View Full Version : เพชรหน้าทั่ง เป็นเครื่องลางของขลังหรือเปล่าคะ
mirinda
23-11-2004, 04:10 PM
เพชรหน้าทั่ง รูปร่างเป็นอย่างไรคะ เป็นเครื่องลางของขลังหรือเปล่าคะ อยากรู้จัง
มัจฉานุ
26-11-2004, 04:30 PM
เป็นธาตุกายสิทธิ์ชนิดหนึ่ง มีสรรพคุณ น้องๆ ขอ
เหล็กไหล มีลักษณะเป็นสี่เหลี่ยมอยู่ในหิน มีคนเคยบอกว่าถ้ามีเพชรหน้าทั่งให้ใส่น้ำ ให้ด้วย เพราะว่าน้ำจะหมดเร็วมาก ประมาณว่า เพชรหน้าทั่งชอบกินน้ำ เกจิอาจารย์มักนิยมนำมาปลุกเสกทำของขลังต่าง บูชาโดยน้ำดอกมะลิกะน้ำฝนเท่านั้นมาถวาย พุทธคุณคือ มีโชคมีลาภ นานาประการ ไม่พบคำว่าอดอยาก แต่ถ้าทำตัวไม่ดี ก็จะหายไปได้เหมือนกัน
เพชรหน้าทั้งของผมก็มี ถาษา ปะกิตเรียกว่า ไพไรท์ pyrite ถ้าจำตัวสะกดไม่ผิดน่ะ คุณสมบัตตามหัวข้อข้างบน น้องน้องเหล็กใหล อือ อย่าว่าแต่เพชรหน้าทั้งเลย เอาเหล็กไหลแช่ในน้ำ น้ำ ยังหมดเร็วเลยแหละ ถ้าจะพูดเหล็กไหลเพชรหน้าทั้ง คือ ร่างกายของเขาเป็นอย่างนี้ แต่จิตที่อยู่ข้างมีสภาพเป็นทิพย์ น่ะ
ส่วนเรื่องน้ำหมดเร็วเป็นเรื่องจริง เพราะน้ำถือเป็น อาหาร อย่างนึงเหมือนกัน สำหรับเหล็กไหล เพชรหน้าทั้งใช้ น้ำสะอาดเลี้ยงก็พอ ถ้า ใจดีหน่อยก็ซื้อ น้ำผึ้งมาเลี้ยงก็ได้
สำหำหรับขนาดมีทั้งขาดเล็ก จนถึงขนาด ให_่กว่า กำปั้น เล็กน้อย
เสริม อีกนิด ถ้าเอาแช่น้ำส้มสายชู จะเปลี่ยนเป็นสีทองแดง
เพชรหน้าทั้งมีอีกชื่อหนึ่งว่า ทองคนโง่ เพราะสีถ้าดูผิวเผินจะดูเหมือนทอง จนบางคนเข้าใจผิดคิดว่าเป็นทอง ผมพอ
Fat man
29-11-2004, 09:44 AM
รู้สึกว่าจะเป็นว่านด้วย ว่านเพชรหน้าทั่ง อ่านในแผ่นพับการจัดสร้างพระนางพ_า ที่พิษณุโลก 2546
เป็นทั้งเมตตามหานิยม และอยู่ยงคงกระพันครับ
เออ เพชรหน้าทั้งไม่ไช่ต้นไม้นะครับ ที่เอามาฝังดินแล้วจะงอกเป็นต้นขึ้นมา
ต้นว่านที่ชื่อว่า ว่านเพชรหน้าทั้ง ก็ยังไม่เคยได้ยินน่ะ พึ่งได้ยินได้เห็นก็ครั้งนี้เป็นครั้งแรก อาจจะเป็นเพราะ คนพิมพ์ อาจจะไม่รู้จักเข้าใจว่าเป็นว่าน หรือไม่ก็ พิมพ์ผิดก็ได้ครับ
เออ คำว่า ว่าน นี้หมายถึง ต้นไม้ที่เป็นยา และมีคุณสมบัติพิเศษ บางต้นอาจมีคุณสมบัติพิเศษ แต่ ไม่ได้ใช้ยา ก็มีครับ
การปลูกว่านสมัยโปบราณนอกจากปลูกเพื่อใช้ทางยา ยังเอาไปใช้ในทางอื่นด้วย เช่นเมตตา อยู่ยงคงกระพัน แล้วแต่จะใช้ตามชื่อครับ
ถ้าว่านเพชรหน้าทั้งมีจริง กรุณานำรูป ทั้งหัวทั้งต้น มาลงให้ดูหน่อยนะครับ
Fat man
02-12-2004, 10:02 AM
เขาระบุว่า หนึ่งในว่านที่นำมาทำพิธีมี"ว่านเพชรหน้าทั่ง"ด้วย
เมื่อวานผมยังกลับไปดูเอกสารฉบับนี้อยู่เลย แต่ไม่มีรูป
แต่จะว่าไปแล้ว ผมก็เพิ่งเคยเจอ(อ่าน)น่ะครับ
งั้นล่ะไว้ก่อนล่ะกันเพราะสรุปไม่ได้ มีว่านชนิดนนี้จิงหรือไม่
casy99
22-12-2004, 01:08 PM
เพชรหน้าทั่งเป็นธาตุกายสิทธิ์ตามธรรมชาติ พบมากทางภาคใต้ของประเทศไทย ลักษณะเหมือนแท่งโลหะสีเงินแวววาวและเป็นเสี้ยนตามพื้นผิว เชื่อว่าสามารถทำให้แคล้วคลาดจากภยันตรายต่างๆได้ถึงแม้ว่าจะไม่ได้เข้าพิธีปลุกเสก
หินศิลา
19-01-2005, 01:01 AM
เรื่องว่านนี่ ผมไม่แน่ใจนะแต่อาจจะเป็นตัวเดียวกับว่านเพรชกลับก้อได้
เพชรกลับ หรือครับ อาจเป็นไปได้
mon_na
19-01-2005, 01:07 PM
อาจเป็นเพชรกลับนะคะ ลองไปเปิดหนังสือว่าน ยา-เสน่ห์มหามงคลของ รังว่าน อินทุใส ไม่เห็นมีว่านชื่อนี้ มีแต่ว่านเพชรกลับที่เป็นมงคลกันกันภัย
ว่านเพชรกลับ
เป็นว่ามีอานุภาพอยู่ยงคงกระพันชาตรี และป้องกันการถูกคุณไสยการกระทำย่ำยีทางไสยศาสตร์ต่างๆ ไม่ว่าจะปลูกไว้ในบ้านเรือน หรือมีหัวว่าติดตัวเป็นประจำอยู่เสมอ แก้อาถรรพณ์ แก้อุปัทวเหตุ เป็นมงคลแก้วคุ้มครองป้องกันไม่ให้ตายโหงและเป็นมงคลแก่ตัว
เมื่อนำหัวว่านไปใช้ตั้งนะโม 3 จบ แล้วว่าอิติปิโสถอยหลัง ดังนี้?ติวาคะภะ โธพุท นังสานุสมะวะเท ถาสัต ถิระสามะทัมสะริปุ โรตะนุตอะ ทูวิกะโล โตคะสุ โนปันสัมณะระจะชาวิช โธพุทสัมมาสัม หังระอะ วาคะภะ โสปิติอิ?
แคล้วคลาดไม่ว่าไปป่าเดินทางไกล หรือมีคนจะพาไปย่ำยี อานุภาพแก้อาถรรพ์เป็นมงคล
การปลูกว่านเพชรกลับ
ขยายพันธ์ด้วยเหง้า หรือ หัวหรือแง่งที่แทงขึ้นข้างๆ ปลูกในดินร่วนสะอาดปนทราย โดยระบายน้ำให้ดี ถ้าปลูกในกระถางให้ใช้กระถางทรงสูง กลบดินพอมิดหัวว่าน รดน้ำเสกด้วยคาถา ?นะโมพุทธายะ? 3 จบเสมอ ตั้งในที่ร่มรำไร ควรปลูกในวันอาทิตย์ หรือวันพฤหัสบดี
ตอนแรกไม่รู้หรอกค่ะ แต่แม่ให้พกติดตัวทุกคน พี่น้อง พอเจอหนังสือก็เลย ไปหามาตอนนี้ได้จำนวนนึง เลยพิมพ์ใบคาถาด้วย (เผื่อแจกญาติๆและเพื่อนๆ) ใครเคยใช้ว่านแล้วเป็นอย่างไรบ้างช่วยเล่าให้ฟังด้วยนะคะ
ผมปลูกว่านเล่นตั้งเเต่เด็ก มีครั้งหนึ่ง กินว่านอะไรไปไม่รู้ คอคันนนนมากๆๆๆ ครับ ผมบีบยาสีัฟันเข้าปากดกือบหมดหลอดดด อยากหนังเหนียวอ่ะ ตอนนั้นเก้าขวบเอง
mon_na
19-01-2005, 01:39 PM
อิอิ ว่านอันตรายนะคะ บางว่านเป็นอันตรายต้องใช้แพทย์แผนโบราณด้วย
ใครมีประสบการณ์กับว่านเเสงอาทิตรืบ้างจ๊ะ
mon_na
19-01-2005, 01:56 PM
มีว่านนี้ด้วยเหรอคะ เป็นว่านมงคลเหรอคะแล้ว ลักษณะเป็นไงจ๊ะ ^__^
ผมพิมพ์ไทยช้าาามากนา บอกก่อน ใบมันยาวๆ เรียวๆ ข้างล่างของใบสีเเดง บนเขียว เขาบอกว่าเป็นโคตรว่าน ห้ามเหยียบเงามันจ้ะ ตอนนั้นขี่จักรยานหากับน้องชายครับ (คงหาได้หรอกนะนั่น) อยากด้ายยยย
mon_na
19-01-2005, 04:35 PM
ตอบช้าไปหน่อยนะจ๊ะ เหรอจ๊ะ ในหนังสือไม่เคยเห็นอ๊า แต่ว่านบางชนิดเค้าก็ห้ามข้ามอย่าง(เปิดหนังสือก่อนจำไม่ได้)กวักพุทธเจ้าหลวงแต่ยังหาไม่ได้ ว่านบางชนิดเห็นบอกว่าเป็นว่านใช้ในการปลุกเสกห้ามให้ดอกบานเพราะมีฤทธิ์ที่ปั่นป่วนคนในบ้าน 55555 (ไม่กล้าปลูกเลย)เช่น ว่านดอกทอง หรือว่านดินสอฤาษี ที่บ้านปลูกแค่ว่านนางคุ้ม กับนกคุ้ม กับกวักใบโพธิ์ค่ะ (กำลังหา) =^____^= หลายๆว่านอยากได้มาก ว่านที่คุณ Jin บอกน่าปลูกไว้นะคะ ดูเป็นว่านคุ้มครองดี อยากได้ว่านปลูกเยอะๆ เลยอิอิ
ว่านแสงอาทิตย์ จะสองแบบ น่ะ
แบบ ที่ 1 ก็คือ ว่านกุทารทอง แต่ บางทีเขาเรียกว่า ดวงอาทิตย์ แสงอาทิตย์ บ้าง มีลายที่ลำต้นบริเวณโคนเหมือนตุ๊กแก ดอกมี สีแดง เวลาออกดอกมีลักษณะ คล้าย ดอกเข็ม แต่กลมเหมือน ดวงอาทิตย์ สวยมาก
แบบที่ 2 ไม่แน่ใจจำรายละเอียดไม่ค่อยได้แล้วผิดถูกประการไดขออถัยด้วย แต่อันนี้เลยที่เรียกว่า ว่านแสงอาทิตย์ ใบประมาณคล้ายใบกล้วย ที่หลังใบมีสี ประมาณ น้ำตาลแดง ยังไงใครมีข้อมูลเอามาลงหน่อย
mon_na
20-01-2005, 04:37 PM
แสงอาทิตย์
ชื่อวิทยาศาสตร์ Homalomena Rubescens Kunth
วงศ์ ARACEAE
ชื่อสามัญ -
ชื่ออื่นๆ ว่านตะกร้อ, ว่านกระทุ่ม (ภาคเหนือ), ว่านแสงไฟ
ลักษณะทั่วไป เป็นไม้ล้มลุกที่นำมาจากต่างประเทศ หัวเป็นเหง้าใต้ดิน ขนาดใหญ่ มีการแตกเป็นแง่งได้ เช่นเดียวกับหัวข่า ก้านใบสั้นส่วนใหญ่แผ่ออกเป็นกาบสีแดงโอบหุ้มกันเป็นลำกลมแบน สูง 30-50 ซม. ใบรูปรียาว ขนาดกว้าง 14-20 ซม. ยาว 30-40 ซม. ปลายใบแหลมเป็นติ่ง โคนใบเบี้ยว ขอบใบมีขลิบสีแดงโดยรอบทางด้านบน เส้นกลางใบเป็นร่องสีแดง ขอบของร่องสีขาว เส้นใบนูนออกในลักษณะตั้งฉากกับเส้นกลางใบ แผ่นใบสีเขียว ด้านล่างแผ่นใบอ่อนมีสีแดง ใบแก่จะมีสีแดงเรื่อๆ เส้นกลางใบนูนเป็นสันสีแดงเข้มกว่าแผ่นใบเมื่อถูกไฟหรือแสงอาทิตย์ใบจะห่อและด้านล่างใบจะมีเงาสะท้อน เป็นว่านที่ไม่โทรมทั้งในฤดูหนาวและฤดูร้อน งามได้ตลอดปี
การปลูก ควรปลูกในดินร่วนปนทราย เป็นว่านที่ชอบอยู่ในที่ชื้นเย็น และถูกแสงแดดรำไร
การขยายพันธุ์ โดยการแยกหน่อ
ความเป็นมงคล ถือเป็นว่านทางโชคลาภ หากนำหัวว่านพกติดตัวเดินทางไกลจะเป็นอำนาจแก่ตน คุ้มครองอันตรายทั้งปวง ผู้ที่จะนำว่านนี้มาใช้ต้องชำระร่างกายและจิตใจให้สะอาดเสียก่อน คือ ต้องถือศีล 5 หรือศีล 8
เจอในเว็บมา
http://www.panmai.com/warn/Warn_ARACEAE.htm#ARA5
mon_na
20-01-2005, 04:42 PM
ว่านกุมารทอง
ชื่อวิทยาศาสตร์ : -
ชื่ออื่น ๆ : -
วงศ์ : -
ลักษณะ : หัวว่านเหมือนหอมหัวใหญ่ แต่มีขนาดใหญ่กว่าในเหมือนใบกล้วยแต่อวบน้ำและมีสีเขียวจัด ก้านใบขาวตรงโคนก้าน ปลายมีสีเขียน ท้องในมีสีขาว ดอกออกเป็นก้านช่อดอกชูตรงขึ้นไป ลักษณะดอกคล้าย ๆ กับดอกกระถิน เป็นพุ่มทรงกลม มีสีแดงสดใสน่าดูยิ่งนัก
ประโยชน์ : เวลาออกดอกให้เก็บเอาเกสรของดอกมาผสมน้ำมันถั่ว
ทาตัว ถือกันว่าเป็นการกระทำเพื่อความคงกระพันชาตรี ป้องกันอุบัติเหตุภัยอันตรายต่าง ๆ ได้อย่างชะวัด แม้นเกิดเหตุร้ายก็สามารถพาตัวเองหลุดพ้นจากวิกฤติกาล นั้น ๆได้อย่างปลอดภัย
วิธีปลูก : หาดินร่วน ๆ มาผสมกับอิฐละเอียดเป็นเครื่องปลูก เมื่อจะทำการปลูก ควรเลือกวันอังคารเป็นวันทำการปลูก หาดได้วันอังคารเดือน 6 ด้วยแสงจะเพิ่มความขลังยิ่งนัก น้ำที่จะรดในคราวแรกปลูก ควรเสกด้วยพระคาถา ?นโมพุทธายะ? สามคาบ แล้วจึงนำไปรดหว่านที่เพิ่งลงดิน
เจอเว็บนี้ค่ะ
http://riscc251.snru.ac.th/revival/herb/herb39.htm
Tru Calling
20-01-2005, 06:21 PM
ถ้าเพชรหน้าทั่งเป็น Pyrite ก้อไม่น่าจะไปแช่น้ำ.. เพราะ Pyrite มีโมเลกุลการเกาะตัวกันต่ำมาก เมื่อโดนความชื้นก้อจะร้าวและแตกได้ง่ายๆ คุณๆ ที่เคยนำ Pyrite ไปแช่น้ำ ช่วยเข้ามาบอกทีได้มั้ยว่ามีการร้าวหรือแตกบ้างปะ.. ที่บ้านมีอยู่ก้อนกลมๆ เล็กๆ วางไว้บนจานเชรามิก อยู่ๆ ก้อร้าวและแตกเป็นเสี่ยงๆ
ไพไรท์ (PYRITE) มีสีเหมือนเหล็กปนเงิน ปนทอง มีความหมายด้านเรียกเงิน เรียกทอง ช่วยนำพา ความเข้าใจคนอื่น และเข้าใจตัวเองมาสู่เรา มักใช้ ในด้านปาฎิหาริย์มากกว่าด้านร่างกาย ช่วยบำบัด อาการขี้หลง ขี้ลืม ดีต่อสายตา สมอง และระบบ หมุนเวียนโลหิต...
ข้อมูลต้นว่าน ไม่ขอยืนยัน ว่าถูกต้อง หรือไม่ถูกต้อง ถ้ามีรูปมาประกอบจะดีมากเลย จะได้นอนยันให้ แต่ก็ขอขอบคุณที่เอามาลงให้
ส่วน เพชรหน้าทั้ง ผมเอาแช่น้ำเปล่าร่วมกับพวกเหล็กใหลของผม แช่แบบทั้งวันทั้งคืน และก็อบู่ในถ้วยพวกเชรามิค ก็ไม่เห็นจะแตก อะไร เลย เหมือนเดิมทุกประการ
(smile) -: เพชรหน้าทั่ง...ของดีเมืองคนธรรพ์ :-(smile)
http://www.rakbankerd.com/02_spiritual/data/1/1/116/157/1059/image/charm3.jpg
ที่ภาคใต้เคยมีเรื่องราวเกี่ยวกับเกาะลอยหมู่บ้านประหลาด ที่สามารถโผล่ขึ้นมากลางทุ่งโคลนได้อย่างน่าอัศจรรย์และสามารถหายลับตาไปเฉยๆ ได้อย่างน่าแปลกประหลาด มีเรื่องเล่ากันมาว่าบางผู้ที่ผ่านเข้าไปในเมืองนี้จะได้รับขมิ้นบ้าง ใบพลูบ้าง ดูแล้วเป็นของที่ไม่มีค่า บางคนระหว่างทางจึงทิ้งไปบ้างแต่พอมาถึงบ้างตนแล้วก็กลับพบว่าของต่างๆที่ตนไม่เห็นค่าในตอนแรกบัดนี้กลับกลายมาเป็นทองคำทั้งสิ้น
เรื่องราวเกี่ยวกับวัตถุจากต่างมิติเช่นนี้ปรากฏให้เห็นอยู่เสมอมีหลายคนที่ได้ประจักษ์มาแล้ว ซึ่งชาวลับแลนี้มีของดีหลายอย่าง ที่จังหวัดพัทลุง เมืองเขาสามยอด ก็ปรากฏเรื่องราวเกี่ยวกับเมืองลับและธาตุกายสิทธิ์ชนิดหนึ่งที่ชาวบ้านเชื่อกันว่าเป็น เพชรเมืองคนธรรพ์ หรือเพชรเมืองลับแล ของดีสรรพคุณ ๑๐๘ ประการที่ทุกคนต่างปรารถนา
เพชรของชาวเมืองคนธรรพ์ที่ชาวบ้านพบเจอนั้น เขาเรียกกันว่า เพชรหน้าทั่ง มีลักษณะเป็นก้อนโลหะเล็กๆ ฝังอยู่ภายในเนื้อหินตามธรรมชาติคล้ายๆ กับเหล็กไหลที่ฝังตัวอยู่ตามผนังถ้ำหรือคล้ายกับปรอทสำเร็จที่ฝังตัวลงในผนังหินตามธรรมชาติ ก้อนโลหะต่างๆ เหล่านั้นต่างมีลักษณะสัณฐานสี่เหลี่ยมโดยประมาร ที่เป็นหกหรือแปดเหลี่ยมก็มี มีสีขาวเงินยวงที่ออกเป็นเหลืองครามหรือเขียวปีกแมลงทับก็มีบ้าง บางชิ้นก็เป็นสีออกประกายทองหรือทอสีออกเป็นทองแดงเลยก็มี นับว่าเป็นของดีที่หาค่ามิได้ เชื่อกันว่ากายสิทธิ์ชนิดนี้มีฤทธิ์เป็นน้องเหล็กไหลมีอานุภาพมาก ครูบาอาจารย์ทางใต้ต่างรู้สรรพคุณแร่ชนิดนี้ดีทั้งนั้นอย่างพ่อท่านแดง จังหวัดปัตตานี ที่ทำพระเครื่องหลวงปู่ทวดรุ่น ๕ แขะอันเลื่องชื่อที่มีการลองความขลังโดยใช้ปืนจ่อยิงองค์พระเครื่องปรากฏว่าทั้ง ๕ นัดที่ทดลองกระสุนด้านทั้งสิ้น จึงเป็นที่มาของรุ่น ๕ แชะนี่เอง พระเครื่องของท่านก็ได้อาศัยธาตุกายสิทธิ์ชนิดนี้ทำการฝังลงไปยังด้านหลังขององค์พระ กล่าวกันว่าหลวงพ่อท่านได้ทำการปลูกเสกจนกระทั้งเพชรหน้าทั่งส่งแสงออกมารองกุฏิยามกลางคืน ท่านว่ากายสิทธิ์ชนิดนี้ดีจริงๆ มีพุทธคุณครบทุกด้าน
เพชรหน้าทั่งนี้ผู้รู้กล่าวกันว่าเป็นของกายสิทธิ์ที่มีเทพทั้งฝ่ายยักษ์และฝ่ายคนธรรพ์ดูแลรักษาอยู่ ถ้าใครบางมีไม่ถึงไปเอาเองโดยสิ่งศักดิ์สิทธิ์ไม่ยินยอมให้ก็มีแต่คายกับตายเท่านั้น การเอามานั้นแม้ว่าจะไม่ได้มาด้วยการใช้วิชาแบบตัดเหล็กไหลแต่เขาก็เรียกว่าเป็นการตัดเพชรออกมาเช่นกัน คือการขอพลีเอามาอย่างถูกวิธีเจ้าป่าเจ้าเขายินยอมให้จึงสามารถได้มาอย่างปลอดภัย
กายสิทธิ์ของดีจากเมืองลับแลเป็นของที่มีอานุภาพมาก มีเจ้าปู่ตาเพชรเป็นพลังงานวิญญาณที่คอยดูแลรักษาธาตุชนิดนี้อยู่โดยเฉพาะ การบูชานั้นท่านให้น้ำเอาดอกมะลิเท่านั้นกับน้ำฝนมาเป็นของถวาย เจ้าปู่ตาเพชร ทำการรักษาบูชาให้ดีจะบังเกิดโชคลาภนานาประการ ผู้บูชาไว้ไม่มีอดอยากยากจนเลย นอกจากนั้นเพชรทั่งยังสามารถพกติดตัวเอาไปได้ทุกที่ ไม่มีเสื่อม แต่หากปฏิบัติตัวไม่ดีองค์เพชรหน้าทั่งก็สามารถพกติดตวเอาไปได้ทุกที่ ไม่มีเสื่อม แต่หากปฏิบัติตัวไม่ดีองค์เพชรหน้าทั่งก็สามารถเสด็จหนีไปได้เหมือนกันคล้ายๆ กับพระธาตุเจ้านั่นแล
ที่มา / บูรพาปาฏิหาริย์
Tru Calling
26-01-2005, 06:15 PM
คุณ nnn แล้ว Pyrite ที่ได้มาจาก เปรู หรือ แอฟฟริกา หรือ บราซิล จะมีกายสิทธิ์ คล้ายๆ เพชรหน้าทั่งที่คุณบอกข้างบนหรือปล่าว..
อือไช่ เป็นเพชรหน้าทั้งเหมือนกัน อย่างทองคำ ขุดเจอที่ใหนก็เป็นทองเหมือนกัน
ต่างกันก็คงเป็นส่วนผู้ที่ดูแล ว่าเป็นใคร
คนลึกลับ
27-01-2005, 10:27 AM
ไพท์ไร้ทกับเพชรหน้าทั่งเป็นธาตุคนละชนิดครับลักษณะเกร็ดของเพชรหน้าทั่งจะเป็นเกร็ดเล็กๆเป็นสี่เหลี่ยมหรือหลายๆเหลี่ยมแต่เป็นเกร็ดเล็กๆส่วนไพท์ไร้ทเป็นแร่ชนิดหนึ่งครับมีทั้งเป็นก้อนใหญ่ๆและเกร็ดเล็กๆสีก็แตกต่างกันมากครับเพชรหน้าทั่งอยู่ทางใต้แยะมากเลยครับลองไปดูนะ(glass)
ไม่เหมือนกันหรอกครับ เพชรหน้าทั่งเป็นของดีวิเศษทางบ้านเรา ที่บรรพชนบอกกล่าวไว้มานาน ส่วนไพไรท์เป็นแค่ธาตุชนิดหนึ่งครับเหมือนธาตุอื่นๆๆ และเพชรพลอย ยังไม่ค่อยมีพลังเลยครับ แต่อาจเป็นสื่อทางจิตได้ แต่คงสู้เพชรหน้าทั่งและแก้วโป่งข่ามไม่ได้หรอกครับ.........(b-oneeye)
<TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 border=0><TBODY><TR vAlign=top><TD style="PADDING-RIGHT: 20px"><TABLE class=ProductPictureBorder height=150 cellSpacing=0 cellPadding=0 width=150 border=0><TBODY><TR><TD>http://www.gemshouse.com/img-lib/593200000523_b.jpg (javascript:Window_Popup_Html( '<html><head><title>TARAD.com - รูปภาพสินค้า</title><meta http-equiv=Content-Type content=text/html; charset=tis-620><meta content=no-cache http-equiv=Pragma></head><body marginwidth=0 marginheight=0 leftmargin=0 topmargin=0><div align=center style=padding-top:15px;><img src=img-lib/593200000523_b.jpg width=273 height=251 border=0></div></body></html>' , '' , 0 , 0 , 1 , 0 , 1 , 1 , 313 , 291 );)</TD></TR></TBODY></TABLE></FORM><FORM name=vbform onsubmit="return checkQR(this);" action=newreply.php method=post>[/url]
(javascript:Window_Popup( 'popup.share.php?trd=requestquote&id=164830&code=000523&lang=th' , 'RequestQuote' , 0 , 0 , 1 , 0 , 0 , 0 , 350 , 350 );)
</TD><TD>[u]ไพไรท์ (Fool gold)
รายละเอียด: แร่ไพไรท์ (Pyrite) หรือที่มีคนเรียกกันว่า Fool gold มีลักษณะเป็นโลหะสีทอง ผลึกสี่เหลี่ยม Cubic อย่างที่เห็นในภาพ จริงๆผิวจะเงางามแบบโลหะ แต่ชิ้นนี้ยังไม่ได้ทำความสะอาดจึงมีฝุ่นจับหนา
เชื่อกันว่าผู้ที่ครอบครองไพไรต์จะร่ำรวยสมบูรณ์พูนสุขครับ....................
</TD></TR></TBODY></TABLE>
พิสูจน์ยังไงอ่ะ ว่าเหมือนกันหรือไม่เหมือน กัน
มันเป็นธาตุคนละตัวครับ พิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ได้ ทั้งทางกายภาพ โมเลกุลและการจัดตัวของโครงสร้างพื้นฐานได้ครับ...........
kiatkiat
28-01-2005, 12:11 PM
อ่า ขอบคุน พี่ NNN มากครับ เสียดายรูปเล็กไปนิดนึง
เลยเห็นไม่ค่อยชัด .... นะครับ .... จริงๆอยากเห็นแบบใกล้ๆ ครับ
mirinda
15-02-2005, 12:24 PM
ที่ดามี เป็นแท่งเล็ก ๆ มีเหลี่ยม ตอนนั้นเนื่องจากยังเด็กไม่ค่อยสนใจอะไร ก็วางไว้ที่หิ้งพระ มีวันนึงไปดู รู้สึกว่าสีจะหม่นไป ตอนแรกที่ได้มา คนที่ให้บอกว่าเป็นเพชรหน้าทั่งนี่แหละ แต่สีสุก ๆ เหมือนตะกั่วแล้วก็วาว ๆ ด้วย จำได้ว่ามีคาถากำกับ ถ้าแช่น้ำแล้วบูชา สีจะกลับมาสุก ๆ เหมือนเดิมไม๊คะ
Magic99
30-04-2005, 08:31 PM
เพชรหน้าทั้ง จัดอยู่ในจำพวกของ ทนสิทธิ์ ครับ คือ มีดีในตัว
piakham
21-07-2005, 01:42 PM
เป็นกระทู้ที่ได้ความรู้เป็นอย่างมากครับ พอดีผมสนใจเรื่องนี้อยู่เหมือนกัน คือว่าผมไปเจอพระเครื่องที่ฝังเพชรน่าทั่งแล้วอยากได้รู้สึกจะเป็น นางพญา วัดนาผักขวง อ.บางสะพานใหญ่ จ.ประจวบฯ ด้านหน้าโรยทองนพคุณซึ่งกล่าวขานกันว่าเป็นทองเนื้อดีที่สุดในประเทศไทย ส่วนด้านหลังฝังเพชรหน้าทั่ง ซึ่งตอนนี้นางพญาองค์นี้ค่อนข้างจะหายากอยู่แต่ก็พอจะมีให้เห็นบ้างในตลาดพระ(ใหญ่ๆ) พอได้มาเห็นกระทู้นี้แล้วยิ่งอยากได้ใหญ่เลย ถ้าใครมีช่วยโพสต์รูปให้ดูเป็นวิทยาทานหน่อยนะครับ(รูปเพชรหน้าทั่ง)จักเป็นพระคุณอย่างยิ่งขอบคุณครับ
อักขรสั จร
09-08-2005, 02:47 AM
ต้องมีวิธีบูชาอะไรมั้ยครับ
ผมมีอยู่ประมาณกำนึง
Attawat_Rx
15-09-2005, 02:03 AM
อยากได้ครับ เกือบได้เป็นเจ้าของแล้ว แต่ตอนนั้นยังคงไม่มีวาสนา
boontrongjamsri
25-05-2007, 11:23 AM
ว่านเพชรหน้าทั่งมีครับ..เขาอ้อใช้ในพิธีกินว่าน
คนเก่า
25-05-2007, 12:11 PM
ให้ความรู้ดีจริง สาธุ
เดี๋ยวขอต่อด้วย จ้าน้ำเงินนะครับ
geesug
25-05-2007, 01:45 PM
ผมเคยอ่านเจอในหนังสือเกี่ยวกับเรื่องเพชรหน้าทั่ง เขาบอกไว้ว่าว่านเพชรหน้าทั่งนั้นคือ ว่านอะไรก็ได้ที่ชอบเกิดขึ้นโดยอยู่รวมกันเป็นกลุ่มแล้วแยกเดี่ยวออกไป เช่น ว่านชุมเห็ดเทศ ที่เรามักจะเจอแบบรวมกันเป็นกลุ่ม เป็นพุ่มหนา แต่ถ้าเราเจอว่านชุมเห็ดเทศที่แยกเดี่ยวโดยมีต้นเดียว และในบริเวณรอบๆนั้นไม่มีต้นชุมเห็ดเทศขึ้นอยู่เลย เราจะเรียกว่านชนิดนั้นว่า "ว่านเพชรหน้าทั่ง"
พ่อมดโลจิ
25-05-2007, 02:24 PM
นี่คือ ไพไรต์ เปราะง่าย แตกหักง่าย แช่น้ำแล้วแตกเป็นเสี่ยงๆ ไม่ชอบน้ำ
บางท่านอาจจะตีว่าเป็นเพชรหน้าทั่งตามความเคยชิน
พ่อมดโลจิ
25-05-2007, 02:30 PM
นี่คือ เพชรหน้าทั่งหรือเป๊กหน้าทั่ง เป้นเหลี่ยมๆแบบนี้แหละครับ หนัก แข้งแกร่ง ไม่เปราะแลพแตกหัก แช่น้ำก็ไม่แตกและยังชอบกินน้ำด้วยครับ ราคาแพงมหาศาลกว่าไพไรต์ครับ ไพไรต์ 1 กิโลยังสู้เป๊กหน้าทั่ง 1 องค์ยังไม่ได้เลยครับ สำหรับการบูชา เพชรหน้าทั่ง เพชรมหามงคล ท่านบอกไว้ว่า ผู้ที่มีเพชรหน้าทั่งไว้บูชา ควรใช้ดอกมะลิ บูชา เมื่อออกจากบ้านไปหาลาภ ไห้ว่าคาถาข้างล่างนี้ 3 จบ จะมีลาภปลอดโรคปลอดภัยจากอันตรายทั้งปวง "จุติ จิตตัง อะระหัง พุทโธ นะโม พุทธายะ" เป็นคำแนะนำการบูชาของดีที่จัดอยู่พวกเครื่องรางของขลังป้องกันตัว ประเภทธาตุกายสิทธิ์ โดยธรรมชาติ [ชาวใต้มั่นใจในอิทธิสรรพคุณของ "เพชรหน้าทั่ง" ว่าจะเป็นรองก็แต่เฉพาะเหล็กไหลเท่านั้น]
พ่อมดโลจิ
25-05-2007, 02:36 PM
นี่คือเป๊กข่ายพันชั้น มีคุณสมบัติเช่นเดียวกับเป๊กหน้าทั่ง แข็งแกร่งและดูดน้ำได้เหมือนเป๊กหน้าทั่ง ไม่ีมีแตกร้าว เหมือน ไพไรต์
พ่อมดโลจิ
25-05-2007, 02:44 PM
นี่คือเป๊กอะไรก้มิทราบ เพราะบางคนก็บอกว่าเป๊กมะหลอด บางคนก็บอกว่าเป๊กขี้ควาย แต่สรุปคือ เป็นเป๊ก หรือของทนสิทธิ์แน่นอนครับ แต่ที่แน่ๆชิ้นนี้ดุร้ายครับ ร้อนแรง และระรานธาตุกายสิทธิ์อื่นๆที่ไม่แข็งแกร่งพอครับ ผู้ที่พลังจิตไมาสูงพอก็ครอบครองไม่ได้เช่นกันครับ ดังนั้นจึงต้องแยกเดี่ยวครับ ไม่นิยมรวมกันกับสิ่งใด ให้คุณ เช่นเดียวกับ เป๊กหน้าทั่ง ครับ ที่สำคัญมีน้ำหนักเกินตัวอยุ่หลายเท่าทีเดียวครับ
พ่อมดโลจิ
25-05-2007, 03:18 PM
ว่านเพชรหน้าทั่ง ต้นว่านเหล่านี้เชื่อกันว่ามีเทพารักษ์คอยคุ้มครองรักษา พันธุ์ว่านบางชนิดต้องไปทำพิธีกินในสถานที่พบ ที่นิยมมาก ได้แก่ การกินว่านเพชรหน้าทั่ง
ว่านที่ครูบาอาจารย์สำนักเขาอ้อให้ศิษย์กินหลังจากพิธีนั้น คือ ว่านเพชรหน้าทั่ง ทำให้ผู้เข้าพิธีนอกจากจะอยู่ยงคงกระพันแล้ว ยังเป็นผู้ปลอดจากคุณไสย แม้ภูตผีปีศาจก็ยังขลาดกลัว เพราะมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ท่านผู้มีฤทธิ์มีเดชจำพวก เทพเทวดา คนธรรพ์ รักษา ...ครับ
ความเชื่อทางไสยศาสตร์ของสำนักวัดเขาอ้อที่สำคัญถือเป็นหลัก นิยมใช้ประกอบพิธีกรรมให้สานุศิษย์และประชาชนที่ศรัทธาโดยทั่วไปมี 4 พิธี คือ พิธีเสกว่านให้กิน พิธีหุงข้าวเหนียวดำ พิธีเสกน้ำมันงานดิบ และพิธีแช่ว่าน
นอกจากนี้ก็ยังมีพิธีอื่นๆ อีกหลายอย่าง เช่น พิธีสอนให้ชักยันต์ด้วยดินสอ และการสร้างพระเครื่องรางของขลัง วิชาดูฤกษ์ยาม ตำรารักษาโรคภัยไข้เจ็บจากสมุนไพร และการรักษาด้วยคาถาอาคม เพื่อประโยชน์ของการศึกษาทางด้านความเชื่อทางไสยศาสตร์ จึงขอนำเอาพิธีกรรมที่กล่าวแล้วข้างต้น มาอธิบายไว้ในที่นี้พอสังเขป
1.พิธีเสกว่านให้กิน หมายถึง การนำเอาว่านที่เชื่อว่ามีสรรพคุณทางด้านอยู่ยงคงกระพันชาตรี หรือทางด้านมหาอุด มาลงอักขระเลขยันต์ทางเวทมนต์คาถา แล้วนำไปให้พระอาจารย์ผู้ชำนาญเวท ปลุกเสกด้วยอาคมกำกับอีกครั้งหนึ่ง ว่านที่นิยมใช้ในพิธี ได้แก่ ว่านขมิ้นอ้อย ว่านสบู่เลือด ว่านสีดา ว่านเพชรตรี ว่านเพชรหน้าทั่ง ต้นว่านเหล่านี้เชื่อกันว่ามีเทพารักษ์คอยคุ้มครองรักษา พันธุ์ว่านบางชนิดต้องไปทำพิธีกินในสถานที่พบ ที่นิยมมาก ได้แก่ การกินว่านเพชรหน้าทั่ง
การทำพิธีกินต้องหาฤกษ์ยามเสียก่อน เมื่อได้ฤกษ์แล้วพระอาจารย์จะนำสายสิญจน์ไปวนไว้รอบต้นว่าน แล้วตั้งหมากพลูบูชาเทพารักษ์ ปลุกเสกอาคมทางหลักไสยศาสตร์ เมื่อเสร็จพิธีแล้วนำมาแจกจ่ายกินกัน เชื่อว่าจะทำให้ผู้นั้นเป็นคนอยู่ยงคงกระพันชาตรี
การเสกว่านให้กิน เมื่อสิ้นพระอาจารย์ทองเฒ่าแล้ว นิยมไปทำกันที่วัดดอนศาลา ต.มะกอกเหนือ โดยมีพระครูสิทธิยาภิรัต (เอียด) เจ้าอาวาสวัดดอนศาลาเป็นผู้ประกอบพิธี เช่น การประกอบพิธีกินว่านหน้าทั่ง เมื่อวันพุธ ขึ้น 7 ค่ำ เดือน 5 พ.ศ.2473 มีพระอาจารย์นำ แก้วจันทร์ (ยังเป็นฆราวาส) เป็นผู้หาฤกษ์ยาม ผู้ร่วมกินมี พล.ต.ต.ขุนพันธรักษ์ราชเดช และพระเณรในวัดดอนศาลา
2.พิธีหุงข้างเหนียวดำ นิยมทำพร้อมกับพิธีเสกน้ำมันงาดิบ ชาวบ้านนิยมเรียกว่า "กินเหนียวกินมัน" แต่ละปีจะประกอบพิธีกิน 2 ครั้ง คือ วันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 5 และ วันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 10 พิธีหุงข้าวเหนียวดำ หมายถึง การนำเครื่องยาสมุนไพร หรือว่านชนิดต่างๆ ไม่ต่ำกว่า 108 ชนิด มาผสมกันแล้วต้มเอาน้ำยามาใช้หุงข้าวเหนียวดำ
การประกอบพิธีนิยมทำกันภายในอุโบสถมากกว่าสถานที่อื่นๆ ในสมัยก่อนนิยมทำกันในถ้ำฉัตรทันต์ หม้อและไม้ฟืนทุกอัน จะต้องลงอักขระเลขยันต์กำกับด้วยเสมอ พระอาจารย์ผู้ประกอบพิธีจะเริ่มปลุกเสก ตั้งแต่จุดไฟ จนกระทั่งข้าวเหนียวในหม้อสุก แล้วนำข้าวเหนียวที่สุกแล้วไปประกอบพิธีปลุกเสกอีกครั้งหนึ่งจนเสร็จพิธี
พิธีกินข้าวเหนียวดำ จะทำพิธีกันภายในอุโบสถ ก่อนกินถ้าสานุศิษย์คนใดไม่บริสุทธิ์ต้องทำพิธีสะเดาะ หรือเรียกว่า "พิธีการเกิดใหม่" หรือ "พิธีบริสุทธิ์ตัว" เพื่อให้ตัวเองบริสุทธิ์จากสิ่งไม่ดีชั่วร้ายทั้งปวง
เมื่อถึงเวลาฤกษ์กินข้าวเหนียวดำ สานุศิษย์จะเปลี่ยนเครื่องแต่งกายเป็นนุ่งด้วยผ้าขาวม้าโจงกระเบนไม่ใส่เสื้อ แล้วเข้าไปกราบพระอาจารย์ผู้ประกอบพิธี 3 ครั้ง เสร็จแล้วพระอาจารย์จะให้นั่งชันเข่าบนหนังเสือ เท่าทั้ง 2 เหยียบบนเหล็กกล้าหรือเหล็กเพชร ปิดศรีษะด้วยหนังหมี มือทั้ง 2 วางบนหลังเท้าของตัวเอง พระอาจารย์ใช้มือซ้ายกดมือทั้ง 2 ไว้ พร้อมกับภาวนาพระคาถา ส่วนมือขวาปั้นข้าวเหนียวดำเป็นก้อนป้อนให้ศิษย์ครั้งละ 1 ก้อน แล้วปล่อยมือศิษย์ที่กดไว้บนเหลังเท้า มือทั้ง 2 ของศิษย์จะลูบขึ้นไปตั้งแต่หลังเท้าจนทั่วตัวจดใบหน้า การลูบขึ้นนี้เรียกว่า "การปลุก" เสร็จแล้วลูบลง เอามือทั้ง 2 ไปวางไว้บนหลังเท้าทั้ง 2 เช่นเดิม โดยกะประมาณว่ากินข้าวเหนียวก้อนแรกหมดพอดี สำหรับผู้ที่ไม่เคยกินอาจกลืนลำบาก เนื่องจากว่าข้าวเหนียวมีรสขมมาก บางคนป้อนก้อนแรกถึงกับอาเจียนออกมาก็มี แต่ถ้ากลืนก้อนแรกจนหมดได้ ก้อนต่อไปจะไม่มีปัญหา พระอาจารย์จะป้อนจนครบ 3 ก้อน ในแต่ละครั้งจะลูบขั้นลูบลง เช่นเดียวกับครั้งแรก แต่ครั้งที่ 3 นั้นเมื่อศิษย์กินข้าวเหนียวหมดแล้ว พระอาจารย์จะใช้มือซ้ายกดมือทั้ง 2 ไว้ที่เดิมหัวแม่มือขวาสะกดสะดือศิษย์ ทำทักษิณาวัตร 3 รอบ พร้อมกับภาวนาพระคาถาไปด้วย เป็นการผูกอาคม
สำหรับคุณค่าของการกินข้าวเหนียวดำ สานุศิษย์ของสำนักเขาอ้อ เชื่อกันว่าใครกินได้ถึง 3 ครั้ง จะทำให้อยู่ยงคงกระพันชาตรี เป็นมหานิยม และยังเป็นยาแก้โรคปวดหลังปวดเอวได้เป็นอย่างดี
3.พิธีเสกน้ำมันงาดิบ การเสกน้ำมันงาดิบ ต้องมีเครื่องบูชาครูเช่นเดียวกับการหุงข้าวเหนียวดำ คือ หมาก 9 คำ ดอกไม้ 9 ดอก เทียน 1 เล่ม ธูป 3 ดอก สายสิญจน์ หนังเสือ หนังหมี เอาวางไว้ที่หน้าเครื่องบูชา การเสกน้ำมันส่วนใหญ่นิยมใช้น้ำมันงาดิบ หรือน้ำมันยางแดงประสมว่าน พระอาจารย์ผู้ประกอบพิธีจะนั่งบริกรรมพระคาถาจนน้ำมันแห้งเป็นขี้ผึ้ง เรียกว่า "พิธีตั้งมัน"
เมื่อเสกจนน้ำมันแห้งแล้ว พระอาจารย์จะทำพิธีป้อนน้ำมันให้สานุศิษย์แบบเดียวกับพิธีป้อนข้าวเหนียวดำ คือ ผู้ที่จะกินมันต้องเป็นผู้บริสุทธิ์ ไม่เคยผิดศีลข้อกาเมมาก่อน ถ้าบุคคลใดไม่บริสุทธิ์ ต้องให้พระอาจารย์ทำพิธี "บริสุทธิ์ตัว" คือ "สะเดาะ" เสียก่อน เสร็จแล้วก็ทำเช่นเดียวกับกินข้าวเหนียวดำ โดยพระอาจารย์ ผู้ประกอบพิธีจะป้อนน้ำมันให้กิน 3 ช้อน แต่ละช้อนมีขมิ้นอ้อย 1 ชิ้น เมื่อกินช้อนที่ 3 หมด พระอาจารย์จะตักน้ำมันมาทาบบนฝ่ามือทั้ง 2 ของศิษย์ แล้วเขียนตัวอักขระตัว "นะโม" ข้างละ 1 ตัว จับมือศิษย์ทั้ง 2 ประกบกันละเลงให้น้ำมันทั่วฝ่ามือ แล้วนำไปทาบนหลังเท้าทั้ง 2 ข้าง ข้างละมือ พร้อมกับพระอาจารย์จะปลุกเสกคาถากำกับไปด้วย ต่อจากนั้นใช้มือลูบขึ้นและลูบลงเช่นเดียวกับการกินข้าวเหนียวดำ เสร็จแล้วมือซ้ายของอาจารย์จะกดมือทั้ง 2 ไว้หัวแม่มือขวาสะกดสะดือศิษย์ไว้ เช่นเดียวกับการกินข้างเหนียวดำ เพื่อเป็นการผูกอาคม เป็นอันเสร็จพิธีการกินน้ำมันงาดิบ
คุณค่าการกินน้ำมันงาดิบของสำนักวัดเขาอ้อ เชื่อกันว่ามีคุณค่าทางด้านอยู่ยงคงกะพัน มีเมตตามหานิยม แต่มีข้อห้ามไว้ว่า ถ้าผิดลูกเมียผู้อื่นเมื่อใด น้ำมันที่กินเข้าไปจะไหลออกมาตามขุมขนจนหมดสิ้น และถ้าจะกินน้ำมันใหม่ก็ต้องทำพิธีสะเดาะใหม่อีกครั้ง
4.พิธีแช่ว่านยา เป็นพิธีกรรมชั้นสูงทางไสยศาสตร์ของสำนักวัดเขาอ้อ การแช่ว่านยา หมายถึง การที่บุคคลหนึ่งบุคคลใด ลงไปนอนแช่ในน้ำว่านยาที่ได้ทำพิธีปลุกเสกตามหลักวิชาไสยศาสตร์ จากพระอาจารย์ผู้เรืองอาคม เพื่อประสงค์ให้ตัวเองอยู่ยงคงกระพันชาตรี วัดเขาอ้อจึงได้นามอีกอย่างหนึ่งว่า "วัดพระอาจารย์หลัง" หลายคนเชื่อกันว่าวัดเขาอ้อเป็นต้นตำรับพิธีการแช่ยา ต่อมาเมื่อมีลูกศิษย์มากขึ้น พิธีการนี้ก็แพร่หลายออกไปตามวัดต่างๆ เช่น วัดดอนศาลา วัดบ้านสวน อ.ควนขนุน วัดเขาแดงออก วัดยาง วัดปากสระ อ.เมือง พัทลุง เป็นต้น
พิธีการแช่ยาที่วัดเขาอ้อ นิยมประกอบพิธีบนไหล่เขาหรือภายในถ้ำฉัตรทันต์ ในราวเดือน 5 เดือน 10 ของทุกๆปี โดยก่อเป็นรูปอ่างน้ำสี่เหลี่ยมจัตุรัส หรือใช้เรือขุดจากไม้ก็ได้ให้มีขนาดพอที่จะให้คนลงไปนอนได้ประมาณ 3-4 คน ส่วนมากไม่มีการกำหนดขนาดที่แน่นอน อ่างน้ำนี้เรียกว่า "รางยา"
เนื่องจากพิธีกรรมแช่ว่าว่านยาเป็นพิธีใหญ่มาก และเป็นพิธีชั้นสูงของสำนักวัดเขาอ้อและทำได้ยากลำบาก เครื่องบูชาครูจึงต้องมีมากเป็นธรรมดา คือ หัวหมู บายศรีไหญ่ ยอดบายศรี สวมแหวนทองคำหนัก 1 บาท หมากพลู ธูปเทียน ดอกไม้ และมีหนังสือหนังหมี เหล็กกล้า เป็นเครื่องประกอบ
อ้างอิง : หนังสือ " ที่ระลึกงานฉลองสัญญาบัตร พัดยศ พระครูอดุลธรรมกิตติ์ เจ้าอาวาสวัดเข้าอ้อ "
โดย สมคิด คงขาว ศิริพงศ์ ยูงทอง 18 ก.พ.36
พ่อมดโลจิ
25-05-2007, 10:12 PM
ต้องการข้อมุลหรือรูปภาพอะไรก็ บอกนะครับ ถ้าผมมีอยุ่ก้จะนำมาโพสครับ
ปลัดไม้
04-04-2008, 06:57 PM
โมทนาครับ
tongsamuri
05-04-2008, 11:43 AM
อนูโมทนาคับ
vBulletin® v3.8.0 Beta 3, Copyright ©2000-2008, Jelsoft Enterprises Ltd.