PDA

View Full Version : “สยามนิรมิต”วิจิตร งดงามตามวิถีไทย


paang
02-11-2005, 05:25 AM
<TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD class=body vAlign=baseline align=left><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 align=center border=0><TBODY><TR><TD vAlign=top align=middle><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width=350 border=0><TBODY><TR><TD vAlign=top align=middle width=350>http://pics.manager.co.th/Images/548000018433701.JPEG </TD></TR><TR><TD class=Image vAlign=baseline align=left>เรือสำเภาลำใหญ่บรรทุกคนและสิ่งของเพื่อเดินทางมาค้าขายที่โพ้นทะเล</TD></TR></TBODY></TABLE></TD></TR><TR><TD vAlign=top align=middle height=5>http://www.manager.co.th/images/blank.gif</TD></TR></TBODY></TABLE> ฉันสังเกตว่า เวลาใครชวนไปดูการแสดงพื้นบ้านหรือการแสดงจำพวกศิลปวัฒนธรรมประเพณีของไทย คนถูกชวนเป็นต้องส่ายหัวทุกครั้ง เพราะกลัวว่าจะเบื่อจนหลับคาเก้าอี้ไปเสียก่อน อันที่จริงฉันก็ยังหวั่นใจกลัวว่าตัวเองจะเป็นเช่นนั้นเหมือนกันตอนที่ตัดสินใจไปดูการแสดง “สยามนิรมิต” ที่“โรงละครรัชดาแกรนด์เธียเตอร์” ซึ่งตั้งอยู่เยื้องๆกับศูนย์วัฒนธรรม ว่ากันว่าเป็นโรงละครที่ใหญ่โตโอฬารขนาดจุคนได้นับพันๆคนเลยทีเดียว

ได้ยินแค่นั้นฉันก็รู้สึกตื่นเต้นแล้ว ก็แหม..คนตจว.(ต่างจังหวัด)อย่างฉัน นานๆทีถึงจะมีโอกาสได้ดูการแสดงที่ยิ่งใหญ่อลังการเช่นนี้ ว่ากันว่าการแสดงครั้งนี้ได้รวบรวมเอาศิลปวัฒนธรรมและประเพณีพื้นบ้านของทั้ง 4 ภาคมาแสดงให้ดูซึ่งถูกใจฉันยิ่งนัก เพราะเหมือนกับได้เดินทางไปเยือนสถานที่เหล่านั้นด้วยตนเอง

</TD></TR><TR><TD class=body vAlign=baseline align=left><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 align=left border=0><TBODY><TR><TD vAlign=top align=middle><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width=220 border=0><TBODY><TR><TD vAlign=top align=middle width=220>http://pics.manager.co.th/Images/548000018433702.JPEG </TD></TR><TR><TD class=Image vAlign=baseline align=left>ฉากนรกภูมิ มียมราชบัญชาการลงทัณฑ์ภูตผีปิศาจ</TD></TR></TBODY></TABLE></TD><TD width=5>http://www.manager.co.th/images/blank.gif</TD></TR><TR><TD vAlign=top align=middle height=5>http://www.manager.co.th/images/blank.gif</TD></TR></TBODY></TABLE> ฉันรู้มาว่าการแสดงทั้งหมดแบ่งออกเป็น 3 องก์ องก์แรกจะเป็นการแสดงวิถีชีวิตของคนไทยภาคต่างๆ ส่วนองก์ที่ 2 จะเป็นความเชื่อในเรื่องของนรก สวรรค์และหิมพานต์ สุดท้ายคือองก์ที่ 3 จะเป็นเทศกาลงานบุญต่างๆของคนไทย ตลอดทั้งปีว่ามีเทศกาลอะไรบ้าง และที่สำคัญการแสดงทั้งหมดนี้จะไม่มีบทพูดเลย เพราะฉะนั้นเป็นเรื่องท้าทายอย่างมากสำหรับนักแสดงที่ในเวลา 80 นาทีของการแสดง ที่นักแสดงจะต้องสื่อทุกท่วงท่าผู้ชมเข้าใจมากที่สุด

หลังจากได้ที่นั่งเรียบร้อยแล้ว ฉันก็สงบสติอารมณ์กับความใหญ่โตโอฬารของเวที แต่ยังมิทันไรเสียงกลองสะบัดชัยก็ดังกระหึ่ม ฉันมองลงไปยังเวทีเบื้องล่างเห็นคนตีกลองกำลังโชว์ลีลาพลิ้วไหวอยู่เบื้องล่าง ขบวนแห่นางรำ นางฟ้อนที่แต่งกายอย่างสวยงามด้วยชุดแบบล้านนาต่างทยอยกันเดินออกมาจากทุกทิศทุกทาง ทำให้เกิดความสงสัยว่า เอ๊ะ..นี่เราอยู่จังหวัดเชียงใหม่หรืออย่างไร

ฉับพลันภาพที่ปรากฏตรงหน้าคืออาณาจักรล้านนา ฉากวัดพระสิงห์ดูคุ้นตา(ฉันเคยไปมาหลายครั้งแล้ว) ชาวเมืองต่างร่วมขบวนเพื่อไปงานอะไรซักอย่าง อ๋อ..รู้แล้ว พวกเขากำลังจะไปงานยี่เป็งหรืองานลอยกระทงนั่นเอง องค์มหาราชาเป็นผู้ปล่อยโคมลอยขึ้นสู่ท้องฟ้า ตามความเชื่อที่ว่าทุกข์โศกโรคภัยจะลอยตามโคมไปด้วย

</TD></TR><TR><TD class=body vAlign=baseline align=left><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 align=center border=0><TBODY><TR><TD vAlign=top align=middle><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width=320 border=0><TBODY><TR><TD vAlign=top align=middle width=320>http://pics.manager.co.th/Images/548000018433703.JPEG </TD></TR><TR><TD class=Image vAlign=baseline align=left>องค์มหาราชากำลังปล่อยโคมในงานประเพณียี่เป็งของทางภาคเหนือ</TD></TR></TBODY></TABLE></TD></TR><TR><TD vAlign=top align=middle height=5>http://www.manager.co.th/images/blank.gif</TD></TR></TBODY></TABLE> เพียงแค่กระพริบตา ก็ทำให้ฉากเมื่อซักครู่หายไปอย่างรวดเร็ว สีฟ้าครามเหมือนผืนน้ำเข้ามาแทนที่ การเล่นแสงและเงาทำให้ดูเหมือนกับละรอกคลื่นใต้ท้องทะเล มีหนังตะลุงออกมาบ่งบอกให้รู้ว่าเป็นการแสดงของภาคใต้ โนราห์ออกมาร่ายรำอย่างพร้อมเพรียง ฉันว่าเสียงเพลงพื้นบ้านแต่ละแห่งก็มีเอกลักษณ์ของแต่ละท้องถิ่น อย่างเช่นที่ภาคใต้นี้เสียงดนตรีที่ได้ยินก็ทำให้รู้สึกสนุกสนาน เรือสำเภาขนาดใหญ่แล่นออกมาจากด้านซ้ายของเวที มีผู้คนอยู่เต็มลำเดาว่าคงจะมาค้าขาย แล้วก็ใช่จริงๆพอพวกเขาลงมาจากเรือสำเภาลำนั้น ต่างก็หอบของลงมาด้วย ไม่ว่าจะเป็นผ้า แจกันลวดลายวิจิตรสวยงาม เพื่อมาค้าขายกับชาวบ้านที่อยู่ในละแวกนั้น

แล้วก็มาถึงภาคอีสานในบรรยากาศที่คนหนุ่มสาวต่างร้องรำเซิ้งกันอย่างสุดฤทธิ์สุดเดช ฉันรู้สึกสนุกสนานเหมือนกับว่าอยู่ในเหตุการณ์จริงด้วย ก่อนจะลาจากภาคอีสานยังได้เห็นความเร้นลับของนางอัปสราที่ยืนตระหง่านอยู่ภายในฉากปราสาทหิน พร้อมกับมีบริวารร่ายรำในเงาสลัวๆ

ภาคสุดท้ายขององก์ 1 คือภาคกลางที่วิถีชีวิตของคนไทยที่อาศัยอยู่ในภาคกลางจะมีความผูกพันกับสายน้ำอย่างแยกไม่ออก ตอนแรกฉันก็สงสัยว่าจะมีแม่น้ำลำคลองอยู่บนเวทีได้อย่างไร แต่ที่นี่เขาทำได้จริงๆ เพราะเผลอคิดแป๊ปเดียวฉันก็เห็นน้ำเอ่อท่วมจนเต็มขอบเวทีด้านหน้าก่อเกิดเป็นลำธารสายหนึ่ง แล้วชีวิตก็เริ่มต้นเมื่อตอนรุ่งอรุณที่ได้ยินเสียงไก่ขัน ชายคนหนึ่งล้างหน้าแปรงฟันแถมกระโดดน้ำดังตูมอยู่บริเวณท่าน้ำเล็กๆ ใช่แล้ว...คุณอ่านไม่ผิด เพราะฉันกำลังบอกว่าเขาลงไปเล่นน้ำบนเวทีจริงๆ แต่ความอัศจรรย์ยังไม่หมดแค่นั้น เพราะเวลาผ่านไปอีกไม่กี่นาทีก็มีเรือที่แจวโดยพระภิกษุสงฆ์ออกมาบิณฑบาต ถึงตอนนี้ฉันได้ยินเสียงไหลเย็นของน้ำพลอยทำให้จิตใจสดชื่นไปด้วย

</TD></TR><TR><TD class=body vAlign=baseline align=left><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 align=left border=0><TBODY><TR><TD vAlign=top align=middle><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width=220 border=0><TBODY><TR><TD vAlign=top align=middle width=220>http://pics.manager.co.th/Images/548000018433704.JPEG </TD></TR><TR><TD class=Image vAlign=baseline align=left>ป่าหิมพานต์ที่ลึกลับและถือว่าเป็นทางผ่านแห่งสรวงสวรรค์</TD></TR></TBODY></TABLE></TD><TD width=5>http://www.manager.co.th/images/blank.gif</TD></TR><TR><TD vAlign=top align=middle height=5>http://www.manager.co.th/images/blank.gif</TD></TR></TBODY></TABLE> การที่เรานับถือศาสนาพุทธทำให้มีความเชื่อเกี่ยวกับเรื่องบาปบุญคุณโทษหรือนรก สวรรค์รวมอยู่ด้วย ก็อย่างที่รู้ๆกันอยู่ว่าใครทำชั่วเมื่อครั้งยังมีชีวิต ตายไปก็ต้องตกนรกหมกไม้ ที่ฉันเกริ่นมาข้างต้นถือเป็นเรื่องราวขององก์ 2 ที่เริ่มต้นด้วยนรกภูมิ แสงสีที่ใช้เป็นสีแดงดูรุ่มร้อน กระทะทองแดงแบบที่เคยได้ยินได้ฟังมาเคลื่อนมาอยู่ตรงหน้า ฉันทายว่าเดี๋ยวจะต้องมียมราชมาคอยบงการการลงทัณฑ์ แล้วก็เดาไม่ผิดเพราะเหล่าภูตผีปิศาจที่ต้องโทษร้องโอดโอยจากคำสั่งลงโทษจากยมราช เสียงแหลมวี๊ดของเปรตดังกึกก้อง ฉับพลันฉันก็เห็นเปรตตัวสูง มือไม้ยาวรุ่มร่ามผิดมนุษย์โผล่ขึ้นมาแลดูน่ากลัวยิ่งนัก ฉันยอมรับว่าการแสดงชุดนี้ทำให้ฉันสะพรึงกลัวและรีบทบทวนความผิดของตนเองทันที

ยังไม่ทันหายกลัวจากนรกภูมิ ฉันก็รู้สึกพิศวงกับภาพตรงหน้าที่มีสัตว์ในหิมพานต์ออกมาร่ายรำ นี่ต้องเป็นดินแดนที่เรียกว่าป่าหิมพานต์แน่เลย ว่ากันว่าเป็นดินแดนที่น่าพิศวงระหว่างสวรรค์และนรกในจินตนาการ

เวลาเดินไปอย่างรวดเร็ว ทุกการแสดงสะกดฉันให้หยุดมองด้วยความตะลึง นั่น..นางมณีเมขลาร่ายรำโดยใช้ลูกแก้วที่ส่องแสงเรืองรอง หลอกล่อรามสูร แล้วล่องลอยขึ้นทะยานสูงท้องฟ้าชั้นดาวดึงส์ที่มีเหล่าเทพยดาบรรเลงเพลงขับกล่อมอยู่บนสรวงสวรรค์ มาถึงตอนนี้ฉันรู้สึกเหมือนได้ดูภาพเขียนชั้นดีของเหล่าศิลปินมีชื่อ

</TD></TR><TR><TD class=body vAlign=baseline align=left><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 align=center border=0><TBODY><TR><TD vAlign=top align=middle><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width=320 border=0><TBODY><TR><TD vAlign=top align=middle width=320>http://pics.manager.co.th/Images/548000018433705.JPEG </TD></TR><TR><TD class=Image vAlign=baseline align=left>ตื่นตาตื่นใจกับนางนพมาศในกระทงยักษ์ พร้อมกับชาวบ้านที่ร่วมลอยกระทงในแม่น้ำจริงๆ</TD></TR></TBODY></TABLE></TD></TR><TR><TD vAlign=top align=middle height=5>http://www.manager.co.th/images/blank.gif</TD></TR></TBODY></TABLE> การแสดงทั้ง 2 องก์ที่ผ่านสายตาและจิตใจของหนุ่มลูกทุ่งอย่างฉัน ทำให้เกิดความรู้สึกซาบซึ้งในศิลปะวัฒนะธรรมของไทยยิ่งนัก แต่ยังไม่หมดแค่นั้น เพราะองก์ที่ 3 ซึ่งเป็นตอนสุดท้ายนี้ได้เล่าเรื่องราวที่สืบเนื่องจากการนับถือศาสนาพุทธของคนไทยและนิสัยซึ่งรักสงบแต่ก็ชอบงานรื่นเริงสนุกสนาน ผ่านประเพณีและงานบุญมากมาย

ฉันเห็นงานปอยส่างลองของชาวไต ประเพณีบวชนาค การแห่เทียนพรรษา งานรดน้ำสงกรานต์ แห่ผีตาโขน และที่ตื่นตาตื่นใจที่สุดเห็นจะเป็นงานลอยกระทงของจังหวัดสุโขทัย ที่มีนางนพมาศอยู่ในกระทงยักษ์ นอกจากนี้ชาวบ้านยังออกมาร่วมงานลอยกระทงกันอย่างคับคั่ง แถมถือกระทงมาคนละอัน ส่วนใครที่มีคู่หมายก็ใช้กระทงอันเดียว ขอขมาพระแม่คงคาเสร็จต่างก็ปล่อยกระทงในมือลงสู่ผืนน้ำเบื้องหน้า แลดูงดงามยิ่งนัก

หลังจากจบการแสดงชุดสยามนิรมิตนี้ ทำให้จิตใจหนุ่มลูกทุ่งของฉันเต็มตื้นไปด้วยความรักในชาติและวัฒนธรรมประเพณีที่ดีงามของไทย พร้อมกับที่ฉันรู้สึกว่าไม่ว่าจะเชื้อชาติหรือศาสนาไหน แต่เมื่ออยู่บนผืนแผ่นดินไทย พวกเราทุกคนก็คือคนไทยเหมือนกัน


* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * <?xml:namespace prefix = o ns = "urn:schemas-microsoft-com:office:office" /><o:p></o:p>
โรงละครรัชดาแกรนด์เธียเตอร์ ตั้งอยู่เลขที่ 19 ถ.เทียมร่วมมิตร ข้างสถานทูตเกาหลีใต้ เขตห้วยขวาง (เยื้องกับศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย) เปิดแสดงทุกวัน เวลา 20.00 น. บัตรราคา 1,500 บาททุกที่นั่ง(ทั้งหมด 2,000 ที่นั่ง) สามารถจองบัตรได้ที่ไทยทิคเก็ตมาสเตอร์ทุกสาขา หรือโทร.0-2649-9233,0-2649-9222 ต่อ 138-140 <o:p></o:p>
การเดินทางจากศูนย์วัฒนธรรมแห่งชาติ ให้เลี้ยวขวาเข้าสู่ถนนเทียมร่วมมิตร ก็จะเห็นโรงละครรัชดาแกรนด์เธียเตอร์ อยู่ทางด้านซ้ายมือ รถประจำทางที่ผ่านได้แก่ 36ก,122 แต่หากมาทางรถไฟใต้ดินให้ขึ้นที่สถานีศูนย์วัฒนธรรม
</TD></TR></TBODY></TABLE>