View Full Version : เป็นพุทธภูมิ หรือติดพุทธภูมิ
Keenu
23-11-2004, 07:52 PM
ผมได้อ่านกระทู้แล้ว ก็เลยคิดว่า การได้โพสกระทู้ต่าง ๆ ในกระทู้เป็นการติดพุทธภูมิหรือเปล่า ? ผมก็ไม่ใช่พุทธภูมิอะไรหรอก แต่ผมอยากรู้ว่าพุทธภูมิที่แท้จริงเป็นอย่างไรครับ ??? ป.ล. ไม่ได้มาป่วนนะครับ แต่สงสัยจึงอยากรู้และถาม
ทำไมไม่อ่านกระทู้ก่อนหน้านี้ละ ที่ลงเกี่ยวกับพุทธถูมิ
http://www.palungjit.com/board/showthread.php?s=&threadid=471
ถ้าอธิบายอีกเหมือนกับการโพสรอบสอง
ของพวกนี้เป็นเรื่องที่รู้ได้ด้วยตัวเองครับ ว่าคุณปราถณาหรือเปล่า
thanan
23-11-2004, 09:36 PM
นึกว่าคุณจะไม่มาซะแล้ว
ที่คุณถามว่าการที่ได้ post ในกระทู้ต่างๆเป็นการติดพุทธภูมิหรือเปล่า
-ผมขอตอบว่าติดพุทธภูมิดีกว่าไปติดสิ่งที่ไม่ดีอย่างอื่นนะครับ ไม่ใช่แค่ติดพุทธภูมิอย่างเดียวที่ดี ติดการทำดีก็ดี ติดการช่วยเหลือคนโดยไม่หวังสิ่งตอบแทนก็ดี ติดการแจกจ่ายธรรมะก็ดีและอื่นๆ เอาเป็นว่าการทำสิ่งใดโดยที่คนอื่นๆได้รับประโยชน์และตัวเองไม่เดือดร้อนนั่นแหละดีหมด
พุทธภูมิที่แท้จริงเป็นอย่างไร
-ผมขอตอบว่า พุทธภูมินั้นคือ บุคคลที่ปรารถนาจะเป็นพระพุทธเจ้าในอนาคต เป็นบุคคลที่ปรารถนาจะนำสรรพสัตว์ข้ามห้วงแห่งความทุกข์ ลักษณะของพวกพุทธภูมิ คือ ชอบเผยแผ่ธรรมะ ชอบช่วยเหลือคน โดยไม่เห็นแก่เหน็ดเหนื่อย โดยไม่หวังต่อสิ่งตอบแทน ไม่เห็นแก่ชีวิตของตนเอง ทำไปด้วยความปรารถนาในใจที่จะให้คุณอื่นมีทุกข์น้อยลง แต่จุดมุ่งหมายสูงสุดของพุทธภูมิก็คือช่วยให้คนอื่นพ้นทุกข์ พ้นจากกิเลส ความโลภ โกรธ หลง ไม่ต้องมาเวียนว่ายตายเกิดอีก
พุทธภูมินั้นมี 3 ประเภท
1.ปั__าธิกะ
2.ศรัทธาธิกะ
3.วิริยะธิกะ
นี่เป็นแค่สังเขป เล็กๆน้อยๆ ส่วนรายละเอียดอื่นๆ ผมขอแนะนำให้คุณเข้าไปดูที่ <a href="http://www.thaicoder.com/putthapum/"target=ญblank>เว็บพุทธภูมิ</a> ที่นี่มีรายละเอียดเกี่ยวกับพุทธภูมิโดยตรง เชิ_เข้าไปอ่านรายละเอียดได้เลยครับ
KomAon11
26-11-2004, 01:44 AM
เป็นหยังก็ช่าง ติดไรก็ช่าง.............
.... มาสนทนาธรรมกันเถิด พร้อมฟังคำแนะนำ ... ด่าเลยยิ่งดี ไม่ต้องมางุบๆงิบๆ
อย่าถึงกับด่าเลย ถ้าด่าเขา ไม่มีอะไรดีหรอกครับ บางทีก็อดไม่ได้จิงจิง
Kamen rider
29-11-2004, 01:15 PM
จริงจริงนะ ติดกันก่อน ใครปราถนามันก็ติดกันทั้งนั้นแหละ
ติดไม่ใช่ จมปลัก วนเวียน นะครับ
ติดเพื่อการพัฒนา
ชัดเจนใหม
KomAon11
02-12-2004, 12:30 AM
........... ก็ติดๆดับๆ แหละครับ
Star Platinum
02-12-2004, 05:57 AM
Originally posted by Kamen rider
จริงจริงนะ ติดกันก่อน ใครปราถนามันก็ติดกันทั้งนั้นแหละ
ติดไม่ใช่ จมปลัก วนเวียน นะครับ
ติดเพื่อการพัฒนา
ชัดเจนใหม
เห็นด้วยกับ Kamen Rider :cool:
การที่ใครในนี้เป็นยังไงนั้นคิดยังไงนั้นไม่สำคั_ สำคั_ที่เขาได้ทำให้เดือดร้อนหรือเปล่า แต่นี้พวกเขาปราถนาที่จะให้ผู้อื่นเป็นสุขนั้นเป็นสิ่งที่ดีครับ แต่ผู้ที่จะเป็นได้นั้นบารมีต้องไม่ธรรมดาแล้วครับ ใครจะเป็นอย่างไรอย่าไปสนใจครับ โลกธรรม 8 เป็นเรื่องธรรมดา
Palmnaraks
18-02-2005, 06:17 PM
ครับ
Ploy(ไม่ได้log in)
23-02-2005, 12:45 PM
จริงจริงนะ ติดกันก่อน ใครปราถนามันก็ติดกันทั้งนั้นแหละ
ติดไม่ใช่ จมปลัก วนเวียน นะครับ
ติดเพื่อการพัฒนา
ชัดเจนใหม
ถูกต้องเลยค่ะพี่คาเมน
koymoo
23-02-2005, 05:19 PM
เบิกฟ้า เบิกดิถี ล่วงเลยมาถึงยามนี้
คาบเกี่ยวมะเมีย มะแม หากสิ้นกาลเวลานี้
ยาก..กลับคืน
ถึงผู้บำเพ็ญธรรมทุกท่าน
กาลเวลานี้ มีแต่เพียงหญ้าแกร่งที่แท้จริงเท่านั้น
ที่จะฝันฝ่าอุปสรรค ของการทดสอบนี้ไปได้
กาลเวลานี้ เท่านั้นที่เราทั้งหลายจะมีโอกาส
สร้างกุศล บำเพ็ญบุญ พุทธจิต ธรรมญาณเดิมแท้ โดยง่ายและฉับพลัน กลับคืนสู่หนึ่ง
มีเพียงแต่กาลเวลานี้เท่านั้นที่เหมาะเจาะวิถีธรรมลงปรกโปรด
แผ่ทั่วหล้าไปทั่วโลกมนุษย์ใบนี้ พวกเราเหล่าพุทธบุตรคนเดิมเกิดทันเวลา ทันพระพุทธเผยแผ่
ได้รับหนทางตรง หลุดพ้นการเวียนว่าย หากรู้จักรักษาโอกาส
ดังคำกล่าวของปราชย์ที่ว่า "พุทธสร้างโอกาศ อริยะปราชย์รักษาโอกาส ปถุชนปล่อยโอกาส"
ฉนั้นอย่าได้ปล่อยบุญวาระนี้ให้หลุดลอยไป มิเช่นนั้นคงต้องคอยอีกหลายร้อยพันหมืนแสนกัลป์
และมีเพียงแต่กาลเวลานี้เท่านั้น ที่จะตัดสินในความมุ่งมั่นอุตสาหะของพวกเจ้า ถึงความจริงแท้
ในปฏิธานที่ได้เคยตั้งมั่นเอาไว้ ....
แต่เพียงแต่...หนทางนี้ไม่ง่ายเลย 60,000 กว่าปีที่เหล่าพุทธอริยะเฝ้าคอยมานาน ลุล่วง
จนถึง ณ บัดนี้ จะได้ชดใช้ปิดบัญชีบุญ-บาปที่เราเหล่าพุทธบุตรคนเดิม นั่นเคยลุ่มหลง
สั่งสมความทุกข์ ทรมานเศร้าโศรก หลงเวียนว่ายในวัฏฏะสงสาร แห่งทะเลทุกข์บนโลกมนุษย์ใบนี้
ให้จบสิ้น...
ฉนั้น ณ กาลเวลากัลป์สุดท้ายนี้ มีเพียงแต่ พวกเราเหล่าพุทธบุตรคนเดิม ที่จะช่วยกันเปลี่ยนแปร
โลกมนุษย์แห่งนี้ให้เป็นวังบัวบาน มีความเป็นเอกภาพ เท่าเทียมกันทุกผู้ทุกนาม
ดังนั้นกาลเวลานี้จึงต้องอาศัยปากของพวกเจ้า อาศัยแรงกายและแรงใจของพวกเจ้าทั้งหลาย ส่งเสริมกล่อมเกลาเหล่าเวไนย์สัตว์ ให้รู้ตื่น ให้รู้จักมีดวงตาเห็นธรรมนำแสงสว่างเปิดประตูญาณเดิมมองเห็นทะลุปรุโปร่ง เห็นถึงตัวตนที่แท้จริง ...เห็นถึงสภาวะที่เป็นเอกภาพ ไร้รูปและนามใด ๆ พึงปรากฏ ญาณเดิมนั้นเป็นสิ่งที่สูงค่ามิอาจเปรียบประมาณได้ใน 3 โลกนี้ สวรรค์ มนุษย์ นรก
สูงค่ายิ่งสิ่งอื่นใด ๆ ใน 3 โลกนี้ทั้งปวง....
หากเป็นเช่นนี้ พวกเราทั้งหลายคงเข้าใจแล้วว่า ผู้บำเพ็ญธรรมดุจเทียนไข ไปอยู่ที่ใด ก็นำแสงสว่างแห่งธรรมไปสู่ที่นั่น นำแสงไฟจากตน ส่องรัศมีฉาย จุดไฟ เทียน ต่อเทียน นำธรรมนี้แผ่ไปยังทั่วหล้า ปากของเจ้ามีสัจจาจริง ประกาศธรรมะแท้ แทนฟ้าและดิน แรงกายของเจ้าดั่งคุณค่าแห่งความร้อนของเทียน ส่งเสริมงานธรรมแผ่ธรรมนี้ให้เจิรญก้าวหน้า เห็นคนคือธรรม เห็นเวไนย์คือพุทธ
อีกทั้งนี้ขาดเสียมิได้คือ การบริจาคให้ทรัพย์เป็นทานเพื่อปลูกจิตเมตตาแห่งตน สั่งสมเมล็ดพันธุ์แห่งกุศลจิต เพียงแต่หากเจ้าทำเท่าใดอย่าได้ไปติดยึด ขอเพียงเจ้าทั้งหลายมีใจกตัญญู เมตตา เที่ยงตรงต่อฟ้า อีกคุณสัมพันธ์ 5 คุณธรรมแปดไม่ทิ้ง ข้าพุทธบุตรคนเดิม ยอมเอาศรีษะของข้าเป็นประกันหากเจ้าทั้งหลายทำสมบูรณ์ มีเหรอญาณเดิมเจ้าจะไม่สมบูรณ์
รัก โลก โกรธ หลง เป็นอารมณย์ที่กำหนดปลูกฝังมาโดยกำเนิดหรือก็ไม่ใช่ หากวันนี้เจ้าขัดเกลาจิตใจ เฝ่ามองพิจารณา หมั่นขัดเกลาญาณเดิมแท้ มีเหรอการบำเพ็ญจะไม่ก้าวหน้ามีแต่เพียงเจ้ามิได้ทำตามอย่างที่ข้ากล่าวมาแล้วเท่านั้นญาณเดิมจึงไม่สมบูรณ์
ปรารถนาพุทธภูมิ
"ปรารถนา" นี่คือแค่ "อยาก" ใช่มั้ยครับ
ดีครับ ติดพุทธภูมิกันเยอะๆดี ผมเห็นด้วย ปรารถนาช่วยเหลือผู้อื่น อยากให้คนอื่นพ้นทุกข์ แต่ขอให้ "บำเพ็ญ" บารมีเพื่อ "เป็น" กันด้วยละกันครับ สังคมจะได้ดีขึ้น
ตั้งแต่ตื่นนอนเลยนะครับ ตื่นปุ๊บ เราพุทธภูมินะ แล้วก้อสแกนเลยครับ บารมีสิบ วันนี้จะมีโอกาสได้ทำไหม อาบน้ำเสร็จเดินลงมาเจอพ่อแม่พี่น้อง สแกนเลยครับ บารมีสิบ วันนี้เติมไปกี่อย่างแล้ว ออกไปทำงาน ไปเรียน เจอเพื่อน เจอกระเป๋ารถเมล์ อย่าลืมสแกนครับ ก่อนนอนอย่าลืมสแกนครับ วันนี้บารมีสิบ เติมไปกี่อย่างแล้ว ไม่ได้เติมกี่อย่าง พรุ่งนี้จะเติมอะไร วันนี้กุศลกรรมกี่อย่างแล้ว อกุศลกรรมกี่อย่างแล้ว ศีลขาดมั้ย
จะให้ดีนะครับ ผมว่าท่านพระโพธิสัตว์ทั้งหลาย ท่านควรทำสมุดบัญชีบารมีของท่านไว้เลย จดเป็นไดอารี่ไปเลย ครบเดือนนึงท่านเปิด Excel ครับ เดือนที่ผ่านมาทำอะไร ตีตารางแล้ว plot graph ท่านจะรู้เลยว่าเดือนนี้ท่านอ่อนอะไร ควรเพิ่มอะไร เป็นบารมีธรรมดา รึว่าอุปปบารมี วันนี้จิตหนักไปทางกุศลกรรม รึอกุศลกรรม ควรแก้ไขมั้ย ศีลบกพร่องมั้ย กรรมบทบกพร่องมั้ย กายกรรม มโนกรรม วจีกรรม เป็นยังไง โกหกไปกี่คำ กินเหล้าไปกี่แก้ว เดือนหน้าจะลดลงมั้ย รึว่าเพิ่มขึ้นมั้ย ท่านทำมาขนาดไหนแล้ว ในชาตินี้ท่านเดินทางมาถึงไหนแล้ว
ขอให้ก้าวหน้ากันทุกท่านครับ อนุโมทนาครับ
พระโพธิสัตว์ท่านคงมีมหาเมตตา กรุณา เป็นตัวขับเคลื่อน คงไม่ได้ยึดในความเป็นตน เปรียบเสมือนบุคคลผู้จ้องมองธรรมเกิดดับอยู่ แต่ไม่ยึดติด ซึ่งแตกต่างจากบุคคลผู้ไม่เห็นธรรม ย่อมหลงไปในธรรม อันไม่ใช่ตนนี้ว่าเป็นตน ย่อมนำมาซึ่งทุกข์บ้าง สุขบ้างอันเป็นของประจำโลก ถ้าสรรพสัตว์เป็นทุกข์จริง ท่านหวังช่วยให้สรรพสัตว์พ้นทุกข์ได้บ้าง
การเป็นพุทธภูมินั้นมิใช่เรื่องง่าย เพราะจะต้องเป็นผู้ที่มีน้ำใจเสียสละ เนื่องจากการบำเพ็ญเป็นพุทธภูมินั้น ต้องฝ่าฟันอุปสรรคมากมาย แม้ว่าจะต้องแลกด้วยชีวิตก็ตาม...
แล้วถามว่าเราทำไปเพื่ออะไร? คำตอบก็คือเพื่อยังประโยชน์แก่สรรพสัตว์ทั้งหลาย ให้หลุดพ้นจากวัฏสงสาร พบกับความสุขที่แท้จริง คือพระนิพพาน...
แล้วใครเล่า? จะรู้ซึ้งถึงน้ำใจของเหล่าพุทธภูมิ..." สักวันหนึ่ง เราจะต้องบรรลุซึ่งพระโพธิญาณ แล้วช่วยพวกเพื่อนพี่น้องร่วมเกิดแก่เจ็บตาย ให้หลุดพ้น ถึงเราจะต้องทนทุกข์เพียงใดก็ตาม กูก็จะสู้ !!! " นั่นแหละ ก็คือเบื้องลึกในจิตใจ ที่นำพวกเราสร้างบารมี ซึ่งถึงแม้ว่าจะต้องทนทุกข์ทรมานเพียงใด ต้องพ่ายแพ้ ล้มลง กี่ครั้ง ๆ ก็จะต้องลุกขึ้นสู้ !!!
" ขอฝันใฝ่ในฝันอันเหลือเชื่อ ขอสู้ศึกทุกเมื่อไม่หวั่นไหว
ขอทนทุกข์รุมโรมโหมกายใจ ขอฝ่าฟันผองภัยด้วยใจทะนง
จะแน่วแน่แก้ไขในสิ่งผิด จะรักชาติจนชีวิตเป็นผุยผง
จะยอมตายหมายให้เกียรติดำรง จะปิดทองหลังองค์พระปฏิมา..."
"ศาสตร์ว่าด้วยการเป็นพระพุทธเจ้า"
โดยพระเทพมุนี (วิลาส ญารวโร)
SE-ED Book
Bar Code: 703111-000223-6
ผมคิดว่าเข้าใจคนที่ปรารถณาพุทธภูมินะครับ เพียงแต่คนที่ไม่เข้าใจเรื่องพุทธภูมิ หรือคนที่เข้าใจผิดๆยังมีอยู่เยอะ บางคนพอรู้ว่าดีก็ปรารถณาอยากเป็นบ้าง แต่ไม่ทำอะไรให้ถึงความเป็น เหมือนอย่างคนอยากจะรวย แต่ขี้เกียจทำงาน มัวแต่ปรารถณาจะรวย แล้วเมื่อไหร่จะรวยครับ ถ้าเราอยากจะรวย ต้องลุกขึ้นมาขยันทำมาหากินในชาตินี้ ผมเองจุดธูป-ลาพุทธภูมิไปเกือบสิบปีแล้วหลังจากที่นิมิตเห็นตุ่มน้ำสิบตุ่มที่แต่ละตุ่มมีน้ำอยู่เพียงน้อยนิด สิ่งที่เคยบำเพ็ญสั่งสมมาแต่ก่อนขอให้เป็นปัจจัยให้ผมทำนิพพานให้แจ้งโดยเร็วที่สุดก้อพอ
เพียงอยากเตือนสติท่านทั้งหลายอย่าเป็นพุทธภูมิแค่ชื่อ ตั้งความปรารถณาเสร็จแล้วก็ใช้ชีวิตตามปกติแล้วรอว่าในชาติสุดท้ายจะได้เป็น ท่านคงเป็นอะไรไม่ได้ถ้าไม่ทำ ถ้าไม่ทำชาตินี้ สมมุติว่าตายไปแล้วท่านเผอิญต้องไปเสวยทุกข์ในนรกก่อน แล้วท่านจะหาเวลาที่ไหนไปทำครับ ทำอะไรควรมีสัจจะตั้งใจจริง เรื่อง Excel sheet นั้นช่วยท่านได้ (ผมช่วยท่านได้แค่นี้)
ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน ขอให้ท่านเจริญเมตตากับขันติให้มากๆนะครับ ผมเองอยู่เตือนท่านไม่ได้นาน เวลาผมเหลือน้อยแล้ว ยาดีมีรสขม คำเตือนระคายหู ท่านพระโพธิสัตว์ทั้งหลายผู้ทรงเมตตาจิตและเจริญขันติในใจดีแล้วคงไม่โกรธผมนะครับ ^_^ (ทำบุญ-อโหสิผมเถอะครับ ผมเองก้อไม่อยากจะไปทำกรรมล่วงเกินพระโพธิสัตว์ทีเดียวเยอะๆพร้อมๆกัน)
vBulletin® v3.8.0 Beta 3, Copyright ©2000-2008, Jelsoft Enterprises Ltd.