PDA

View Full Version : ห้องสมุดล้ำยุคสิงค์โปร์


Wisdom
06-11-2005, 12:04 PM
http://images.google.co.th/images?q=tbn:A0CrV7H87VMJ:www.tws.com.sg/singapore/sin_assets/desktops/800/singapore-1-800.jpg (http://images.google.co.th/imgres?imgurl=http://www.tws.com.sg/singapore/sin_assets/desktops/800/singapore-1-800.jpg&imgrefurl=http://www.tws.com.sg/tws_html/community/community_desktop-images.html&h=600&w=800&sz=154&tbnid=A0CrV7H87VMJ:&tbnh=106&tbnw=142&hl=th&start=1&prev=/images%3Fq%3Dsingapore%26svnum%3D10%26hl%3Dth%26lr%3D)

http://images.google.co.th/images?q=tbn:EfAslftfJ3IJ:www.tropicalisland.de/SIN%2520Singapore%2520Changi%2520Airport%2520b.jpg (http://images.google.co.th/imgres?imgurl=http://www.tropicalisland.de/SIN%2520Singapore%2520Changi%2520Airport%2520b.jpg&imgrefurl=http://www.tropicalisland.de/singapore.html&h=864&w=1330&sz=87&tbnid=EfAslftfJ3IJ:&tbnh=97&tbnw=150&hl=th&start=7&prev=/images%3Fq%3Dsingapore%26svnum%3D10%26hl%3Dth%26lr%3D)


http://images.google.co.th/images?q=tbn:VEMSuvlczHMJ:www.jameswiseman.com/photos/singapore/Img_0905.jpg (http://images.google.co.th/imgres?imgurl=http://www.jameswiseman.com/photos/singapore/Img_0905.jpg&imgrefurl=http://www.jameswiseman.com/photos/singapore/&h=450&w=600&sz=50&tbnid=VEMSuvlczHMJ:&tbnh=99&tbnw=133&hl=th&start=16&prev=/images%3Fq%3Dsingapore%26svnum%3D10%26hl%3Dth%26lr%3D)

ห้องสมุดล้ำยุคสิงค์โปร์

สิงค์โปร์หนึ่งในประเทศศูนย์กลางแหล่งความรู้แห่งเอเชียประเทศแห่งสัญลักษณ์สิงโตเงือกคือที่ๆหัวข้อของเราเกี่ยวข้องด้วยแต่เนื่องจากถ้าจะให้บรรยายถึงประเทศเล็กๆแต่ร่ำรวยและใจไม่เล็กนี้ก็คงจะต้องใช้เวลาเป็นวันๆเพราะฉะนั้นเรามาศึกษากันถึงหนึ่งในประเด็นเคล็ดลับสำคัญของประเทศนี้ที่ทำให้ประชาชนของเขามีประสิทธิภาพและศักยภาพกันดีกว่าและหนึ่งในสถานที่ที่ยืนยันเรื่องราวที่กล่าวมาตั้งแต่ต้นได้ดีก็น่าจะเป็น “ห้องสมุดประชาชนสิงค์โปร์”
แย้มแรกที่เห็นห้องสมุดแห่งนี้จากรถบัสซึ่งกำลังแล่นเข้าไปใกล้ทุกขณะเท่าที่เห็นขอบอกว่าไม่ธรรมดาเลยทีเดียวทำไมนะเหรอครับก็เพราะว่าห้องสมุดแห่งนี้กินอาณาเขตตึกประมาณ15ชั้นไปทั้งตึกเลยนับได้เลยว่าใหญ่มากลักษณะของตึกจะเป็นแนวใสๆลักษณะตึกกระจกที่ดูทันสมัยอีกทั้งยังมีลิฟต์แก้วที่ทำให้สามารถเห็นวิวตัวเมืองได้ด้วยทันทีที่ก้าวผ่านประตูของห้องสมุดที่ชั้นแรกเข้าไปแล้ววิทยากรบรรยายที่ทางคณะของเราได้นัดไว้ก็รออยู่แล้วก่อนเข้าเรื่องขอเล่าประวัติพอสังเขปของห้องสมุดแห่งนี้ก่อนห้องสมุดแห่งนี้ปัจจุบันดำเนินการโดยรัฐบาลสิงค์โปร์แต่จุดเริ่มต้นนั้นมาจากเงินบริจาคของมหาเศรษฐีสิงค์โปร์ท่านหนึ่งซึ่งระลึกถึงพระคุณของชาติตนจึงได้สมทบเงินบริจาคในการสร้างห้องสมุดแห่งนี้ขึ้นมา(นอกจากนี้ยังมีเงินของรัฐบาลเองเหรอของท่านประธานอธิบดีและประชาขนทั่วไปด้วย) เหตุที่ทำให้ห้องสมุดแห่งนี้พิเศษจากห้องสมุดประชาขนอื่นๆในสิงค์โปร์ก็เพราะที่นี้เป็นถึงห้องสมุดกลางของประเทศเลยทีเดียว

และเนื่องจากว่าเป็นห้องสมุดกลางความพิเศษจึงต้องมีมากมายยกตัวอย่างสักเรื่องก่อนเช่นช่วงเวลาตลอดปีนั้นจะมีนิทรรศนาการมาจัดอยู่เสมอๆและไม่ซ้ำแบบกันเพื่อให้ประชาชนของเขาได้รับรู้ความรู้ใหม่ๆด้วยไม่ว่าของอดีตเหรอปัจจุบันนิทรรศนาการที่จัดอยู่ระหว่างที่คณะผมไปนั้นเป็นนิทรรศนาการของนักท่องเรือชาวจีน

ความล้ำยุคของห้องสมุดที่เห็นได้ชัดเลยว่าทุกๆชั้นจะมีคอมพิวเตอร์คอยบริการอยู่สองแบบหนึ่งคือคอมพิวเตอร์ที่ใช้ตรวจหาหนังสือต่างๆตารางหนังสือที่ตนได้ยืมหรือคืนหรือแม้กระทั่งตู้คืนหนังสืออัตโนมัติ24ชั่วโมงด้วยส่วนอย่างที่2นั้นก็คือคอมพิวเตอร์อินเตอร์เน็ตทั่วๆไปชั้นต่างๆแต่ละชั้นละชั้นจะแบ่งหนังสืออกจากกันไว้อย่างชัดเจนเช่นชั้นนี้หมวดหนังสือสำหรับเด็กแบบเรียนสำหรับเด็กประถมมัธยมส่วนอีกชั้นหนึ่งจะมีหมวดหนังสืออ้างอิงสำหรับนักศึกษาวิทยานิพนต์หรือนักวิจัยทั่วๆไปเรียกได้ว่าหลากหลายและเป็นระบบเลยทีเดียว

ขั้นบนสุดของห้องสมุดจะพิเศษกว่าชั้นอื่นๆตรงที่ว่ามีหนังสือของหลายๆประเทศในโลกมีมาให้เลือกสรรอ่านกันและมีเครื่องฉาย Film strip ไว้ดูหนังสือเก่าๆตั้งแต่ร้อยๆปีก่อนได้โดยหน้าแต่ละหน้าจะบรรจุอยู่ในรูปแบบฟิล์มและวิธีการดูก็คือจะมีเครื่องฉายเฉพาะในการกรอฟิล์มไปมาและภาพจะฉายให้

ข้อคิดที่ได้จากการมาห้องสมุดแห่งนี้ที่เป็นข้อคิดดีๆที่อยากจะบอกกล่าวกันก็คือกล่าวว่าชีวิตคืออะไรกันแน่เราเกิดมาทำไมอะไรคือชีวิตจะใช้ชีวิตอย่างไรให้ถูกชีวิตความเป็นมนุษย์แท้จริงแล้วเป้าหมายคืออะไรหลายคนไม่เข้าใจจุดนี้แท้จริงแล้วการที่เราเกิดมานี้ทุกคนมีกรรมของตัวเองไม่ว่าจะกรรมดีหรือกรรมชั่วการเกิดมาก็คือการชดใช้กรรมและมาสร้างกรรมดีลบล้างกรรมเก่าเพื่อประโยชน์ของตนเองแต่บางคนเกิดมาแทนที่จะไปสร้างกรรมดีกลับไปแสวงทำกรรมชั่วยิ่งๆขึ้นไปอีกพอเป็นเช่นนี้แล้วก็นับว่าจะมีแต่พาท่านไปฉิบหายโดยแท้(ลองดูสภาพสังคมเราทุกวันนี้เป็นตัวอย่างดูสิครับ)เพราะฉะนั้นเวลาไม่รอใครเป็นคนดีมีพรหมวิหารสี่ถือศีลห้าแผ่เมตตาแล้วแต่วันนี้ใจท่านจะสงบและรอดพ้นจากอันตรายทั้งหลายที่จะเกิดในกาลข้างหน้าตั้งตนอยู่ในความไม่ประมาทเชื่อว่ากรรมมีจริงและให้ระวังกรรมที่ตัวเองจะสร้างหากจะสร้างก็ขอให้สร้างแต่กรรมดี

4 อย่างที่ควรมีประจำจิต
1. มีความเมตตาต่อทุกสรรพสิ่งรอบตัวและเมตตาต่อตัวท่านเองด้วยทุกชีวิตล้วนเวียนว่ายตายเกิดด้วยกันทั้งหมดทั้งสิ้นเอาใจเขามาใส่ใจเรา
2. มีความกรุณาต่อทุกสรรพสิ่งหากมีอะไรที่ตัวเราทำเพื่อช่วยผู้อื่นได้ก็จงช่วยและเราควรแผ่เมตตาบ่อยๆ
3. หากเราเห็นผู้อื่นได้ดีก็จงยินดีไปกับเขาอย่าไปริษยาใครการที่ผู้อื่นได้ดีแล้วเรายินดีตามเรายิ่งมีอานิสงค์มาก
4. ให้วางเฉยหากเจอคนด่าหรือถูกกลั่นแกล้งหรืออะไรต่างๆหากเราตอบโต้เรามีแต่จะเสียมากยิ่งขึ้นใช้ความดีและเย็นเข้าแก้ไขของร้อนๆ
นอกจากนี้ให้ถือศีลห้าละเว้นจากบาปทั้งปวงเคารพกตัญญูผู้มีพระคุณทำตนให้ร่มเย็นแล้วเรานั้นละจะกลายเป็นเทพจิตเรามีแต่ความบริสุทธิ์ขึ้นก็นับได้ว่าเรากำลังทำตนให้เป็นเทพจิตเรานั้นละจะกลายเป็นเทพไม่ว่าตอนนี้หรือหลังอาสัญกาลดวงบารมีเราจะสว่างยิ่งขึ้นซึ่งทุกจิตมี
นี้ก็เป็นข้อคิดที่ได้จากการมาห้องสมุดแห่งนี้จากการได้ไปเห็นหมวดศาสนาแต่ก็ไม่ได้มีแค่นี้เราเห็นตัวอย่างได้ชัดเลยว่าการศึกษานั้นสำคัญแค่ไหนเพราะจิตวิทยายาอย่างหนึ่งที่ประเทศสิงค์โปร์ทำนั้นก็คือ(เป็นความคิดส่วนตัวนะครับ)เขาทำที่อยู่อาศัยดูออกมาไม่ค่อยใหญ่โตนักและที่ใหญ่โตก็ราคาแพงพอเป็นอย่างนี้ประชาชนก็ไม่ค่อยชอบอยู่ในบ้านแล้วไปไหนกันละครับไปห้องสมุดเพราะที่นั้นมีกิจกรรมอะไรๆให้ทำเยอะแยะมากมายและเป็นการสร้างเสริมความรู้สติปัญญาใหม่ๆไปในตัวด้วยประชาชนและประเทศสิงค์โปร์มีการพัฒนาอยู่ตลอดเวลาก็เพราะเหตุนี้นี่เอง

ยังไงผมต้องขอขอบคุณคะอาจารย์พี่เลี้ยงพี่ไกด์ตลอดจนถึงวิทยากรและเพื่อนๆนักเรียนนักศึกษาร่วมคณะทัวร์ทุกๆคนด้วยนะครับที่ทำให้การมาห้องสมุดประชาชนครั้งนี้คุ้มค่าและได้ข้อคิดอะไรๆมากมายและขอขอบคุณทางEDU zone เป็นพิเศษด้วยครับ

ใจจริงอยากจะเขียนเยอะกว่านี้เกี่ยวกับห้องสมุดแต่ไหนๆก็ได้เขียนทั้งทีก็ขอกล่าวถึงประเทศสิงค์โปร์บางอย่างอีกเล็กน้อย

การเดินทางโดยรถไฟฟ้าใต้ดินที่สิงค์โปร์
เอาละไหนๆก็จะเริ่มทั้งทีก็ขอเริ่มตั้งแต่การเดินทางเลยละกันครับการเดินทางที่นี้ไม่ยากเลยครับเพราะการคมนาคมขนส่งที่สิงค์โปร์นี้ขอบอกว่าดีมากๆเลยหากจะไปจากฟากหนึ่งของเกาะไปยังอีกฟากหนึ่งถ้านั่งรถไฟใต้ดินไปแล้วใช้เวลาไม่เกินครึ่งชั่วโมงก็ถึงแล้วครับเนื่องจากสิงค์โปร์นี้เป็นประเทศที่เล็กการจัดการระบบอะไรต่างๆจึงเป็นระบบระเบียบดีมากๆ(อยากเห็นที่เมืองไทยจัง)การซื้อตั๋วรถไฟฟ้าใต้ดินที่นี้จะต่างจากบ้านเราอย่างหนึ่งคือเวลาจ่ายเงินค่าเดินทางต้องจ่ายเงินเพิ่มพิเศษหนึ่งดอลลาร์เป็นค่ามัดจำบัตรด้วยและจะได้คืนก็ต่อเมื่อเราเอาบัตรไปคืนที่ตู้อัตโนมัตินั้นละครับ(ถ้าทำบัตรหายก็ซวยไปเลยครับเพราะหนึ่งดอลลาร์ : 25 บาท)หมายเหตุ : ที่นี้สถานีปิด5ทุ่มนะครับ
ย่านChinatown
จากที่เดินๆดูต้องขอบอกว่าขายทุกอย่างเลยตั้งแต่สากกะเบือยันยานอวกาศแต่ที่เน้นมากก็น่าจะ
เป็นพวกของประดับบ้านเสื้อผ้าและพระเครื่องนักท่องเที่ยวเองก็มีเยอะเหมือนกันสินค้าแต่ละอย่างเองก็ไม่แพงอย่างที่คิดเอาไว้แต่หากจะซื้อของที่นี้ผมแนะให้ไปเดินจตุจักรบ้านเรากันดีกว่าเพราะสินค้าที่ขายที่นี้ล้วนMade in Thailand ทั้งนั้นไม่งันก็เมืองจีนเป็นส่วนมากแต่จุดเด่นๆที่น่าสนใจก็คือพวกอาหารนี้น่ากินมาก (เห็นแก่กินจริงๆเลยเรา) แต่ที่ผมไม่ค่อยชอบนักก็คือบางร้านเอาพระพุทธรูปมาวางขายบนพรมหน้าร้านเลยซึ่งค่อนข้างดูเป็นการไม่เหมาะสมเท่าไร
เอาละครับวันนี้ก็คงหมดแล้วนะครับการนำเสนอเล็กๆน้อยหวังว่าคงจะเป็นความรู้ให้เพื่อนๆได้บ้างนะครับไม่มากก็น้อยไว้คราวหน้าจะหาเรื่องดีๆมีสาระมาให้อ่านกันอีกนะครับ

http://images.google.co.th/images?q=tbn:CO6YmHh1_v4J:www.loc.gov/rr/international/asian/images/singapore.jpg (http://images.google.co.th/imgres?imgurl=http://www.loc.gov/rr/international/asian/images/singapore.jpg&imgrefurl=http://www.loc.gov/rr/international/asian/singapore/singapore.html&h=281&w=268&sz=22&tbnid=CO6YmHh1_v4J:&tbnh=109&tbnw=103&hl=th&start=6&prev=/images%3Fq%3Dsingapore%26svnum%3D10%26hl%3Dth%26lr%3D)

(bb-flower