wannock
23-09-2004, 04:33 PM
ปาฏิหารย์นี้มีมูลค่าเท่าไร......
เมื่อได้ยินคุณพ่อคุณแม่คุยกันเรื่องแอนดรูว์น้องชายของเทสส์ในวัย 8 ขวบ
ก็รับรู้ว่าแอนดรูว์กำลังป่วยมาก และทั้งพ่อแม่ก็ไม่มีเงินเหลือติดตัวเลย
แถมเดือนหน้ายังจะต้องโดนย้ายไปอยู่อพาร์ตเม้นต์
เพราะพ่อหมดปั__าที่จะหาเงินมาจ่ายค่าหมอและค่าเช่าบ้านนี้
หนทางเดียวที่จะช่วยชีวิตแอนดรูว์ได้ก็คือ การผ่าตัด
ซึ่งต้องใช้ค่าใช้จ่ายสูงมาก
และดูเหมือนว่าจะไม่มีใครมาหยิบยื่นอะไรให้แก่ครอบครัวนี้เลย
แต่เทสส์ก็แอบได้ยินพ่อกระซิบกับแม่ที่มีน้ำตานองว่า
ในตอนนี้...คงมีเพียงปาฏิหารย์เท่านั้นที่จะช่วยแอนดรูว์ได้
เทสส์จึงตรงไปยังห้องนอนของเธอและหยิบขวดโหลเจลลี่ที่ซ่อนเอาไว้ในตู้
แล้วแม่หนูก็เทเศษสตางค์ทั้งหมดลงบนพื้นห้อง ค่อยๆ นับถึง 3 รอบ
ก็ได้จำนวนเท่าเดิมแล้วบรรจงเก็บใส่ขวดโหลและปิดฝาตามเดิม
เธอผลุนผลันวิ่งไปไกลถึง 6 บล็อกเพื่อไปยังร้านขายยา
ที่มีสั_ลักษณ์รูปหัวหน้าอินเดียนแดงติดอยู่บนประตูทางเข้า
เทสส์นั่งรอเภสัชกรอย่างอดทน แต่เขาช่างดูยุ่งเสียเหลือเกิน
เธอจึงขยี้เท้าไปมาแต่เสียงนั้นก็ไม่ช่วยอะไร
เธอเลยลองกระแอมดูแต่ก็ไร้ผลเช่นเคย ในที่สุด ก็เอาเหรีย_ 25 เซนต์
ออกจากขวดโหลแล้วเคาะกับเคาน์เตอร์กระจก ได้การล่ะ...
เภสัชกรหันมาถามด้วยเสียงรำคา_ๆ ว่า
หนูจะเอาอะไรเหรอ ฉันกำลังคุยกับน้องชายที่เพิ่งมาจากชิคาโก
เราไม่ได้เจอกันมาหลายปีแล้ว
เขาพูดต่อโดยทันที มิรอคำตอบจากหนูน้อย
ค่ะ...หนูอยากจะคุยเรื่องน้องชายของหนู
เทสส์ตอบด้วยเสียงอ้อนวอน
เขาป่วยหนักมากหนูเลยอยากจะมาขอซื้อ ปาฏิหารย์
อะไรนะ เภสัชกรถามขึ้น
เขาชื่อแอนดรูว์ค่ะ หนูรู้แต่ว่าเขามีอะไรก็ไม่รู้อยู่ในหัวใจ
ได้ยินพ่อพูดว่า มีเพียงปาฏิหารย์เท่านั้นที่จะช่วยชีวิตเขาได้
เจ้าปาฏิหารย์นี้ราคาเท่าไรคะ
หนู...เราไม่ได้ขายปาฏิหารย์หรอก
ขอโทษนะฉันช่วยเธอไม่ได้หรอก
เภสัชกรคนเดิมตอบ เสียงนุ่มขึ้น
แต่หนูมีเงินจ่ายนะคะ ถึงมันจะไม่พอ แต่หนูจะเอาที่เหลือมาให้อีก
เพียงแต่ช่วยบอกหนูหน่อยเถอะว่าราคาเท่าไร
น้องชายของเภสัชกรผู้แต่งตัวภูมิฐานที่นั่งฟังมาโดยตลอดก้มลงถามหนูน้อยว่า
น้องชายของหนูอยากได้ปาฏิหารย์แบบไหนเหรอ
หนูไม่ทราบค่ะ
ถึงตอนนี้น้ำตาเธอเริ่มเอ่อแล้ว
หนูรู้แต่ว่าเขาป่วยหนักมาก แม่บอกว่าเขาต้องได้รับการผ่าตัด
แต่พ่อไม่มีเงินจ่ายค่าหมอ หนูก็เลยอยากใช้เงินของหนูเองค่ะ
แล้วหนูมีอยู่เท่าไรล่ะ ชายจากชิคาโกถามต่อ
ดอลลาร์ กับ 11 เซนต์ค่ะ เทสส์ตอบอย่างไม่เต็มเสียง
มันเป็นเงินเก็บทั้งหมดที่หนูมีอยู่.. แต่หนูจะหามาอีกถ้าเกิดจะต้องใช้มากกว่านั้น
อืมม.. ช่างบังเอิ_แท้ๆ ชายผู้นั้นยิ้ม 1 ดอลล่าร์ 11 เซนต์
ช่างพอเหมาะเจาะกับราคาของปาฏิหารย์เสียจริง
เขากำเงินจำนวนนั้นในมือหนึ่ง
อีกมือหนึ่งฉวยถุงมือของแม่หนูพร้อมกับบอกว่า
เอาละพาฉันไปที่บ้านหน่อย ฉันอยากพบพ่อแม่ของหนู
เราจะมาดูกันว่าฉันจะมีปาฏิหารย์อย่างที่หนูต้องการหรือเปล่า
แท้จริงแล้วชายภูมิฐานนั้น คือ คุณหมอคาร์ลตัน อาร์มสตรอง ศัลยประสาทแพทย์ผู้เชี่ยวชา_
การผ่าตัดเสร็จสมบูรณ์โดยไม่ได้ใช้เงินเลยสักแดง แอนดรูว์สามารถกลับบ้านได้ภายในเวลา
ไม่นานนัก ทั้งยังมีสุขภาพแข็งแรงดี พ่อกับแม่ดูมีความสุข มากที่ได้คุยถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
ในครั้งนี้
การผ่าตัดนี้..เป็นเหมือนดังปาฏิหารย์ ฉันสงสัยจึงว่ามันน่าจะต้องใช้เงินสักเท่าไรนะ
แม่พูดกับตัวเอง
เทสส์ยิ้ม
เธอเพียงคนเดียวเท่านั้นที่รู้ว่าปาฏิหารย์นี้มีมูลค่าเท่าไร..
1 ดอลลาร์ 11 เซนต์.. บวกกับความศรัทธาของเด็กน้อยคนหนึ่ง
ปาฏิหารย์มิใช่สิ่งที่เกิดขึ้นภายใต้กฎธรรมชาติ
หากอยู่เหนือกฎธรรมชาติ
เมื่อได้ยินคุณพ่อคุณแม่คุยกันเรื่องแอนดรูว์น้องชายของเทสส์ในวัย 8 ขวบ
ก็รับรู้ว่าแอนดรูว์กำลังป่วยมาก และทั้งพ่อแม่ก็ไม่มีเงินเหลือติดตัวเลย
แถมเดือนหน้ายังจะต้องโดนย้ายไปอยู่อพาร์ตเม้นต์
เพราะพ่อหมดปั__าที่จะหาเงินมาจ่ายค่าหมอและค่าเช่าบ้านนี้
หนทางเดียวที่จะช่วยชีวิตแอนดรูว์ได้ก็คือ การผ่าตัด
ซึ่งต้องใช้ค่าใช้จ่ายสูงมาก
และดูเหมือนว่าจะไม่มีใครมาหยิบยื่นอะไรให้แก่ครอบครัวนี้เลย
แต่เทสส์ก็แอบได้ยินพ่อกระซิบกับแม่ที่มีน้ำตานองว่า
ในตอนนี้...คงมีเพียงปาฏิหารย์เท่านั้นที่จะช่วยแอนดรูว์ได้
เทสส์จึงตรงไปยังห้องนอนของเธอและหยิบขวดโหลเจลลี่ที่ซ่อนเอาไว้ในตู้
แล้วแม่หนูก็เทเศษสตางค์ทั้งหมดลงบนพื้นห้อง ค่อยๆ นับถึง 3 รอบ
ก็ได้จำนวนเท่าเดิมแล้วบรรจงเก็บใส่ขวดโหลและปิดฝาตามเดิม
เธอผลุนผลันวิ่งไปไกลถึง 6 บล็อกเพื่อไปยังร้านขายยา
ที่มีสั_ลักษณ์รูปหัวหน้าอินเดียนแดงติดอยู่บนประตูทางเข้า
เทสส์นั่งรอเภสัชกรอย่างอดทน แต่เขาช่างดูยุ่งเสียเหลือเกิน
เธอจึงขยี้เท้าไปมาแต่เสียงนั้นก็ไม่ช่วยอะไร
เธอเลยลองกระแอมดูแต่ก็ไร้ผลเช่นเคย ในที่สุด ก็เอาเหรีย_ 25 เซนต์
ออกจากขวดโหลแล้วเคาะกับเคาน์เตอร์กระจก ได้การล่ะ...
เภสัชกรหันมาถามด้วยเสียงรำคา_ๆ ว่า
หนูจะเอาอะไรเหรอ ฉันกำลังคุยกับน้องชายที่เพิ่งมาจากชิคาโก
เราไม่ได้เจอกันมาหลายปีแล้ว
เขาพูดต่อโดยทันที มิรอคำตอบจากหนูน้อย
ค่ะ...หนูอยากจะคุยเรื่องน้องชายของหนู
เทสส์ตอบด้วยเสียงอ้อนวอน
เขาป่วยหนักมากหนูเลยอยากจะมาขอซื้อ ปาฏิหารย์
อะไรนะ เภสัชกรถามขึ้น
เขาชื่อแอนดรูว์ค่ะ หนูรู้แต่ว่าเขามีอะไรก็ไม่รู้อยู่ในหัวใจ
ได้ยินพ่อพูดว่า มีเพียงปาฏิหารย์เท่านั้นที่จะช่วยชีวิตเขาได้
เจ้าปาฏิหารย์นี้ราคาเท่าไรคะ
หนู...เราไม่ได้ขายปาฏิหารย์หรอก
ขอโทษนะฉันช่วยเธอไม่ได้หรอก
เภสัชกรคนเดิมตอบ เสียงนุ่มขึ้น
แต่หนูมีเงินจ่ายนะคะ ถึงมันจะไม่พอ แต่หนูจะเอาที่เหลือมาให้อีก
เพียงแต่ช่วยบอกหนูหน่อยเถอะว่าราคาเท่าไร
น้องชายของเภสัชกรผู้แต่งตัวภูมิฐานที่นั่งฟังมาโดยตลอดก้มลงถามหนูน้อยว่า
น้องชายของหนูอยากได้ปาฏิหารย์แบบไหนเหรอ
หนูไม่ทราบค่ะ
ถึงตอนนี้น้ำตาเธอเริ่มเอ่อแล้ว
หนูรู้แต่ว่าเขาป่วยหนักมาก แม่บอกว่าเขาต้องได้รับการผ่าตัด
แต่พ่อไม่มีเงินจ่ายค่าหมอ หนูก็เลยอยากใช้เงินของหนูเองค่ะ
แล้วหนูมีอยู่เท่าไรล่ะ ชายจากชิคาโกถามต่อ
ดอลลาร์ กับ 11 เซนต์ค่ะ เทสส์ตอบอย่างไม่เต็มเสียง
มันเป็นเงินเก็บทั้งหมดที่หนูมีอยู่.. แต่หนูจะหามาอีกถ้าเกิดจะต้องใช้มากกว่านั้น
อืมม.. ช่างบังเอิ_แท้ๆ ชายผู้นั้นยิ้ม 1 ดอลล่าร์ 11 เซนต์
ช่างพอเหมาะเจาะกับราคาของปาฏิหารย์เสียจริง
เขากำเงินจำนวนนั้นในมือหนึ่ง
อีกมือหนึ่งฉวยถุงมือของแม่หนูพร้อมกับบอกว่า
เอาละพาฉันไปที่บ้านหน่อย ฉันอยากพบพ่อแม่ของหนู
เราจะมาดูกันว่าฉันจะมีปาฏิหารย์อย่างที่หนูต้องการหรือเปล่า
แท้จริงแล้วชายภูมิฐานนั้น คือ คุณหมอคาร์ลตัน อาร์มสตรอง ศัลยประสาทแพทย์ผู้เชี่ยวชา_
การผ่าตัดเสร็จสมบูรณ์โดยไม่ได้ใช้เงินเลยสักแดง แอนดรูว์สามารถกลับบ้านได้ภายในเวลา
ไม่นานนัก ทั้งยังมีสุขภาพแข็งแรงดี พ่อกับแม่ดูมีความสุข มากที่ได้คุยถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
ในครั้งนี้
การผ่าตัดนี้..เป็นเหมือนดังปาฏิหารย์ ฉันสงสัยจึงว่ามันน่าจะต้องใช้เงินสักเท่าไรนะ
แม่พูดกับตัวเอง
เทสส์ยิ้ม
เธอเพียงคนเดียวเท่านั้นที่รู้ว่าปาฏิหารย์นี้มีมูลค่าเท่าไร..
1 ดอลลาร์ 11 เซนต์.. บวกกับความศรัทธาของเด็กน้อยคนหนึ่ง
ปาฏิหารย์มิใช่สิ่งที่เกิดขึ้นภายใต้กฎธรรมชาติ
หากอยู่เหนือกฎธรรมชาติ