...

ก็ในเมื่อเราไม่มีสติ ใครจะเสือกมีสติให้เราเนี่ย กักๆๆ


สาธุค่ะพี่อ้น (b-smile)

Supernova
13-11-2006, 03:06 PM
ในศาลา 100 ไร่ ตรงที่มีพระมารับผ้าไตรและของบริวาร พระที่อยู่ตรงนั้นหลายๆท่านเก่งมากนะครับ

Carbonato
22-12-2007, 08:24 AM
เริ่มต้นปีหน้า จะเริ่มมาอัพกระทู้นี้ต่อครับผม .. จะเป็นแค่พื้นฐานต่อไป

เจ้าพายุ
24-12-2007, 02:45 PM
ขออนุโมทนาครับ

sharingidea
26-12-2007, 12:06 AM
อนุโมทนาครับ

Carbonato
05-01-2008, 11:46 AM
จะว่าไป ตอนนี้ก็ไม่รู้จะอัพอะไร

มันไปตามกระแสของครูบาอาจารย์โดยรวม... คือ ส่วนใหญ่ใช้ ญาณ 8 อย่างเดียว..หรือ ใช้แค่ความรู้สึก..

เพราะว่า ขี้เกียจหละมั๊ง

การใช้ญาณ 8 เนี่ย หากใช้ไม่บ่อย ไม่พร่ำเพรื่อ ใช้ตามกระแสที่ ครูบาอาจารย์ท่านแนะนำ หรือ ดึงไปเนี่ย..จะใช้เกิดประโยชน์ได้มาก เพราะว่าเพียงกำลังเราเอง เราสู้กับกระแสของโลกปัจจุบันนี้ไม่ไหวหรอก..

...บางที กำลังจะคิดนะ..คำตอบมาเลย เสียงอาจารย์ท่านบอกมาเลย ว่าควรทำหรือไม่ควรทำ และจะทำไปแนวไหน

ถ้าบางทีเราเกิดไม่ได้ความอะไร หรือไม่ทราบอะไรเลย ก็ให้ใช้ พรหมวิหาร 4 .. อุเบกขาสิ ก็แต่ก่อนเรายิ่งไม่รู้อะไร เราอยู่เฉยๆ ก็ยังได้เลย มาทีนี้ .. เราจะไปคาดหวังอะไรกับความรู้ผ่านกระแส ที่ติดๆขัดๆ ... เราต้องมองโลกในแง่ดี

พรหมวิหาร 4 .. นี่ สบายนะ.. การเป็นพรหมนี่อยู่ตรงกลางระหว่าง 3 โลก.. จะไปนิพพานก็ได้ จะไปโลก จะไปสวรรค์... มีพรหมเป็นตัวผ่านทั้งหมด

หากจะเชื่อมกระแสทั้ง 3 โลก..ด้วยการสร้างบารมีพุทธภูมิ ควรไปพักที่พรหมจะดีที่สุด...

..............

จะจดคำสอนแห่งพุทธภูมิบารมีเต็ม ผู้เป็นแนวทางของข้าพระพุทธเจ้าในการต่อไป

หลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ


"ข้าหวังนายร้อย ไม่ได้หวังนายสิบ คนอย่างข้า ต้องหักยอดฉัตรจึงจะสมใจ"
"ข้าสร้างบารมีนานมาก ขนาดที่มองไม่เห็นฝั่งเลยทีเดียว" (จากการสื่อจิต)
"ข้าสร้างบารมีมามากจนหายอยาก" (จากคำสอนหลวงตาม้า)
"แกคิดถึงข้า ข้าก็คิดถึงแก แกไม่คิดถึงข้า ข้าก็คิดถึงแก ข้าอยู่ใกล้ๆแกจำไว้"

Carbonato
08-01-2008, 04:38 PM
เป็นความลำบากสักหน่อยในตอนแรกที่ฝึกมโนฯครึ่งกำลังได้แล้ว จะดูว่า อันไหนจริงไม่จริง

สิ่งที่จริง คือ สิ่งที่เกิดเองโดยไม่ได้นึกคิดมาก่อนครับ

และอีกอย่าง..คือ สิ่งที่ดี จะจริงหรือไม่จริง มันเป็นสิ่งที่ควรทำ..เช่น เรากราบพระแบบนี้ จิตเราอธิษฐานไปแล้ว..เราจะกราบจริงหรือไม่ก็ชั่ง ก็ต้องกราบอยู่ดี เพราะเป็นสิ่งที่ดี ทิ้งความสงสัยได้เลยประเด็นนี้

บางทีเราจะรู้เองเลยนะครับ ว่า กระแสความรู้สึกแบบนี้..เป็นขององค์ไหน..เราจะทราบเองครับ.. เป็น ปัจจัตตัง..เหมือนเรื่องส่วนตัว ไม่มีคนรู้กับเราหรอก อิอิ

ทำกรรมฐานกองใดๆ เราต้องอาศัยบุญเก่าให้ส่งผลด้วยครับ ไม่งั้นความฉลาดอาจจะยังมาไม่ถึง บางทีเราจะผ่านเป็นจุดๆเนี่ย เราผ่านด้วยความคิดออกโดยบังเอิญทั้งนั้น..นี่เป็นเรื่องของวาระ

เสริม..อีกเรื่องครับ
...ถ้าพบเห็นอะไรมากๆ ไม่รุ้ว่าอันไหนจริงหรือปลอม..บางทีก็ให้ปล่อยวางเฉยๆไว้ ไม่สนใจ..จะเป็นยังไงก็ว่ากันไป ..

จะมีการฝึกไปยังบางจุดที่เรามั่นใจที่สุด ว่าไม่มีอุปาทานแน่ๆ.. เราก็ไปเฉพาะจุดนั้นบ่อยๆ เวลาที่เราไม่มั่นใจ ลังเลสงสัยขึ้นมา..

สำหรับผม...การฝึกมโนฯ .. สิ่งที่จะเป็นอุปาทานได้ยาก คือการไปกราบพระ..ไม่ค่อยมีอุปาทาน อยู่กับพระบ่อยๆ .. แบบนี้ผมไปบ่อยๆครับ สงสัยตอนไหน ไปกราบพระเลย...แน่นอนหละ ไปดึงกำลังใจดีๆกลับมาก่อน



พลังงานบุญ บารมีที่เราเพียรสะสมทุกวัน ด้วยการฝึกแบบนี้..เขาจะไปของเขาเองครับ อย่าหยุดแล้วกัน.. แต่ถ้าหยุด ให้หยุดด้วยอุเบกขาธรรม หรือ ความสงบครับ...

พูดยาก..ต้องเรื่อยๆฮะ ทำความดีเรื่อยๆ ทำแบบไหน มันก็หน้าตาเดียวกัน จะไปต่อยอดกันเอง..ความดีสาขาไหน ก็คือความดีครับ..

จากข้อความผมเองที่โพสต์ที่.. http://board.palungjit.com/showpost.php?p=906251&postcount=15
<!-- / message --><!-- sig -->

แคท
08-01-2008, 07:42 PM
เบือเจ้านิวรณ์ จริงๆๆ
พอจิตสงบ หัวผะโงก เล้ย ..
มัน วูบไปเล้ย..

ถามพระครู ท่านก็ได้แต่เฆมตาหัวเราะ ..ฝึกไป ฝึกเข้าไป
กายมันคง เก่งกล้าเข้าสักวัน

Carbonato
11-01-2008, 07:12 PM
การฝึกมโนมยิทธิ หรือฝึกกรรมฐานทั้งหมด .. เราจะก้าวหน้าเร็ว เราต้องเป็นครูสอน หรือคนแนะนำคนอื่นครับ.. จะเป็นธรรมทาน เร่งบารมี...หลวงพ่อฤาษีฯท่านเคยกล่าวว่า จะย่นระยะเวลาได้ 7 ชาติเลยทีเดียว .. ถ้าทำต่อไปเรื่อยๆแบบนี้ อานิสงส์มาก

มโนมยิทธิ คือ ฤทธิ์ทางใจ เราสามารถปรับใช้กับกรรมฐานทุกกองให้ชำนาญ .. ทั้งการทรงฌาน(สำหรับผมอาจจะขั้นต้น หรือ กลางๆ) .. บางคนสวดมนต์ทุกวันตอนก่อนลุกจากเตียงตอนตื่นนอน เขาก็ทำแบบนี้ไปเองโดยอัตโนมัติ ..การทำเองโดยอัตโนมัติ คือ มโนมยิทธิ คือ ฤทธิ์ของใจที่ฝึกดีแล้ว

หลวงพ่อท่านเน้น ให้ไปนิพพาน รักนิพพาน รักในการพ้นกิเลส รักในสิ่งที่พระพุทธองค์ทรงสอนให้ทำ ละในสิ่งที่พระพุทธองค์ทรงสอนให้ละ .. กาย เป็นของไม่ควรไปสนใจใยดีกับมัน เพราะไม่จีรังยั่งยืน และไม่ใช่สิ่งที่เราควรจะยึด(ซึ่งเรายึดมาแบบนี้ตลอด-ส่วนตัวผมเองอาจจะทำไม่ได้เต็มที่แบบหลวงพ่อสอนครับ แต่ก็พิสูจน์ด้วยปัญญาเองตลอด)

วันนี้มีเคล็ดมาให้ลองทำกันครับ...
เคล็ดการปฏิบัติแบบหนึ่ง ที่ทำให้จิตดี ...นั่นคือ การบวชจิต หรือ บวชใน

ไม่ว่าจะทำอะไร ให้เรานึกว่าเราเป็นพระ เรามีพระพุทธเจ้า พระธรรม พระสงฆ์เป็นผู้บวชให้ .. นึกไปว่าเราใส่ชุดเหลือง ..ทำอะไรก็นึกว่าเราเป็นพระ นั่งก็พระ นอนก็พระ เข้าห้องน้ำก็พระ ..

หากจิตเรารักษาพลาดตอนไหน นั่นคือ การลาสิกขาบทเองโดยอัตโนมัติ(สึก) ..ซึ่งไม่ผิดครับ เพราะเป็นเรื่องอัตโนมัติของจิต...

การฝึกสมาธิเอาดีได้ยากครับ ถ้าไม่บวช.. แต่ไม่ได้หมายความว่าเอาดีไม่ได้เลย แค่บอกว่าจะยากกว่า คนที่บวช ..คนที่บวชอยู่วัด สงบ กระแสพระสิงในใจตลอด เพราะเขาหัวโล้น .. เมื่อข้างนอกเป็นพระ ข้างในก็เป็นพระง่าย

แต่ฆราวาสทั่วไป .. ที่ไม่ได้บวช .. ก็ให้อธิษฐานตัวเองบวชในซะเลย

แบบนี้เป็น เนกขัมมบารมีขั้นอุกฤษณ์(หรือปรมัตถบารมี)

Carbonato
27-04-2008, 10:45 AM
ขออนุญาตเล่าเรื่องตอนบวชเพื่อเป็นธรรมทานนะครับ อาจจะไม่มีอะไรมาก
แต่บุญกุศลทั้งหมด ก็เพราะ ได้รับอานิสงส์จาก ท่าน อ.ไก่ เคยเมตตาสั่งสอนธรรมะไว้ และได้ใช้ต่อมา พัฒนาเรื่อยมา สะสมบุญบารมีมาเรื่อยๆครับ ก็เลยคิดว่าเอาไว้กระทู้นี้กว่า ทีแรกว่าจะตั้งกระทู้ใหม่ มีกระแสบอกว่าไม่ต้องตั้งใหม่ เอาไว้นี่ดีกว่า ..ก็ตามนี้

ประสบการณ์ตอนบวชพระ
บวชนาควันที่ 3-6 เม.ย. 2551

บวชพระตั้งแต่วันที่ 6-25 เม.ย. 2551

ไม่รู้จะเรียงยังไง ทีแรกก็จดไว้ดีๆอยู่หรอก ไปๆมาๆ ไม่ได้เอากระดาษจดมาตอนไปที่วัดถ้ำเมืองนะ ก็เลยขาดตอน แล้วตอนนี้กลับมาหากระดาษจดที่บ้านก็หายไปแล้ว ..(ฮ่า ฮ่า) เอาเป็นว่าเล่าได้เล็กๆน้อยๆก็แล้วกันครับ เอาพอเป็นเรื่องสนุกสนาน บันเทิงใจ จะได้หายเครียด หายเซ็ง หายตกฌาน สำหรับพวกปฏิบัติแบบเราๆ

บวชครั้งนี้ก็มีเรื่องเล่าอยู่มากมายเหมือนกัน แต่เรียบเรียงไม่ถูก แล้วก็ปะติดปะต่อไม่จบ ขาดๆเกินๆ ก็ลองฟังดูครับ

1. กระแสของพระอริยเจ้า ณ วัดป่าที่ไปบวช

...วัดที่ผมไปบวช เป็นวัดป่าธรรมยุติ เจ้าอาวาสองค์เดิม และพระผู้ใหญ่อีกองค์ ท่านเป็นพระอริยเจ้า และก็สอนฆราวาสประจำอยู่ที่นั่น เป็นที่เลื่องลือพอสมควรในเขตนั้น

พอผมเข้าไปเหยียบเขตวัด ก็เอาหละหวา กระแสนี้ กระแสพระอริยเจ้า คือ สงบ สว่าง เป็นไปในทางเพื่อพ้นกิเลส หลีกหนีจากบาป จากทุกข์ทั้งปวง มุ่งสู่สมาธิ การสะสมบุญ การอยู่ในครรลองคลองธรรม(นี่ผมแปลจากกระแสเดียวนะเนี่ย แต่แปลเป็นภาษาคนได้เยอะน่าดู)

การที่มีพระอริยเจ้าปรากฏโปรดสัตว์อยู่ที่ใด พลังงานก็จะสะสม แผ่บารมีญาณไปในเขตนั้นๆ ให้มีความสงบสุขแบบนี้ ทำให้เขตนั้นสว่างไปด้วยกระแสอริยเจ้า กระแสพุทธะเรื่อยๆ เป็นพลังคุ้มกัน พลังรักษา โอ้ อัศจรรย์ครับ ท่านมีพระคุณอเนกอนันต์ ต่อหมู่สัตว์

แต่กระแสพระอริยเจ้า ก็ต่างกับกระแสพระโพธิสัตว์นะครับ .. ก็ศึกษาไว้

2. การฝึกเดินเท้าเปล่าบิณฑบาต ของผู้ไม่เคย

พระธรรมยุติท่านจะเคร่งครัดในพระธรรมวินัย เพื่อมิให้เผลอ ให้มีสติอย่างรัดกุม และเน้นการธุดงค์ ถือสัจจะปฏิบัติธรรม สร้างความเพียรอย่างหนักแลกกับชีวิตเป็นประจำ ด้วยเหตุนี้จึงเหมือนกับการฝึกอยู่ในสังคมพระปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ ก็เลยกลายเป็นพระดีไปโดยปริยาย ถ้ามีปัญญาพิจารณาไปด้วย ขณะฝึกตนอย่างหนัก


ทางที่เดินไปบิณฑบาตรวมระยะทางที่เดินทั้งหมดประมาณ 6 กิโลเมตร เข้าไปในหมู่บ้านใหญ่ ทางเดินมีหลายช่วง ช่วงแรกเป็นหินลูกรังล้วนๆ ต่อมาเป็นที่นาชาวบ้าน ก็จะดีหน่อย เป็นดินทราย ต่อมาเป็นหินลูกรังอีกครั้ง ต่อมาเป็นลาดยางที่มีหินประปราย ต่อมาเป็นทางคอนกรีดเป็นหลุมเป็นบ่อ สรุปเหยียบหินจนเท้าด้านเลย ..

ได้ฝึกสติตอนเดิน ฝึกความอดทน ทำให้เราได้ขันติบารมี(ต่อความเจ็บเท้า และความเมื่อยล้า ความง่วง) วิริยะบารมี(เพียรพยายามในเดินจนเสร็จงาน) สัจจะบารมี(ว่าต้องไปบิณฑบาตโปรดคนทุกวัน) จ