khochpaak
10-10-2005, 09:44 PM
ในเดือนตุลาคม 2547 ที่หนองคายผมไปดูบั้งไฟพญานาค และพบกับชายผู้หนึ่ง เข้ามาคุยด้วย และก็บอกกับผมว่าถึงเวลาที่ต้องรู้เรื่องต่าง ๆ ของตัวเองแล้ว แล้วชายคนั้นก็เล่าอดีตชาติของผม ซึ่งตรงกับที่ผมรู้ของผมมา ทั้ง ๆ ที่เราไม่เคยเจอกันมาก่อน และเขาก็ได้ให้จดบันทึกวันเวลาเอาไว้ด้วยว่าสิ่งที่เขาพูดจะถูกต้องหรือป่าว ผมไม่ได้จดครับ แต่จำได้ทั้งหมด เริ่มจาก
1.ก่อนสิ้นปี 2547 ผมจะได้เห็นอะไรที่ไม่เคยเห็นมาก่อนในชีวิต ยิ่งใหญ่มาก และคนในวังจะจากไป 1 คน
2ต้นปี 2548 ผมจะได้พบกับพระองค์หนึ่งที่จะชี้นำทางในการปฏิบัติของว่าผมจะต้องทำแบบไหน
3.ประมาณเดือนสิงหาคม ผมจะได้พบสมเด็จองค์ใหญ่มากองค์หนึ่ง
ในข้อที่ 1 เช้าของวันที่ 26 เวลา 9.30 น.ผมลงมาจากห้องนอนเปิดทีวีดูแล้วสิ่งที่ไม่น่าเชื่อก็เกิดขึ้นกับสายตาครับ "สินามิ" ตามมาด้วยข่าวการสิ้นชีพตักษัยของ คุณพุ่มเจนเซ่น และ ภาพอันน่าเวทนา คือ คนจำนวนมาก ที่นอนตายอย่างเกลื่อนกราด เรียกได้ว่า นัดกันมาตาย
ในข้อที่ 2 เดือน กุมภาพันธ์ เพื่อนผมคนนึง ฝึกมโนยิทธิอยู่และก็มาบอกบุญกับผม ผมก็ทำบุญไปด้วย แต่ไม่ได้มีโอกาศมาที่วัดและที่ซอยสายลมเลย แต่เรื่องหลวงพ่อฤาษีนั้น ผมรู้มาตั้งแต่เล็ก ๆ เพราะคุณย่า ของผมมาเป่ายันเกราะเพชรที่วัดหลายครั้ง จนผมมารู้ทีหลังว่า ตอนแม่ผมท้องผมอยู่ แม่ก็มาเป่ายันต์เกราะเพชรด้วย และตอนผมเกิดก็มีปานสีแดงที่กลางหลังเป็นรูปใบโพธิ์ พอโตมาก็จางไป จากนั้นมาในเดือน เมษายน ผมมีโอกาสได้เดินทางมาวัดท่าซุง มารู้มาเห็น และตั้งแต่นั้นมา วัดท่าซุงก็อยู่ในใจผม โดยเฉพาะ พระรูปโฉมขององค์สมเด็จองค์ปฐม อยู่ในใจผมตลอด ชัดเจนแจ่มใส และผมก็เริ่มไปซอยสายลม ฝึกมโนยิทธิ และก็พัฒนามาตามลำดับ จนกระทั่งได้มีโอกาสพบหลวงพ่อ คงต้องกล่าวว่า เป็นความฝันเพราะผมพบท่านตอนที่ผมหลับ คำพูดสุดท้ายที่หลวงพ่อกล่าวก็คือ เอ็งนีมันใกล้แล้ว แล้วผมก็ตื่น
ในข้อที่ 3 สิ่งอัศจรรย์ที่ผมรอก็คือ ผมคิดว่าผมจะได้สมเด็จวัดระฆังสักองค์ในเดือนสิงหาคม แต่ที่ไหนได้ ก็เจ้าเพื่อนคนเดิม มาบอกว่าจะถวายพระไตรปิฎก และตอนปลายปีที่แล้ว ก็มาบอกบุญผมแล้วผมก็ร่วมทำไปแต่ผมลืม แต่มันไม่ลืม ยังอุตส่าห์มาตามผมไปด้วย ไปถวายกันที่วัดสระเกศ ถวายกับสมเด็จพระพุฒาจารย์ เกี่ยว อุปเสนโน ไม่นึกไม่ฝันครับ ว่าสมเด็จองค์ใหญ่มากจะเป็นท่าน ท่านก็ใหญ่จริง ๆ จำได้ติดใจเลย ตอนที่ได้กราบท่านที่หน้าตัก ท่านเอามือมารองรับ เมื่อสัมผัสกับมือท่าน มันเหมือน มีคลืนพลังงานอย่างหนึ่ง วิ่งแผ่ไปรอบตัวผมเลยครับ ขนลุก ผมบนหัวก็ลุก ปิติอิ่มเอิบใจบอกไม่ถูก ไม่คิดว่าจะได้มีโอกาสแบบนี้
แล้ววันนั้นยังได้จัดสังฆทานไปด้วย มีหลอดไฟ 9 หลอด ผ้าไตร 1 ชุด ของแห้ง นม น้ำ และปัจจัย ดีใจครับที่ได้ถวาย พระไตรปิฎก และสังฆทานกับท่าน ไม่รู้จะมีโอกาสแบบนี้อีกเมื่อไหร่ นี่แหละครับ สิ่งอัศจรรย์ของผม ที่ผมยังคงนึกถึงอยู่ทุกวันนี้ และพี่คนที่ผมเจอที่หนองคาย ตอนนี้ก็สนิทกันซะแล้ว เจอหน้ากันทีไร ดีใจเหมือนจากกันมานานทุกที ใครอยากไปให้พี่เขาดูดวงให้ล่ะก็ บอกผมนะ ผมจะพาไป
1.ก่อนสิ้นปี 2547 ผมจะได้เห็นอะไรที่ไม่เคยเห็นมาก่อนในชีวิต ยิ่งใหญ่มาก และคนในวังจะจากไป 1 คน
2ต้นปี 2548 ผมจะได้พบกับพระองค์หนึ่งที่จะชี้นำทางในการปฏิบัติของว่าผมจะต้องทำแบบไหน
3.ประมาณเดือนสิงหาคม ผมจะได้พบสมเด็จองค์ใหญ่มากองค์หนึ่ง
ในข้อที่ 1 เช้าของวันที่ 26 เวลา 9.30 น.ผมลงมาจากห้องนอนเปิดทีวีดูแล้วสิ่งที่ไม่น่าเชื่อก็เกิดขึ้นกับสายตาครับ "สินามิ" ตามมาด้วยข่าวการสิ้นชีพตักษัยของ คุณพุ่มเจนเซ่น และ ภาพอันน่าเวทนา คือ คนจำนวนมาก ที่นอนตายอย่างเกลื่อนกราด เรียกได้ว่า นัดกันมาตาย
ในข้อที่ 2 เดือน กุมภาพันธ์ เพื่อนผมคนนึง ฝึกมโนยิทธิอยู่และก็มาบอกบุญกับผม ผมก็ทำบุญไปด้วย แต่ไม่ได้มีโอกาศมาที่วัดและที่ซอยสายลมเลย แต่เรื่องหลวงพ่อฤาษีนั้น ผมรู้มาตั้งแต่เล็ก ๆ เพราะคุณย่า ของผมมาเป่ายันเกราะเพชรที่วัดหลายครั้ง จนผมมารู้ทีหลังว่า ตอนแม่ผมท้องผมอยู่ แม่ก็มาเป่ายันต์เกราะเพชรด้วย และตอนผมเกิดก็มีปานสีแดงที่กลางหลังเป็นรูปใบโพธิ์ พอโตมาก็จางไป จากนั้นมาในเดือน เมษายน ผมมีโอกาสได้เดินทางมาวัดท่าซุง มารู้มาเห็น และตั้งแต่นั้นมา วัดท่าซุงก็อยู่ในใจผม โดยเฉพาะ พระรูปโฉมขององค์สมเด็จองค์ปฐม อยู่ในใจผมตลอด ชัดเจนแจ่มใส และผมก็เริ่มไปซอยสายลม ฝึกมโนยิทธิ และก็พัฒนามาตามลำดับ จนกระทั่งได้มีโอกาสพบหลวงพ่อ คงต้องกล่าวว่า เป็นความฝันเพราะผมพบท่านตอนที่ผมหลับ คำพูดสุดท้ายที่หลวงพ่อกล่าวก็คือ เอ็งนีมันใกล้แล้ว แล้วผมก็ตื่น
ในข้อที่ 3 สิ่งอัศจรรย์ที่ผมรอก็คือ ผมคิดว่าผมจะได้สมเด็จวัดระฆังสักองค์ในเดือนสิงหาคม แต่ที่ไหนได้ ก็เจ้าเพื่อนคนเดิม มาบอกว่าจะถวายพระไตรปิฎก และตอนปลายปีที่แล้ว ก็มาบอกบุญผมแล้วผมก็ร่วมทำไปแต่ผมลืม แต่มันไม่ลืม ยังอุตส่าห์มาตามผมไปด้วย ไปถวายกันที่วัดสระเกศ ถวายกับสมเด็จพระพุฒาจารย์ เกี่ยว อุปเสนโน ไม่นึกไม่ฝันครับ ว่าสมเด็จองค์ใหญ่มากจะเป็นท่าน ท่านก็ใหญ่จริง ๆ จำได้ติดใจเลย ตอนที่ได้กราบท่านที่หน้าตัก ท่านเอามือมารองรับ เมื่อสัมผัสกับมือท่าน มันเหมือน มีคลืนพลังงานอย่างหนึ่ง วิ่งแผ่ไปรอบตัวผมเลยครับ ขนลุก ผมบนหัวก็ลุก ปิติอิ่มเอิบใจบอกไม่ถูก ไม่คิดว่าจะได้มีโอกาสแบบนี้
แล้ววันนั้นยังได้จัดสังฆทานไปด้วย มีหลอดไฟ 9 หลอด ผ้าไตร 1 ชุด ของแห้ง นม น้ำ และปัจจัย ดีใจครับที่ได้ถวาย พระไตรปิฎก และสังฆทานกับท่าน ไม่รู้จะมีโอกาสแบบนี้อีกเมื่อไหร่ นี่แหละครับ สิ่งอัศจรรย์ของผม ที่ผมยังคงนึกถึงอยู่ทุกวันนี้ และพี่คนที่ผมเจอที่หนองคาย ตอนนี้ก็สนิทกันซะแล้ว เจอหน้ากันทีไร ดีใจเหมือนจากกันมานานทุกที ใครอยากไปให้พี่เขาดูดวงให้ล่ะก็ บอกผมนะ ผมจะพาไป