View Full Version : เล่าประสบการณ์ตรง และเทคนิควิธีการฝึกกสิณแสงสว่าง (จนถึงฌานสี่)
ณฐมณฑ์
27-07-2005, 03:43 PM
ตัวอย่างการฝึกกสิณสีเขียวด้วยการแทนค่าสีเขียวลงไปในวงกลมประจำตัว
กสิณกองที่ 2 ถัดจากที่ดิฉันฝึกกสิณแสงสว่างก็คือกสิณสีเขียวค่ะ
ตอนนั้น ดิฉันได้อุคหนิมิตรของกสิณแสงสว่างคล่องมากแล้ว
(จำเป็นต้องคล่องก่อนนะคะ)
และคุมดวงกสิณจนเป็นปฏิภาคนิมิตรได้เป็นฌานสี่หยาบบ้าง ละเอียดบ้างแล้ว
ดิฉันสังเกตุว่า นอกจากจะใช้ใจเราย่อ ขยายดวงกสิณที่เห็น(บนเปลือกตาเมื่อหลับตา)ได้แล้ว
ยังทำให้เป็นหลายดวงก็ได้ จะใส่ลายจุด ลายน้ำ ลายริ้วอะไรลงไปก็ได้
จะทำกรอบดวงกสิณเป็นเหลี่ยมหรือวงกลมก็ได้
เคยลองทำกรอบดวงกสิณให้เป็นรูปหัวใจก็ยังได้ค่ะ (ฮา)
อย่างนี้เรียกว่าคุมดวงกสิณได้แล้ว
วันหนึ่งดิฉันไปนั่งพักผ่อน มองฟ้า มองต้นไม้
ดิฉันเห็นใบตองเป็นแผ่นไม่แตก เขียวสดสวย
มองแล้วสบายใจ ก็จำสีเขียวได้ทันทีค่ะ
จากนั้นจึงหลับตาสร้างวงกลมขึ้นมา แต่แทนที่จะสร้างขึ้นเป็นดวงใสๆ แบบกสิณแสวสว่างดังเคย
ก็สร้างดวงกลมสีเขียวขึ้นมาเพราะเพิ่งมองสีเขียวมา
ผลคือสร้างดวงกสิณสีเขียวได้
และได้ทุกครั้งที่ต้องการ เพราะว่าจำสีเขียวได้
จากนั้น เมื่อทรงอารมณ์ฌานแบบกสิณก็เข้าถึงฌานสี่ นั่นคือดวงกสิณสีเขียวก็กลายเป็นประกายพฤกษ์ได้ค่ะ
ทั้งนี้เพราะอารมณ์ฌานสี่ของกสิณกองอื่นๆ ก็เหมือนกองแรก
เมื่อทำกองแรกได้แล้ว กองอื่นจะไม่ยากเลยค่ะ
จากประสบการณ์ครั้งนั้นจึงพบว่า
กสิณกองอื่นๆ ก็จะสามารถแทนค่าไปแบบนี้ได้
และเมื่อฝึกกสิณกองอื่นต่อมาจริงๆ ก็พบว่าใช้ได้ผลอย่างรวดเร็วค่ะ
ณฐมณฑ์
27-07-2005, 03:56 PM
จากข้อความ 4 ข้อความที่ผ่านมา (ตั้งแต่ข้อความที่ 252-255)
เป็นการอธิบายถึงการรวบรัดขั้นตอนของอุคหนิมิตร
กล่าวคือ ผู้ฝึกไม่จำเป็นต้องนำวัตถุมาตั้งไว้ดูนานๆ เสมอไปก็ได้ค่ะ
เราอาจจะมองจากสภาพแวดล้อมใกล้ตัวที่หาได้ง่ายๆ
หรือถ้ามีสัญญา(การจำได้หมายรู้)อยู่แล้ว
ก็ให้นำความทรงจำถึงวัตถุที่จะใช้ฝึกกสิณนั้นๆ แทนค่าลงไปก็ใช้ได้ค่ะ
ทั้งนี้ เรามองวัตถุเพื่อให้เราจำได้เสมอ
สามารถนึกหรือเรียกเป็นภาพ(ด้วยใจ)ขึ้นมาได้เสมอเมื่อต้องการ
อย่างนี้เรียกว่าอุคหนิมิตร
อุคหนิมิตรเกิดจากสัญญาเจือจินตนาการเล็กน้อยนั่นเองค่ะ
ณฐมณฑ์
27-07-2005, 03:58 PM
การรู้รอบ รู้ชัด รู้จริงเสมอนั้นมีเพียงพุทธวิสัยเท่านั้นนะคะ
กล่าวคือในแต่ละสมัย จะมีพระพุทธเจ้าเพียงพระองค์เดียวที่จะมีความแจ่มชัดและเที่ยงตรงในญาณเสมออย่างไม่ผิดพลาด และไม่มีสิ่งใดเลยที่พระองค์ไม่ทรงทราบ
ดังนั้น นักปฏิบัติไม่ควรคาดหวังว่าจะทราบทุกอย่างจากทิพจักขุญาณ
คาดหวังแต่การฝึกให้อุปาทานน้อยที่สุด และฝึกให้แจ่มชัดมากขึ้นตามวาสนาก็พอแล้วค่ะ
นั่นคือ การจะทราบด้วยญาณนั้น ในหลายๆ ครั้ง ต้องกำหนดจิตจึงจะทราบ
บางครั้งไม่ได้กำหนดจิตก็จะทราบเอง และบางครั้งกำหนดจิตก็จะไม่ทราบ
ปรากฏการณ์เช่นนี้เป็นธรรมดานะคะ
การป้องกันอุปาทาน
เท่าที่ดิฉันนึกวิธีป้องกันออกในตอนนี้ มีดังนี้ค่ะ
1.รักษาศีลตามฐานะ
2.ไม่คิดใช้ญาณไปเบียดเบียนใคร
3.ให้สังเกตุว่าการรู้ด้วยญาณจะรู้ด้วยการผุดรู้หรือเห็นที่ใจ จะไม่ใช่การคิด
ดังนั้น อย่าคิดนำนะคะ จะเป็นการรู้ทำนองอารมณ์รู้สึก ไม่ใช่อารมณ์คิดค่ะ
ถ้าคิดก็จะเป็นอุปาทาน
4.นำสิ่งที่รู้จากญาณมาอบรมขัดเกลาตนเองเป็นหลัก
คือฝึกดูให้เกิดข้อธรรม ไม่ควรดูเพื่อสนองกิเลสตน
5.พยายามอย่ารับพยากรณ์ใคร เพราะความวุ่นวายจะตามมาทั้งขึ้นทั้งล่อง
และเมื่อใจคอไม่สงบก็จะมีนิวรณ์มาก และจะเกิดอุปาทานได้ง่ายขึ้นค่ะ
ณฐมณฑ์
27-07-2005, 04:17 PM
จากประสบการณ์ที่เคยเข้าฌานสี่ของกสิณแสงสว่างได้เร็วไม่เกินหนึ่งวินาทีราว 10 ครั้งติดกันในวันหนึ่ง
(แต่ดิฉันยังทำนวสีแบบนั้นไม่ได้ทุกวัน ครั้งนั้นยังเป็นเพียงนวสีขาจรค่ะ)
สังเกตุได้ว่าเกิดจากเหตุดังต่อไปนี้
1.ฝึกบ่อยๆ
ว่างนิดว่างหน่อยเป็นฝึกนะคะ อย่าปล่อยเวลาให้ผ่านเลยไปเปล่าๆ
แต่อย่าทำจนเครียดนะคะ รักษาใจตนให้สบายเป็นหลัก
นั่นจะเป็นทางสายกลางของท่านค่ะ
เพราะทางสายกลางของแต่ละบุคคลไม่เท่ากัน
2.แช่กสิณ
กล่าวคือ ทรงฌานสี่ในกสิณกองใดกองหนึ่งแช่ไว้นานๆ
เมื่อฌานผ่อนระดับลงไปขณะทรง ก็ให้ทรงอารมณ์อุเบกขาโดยมองดวงกสิณไว้
เช่นนี้ก็จะแช่ฌานสี่ได้นานขึ้นค่ะ
3.ค่อยๆ เพิ่มระดับเสียงในสถานที่ฝึก
นั่นคือ เมื่อฝึกในสถานที่เงียบๆ คล่องตัวดีแล้ว
ลองขยับไปฝึกในที่มีเสียงบ้าง
โดยเลือกที่มีเสียงระดับอ่อนก่อนนะคะ เช่น เสียงจากวิทยุ หรือทีวี เป็นต้น
และเมื่อฝึกในระดับเสียงสภาพแวดล้อมอ่อนๆ ผ่านไปแล้ว
ก็ขยับไปฝึกในที่เสียงดังกว่านั้น หรือสภาพแวดล้อมที่วุ่นกว่านั้นก็ได้ค่ะ
ทั้งนี้ ก็เพื่อเพิ่มความต้านทานต่ออุปสรรคให้ตนในการเข้ากสิณ
ทำให้ชำนาญมากขึ้นค่ะ
4.รักษาพื้นใจให้ผ่องแผ้ว
รักษาได้จากการรักษาพรหมวิหารบ้าง ทำบุญบ้าง อ่านหนังสือธรรม สนทนาธรรมอย่างสงบบ้าง
สิ่งเหล่านี้เป็นคุณ ทำให้ฝึกจิตได้ดีมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัดทั้งสิ้นค่ะ
ปาริสัชชา
27-07-2005, 05:16 PM
สำหรับนักปฎิบัติใหม่ที่ยังไม่ชำนาญ
พยายามหลีกเลี่ยงจากบรรยากาศอันรบกวนความสงบใจ เช่น
-การอยู่ในสถานที่ที่มีเสียงรบกวนมากๆ
-การไปในสถานที่ อโคจรต่างๆ
-การเข้าไปคลุกคลีอยู่กับคนหมู่มาก
-การเข้าไปอยู่ในกลุ่มคนหรือสังคมที่ไม่ปฎิบัติธรรมหรือมีมิจฉาทิฎฐิ
-การสนทนาในเรื่องที่ไม่เป็นประโยชน์ไร้สาระแก่นสาร
-การดูการแสดงที่ยั่วยุต่อการเกิดอารมภ์นิวรณ์
-การดูทีวี
ฯลฯ
ปาริสัชชา
27-07-2005, 05:24 PM
การสมาทานพระกรรมฐานฉบับวัดท่าซุง
คำบูชาพระรัตนตรัย
โย โส ภะคะวา อะระหัง สัมมาสัมพุทธโธ สวากขาโต เยนะ ภะคะวะตา ธัมโม
สุปะฏิปันโน ยัสสะ ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ ตัมมะยัง ภะคะวันตัง สะธัมมัง สะสังฆัง
อิเมหิ สักกาเรหิ ยะถาระหัง อาโรปิเตหิ อะภิปูชะยามะ
สาธุ โน ภันเต ภะคะวา สุจิระปะรินิพพุโตปิ ปัจฉิมาชะนะตานุกัมปะมานะสา
อิเม สักกาเร ทุคคะตะปัณณาการะภูเต ปฏิคคัณหาตุ อัมหากัง ทีฆะรัตตัง หิตายะ สุขายะ
อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ ภะคะวา พุทธัง ภะคะวันตัง อภิวาเทมิ ( กราบ )
สวากขาโต ภะคะวะตา ธัมโม ธัมมัง นะมัสสามิ ( กราบ )
สุปฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ สังฆัง นะมามิ ( กราบ )
คำขอขมาต่อพระรัตนตรัย
สัพพัง อะปะราธัง ขะมะถะ เม ภันเต อุกาสะ ทวารัตตะเยนะ กะตัง
สัพพัง อะปะราธัง ขะมะถะ เม ภัณเต อุกาสะ ขะมามิ ภันเต
( ขอให้ตั้งจิตตามนี้ว่า )
ถ้าข้าพพระพุทธเจ้า ได้เคยประมาทพลาดพลั้งต่อพระรัตนตรัย อันมีองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าก็ดี
พระปัจเจกพุทธเจ้าก็ดี พระธรรม พระอริยสงฆ์ทั้งหลาย และครูบาอาจารย์ทั้งหลาย ทั้งด้วยเจตนาก็ดี
ไม่เจตนาก็ดี หรือทำไปด้วยการรู้เท่าไม่ถึงกาลก็ดี จะด้วยกายก็ดี วาจาก็ดี หรือใจก็ดี
ทั้งในอดีตก็ดี หรือในชาติปัจจุบันนี้ก็ดี
ขอองค์สมเด็จพระชินสีย์บรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้าพึงได้โปรดอดโทษให้แก่ข้าพพระพุทธเจ้า
นับตั้งแต่บัดนี้ไปจนกว่าจะเข้าพระนิพพานด้วยเถิด
คำสมาทานพระกรรมฐาน
นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ ( ว่า 3 จบ )
อิมาหัง ภะคะวา อัตตะภาวัง ตุมหากัง ปะริจัจชามิ
ข้าแต่สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้าผู้เจริญ ข้าพระพุทธเจ้าทั้งหลาย
ขอมอบกาย ถวายชีวิต แด่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
ข้าพพระพุทธเจ้าทั้งหลาย ขออาราธนาบารมี พระพุทธเจ้าทุกๆพระองค์
พระปัจเจกพุทธเจ้าทุกๆพระองค์ พระธรรม และพระอริยสงฆ์ทั้งหลาย
เทพพรหมทั้งหลาย และครูบาอาจารย์ทั้งหลาย สืบๆ กันมา อันมีหลวงพ่อปาน วัดบางนมโค
และพระหลวงพ่อฤาษีลิงดำ วัดท่าซุง เป็นที่สุด
ขอได้โปรดยกจิตของข้าพเจ้า ขึ้นสู่ภาวะพระกรรมฐาน ทั้ง 40 ทัศ พระปิติทั้ง 5 และวิปัสสนาญาณทั้ง 9
ขอพระกรรมฐาน ทั้ง 40 ทัศ พระปิติทั้ง 5 และวิปัสสนาญาณทั้ง 9 จงมาบังเกิดปรากฏ
ในกายทวาร ในวจีทวาร ในมโนทวาร ของข้าพระพุทธเจ้า ณ กาลบัดเดี๋ยวนี้เถิด
ขอได้โปรดยกจิตของข้าพเจ้า ขึ้นสู่ภาวะแห่งเมฆจิต สามารถกำหนดจิตรู้ภาวะการณ์ต่างๆ
ทั้ง เหตุ ผล อดีต อนาคต และปัจจุบันได้ทุกขณะจิตที่ปรารถนาจะรู้ เมื่อรู้แล้ว ขอให้เห็นภาพนั้น
ได้ชัดเจนแจ่มใส และพยากรณ์ได้ตามความเป็นจริงทุกประการ เหตุใดที่จะพึงบังเกิดแก่ข้าพเจ้า
ขอให้ข้าพเจ้าได้รู้เหตุนั้น ได้โดยมิต้องกำหนดจิต แม้แต่ประการใด ณ กาลบัดเดี๋ยวนี้เถิด
( คัดตามแบบดั่งเดิมของวัดท่าซุง )
ปาริสัชชา
27-07-2005, 05:57 PM
การอุทิศส่วนกุศลหลังจากเจริญพระกรรมฐาน
อิทัง ปุญญะ ผะลัง ผลบุญใด ที่ข้าพเจ้าได้บำเพ็ญแล้ว ณ โอกาสนี้ ข้าพเจ้าขออุทิศส่วนกุศลนี้
ให้แก่ท่านเจ้ากรรมนายเวรทั้งหลาย ที่เคยล่วงเกินมาแล้ว แต่ชาติก่อนก็ดี ชาตินี้ก็ดี
ขอท่านเจ้ากรรมนายเวรทั้งหลาย จงโมทนา ส่วนกุศลนี้ ขอจงอโหสิกรรม ให้แก่ข้าพเจ้า ตั้งแต่วันนี้
ตราบท้าว เข้าสู่พระนิพพาน
และข้าพเจ้า ขออุทิศส่วนกุศลนี้ ให้แก่เทพพรหมทั้งหลายที่ปกปักษ์รักษาข้าพเจ้า
และเทพพรหมทั้งหลายทั่วสากลพิภพ และท่านพระยายมราช
ขอเทพพรหมทั้งหลาย และท่านพยายมราช จงโมทนาส่วนกุศลนี้ และขอจงเป็นสักขีพยาน
ในการบำเพ็ญกุศล ของข้าพเจ้าในครั้งนี้ด้วยเถิด
และข้าพเจ้าของอุทิศส่วนกุศลนี้ ให้แก่ท่านทั้งหลาย ที่ล่วงลับไปแล้ว ทั้งที่เสวยความสุขอยู่ก็ดี
เสวยความทุกข์อยู่ก็ดี เป็นญาติก็ดี มิใช่ญาติก็ดี ขอท่านทั้งหลาย จงโมทนาส่วนกุศลนี้
พึงได้รับประโยชน์ และความสุข เช่นเดียวกับข้าพเจ้า จะพึงได้รับ ณ กาลบัดนี้เถิด
ผลบุญใดที่ข้าพเจ้าได้บำเพ็ญมาแล้ว ณ โอกาสนี้ ขอผลบุญนี้ จงเป็นปัจจัย ให้ข้าพเจ้า ได้เข้าถึงซึ่งพระนิพพาน
ในชาติปัจจุบันนี้ด้วยเถิด
อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ ภะคะวา พุทธัง ภะคะวันตัง อภิวาเทมิ ( กราบ )
สวากขาโต ภะคะวะตา ธัมโม ธัมมัง นะมัสสามิ ( กราบ )
สุปฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ สังฆัง นะมามิ ( กราบ )
( คัดลอกจากฉบับดั่งเดิมของวัดท่าซุง )
ณฐมณฑ์
27-07-2005, 06:03 PM
นิมิตรอีกอย่างหนึ่งที่นักปฏิบัติพึงฝึกใช้ญาณ
ก็คือการไปดูความตายของตนเอง
ไปดูทั้งความตายที่ผ่านมาในอดีตชาติ
และทั้งในอนาคตที่จะถึงของชาตินี้นะคะ
สำหรับอดีตชาตินั้น
ควรดูทั้งความตายในชาติที่เราเกิดเป็นคน และเกิดเป็นสัตว์
จะเห็นได้ว่าเราตายมาครบแล้วทุกรูปแบบ
คนหรือสัตว์ก็ตาม เราหรือใครๆ ล้วนมีความตายเป็นธรรมดา
แม้ว่า ตามปรกติเราจะทราบอย่างนี้อยู่แล้วก็ตาม
แต่การไปดูตนเองตายในภพต่างๆ
จะรู้สึกถึงความเป็นธรรมดาในความตายอย่างประจักษ์ด้วยใจ
มากกว่าการทราบด้วยสมองอย่างที่ผ่านมาค่ะ
เพราะการประจักษ์แก่ใจจะช่วยให้คลายความยึดเหนี่ยวในกายได้เร็วขึ้น
สำหรับความตายในชาตินี้ที่ดิฉันเห็นนั้น (อนาคตังสญาณ)
ดิฉันเห็นหญิงวัยค่อนข้างชรา อายุราว 60-70 กว่าปี
รู้สึกว่าวัยจริงน่าจะราวเจ็ดสิบ
แต่ใบหน้ายังไม่เหี่ยวย่น
สวมชุดขาว
ไม่ทราบว่าโกนศีรษะหรือเปล่าเพราะไม่ทันมองไปที่ผมค่ะ
หญิงผู้นั้นเป็นร่างที่ไร้ลมหายใจแล้ว
นอนอยู่เสมือนนอนหลับ
มีลูกศิษย์หญิงในชุดขาวบางคนอยู่บริเวณนั้น
พวกเขาช่วยกันตระเตรียมงานศพ
ศิษย์คนหนึ่งจับมือขวาดิฉันให้วางพาดบนขอบที่นอนเพื่อการรดน้ำศพ
ดิฉันเห็นใบหน้านั้นคือใบหน้าตนเองที่สูงวัยกว่าปัจจุบันมาก
เห็นร่างที่ท้วมขึ้นบ้าง
(ปัจจุบัน ดิฉันร่างบาง)
นั่นคือ กฎอนิจจัง...
ดิฉันเห็นความไม่เที่ยงที่เกิดขึ้นในตนค่ะ
เห็นถึงร่างกาย และใบหน้าที่ดิฉันดูแลอยู่ทุกวัน
ว่า...เป็นธาตุที่ไม่ใช่ตัวตนของเรา
เราเพียงอาศัยธาตุนี้มาบำเพ็ญในภพนี้
ขณะนั้นพิจารณาได้ความรู้สึกอย่างนั้น...
แล้วใจก็เบาขึ้นค่ะ
การพิจารณาไตรลักษณ์และพิจารณาสิ่งต่างๆ ในทำนองนี้
ควรทำเป็นประจำให้สม่ำเสมอนะคะ
เพราะทำครั้งเดียวใจก็เบาขึ้นบ้าง
แต่ก็ยังไม่อาจจะบรรลุธรรมได้ในคราวเดียว
หากแต่ต้องทำวิปัสสนาซ้ำๆ เสมือนเกลาสนิมใจไปทีละน้อยๆ ค่ะ
หมายเหตุ
ช่วงสิ้นอายุขัยดิฉันมี 2 ช่วงค่ะ
อาจจะอีกไม่กี่ปีข้างหน้าก็ได้
แต่ถ้าผ่านไปได้ ก็จะเป็นช่วงที่เล่าให้ฟังนั้นค่ะ
คุณอาร์ต
27-07-2005, 06:34 PM
....ขอโมทนาด้วย และเอาใจช่วยให้นำสิ่งที่ดีงามมาเผยแผ่ต่อไปนะครับ....
....อ่านแล้ว ทำให้มีกำลังใจในการปฎิบัติ และไม่ทิ้งธรรมะมากขึ้นเยอะเลยครับ.....
-------------------------------------------------------------------------------------------------------
ณฐมณฑ์
27-07-2005, 06:51 PM
....ขอโมทนาด้วย และเอาใจช่วยให้นำสิ่งที่ดีงามมาเผยแผ่ต่อไปนะครับ....
....อ่านแล้ว ทำให้มีกำลังใจในการปฎิบัติ และไม่ทิ้งธรรมะมากขึ้นเยอะเลยครับ.....
-------------------------------------------------------------------------------------------------------
สาธุค่ะ....
UFO99
27-07-2005, 09:12 PM
ขอให้ญาณ และ ฌาณ เกิดขึ้นกับทุกๆคนบ่อยๆ น๊ะครับ ถ้าทำแล้วธรรมมะเกิดตามด้วยยิ่งดีเลยครับ สาธุ อนุโมทนากับคุณณฐมณฑ์ด้วยครับ
ณฐมณฑ์
28-07-2005, 10:31 PM
ใช่ค่ะคุณยูเอฟโอ การปฏิบัติฌานนั้นเป็นเครื่องมือที่ดี
เพราะฌานทำให้เกิดสติอย่างยิ่ง ณ ขณะนั้น
ผู้ปฏิบัติจะสามารถน้อมสติอันตั้งมั่นนั้น
ไปพิจารณาธรรมให้เกิดปัญญาได้ไม่ยากค่ะ
ผู้เดินทาง
28-07-2005, 10:46 PM
กระทู้นี้มีประโยชน์ต่อผู้ปฏิบัติดีจริงๆครับ
ณฐมณฑ์
28-07-2005, 10:56 PM
เรียนท่านผู้อ่านค่ะ
ดิฉันได้พยายามเขียนบทความทุกบทอย่างตั้งใจ
ต้องการให้เป็นที่เข้าใจง่าย
และต้องการให้ท่านที่สนใจลงมือปฏิบัติได้จริง
ก่อนจะจบกระทู้นี้อย่างบริบูรณ์
ดิฉันขอย้ำอีกครั้งหนึ่งนะคะในเรื่องศีล
หลายท่านทราบดีว่า...
ศีลเป็นฐานของสมาธิ
สมาธิเป็นฐานของปัญญา
ผู้มีศีลสมบูรณ์เท่านั้น จึงจะเป็นผู้มีสมาธิทรงตัว
ดิฉันเข้าใจว่าศีลทำให้สมาธิที่ฝึกนั้นทรงตัวได้
เนื่องจาก...
1.การมีศีลทำให้ไม่มีความหวาดระแวง
เพราะไม่มีศัตรู
2.การมีศีลทำให้มีนิวรณ์น้อย
3.การมีศีลทำให้มีความมั่นคงทางอารมณ์
4.การมีศีลทำให้รู้สึกนับถือตนเอง
กระทู้นี้ยาวนานข้ามปีทีเดียว
ดิฉันขอขอบคุณทุกท่านที่ติดตามอ่านและร่วมโมทนากันเสมอๆ
ขอขอบคุณหลายๆ ท่านที่เข้ามาช่วยกันให้ธรรมทาน
และขอขอบคุณคุณปาริสัชชาอย่างยิ่ง
ที่กรุณาสละเวลางานที่ต้องทำแข่งกับเวลา
อีกสละเวลาที่จะขึ้นเขาไปปฏิบัติธรรม
เพื่อมาช่วยตอบ ช่วยเขียนกระทู้นี้ตามคำชวนของดิฉันในปลายปีก่อน
ดิฉันขอจบกระทู้นี้แต่เพียงเท่านี้นะคะ
ขอให้ท่านนักปฏิบัติมีความเพียรที่จะฝึกอย่างต่อเนื่อง
ช่วยเหลือตนเองมากๆ
สร้างกำลังใจที่ดีแก่ตนด้วยการคบแต่กัลยาณมิตร
ชักจูงกันไปในทางสูงนะคะ
(หากไม่มีกัลยาณมิตรให้คบ
คบหนังสือดีๆ จะดีกว่านะคะ
อย่างน้อยๆ หนังสือดีๆ ก็ไม่ชวนเราเข้ารกเข้าพง)
ทำเหตุคือการปฏิบัติธรรมให้เกิด
ผลของการปฏิบัติย่อมเกิดเป็นธรรมดา
ดิฉันขออาราธนาคุณพระศรีรัตนตรัย
ช่วยดลบันดาลให้มิตรธรรมทุกท่านที่ติดตามอ่านกระทู้นี้มา
เป็นผู้มีสัมมาทิฐิ ปฏิบัติธรรมได้คล่อง ได้ง่าย
ฝึกฝนได้ตรงทางตามคำสอนของพระพุทธองค์
สมหวังในกุศลจิตทุกประการเทอญ
อำนาจ
28-07-2005, 11:07 PM
ดิฉันพยายามเขียนบทความอย่างตั้งใจค่ะ
ต้องการให้เป็นที่เข้าใจง่าย
และต้องการให้ท่านที่สนใจลงมือปฏิบัติได้จริง
ก่อนจะจบกระทู้นี้อย่างบริบูรณ์
ดิฉันขอย้ำอีกครั้งหนึ่งนะคะในเรื่องศีล
หลายท่านทราบดีว่า...
ศีลเป็นฐานของสมาธิ
สมาธิเป็นฐานของปัญญา
ผู้มีศีลสมบูรณ์เท่านั้น จึงจะเป็นผู้มีสมาธิทรงตัว
ดิฉันเข้าใจว่าศีลทำให้สมาธิที่ฝึกนั้นทรงตัวได้
เนื่องจาก...
1.การมีศีลทำให้ไม่มีความหวาดระแวง
เพราะไม่มีศัตรู
2.การมีศีลทำให้มีนิวรณ์น้อย
3.การมีศีลทำให้มีความมั่นคงทางอารมณ์
4.การมีศีลทำให้รู้สึกนับถือตนเอง
กระทู้นี้ยาวนานข้ามปีทีเดียว
ดิฉันขอขอบคุณทุกท่านที่ติดตามอ่านและร่วมโมทนากันเสมอๆ
ขอขอบคุณหลายๆ ท่านที่เข้ามาช่วยกันให้ธรรมทาน
และขอขอบคุณคุณปาริสัชชาอย่างยิ่ง
ที่กรุณาสละเวลางานที่ต้องทำแข่งกับเวลา
อีกสละเวลาที่จะขึ้นเขาไปปฏิบัติธรรม
เพื่อมาช่วยตอบ ช่วยเขียนกระทู้นี้ตามคำชวนของดิฉันในปลายปีก่อน
ดิฉันขอจบกระทู้นี้แต่เพียงเท่านี้นะคะ
ขอให้ท่านนักปฏิบัติมีความเพียรที่จะฝึกอย่างต่อเนื่อง
ช่วยเหลือตนเองมากๆ
สร้างกำลังใจที่ดีแก่ตนด้วยการคบแต่กัลยาณมิตร
ชักจูงกันไปในทางสูงนะคะ
(หากไม่มีกัลยาณมิตรให้คบ
คบหนังสือดีๆ จะดีกว่านะคะ
อย่างน้อยๆ หนังสือดีๆ ก็ไม่ชวนเราเข้ารกเข้าพง)
ทำเหตุคือการปฏิบัติธรรมให้เกิด
ผลของการปฏิบัติย่อมเกิดเป็นธรรมดา
ดิฉันขออาราธนาคุณพระศรีรัตนตรัย
ช่วยดลบันดาลให้มิตรธรรมทุกท่านที่ติดตามอ่านกระทู้นี้มา
เป็นผู้มีสัมมาทิฐิ ปฏิบัติธรรมได้เร็ว
ฝึกฝนได้ตรงทางตามคำสอนของพระพุทธองค์
สมหวังในกุศลจิตทุกประการเทอญ
นางฟ้าทำได้ยอดเยี่ยมมากครับ ขอกราบขอบพระคุณ ขอโมทนาบุญกับธรรมทานของนางฟ้าด้วยครับ สาธุ สาธุ สาธุ [b-wai] [b-wai] [b-wai]
สำหรับกัลยาณมิตรทุกท่านนะครับ "ปัญญาจะเกิดขึ้นจริงคือจริงที่ตัวเรา จริงที่ผลของการปฎิบัติของเราเองเท่านั้น การพูด การสนทนาธรรม การอ่านหนังสือธรรมะมากๆ ยังไม่ใช่ของจริง เป็นแค่แนวทาง เป็นแค่หนทางของการปฎิบัติเท่านั้น ของจริงอยู่ที่ผล ซึ่งไม่สามารถจะทำแทนกันได้ โมทนากันไม่ได้ของใครก็ของมัน หรือกรรมใคร กรรมมันทั้งสิ้น"
ศนิสุดา
28-07-2005, 11:18 PM
อ่านแล้วก็รู้สึกดีค่ะ..แต่ดิฉันไม่ทราบว่าจะมีบุญมาทางนี้หรือเปล่าค่ะ...เพราะเวลาที่ได้เจอปาฏิหารย์ดิฉันไม่รู้สึกขนลุกซู่ๆค่ะ..รู้สึกธรรมดามากค่ะมากเกินไป..คิดว่าเป็นเรื่องธรรมดาที่เกิดขึ้นได้กับทุกคนค่ะ...กลับไปให้ความสำคัญกับทางโลกมากเลยค่ะ...ไม่ทราบว่าจะอยู่จุดไหนดีค่ะ....ช่วยหน่อยเถอะค่ะ
ปาริสัชชา
29-07-2005, 12:38 AM
นิมิตรอีกอย่างหนึ่งที่นักปฏิบัติพึงฝึกใช้ญาณ
ก็คือการไปดูความตายของตนเอง
ไปดูทั้งความตายที่ผ่านมาในอดีตชาติ
และทั้งในอนาคตที่จะถึงของชาตินี้นะคะ
สำหรับอดีตชาตินั้น
ควรดูทั้งความตายในชาติที่เราเกิดเป็นคน และเกิดเป็นสัตว์
จะเห็นได้ว่าเราตายมาครบแล้วทุกรูปแบบ
คนหรือสัตว์ก็ตาม เราหรือใครๆ ล้วนมีความตายเป็นธรรมดา
แม้ว่า ตามปรกติเราจะทราบอย่างนี้อยู่แล้วก็ตาม
แต่การไปดูตนเองตายในภพต่างๆ
จะรู้สึกถึงความเป็นธรรมดาในความตายอย่างประจักษ์ด้วยใจ
มากกว่าการทราบด้วยสมองอย่างที่ผ่านมาค่ะ
เพราะการประจักษ์แก่ใจจะช่วยให้คลายความยึดเหนี่ยวในกายได้เร็วขึ้น
สำหรับความตายในชาตินี้ที่ดิฉันเห็นนั้น (อนาคตังสญาณ)
ดิฉันเห็นหญิงวัยค่อนข้างชรา อายุราว 60-70 กว่าปี
รู้สึกว่าวัยจริงน่าจะราวเจ็ดสิบ
แต่ใบหน้ายังไม่เหี่ยวย่น
สวมชุดขาว
ไม่ทราบว่าโกนศีรษะหรือเปล่าเพราะไม่ทันมองไปที่ผมค่ะ
หญิงผู้นั้นเป็นร่างที่ไร้ลมหายใจแล้ว
นอนอยู่เสมือนนอนหลับ
มีลูกศิษย์หญิงในชุดขาวบางคนอยู่บริเวณนั้น
พวกเขาช่วยกันตระเตรียมงานศพ
ศิษย์คนหนึ่งจับมือขวาดิฉันให้วางพาดบนขอบที่นอนเพื่อการรดน้ำศพ
ดิฉันเห็นใบหน้านั้นคือใบหน้าตนเองที่สูงวัยกว่าปัจจุบันมาก
เห็นร่างที่ท้วมขึ้นบ้าง
(ปัจจุบัน ดิฉันร่างบาง)
นั่นคือ กฎอนิจจัง...
ดิฉันเห็นความไม่เที่ยงที่เกิดขึ้นในตนค่ะ
เห็นถึงร่างกาย และใบหน้าที่ดิฉันดูแลอยู่ทุกวัน
ว่า...เป็นธาตุที่ไม่ใช่ตัวตนของเรา
เราเพียงอาศัยธาตุนี้มาบำเพ็ญในภพนี้
ขณะนั้นพิจารณาได้ความรู้สึกอย่างนั้น...
แล้วใจก็เบาขึ้นค่ะ
การพิจารณาไตรลักษณ์และพิจารณาสิ่งต่างๆ ในทำนองนี้
ควรทำเป็นประจำให้สม่ำเสมอนะคะ
เพราะทำครั้งเดียวใจก็เบาขึ้นบ้าง
แต่ก็ยังไม่อาจจะบรรลุธรรมได้ในคราวเดียว
หากแต่ต้องทำวิปัสสนาซ้ำๆ เสมือนเกลาสนิมใจไปทีละน้อยๆ ค่ะ
หมายเหตุ
ช่วงสิ้นอายุขัยดิฉันมี 2 ช่วงค่ะ
อาจจะอีกไม่กี่ปีข้างหน้าก็ได้
แต่ถ้าผ่านไปได้ ก็จะเป็นช่วงที่เล่าให้ฟังนั้นค่ะ
อีกหัวข้อข้างล่างครับ
ปาริสัชชา
29-07-2005, 12:39 AM
เรียนท่านผู้อ่านค่ะ
ดิฉันได้พยายามเขียนบทความทุกบทอย่างตั้งใจ
ต้องการให้เป็นที่เข้าใจง่าย
และต้องการให้ท่านที่สนใจลงมือปฏิบัติได้จริง
ก่อนจะจบกระทู้นี้อย่างบริบูรณ์
ดิฉันขอย้ำอีกครั้งหนึ่งนะคะในเรื่องศีล
หลายท่านทราบดีว่า...
ศีลเป็นฐานของสมาธิ
สมาธิเป็นฐานของปัญญา
ผู้มีศีลสมบูรณ์เท่านั้น จึงจะเป็นผู้มีสมาธิทรงตัว
ดิฉันเข้าใจว่าศีลทำให้สมาธิที่ฝึกนั้นทรงตัวได้
เนื่องจาก...
1.การมีศีลทำให้ไม่มีความหวาดระแวง
เพราะไม่มีศัตรู
2.การมีศีลทำให้มีนิวรณ์น้อย
3.การมีศีลทำให้มีความมั่นคงทางอารมณ์
4.การมีศีลทำให้รู้สึกนับถือตนเอง
กระทู้นี้ยาวนานข้ามปีทีเดียว
ดิฉันขอขอบคุณทุกท่านที่ติดตามอ่านและร่วมโมทนากันเสมอๆ
ขอขอบคุณหลายๆ ท่านที่เข้ามาช่วยกันให้ธรรมทาน
และขอขอบคุณคุณปาริสัชชาอย่างยิ่ง
ที่กรุณาสละเวลางานที่ต้องทำแข่งกับเวลา
อีกสละเวลาที่จะขึ้นเขาไปปฏิบัติธรรม
เพื่อมาช่วยตอบ ช่วยเขียนกระทู้นี้ตามคำชวนของดิฉันในปลายปีก่อน
ดิฉันขอจบกระทู้นี้แต่เพียงเท่านี้นะคะ
ขอให้ท่านนักปฏิบัติมีความเพียรที่จะฝึกอย่างต่อเนื่อง
ช่วยเหลือตนเองมากๆ
สร้างกำลังใจที่ดีแก่ตนด้วยการคบแต่กัลยาณมิตร
ชักจูงกันไปในทางสูงนะคะ
(หากไม่มีกัลยาณมิตรให้คบ
คบหนังสือดีๆ จะดีกว่านะคะ
อย่างน้อยๆ หนังสือดีๆ ก็ไม่ชวนเราเข้ารกเข้าพง)
ทำเหตุคือการปฏิบัติธรรมให้เกิด
ผลของการปฏิบัติย่อมเกิดเป็นธรรมดา
ดิฉันขออาราธนาคุณพระศรีรัตนตรัย
ช่วยดลบันดาลให้มิตรธรรมทุกท่านที่ติดตามอ่านกระทู้นี้มา
เป็นผู้มีสัมมาทิฐิ ปฏิบัติธรรมได้คล่อง ได้ง่าย
ฝึกฝนได้ตรงทางตามคำสอนของพระพุทธองค์
สมหวังในกุศลจิตทุกประการเทอญ
หมายเหตุ
ช่วงสิ้นอายุขัยดิฉันมี 2 ช่วงค่ะ
อาจจะอีกไม่กี่ปีข้างหน้าก็ได้
แต่ถ้าผ่านไปได้ ก็จะเป็นช่วงที่เล่าให้ฟังนั้นค่ะ
***ความในใจของผม*** //*(แก้ไข)*//
คุณณฐมณฑ์ครับ ในสองหัวข้อท้ายสุดของคุณที่เขียนไว้นี้
ยังความปิติใจ รวมทั้งความสะเทือนใจบังเกิดขึ้นกับผมเป็นอย่างยิ่ง
โดยเฉพาะเรื่องของอายุขัยของคุณที่คุณกล่าวถึง
ซึ่งผมจำได้ว่า ผมไม่เคยบอกคุณถึงเรื่องอายุขัยอันใกล้ของคุณเลย
ผมเก็บเอาไว้ในใจเท่านั้น และพยายามบอกกับคุณเป็นนัยๆว่า
ขอให้คุณรักษาสุขภาพมากๆ รักษาใจตนไว้ก่อนเป็นหลัก
แต่คุณก็มีความพยายามที่จะเข้ามาทำหน้าที่เป็นผู้ให้อย่างจริงใจ
ถึงแม้ว่ากายของคุณยังไม่ค่อยแข็งแรงก็ตาม
คุณเป็นกัลยาณมิตรที่ดียิ่งสำหรับผมและทุกๆคนในที่นี้
ผมยินดียิ่งที่มีโอกาสได้เกิดร่วมภพร่วมชาติกับคุณ
และยิ่งตระหนักแน่นถึงความดีงามของพระพุทธศาสนา
ที่คุณเป็นตัวแทนนำเสนอและถ่ายทอดออกมาจากภาษาใจผ่านทางตัวอักษร
ผมเชื่อว่าหลายๆท่านในที่นี้คงจะได้ตระหนักแน่นในความดี
และพากเพียรพยายามในการทำความดีนี้เพื่อให้ถึงที่สุดเช่นกันนะครับ
คุณไม่เคยกล่าวร้ายใคร จิตใจคุณผ่องแผ้วและงดงาม
วาจาทุกคำของคุณล้วนราบรื่นและสร้างสรรค์
คุณเป็นผู้ที่ผมชื่นชมและนับถือยิ่งทั้งๆที่คุณเป็นผู้หญิง
ผมคงไม่ได้เยินยอคุณเกินเลยไปจนทำให้เป็นที่น่าหมั่นไส้
เพราะผมพูดออกมาจากความรู้สึกจริงๆของผม
และไม่ว่าผมจะอยู่ในฐานะใดก็ตาม ผมยังคงนับถือคุณเสมอ
และผมก็ยินดีและเต็มใจเป็นอย่างยิ่งที่จะช่วยคุณในทุกๆโอกาส
ตราบเท่าที่แรงของผมยังมี
ผมคงต้องขออำลาจากเว็บนี้ไปพร้อมๆกับความปิติใจของผม
ที่มีโอกาสได้มาร่วมสร้างประโยชน์กับคุณในครั้งนี้
และผมขอถือโอกาสอำลามิตรธรรมทุกๆท่านในเว็บบอร์ดนี้ด้วยนะครับ
พร้อมกันนี้ก็ขอถือโอกาสกล่าวเตือนย้ำในทางธรรมอีกครั้งหนึ่งว่า
" ชีวิตเป็นของไม่เที่ยง แต่ความตายเป็นของเที่ยง " ซึ่งคำพูดนี้
มาจากองค์หลวงพ่อฤาษีฯ ผู้เป็นปฐมาจารย์ของผมที่เคารพยิ่ง
ดังนั้นขอท่านทั้งหลายพึงอย่าได้ประมาท และปล่อยชีวิตให้ผ่านพ้นไปวันๆ
ดังหัวข้อก่อนจบสุดท้ายของคุณณฐมณฑ์ ที่กล่าวถึงมรณานุสติ
เมื่อท่านเริ่มรู้สึกจะหมดกำลังใจคราวใด ก็ขอให้ท่านย้อนกลับมาอ่านตรงนี้นะครับ
สุดท้ายนี้หากท่านที่ระลึกถึงคุณณฐมณฑ์หรือผม ก็ขอให้ระลึกถึงคุณของพระรัตนตรัย
ขอให้มีกำลังใจในการปฏิบัติธรรมให้ถึงที่สุด ผมขอเป็นกำลังใจให้กับทุกๆท่านนะครับ
และผมขอให้ทุกๆท่านยึดมั่นในพระธรรม มากกว่ายึดติดกับตัวบุคคล
ผมขออวยพรให้ทุกๆท่านพึงเป็นผู้เจริญในธรรมยิ่งๆขึ้นไปนะครับ
ปาริสัชชา
DevilBitch
29-07-2005, 12:43 AM
อนุโมทนาค่ะ
<TABLE class=tborder cellSpacing=1 cellPadding=6 width="100%" align=center border=0><TBODY><TR><TD class=tcat colSpan=2>Currently Active Users Viewing This Thread: 2 (2 members and 0 guests) </TD></TR><TR><TD class=alt1 colSpan=2>DevilBitch (http://www.palungjit.com/board/member.php?u=801) </TD></TR></TBODY></TABLE>
หลับตา
29-07-2005, 12:48 AM
คุณปาริสัชชา คุณณฐมณฑ์ ขอบคุณมากครับ ขอบคุณทุกๆท่านด้วยครับที่มาซักถามจนกระผมได้เกิดปัญญาไปด้วย อนุโมทนาครับ
นายจันทร์เจ้า
29-07-2005, 06:09 AM
ผมขออนุโมทนาสาธุในการให้ความรู้ในการปฎิบัติธรรมของคุณณฐมณฑ์และคุณปาริสัชชาครับ ขอด้วยอำนาจบารมีพระพุทธเจ้าทุกพระองค์ พระปัจเจกพุทธเจ้าทุกพระองค์ พระอริยสงฆ์เจ้าทุกพระองค์ และครูบาอาจารย์ทั้งหลาย ขอให้มิตรธรรมทั้งสองท่านจงเจริญในธรรมยิ่งๆขึ้นไป และ ขอให้เข้าถึงซึ่งฝั่งพระนิพพานที่ท่านทั้งสองตั้งใจโดยเร็ววันครับ สาธุ สาธุ และขอความเจริญในธรรมจงมีแก่ทุกท่านด้วยครับ
khunjiw
29-07-2005, 01:27 PM
โมทนาด้วยครับผมก็อยากรู้เหมือนกันว่าผมสามารถฝึกกสิณแบบไหนได้บ้าง
KomAon11
29-07-2005, 03:43 PM
กระทู้นี้ผมยังไม่ได้อ่านเท่าไหร่เลย .. แล้วผมจะตามอ่อนให้ละเอียดเลย..
Supernova
29-07-2005, 08:35 PM
อยากรู้เหมือนกันครับว่าผมเหมาะกับกสิณไหน อยากจะลองฝึกเองบ้างครับ
MissyKelly
31-07-2005, 09:14 PM
อ่านแล้ว ตื้นตันมากๆเลยค่ะ ชมพูเอง ชื่นชมพี่อ้อยและพี่กบมาโดยตลอด อ่านกระทู้นี้แล้ว รู้สึกปลาบปลื้มจริงๆค่ะ ขออนุโมทนากับพี่ๆ และ ขอให้พี่อ้อยรักษาสุขภาพด้วยนะคะ
ชมพูขอกราบพี่ๆด้วยความเคารพค่ะ ดีใจจริงๆ ที่ได้รู้จักและได้อ่านข้อความดีๆ ชมพูรู้สีกเลยว่า ถึงเราอาจจะมีของเก่ามาไม่มาก แต่ก็ยังมีบุญที่ได้อ่าน ได้เจอพี่ๆ ได้เจอแนวทาง ได้เจอกัลยาณมิตร ไม่เสียชาติเกิดจริงๆค่ะ
ชมพูดีใจที่สุดในชีวิต ที่ได้เป็นลูกศิษย์ ได้นับถิอหลวงพ่อค่ะ และได้เป็นน้องของพี่ๆค่ะ
aaron
06-08-2005, 11:28 PM
ขอบคุณสำหรับ ตอนนี้ผมพึ่ง 16 ปี นะ ครับ บังเอิญผม เปิดไปเปิดมาก็ มาเจอแล้วมันน่าสนใจดี แต่ผมเคยปฏิบัติสมาธิ อย่าง เดียวแต่ มันก็ไม่ออกเป็นรูป เป็นร่างสักที ที่ว่าหมายถึง เรื่องต่างๆ มันเยอะ ในหัวผม สูงสุดก็ 1 ชั่วโมง ก่อนนอนหลับนะครับ (ที่เคยแต่ผมไม่ค่อยได้นั่งเท่าไหร่)
แต่ ผลเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นเพียงรู้แต่ แค่ว่ามันเบาและกลับปกติเช่นเดิม
แต่ถ้าสมมุติผมอยากจะรู้ถึงชาติก่อนผม จะต้องทำยังไงบ้าง
นี่ เข้ามาที่ Msn ผมได้นะครับ หรือไม่ก็ ช่วยตอบคำถามผมหน่อยครับและให้คำแนะนำผมด้วยนะครับ (aaron_forest@hotmail.com)
tamsak
07-08-2005, 10:49 AM
[QUOTE=aaron
แต่ถ้าสมมุติผมอยากจะรู้ถึงชาติก่อนผม จะต้องทำยังไงบ้าง
นี่ เข้ามาที่ Msn ผมได้นะครับ หรือไม่ก็ ช่วยตอบคำถามผมหน่อยครับและให้คำแนะนำผมด้วยนะครับ (aaron_forest@hotmail.com)[/QUOTE]
ถ้าน้องอยู่ กทม. แนะนำให้ไปฝึกมโนมยิทธิ ที่บ้านซอยสายลม (ซอยพหลโยธิน 8)
ทุกวันเสาร์ - อาทิตย์ ต้นเดือน ครับ ไปถึงปากซอยแล้วนั่งมอเตอร์ไซด์รับจ้างแล้ว
บอกว่าไปบ้านหลวงพ่อ แค่นี้ก็ไปได้แล้วครับ
อฤษเบส
06-09-2005, 02:35 PM
อยากเหาะได้ทำไง กสิณกองไหนครับ ช่วยถามพุทธองค์ด้วยนะครับผมเหมาะกับกรรมฐานอะไร
เพราะรู้สึกว่า ผมไม่เคยได้สมาธิมาก่อน ที่ฝึกก็เพื่อให้ชินไปเรื่อยๆ คิดว่าสักวันต้องได้อ่ะครับ
ฝึกมาได้10 ปีแล้ว ที่ได้มาก็คือ ลมหายใจเบาสบายเฉยๆครับแล้วไม่มีไรคืบหน้าเลย แล้วก็ฟุ้งซ่านด้วย และความอดทนมีน้อยแต่ก็จะพยายามต่อไปครับ ที่ผมฝึกก็แบบทำมะดาครับ เข้าพุทธ ออกโท ครับ แต่อยากเหาะได้ฮะ เพื่ออนาคตครับ
KomAon11
06-09-2005, 08:28 PM
อยากเหาะได้ทำไง กสิณกองไหนครับ ช่วยถามพุทธองค์ด้วยนะครับผมเหมาะกับกรรมฐานอะไร
เพราะรู้สึกว่า ผมไม่เคยได้สมาธิมาก่อน ที่ฝึกก็เพื่อให้ชินไปเรื่อยๆ คิดว่าสักวันต้องได้อ่ะครับ
ฝึกมาได้10 ปีแล้ว ที่ได้มาก็คือ ลมหายใจเบาสบายเฉยๆครับแล้วไม่มีไรคืบหน้าเลย แล้วก็ฟุ้งซ่านด้วย และความอดทนมีน้อยแต่ก็จะพยายามต่อไปครับ ที่ผมฝึกก็แบบทำมะดาครับ เข้าพุทธ ออกโท ครับ แต่อยากเหาะได้ฮะ เพื่ออนาคตครับ
เท่าที่ศึกษาจากตำรา .. เขาใช้ กสิณลม ครับ
จิตเบา.. ก็ลอยไปเลย
แต่อยากให้ดี ต้องควบทุกกสิณใส่กันครับ... มันจะทั้งเหาะ ทั้งเสก มันเลยครับ :cool:
tamsak
07-09-2005, 11:01 AM
้อ้น....ว่างๆ เหาะมาเยี่ยมกันที่ กทม. บ้างเด้ออออ.......
lepus
09-09-2005, 06:51 AM
อยากทราบว่าอย่างผมนี่จะเหมาะกับกรรมฐานกองใดครับเหมาะกับกสิณหรือเปล่าควรจะเป็นกสิณอะไรดีครับ...ขอรบกวนด้วยคนครับ
sanya
15-09-2005, 03:15 PM
ขอรบกวนด้วยคนครับ ว่าผมเหมาะกับกสินกองใด เพื่อที่จะเป็นฐาน เป็นกำลังใจในการปฏิบัติ เพราะถ้าเห็นไม่ค่อยชัดเจน มันท้อง่าย จริง ๆ
pat3112
16-09-2005, 12:50 AM
โมทนาพี่ณฐมณฑ์และพี่ปาริสัชชาน
ขอให้พี่เจริญในธรรมยิ่งๆขึ้นไปด้วยครับ [b-wai]
Birdy
19-09-2005, 06:23 AM
ขอรบกวนด้วยเช่นกันค่ะ อยากเจอกับผู้ที่ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบมาเป็นกัลยาณมิตรกันค่ะ เพราะคิดว่าตัวเองปฏิบัติเองคงจะเอาตัวไม่รอดแน่ ต้องอาศัยผู้มีปัญญาคอยแนะนำเสมอ ยอมรับว่ายังหาทางสว่างไม่เจอ พอดีปฏิบัติอยู่แล้วรู้สึกว่าตนเองปฏิบัติไม่ถูกเพราะรู้สึกวนเวียนอยู่ที่เดิม (ในความรู้สึกตัวเองนะคะ) พอมาจับกสิณจะให้เกิดความชำนาญ แต่จิตไม่ยอมจำ ส่วนมากจิตจะเกิดภาพกระดูกขึ้นมาเอง และภาพอสุภะ ทั้งๆ คิดว่าตนเองเป็นโทสะจริตแน่ (มีโทสะเป็นตัวนำมากที่สุด) ก็เลยเกิดความไม่แน่ใจอยากให้ตรวจให้ด้วยค่ะ รบกวนคุณณฐมณฑ์ด้วยนะคะ ขอบพระคุณยิ่งเลยค่ะ
พี่ณฐมณฑ์คับ คือว่าเวลาผมทำสมาธิแล้ว จะรู้สึกเหมือนมีดวงตาบนหน้าผาก แล้วผมจะไม่มีความรู้สึกใดๆๆตราบเทาที่รู้สึกถึงดวงตาคับ มันคืออะไรคับ ผมสงสัยมานานแล้วคับ ขอบคุณคับ
surapong2you
22-09-2005, 11:51 AM
คุณณฐมณฑ์ (http://www.palungjit.com/board/member.php?u=130)<SCRIPT type=text/javascript> vbmenu_register("postmenu_5253", true); </SCRIPT> ยังแวะเข้ามาตอบอยูรึเปล่าครับ
ว่าๆช่วยตอบหน่อยนะครับ
คือว่าผมชื่อ นายสุรพงษ์ จงคาดกลาง ภูมิลำเนาอยู่จังหวัดสมุทรสาครครับ
อยากทราบว่าชาติก่อนเคยสำเร็กสิณกองใดมาบ้างครับ
แล้วถ้าไม่เคยเลยแล้วเริ่มฝึกแต่ชาตินี้จะยากไหมครับ
ช่วยยกตัวย่างคนที่ไม่เคยแล้วมาฝึกให้อ่านได้ไหมครับ
แล้วที่เขาฝึกกันนั้นฝึกที่ไหนกันครับ
ฝึกเองที่บ้านหรือมีสูนย์ฝึกให้ครับ
แล้วศูนย์ฝึกนั้นอยู่ที่ไหนครับ
รบกวนตอบด้วยครับ
หรือที่ surapong2you@hotmail.com
ก็จะยิ่งดีครับ
ขอบพระคุณล่วงหน้าครับ
สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติฯ
surapong2you
22-09-2005, 12:20 PM
หรือว่าใครจะมาตอบก็ได้ทั้งนั้น ผมจะคอยฟังคำตอบ
หวังว่าจะมีคนเมตตานะครับ
toojinda
25-10-2005, 07:57 PM
ผมก็อยากทราบเมื่อกันว่าชาติที่แล้วเคยฝึกกสินกองใดมาก่อนแต่ปัจจุบันผมเจริญสติปัฎฐานสี่อยู่แต่ก็ไม่รู้ว่าคุณณฐมณฑ์ จะมีเวลาตอบให้บ้างหรือเปล่าถ้ายังไงก็ส่งเมล์ มาที่ toojinda_w@hotmail.com ก็ได้ครับ
toojinda
25-10-2005, 08:05 PM
ผมมีชื่อเพื่อนอยากให้คุณณฐมณฑ์และคุณปาริสัชชาช่วยดูให้ทีว่าควรฝึก
กสินกองใดจึงจะถูกกับจริต
นายธนวัฒน์ จตุพิธพรจันทร์
นายพงศ์รัตน์ นวลสำลี
นายประสิทธิ์ อนวัชมณี
ขอบคุณล่วงหน้าครับ
vichian
25-10-2005, 08:34 PM
ผุ้ที่อยากรู้ว่าตัวเองเหมาะสมกับการฝึกกสิณกองใด ให้รู้ก่อนว่าตนเองมีจริตอย่างไร จริตทั้งหมดมี 6 อย่าง เช่นผู้ที่มีโทษะจริต(มักโกรธง่าย) ควรฝึกกสิณสีแดง สีเหลือง สีเขียว สีขาว อย่างใดอย่างหนึ่งจะได้ผลดีกว่ากสิณกองอื่น เป็นต้น
หากต้องการทราบรายละเอียด ขอแนะนำให้เข้าไปดูเรื่อง กสิณ10 ตามที่หลวงพ่อฤๅษีฯท่านสอนไว้ มีอยู่ในเว็บนี้แล้วครับ
สวัสดีมากครับ
chaiyo518
05-11-2005, 12:10 PM
ขอรบกวนคุณณฐมณฑ์หรือท่านผู้รู้ก็ได้ครับ ช่วยแนะนำด้วยครับ ว่าผมเหมาะกับกสิณ หรือ กรรมฐานกองไหนครับ จึงจะฝึกได้เร็วที่สุด
ตอบทาง mail: isettapong@hotmail.com ก็ได้ครับ
ขอบคุณครับ
msnrl
06-11-2005, 11:10 AM
แล้วรบกวนดูให้ผมได้ไหมครับคุณ ณฐมณฑ์ ว่าผมถูกกับแบบไหนถ้าอยากให้คุณทูลถามพระพุทธองค์ให้นี่ต้องบอกไรมั้งครับ
msnrl
06-11-2005, 11:13 AM
ผมชื่อ มนู สกุลนฤหล้า หรือเมลมาก็ได้ครับ noscam_vvti@hotmail.com
ผมคิดว่าผมมีโทสะจริตนำนะครับแต่อยากให้คุณถามให้อีกทีว่าฝึกสีไหนอย่างไรดีครับ
ถนนสีขาว
08-11-2005, 10:19 AM
มีเพื่อนคนหนึ่งบอกมาว่าจ้องดาวดวงหนึ่งอยู่ ๆ ประมาณ 15 นาที จู่ ๆ ก็เห็นแสงไฟเต็มไปหมด เลยคิดว่าประสาทหลอน เลยเลิกทำ อยากได้คำแนะนำให้เขาครับ ช่วยตอบด้วย
ninnin9
14-11-2005, 05:15 PM
ธรรมใดที่คุณณฐมณฑ์ ,คุณปาริสัชชา และมิตรธรรมทั้งหลายได้บรรลุแล้วขอให้ข้าเจ้าได้เห็นธรรมนั้นในชาติปัจจุบันนี้ด้วยเถิด....ขอบคุณมากๆๆๆๆ ทั้งหมดที่ร่วมกันถ่ายทอดมาถือเป็นกำลังใจให้ข้าเจ้าอย่างดี ขอบคุณด้วยใจอีกครั้งครับ!
Onemind
14-11-2005, 05:31 PM
ขออนุโนทนาบุญด้วยครับ
bundit_tong
15-11-2005, 03:55 PM
[b-wai] ขออนุโมทนาและขอความอนุเคราะห์แก่ข้าพเจ้าด้วยว่า ข้าพเจ้าหมาะกับกสินกองใด เพื่อประโยนช์แก่ตัวข้าพเจ้าเองด้วยเทรอ
สาธุ
sanya
25-11-2005, 06:20 AM
เยียมทุกคนเลย....
ขออนุโมทนา...
ขอให้สำเร็จดังหวังทุกคน...เจริญในธรรมยิ่ง ๆ ...
แล้วเต่าตัวสุดท้ายจะตามไป...
ขอรบกวนด้วยนะครับ
ว่าผมเหมาะกับกสิณกองไหน
ขอขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่ง
อารมณ์ของฌาณของกรรมฐานแต่ละกองจะต่างกันหรือไม่อย่างไร เพราะอะไรและอะไรเป็นปัจจัย มีข้อดีข้อเสียอย่างไร แล้วพัฒนาสู่วิปัสนาได้อย่างไรครับ
Nirvana
29-11-2005, 01:06 PM
"โดนวิปัสสนูกิเลสเข้าไปเต็มๆ"
ถอยออกมาก่อนเถอะครับ เดี๋ยวอาจจะต้องไปนอนโรงพยาบาล.....บ้า!!??!!
หลับตา
02-12-2005, 10:50 PM
http://www.palungjit.com/board/showthread.php?t=278
พี่ณฐมณฑ์อธิบายรายละเอียดวิธีฝึกอานาปานสติไว้ทำความเข้าใจได้ง่ายๆ
mr.tom_zaa
12-12-2005, 02:06 PM
แวะเข้ามาอ่านเก็บความรู้ครับ ผมกำลังเก็บข้อมูลศึกษาการฝึกในทางทฤษฏี ก่อนจะเข้าไปสู่การปฏิบัติจริงครับ อนุโมทนาสาธุครับ.......
Bluemind
14-12-2005, 04:33 PM
เพิ่งได้เข้ามาอ่าน เลยเก็บไว้เป็นคู่มือแล้วค่ะ จะพยายามทำตามที่พี่ๆ ได้กรุณาแนะนำไว้ให้ได้ค่ะ ขออนุโมทนาสาธุด้วยนะคะ
ศิษย์ผู้สนใจ
20-12-2005, 10:51 AM
ตอนนี้ก็ลองเพ่งไฟอยู่ค่ะแต่ไม่แน่นใจว่าจะตรงกับตัวเองไหมจึงอยากทราบว่าควรจะฝึกกสินกองไหนจึงเหมาะสมค่ะ
ใครที่เก่ง ช่วยสอนเรื่องการเพ่งกสิณไฟ หน่อยนะครับ
ขอแบบระเอียดยิบสุดๆนะครับ ทุกขั้นตอน (แบบว่าผมโง่อะ)
จะเป็นพระคุณอย่างยิ่งเลย
varanyo
28-12-2005, 11:10 AM
เป็นประสบการณ์ที่เยี่ยมมากครับ...สุดยอดจริงๆ...
----------------------------------------------
ขณะนี้ผมเองก็กำลังฝึกอยู่ครับได้สนทนาธรรมกับท่านพระอาจารย์ชายแดน(พระป่าสายหลวงปู่มั่น) ท่านก็แนะนำให้ผมฝึกกำหนดลมหายใจเลย...ที่ปลายจมูกนั่นแหละ...ภาวนาไปเรื่อยๆ แล้วจะรู้เอง...
ท่านพระอาจารย์บอกว่าฝึกไปอย่าหยุด...ทุกอย่างจะรู้ด้วยตนเองจากการปฏิบัติ...ใหม่ๆ ผมเองก็งงอยู่เหมือนกันจับต้นชนปลายไม่ถูกเหมือนกัน...
แต่ตอนนี้เริ่มเข้าใจอะไรมากขึ้นแล้ว...อย่างเช่น...ที่ผมช้าก็มีสาเหตุแรกง่ายๆ เลยก็คือ...ศีล...มันไม่บริสุทธิ์น่ะครับ....ปฏิบัติไม่สม่ำเสมอ...
ตอนนี้เลยตั้งใจใหม่...ขณะนี้กำลังฝึกฌาณ ๔ ครับ...อารมณ์ยังไม่ยอมเป็นหนึ่งสักกะทีครับ...เอกัตคตารมณ์น่ะ
จะพยายามต่อไปครับ.....
----------------------------------------------------------------------
วิธีสร้างบุญบารมี...ของสมเด็จพระญาณสังวร...
http://www.palungjit.com/board/showthread.php?t=19673 (http://www.palungjit.com/board/showthread.php?t=19673)
เว็บไซต์ประวัติและธรรมเทศนาหลวงปู่หลวง กตตฺปุญฺโญพระสุปฏิปันโนสายพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต
http://members.thai.net/varanyo/pooluang.asp (http://members.thai.net/varanyo/pooluang.asp)<O:p</O:p<O:p</O:p
ลักษณะพุทธศาสนา...สมเด็จพระญาณสังวร<O:p</O:p<O:p</O:p
http://www.palungjit.com/board/showthread.php?p=168173 (http://www.palungjit.com/board/showthread.php?p=168173)<O:p</O:p<O:p</O:p
สัพพาสวสังวรสูตร...สมเด็จพระญาณสังวร<O:p</O:p<O:p</O:p
http://www.palungjit.com/board/showthread.php?p=168329 (http://www.palungjit.com/board/showthread.php?p=168329)
nakoruru
28-12-2005, 07:03 PM
ขออนุโมทนา ด้วยคนครับ
REdSHirt
29-12-2005, 01:56 PM
``ความเมตตา มีคุณประโยชน์มากจริงๆ ขอโมทนา สาธุ``
ขออนุโมทนาค่ะ
...
ขอแสดงความนับ เก่งจังเลย
Hippocampus
16-01-2006, 11:15 PM
ช่วยแนะนำหน่อยครับว่า ทำยังไงให้ เป็น อุคหนิมิตร
คือแบบว่า พอหลับตา มันก็มีแต่ความมืดอะครับ
หรือต้องนึกเอา ถ้าอย่างงั้น ก็กำหนดได้ง่าย เพราะเป็นความคิดจินตนาการของเราต่อภาพนั้น
ที่ว่า เป็น กึ่งตาเห็นกึ่งใจเห็น เป็นยังไงครับ
ผมอ่าน มาถึงเรื่อง อภิญญากับกสิณ เค้าว่าจับภาพพระ จนใส เป็นประกาย หรือจับภาพ อะไรต่างๆเนี่ย ภาพที่จับได้จะติดที่ตาเนื้อเลยหรือครับ หรือมันเป็นภาพในความคิดซึ่งมันไม่ชัดเจนเหมือนภาพที่เห็นกันจริงๆเมื่อลืมตา
ขอบคุณครับ ถ้าจะช่วยกรุณาชี้แจง
คนเห็นกับไม่เห็น(นิมิต) นี่เปรียบเทียบกันไม่ได้หรอกครับคนละสาย บางทีไม่เห็นอาจมีกำลังสูงกว่าก็ได้//ตอบคุณ ฮิโป้ ครับ
สติในสมาธิมันมี ๔ อย่าง ครับ ลักษณะต่างกัน
เอาสติปัถฐาน 4 มาลงด้วยสิครับ และวิปัสสนา ด้วยนะครับ
ฝากดูให้ผมด้วยนะครับ ว่าเหมาะกับกสิณ กองใหนมากที่สุด แล้วฝากคำเตือนถึงท่านผู้มีมิจฉาทิฐิทั้งหลายที่มาก่อกวน และกล่าววาจาปรามาสผู้ทรงฌาน หากไม่เคยปฏิบัติ ไม่เคยทำ และทำยังไม่ได้ ก็อย่าเอาตัวที่เองเป็นคนด้อยอิทธิบาท 4 มาเปรียบเทียบกับท่าน ที่เขาทำได้แล้ว หากยังไม่เลิกทำกรรมดังกล่าว ระวังจะได้บัตรเชิญอเวจีมหานรก ด้วยความหวังดีและอยากให้ได้ดีกับคนอื่นเขาบ้าง โปรดระวัง
sawachdee
10-02-2006, 08:04 PM
โมทานด้วย
montianv
14-02-2006, 02:38 PM
อนุโมทนาครับ
ศิษย์น้อย
25-02-2006, 01:32 PM
วันนี้ เห็นคุณณฐมณฑ์ เข้ามาเยี่ยม เวปพลังจิตด้วย.....
...หาก มาร่วม แบ่งปันประสบการณ์ แบะมาร่วมสอนกรรมฐาน อีก ก็จะเป็นบุญของพวกเรา ชาวเวปอย่างมากครับ...
กราบคุณณฐมณฑ์ ด้วยครับ...
bua2310
26-02-2006, 04:29 PM
โมทนาค่ะ
วิปจิตัญญู
28-02-2006, 09:29 PM
สำหรับตัวผมเอง ไม่ค่อยจะก้าวหน้าทางกรรมฐานกองนี้เลย อยู่กับลมหายใจมาตลอด กราบขอความกรุณาจากคุณณฐมณฑ์ ,คุณปาริสัชชา ช่วย ใช้ฌาณทัศนะ หรือ ทูลถาม ให้ จะเป็นความกรุณาอย่ามาก ว่าผมเหมาะกับ กสินกองไหน หรือ อาณาปนสติ ดีอยู่แล้ว ขอขอบคุณครับ
คุณทั้ง2 เป็นร่มโพธิ์ ร่มไทร ให้กล้าน้อยๆ ทั้งหลายเติบโตอีกมาก เป็นตัวอย่างและพี่เลี้ยงทางธรรมที่ดี ครับ น่าสรรเสริญ[b-wai]
AA_TT_NN
01-03-2006, 07:10 PM
ผมไม่เคยฝึก เพ่งกสิณ มาก่อน.. เคยทำแต่สมาธิ ปฏิบัติมานานมาก ..ด้วยความพยายาม..แต่ไม่เคยนิ่งหรือ สัมผัสอะไรได้ เลยเพราะใจไม่นิ่ง.... วันหนึ่งได้จ้องดวงไฟ..ของวิทยุ เป็นไฟสีแดงเล็ก ๆ..ในห้องนอนที่มืดสนิท...ทำให้เกิดอาการ ดังนี้.....ตัวเบา - โยกโคลงเคลง.- ขนลุก - และก็ไม่มีความรู้สึกใด ๆ อีกเลย ..นอกจาก เห็นแต่แสงไฟ จากวิทยุ ดวงเล็ก ๆ เท่านั้นเอง... หลังจากนั้นสักพักก็รู้สึกตัวเหมือนเดิม รู้สึก ปิติ จนน้ำตาไหล เบาสบายใจ อย่างที่ในชีวิตไม่เคยได้ มาก่อน......หลังจากนั้ผมก็จะจ้องเป็นประจำ สักพักก็จะรู้สึกเหมือนเดิม ... แต่ผมไม่ได้หลับตา และไม่ได้ นึกให้จำได้แต่เพ่งอย่างเดียว ประมาณ 5 นาทีก็จะได้สมาธิอย่างที่บอก.... ขอความกรุณา ช่วย สอนวิธีการ ให้ผม ว่าจะปฏิบัติต่อไป อย่างไรดี เละเวลาเพ่ง ต้องบริกรรม คาถาอะไรหรือไม่.. ขอบพระคุณครับที่กรุณา
เทพบุตร
10-03-2006, 02:15 PM
ขอสอบถามผู้มีประสบการณ์ครับ?
ผมฝึกสมาธิ สายหลวงพ่อสดวัดปากน้ำ(กสิณแสงสว่าง) นั่งได้เกือบสองชั่วโมง จะรู้สึกร้อนมาจากข้างใน ผมพยายามนั่งให้เกิดสมาธิเพื่อดับอารมณ์ แต่ก็ไม่สามารถทนความร้อนกรุ่นที่มาจากข้างในได้ซักที พยายามมาสาม ถึงสี่ครั้งแล้วครับ ไม่ทราบใครมีความรู้ช่วยอธิบายได้บ้าง เพราะปกตินั่งทำสมาธิแค่ชั่วโมงเดียวก็เลิกแล้ว ทีนี้ถ้าอารมณ์ดีๆก็อยากจะนั่งให้นานๆหน่อย
ปาริสัชชา
11-03-2006, 12:48 AM
ขอสอบถามผู้มีประสบการณ์ครับ?
ผมฝึกสมาธิ สายหลวงพ่อสดวัดปากน้ำ(กสิณแสงสว่าง) นั่งได้เกือบสองชั่วโมง จะรู้สึกร้อนมาจากข้างใน ผมพยายามนั่งให้เกิดสมาธิเพื่อดับอารมณ์ แต่ก็ไม่สามารถทนความร้อนกรุ่นที่มาจากข้างในได้ซักที พยายามมาสาม ถึงสี่ครั้งแล้วครับ ไม่ทราบใครมีความรู้ช่วยอธิบายได้บ้าง เพราะปกตินั่งทำสมาธิแค่ชั่วโมงเดียวก็เลิกแล้ว ทีนี้ถ้าอารมณ์ดีๆก็อยากจะนั่งให้นานๆหน่อย
สายหลวงพ่อวัดปากน้ำก็เป็นกสินอย่างหนึ่ง การฝึกสมาธิต้องใช้อารมภ์สบายๆ อารมภ์ปล่อยๆ อารมภ์วางๆ
ซึ่งคำพูดหนึ่งของคุณณฐมณฑ์เคยพูดว่า "เป็นจุดตั้งใจกับจุดพักผ่อน" ซึ่งหากจับอารมภ์ตรงจุดนั้นได้ ก็จะทำให้เข้าสู่ความสงบได้เร็ว
ส่วนที่คุณรู้สึกร้อนนั้น อาจจะมาจากใจที่รู้สึกเร่งตัวเองให้เข้าสู่สมาธิ ซึ่งที่ถูกต้องแล้วสมาธิและการเข้าฌานนั้น เราเป็นผู้ปรับแต่งอารมภ์ใจให้จดจ่อกับสิ่งใดสิ่งหนึ่ง เช่นคำภาวนา หรือนิมิต แล้วก็ใช้สติรู้ตามไปเรื่อยๆเท่านั้น แล้วสภาวะที่จิตจะเพิกต่อนิวรณ์ หรืออารมภ์อื่นๆก็จะเกิดขึ้น ทำให้จิตเข้าสู่อารมภ์ความเป็นหนึ่งเดียวหรือ เอกกัคตารมภ์ได้
พูดง่ายๆก็คือ เรามีหน้าที่ประคองจิตไปไว้ที่ปากถ้ำ แล้วจิตจะเข้าถ้ำไปเอง......
ส่วนระยะเวลาการทำสมาธิจะยาวหรือสั้นนั้นยังไม่สำคัญเท่า จิตเข้าสู่ความสงบได้มากหรือน้อยนะครับ ประโยชน์อยู่ที่ตรงนี้เป็นหลัก ส่วนเมื่อทำความสงบได้มาก และชำนาญแล้ว ก็ขอให้นำไปพิจารณาไตรลักษณ์เป็นหลักนะครับ เพราะจุดหมายสุดท้ายของการเจริญกรรมฐานก็คือ พระนิพพาน
วันนี้ขอแวะมาตอบสั้นๆ อย่างรวบลัดอย่างนี้นะครับ _/\_
สุริยทรงศีล
13-03-2006, 10:21 AM
การเกิดเป็นของน่ากลัวอย่างยิ่ง
ทุกท่านคงเคยได้ยินประโยคที่ว่าพลิกวิกฤติให้เป็นโอกาส เพราะมีโอกาสซ่อนอยู่ในการเกิดของเรา คือเกิดเป็นมนุษย์มีโอกาสเรียนรู้และเข้าใจในพระธรรม ได้มีโอกาสรู้จักพระรัตนตรัย รู้จักบุญ โมทนาบุญได้ ที่สำคัญที่สุดมีโอกาสได้ยินคำว่าพระนิพพาน อันเป็นของยากมากแม้ว่าแค่ได้ยินไม่ต้องพูดถึงว่ารู้จัก
การปรารถนาพระนิพพานต้องบำเพ็ญกุศลให้ถึงพร้อม ดังนั้นการโมทนาบุญจึงเป็นสิ่งที่วิเศษ เพราะบุญเป็นเครื่องช่วยในการสำเร็จธรรมนำไปสู่
พระนิพพานอันเป็นสุขอย่างยิ่ง
เทพบุตร
13-03-2006, 02:30 PM
ขอบคุณ คุณปาริสัชชาครับ
รบกวนช่วยให้ความเห็นเกี่ยวกับ การทำสมาธิในสายของวัดถ้ำขวัญเมืองด้วยครับ ว่าอยู่ในกรรมฐาน40กองหรือไม่
www.wattham.com (http://www.wattham.com)
พลรัฐ
18-03-2006, 12:08 AM
ดิน น้ำ ลม ไฟ เป็นกสิณกลางๆ จริตใดใด ก็ฝึกได้
กสิณไฟ จำภาพไฟ สีไฟ รูปทรงของไฟ ความร้อนของไฟ ความสว่างของไฟ (ใช้ใจจำ) ตอนฝึก ใช้ความเพียรพยายามจำให้ได้ ไม่มากไปกว่านี้ เมื่อจำได้ก็จดจ่อ ไม่คลาดครา ผลจะเกิดขึ้นเอง เป็นลำดับๆ (โดยมากสนใจกันแต่ผลที่จะเกิด ว่าจะเป็นอย่างนั้นอย่างนี้...อย่าลืม มันจะไม่เป็น หากจำไม่ได้).................(ระยะนี้จะมีความเปลี่ยนแปลงอย่าเพิ่งไปคิดถึงมัน มันเป็นไปเองตามดูมันไปเรื่อยๆอย่างจดจ่อ)......................................................จนถึงจุดสุดท้ายจิตสบายถึงที่สุดอารมณ์สงัดจากประสาทสัมผัสทั้งหมด ภาพกสิณเป็นดวงประกายพฤกษ์แจ่มใส(ยังคงคุณสมบัติความร้อนอยู่)
เมื่อฝึกคล่องดีแล้ว ตอนใช้งาน นึกถึงปุ๊บแจ่มใสเป็นประกายพฤกษ์เลย จะเล่น หรือจะทำวิปัสสนาก็ทำตอนนี้ ...........
koisung
18-03-2006, 09:13 PM
พยายามฝึกสมาธิ เพื่อจะก้าวต่อไปฝึกกสิณ เพิ่งเริ่มค่ะ จากที่เคยนั่งแล้วไม่สงบ ก็ได้ตัดกรรมที่ทำให้ไม่สงบไปแล้ว เวลานั่งเดี๋ยวนี้สงบขึ้นเยอะ แต่รู้สึกว่ายังไม่ก้าวหน้าไปไหนเลย
ต้องหาอาจารย์ก่อนหรือเปล่าคะ หรือเพราะว่าตอนนี้จิตยังไม่เปิด?
สงเคราะห์คนเขลาหน่อยเถอะค่ะ T_T
chatyman
18-03-2006, 10:22 PM
กระทู้ดี ๆ อย่างนี้ต้องขุด...ช่วงนี้คนสนใจกสิณกันเยอะ.
MORJAR
21-03-2006, 05:48 PM
ขออนุโมธนาครับ....
หมอเพิ่งเข้ามาใหม่แต่ผึกอานาปานสติอยู่ครับ....
ทำอย่างไรให้จิตยกเหนืออารมณ์ได้...
เพราะเมื่อมีสมาธิ..มีสติ..มีปัญญา..แต่ติดที่อารมณ์ค่อยจะฟุ้งเรื่อย
mega_way99
05-05-2006, 11:12 AM
อยากทราบเหมือนกันว่าชาติก่อนๆหน้านี้เคยฝึกกสิณอะไรมาบ้าง หรือเคยได้ฌาณขั้นไหนมา
ไม่ทราบว่าควรจะเริ่มจากกองไหนก่อนดี ควรจะใช้กสินกองใดเป็นกองแรกเพื่อนำร่องในการฝึก
แล้วเหมาะกับกสินไหน
วัสดุต่าง ๆ ที่หามาทำมีขนาดเท่าไร แล้วมองยังไง คะ แบบว่าไม่เข้าใจเท่าไร
เช่น ลูกแก้ว ขนาดเท่าไรถึงจะเรียกว่าใช้ได้ แล้วมองแต่ลักษณะและสีของแก้วใช่หรือเปล่าคะ สำหรับ กสินแสงสว่าง
ส่วนกสินสีขาว ก็มองเฉพาะสีของหลอดไฟใช่ไหมค่ะ ไม่รวมแสงไฟที่เปิดใช่ไหมคะ คือปิดก็ได้ แล้วดวงขนาดไหน
คือว่าไม่ค่อยเข้าใจหลักการทำกสินเท่าไรค่ะ
หรือว่าใช้กระดาษทำกสินสีเองควรมีขนาดเท่าไร
แบบว่าเบาปัญญามากค่ะ แต่อยากฝึกกสินมาก ๆ รบกวนด้วยนะคะ
มี msn ติดต่อก็ดีนะคะ
ชื่อ จุฑามาศ นฤชาติวรพันธ์ ค่ะ
mega_way99
05-05-2006, 11:17 AM
แต่ละกสิน ภาวนายังไงคะ หายใจเข้าว่าอะไร ออกว่าอะไร
mega_way99
05-05-2006, 11:52 AM
ใสสะอาดแล้วใสเป็นประกายพรึก เป็นยังไงหรือคะ อย่างเช่น สีเขียว
พลรัฐ
13-06-2006, 06:02 AM
...อย่าเพิ่งสงสัย...เอาแค่รู้....ทำทำไปเดี๋ยวผลก็เกิด ในเบื้องต้นนี้เราต้องการรวมจิตให้เป็นหนึ่งด้วยกุศโลบายให้สนใจสิ่งๆหนึ่งที่เป็นภาพ การเปลี่ยนแปลงของภาพจะขึ้นอยู่กับ สมาธิ ใจเย็นๆ..ถ้าสงสัยใจมีนิวรณ์ สมาธิไม่เกิด........
......ดั่งในพระสูตร ลูกนายช่างทอง ที่ได้รับ ดอกบัวสีแดง จากพระพุทธองค์ ๆ ตรัสสั่งให้พิจารณาสีแดงแล้วจำให้ขึ้นใจ(ติดใจ).....................ท่านก็ได้ทำตามนั้นผลก็เกิดขึ้นกับจิตของท่าน
....ท่านให้ใช้ อิทธิบาท4 กำกับจิตของเรา
-ทำด้วยความพอใจ เต็มใจทำ
-ทำด้วยความต่อเนื่อง คือขยันทำ
-ทำด้วยความตั้งใจ จดจ่อไม่วอกแวก
-ทำด้วยความฉลาด ใช้ปัญญาควบคุม(ว่าทำครบไหม)
sindea
18-06-2006, 01:26 AM
ชื่อ ศิลทยา ป้องปิ่นค่ะขอความกรุณา ด้วยค่ะว่าควรจะใช้กสินกองใดในการฝึก ขอบคุณพี่มากๆค่ะ
Siltaya_cs@hotmail.com<?xml:namespace prefix = o ns = "urn:schemas-microsoft-com:office:office" /><o:p></o:p>
tamsak
18-06-2006, 08:51 PM
มาช่วยดันกระทู้ครับ เผื่อว่าคุณณฐมนฑ์หรือคุณปาริสัชชามีเวลาว่าง อาจเข้ามาตอบและให้ความรู้แก่น้องๆ ที่เพิ่งเข้ามาอ่านบ้าง
.
วิปจิตัญญู
03-07-2006, 01:49 PM
ขอมาต่อ บุญให้ พี่เค้าทั้ง 2 พี่เค้าทั้ง 2 ท่าน ต้อง ทำทั้ง หน้าที่ ทางโลก และ หน้าที่ ทางธรรม ควบคู่กันไป คงไม่มีเวลา มาตอบให้ ในบางเรื่อง ผมจะช่วยตอบ ด้วยความรู้ แค่หางมดของผมไปก่อนนะครับ
การฝึกกสิน ผมว่า ถ้าคนปกติ มาทำเลยเนี่ย จะทำไม่ไหว นอกจากจะมีของเก่าติดตัวมาเยอะนะครับ เพราะในกรรมฐานทั้ง 40 กอง กสิน ทั้ง 10 กอง ต้องใช้ อารมณ์ที่ถึง ณาน4 ทุกกอง ทำให้ มีความยาก มากกว่า กองอื่นๆ ซักหน่อย แต่เชื่อเถอะครับ ถ้ามีกำลังใจดีแล้วมีอิทธิบาท4ที่ตั้งมั่นว่าจะ ทำให้สำเร็จและจะแจ้งในธรรม บารมี ด้าน ทาน ศีล เต็มแล้ว มี พรหมวิหาร 4 ประจำใจ จะเป็น อาหาร หล่อเลี้ยง สมถะ สมาธิกองนี้ให้ก้าวหน้าขึ้นไป ได้อย่างรวมเร็ว
อย่างไรก็ตาม ของยก คำสอนของพี่ ณฐมนฑ์มานะครับ สำคัญมาก เพราะ จะได้ หรือไม่ได้ก็ขึ้นกับ วิธีคิด แบบนี้ด้วยครับ
หลายท่านคงได้ยินมาเสมอว่า....
"ในการฝึกจิต-ฝึกกรรมฐานนั้น ต้องไม่โลภที่จะได้ฤทธิ์ หรือได้ญาณ
มิฉะนั้นแล้วจะเป็นอุปสรรคแก่ความก้าวหน้าของตน"
ขอยืนยันว่าจริงตามนั้นค่ะ
แต่จะห้ามไม่ให้อยากได้อย่างไรหรือ?
สำหรับบางคนนั้นอาจจะไม่ง่ายที่จะห้ามใจนะคะ
ให้ทำอย่างนี้ค่ะ
พึงคิดว่า เราฝึกฝนโดยเป็นพุทธบูชา เราปฏิบัติความดี(คือการทำกรรมฐานครั้งนี้)
ถวายเป็น"การปฏิบัติบูชา" อันเป็นการบูชาพระคุณแห่งพระพุทธองค์โดยปราณีตยิ่งกว่าอามิสบูชา
ส่วนฤทธิ์ หรือญาณจะมาเมื่อไรก็เรื่องของเขา เขามาตามวาระของเขาที่เนื่องกับจังหวะกุศลของเรา
เราเป็นมนุษย์ผู้มีหน้าที่ฝึกจิตตนเพื่อความก้าวหน้าในความดี เราก็ทำตามหน้าที่ของเราไป
จังหวะใดที่กุศลส่งได้จังหวะ สิ่งนั้นจะเกิดแก่ผู้ฝึกฝนอย่างมีอิทธิบาทสี่เองค่ะ
ส่วน กสินแสงสว่างนั้นเป็น กสินกลางนะครับ เหมาะ กับ ทุก จริต เน้นว่าทุกจริต เพราะฉะนั้น ทุกท่านสามารถ ฝึกให้แจ้งได้ และใช้ได้ ขอให้มี อิทธิบาท4 และ หา เวลาฝึก นานๆ หน่อย
เพราะ ฉะนั้น เราไม่จำเป็นต้องถาม ครับผม ว่าเราเหมาะกับ กสินกองไหนมาจาก อดีตชาติ ไม่งั้นต้องมีคนอีกเป็นล้าน ล้านๆ คนมาถาม พวกท่านที่ได้ แล้ว สงเคราะห์กันไม่หมด แน่ๆครับ ถ้าเราสามารถ ทำให้แจ้ง ถึงณาน4 ได้แล้ว ใน กสินแสงสว่างท่านก็สามารถ อธิฐาน ขอให้มี ทิพย์ จักขุ หรือ ตาทิพย์ได้เอง และ ทูลถามต่อ องค์สมเด็จท่านโดยตรงได้ครับ ภาพของกสิน กองนั้นที่ท่านถนัดจะปรากฏขึ้นมาเอง ครับ (verygood)
ขออนุโมธนาครับ....
หมอเพิ่งเข้ามาใหม่แต่ผึกอานาปานสติอยู่ครับ....
ทำอย่างไรให้จิตยกเหนืออารมณ์ได้...
เพราะเมื่อมีสมาธิ..มีสติ..มีปัญญา..แต่ติดที่อารมณ์ค่อยจะฟุ้งเรื่อย
บารมี ของคุณหมอยังไม่เต็มดีนะครับ ให้ หมั่นทำทาน ก่อนให้ทานให้นึกถึงตอนที่ได้ให้และมีความสุข ตอนให้ขอให้ เต็มไปด้วย ปิติสุข หลังจากให้กลับมา คิดดู ก็เกิดธรรมปิติ สุข อย่างนี้ บารมี ด้านทานจะเต็มเร็ว และส่งเสริม ศีล ก่อน สวดมนต์ ทำสมาธิ ต้อง อารธนาศีล ทุกครั้ง และ เกิดธรรมปิติทุครั้ง ที่ นึกถึงการรักษา ศีล ว่า เราเป็น มนุษย์ที่ดี คนนึง ได้บริสุทธิ์ ก็คือวันที่เราได้รักษา ศีล 5 หรือ ศีล อื่นๆ ครบองค์ นะครับ
กำลัง ของ ทาน และ ศีล จะเป็น พื้นฐานของสมถกรรมฐาน ถ้าคุณหมอ ฝึกในอาณาปานสติ กำลังของสมาธิจะมีมากขึ้น ด้วย อานิสงค์ ของพื้นฐาน 2 ตัวจะส่งเสริมให้คุณหมอ ก้าวหน้าได้เร็วและ ดับ อารมณ์ ฟุ้งซ่านได้ เพราะ จริงๆแล้ว อาณาปานสติ เป็น กรรมฐานที่ปราบจริตตัวนี้อยู่แล้ว อ่อ ต้องกำจัด นิวรณ์ ทั้ง 5 ให้หมดไปด้วยนะครับ สมาธิถึงจะเกิด
อยากทราบเหมือนกันว่าชาติก่อนๆหน้านี้เคยฝึกกสิณอะไรมาบ้าง หรือเคยได้ฌาณขั้นไหนมา
ไม่ทราบว่าควรจะเริ่มจากกองไหนก่อนดี ควรจะใช้กสินกองใดเป็นกองแรกเพื่อนำร่องในการฝึก
แล้วเหมาะกับกสินไหน
วัสดุต่าง ๆ ที่หามาทำมีขนาดเท่าไร แล้วมองยังไง คะ แบบว่าไม่เข้าใจเท่าไร
เช่น ลูกแก้ว ขนาดเท่าไรถึงจะเรียกว่าใช้ได้ แล้วมองแต่ลักษณะและสีของแก้วใช่หรือเปล่าคะ สำหรับ กสินแสงสว่าง
ส่วนกสินสีขาว ก็มองเฉพาะสีของหลอดไฟใช่ไหมค่ะ ไม่รวมแสงไฟที่เปิดใช่ไหมคะ คือปิดก็ได้ แล้วดวงขนาดไหน
คือว่าไม่ค่อยเข้าใจหลักการทำกสินเท่าไรค่ะ
หรือว่าใช้กระดาษทำกสินสีเองควรมีขนาดเท่าไร
แบบว่าเบาปัญญามากค่ะ แต่อยากฝึกกสินมาก ๆ รบกวนด้วยนะคะ
มี msn ติดต่อก็ดีนะคะ
ชื่อ จุฑามาศ นฤชาติวรพันธ์ ค่ะ
ตอบให้แล้วนะครับ ด้านบน ส่วน จะเอาอะไร มาเพ่งให้เกิดนิมิตร ผมแนะนำ ลูกแก้วใสครับ เพราะ ไม่เสียสายตาครับ (verygood) หรือ องค์พระที่เป้นแก้วก็ได้ครับ เราจะได้ ทั้ง พุทธานุสติ ธรรมานุสติ สังฆานุสติ และ อาโลโกกสิน(แสงสว่าง) ควบไปทั้ง 4 กองเลยครับ
ใสสะอาดแล้วใสเป็นประกายพรึก เป็นยังไงหรือคะ อย่างเช่น สีเขียว
เคยเห็น Crystal สีเขียวสะท้อนแสงมั้ยครับ แบบนั้นแหละครับ แพรวพราว เป็น ผลึก :cool: เหมือนมี รัสมี ฉัพพลังสี ออกมาครับ
ขอให้ทุกท่านโชคดี ประสบความสำเร็จในกสินแห่งแสงและ ได้ค้นพบ แสงธรรมของหลวงพ่อ และคำสอนของ องค์สมเด็จ ท่าน เพื่อเป็นดวงประทีปแก้ว เป็นแสงธรรม แสงธาร นำท่านไป สู่ พระนิพพานใน เร็ววันนะครับ ขอโมทนาสาธุ กับ ความดีของทุกท่าน ทั่ว อนัตตาจักรวาลครับ สาธุ(f) เจอกันที่ นิพพาน ครับ นิพพาน นัง ปัจจโย โหนตุ
boydd
03-07-2006, 04:00 PM
ขอบคุณ คุณวิปจิตัญญู (http://www.palungjit.com/board/member.php?u=27906) มากคับที่ช่วยเหลือในเรื่องการฝึกกสิณคับ อนุโมทนา คับ
Raindrops
14-07-2006, 04:17 PM
มีเรื่องถามผู้มีปัญญา
เราเป็นคนความจำดีอยู่แล้วอ่ะ
เห็นอะไรแป็บเดียวก็จำได้แล้ว
แล้วฝึกกสินแสงสว่างโดยใช้รูปของคุณwebsnowอยู่
เห็นครั้งเดียวก็จำได้แล้ว
จะนึกขึ้นมาโดยไม่มีรูปก็ทำได้
อย่างนี้ถือว่าเป็นนิมิตรึป่าว
แล้วจะฝึกต่อยังงัยอ่ะค่ะ
countdown
15-07-2006, 09:11 AM
โลภอยากได้ยังไงก็ไม่เกิด ที่ทำเลื่อย ๆ ดันได้ซะนี่ ยังกะถูกหวยแนะงึงึ โลภมากมักลาภหาย
วิปจิตัญญู
16-07-2006, 10:06 AM
มีเรื่องถามผู้มีปัญญา
เราเป็นคนความจำดีอยู่แล้วอ่ะ
เห็นอะไรแป็บเดียวก็จำได้แล้ว
แล้วฝึกกสินแสงสว่างโดยใช้รูปของคุณwebsnowอยู่
เห็นครั้งเดียวก็จำได้แล้ว
จะนึกขึ้นมาโดยไม่มีรูปก็ทำได้
อย่างนี้ถือว่าเป็นนิมิตรึป่าว
แล้วจะฝึกต่อยังงัยอ่ะค่ะ
หลวงพ่อ เคยเทสน์ไว้ว่า ผู้ที่ เคยได้ ทิพย์จักขุณาน มาในปางก่อน หรือเคยฝึก หรือได้ กสินแสงสว่างมาก่อน เพียงได้เห็น ภาพ นิมิตที่เป็นของหยาบ จิตจะได้ อุคหนิมิตร หรือ ปฏิภาค ถ้าบารมี สูง มากๆ ก็อาจจะได้เลย ก็ได้ครับ - -''
ส่วนการ ศึกษา เรื่อง กสิน ให้ศึกษา จากในเว็บนี้นะครับ มีข้อมูลอยู่ พร้อมหมดแล้ว เหลือ แต่ความตั้งใจจริงๆของพวกคุณว่าจะได้ หรือไม่ได้ครับ (verygood) ขออวยพรให้ได้ กันท่วนหน้านะครับ โมทนาสาธุกับทุกความดีคร้าบผม:cool:
ขอบคุณ คุณวิปจิตัญญู (http://www.palungjit.com/board/member.php?u=27906) มากคับที่ช่วยเหลือในเรื่องการฝึกกสิณคับ อนุโมทนา คับ
อูย อย่าขอบคุณผมเลย ^^'' ขอบคุณ พระพุทธเจ้าท่าน หลวงพ่อปาน หลวงพ่อฤาษีท่าน ดีกว่าครับ ผม ยังไม่ควรค่าแก่การ ขอบคุณครับผม
Raindrops
16-07-2006, 02:35 PM
ขอบคุณน่ะค่ะ คุณวิปจิตัญญู
boydd
19-07-2006, 06:00 PM
วันนี้ เพิ่งมานั่งอ่านกระทู้นี้ แบบตั้งใจ อ่าน ทุกหน้าแต่เกือบทุก คห.
รู้สึก ดีมากๆเลย ขอขอบคุณ คุณ ณฐมนท์ และคุณ ปริสัชชา มากนะครับ
ที่มาช่วยเหลือ คับ ผมจะ ฝึกฝนตัวเองต่อไปอย่างไม่ท้อครับ
ปล.มองดู รูปแทนตัวปริสัชชา (ที่เป็นลูกแก้วสีฟ้า) แบบมีสมาธิน่ะครับ รู้สึกเย็น ถึงเย็นมากครับ แต่เป็นความรู้สึกที่สบายครับ
แหะๆ สงสัยคิดไปเองอีกแระ อิอิ
lnwwai
21-07-2006, 11:13 PM
อยากทราบเหมือนกันว่าชาติก่อนๆหน้านี้เคยฝึกกสิณอะไรมาบ้าง หรือเคยได้ฌาณขั้นไหนมา ช่วยบอกหน่อยนะ(หรือพึ่งเกิดเป้นคนชาติแรกหว่า-*-) ขอบคุณครับ(f)
asuka
22-07-2006, 10:04 AM
ยังงงอยู่อ่ะค่ะ การเพ่งกสิณจำเป็นไหมค่ะที่เราต้องได้ฌานก่อน
หรือเราคนธรรมดาฝึกเองได้เลย มีแค่ขณิกสมาธิก็เพ่งกสิณได้ใช่ไหมค่ะ
พลรัฐ
22-07-2006, 08:05 PM
...กสิณ เป็นวิธี ทำให้เกิด ฌาน
...หากได้ ฌาน4 มาแล้ว กสิณก็ง่ายมากๆ
oun_narak
27-07-2006, 01:28 PM
อยากทราบเหมือนกันครับ แต่ไม่รู้ต้องบอกชื่อจริงหรือเปล่า ชื่อ ภัทโรดม พรหมสวัสดิ์ แบบว่าเป็นคนฝึกวันละนิดวันละหน่อยนะครับ อยากได้ดูว่าที่ฝึกสมาธินั้นผมไม่แน่ใจว่าได้ฌาน4หรือเป่า แต่สนใจ กสินมากเลยครับ รบกวนด้วยนะครับ (จะเพียรต่อไปครับ ขอบคุณ)
oun_narak
27-07-2006, 01:28 PM
อยากทราบเหมือนกันครับ แต่ไม่รู้ต้องบอกชื่อจริงหรือเปล่า ชื่อ ภัทโรดม พรหมสวัสดิ์ แบบว่าเป็นคนฝึกวันละนิดวันละหน่อยนะครับ อยากได้ดูว่าที่ฝึกสมาธินั้นผมไม่แน่ใจว่าได้ฌาน4หรือเป่า แต่สนใจ กสินมากเลยครับ รบกวนด้วยนะครับ (จะเพียรต่อไปครับ ขอบคุณ)
วิปจิตัญญู
01-08-2006, 12:09 PM
อยากทราบเหมือนกันครับ แต่ไม่รู้ต้องบอกชื่อจริงหรือเปล่า ชื่อ ภัทโรดม พรหมสวัสดิ์ แบบว่าเป็นคนฝึกวันละนิดวันละหน่อยนะครับ อยากได้ดูว่าที่ฝึกสมาธินั้นผมไม่แน่ใจว่าได้ฌาน4หรือเป่า แต่สนใจ กสินมากเลยครับ รบกวนด้วยนะครับ (จะเพียรต่อไปครับ ขอบคุณ)
ทำสมาธิให้ได้ อย่างน้อย อุปจารสมาธินะครับ ข้อมูล เพิ่มเติมในเว็บนี้มีหมดแล้วครับ แล้วไปฝึกมโนยิทธิที่ซอยสายลม นะครับ ถ้า จิตที่บำเพ็ญมาดีแล้วไม่เกิน 3 ครั้ง ( 3วัน ) ก็ได้ วิชามโนยิทธิ ครับ แล้วทีนี้ก็ ทูลถาม องค์สมเด็จเองได้ครับ จริงๆแล้ว กสิน แสงสว่าง หรือ อโลโกกสินเนี่ย เป็นกสิน กลางนะครับ เหมือน อาณาปานสติ เป็น สมถะ กลางเหมือนกัน ใครๆก็ฝึกได้ครับ ขอเพียงมีความเพียรและปรารถนา เพื่อจะฝึก มี อิทธิบาท 4 ผมเชื่อว่า ทุกท่านได้แน่นอนครับ
ขออวยพรให้ได้ในเร็ววันนะครับ เพราะมีประโยชน์ นำกำลังของ สมถะ มาช่วยในการวิปัสสนาอย่างมากครับ (verygood)
ยังงงอยู่อ่ะค่ะ การเพ่งกสิณจำเป็นไหมค่ะที่เราต้องได้ฌานก่อน
หรือเราคนธรรมดาฝึกเองได้เลย มีแค่ขณิกสมาธิก็เพ่งกสิณได้ใช่ไหมค่ะ
อันดับ แรก ต้อง ถามตัวพวกคุณเองก่อน ว่าจะฝึกกสินกันทำไม ฝึกไปเพื่ออะไร ถ้าหวังใน ฤทธิ์เดช นั้น ผมว่ายากที่จะได้ เพราะจิตจะเต็มไปด้วย กิเลส แต่เมื่อฝึกไปแล้ว ความสงบ และความสุข ธรรมปิติ ในจิตจะเกิดขึ้น จนชำระ ความเลว และ กิเลส ให้สิ้นไปชั่วขณะ ทำให้เรา เริ่มละอาย และ เลิกล้มความคิด ที่ไม่ดีไปครับ
การฝึกให้ได้ณาน ในกรรมฐานกองใดกองหนึ่งมาก่อน นั้น จะช่วยให้ได้ กสินเร็วขึ้นครับ เพราะ อารมณ์สมถะเหมือนกันหมด คือ ขณิกสมาธิ - ณาน4 สิ่งที่เปลี่ยนไป คือ คำภาวนา และ สิ่งที่เรานำมากำหนดเป็นสมาธิครับ เช่น เรานำเอา ลมหายใจ หรือ แสงสว่างมาเป็นสมาธิเป็นต้น ( สมาธิ : มีใจจดจ่อ กับสิ่งใดสิ่งหนึ่ง )
XZODIA
04-08-2006, 05:45 PM
ไม่รู้จะเอากองไหน ก่อนดีหนอ
ลามะน้อย
06-08-2006, 08:24 PM
ถึงพี่ ณฐมณฑ์ (http://www.palungjit.com/board/member.php?u=130) ไม่ทราบว่าพี่ยังได้แวะเข้ามาในกระทู้นี้อีกเปล่า อยากจะบอกพี่ว่าผมมีความรู้สึกดีใจมากที่ได้อ่านเรื่องราวของพี่ พี่พอที่จะรับผมเป็นศิษย์อีกคนได้ไหม ผมสัญญาน่ะว่าผมจะฝึกสมาธิเพื่อการหลุดพ้นอย่างแท้จริงแม้ตัวจะตายในสมาธิก็จะยอม อย่างน้อยๆการกระทำเช่นนั้น ของผมก็เป็นการแสดงว่าร่างกายของเรานั้นจิงๆมิใช่ของเราการเกิดดับเป็นธรรมดาอยู่แล้ว สุดท้ายวันนี้ไม่ตายพรุ่งนี้ก็ต้องตายเป็นธรรมดา อยากให้พี่รับผมเป็นศิษย์จะได้ไหม ผมมีความตั้งใจจิงอย่างมากๆๆ จากอีเมล japan-1@hotmail.com อายุ21ขวบ
ลามะน้อย
06-08-2006, 08:42 PM
ถึงพี่ ณฐมณฑ์ (http://www.palungjit.com/board/member.php?u=130) อีกครั้ง ช่วยดูให้หน่อยน่ะว่า จริตผมเหมาะกับกสิณประเภทใด อิอิ ขอบคุณมา ณ ที่นี้ด้วยผม ชื่อนาย จักร์กริช มณฑิราลัยพร เกิดวันที่ 15ตุลาคม ปี2528 อยากให้รับกระป๋มเป็นลูกศิษย์หน่อยคร๊าบบ
ตรัยรัตน์
11-08-2006, 12:49 AM
ขออนุโมทนาครับ
ตรัยรัตน์
11-08-2006, 12:54 AM
อยากสอบถามว่าเวลาทำกสินแสงสว่าง โดยใช้พระพุทธรูปแก้วใสนั้น ระยะห่างควรที่จะสามารถจับโฟกัสให้ทั่วทั้งองค์ได้สะดวกรึเปล่าครับ เพราะผมสายตาสั้นถ้าเพ่งใกลกว่าสักครึ่ง เมตรก็เบลอแล้วครับ หรือผมควรจะเปลี่ยนมาใช่ลูกแก้วใสดี จะทำให้จำง่ายแล้วเกิดอุคนิมิตร ง่ายกว่ารึเปล่าครับ หรือจะถ่ายรูปพระพุทธรูปใสให้เล็กลงในจุดโฟกัสที่พอดีกับตาแล้วเพ่งที่รูปถ่ายแทนจะใช้ได้รึเปล่าครับ
<?xml:namespace prefix = o ns = "urn:schemas-microsoft-com:office:office" /><o:p> </o:p>
แล้วก่อนจะเริ่มเพ่งต้องกล่าวคำบูชาพระรัตนตรัย คำสมาทานพระกรรมฐาน หรือท่องคำอารธนาศิลก่อนรึเปล่าครับ แล้วเวลาฝึกกสินแสงต้องใช้คำภาวนาอย่างไรจึงจะเหมาะสมครับ
รบกวนดว้ยนะครับ ขอบคุณครับ
ศิษย์น้อย
13-08-2006, 01:07 PM
ผมยอมรับว่าเป็นกระทู้ ที่ดีที่สุด เทียบเท่าตำราการฝึกกรรมฐาน เลย...
มาช่วย ดัน กระทุ้ คับ
perter
16-08-2006, 05:48 AM
เรียนถามคุณณฐมณฑ์
ขณะที่ฝึกสมาธิ-อาปานสติ มักมีอาการคือมีพลังงานอะไรไม่ทราบก่อตัวขึ้นบริเวณจมูก ดั้งจมูก ระหว่างคิ้ว ซึ่งตัวเองไม่ได้ตั้งใจให้เกิด และมักจะเกิดขึ้นเสมอในการทำสมาธิในแต่ละครั้ง อยากทราบว่า
1.ความรู้สึกแบบนี้หมายความว่าอย่างไร
2.ถ้าเอาจิตไปช่วยเร่งให้แรงขึ้นจะเป็นอย่างไร
3.เปลี่ยนที่อยู่ของจิตมาจับที่ความรู้สึกนี้ได้ไหม
ปล.เวลาปกติ ก็มีอาการหนึบๆ อยู่ครับ
ช่วยตรวจสอบให้ด้วยนะครับ สนใจกสิณ อยากรู้ว่าเหมาะกับกองไหน
Akkra1978
18-08-2006, 12:18 AM
สวัสดีครับคุณณฐมณฑ์ ผมอยากจะขอถามว่า ผมจะต้องฝึกสมาธิตามจริตหรือเคยถนัดกสิณอะไรครับ / อัครพงศ์ แก้วบุญเรือง
Carbonato
18-08-2006, 07:09 AM
เมื่อไหร่พี่ณฐมณฑ์จะมาตอบต่อเนี่ย...
Pattana
18-08-2006, 10:19 AM
ได้อ่านหน้าแรกแล้วสนใจมาก เลยกะโดดมาหน้าสุดท้ายเลย
อยากฝึกกสินด้วยครับ แต่ไม่รู้ว่าผมควรจะฝึกกองไหนดี ที่เหมาะกับผม
จะส่ง PM เข้าไปถามก็ไม่ได้ เข้าใจว่า คงมี PM เต็มกล่องนะครับ
งั้นก็จะขอรอคำตอบในนี้ก็แล้วกันนะครับ
jomr0547
23-08-2006, 05:51 PM
โมทนาบุญด้วยครับ
wassana
30-08-2006, 12:50 PM
คุณณฐมนฑ์
ขอเป็นศิษย์สักคนค่ะฝึกสมาธิอยู่แต่ยังไม่ถึงไหนเลยค่ะขอคำแนะนำค่ะ maczy_ending@hotmail.co
wassana
30-08-2006, 12:50 PM
คุณณฐมนฑ์
ขอเป็นศิษย์สักคนค่ะฝึกสมาธิอยู่แต่ยังไม่ถึงไหนเลยค่ะขอคำแนะนำค่ะ maczy_ending@hotmail.com
พันวฤทธิ์
30-08-2006, 08:18 PM
ได้ฟังแผ่นซีดีหลวงปู่เทสก์ สอนเรื่องกัมมัฏฐาน 40 กอง ในหมวดกสิณ 10 ในหัวข้อเตโชกสิณ ท่านบอกว่าเพ่งไฟมันเหนื่อย เพราะจิตส่งออกนอก ให้ใช้การเพ่งความร้อน หรือไออุ่นจากร่างกายใช้ได้เช่นกัน ลองฝึกดู ผลคือ
1. ได้อารมณ์ดีเหมือนกัน แต่นิมิตเกิดช้ากว่าเพ่งแสงเทียน หรือไฟ
2. ลองกำหนดวาโย โดยใช้สายลมจากเครื่องปรับอากาศมากระทบร่างกาย จับอารมณ์ที่มากระทบ ได้อารมณ์เช่นเดียวกัน และปัญหาเดียวกัน
3. เพ่งน้ำ ใช้ตามหลวงพ่อฤาษี โดยเดินเข้าไปในห้องน้ำ นำน้ำใส่แก้ว มองผ่านแว๊บนึง จิตกำหนดความใสของน้ำ (ไม่ต้องคำนึงถึงแก้วน้ำ) อารมณ์ที่ได้เหมือน 1. และ 2.
ดังนั้นจึงขอสรุปว่า หากอารมณ์มีการทรงตัวที่ดีแล้ว เพ่งอะไรก็น่าจะติดหมด โดยถึงที่สุดแล้ว ก็จะเกิดนิมิตติดใจ นึกเมื่อใดได้เมื่อนั้น โดยมิต้องแสวงหาอุปกรณ์ใดมาเพิ่มเติม เหมือนดังท่านหลวงพ่อพุธ ฐานิโย เคยลองให้ชายคนนึงที่ฝึกสมาธิ แล้วคิดถึงแฟนตลอดเวลา ให้นึกหน้าแฟน ก็ปรากฏว่าใช้เป็นสมาธิได้และถ้าจิตนิ่งพอ ก็น่าจะทรงอารมณ์จนถึงฌาณได้เช่นกัน เหมือนอย่างในสมัยพุทธกาลที่มีการเพ่งผ้าขาว เพ่งดอกไม้ หรืออย่างฝรั่งกำหนดจิตจากเสียงเพลง (เคยทดลองกำหนดจิตจากเพลง "นิพพาน"ของคุณจำรัส ก็ได้อารมณ์ปิติเช่นเดียวกัน เมื่อทรงอารมณ์ไปนานๆ จิตจะพัฒนาขึ้นเป็นองค์ฌาณได้เช่นกัน สามารถทรงอารมณ์ได้นับชั่วโมงครับ)
c.c.n.
31-08-2006, 06:24 PM
อยากทราบเรื่องอาโปกสินครับ มีฤทธิ์ด้านใด และเหมาะกับคนแบบไหนครับ
อนุโมทนา สาธุ
Supernova
06-09-2006, 08:42 AM
พี่ ณฐมนธ์ หายไปเลยแหะ
มาช่วยๆแนะนำตามปัญญาบุญวาสนาอันน้อยนิดครับ
ใครที่จะฝึกกสิณ หรือกรรมฐานอื่น ผมว่าควรจะฝึกอานาปานสติก่อนด้วย เป็นเป็นพื้นฐานให้กรรมฐานทุกกองก็ว่าได้ เพราะ ลมหายใจสามารถเป็นตัวทำให้เข้าออกฌานได้คล่องแคล่วนะ
boydd
06-09-2006, 06:06 PM
เห็นด้วยกับคุณ Supernova (http://www.palungjit.com/board/member.php?u=3239)<SCRIPT type=text/javascript> vbmenu_register("postmenu_312369", true); </SCRIPT> อย่างยิ่งคับ
bingping
18-09-2006, 02:11 PM
อนุโมทนาครับ อภิชาติ แซ่จิว อยากรู้เหมือนกันว่าเคยฝึกกสินกองไหน และเคยฝึกมโนมยิทธิมาหรือเปล่าถามให้ด้วยนะครับ อ่อ แล้วในระยะเวลาอันใกล้นี้จะฝึกมโนฯจนได้ญาณ 8 ไหมครับ ประมาณ1เดือน ถ้าจะให้ดีตอบให้ทางเมลล์ หรือข้อความส่วนตัวนะครับ กลัวกลับมาหาไม่เจอ bingping@hotmail.com
mayom
24-09-2006, 07:04 AM
ไม่เคยฝึก เคยทำแต่สมาธิ ครับ ช่วงนี้ก็ห่าง ๆแล้ว แต่มีอะไร จาถามผู้รู้วานช่วยตอบ ทีนะครับ เวลา จิตรวม เป็นหนึ่ง ทำไม อธิฐาน ยากจัง เหมือนกับ มันฝืดไปหมดเลยครับจะต้องรวบรวม พลังใจทั้งหมด เพื่อคิดประโยค เดียว แค่ลองดู ก็ยังไม่ ประสบผล หรือว่าผมทำผิดวิธีครับ( ถ้าไม่ถูก ก็ต้องขอโทษด้วยนะครับที่พูดเพ้อเจ้อ)
den_siam2523
25-09-2006, 09:29 PM
อนุโมทนาด้วยนะครับ ตอนนี้ผมฝึกกำหนดรู้ลมหายใจเข้าออก ครับ มันง่ายดีและนิมิต ไม่น่ากลัวครับ
waratrick
26-09-2006, 10:46 AM
ผมอยากทราบว่าผมเคยฝึกกสิณกองไหนมาบ้างครับ กองไหนเหมาะกับผมโดยปรกติผมฝึกอานาปานสติ เลยอยากจะทราบว่า เคยฝึกกองใดมาบ้าง ขอบคุณครับ
waratrick
26-09-2006, 10:51 AM
ผมอยากทราบว่าผมเคยฝึกกสิณกองไหนมาบ้างครับ กองไหนเหมาะกับผมโดยปรกติผมฝึกอานาปานสติ เลยอยากจะทราบว่า เคยฝึกกองใดมาบ้าง ขอบคุณครับ waratrick@hotmail.com นะครับ
phaiwan
03-10-2006, 10:13 AM
ขออนุโมทนา...คุณณฐมณฑ์
ผมได้สนใจศึกษาเรื่องกสิณอยู่แล้ว และก็พยายามฝึกในหลายกอง ลายกสิณ ก็อยากถามด้วยผมเคยมีกสิณใดมาก่อนหรือไม่มีเลยในอดีตชาติ ช่วยกรุณาถามท่านผู้รู้ด้วยและกรุณาให้ทราบในตอบในเว็บนี้ได้เลยนะครับ ไม่สงวนข้อความที่เผยแพร่เพื่อเตือนสติให้ทุกท่าน
และขอเตือนสมาชิกและไม่เป็นสมาชิกทุกท่านที่เข้ามาอ่าน...กรุณาอย่าได้ลบหลู่เรื่องเหล่านี้เลย เพราะมันเป็นเรื่องที่มีอยู่จริง...(ถ้าสนทนาเรื่องฤทธิ์อภิญญาในหมู่คณะที่เข้าใจและมีอยู่ในตัวจริงถือว่าไม่ได้อวดคุณอุตริแต่อย่างใด แต่ถ้าหากไม่มีภูมิความรู้แต่มาแอบอ้างแบบเปรตกู้ นั่นเรียกอุตริ ซึ่งก็เช่นเดียวกับครูบาอาจารย์ทั้งหลายท่านจะคุยกันในหมู่คณะเท่านั้น แต่ถ้าเรื่องได้ยินถึงโยมเมื่อไหร่เป็นเรื่องทันที) ขอเตือนหาไม่แล้วจะเสียดายหากท่านได้ละจากภพนี้ไปแล้ว...อย่าปล่อยเวลาอันมีค่าที่อยู่ในโลกมนุษย์ซึ่งเวลาเริ่มนับถอยหลังกันแล้ว
จาก ภูมิธรรมน้อย
takfa
04-10-2006, 11:51 PM
รบกวนคุณณฐมนฑ์ ช่วยตรวจดูให้ผมด้วยครับ ว่าผมควรฝึกสมาธิแบบไหนจึงจะเหมาะกับผมครับ (takfa) ผมเพิ่งเข้ามาสนใจแต่ไม่รู้ว่าจะเริ่มฝึกแบบไหนดีครับ (อยากทราบว่าอดีตชาติล่าสุดด้วยครับ takfa22@hotmail.com)
ขอบคุณมากครับ
phaiwan
15-10-2006, 06:19 PM
อยากรู้ว่าในอดีต ผมเคยได้กสิณกองใดบ้าง
dpongchai
17-10-2006, 06:29 PM
ต้องรบกวนพี่ณฐมณฑ์ด้วยครับ อยากทราบว่าในอดีตเคตได้มาบ้างรึปล่าวน่ะครับ เพราะรู้สึกว่าปฏิบัติแล้วไปช้าเหลือเกิน ขอบพระคุณครับ
พงษ์ชัย ครับ
จ๋องแจ๋ง
02-11-2006, 04:03 AM
สวัสดีครับ พี่ๆทางธรรมทั้งหลายแล้วก็พี่ทั้ง2คนที่ช่วยดูแลแนะนำการฝึกกสิณนะครับ ผมเลื่อมใสพี่ทั้ง2คนมากนะครับ เข้าใจว่าพี่เหนื่อยพักก่อนก็ได้ แล้วค่อยเข้ามาตอบ อย่างนี้จะดีกว่าครับ ไม่อย่างนั้นกระทบกระเทือนถึงสุขภาพจะแย่มากเลย
ส่วนอาโปกสิณเป็นการเพ่งน้ำครับ(อันนี้ผมตอบตามความรู้อันน้อยนิดของผมนะครับ ต้องรอให้พี่ๆเขามาให้รายละเอียดอีกที)
เท่าที่ผมทราบมาอนุภาพของอาโปกสิณคือสามารถนิรมิตของแข็งให้อ่อนได้ เช่น อธิษฐานสถานที่เป็นดินหรือหินที่กันดารน้ำให้เกิดบ่อน้ำ อธิษฐานหินดินเหล็กให้อ่อน อธิษฐานในสถานที่ฝนแล้งให้เกิดฝนอย่างนี้เป็นต้นนะครับ นอกจากนี้ยังเคยได้ยินคนบอกว่าสามารถดำดินได้ด้วยจริงเท็จแค่ไหนคงต้องรอให้พี่ทางธรรมมายืนยันแล้วล่ะครับ
สุดท้ายขอให้พี่ๆทางธรรมทั้งสองมีความสุขและเจริญในธรรมยิ่งๆขึ้นไปด้วยเทอญ
จ๋องแจ๋ง
02-11-2006, 04:16 AM
ไม่ทราบว่ามีคนโพสไปแล้วรึยังนะครับ แต่อยากจะขอนำความรู้ตรงนี้มาบอกกล่าวแก่เพื่อนๆสักนิดนะครับ ซึ่งเวปต่อไปนี้เป็นความรู้เกี่ยวกับกสิณครับ
ลองเอาไปศึกษาดูนะครับhttp://www.palungjit.com/smati/k40/kasin10.htm
อันนี้เป็นของเวปพลังจิตเราเองครับ
http://www.kasina.org/ อันนี้ก็เป็นอีกหนึ่งเวปที่ให้ความรู้ด้านกสิณอย่างมากมายนะครับ
http://larndham.net/index.php?showtopic=22471&st=9#top
อันนี้ก็เช่นกันครับผม
อยากบอกพี่ทางธรรมทั้ง2ว่าพวกเรายังต้องอาศัยพี่ๆช่วยชี้ทางสว่างให้นะครับ
และขอขอบพระคุณพี่ๆทั้งสองที่สละเวลาอันมีค่ามาช่วยไขข้อข้องใจ และแนะแนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับกสิณให้พวกเรานะครับ
อยากบอกว่าพี่ๆทั้ง2เป็นคนดีจังเลย ขอให้พวกพี่มีความสุขมากๆนะค๊าบ
AJ_Purngkan
04-11-2006, 12:43 AM
ผมไม่รู้ว่าจะเรียกว่าฝึกกสิณแสงสว่าง รึเปล่าครับ คือผมมองอะไรก็จะนิ่ง ๆ ไปหมด แล้วก็จะรวมกันอยู่ตรงกลาง เช่น มองพระพุทธรูปซักพักก็นะนิ่ง จนเหลือแต่หน้าพระพุทธรูป มองไฟจนเหลือแต่ ตรงนั้น ตาก็ไม่ค่อยกระพริบ แล้วก็จะนิ่งไปเลยครับ อย่างนี้เรียกฝึกได้อะไรอ่ะคั๊บ หรือว่า ผมคิดไปเองคั๊บ
ผมอยากทราบและวิธีฝึกที่ถูกต้องเพราะก่อนที่ผมจะมองอะไรแล้วนิ่งนี้ มันจะเห็นอะไรก็จับเป็นภาพสี ๆ ไปหมดเลย จนผมปวดตามาก ต้องนอนพักหลับตา ผมว่าเป็นปัญหาที่ตาเราด้วยรึเปล่าครับ
ศิษย์โง่
maythiga
04-01-2007, 08:30 PM
ดิฉันกำลังสนใสที่จะศึกษาเรื่องการฝึกกสิณค่ะ ไม่ทราบว่าดิฉันควรฝึกเเบบใดค่ะ?
csประกายพรึก
08-01-2007, 07:06 PM
สวัสดีครับคุณณฐมณฑ์ และคุณปาริสัชชา
ก่อนอื่นขอกราบโมทนาบุณที่ท่านทั้ง2 ได้บำเพ็ญมาอย่างมากมายครับ
และขอเป็นกำลังใจจากใจจริงครับ
ผมได้รับความรู้อย่างมากมายที่ได้รับจากคุณทั้ง 2ครับมีเรื่องรบกวนถามครับ...
ก่อนอื่นขอเล่าหย่อยครับ...
ผมลองฝึกนั่งสมาธิมาหลายปีแล้วตั้งแต่ ม.4โดยประมาณแต่ไม่ไปไหนเลยครับ ผมฝึกตามที่อาจารย์ที่ร.ร.สอนคือหายใจเข้าก็ว่า พุท ออกก็ว่า โธ แล้วผมก็เข้าใจผิดไปว่าต้องบังคับลมหายใจด้วยครับ แก้หลายปีถึงพอคลำทางได้ครับ ตอนนี้ก็ยังฝึกอาณาปานุสสติอยู่ แต่ได้รับความรู้ว่า กรรมฐานที่องค์สมเด็จพระพุทธเจ้าทรงเมตตาสอนไว้ มีถึง 40 ประการ...
ผมควรจะฝึกกรรมฐานกองใดเป็นบาทดีครับ แบบว่าเมื่อชาติก่อนๆมาผมเคยฝึกกรรมฐานกองใด สำเร็จบ้างครับ แล้วชาตินี้จะต้องต่อยอดอย่างไรดีครับถึงจะได้ของเก่ามาเกื้อหนุน
ขอขอบพระคุณในคำตอบล่วงหน้าครับ
ด้วยความนับถืออย่างยิ่งครับ
csประกายพรึก
08-01-2007, 07:26 PM
ชื่อจริงของผม นายสราวุธ ฉัตรเศวตรังษี
Email .. cs.while@hotmail.com (..cs.while@hotmail.com)
csประกายพรึก
08-01-2007, 07:29 PM
ชื่อจริงของผม นายสราวุธ ฉัตรเศวตรังษี
Email cs.while@hotmail.com (.cs.while@hotmail.com)
มหัศฤทธิ์
26-01-2007, 06:36 PM
การอนุโมทนา..ก็เป็นการแสดงมุทิตาซึ่งถือเป็นคุณธรรมที่ดีอย่างหนึ่ง...
ดังนั้น..ผมจึงขออนุโมทนาบุญด้วยคนครับ...
kk008
13-02-2007, 04:57 AM
งั้นผมก็ขอบ้างนะครับ ผมอยู่ปี 4 แล้ว
ชีววิตก็ วนเวียนอยู่กับโลกๆ ธรรมๆ แบบวัยรุ่น อะครับ
ถ้าฝึกจนรู้ถึงคุณประโยชน์เป็นชิ้นเป็นอันคงจะได้ไปกระจาย
ความรู้สู่เพื่อนๆ ได้ว่านั่งสมาธิดีกว่าไปหลีหญิงยังไงอะครับ
เออ ผมชื่อ หยก นะครับ (อยากรู้เหมือนกันว่าควรฝึงยังไง)
ก็ขอฝากให้รายละเอียดวิธีการฝึกด้วยนะครับ ขอบคุณมากๆครับผม
kk008
13-02-2007, 05:15 AM
หยก อีเช่นกันครับ ให้ข้อมูลอีกนิดครับ
ชื่อ นายหยก ชัยเจริญ เสาร์ 17 ธ.ค. 2526
บ้านเดิม จ.หนองคาย อยู่ในเมืองครับ ptkkk008@hotmail.com
qillip
19-02-2007, 06:25 PM
สวัสดีึครับ กระผมอยากรบกวนถามหน่อยนึง เพราะเรื่องปฎิบัติในส่วนตัวผม ไม่ค่อยต่อเนื่องครับ
จึงอยากถามผู้ที่ฝึกจนได้แล้วว่าการฝึกกสิณนั้น จำเป็นต้องได้ญาณ 4 ก่อนมั้ยครับ
ขอความกรุณาด้วยครับ
Padmapani_AM
26-02-2007, 03:06 PM
6.(ลมหายใจจะหมดไปเอง แต่ตลอดมานั้นไม่สนใจลมหายใจเท่าปฏิภาคนิมิตร) ใจส่วนใหญ่จับที่ปฏิภาคนิมิตร ปฏิภาคนิมิตรจะกลายเป็นแก้วประกายพรึก หรือแก้วใสประกายแบบเพชรเองตามธรรมชาติเมื่อใจสู่อุเบกขารมณ์ หรืออารมณ์นิ่ง ดิ่งวางเฉย
ตรงนี้คือฌานสี่ในกสิณ
จากตรงนี้ขอให้ลองปล่อยวางทุกอย่างเป็นไม่มีอะไรเลย คงไว้เพียงการกำหนดลมหายใจเท่านั้น
qillip
08-03-2007, 11:02 PM
ขอบคุณครับ
แม่หมูอ้วน
15-03-2007, 08:57 PM
ดิฉันสนใจเรื่องกสินมากเลยค่ะ แต่ไม่เคยมีพื้นฐานมาก่อนเลย ขอให้คุณณฐมณฑ์ช่วยแนะนำว่าควรจะเริ่มที่ กสินแบบไหนดีคะ
มะยม22
22-03-2007, 12:42 PM
ฝากเนื้อฝากตัวด้วยครับ...
กระผมฝึกนั่งสมาธิและเริ่มทรงฌาณได้บ้าง และสนใจ ฮาโลกสิน มาก่อน เพราะสนใจทิพยจักษุญาณ ครับ..แต่เห็นว่า มันยุ่งยากเลย เอาโอทากสินแทน สีขาวนะครับ ทำง่ายดี แต่ยังไม่ทันได้เลยครับ ก้อเลิก ไปเอา อานาปานนุสติ และเริ่มพอทรงฌาน ได้บ้าง แต่ไม่มี นิมิตนี่เลยสอบฌาณได้ยากว่าเคยได้ถึงฌาณใหน ก้อฝาก ท่นทั้งหลาย หรือคุณ ที่รู้สอน และลอง hack ให้ผมหน่อยครับว่า 2-3 วันมานี่ เวลาลืมตา ทำงานผมเห็นอไรมันลอยอยู่ ก่อนหน้า 2-3 วัน ผมนึกถึง สีขาวกลมกับ พระตลอดเวลา เลยไม่รูว่าภาพอะไร ตอนนี้มันรบกวนผมอยู่เหมือนมองดวงอาทิตย์หรือหลอดไปมาอ่ะครับ ทั้งวันเลยครับ ขอบคุณครับ
คุณน่าจะเริ่มฝึกโดยหัดทรงอารมณ์ก่อน ให้คุณหาภาพพระพุทธรูป หรือพระพุทธรูป สีทองหรือขาวหรือสีใสแบบแก้วมา แล้วหัดจำภาพพระ
วิธีฝึก ให้ลืมตามองพระ แล้วหลับตา จะเห็นว่าภาพพระยังลอยอยู่ข้างหน้า พอคุณพยายามมองให้ชัดภาพพระก็เลือนหายไป ให้คุณลืมตาแล้วมองใหม่ทำเช่นนี้ไปเรื่อยๆ หากคุณสามารถจำภาพได้แล้ว ให้ฝึกทรงภาพนั้นให้ได้ตามระยะเวลา อาจสิบวินาที ยี่สิบวินาที หรือนานกว่านี้ โดยเริ่มจากน้อยๆ
คุณสามารถฝึกได้ทุกเวลาสถานที่ คำแนะนำคือ ฝึกบ่อยๆแต่อย่านาน ควรฝึกทุกวัน
วิธีนี้จะทำให้คุณรู้วิธีรักษาอารมณ์สมาธิ หากคุณทรงภาพพระไว้ได้ไม่นาน นั่นเพราะคุณกำหนดอารมณ์ผิด ให้เริ่มจากอารมณ์สบายๆ
ในขั้นต่อไปเมื่อคุณฝึกไประยะหนึ่ง คุณจะสังเกตเห็นว่าพระจะยิ้มและสวยขึ้นเรื่อยๆ พระจะเริ่มใสเป็นแก้ว.....คุณจะรู้วิธีต่อไปเองหลังจากนั้น แล้วคุณจะได้คำตอบในสิ่งที่อยากจะค้นหา ....ขอโชคดี
ปล. ในการฝึกกสิณ คุณจะต้องมีสถานที่ที่จะฝึก ซึ่งจะต้องไม่ถูกรบกวนจากสิ่งรอบข้าง หากไม่สงัดพออาจเกิดปัญหากับคุณได้ ต่างจากกรรมฐานกองอื่น
และที่สำคัญการฝึกเองอาจมีข้อสงสัยมากนัก ไม่รู้จะถามใคร วิธีนี้ขึ้นต้นด้วยการมองภาพพระพุทธเจ้า ทุกอย่างจะมีคำตอบเอง...
ปล. แต่บางทีท่านเจ้าของบอร์ดอาจให้คำแนะนำที่ดีกว่า..แต่ระวังนะบางครั้งการรู้มากก็ทำให้สงสัยมาก
ในการเริ่มฝึกต้นๆ การพูดน้อยๆหรือไม่พูดเลยเีกี่ยวกับผลการฝึกจะเป็นผลดีมากๆ หากมักเล่าผลปฏิบัติ
จะทำให้เฝือ..อุบายในการฝึก เช่น การหายใจเข้าลึกๆ หายใจออกยาวๆช้าๆสองสามคร้ัง เป็นการระบายลมหายใจหยาบ เมื่อกลับมาหายใจปกติจะเห็นว่าลมหายใจละเอียดขึ้นเป็นต้น
*ปัญหาบางอย่าง...ต้องขออภัยนะ คำเตือนมักระคายหู..หากเริ่มฝึกความเข้าใจบางอย่างคงต้องงด ละ ไว้ก่อน เพื่อเลือกลองทำสักอย่างให้เกิดผล เหมือนขุดบ่อหลายบ่อที่ตื้น ไม่เท่าขุดบ่อเดียวให้ลึกและเจอน้ำ (หลวงพ่อบอกไว้)
*การทำสมาธิ มีผลบุญและพลานุภาพมาก..เป็นธรรมดาที่หลายคนอาจถูกรบกวนและบางท่านอาจมีเจ้ากรรมนายเวร
ติดตามมาก... จากสิ่งที่คิดว่าไม่มี หากแต่จะมีผลต่อผู้ฝึกได้
..บางท่านได้ปวานาไว้(ว่าจะให้ความคุ้มครอง)..คงไม่ยากไป หากจะจัดดอกไม้สามสี(สีละดอกก็ได้) กับธูปสามดอก เทียนเล่มหนึ่ง(หนักบาทหนึ่งเล่มก็ได้) และเงินหนึ่งสลึงขึ้นไป ใส่ใ่นจานสะอาดๆ ตั้งนะโมสามจบ ยกขึ้นหัว กล่าวว่า ข้าพระพุทธเจ้าขอมอบกายถวายชีวิตแด่องค์สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้า ขอให้ข้าพระพุทธเจ้าได้รู้เห็นโดยชัดเจนตามความเป็นจริงทุกประการด้วยเถิดพระเจ้าข้า
..ให้นำจานนี้วางไว้บนหัวนอน หรือหิ้งพระ..เงินในจานให้เอาใส่ตู้ตามกิจการสงฆ์ (ตู้ตามวัดก็ได้)
...................................................................................................
ตอบคุณ cop1976
การเห็นแบบตาทิพย์ ไม่ได้หมายถึงการมองเห็นแบบตาเห็น แต่เป็นการเห็นโดยความรู้สึกว่าเห็น ...เมื่อเกิดความอยากเห็นคุณจะไม่เห็นอะไร...สงบใจมองพระ...หลับตา...ทิ้ง
ความอยากเสียก่อน...แล้วคุณจะเข้าใจว่าทำไม ใครเพียรอธิบายเท่าไรก็ไม่เข้าใจว่าใช้อารมณ์แบบ
ไหน ..นั่นเพราะถ้าไม่พบเองยังไงก็ไม่เข้าใจ..เมื่อคุณหลับตา พระอยู่กับคุณอยู่แล้ว..เห็นลางๆหรือ
บางส่วน..ก็คือเห็น..เมื่อฝึกบ่อยๆภาพจะติดตาคุณไปเอง..อย่าเกร็ง อย่าเครียด..เริ่มจากอารมณ์สบายๆ
ถ้าเครียด หรือฟุ้งซ่านเกินไป ก็เลิก..ไปอาบน้ำ ดูหนังฟังเพลง..ว่างๆใจสบายค่อยมาลองใหม่..ทำไม่ต้อง
นาน แต่บ่อยๆเดี๋ยวก็ได้เอง..อ้อ..อย่ามัวไปติดที่ท่าทาง นั่งก็ดี นอนได้ หรือจะเดินก็ไม่ว่า
ปล. ทิ้งนิมิตอื่นๆไปก่อน..ตราบใดที่คุณยังหัดทรงอารมณ์ไม่ได้...ภาพพระยังไม่ชัดแจ่มใส...
ก็ยังไม่ถึงเวลาลุย...พยายามอีกนิด...และเลิกสงสัยได้แล้ว...มันคุ้มเกินกว่าที่คุณคิดมากนัก
..ขอพระจงอยู่กับคุณ ติดตาติดใจไปทุกที่..
ผมว่ามีที่หนึ่ง อยากให้คุณไปลองดู...คุณอาจได้พบสิ่งที่ต้องการได้ โดยเร็ว...ฝึกเต็มกำลังที่
วัดท่าซุง จ.อุทัยธานี ตอนปลายปี.....
a_booknet
27-03-2007, 03:12 PM
การนั่งสมาธิและสวดมนต์สม่ำเสมอทุกวันมีผลช่วยให้เรามีสติหรือเปล่าและมีผลต่อความสามารถแก้ปัญหาธุรกิจส่วนตัวเราได้ไหม ปัจจุบันผมกำลังเครียดเรื่องธุรกิจส่วนตัว เนื่องจากขาดสภาพคล่อง จะแก้ปัญหาทางธรรมอย่างไรขอคำแนะนำด้วยครับ
มะยม22
28-03-2007, 01:46 AM
การนั่งสมาธิและสวดมนต์สม่ำเสมอทุกวันมีผลช่วยให้เรามีสติหรือเปล่าและมีผลต่อความสามารถแก้ปัญหาธุรกิจส่วนตัวเราได้ไหม ปัจจุบันผมกำลังเครียดเรื่องธุรกิจส่วนตัว เนื่องจากขาดสภาพคล่อง จะแก้ปัญหาทางธรรมอย่างไรขอคำแนะนำด้วยครับ
พอดีผมแวะมาดู เหล่านี้อาจไม่ใช่คำตอบนะครับ ถือว่าเล่าสู่กันฟัง
สมาธิช่วยให้มีสติจริง ...ขึ้นอยู่กับว่าขณะที่คุณ กำลังฟุ้งซ่านจะมีวิ
ธียังไงในการทรงสมาธิ หากไม่ได้รับการฝึกฝนมาก่อน(หมายถึงทำ
ได้ทุกอิริยาบท) ก็คงยาก..น่าจะลองเริ่มด้วยการสงบสติอารมณ์ก่อน
..อาบน้ำพักผ่อนออกไปจากปัญหา แช่น้ำร้อน..ผ่อนคลาย..หรือนอน
หงายกางมือ กางเท้า..หายใจเข้า หายใจออก(ตอนหายใจออก นึก
คำผ่อนคลาย..เริ่มจากแขน ขา จากนั้นศีรษะหรืออื่นๆ เพื่อเรียกสติ
สมาธิ และความสามารถในการวินิจฉัยสิ่งต่างๆต่อไป
หลวงพ่อบอกว่า บุญเป็นของใหญ่จึงให้ผลช้าอยู่บ้าง คงต้องใช้เวลา หาก
จะสร้างตนเองโดยกุศล...จะทำดังนี้
สร้างบารมีให้ผู้อื่นยำเกรง ให้ทำพุทธานุสติกรรมฐาน (ภาวนาพุทโธ,สวดมนต์
หรือถวายพระพุทธรูปหรือร่วมสร้างพระพุธรูป เป็นต้น)
สร้างความคล่องตัวในกิจการงาน...ให้ทำบุญเป็นค่าอาหารพระเป็นต้น(หากระป๋อง
มาใบ เขียนติดกระป๋องว่า ค่าอาหารพระ หากมีเงินเข้ามือให้แบ่งส่วนหนึ่งมา ใส่
มากน้อยไม่ว่า ให้เกิดความรู้สึกว่าพอรับเิงินมาก็ต้องนำมาใส่ ทำให้เคยชิน)
ท่านว่า ลาภต่อลาภ ก่อให้เกิดโชคและโอกาสใหม่ๆเสมอ...
ฝรั่งเขาว่า ปัญหาอยู่ได้ไม่นาน คนที่หนักแน่นต่างหากอยู่นานกว่า
มะยม22
28-03-2007, 12:18 PM
ลองฝึกนั่งสมาธิให้คล่องแล้วหาพื้นที่ ลองกำหนดลม ตอนนั่งสงบแล้ว ลอง พยายามยืน นอน แล้วก้อเดินแบบหลับตาดูนะครับ ประมาณว่านั่งให้ได้สงบๆหรือมีสมาธิดีแล้ว...หมายถึงการฝึกให้ได้ทุกอิริยาบท
..ส่วนเรื่องระหว่างทำงานผมก้อทำไม่ได้แต่การมีสมาธิทำงานของผมคือ ระงับอารมณ์อย่างคุณมะยมบอกครับ ถ่าคุณเครียดอะไรๆจะเสียไปหมด
ลองย้อนไปดูปัญหาว่าสาเหตุคืออะไร แก้ตรงจุดคับ..อาจจะยาก แต่เราถอยออกมานั่งพิจารณามันครับ แล้วควบคุมอารมณ์ไม่ไปตามมัน คือ ถอยออกมาหยุด แค่ สัก 20 นาที คือคิดว่า เราแก้อะไรไม่ได้อยู่แล้วใน 1 วันนี้ ใหนๆแล้วเสียอีก สัก 20 นาทีก้อไม่สายไปที่เราจะถอยตั้งหลักเอาสมาธิมาพิจาณาอย่าให้ ใจเราต้องไหลไปตามอารมณ์ ครับ แล้วเราจะมีสติในการแก้ไข อย่าไปทุรนทุรายตามมันครับ คิดเสียว่า ไม่ตายหรอกปัญหามีทางออกครับ บางทีคิดไม่ออกทิ้งมันไป หาไรทำที่มีความสุข บางทีมันแว๊บมาเองครับ..ให้กำลังใจครับ
ผมก้อมีปัญหาใหญ่ที่ต้องแก้เหมือนกันครับ แก้ไม่ได้ ก้อต้องยอมเสียศักดิ์ศรีฝืนไปก้อทำร้ายเรา แก้ไม่ได้ก้อยอมไป แต่ให้มันไปได้ทั้งเราและสะบายๆทุกฝ่ายครับ
มาเห็นพอดี ..อ่านแล้วนึกถึงหลวงพ่อ...ถือว่าเป็นเพื่อนคุยเล่าสู่กันฟังดีกว่านะครับ
หลายสิ่ง หลายอย่างที่ ปรับเปลี่ยนมัน โดยธรรมชาติของจิตย่อมดื้อพยศ ตั้งใจเกิน
หรือตึงเกินไปก็เครียด หลวงพ่อบอกว่า ให้ค่อยๆเพิ่มมันมันเข้าไปในชีวิต อะไรที่คิด
จะละเลิกก็ค่อยเป็นค่อยไป....วันไหนมองพระ พระไม่ยิ้ม แสดงว่าขณะนั้นจิตใจเศร้า
หมอง มองพระ พระดูยิ้มๆ สวยๆ จิตสะอาด สบายใจ ใช้ความคิดในเรื่องใด ก็มักจะ
ได้คำตอบ และวิธีแก้ไข...สมาธิมีพื้นฐานจากศีล ทำศีลเศร้าหมองบ่อยๆ ตัวคนก็จะ
ฟุ้งซ่านได้ง่าย...จับสมาธิก็จะไม่ค่อยได้ดี วันนี้หากคิดไม่ออก หรือจำพระไม่ได้ทำ
ไม เราไม่ลองเลิกจำซะ ทำงานไปด้วยหันมามองที ....เดี๋ยวก็ติดหูติดตาจนแยกไม่
ออกว่าลืมตาก็เห็น หลับตาก็เห็นชัดเจน เองละน้าว่าไหม?
เขาว่ากันว่า ในชีวิตคนเราจะมีเรื่องใหญๆที่ต้องตัดสินใจไม่กี่เรื่อง บางทีก็อย่าเพิ่งรีบ
ร้อนตัดสินใจนะครับ...ขอให้กำลังใจ
ดังภาษิตที่ว่า ความพยายามอยู่ทีไหน ความพยายามก็อยู่ทีนั่น(ล้อเล่นๆๆๆๆ) ครึก
ครื้นเข้าไว้..ขำเข้าไว้ จะได้คลายเครียด หวัดดี!
เด็กใหม่คับ
08-07-2007, 03:56 PM
พี่ๆคับ ผมลองทำแบบที่พี่ๆบอก ลองเพ่งหลอดไฟกลมๆ หลังจากเพ่งไปสักระยะหนึ่งแล้ว มองกำแพงซึ่งเป็นสีเขียว ผมเห็นกลมๆสีแดงวิ่งไปอย่างช้าๆ พอหลับตาแล้วลองอีกครั้งเห็นเป็นสีน้ำเงิน ไม่ทราบว่ามันคืออะไร ตาพล่ามัวรึป่าว
AJ_Purngkan
12-07-2007, 04:07 PM
ผมไม่รู้ว่าจะเรียกว่าฝึกกสิณแสงสว่าง รึเปล่าครับ คือผมมองอะไรก็จะนิ่ง ๆ ไปหมด แล้วก็จะรวมกันอยู่ตรงกลาง เช่น มองพระพุทธรูปซักพักก็นะนิ่ง จนเหลือแต่หน้าพระพุทธรูป มองไฟจนเหลือแต่ ตรงนั้น ตาก็ไม่ค่อยกระพริบ แล้วก็จะนิ่งไปเลยครับ อย่างนี้เรียกฝึกได้อะไรอ่ะคั๊บ หรือว่า ผมคิดไปเองคั๊บ
ผมอยากทราบและวิธีฝึกที่ถูกต้องเพราะก่อนที่ผมจะมองอะไรแล้วนิ่งนี้ มันจะเห็นอะไรก็จับเป็นภาพสี ๆ ไปหมดเลย จนผมปวดตามาก ต้องนอนพักหลับตา ผมว่าเป็นปัญหาที่ตาเราด้วยรึเปล่าครับ
ศิษย์โง่
โอทาตนาค
19-07-2007, 04:59 AM
คือว่าผมฝึกสมาธิมานานพอสมควรเคยเล่นกสิณไฟ แต่ก็ยังไม่เกิดความสงบ เลยหันกลับมาใช้ลมหายใจเหมือนเดิม แล้วเคยฝึกสติปัฏฐาน4 ด้วยคับ ตอนนี้ ตีกันไปหมด เลยอยากทราบว่าผมควรจะเอายังไงดีคับ ผมเกิด วันจันทร์ที่ 26 มกราคม 2524 คับ ยังไงก้ฝากผู้รู้ช่วยนำทางทีนะคับ ขอบพระคุณล่วงหน้าคับomeagekrub@hotmail.com