น้ำมันพราย
25-11-2004, 09:35 AM
ปัจจุบันหลายประเทศ เช่น สหรัฐฯ มาเลเซีย สิงคโปร์
รณรงค์ให้คนเลิกดื่มนมอย่างจริงจัง การวิจัยพบว่านมทำให้เกิดโรคภูมิแพ้
โรคเบาหวาน กระดูกผุ สมาธิสั้น เด็กปวดท้อง เด็กหูอักเสบ หอบหืด
ฉี่รดที่นอน
เลือดกำเดา ปวดหัว ไซนัสอักเสบ ฯลฯ
นม ทำให้ร่างกายสูงให_่จริง แต่ไม่ได้เป็นเพราะ แคลเซียม
สิ่งที่ทำให้ร่างกายสูงให_่คือ Growth Hormone
ของสัตว์หรือฮอร์โมนที่เกิดจากการกระตุ้นการเจริ_เติบโตของวัว
คนจะมี น้ำหนักเพิ่ม 3 กิโลกรัมโดยเฉลี่ย ในเวลา 3 เดือนหลังคลอด
แต่ลูกวัวนั้น น้ำหนักจะเพิ่ม 30 กิโลกรัม ในเวลาเท่ากัน
เพราะฉะนั้นสรีระโครงสร้างทั้งหมด
และความต้องการอาหารนั้นไม่เหมือนกันโดยสิ้นเชิง
วัวเมื่อโตเต็มที่จะมีน้ำหนักรวม 500 กิโลกรัมขึ้นไป
ในขณะที่คนจะมีน้ำหนักประมาณ 50-60 กิโลกรัม การให้เด็กดื่มนมวัว
ก็คือการให้สารอาหารที่มีไว้กระตุ้นสัตว์ที่มีการเจริ_เติบโตมากมายแกเด็ก
ผลคือเด็กมีโครงสร้างที่ผิดปกติไปจากที่เด็กควรจะเป็น และโดยปกติแล้ว
ลูกวัวรับประทานนมแค่ 1 ปี แต่ลูกคนรับประทานนมวัวต่อเนื่องเป็นสิบปี
ฉะนั้น
Growth Hormone จะกระตุ้นการเจริ_เติบโตของเด็กอย่างต่อเนื่อง
ทำให้ร่างกายสูงให_่ผิดไปจากเผ่าพันธุ์เดิมของตน และในที่สุด
โรคต่างๆที่กล่าวข้างต้นก็จะเกิดขึ้น แต่อันตรายนี้จะเห็นได้ช้า
ฉะนั้นคนส่วนให_่จะไม่ตระหนักและคิดว่าเป็นเรื่องที่ดี
อันตรายจากนมที่สำคั_อีกอย่างหนึ่งก็คือ ออทิสติก หรือโรคสมาธิสั้น
เด็กจะไม่อยู่เฉย
เพราะถูกกระตุ้นในตื่นตัวเสมอจากสารกระตุ้นที่มีอยู่ในนมวัว
เพราะลูกวัวนั้นโดยธรรมชาติแล้ว คลอดออกมามันจะต้องวิ่งได้
เพื่อที่จะวิ่งหนีศัตรู เช่น หมาป่า เสือ สิงโต
ฉะนั้นในนมวัวจึงมีสารที่จะทำให้ลูกวัวตื่นตัวตลอดเวลา
เด็กที่ดื่มนมวัวจึงมีอาการตื่นตัว อยู่เฉยไม่ได้ เหมือนอยู่ในป่า
การถูกกระตุ้นเกินกว่าเหตุเป็นอันตรายต่อสมองและพัฒนาการของเด็กและผู้ให_่
ประโยชน์ที่คนส่วนให_่คาดว่าจะได้จากนมวัว คือโปรตีนและแคลเซียม
ความจริงที่ควรทราบก็คือโปรตีนจากสัตว์เป็นอันตรายต่อร่างกายมาก
และแคลเซียมในนมก็ไม่ได้มีมากอย่างที่หลายคนเชื่อ นมวัว 3
แก้วให้ปริมาณแคลเซียมเท่ากับหัวปลาทูเพียง 1 หัวเท่านั้น
นมวัวมีไว้ให้วัวกิน นมคนมีไว้ให้คนกิน
คนเป็นสิ่งมีชีวิตชนิดเดียวที่กินนมข้ามสายพันธุ์ และกินอย่างต่อเนื่อง
จึงก่อให้เกิดโรคต่างๆมากมาย
ปัจจุบันพบว่าสาเหตุของโรคภูมิแพ้ทั้งในเด็กและผู้ให_่คือนมวัว
สาเหตุของโรคกระดูกผุ เวียนศีรษะในผู้สูงอายุ คือนมวัว
แพทย์พบว่าคนไข้ที่มีอาการดังกล่าว ถ้ามีประวัติดื่มนมอย่างต่อเนื่อง
หลังจากให้หยุดดื่มนมแล้ว อาการดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
สำหรับผู้ห_ิงนั้น นมถั่วเหลือง เหมาะที่สุด
เพราะในนมถั่วเหลืองนอกจากจะได้โปรตีนจากพืชซึ่งเป็นโปรตีนที่ถูกต้องแล้ว
ในนมถั่วเหลืองก็มีแคลเซียม และที่สำคั_มีฮอร์โมนเอสโตรเจน
ซึ่งเป็นฮอร์โมนเพศห_ิง จะทำให้ผู้ห_ิงมีผิวพรรณดี
โดยเฉพาะผู้ห_ิงวัยใกล้หมดประจำเดือน
ซึ่งปริมาณเอสโตรเจนในร่างกายจะลดลงนั้น
การดื่มนมถั่วเหลืองจะช่วยเพิ่มระดับฮอร์โมนเอสโตรเจน
ทำให้โอกาสที่จะเกิดอาการผิดปกติต่างๆ ในวัยใกล้หมดประจำเดือนลดน้อยลง
ปริมาณที่เหมาะสมสำหรับการดื่มนมถั่วเหลืองคือวันละหนึ่งแก้ว
และหากจะให้ได้ประโยชน์สูงสุดควรดื่มในเวลาที่ท้องว่าง
คือก่อนหรือหลังอาหาร
2 ชั่วโมง ควรดื่มในเวลาท้องว่าง
เพราะในนมถั่วเหลือจะมีไฟเบอร์ชนิดหนึ่งที่แข็งแรงมากฉะนั้นถ้ากินพร้อมมื้ออ
าหารจะทำให้การย่อยและการดูดซึมสารอาหารในมื้อนั้นๆตกลง
อย่างไรก็ตามนมถั่วเหลืองอาจไม่เหมาะที่จะให้ผู้ชายดื่มทุกๆวัน
เนื่องจะการเพิ่มฮอร์โมนเอสโตรเจนซึ่งเป็นฮอร์โมนเพศห_ิงให้กับผู้ชายในปริมา
ณมากเกินไป
จะส่งผลต่อการทำงานของฮอร์โมนเพศชายทำให้ผลิต สเปิร์มน้อยลงและมีลูกยาก
ปล.ให้ระวังกันด้วยหล่ะเป็นห่วงทุกคนนะค่ะ.....
รณรงค์ให้คนเลิกดื่มนมอย่างจริงจัง การวิจัยพบว่านมทำให้เกิดโรคภูมิแพ้
โรคเบาหวาน กระดูกผุ สมาธิสั้น เด็กปวดท้อง เด็กหูอักเสบ หอบหืด
ฉี่รดที่นอน
เลือดกำเดา ปวดหัว ไซนัสอักเสบ ฯลฯ
นม ทำให้ร่างกายสูงให_่จริง แต่ไม่ได้เป็นเพราะ แคลเซียม
สิ่งที่ทำให้ร่างกายสูงให_่คือ Growth Hormone
ของสัตว์หรือฮอร์โมนที่เกิดจากการกระตุ้นการเจริ_เติบโตของวัว
คนจะมี น้ำหนักเพิ่ม 3 กิโลกรัมโดยเฉลี่ย ในเวลา 3 เดือนหลังคลอด
แต่ลูกวัวนั้น น้ำหนักจะเพิ่ม 30 กิโลกรัม ในเวลาเท่ากัน
เพราะฉะนั้นสรีระโครงสร้างทั้งหมด
และความต้องการอาหารนั้นไม่เหมือนกันโดยสิ้นเชิง
วัวเมื่อโตเต็มที่จะมีน้ำหนักรวม 500 กิโลกรัมขึ้นไป
ในขณะที่คนจะมีน้ำหนักประมาณ 50-60 กิโลกรัม การให้เด็กดื่มนมวัว
ก็คือการให้สารอาหารที่มีไว้กระตุ้นสัตว์ที่มีการเจริ_เติบโตมากมายแกเด็ก
ผลคือเด็กมีโครงสร้างที่ผิดปกติไปจากที่เด็กควรจะเป็น และโดยปกติแล้ว
ลูกวัวรับประทานนมแค่ 1 ปี แต่ลูกคนรับประทานนมวัวต่อเนื่องเป็นสิบปี
ฉะนั้น
Growth Hormone จะกระตุ้นการเจริ_เติบโตของเด็กอย่างต่อเนื่อง
ทำให้ร่างกายสูงให_่ผิดไปจากเผ่าพันธุ์เดิมของตน และในที่สุด
โรคต่างๆที่กล่าวข้างต้นก็จะเกิดขึ้น แต่อันตรายนี้จะเห็นได้ช้า
ฉะนั้นคนส่วนให_่จะไม่ตระหนักและคิดว่าเป็นเรื่องที่ดี
อันตรายจากนมที่สำคั_อีกอย่างหนึ่งก็คือ ออทิสติก หรือโรคสมาธิสั้น
เด็กจะไม่อยู่เฉย
เพราะถูกกระตุ้นในตื่นตัวเสมอจากสารกระตุ้นที่มีอยู่ในนมวัว
เพราะลูกวัวนั้นโดยธรรมชาติแล้ว คลอดออกมามันจะต้องวิ่งได้
เพื่อที่จะวิ่งหนีศัตรู เช่น หมาป่า เสือ สิงโต
ฉะนั้นในนมวัวจึงมีสารที่จะทำให้ลูกวัวตื่นตัวตลอดเวลา
เด็กที่ดื่มนมวัวจึงมีอาการตื่นตัว อยู่เฉยไม่ได้ เหมือนอยู่ในป่า
การถูกกระตุ้นเกินกว่าเหตุเป็นอันตรายต่อสมองและพัฒนาการของเด็กและผู้ให_่
ประโยชน์ที่คนส่วนให_่คาดว่าจะได้จากนมวัว คือโปรตีนและแคลเซียม
ความจริงที่ควรทราบก็คือโปรตีนจากสัตว์เป็นอันตรายต่อร่างกายมาก
และแคลเซียมในนมก็ไม่ได้มีมากอย่างที่หลายคนเชื่อ นมวัว 3
แก้วให้ปริมาณแคลเซียมเท่ากับหัวปลาทูเพียง 1 หัวเท่านั้น
นมวัวมีไว้ให้วัวกิน นมคนมีไว้ให้คนกิน
คนเป็นสิ่งมีชีวิตชนิดเดียวที่กินนมข้ามสายพันธุ์ และกินอย่างต่อเนื่อง
จึงก่อให้เกิดโรคต่างๆมากมาย
ปัจจุบันพบว่าสาเหตุของโรคภูมิแพ้ทั้งในเด็กและผู้ให_่คือนมวัว
สาเหตุของโรคกระดูกผุ เวียนศีรษะในผู้สูงอายุ คือนมวัว
แพทย์พบว่าคนไข้ที่มีอาการดังกล่าว ถ้ามีประวัติดื่มนมอย่างต่อเนื่อง
หลังจากให้หยุดดื่มนมแล้ว อาการดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
สำหรับผู้ห_ิงนั้น นมถั่วเหลือง เหมาะที่สุด
เพราะในนมถั่วเหลืองนอกจากจะได้โปรตีนจากพืชซึ่งเป็นโปรตีนที่ถูกต้องแล้ว
ในนมถั่วเหลืองก็มีแคลเซียม และที่สำคั_มีฮอร์โมนเอสโตรเจน
ซึ่งเป็นฮอร์โมนเพศห_ิง จะทำให้ผู้ห_ิงมีผิวพรรณดี
โดยเฉพาะผู้ห_ิงวัยใกล้หมดประจำเดือน
ซึ่งปริมาณเอสโตรเจนในร่างกายจะลดลงนั้น
การดื่มนมถั่วเหลืองจะช่วยเพิ่มระดับฮอร์โมนเอสโตรเจน
ทำให้โอกาสที่จะเกิดอาการผิดปกติต่างๆ ในวัยใกล้หมดประจำเดือนลดน้อยลง
ปริมาณที่เหมาะสมสำหรับการดื่มนมถั่วเหลืองคือวันละหนึ่งแก้ว
และหากจะให้ได้ประโยชน์สูงสุดควรดื่มในเวลาที่ท้องว่าง
คือก่อนหรือหลังอาหาร
2 ชั่วโมง ควรดื่มในเวลาท้องว่าง
เพราะในนมถั่วเหลือจะมีไฟเบอร์ชนิดหนึ่งที่แข็งแรงมากฉะนั้นถ้ากินพร้อมมื้ออ
าหารจะทำให้การย่อยและการดูดซึมสารอาหารในมื้อนั้นๆตกลง
อย่างไรก็ตามนมถั่วเหลืองอาจไม่เหมาะที่จะให้ผู้ชายดื่มทุกๆวัน
เนื่องจะการเพิ่มฮอร์โมนเอสโตรเจนซึ่งเป็นฮอร์โมนเพศห_ิงให้กับผู้ชายในปริมา
ณมากเกินไป
จะส่งผลต่อการทำงานของฮอร์โมนเพศชายทำให้ผลิต สเปิร์มน้อยลงและมีลูกยาก
ปล.ให้ระวังกันด้วยหล่ะเป็นห่วงทุกคนนะค่ะ.....