PDA

View Full Version : "กายทิพย์" ประสบการณ์นอกกายเนื้อ - อ.ยุทธพงษ์ แสงอรุณกุศล


MBNY
03-11-2005, 10:26 PM
มีประสบการณ์เร้นลับจากการฝึกจิตอย่างหนึ่งซึ่งน่าสนใจและน่าพิสูจน์ นั่นคือเรื่องของการถอดจิตจน "กายทิพย์" สามารถแยกออกจากกายเนื้อไปท่องเที่ยวตามที่ต่างๆหรือแม้แต่ใน "โลกทิพย์" ภพภูมิของวิญญาณได้ โดยที่กายเนื้อยังมีชีวิตอยู่


การฝึกถอดจิตนับเป็นหนึ่งใน 8 ศาสตร์วิชาทางศาสนาพุทธซึ่งเชื่อกันว่าในประเทศไทยมีผู้ที่มีความสามารถทางด้านนี้หลายท่าน นับแต่พระเกจิอาจารย์ที่มีอภิญญาชั้นสูงหลายๆรูปหรือแม้แต่ฆราวาสที่เป็นนักปฏิบัติธรรมชั้นสูงบางท่านก็สามารถทำได้ อย่างนักปฏิบัติธรรมท่านหนึ่งที่ผู้เขียนได้ยินชื่อเสียงของท่านมานานจึงอยากจะพาไปรู้จัก ท่านนี้คืออาจารย์ยุทธพงษ์ แสงอรุณกุศล ท่านเป็นนักปฏิบัติธรรมที่มีลูกศิษย์ลูกหาเยอะแยะมากมาย ซ้ำยังมีประสบการณ์จากสมาธิหลายเรื่องที่จะเล่าให้เราฟัง


อาจารย์ยุทธพงษ์เล่าให้เราฟังว่าท่านสนใจในเรื่องของพลังอำนาจจิตและวิญญาณมานานแล้ว เริ่มตั้งแต่ พ.ศ.2510 ที่ไหนมีการแสดงพลังจิต มีการประทับทรงท่านก็ชอบไปศึกษาแต่ในระยะแรกจะเป็นไปในลักษณะเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง จากนั้นก็เริ่มศึกษาวิธีการปฏิบัติอย่างจริงจังเพราะต้องการจะรู้ว่าเรื่องของพลังจิตและวิญญาณมีจริงหรือไม่และที่สำคัญคืออยากจะรู้ว่าทำไมคนเราจึงต้องมาเกิด อาจารย์ได้เริ่มต้นเล่าประสบการณ์ของการฝึกจิตให้เราฟังว่า


"ผมเริ่มสนใจปฏิบัติสมาธิจริงๆตอนอายุ 26 อาจเป็นบารมีเก่ามาหนุนให้เรามีความสนใจเรื่องนี้ จึงทำให้เราอยากไปดู อยากไปเห็น ฝึกครั้งแรกก็เป็นสมาธิธรรมดา พุทโธๆต่อมาผมได้พบกับอาจารย์ซึ่งเป็นท่านแรกที่สอนผมให้มอง "กึ่งกลางระหว่างคิ้ว" คนที่สอนผมคนนี้เป็นคนลาวนะเขาสอนผมแค่ให้หลับตาและมองกึ่งกลางระหว่าคิ้วให้รวมจิตให้เป็นหนึ่งแล้วกายทิพย์จะแยกออกจากร่างไปเที่ยวตามที่ต่างๆที่เราปรารถนาจะไปได้

ท่านสอนเพียงเท่านี้ เราก็หัดหลับตามองไปที่กึ่งกลางระหว่างคิ้ว ปรากฏว่าฝึกๆไปมันเกิดหนึบๆเกิดปวดเสียวและตึงๆที่กีงกลางระหว่างคิ้ว แต่ผมก็ยังเพ่งไปที่จุดตำแหน่งนั้นอยู่ตลอดเวลา ทั้งกลางวันกลางคืน ฝึกจนแม้เวลาหยุดเพ่งก็ยังมีอาการปวดหนึบๆอยู่ตรงนั้นฝึกปีหนึ่งครับก็เริ่มลอดได้แต่ใหม่ๆจะยังไม่คล้อง แต่ก็พอมองเห็นว่าภาวะที่กายทิพย์แยกออกจากกายเนื้อนี่เป็นยังไง"

อาจารย์ยุทธพงษ์บอกกับเราว่า จุดกึ่งกลางระหว่างคิ้วนั้นคือประตูสู่สวรรค์ ซึ่งหลายประเทศให้ความสำคัญ อย่างชาวจีนก็มีการสอนกันมาว่า "หน้าผาก" คือแหล่งเปล่งรัศมีไว้คุ้มครองตัว ล้าใครไว้ผมบิดหน้าผาก เส้นผมจะบังรัศมีทำให้พบภูติผี วิญญาณได้ และชาวอินเดียก็จะมีการเจิมหน้าผากที่กึ่งกลางหน้าผาก ซึ่งจะสังเกตได้ว่าทั้งเทวดาอินเดียและจีนก็มีตาที่สามที่มีอิทธิฤทธิ์อยู่ที่กึ่งกลางหน้าผากเช่นกัน ส่วนชาวไทยเราก็มีการเจิมอุณาโลมที่กึ่งกลางระหว่างคิ้วเช่นกัน นับว่าตำแหน่ง "จุดกึ่งกลางระหว่างคิ้ว" นี้ถือเป็นตำแหน่งสำคัญที่ใช้สัมผัสกับโลกวิญญาณมานานแสนนาน ตั้งแต่ครั้งโบราณจนถึงปัจจุบัน

คำว่า "กายทิพย์" นั้นผู้อ่านหลายท่านอาจจะสงสัยว่าคืออะไร อาจารย์ยุทธพงษ์ได้อธิบายให้ฟังว่า กายทิพย์มีสภาพคล้ายอากาศที่โปร่งแสงและจะแฝงแนบสนิทอยู่กับกายเนื้อดุจเป็นเนื้อเดียวกันและเมื่อเวลาหลุดแยกออกจากร่างจากการฝึกถอดจิต ร่างที่เป็นกายเนื้อของเราก็ยังมีชีวิตอยู่มีเพียงกายทิพย์ที่หลุดออกไปโดยเป็นร่างโปร่งแสงที่ไม่อาจสัมผัสได้ และระหว่างที่กายทิพย์แยกออกไปนี้จะมีสายใยที่เรียกว่า "สายใยแห่งชีวิต"

ซึ่งมีลักษณะโปร่งใสเป็นสีเงินยวงเชื่อมโยงอยู่ตลอดเวลาและยังสามารถยืดยาวไกลออกไปได้ดังใจปรารถนา และสายใยแห่งชีวิตนี้จะทำหน้าที่พิเศษอยู่อย่างหนึ่งคือถ้ากายเนื้อยังมีสายใยนี้เชื่อมอยู่ก็ยังมีชีวิตอยู่ แต่ถ้าสายใยนี้ถูกตัดขาดลงเมื่อไหร่กายเนื้อก็จะตายลงทันทีซึ่งก็หมายถึงถ้ากายเนื้อหรือมนุษย์ผ็นั้นตายลงวันใด "สายใยแห่งชีวิต" นี้ก็จะขาดจากกายเนื้อมนุษย์ผู้นั้นในทันที

ประสบการณ์นอกกายเนื้อจากการลอดกายทิพย์ของอาจารย์ยุทธพงษ์นั้นท่านได้บันทึกเรียบเรียงไว้ในหนังสือประสบการณ์จากสมาธิ-วิญญาณ ซึ่งผู้เขียนได้ขออนุญาตนำเรื่องเล่าที่น่าสนใจมาเผยแพร่ต่อไปดังนี้
ลอดจิตไปนมัสการเจ้าพ่อหลักเมือง

เรื่องนี้เป็นประสบการณ์จากการลอดจิตครั้งแรกของอาจารย์ยุทธพงษ์ หลังจากที่เพียรฝึกฝนมาเป็นเวลา 1 ปี โดยตั้งความหวังไว้ว่าอยากจะลอดกายทิพย์ให้หลุดจากกายเนื้อให้ได้คืนหนึ่งก็รู้สึกว่าขณะที่ปฏิบัติอยู่นั้นเกิดอาการปวดเสียงตึงเหมือนลูกข่างปลายแหลมปักลึกเข้าไปในหัวกะโหลกและหมุนอยู่ตลอดเวลาจนทะลุถึงท้ายทอยตรงก้านสมอง
อาการอย่างนี้หมายถึงเริ่มจะลอดกายทิพย์ได้แล้ว และขณะนั้นก็มีความรู้สึกว่าเหมือนตัวเองเป็ฯกายเนื้อเข้าไปในโลกอีกโลกหนึ่ง (โลกวิญญาณ) ที่มโหฬารไพศาล สลับซับซ้อนด้วยแสงสีและเกิดความรู้สึกหวาดเสียวล้อมรอบตัวมากมาย เห็นวิญญาณรูปร่างต่างๆทั้งที่แปลกหูแปลกตาไม่เคยพบเห็นในโลกมนุษย์ ทำให้กายทิพย์เกิดความหวาดกลัวขึ้นมาทันทีและกายทิพย์ก็แล่นกลับคืนสู่กายเนื้อทันทีทันใด เหตุการณ์ทั้งหมดนี้เริ่มต้นจนจบใช้เวลาเพียง 1 นาที เท่านั้น ซึ่งในบันทึกของอาจารย์ยังได้เล่าต่อไปอีกว่า...


"ต่อมาวันหนึ่งตั้งใจนอนแต่หัวค่ะประมาณ 6 โมงเย็นเราก็รีบเข้านอนโดยทำใจให้สบายๆหลับพักผ่อนเต็มที่ ตื่นขึ้นมาอีกครั้งประมาณตี 3 รู้สึกไม่ง่วง สำรวมจิตทำใจให้ปลอดโปร่งสบายและนอนท่าหงายตัวขึ้นรวมจิตเป็นหนึ่งมองไปที่จุดปวดเสียวตึงกึ่งกลางระหว่างคิ้วเพียงแวบเดียวก็สามารถรวมตัวเป็นลูกข่างที่หมุนเจาะลึกเข้าไปในสมอง ขณะนั้นเราคิดได้ว่าทุกครั้งที่เราถอดกายทิพย์ได้นั้นมักจะพบกับสิ่งน่ากลัว คราวนี้เราตั้งต้นใหม่ เราตั้งใจจะไปหาครูอาจารย์ของเราคือท่านเจ้าพ่อหลักเมืองสนามหลวงกรุงเทพฯท่านต้องคุ้มครองเราแน่นอน เราก็ตั้งจิตอธิษฐานนึกถึงเจ้าพ่อหลักเมือง โดยไม่ได้นึกถึงสถานที่ (ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองที่สนามหลวง)

ทั้งนี้เมื่อเรานึกถึงบุคคล ชื่อ นามสกุลแล้วก็เน้นให้เห็นใบหน้าของคนนั้นให้ปรากฏชัดแจงในความนึกคิดขณะนั้น แม้ว่าเราะจะไม่รู้ว่าเขาตอนนั้นอยู่ที่ไหนก็ตาม กระแสพลังจิตก็ดึงดูดเหนี่ยวนำให้เข้าไปหากันจนได้ และเมื่อกายทิพย์หลุดพ้นจากกายเนื้อแล้ว กายทิพย์จะหลุดลอยออกไปด้วยความเร็วสูงมาก พุ่งเข้าไปในห้วงอวกาศอันเงียบสงัด เวิ้งว้างกว้างใหญ่ ไม่มีขอบฟ้า

กายทิพย์เมื่อออกจากกายเนื้อจะเกิดมีอำนาจพิเศษหนุนนำคือ "ทิพย์อำนาจ" เข้าผสมกับอำนาจพลังจิตที่กายเนื้อฝึกได้ในชีวิตประจำวัน และเพียงจิตที่เปลี่ยนแปลงชั่วแวบว่าเราจะไปหา "เจ้าพ่อหลักเมือง" ก็เกิดบันดาลเป็นอำนาจดึงดูดให้กายทิพย์เปลี่ยนทิศทางทันที วูบหล่นมายืนอยู่บนพื้นดินทันทีซึ่งขณะนั้นก็ไม่รู้ว่าตัวเองอยู่ที่ไหน ท่ามกลางความมืดนั้นพอจะมองเห็นรางๆกายทิพย์กำลังยืนอยู่ที่สนามหญ้าแห่งหนึ่ง

ข้างหน้าเรามีบ้านหลังหนึ่งใหญ่พอสมควร ข้างบ้านมีโรงรถติดกับบ้าน ขณะที่เรากำลังยืนพิจารณาอยู่นั้นก็เกิดเห็นร่างยักษ์ผู้ชาย 5 ตน ผิวดำร่างใหญ่โตมาก เท่ากับยักษ์วัดแจ้ง ผมหยิกตาโต ปากแยกเขี้ยววิ่งเข้ามาจะตะครุบ หวังจับตัวเราให้ได้ เรากลัวมากอยากจะหนูไปให้พ้นจึงกำมือสองข้างเข้าหากันที่หน้าอก รวมจิตเป็นหนึ่งอธิษฐานนึกอยากหนีให้พ้นจากตรงนั้น กายทิพย์ไม่ต้องเดิน ไม่ต้องเหาะ ไม่ต้องวิ่ง กายทิพย์ล่องหนหายวับไปกับตาทันทีจากที่ตรงนั้น


การเคลื่อนไหวหรือการเดินทางของกายทิพย์เร็วเท่าๆกับความนึกคิดของจิตที่นึกคิดด้วยใจที่อธิษฐานอย่างแน่วแน่ ทั้งมุ่งมั่นว่าจะกลับเข้ากายเนื้อ กายทิพย์ก็ไปถึงกายเนื้อทันที ชั่วแวบหนึ่งกายเนื้อก็เริ่มรู้สึกตัวมีความนึกคิดสมบูรณ์ นั่งตรึกตรองอยู่พักหนึ่ง ทบทวนเรื่องที่เกิดขึ้นว่าฝันไปหรือไม่ไม่ใช่ฝันแน่เพราะเรามีสติรู้เห็นตลอดเรื่อง เราจึงยืนยันว่า "เป็นการถอดกายทิพย์ออกจากกายเนื้อไปได้จริง" .................................








ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ท
ที่มา : นิตรสารหญิงไทย
โดย : คุณสายทิพย์

non_KMITL
04-11-2005, 12:26 AM
ขอโทษนะครับ อ่านลำบากมาก ตัวมันเล็กไปหน่อยนะครับ

MBNY
04-11-2005, 12:39 AM
ขอบคุณนะคะ ..
พี่สงสัยมุมมอง จากหน้าจอคอม
ของพี่ทำไมตัวอักษร เท่าของน้องเลยค่ะ
พี่มองไม่เห็นว่า อักษรตัวเล็ก .. แต่เดี๋ยว
จะแก้ใหม่ นะคะ ขอบคุณที่ โพสบอกนะคะ :cool:

timetime
04-11-2005, 06:22 AM
อ่านแล้วรู้สึกมีพลัง โมทนาครับ

spkman
04-11-2005, 07:23 AM
สาธุครับ

Attawat_Rx
04-11-2005, 07:39 AM
โมทนาครับ

artty
04-11-2005, 07:57 AM
this story is Sood Yod ja P'MBNY jaaa. Art likes this story so bad leau..

atidtarn
04-11-2005, 08:41 AM
อนุโมทนาค่ะ
ตอนเริ่มศึกษาสมาธิใหม่ๆ ก็มีคนแนะว่าให้กำหนดจิตที่ใดที่หนึ่ง บอกว่าที่กลางหน้าผากก็ได้ ที่ปลายจมูก หรือที่กลางอกอย่างใดอย่างหนึ่งก็ได้ ที่เป็นจริตของเรา ที่เราชอบ ดิฉันเคยได้ยินก่อนนั้นว่า วางไว้กลางหน้าผากดี เพราะเป็นประตูของจิต แต่พอวางที่กึ่งกลางหน้าผากแล้ว รู้สึกปวดเสียวตลอดเวลาที่รวมจิตกึ่งกลางหน้าผาก แค่เพียงคิดในปัจจุบัน (ขณะนี้) ก็ปวดเสียวแล้ว ทำให้ปวดคิ้ว โดยเฉพาะปวดขมับทั้งข้างซ้ายและขวามากๆ ไปด้วย ปกติก็เคยป่วยเป็นไมเกรนอยู่แล้ว ผู้แนะเขาว่าถ้ามันรู้สึกไม่สบาย ก็ให้เปลี่ยนการกำหนดที่ตำแหน่งใหม่ ดิฉันเลยเปลี่ยนมากำหนดที่ปลายจมูก

ขอถามผู้รู้ ใครก็ได้ค่ะ
1.ถ้าจะย้ายมากำหนดที่กึ่งกลางหน้าผากอีก จะทำอย่างไรไม่ให้ปวดขมับ หรือปวดบริเวณคิ้วทั้งสองข้างไปด้วยคะ
2.หรือดิฉันควรฝึกไว้ที่ปลายจมูกเหมือนเดิมก็สามารถถอดกายละเอียดได้เหมือนกันคะ
3.ดิฉันเคยถอดกายละเอียดได้ครั้งหนึ่ง ครั้งเดียว โดยบังเอิญ ตอนนั้นยังไม่ได้ศึกษาธรรมะจริงจังเท่านี้ ตอนนั้นอายุยังไม่ 20 เลย และตอนนั้นก็ไม่ได้กำหนดจิตที่หน้าผาก หรือืที่ไหนๆ ยกเว้นคำบริกรรมคำหนึ่ง จิตเกิดรวมเป็นหนึ่งโดยบังเอิญ อย่างนี้แสดงว่า การบริกรรมให้จิตเป็นหนึ่งของดิฉันในตอนนั้น เป็นการรวมอยู่ที่กลางหน้าผากโดยที่ดิฉันไม่รู้ตัว เพราะใจคิดแต่คำๆ นั้น หรือรวมไว้ที่อื่น ก็ได้ผลเหมือนกันคะ

ขอบคุณผู้ช่วยตอบล่วงหน้าค่ะ

dalink
04-11-2005, 09:35 AM
ต้องขอบคุณที่แนะนำเรื่องดีๆ ให้ทราบโดยทั่วกันค่ะ และเพื่อเป็นการกระตุ้นเตือนใจบุคคลอื่นด้วยว่า ในโลกมนุษย์ ก็ยังมีภพภูมิอื่นๆ อยู่ และให้หันมาทำความดีกันดีก่า ง่ะ

BiMode
04-11-2005, 09:54 AM
ลองดูที่ http://www.geocities.com/book_2546

uptoyou
04-11-2005, 02:19 PM
จะถอกายทิพย์ไปเพือ่อะไร อยากถอด ได้ มันเป็น กิเลส หรือ ป่าวว

สายชน
04-11-2005, 05:03 PM
ลองไปฝึกกับแม่ชีพิมพาซิที่สำนังปฎิบัติธรรมประชาชื่นวัดกำแพงบางจากซอยเพชรเกษม20เขตภาษีเจริญ

Mikas
04-11-2005, 08:04 PM
ถอดจิตมันจำเป็นต้องออกมาทางหน้าผากหรือปล่าวครับ
ผมเคยนอนๆ แล้วรู้สึกเหมือนมันออกมาได้เอง ก่อนจะออกรู้สึกหมุนๆ บางทีก็ลอยๆ แต่ไม่ได้ออกทางหน้าฝาก เหมือนเราลุกจากที่นอนธรรมดา
ไม่รู้คิดไปเองหรือปล่าว เพราะลองสังเกตุสิ่งของที่เห็นตอนที่มีความรู้สึกว่าจิตออกไป แล้วตอนตื่นมาดูเปรียบเทียบ บางอย่างมันไม่เหมือนกัน
มีทีนึงไม่ได้ออกธรรมดา แต่รู้สึกเหมือนพุ่งไปเลย ไปไหนไม่รู้ รู้สึกแต่ว่าเร็วมาก เร็วจนเสียว เหมือนได้ยินเสียงลมปะทะด้วย เลยพยายามจะลืมตามาดูว่าพุ่งไปไหน พอลืมตามาได้เท่านั้นแหละ เห็นแต่เพดาน จบกันเรย ^^"

sao-wanee
04-11-2005, 10:10 PM
<TABLE id=HB_Mail_Container height="100%" cellSpacing=0 cellPadding=0 width="100%" border=0 UNSELECTABLE="on"><TBODY><TR height="100%" UNSELECTABLE="on" width="100%"><TD id=HB_Focus_Element vAlign=top width="100%" background="" height=250 UNSELECTABLE="off">ทุกอย่างถือเป็นประสบการณ์ได้ทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นทางโลกหรือทางธรรม จะเป็นทางโลกีย์ทรัพย์ หรือ โลกุกตรธรรม ทุกอย่างย่อมมีขั้นตอนอยู่ จะลัดขั้นตอนไม่ได้หรอก แต่จะผ่านจุด(แต่ละขั้น)ต่าง ๆ นั้น มันมีตัวแปรเยอะแยะ
ทุกคนทำได้ ไปถึงฝั่งฝันได้ จะช้าหรือจะเร็วแค่นั้น เราทุกคนต้องไปถึงสิ่งที่ตนต้องการ คือ ฝั่งพระนิพพานได้อย่างแน่นอน
</TD></TR><TR UNSELECTABLE="on" hb_tag="1"><TD style="FONT-SIZE: 1pt" height=1 UNSELECTABLE="on">
</TD></TR></TBODY></TABLE>

sao-wanee
04-11-2005, 10:16 PM
<TABLE id=HB_Mail_Container height="100%" cellSpacing=0 cellPadding=0 width="100%" border=0 UNSELECTABLE="on"><TBODY><TR height="100%" UNSELECTABLE="on" width="100%"><TD id=HB_Focus_Element vAlign=top width="100%" background="" height=250 UNSELECTABLE="off">เคยทำ ก็จะมีอาการเหมือนในหนังสือบอก ก็จะตึง ๆ ที่หัวคิ้ว แต่ไม่ได้ลองต้องเพราะไม่มีครูบาอาจารย์กำกับ ตัวเจอสิ่งที่ไม่อยากเห็น เพราะอินทรีย์อ่อน ๆอยู่เลยค่ะ หากท่านผู้ใดอินทรีย์แข็งแกร่ง(ผ่านประสบการณ์มาเยอะ)ก็ดีไปค่ะ แต่อินทรีย์อ่อน ๆ เหมือนเรา ต้องพึงระวัง มารนะค่ะ หากไม่การควบคุมที่ดี ก็สามารถเกิดอะไรขึ้นก็ได้</TD></TR><TR UNSELECTABLE="on" hb_tag="1"><TD style="FONT-SIZE: 1pt" height=1 UNSELECTABLE="on">
</TD></TR></TBODY></TABLE>

Attawat_Rx
04-11-2005, 10:46 PM
ถอดจิตมันจำเป็นต้องออกมาทางหน้าผากหรือปล่าวครับ


เท่าที่รู้ ไม่จำเป็นครับ

Mikas
05-11-2005, 07:38 PM
มีที่ไหนเปิดสอนการถอดจิต แบบเป็นเรื่องเป็นราวเลยไหม๊ครับ
อยากทำแบบมีอาจารย์ ไม่อยากมั้วๆเอาคนเดียว กัวจะบ้าเอาซะก่อน

nok
05-11-2005, 08:32 PM
ถ้าใครสนใจสามารถหาอ่านได้ที่ ฝึกถอดจิต ของหลวงพ่อ โต พรหมรังสี ค่ะ
ท่านสอนไว้โดยละเอียด

Elulu
06-11-2005, 02:25 PM
ใช่ความรู้สึกเหมือนมีอะไรดันดันออกมาตรงหว่างคิ้วรึเปล่า
.....
เคยเป็นหลายหนเเต่ไม่ได้สนใจอะไร นึกว่าดั้งจมูกขึ้น

chue27
06-11-2005, 10:11 PM
จะถอกายทิพย์ไปเพือ่อะไร อยากถอด ได้ มันเป็น กิเลส หรือ ป่าวว

ถอดเพื่อให้ได้รู้ได้เห็นกับตาตัวเองครับว่า นรกสวรรค์ ภพชาติมีจริง ทำให้เกรงกลัวต่อบาป ไม่ประมาทในการทำความดีครับ แต่ถึงอย่างไรก็ตามก็ไม่ควรไปยึดติดในอิทธิปาฏิหาร์

จันทร์เจ้า
07-11-2005, 10:02 AM
เมื่อตอนเช้าของเมื่อวาน ผมลองฝึกถอดกายทิพย์โดยการเพ่งที่หว่างคิ้วดูครับ
ปรากฏว่ามีอาการคล้ายๆจะหมดสติ (รู้สึกเบรือๆ) พอผมเรียกให้สติคืนมาทีก็สดุ้งที
เป็นอย่างนี้หลายรอบ และถี่มาก ถ้าใครผ่านมาเห็นเข้าต้องคิดว่าผมเล่นเป็นเจ้าเข้าทรงแน่เลย
(ผมนอนฝึกอยู่ในห้องนอนคนเดียวครับ เลยไม่มีใครมาเห็น)
ต่อมาผมรู้สึกเหมือนชาๆไล่จากปลายแขนขึ้นมา ซึ่งอาการคล้ายกับประสบการณ์ถอดจิตที่ผมเคยอ่านมาเลย
และรู้สึกว่าจิตแยกออกจากร่างกายแล้ว แต่พอมองดูรอบๆตัว มันมืดไปหมดเลย
ไม่เห็นว่าจะเห็นห้อง เห็นตัวเองเหมือนที่เขาว่ากันเลย
เห็นแต่สีดำเท่านั้น เพียงแต่รู้สึกว่าตัวที่เป็นกายเนื้ออยู่ใกล้ๆตัวห่างไปสัก 3-4 เมตรเท่านั้น
(คงเป็นเพราะผมตั้งจิตว่า อยากถอดจิตมาอยู่แค่ข้างๆตัวเอง ไม่อยากไปไหนไกลเพราะกลัว)
ไม่เห็นสัสันสว่างไสว และตัวของเราเองกำลังนอนอยู่อย่างที่เขาว่ากันเลย
ผมทำอะไรผิดพลาดหรือเปล่า หรือว่าผมเข้าใจผิดไปเองว่าถอดกายทิพย์ได้แล้วครับ

Mikas
07-11-2005, 04:23 PM
ผมเป็นหลายๆครั้งก็ไม่เห็นครับ
หรือเห็นบางทีมันก็ไม่ชัด น่าจะขึ้นอยู่ที่ระดับสมาธิของจิต
แต่พวกความรู้สึกทางกายนี้ชัดเลยครับ อย่างเวลาเอาเท้าไปสัมผัสพื้น หรือเอามือมาจับหน้า จับตัวตัวเอง เหมือนจริงมาก จนบางทีงง ว่านี้กายเนื้อเรามาจับจริงหรือปล่าว

ศุกร์
08-11-2005, 11:06 PM
ถอดจิตทำได้หลายแบบค่ะ ได้ทั้งแบบตั้งใจและไม่ตั้งใจ ช่วงที่ก่อนถอดจิต จิตจะเข้าสู่สมาธินิ่ง และเกิดพลัง (อาจจะเป็นพลังธรรมชาติเช่นนอนหลับแล้วจิตรวมเข้าภวังค์) การถอดจิตจะมีส่วนที่ประกอบกันหลายอย่าง เช่น
1. สมาธิ กำลังที่จิตที่ได้ มีนิมิตเป็นอารมณ์ จะมีผลต่อรูปกายที่ถอด
2. สติตามรู้ ถ้ากำลังสติมีน้อยจะถอดแบบเข้าออก ไม่รู้ตัว คิดว่าฝันไปก็มี แต่ถ้าสติทันจะเห็นทุกขั้นตอน

ณ ขณะจิตที่ถอดได้แบบที่เราตามรู้ได้ (ใหม่ๆ หลายครั้งจะมีเทวดามาช่วย)
1. ถอดจากกลางหน้าผาก
2. ถอดจากการสู่ภวังค์ ถอดจากท่านอน แล้วแยกเป็นอีกร่างแบบฉับพลัน เหมือนเซลในร่างกายลอยออกไปรวมตัวกันข้างนอกได้เองเป็นเราอีกร่างนึง กรณีนี้ ถ้าสติตามบ่อยๆ จะสามารถดึงกายไม่ให้ถอด หรือจะถอดก็ได้ตามใจชอบ

ณ ขณะที่ถอดจิต ถ้ากำหนดสติไม่ดีจะตามไม่ทันจิต ควรจะเจริญสติ และกรรมฐานกองใดกองนึง เพื่อให้จิตมีที่เกาะไว้ด้วย

**ถ้าคิดจะถอดจิต... ควรศึกษา วิธีรับมือกับ สิ่งที่จะเจอในโลกต่างมิติด้วยน๊ะค่ะ ถ้าเจอดีก็ดีไป ถ้าเจอไม่ดีก็ สุดท้ายระลึกถึงครูบาอาจารย์และฝึกกลับร่างให้เป็นแบบรวดเร็วน๊ะค่ะ**

พุทธิดา
09-11-2005, 05:26 PM
เมื่อไหร่จะถึงคิวเราน้า.....

atidtarn
10-11-2005, 09:13 AM
ขออนุโมทนาทุกท่านที่ใด้ความรู้ตรงๆ ก็มีจากคุณศุกร์ (ได้อนุโมทนาคุณกับคุณศุกร์อีกแล้ว)
แสดงว่าที่ดิแนเคยถอดจิตได้โดยบังเอิญนั้นเกิดจากการเข้าภวัง เพราะอย่างที่คุณกล่าว การถอดจิตครั้งนั้นดิฉันคิดว่าตัวเองฝันค่ะ ลุกจากที่นอนไปในทันที แต่เปิดประตูห้องไม่ได้ ใช้มือเปิดอย่างไรก็เหมือนหลุดออกจากลูกบิด เลยหันจะไปปลุกน้องที่นอนอยู่ในห้องเดียวกัน ช่วยมาเปิดประตูให้ ปรากฎว่ายังเห็นตัวเองนอนอยู่เลย ก็เลยเดินเข้าไปหาตัวเอง แล้วก็คิดในใจว่า อ้าวทำไมเรายังนอนอยู่ (แบบหงุดหงิด) เพราะบอกแล้วว่าตอนนั้นยังไม่สนใจธรรมะเลย จากนั้นรู้สึกตัวอีกทีก็อยู่บนที่นอนเหมือนเดิม ลุกจากที่นอนก็ต้องเอาผ้าห่มอุ่นๆ อกก่อน แล้วก็ไปหมุนลูกบิดประตูปกติ ความรู้สึกต่างกันมากเลย เพราะตอนจิตออกไป และลุกจากที่นอน ไม่รู้สึกว่าเราจับผ้าห่มออก แต่พอเราอยู่ในร่าง ตอนลุกขึ้น เราต้องจับผ้าห่มออกนะคะ กำลังของการหมุนลูกบิดก็มีด้วย

สรุป แสดงว่าการถอดจิต สามารถทำได้อย่างน้อย 2 ทางใช่ไหมคะ คือหว่างกลางหน้าผาก และจากการเข้าภวังใช่ไหมคะ ขอบพระคุณค่ะ
ท่านใดมีความคิดเห็นอื่นอีก ช่วยเล่าสู่กันฟังด้วยค่ะ

กัสสปะ
10-11-2005, 11:50 AM
อนุโมทนา

Mikas
10-11-2005, 05:56 PM
คงไม่ใช่การเข้าภวังนะครับ ถ้าเข้าภวังจะไม่มีสติ
อาจจะคล้ายๆจิตมันวูบลงเป็นสมาธิเองโดยไม่ได้ตั้งใจ ในจังหวะที่กำลังจะหลับ หรือกำลังจะตื่น
ตอนผมเป็น ตอนแรกจะจับลูกบิดเปิดประตูออกไป ก็เปิดไม่ได้เหมือนกัน แต่ถ้าลองรวมจิต ตั้งใจว่าจะจับ และจะเปิดออกไปมันก็จับได้ เปิดได้ครับ แต่ผมว่าประตูจริงๆ มันคงไม่เปิดหรอก (อันนี้ยังไงไม่รู้เหมือนกัน) ไว้วันหลังมีกล้องวงจรปิดจะลองถ่ายตอนนอนไว้เล่นๆ เผื่อเป็นอีกจะได้มาลองดู อิ อิ

fantasy
13-11-2005, 10:50 AM
อนุโมทนา ครับ ขอบคุณมากครับ

พล
13-11-2005, 02:35 PM
ขออนุโมทนาบุญในการเผยแพร่ธรรมด้วยครับ

อบอบ
17-11-2005, 12:35 AM
หนังสือของ พระอาจารย์ยุทธพงษ์ แสงอรุณกุศล สุดยอดมาก ๆ เราซื้อมาอ่าน 3 เล่มแล้ว เล่มแค่ 60 บาท แต่มีประโยชน์มาก ๆ ลองหาอ่านนะค่ะ (ท่านเขียนเผยแพร่มาแล้ว 7 เล่ม)

ใครสนใจถอดจิต เล่มเดียวจบ ก็ต้อง "แนวคำสอนสมเด็จโต สมาธิ ทางสงบ ถอดจิต"

ดีมาก มาก จริง ๆ ค่ะ

pytheus_b
24-11-2005, 02:10 PM
ชอบเข้ามาอ่านมากๆเลย แต่ยังไม่เคยลองดู....

แคท
26-11-2005, 11:36 PM
ขออนุโมทนาค่ะ

Aunyasit
09-12-2005, 02:39 PM
เราเองไม่ได้ฝึกถอดกายทิพย์ แต่มันเป็นมาเองตั้งแต่เกิด ก็ใช้ประโยชน์มันเรื่อยมา ก็เหมือนตัวเราเอง เดินออกจากกายเนื้อแหละ บางทีกายทิพย์แยกออกจากกายเนื้อแล้ว ก็ยังสนทนากันได้อีก การพูดและการรับรู้ จะรับรู้พร้อมๆกันทั้ง 2 ร่าง มันมีสารพัดแบบน่ะ

การไปท่องเที่ยวในภพภูมิ นรก สวรรค์ นาค บังบด ก็ใช้กายทิพย์นี่แหละไป ตอนปฏิบัติแรกๆก็ใช้งานได้ดังใจบ้าง ไม่ได้ดังใจบ้าง นานๆไปก็ชำนาญเข้า จิตมันก็ทำได้สารพัด ที่จะทำแหละครับ ในโลกทิพย์นั้น มีสิ่งมหัศจรรย์ มากมายมหาศาล ทั้งนี้จะทำได้มากได้น้อยก็ขึ้นอยู่กับบุญกุศลของแต่ละบุคคลที่สั่งสมมาหรือประกอบกับที่สร้างใหม่

บางครั้งการไปรู้เห็นเรื่องอดีต ต่างๆก็น่าจะเป็นที่กายทิพย์มันพาไปรู้เห็นแหละ มันเชื่อมต่อกัน ระหว่าง อดีต ปัจจุบัน อนาคต

สำหรับ ฐานจิตที่จะออกนั้น หากชำนาญก็ถอดจิตออกได้ทุกฐานจิตแหละ หากไม่ชำนาญก็มักจะใช้ฐานจิตตรงระหว่างคิ้ว ที่จริงตรงกระหม่อมก็ถอดจิตออกได้ ตรงหน้าอกก็ถอดจิตออกได้ บางทีนอนทำสมาธิเล่นๆตอนกลางวัน จิตมันก็ออกไปเที่ยว พอได้ยินเสียงดังหรือมีใครมาเรียกมันก็ดึงกายทิพย์กลับ บางทีมายังกะจรวด แต่ถ้ากลับเข้าร่างลักษณะที่รีบร้อนก็จะเหนื่อย เพราะกายทิพย์ยังไม่แนบสนิทกับกายเนื้อ บางทีกายทิพย์มันกลับมาเห็นกายเนื้อนอนอยู่ในท่าแปลกๆ กายทิพย์ก็จะทำท่าทางให้เหมือนกายเนื้อ แล้วก็ซ้อนทับลงไป เราก็จะตื่นขึ้นมา

กายทิพย์ คนเราก็เปลี่ยนสภาพไปตามอำนาจบุญกุศลที่เราทำไว้ หากเราทำบารมีอย่างต่อเนื่อง จะเห็นชัดถึงการเปลี่ยนแปลงของกายทิพย์ เช่น เป็นคนธรรมดา เป็นคนนุ่งขาวห่มขาว เป็นเทวดามีญานขี่ มีอาวุธ หรือไม่ก็เป็นพระห่มผ้าเหลือง ไปภายในโลกทิพย์เขาก็กราบไหว้ เช่นกัน

หากใครอยากจะฝึก ควรมีครูบาอาจารย์กำกับนะ โลกภายในก็มีสิ่งที่น่ากลัวมากมาย แต่หากจิตคนเรายังมีความกลัวต่างๆ รวมทั้งกลัวตายอยู่ละก็ การถอดจิตไม่ค่อยจะสนุกเท่าไหร่ เพราะเมื่อไปเจอสิ่งน่ากลัวในโลกภายใน กายทิพย์ก็วิ่งแจ้นกลับเข้ากายเนื้อแล้ว ก็ไม่สามารถผ่านด่านนั้นๆได้ หากเราผ่านภายในเป็นขั้นๆไป ก็จะได้รู้เห็นอะไรดีๆไปเรื่อย นานๆไปก็ไม่ต้องออกไปแบบนั้นแล้วก็ได้ ก็ใช้กำหนดจิตเอา

อยากไปไหน ไปหาใครก็กำหนดจิตเอา ผู้ที่มีตาหรือมีญาณสัมผัสเขาก็เห็นนะ หากจะไปแผ่บุญหรือโปรดสัตว์ในที่ไกลๆ ก็กำหนดจิตไป แค่นั้นก็สื่อถึงกันได้แล้ว สำเร็จกิจได้เหมือนกัน

ใครที่ทำได้ก็ลองทำดูนะ บางทีสามารถวินิจฉัยโรคทางไกลก็ได้ หรือจะรักษาก็ได้หากสามารถคุยกับเจ้ากรรมของคนป่วยได้ นี่แหละคือความมหัศจรรย์ของจิตล่ะ ครับ

ศุกร์
09-12-2005, 07:50 PM
อนุโมทนาบุญค่ะ เรื่องราวเป็นเช่นนั้นจริงๆ ^^

เราเองไม่ได้ฝึกถอดกายทิพย์ แต่มันเป็นมาเองตั้งแต่เกิด ก็ใช้ประโยชน์มันเรื่อยมา ก็เหมือนตัวเราเอง เดินออกจากกายเนื้อแหละ บางทีกายทิพย์แยกออกจากกายเนื้อแล้ว ก็ยังสนทนากันได้อีก การพูดและการรับรู้ จะรับรู้พร้อมๆกันทั้ง 2 ร่าง มันมีสารพัดแบบน่ะ

การไปท่องเที่ยวในภพภูมิ นรก สวรรค์ นาค บังบด ก็ใช้กายทิพย์นี่แหละไป ตอนปฏิบัติแรกๆก็ใช้งานได้ดังใจบ้าง ไม่ได้ดังใจบ้าง นานๆไปก็ชำนาญเข้า จิตมันก็ทำได้สารพัด ที่จะทำแหละครับ ในโลกทิพย์นั้น มีสิ่งมหัศจรรย์ มากมายมหาศาล ทั้งนี้จะทำได้มากได้น้อยก็ขึ้นอยู่กับบุญกุศลของแต่ละบุคคลที่สั่งสมมาหรือประกอบกับที่สร้างใหม่

บางครั้งการไปรู้เห็นเรื่องอดีต ต่างๆก็น่าจะเป็นที่กายทิพย์มันพาไปรู้เห็นแหละ มันเชื่อมต่อกัน ระหว่าง อดีต ปัจจุบัน อนาคต

สำหรับ ฐานจิตที่จะออกนั้น หากชำนาญก็ถอดจิตออกได้ทุกฐานจิตแหละ หากไม่ชำนาญก็มักจะใช้ฐานจิตตรงระหว่างคิ้ว ที่จริงตรงกระหม่อมก็ถอดจิตออกได้ ตรงหน้าอกก็ถอดจิตออกได้ บางทีนอนทำสมาธิเล่นๆตอนกลางวัน จิตมันก็ออกไปเที่ยว พอได้ยินเสียงดังหรือมีใครมาเรียกมันก็ดึงกายทิพย์กลับ บางทีมายังกะจรวด แต่ถ้ากลับเข้าร่างลักษณะที่รีบร้อนก็จะเหนื่อย เพราะกายทิพย์ยังไม่แนบสนิทกับกายเนื้อ บางทีกายทิพย์มันกลับมาเห็นกายเนื้อนอนอยู่ในท่าแปลกๆ กายทิพย์ก็จะทำท่าทางให้เหมือนกายเนื้อ แล้วก็ซ้อนทับลงไป เราก็จะตื่นขึ้นมา

กายทิพย์ คนเราก็เปลี่ยนสภาพไปตามอำนาจบุญกุศลที่เราทำไว้ หากเราทำบารมีอย่างต่อเนื่อง จะเห็นชัดถึงการเปลี่ยนแปลงของกายทิพย์ เช่น เป็นคนธรรมดา เป็นคนนุ่งขาวห่มขาว เป็นเทวดามีญานขี่ มีอาวุธ หรือไม่ก็เป็นพระห่มผ้าเหลือง ไปภายในโลกทิพย์เขาก็กราบไหว้ เช่นกัน

หากใครอยากจะฝึก ควรมีครูบาอาจารย์กำกับนะ โลกภายในก็มีสิ่งที่น่ากลัวมากมาย แต่หากจิตคนเรายังมีความกลัวต่างๆ รวมทั้งกลัวตายอยู่ละก็ การถอดจิตไม่ค่อยจะสนุกเท่าไหร่ เพราะเมื่อไปเจอสิ่งน่ากลัวในโลกภายใน กายทิพย์ก็วิ่งแจ้นกลับเข้ากายเนื้อแล้ว ก็ไม่สามารถผ่านด่านนั้นๆได้ หากเราผ่านภายในเป็นขั้นๆไป ก็จะได้รู้เห็นอะไรดีๆไปเรื่อย นานๆไปก็ไม่ต้องออกไปแบบนั้นแล้วก็ได้ ก็ใช้กำหนดจิตเอา

อยากไปไหน ไปหาใครก็กำหนดจิตเอา ผู้ที่มีตาหรือมีญาณสัมผัสเขาก็เห็นนะ หากจะไปแผ่บุญหรือโปรดสัตว์ในที่ไกลๆ ก็กำหนดจิตไป แค่นั้นก็สื่อถึงกันได้แล้ว สำเร็จกิจได้เหมือนกัน

ใครที่ทำได้ก็ลองทำดูนะ บางทีสามารถวินิจฉัยโรคทางไกลก็ได้ หรือจะรักษาก็ได้หากสามารถคุยกับเจ้ากรรมของคนป่วยได้ นี่แหละคือความมหัศจรรย์ของจิตล่ะ ครับ

แคท
13-12-2005, 01:02 AM
ขออนุโมทนาค่ะ
.............
เคยแต่เฝ้าดู จิต ท่องไป ในอดีตกาล
เฝ้าดู แต่ไม่ไป หลง ให้จิต ยิ่ง พาไป

Aunyasit
13-12-2005, 06:37 PM
ขอให้เจริญในธรรมครับ คุณศุกร์และคุณแคท

ที่จริงประสบการณ์การถอดจิตนี่มีมาเป็นสิบๆปี มีเรื่องราวมากมายก่ายกองที่เกิดขึ้นกับตัวผม อันเป็นสิ่งบ่งบอกถึงการเชื่อมต่อระหว่างโลกภายนอกและโลกภายใน

การถอดจิตนั้นหากใช้ประโยชน์เป็นก็จะเป็นประโยชน์ ใช้ประโยชน์ไม่เป็นก็ไม่เป็นประโยชน์ บางทีก็อาจจะเป็นโทษได้ครับ

ใครสนใจก็ลองฝึกทำดู แต่คิดว่าไม่ง่ายเท่าไหร่นะ ก็จะบอกว่า พลังทาน พลังศีล พลังภาวนา ล้วนมีผลต่อการถอดจิตทั้งสิ้น หากจะปฏิบัติจนสามารถถอดจิตออกไปแล้วให้จิตมีความสามารถนึกคิดได้เหมือนกับที่อยู่ในร่างกายละก็ ควรนั่งสมาธิ ภาวนาให้มากๆ หากพลังภาวนาน้อยจิตที่ถอดออกไปนั้นจะเดินทางไปได้ไม่ไกล

99919991
15-12-2005, 11:55 AM
ฮืม ...อ่ะ
แต่เท่าที่รู้มา....ออกทางอื่นได้..ด้วยใช่หรือไม่ค่ะ

ดล
15-12-2005, 12:36 PM
หวัดดีคุณ arnyasit ข้อความของคุณผมสนใจครับอยากรู้วิธีฝึกรบกวนส่งที่อยู่ติดต่อของคุณให้ผมหน่อยได้ไหม ส่งเมล์มาได้ที่ tawan2555@hotmail.com จักขอบคุณยิ่งคับ

ดล
15-12-2005, 12:36 PM
หวัดดีคุณ arnyasit ข้อความของคุณผมสนใจครับอยากรู้วิธีฝึกรบกวนส่งที่อยู่ติดต่อของคุณให้ผมหน่อยได้ไหม ส่งเมล์มาได้ที่ tawan2555@hotmail.com จักขอบคุณยิ่งคับ

Aunyasit
16-12-2005, 07:07 AM
หวัดดีครับ คุณดล

ผมเองยังไม่เคยสอนใครเรื่องการปฏิบัติถอดจิตนะครับ เพราะไม่ได้เรียนวิธีถอดจิตมาจากใคร มันเป็นมาเองตั้งแต่เกิดแล้วครับ หากจะสอนคนอื่นผมไม่แน่ใจว่าจะได้ผลหรือเปล่า

อีกอย่าง ช่วงนี้ผมกำลังเร่งทำบารมีสร้างวัดป่าสีดาพระรามลักษณ์รัตนโคตร จ. หนองคาย ซึ่งเป็นหัวใจหลักของการใช้ชีวิตในปัจจุบันและผมเองก็เกิดมาเพื่อมาทำบารมีที่นั่น มีหน้าที่มาสร้าง มาทำ ตามความปรารถนาเดิม ซึ่งคนทั่วๆไปไม่สามารถทำ/สร้างสิ่งที่ผมทำได้เนื่องจากเป็นการทำบารมีเฉพาะ เป็นเรื่องของปัจจัตตัง ครับ

รวมทั้งต้องเดินทางไปในที่ต่างๆเพื่อแผ่บุญบารมีปลดปล่อยสรพพจิตวิญญาณที่ยังค้างคาอยู่ตามภพภูมิต่างๆด้วย จึงไม่ค่อยมีเวลามากนัก

อย่างไรก็ตามหากมีอะไรให้ผมแนะนำ หรือถามประสบการณ์เกี่ยวกับการถอดจิตก็ให้ติดต่อมาที่ aunyasit@yahoo.com แล้วผมจะแนะนำให้ ครับ


คุณ 99919991

ผมเข้าใจว่าทางออกของจิต โดยใช้ฐานจิตอื่นก็น่าจะทำได้ครับ แต่ผมก็ยังไม่เคยลองดู ในทุกฐานจิต และฐานจิตต่างๆเท่าที่ใช้อยู่นี่ แม้ไม่ครบทุกบานจิตก็เหลือเพือที่จะออกไปแล้วครับ ที่จริงพอปฏิบัตินานๆไป เราไม่จะกำหนดแล้วว่าจะออกไปทางฐานจิตไหน เพราะจิตจะไม่สนใจแล้วสนใจแต่เป้าหมายปลายทางอย่างเดียวแหละครับ

countdown
21-12-2005, 05:03 PM
ของผมแปลกครับแต่ผมนั้นไม่ได้ออกไปไหนละ แต่ใช้จิตเพ่งที่กระหม่อม แล้วมันจะเหมือนมีอะไรมาดันจะออกจากกระหม่อมเหมือนคนปวดหัวเบา ๆ ทำได้ทุกเวลานะครับกิน นอน นั่ง เดิน แต่ก็ไม่เกิดไรขึ้นครับ เพียงเอาไว้แก้ง่วงครับหรือกันหลับเวลานั่งสมาธิ รับประกันหลับไม่ลงเลย

jack123
01-01-2006, 11:09 AM
ผมได้ซื้อหนังสือของอาจารย์ เเสงอกุศล มาอ่านที่เกี่ยวกับเรื่องวิธีถอดจิตน่ะครับตอนนี้ใกล้จะทำได้เเล้วครับ สุดเสียวตึงเกิดเปงูกข่างหัวเเหมเเล้วครับเเต่ยังไม่เกิดอาการเสียวซ่านจากก้นกบเลยครับ จึงอยากถามว่าต้องใช้เวลาในการทำนานเท่าไหร่จึงจะเสียวก้นไปถึงทายทอยครับ