PDA

View Full Version : บทสวดมนต์ป้องกันผี (ภูตผีปีศาจจะไม่มารบกวน)


ลี้คิมฮวง
19-10-2005, 01:33 PM
เรื่องต่อไปนี้เป็นเรื่องจริงจากคำบอกเล่าของหลวงพ่อพุธ ฐานิโย วัดป่าสาลวัน โคราช<O:p</O:p
บางครั้งมีพระภิกษุไปบำเพ็ญเพียรอยู่ในป่าถูกพวกภูตผีปีศาจมารบกวนทำให้พระสงฆ์ต้องเดือดร้อน ต้องไปกราบทูลพระพุทธเจ้า พระพุทธเจ้าก็ทรงสอนให้เรียนบทพุทธคุณ คือ อิติปิโส บทธรรมคุณ คือ สวากขาโต บทสังฆคุณ คือ สุปฏิปันโน แล้วก็สอนกรณียเมตตสูตรให้ไปสวด พอพระภิกษุเรียนพุทธคุณ ธรรมคุณ สังฆคุณ กรณียเมตตสูตร ปฏิบัติตามพระดำรัสสั่งของพระพุทธเจ้า ก่อนที่จะเข้าไปสู่ป่า ยืนสำรวมจิต สวดบทอิติปิโส สวากขาโต สุปฏิปันโน สวดกรณียเมตตสูตร แล้วก็เข้าไปอยู่ในป่าตามเดิม ภูตผีปีศาจก็ไม่รบกวน นอกจากภูตผีปีศาจจะไม่ไปรบกวนแล้ว ก็ยังช่วยรักษาความสงบให้กับพระภิกษุเหล่านั้นด้วย<O:p</O:p
<O:p</O:p
พิธีกร : สมัยหลวงพ่อเป็นหนุ่ม หลวงพ่อออกธุดงค์ หลวงพ่อสวดคาถาพวกนี้ไหมครับ<O:p</O:p
หลวงพ่อพุธ : อันนี้เป็นบทสวดประจำ ครูบาอาจารย์ต้องสอนให้สวดบทพุทธคุณ ธรรมคุณ สังฆคุณ แล้วก็เจริญเมตตาพรหมวิหาร บทสวดมนต์ต่างๆ นี่เป็นกิจวัตรประจำวันที่เราจะต้องสวด<O:p</O:p
<O:p</O:p

พิธีกร : แล้วได้ผลไหมครับ หลวงพ่อครับ
หลวงพ่อพุธ : รู้สึกว่าจะได้ผล คือในครั้งหนึ่งเคยไปพักอยู่ในป่ากับพระที่เป็นหมอทำ หมอทำนี่หมายถึงหมอที่เรียนเวทมนต์คาถาสำหรับขับผี ไปนอนอยู่ในเสื่อหวายผืนเดียวกันแต่อยู่คนละมุม พระองค์นั้นพอนอนหลับลงไปก็ท่องแต่มนต์ขับผีตลอดเวลา พอตอนกลางดึกท่านก็ลุกขึ้นมาบอกว่า “นอนไม่ไหวแล้ว จะหนีไปนอนที่อื่น”“ทำไมล่ะ”“ผีมันมารบกวน” หลวงพ่อก็เลยบอกว่า “นอนเสีย เดี๋ยวจะทำให้ได้นอน” เสร็จแล้วหลวงพ่อก็ลุกขึ้นมากำหนดจิต ตั้งนะโม แล้วก็สวดบทพุทธคุณ ธรรมคุณ สังฆคุณ อธิษฐานจิตไปรอบๆ ว่า “ภายในโดยรอบ ๑ กิโลเมตร ขอสัตว์ทั้งหลายอย่าเบียดเบียนซึ่งกันและกัน” แล้วก็เจริญเมตตาพรหมวิหาร ปรากฏว่าพระองค์นั้นนอนหลับตลอดคืน ไม่มีอะไรมารบกวน พอตื่นเช้ามา ท่านก็มาถามว่า “ไปเรียนมนต์มาจากไหน ดีหนักหนา” ก็เรียนบอกท่านว่า “ก็บทพุทธคุณ ธรรมคุณ สังฆคุณ เจริญเมตตาพรหมวิหารนั่นแหละ แต่ท่านเอะอะก็มีแต่ท่องมนต์ไล่ผี ไล่ผี ไปที่ไหนก็ไปประกาศความเป็นศัตรูต่อเขา ทีนี้อย่างผมนี่ไปที่ไหนก็ไปประกาศความเป็นมิตร โดยสวดพุทธคุณ ธรรมคุณ สังฆคุณ อธิษฐานบารมีของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เพราะพระพุทธเจ้าสอนให้เราสร้างความรัก ความเมตตาปรานี ก็อธิษฐานจิตว่า ขอให้สัตว์ทั้งหลาย ซึ่งเป็นเพื่อนทุกข์ เกิด แก่ เจ็บ ตายด้วยกันทั้งหมดทั้งสิ้น อย่าได้เบียดเบียนซึ่งกันและกัน จงมีสุข รักษาตนให้พ้นภัยทั้งปวงเถิด ก็เอากันแค่นี้ ก็อยู่เย็นเป็นสุขอยู่เย็นสบาย
<O:p</O:p
<O:p</O:p
<O:p</O:p
<O:p</O:p


เจรจากับผีด้วยสันติวิธี

ที่วิทยาลัยหัวเฉียวที่เขาสร้างตึกที่ตรงนั้นเดิมมันเป็นที่ของพวกแขกคุณกอบชัยเขามาบอกว่าผีแขกมันเฮี้ยนถึงขนาดที่คนขนดินไปเทไปถมที่มันมายืนโบกมือห้ามมองเห็นด้วยตาเปล่าแล้วเขาก็ปรึกษากันว่าจะทำอย่างไรหลวงพ่อก็บอกว่า“เดี๋ยวฉันจะไปคุยกับมันเอง”“ท่านเห็นตัวมันหรือ”“ไม่เห็นพูดกับผีมันต้องพูดเองเออเอง”เสร็จแล้วก็สั่งให้เขาเอาโฉนดที่ดินไปให้แต่งเครื่องสักการะบูชาเอาพระบรมฉายาลักษณ์ไปตั้งทำเหมือนๆที่เขาถวายความเคารพในงานเฉลิมพระชนมพรรษาเสร็จแล้วเวลาไปเขาก็จัดไว้เรียบร้อยหลวงพ่อก็ไปยืนกลางแจ้งแล้วก็เอาโฉนดที่ดินมาอ่านพออ่านจบก็ประกาศว่า<O:p</O:p
“ที่ดินแปลงนี้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานให้เป็นกรรมสิทธิ์แก่นายกอบชัยซอโสตถิกุลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวย่อมทรงไว้ซึ่งพระราชอำนาจสูงสุดดังนั้นใครที่ถือว่าตัวเป็นเจ้าของอยู่ที่นี่ก็ให้ขยับขยายออกไปหรือถ้าไม่ไปก็อยู่กับเขาที่นี่คอยอนุโมทนาบุญกุศลกับเขาแล้วอย่าขัดขวางการทำงานของเขาให้เปิดโอกาสให้เขาทำงานอย่างสบายๆเขาเป็นคนใจบุญเขาสร้างบุญกุศลใดๆพวกเจ้ามาโมทนาบุญกับเขาก็แล้วกันบุญกุศลสิ่งใดที่ข้าบำเพ็ญมาข้าอุทิศให้พวกเจ้าได้อยู่เย็นเป็นสุขให้เจ้าจงอนุโมทนาบุญกับข้าณบัดนี้”<O:p</O:p
แล้วก็ประกาศให้มันรู้พูดเป็นภาษาไทยนี่แหละแล้วก็สวดพุทธคุณธรรมคุณสังฆคุณแผ่เมตตาให้แล้วอธิษฐานจิตประมวลมาซึ่งบุญกุศลที่เราได้บำเพ็ญมาตั้งแต่เล็กจนแก่ที่เกิดขึ้นด้วยกายวาจาและจิตขออุทิศให้พวกเจ้าเป็นผู้มีส่วนจงอนุโมทนาบุญกับข้าแล้วไปเกิดดีถึงสุขเสียเท่านั้นก็เป็นอันจบ<O:p</O:p
จากนั้นเขาบอกว่าขนดินไปถมไม่มารบกวนเลยจนกระทั่งงานเสร็จไม่มีอะไรมารบกวนเลย<O:p</O:p
เพราะฉะนั้นเรื่องวิญญาณนี่มันมีอยู่ทุกหนทุกแห่งถ้าหากเราพูดดีกับเขาทำดีกับเขาเขาก็ดีกับเราเหมือนกัน<O:p</O:p
<O:p</O:p
เริ่มแรกสวดบทนี้ก่อนครับ ไปตามลิ้งค์เลยครับ
http://www.geocities.com/thaniyo/dhamma0644_1.html (http://www.geocities.com/thaniyo/dhamma0644_1.html)

เสร็จแล้วก็สวดกรณียเมตตสูตร

บทสวดมนต์กรณียเมตตสูตร (พร้อมคำแปล)<O:p</O:p
หันทะ มะยัง กะระณียะเมตตะสุตตะคาถาโย ภะณามะเส<O:p</O:p
เชิญเถิด เราทั้งหลาย มาสวดคาถากรณียเมตตสูตรกันเถิด<O:p</O:p
<O:p</O:p
กะระณียะมัตถะกุสะเลนะ ยันตัง สันตัง ปะทัง อะภิสะเมจจะ<O:p</O:p
กิจอันภิกษุ (ผู้บำเพ็ญสมณธรรมอยู่ในป่า) ผู้ฉลาดในประโยชน์ใคร่จะบรรลุสันตบทอยู่เสมอพึงกระทำก็คือ<O:p</O:p
<O:p</O:p
สักโก อุชู จะ สุหุชู จะ<O:p</O:p
พึงเป็นผู้อาจหาญ เป็นคนตรง และเป็นคนซื่อ<O:p</O:p
<O:p</O:p
สุวะโจ จัสสะ มุทุ อะนะติมานี<O:p</O:p
เป็นผู้ว่าง่าย อ่อนโยน และไม่เย่อหยิ่ง<O:p</O:p
<O:p</O:p
สันตุสสะโก จะ สุภะโร จะ<O:p</O:p
เป็นผู้สันโดษ เป็นผู้เลี้ยงง่าย<O:p</O:p
<O:p</O:p
อัปปะกิจโจ จะ สัลละหุกะวุตติ<O:p</O:p
เป็นผู้มีกิจน้อย มีความประพฤติเบาพร้อม (คือไม่สะสม)<O:p</O:p
<O:p</O:p
สันตินทริโย จะ นิปะโก จะ<O:p</O:p
มีอินทรีย์อันสงบระงับ มีปัญญารักษาตน<O:p</O:p
<O:p</O:p
อัปปะคัพโภ กุเลสุ อะนะนุคิทโธ<O:p</O:p
เป็นผู้ไม่คะนอง เป็นผู้ไม่พัวพันกับชาวบ้าน<O:p</O:p
<O:p</O:p
นะ จะ ขุททัง สะมาจะเร กิญจิ เยนะ วิญญู ปะเร อุปะวะเทยยุง<O:p</O:p
ไม่พึงประพฤติในสิ่งที่เลวทรามใด ๆ ที่เป็นเหตุให้คนอื่นซึ่งเป็นผู้รู้ติเตียนเอาได้<O:p</O:p
<O:p</O:p
สุขิโน วา เขมิโน โหนตุ สัพเพ สัตตา ภะวันตุ สุขิตัตตา<O:p</O:p
จงเจริญเมตตาจิตว่า ขอสัตว์ทั้งปวง จงเป็นผู้มีความสุขกาย สุขใจ มีแต่ความเกษมสำราญเถิด<O:p</O:p
<O:p</O:p
เย เกจิ ปาณะภูตัตถิ<O:p</O:p
สัตว์มีชีวิตทั้งหลาย ทุกเหล่าหมดบรรดามี<O:p</O:p
<O:p</O:p
ตะสา วา ถาวะรา วา อะนะวะเสสา<O:p</O:p
ที่เป็นประเภทเคลื่อนไหวได้ก็ดี ประเภทอยู่กับที่ก็ดี<O:p</O:p
<O:p</O:p
ทีฆา วา เย มะหันตา วา มัชฌิมา รัสสะกา อะณุกะถูลา<O:p</O:p
เป็นสัตว์มีขนาดลำตัวยาว ปานกลาง หรือสั้นก็ดี เป็น สัตว์มีลำตัวใหญ่ ปานกลาง หรือเล็กก็ดี เป็นชนิดมีลำตัวละเอียดหรือมีลำตัวหยาบก็ดี<O:p</O:p
<O:p</O:p
ทิฏฐา วา เย จะ อะทิฏฐา<O:p</O:p
เป็นจำพวกที่ได้เห็นแล้ว หรือไม่ได้เห็นก็ดี<O:p</O:p
<O:p</O:p
เย จะ ทูเร วะสันติ อะวิทูเร<O:p</O:p
เป็นผู้อยู่ในที่ไกล หรือในที่ใกล้ก็ดี<O:p</O:p
<O:p</O:p
ภูตา วา สัมภะเวสี วา<O:p</O:p
เป็นผู้ที่เกิดแล้ว หรือกำลังแสวงหาที่เกิดอยู่ก็ดี<O:p</O:p
<O:p</O:p
สัพเพ สัตตา ภะวันตุ สุขิตัตตา<O:p</O:p
ขอสัตว์ทั้งปวงนั้น จงเป็นผู้มีความสุขกายสุขใจเถิด<O:p</O:p
<O:p</O:p
นะ ปะโร ปะรัง นิกุพเพถะ<O:p</O:p
บุคคลไม่พึงข่มเหงกัน<O:p</O:p
<O:p</O:p
นาติมัญเญถะ กัตถะจิ นัง กิญจิ<O:p</O:p
ไม่พึงดูหมิ่นเหยียดหยามกัน ไม่ว่าในที่ไหน ๆ<O:p</O:p
<O:p</O:p
พยาโรสะนา ปะฏีฆะสัญญา นาญญะมัญญัสสะ ทุกขะมิจเฉยยะ<O:p</O:p
ไม่พึงคิดก่อทุกข์ให้แก่กันและกัน เพราะความโกรธ และเพราะความเคียดแค้น<O:p</O:p
<O:p</O:p
มาตา ยะถา นิยัง ปุตตัง อายุสา เอกะปุตตะมะนุรักเข<O:p</O:p
มารดาถนอมบุตรคนเดียว ผู้เกิดในตน ด้วยการยอมสละชีวิตของตนแทน ฉันใด<O:p</O:p
<O:p</O:p
เอวัมปิ สัพพะภูเตสุ มานะสัมภาวะเย อะปะริมาณัง<O:p</O:p
พึงเจริญเมตตาจิตอันกว้างใหญ่ อันหาประมาณมิได้ ในสัตว์ทั้งปวง แม้ฉันนั้นเถิด<O:p</O:p
<O:p</O:p
เมตตัญจะ สัพพะโลกัสมิง มานะสัมภาวะเย อะปะริมาณัง อุทธัง อะโธ จะ ติริยัญจะ อะสัมพาธัง อะเวรัง อะสะปัตตัง<O:p</O:p
พึงเจริญเมตตาจิตอันกว้างใหญ่ อันหาขอบเขตมิได้ อันไม่มีเวร ไม่มีศัตรูคู่ภัย ไปในสัตว์โลกทั้งสิ้น ทั้งในทิศเบื้องบน ในทิศเบื้องต่ำ และในทิศขวาง<O:p</O:p
<O:p</O:p
ติฏฐัญจะรัง นิสินโน วา สะยาโน วา ยาวะ ตัสสะ วิคะตะมิทโธ<O:p</O:p
ผู้เจริญเมตตาจิตอย่างนี้นั้น ปรารถนาจะตั้งสติในเมตตาฌาน ให้นานเพียงใด ท่านผู้นั้นจะอยู่ในอิริยาบถยืน เดิน นั่ง หรือ นอนก็ตาม พึงเป็นผู้ปราศจากความท้อแท้<O:p</O:p
<O:p</O:p
เอตัง สะติง อะธิฏเฐยยะ<O:p</O:p
ก็จะตั้งสตินั้นไว้ได้นานเพียงนั้น<O:p</O:p
<O:p</O:p
พรัหมะเมตัง วิหารัง อิธะมาหุ<O:p</O:p
บัณฑิตทั้งหลาย กล่าวเมตตาวิหารธรรมนี้ว่าเป็นพรหมวิหารในพระศาสนานี้<O:p</O:p
<O:p</O:p
ทิฏฐิญจะ อะนุปะคัมมะ สีละวา<O:p</O:p
บุคคลผู้นั้นละความเห็นผิด คือ สักกายทิฐิเสียได้เป็นผู้มีศีล<O:p</O:p
<O:p</O:p
ทัสสะเนนะ สัมปันโน<O:p</O:p
ถึงพร้อมแล้ว ด้วยญาณทัสสนะ<O:p</O:p
<O:p</O:p
กาเมสุ วิเนยยะ เคธัง<O:p</O:p
สามารถกำจัดความยินดี ในกามทั้งหลายเสียได้<O:p</O:p
<O:p</O:p
นะ หิ ชาตุ คัพภะเสยยัง ปุนะเรตีติ<O:p</O:p
ย่อมไม่ถึงซึ่งการนอนในครรภ์อีก โดยแท้ทีเดียวแล (คือไม่กลับมาเกิดอีก)<O:p</O:p


ดูประวัติและธรรมบรรยายของหลวงพ่อพุธ ฐานิโยได้ที่
http://www.thaniyo.com

Attawat_Rx
19-10-2005, 04:16 PM
เป็นบทสวดที่หลวงพ่อฤาษีท่านแนะนำมาก บทหนึ่งครับ โมทนานะครับ