PDA

View Full Version : พระศรีอารยเมตไตรยโพธิสัตต์ อีกสำนวน


Kamen rider
23-09-2004, 02:03 PM
พระศรีอารยเมตไตรยโพธิสัตต์

ตามคติของฝ่ายมหายานกล่าวว่า มีพระโพธิสัตต์พระองค์หนึ่งชื่อ พระวิศวปาณีโพธิสัตต์ ซึ่งขณะนี้ทรงบำเพ็__าณอยู่กับพระอาทิพุทธ ( พระพุทธเจ้าองค์ปฐม ) จนกว่ากัลป์ที่ 5 พระศรีอารยเมตไตรยมาตรัสเป็นพระมานุษีพุทธเมื่อใด เมื่อนั้นพระวิศวปาณีจะสร้างโลกใหม่

ทางฝ่ายเถรวาทและฝ่ายมหายานต่างก็เชื่อว่า พระศรีอารยเมตไตรย จะตรัสเป็นพระพุทธเจ้าในอนาคตกาล เพราะในกัลป์นี้นั้น มีผู้มาตรัสเป็นพระพุทธเจ้าแล้ว 4 พระองค์ คือ

พระกกุสันโธ สัตว์คู่บารมีคือ ไก่
พระโกนาคมโน สัตว์คู่บารมีคือ นาค
พระกัสสโป สัตว์คู่บารมีคือ เต่า
พระสมณโคดม ( ศากยมุนี ) สัตว์คู่บารมีคือ โค

และในอนาคตกาล พระศรีอารยเมตไตรย สัตว์คู่บารมีคือ สิงห์พระโพธิสัตต์องค์นี้มีรูปประดิษฐานอยู่บนแท่นบูชาตามอารามทั่วไป เป็นรูปพระสงฆ์จีนครองจีวรแบบจีน ปล่อยส่วนที่ท้องให้เป็นท้องพลุ้ยให_่ รูปร่างอ้วนท้วนสมบูรณ์ ใบหน้าหัวเราะร่าเริงมาก และมีถุงย่ามขนาดให_่อยู่ที่มือข้างขวาของท่าน ข้างซ้ายถือลูกประคำ

Kamen rider
23-09-2004, 02:04 PM
ในบางแห่งจะเห็นว่ามีรูปเด็กปีนป่ายขึ้นไปบนร่างท่าน ซึ่งเป็นเครื่องแสดงว่าท่านเป็นพระที่ใจดีมาก ไม่มีวิตกกังวลและห่วงใย ไม่ยึดมั่นถือมั่นอะไร เป็นที่เคารพรักของพวกเด็กมาก รูปพระโพธิสัตต์องค์นี้ ความจริงเป็นรูปปั้นของพระ " หลวงพ่อถุงย่าม " เป็นพระภิกษุในยุค 5 ราชวงค์

เป็นชาวเมืองฮ่องฮัว มณฑลเม่งจิว เจ้าของฉายาว่า " เข่ยชื้อ " หรือ " เชียงเทงจื้อ " โดยปกติท่านมีลักษณะอาการแสดงความเบิกบานเป็นสุขตลอดเวลา ไปไหนมาไหนจะมีย่ามให_่ติดตัวไปด้วย จึงได้รับฉายาว่า " หลวงพ่อถุงย่ามให_่ " ท่านพูดอะไรมักจะเป็นอรรถ มีความหมายในทางนิกายเซ็น ( ธยาน ) ในปีที่ 3 แห่งรัชกาลเจงเม้ง ( พ.ศ. 1460 ) ท่านได้นั่งเข้าสมาธิดับไปที่แท่นหิน วัดงักลิ้ม ก่อนดับได้เขียนคาถาไว้บทหนึ่งว่า

พระเมตไตรย คือ พระเมตไตรย
แบ่งกายเป็นพันหมื่นโกฏิ
ให้คนได้เห็นทุกเวลา
แต่คนก็ไม่รู้จัก

ฉะนั้น บรรดาพุทธสาวก จึงต่างสันนิษฐานว่า ท่านเป็นพระเมตไตรยมาโปรดแล้วเลยออกฉายาท่านว่า พระเมตไตรยโพธิสัตต์ ดังนั้นเพื่อเป็นการระลึกถึงพระพุทธเจ้าในอนาคตกาล จึงได้สร้างรูปลักษณ์เลียนแบบพระรูปนี้เพื่อการสักการะบูชา พระนามจีนของท่านคือ " หมีเล็กผ่อสัก " หรือ " หนี่เต็กผ่อสัก " หรือ " หนี่เล็กผ่อสัก " บ้างก็เรียกท่านว่า " พระยิ้ม " บ้างก็เรียกท่านว่า " พระสังกัจจายน์ " แต่ที่แท้แล้ว ท่านเป็นองค์เดียวกัน

Kamen rider
23-09-2004, 02:05 PM
จะกล่าวถึงพระสังกัจจายน์หรือกัจจายนเถระ เป็นพุทธสาวกในสมัยพุทธกาล เล่ากันว่ามีรูปร่างสง่างาม ผิวงามดุจทองคำ เนื่องจากท่านเกิดในตระกูลเศรษฐี ทางบ้านมีกิจการค้าขายหลายอย่าง ต่อมาเมื่อท่านศรัทธาในพระศาสนาจึงได้ออกบวช บวชไปบวชมา ลาสิกขาบทแล้วบวชใหม่อยู่เรื่อยถึง 7 ครั้ง เพราะทางบ้านมักจะหากุศโลบายให้ออกมาทำการค้า

พระสังกัจจายน์ได้ชื่อว่ามีจริยาวัตรงดงามเป็นที่สุด ใครเห็นเดินมาแต่ไกลก็นึกว่าเป็นพระพุทธเจ้า บรรดาห_ิงสาวทั้งหลายเห็นแล้วก็รู้สึกใคร่ในกามราคะ พยายามหาทางตีสนิท ห_ิงบางนางวิ่งเข้าไปกอดเสียดื้อๆ ด้วยเหตุที่รูปงามจนยากแก่การรักษาพรหมจรรย์ จึงได้กล่าวบังคมทูลเรื่องทั้งหมดแก่พระพุทธเจ้า และขอสำแดงฤทธิ์ด้วยอำนาจฌานแห่งพระอรหันต์ ให้ร่างกายเปลี่ยนไปดั่งที่เห็นในปัจจุบัน ดังนั้นพระปิดทวาร พระมหาอุตม์ ล้วนมาจากความเชื่อเรื่องพระสังกัจจายน์เป็นต้นเค้า

Kamen rider
23-09-2004, 02:05 PM
อีกฉายาหนึ่งของท่าน ที่คนเล่นตุ๊กตาจีนจะรู้จักกันดี คือ " ปู้กุ่ยฮุด " เป็นตุ๊กตามงคล มีความหมายให้ผู้บูชาร่ำรวย ถ้ารวยอยู่แล้วก็จะยิ่งรวย และมั่นคง ถ้าเป็นองค์พระยิ้มกับเด็ก 5 คน คือ " โหงวจื้อฮุด " มีนัยมงคลว่าให้มีลูกหลานสืบสกุลและให้อยู่ครบห้าชั่วคน มีคำจีนเรียกว่า " โหงวต้อตังตึง " และลูกทุกคนก็ขอให้ร่ำรวย ใครที่ไม่มีลูกและอยากจะมี ท่านว่าควรมีไว้บูชา

พระเมตไตรย โดยนัยแห่งพระนาม แปลว่า มีเมตตา หรือไมตรี

Kamen rider
23-09-2004, 02:06 PM
พุทธมหายานถือว่า พระพุทธเจ้านั้นมีมากมายเช่นเดียวกับพระโพธิสัตต์ก็มีมากมาย ดั่งหนึ่งเม็ดทรายในมหาคงคานที ได้มีการแบ่งพระพุทธเจ้าเป็น 3 ประเภท คือ

1. พระพุทธเจ้าในอดีต เช่น พระอมิตาภพระพุทธ พระไภษัชยคุรุไวฑูรย์ประภาส พระพุทธอักโษภัย พระพุทธไวโรจน์ พระพุทธทีปังกร ฯลฯ

2. พระพุทธเจ้าในปัจจุบัน คือ พระพุทธศากยมุนี หรือสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

3. พระพุทธเจ้าในอนาคต คือ พระศรีอารยเมตไตรย ซึ่งทางมหายานถือว่าขณะนี้ท่าน คือ พระศรีอารยเมตไตรยโพธิสัตต์ประทับอยู่บนสวรรค์ชั้นดุสิต

สวรรค์ชั้นนี้ ในทางพุทธศาสนาถือเป็นดินแดนประทับของพระโพธิสัตต์ที่เตรียมมาประสูติ และตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า เช่น พระศากยมุนีพุทธเจ้า เมื่อครั้งทรงเป็นพระมหาเวสสันดรโพธิสัตต์ ก็ทรงประทับอยู่ ณ สวรรค์ชั้นดุสินนี้เอง เมื่อใดที่ถึงสมัยที่พระศรีอารยเมตไตรยจะมาเป็นพระพุทธเจ้า ก็คือ ต้องจากสวรรค์ดุสิตลงมา

โดยมหายานได้แบ่งเวลาระหว่างพระพุทธเจ้าในปัจจุบัน และอนาคต หรือเวลาหลังการดับขันธ์ของพระพุทธเจ้า กับการอุบัติของพระเมตไตรยออกเป็น 3 สมัย คือ

1. สมัยแรก 500 ปี ถือเป็นช่วงที่พระธรรมกำลังแพร่ขยาย
2. สมัยสอง 1,000 ปี ถือเป็นช่วงปฏิรูปพระธรรม
3. สมัยสาม 3,000 ปี ถือว่าถึงจุดที่พระพุทธศาสนาเสื่อมสิ้นแล้ว พระเมตไตรยมหาโพธิสัตต์ จะเสด็จลงจากดุสิตสวรรค์สู่โลกมนุษย์ เพื่อยังพระธรรมให้บริสุทธิ์อีกครั้ง

ขอธรรมะคุ้มครองคุรุผู้ประเสริฐ คุรุผู้เมตตาธรรมทุกท่าน
ขอธรรมะคุ้มครองสรรพสัตว์ทุกชีวิตในโลกมายามนุษย์นี้ด้วยเถิดหนา สวัสดี

ข้อมูลจาก ปฏิมากรและประติมากรรม ของชาวจีนในกรุงเทพฯ โดย สมชาย ธรรมวิริยารักษ์
พระพุทธ พระโพธิสัตต์ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ของจีน โดย จิตรา ก่อนันทเกียรติ
กวนอิมโพธิสัตต์ จาก 108 เทพแห่งสรวงสวรรค์
ปูชนียบุคคล พระพุทธศาสนามหายาน คณะสงฆ์จีนนิกาย