TupLuang
22-10-2008, 06:03 PM
ปีนี้มีสิทธิ 'ยะเยือกจัด' 'ภัยฤดูหนาว' 'แข็งตาย' ต้องกลัว!
<TABLE style="WIDTH: 480px"><TBODY><TR><TD vAlign=top><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 align=center border=0><TBODY><TR><TD vAlign=top align=middle><TABLE cellSpacing=5 cellPadding=0 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD vAlign=top align=middle>http://ads.dailynews.co.th/column/images/2008/politic/10/18/64535_59938.jpg (javascript:;)</TD></TR></TBODY></TABLE>
</TD></TR></TBODY></TABLE>
</TD></TR></TBODY></TABLE>
เข้าสู่กลางเดือน ต.ค. แล้ว ดูกันตามช่วงเดือน-ช่วงเวลา...เมืองไทยก็กำลังย่างเข้าสู่ ฤดูหนาว แล้ว แม้ว่าที่ผ่านมาจนถึงยามนี้ในเมืองไทย จะมีเรื่องสุ่มเสี่ยงที่จะเกิดการเผาผลาญจนร้อนรุ่มกันทั้งเมืองก็ตาม...
ฤดูหนาวปีนี้ กรมอุตุฯ บอกว่า จะไม่ธรรมดา
คนไทยก็คงต้องเตรียม ดูแลสุขภาพ กันให้ดี !!
ก่อนหน้านี้ กรมอุตุนิยมวิทยาได้คาดหมายลักษณะอากาศช่วงฤดูหนาวของประเทศไทยในปีนี้ไว้ คือตั้งแต่ประมาณกลางเดือน ต.ค. 2551- กลางเดือน ก.พ. 2552 โดยมีรายละเอียดดังนี้... ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จะเริ่มมีอากาศหนาวเย็นกับมีหมอกในตอนเช้าประมาณกลางเดือน ต.ค. เป็นต้นไป โดยในบางช่วงของเดือน ธ.ค. และ ม.ค. จะมีอากาศหนาวจัดหลายพื้นที่ทางตอนบนของภาค บางวันจะมีหมอกหนาในบางพื้นที่โดยเฉพาะบริเวณ จ.แม่ฮ่องสอน เชียงราย น่าน ตาก เลย สกลนคร นครพนม และอาจเกิดน้ำค้างแข็งขึ้นได้บริเวณยอดดอยและยอดภู โดยอุณหภูมิจะเริ่มสูงและอากาศจะเริ่มอุ่นขึ้นในเดือน มี.ค.เป็นต้นไป
ภาคกลางและภาคตะวันออก จะมีอากาศเย็นกับมีหมอกบางในตอนเช้าตั้งแต่เดือน พ.ย. เป็นต้นไป โดยบางช่วงของเดือน ธ.ค. และ ม.ค. จะ มีอากาศหนาวกับมีหมอกในบางวัน โดยเฉพาะบริเวณ จ.นครสวรรค์ ชัยนาท กาญจนบุรี ลพบุรี สระบุรี และตั้งแต่กลางเดือน ก.พ. เป็นต้นไป อากาศจะเริ่มอุ่นขึ้น
ภาคใต้ฝั่งตะวันออก (ฝั่งอ่าวไทย) กลางเดือน ต.ค.-กลางเดือน ธ.ค. จะมีฝนตกชุกหนาแน่นโดยจะตกหนักถึงหนักมากหลายพื้นที่ อาจเกิดน้ำ ท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากได้ คลื่นลมในอ่าวไทยจะมีกำลังแรง จากนั้น เดือน ม.ค. ปริมาณและการกระจายของฝนจะลดลงกับจะมีอากาศเย็นในตอน เช้าในหลายพื้นที่ ส่วนมากทางตอนบนของภาค ตอนล่างของภาคจะยังคงมีฝน ตกหนักได้เป็นบางวัน ขณะที่ ภาคใต้ฝั่งตะวันตก (ฝั่งทะเลอันดามัน) เดือน ต.ค.-พ.ย. ก็จะยังคงมีฝนตกชุก คลื่นลมในทะเลอันดามันจะมีกำลังค่อนข้างแรง ตั้งแต่เดือน ธ.ค. เป็นต้นไปปริมาณฝนจะลดลง และในบางพื้นที่จะมีอากาศเย็นกับมีหมอกในตอนเช้า
กรุงเทพฯ และปริมณฑล อากาศเย็นกับมีหมอกบางในตอนเช้า ส่วนมากในเดือน ธ.ค. และเดือน ม.ค. โดยอากาศจะเริ่มอุ่นขึ้นและมีอากาศร้อนในตอนกลางวันตั้งแต่กลางเดือน ก.พ.
โดยสรุปตามที่กรมอุตุนิยมวิทยาเคยคาดการณ์ไว้ ฤดูหนาวปีนี้ ประเทศไทยตอนบนคาดว่าจะมีอากาศหนาวเย็นใกล้เคียงปกติ และบางพื้นที่ในประเทศไทยจะมีอุณหภูมิต่ำสุดต่ำกว่าฤดูหนาวปีที่ผ่านมา ช่วงที่มีอากาศหนาวถึงหนาวจัดจะอยู่ในช่วงกลางเดือน ธ.ค.-กลางเดือน ม.ค. โดยเฉพาะภาคเหนือตอนบน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน บริเวณยอดดอยและยอดภู และฤดูหนาวของประเทศไทยตอนบนจะสิ้นสุดประมาณกลางเดือน ก.พ. อย่างไรก็ตาม บริเวณประเทศไทยตอนบนอาจเกิดความแห้งแล้งได้ใน หลายพื้นที่โดยเฉพาะพื้นที่บริเวณนอกเขตชลประทาน เนื่องจากมีปริมาณฝน น้อยเกือบตลอดช่วง
ที่ว่ามาก็เป็นพยากรณ์อากาศฤดูหนาวปีนี้...ก่อนหน้า
แต่ล่าสุด...มีการเน้นเพิ่มเติมเรื่อง อากาศหนาวจัด
เมื่อ 11 ต.ค. ที่ผ่านมา ทางกรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกมาแจ้งข่าวฤดูหนาวของประเทศไทยในปีนี้เพิ่มเติม ตามรายงานข่าวก็บอกว่า... ฤดูหนาวปีนี้ประเทศไทยจะหนาวกว่าทุกปีที่ผ่านมา
ทั้งนี้ พูดถึงคำว่า หนาว สำหรับคนไทยแล้ว อากาศหนาวหมาย ถึงอุณหภูมิในช่วง 8.0-15.9 องศาเซลเซียส ถ้าอุณหภูมิระหว่าง 16.0-22.9 องศาเซลเซียส ถือว่าแค่อากาศเย็น ถ้าอุณหภูมิสูงกว่า 22.9 องศาเซลเซียสขึ้นไป ก็เริ่มร้อน ไล่ขึ้นไปจนถึงร้อนจัด แต่ถ้าอุณหภูมิต่ำกว่า 8.0 องศาเซล เซียสแล้วล่ะก็...ถือว่า อากาศหนาวจัด ซึ่งสำหรับเมืองไทยปีนี้ใครชอบหนาว น่าจะสมหวัง-ใครกลัวหนาวยิ่งต้องระวัง
ทางกรมอุตุนิยมวิทยาบอกเมื่อ 11 ต.ค. ว่า... ปีนี้อากาศจะเริ่มหนาวตั้งแต่เดือน ต.ค. เป็นต้นไป ซึ่งในช่วงประมาณเดือน ธ.ค.-ม.ค. จะเป็นช่วงที่มีอากาศหนาวจัดที่สุด จะมีอุณหภูมิต่ำกว่า 8 องศาเซลเซียส เนื่องมา จากมวลอากาศเย็นกำลังแรงจากประเทศจีนและลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ กำลังแรงจะพัดลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบนบ่อยครั้งและต่อเนื่องมากขึ้น ส่งผลให้ฤดูหนาวปีนี้อาจมี อุณหภูมิหนาวเย็นมากกว่าปีก่อน ๆ โดยเฉพาะ บริเวณยอดดอยและยอดภู อาจมีน้ำค้างแข็งเกิดขึ้นได้ แต่ภาคกลางและตะวัน ออกจะเริ่มมีอากาศเย็นลงชัดเจนในเดือน พ.ย. โดยอุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ 20-24 องศาเซลเซียส
ช่วงเดือน ธ.ค. และ ม.ค. มักมีหมอกหนาเกิดมากหลายพื้นที่ ควร ระมัดระวังการเกิดอุบัติเหตุจากการใช้ยานพาหนะ เช่นเดียวกับที่ ต้อง ระมัดระวังสุขภาพ จากอากาศหนาวเอาไว้ด้วย เพราะหนาวจัดทีไรก็มี คน แข็งตาย ทุกที และโรคภัยที่ต้องระวังเป็นพิเศษก็อาทิ ไข้หวัด, ไข้หวัดใหญ่, ปอดบวม, วัณโรค โดยเฉพาะเด็กอายุต่ำกว่า 5 ขวบ และผู้สูงอายุ ยิ่งต้องดูแลให้ดี ทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ ออกกำลังให้เหมาะกับวัย พักผ่อนนอนหลับให้เพียงพอ รักษาร่างกายให้อบอุ่น อย่าอาบน้ำหรือสระผมด้วยน้ำเย็นจัด เป็นต้น
ปีนี้อาจจะเป็นอีกปี...ที่เมืองไทยจะ หนาวมาก-หนาวนาน
ถึงเป็นคนชอบอากาศเย็น-อากาศหนาว...ก็ อย่าประมาท
ปัจจุบันนี้ ธรรมชาติดุจัด ไม่กลัว...คงจะไม่ดีแน่ !?!?!.
http://www.dailynews.co.th/web/html/popup_news/Default.aspx?ColumnId=64535&NewsType=2&Template=1
<TABLE style="WIDTH: 480px"><TBODY><TR><TD vAlign=top><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 align=center border=0><TBODY><TR><TD vAlign=top align=middle><TABLE cellSpacing=5 cellPadding=0 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD vAlign=top align=middle>http://ads.dailynews.co.th/column/images/2008/politic/10/18/64535_59938.jpg (javascript:;)</TD></TR></TBODY></TABLE>
</TD></TR></TBODY></TABLE>
</TD></TR></TBODY></TABLE>
เข้าสู่กลางเดือน ต.ค. แล้ว ดูกันตามช่วงเดือน-ช่วงเวลา...เมืองไทยก็กำลังย่างเข้าสู่ ฤดูหนาว แล้ว แม้ว่าที่ผ่านมาจนถึงยามนี้ในเมืองไทย จะมีเรื่องสุ่มเสี่ยงที่จะเกิดการเผาผลาญจนร้อนรุ่มกันทั้งเมืองก็ตาม...
ฤดูหนาวปีนี้ กรมอุตุฯ บอกว่า จะไม่ธรรมดา
คนไทยก็คงต้องเตรียม ดูแลสุขภาพ กันให้ดี !!
ก่อนหน้านี้ กรมอุตุนิยมวิทยาได้คาดหมายลักษณะอากาศช่วงฤดูหนาวของประเทศไทยในปีนี้ไว้ คือตั้งแต่ประมาณกลางเดือน ต.ค. 2551- กลางเดือน ก.พ. 2552 โดยมีรายละเอียดดังนี้... ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จะเริ่มมีอากาศหนาวเย็นกับมีหมอกในตอนเช้าประมาณกลางเดือน ต.ค. เป็นต้นไป โดยในบางช่วงของเดือน ธ.ค. และ ม.ค. จะมีอากาศหนาวจัดหลายพื้นที่ทางตอนบนของภาค บางวันจะมีหมอกหนาในบางพื้นที่โดยเฉพาะบริเวณ จ.แม่ฮ่องสอน เชียงราย น่าน ตาก เลย สกลนคร นครพนม และอาจเกิดน้ำค้างแข็งขึ้นได้บริเวณยอดดอยและยอดภู โดยอุณหภูมิจะเริ่มสูงและอากาศจะเริ่มอุ่นขึ้นในเดือน มี.ค.เป็นต้นไป
ภาคกลางและภาคตะวันออก จะมีอากาศเย็นกับมีหมอกบางในตอนเช้าตั้งแต่เดือน พ.ย. เป็นต้นไป โดยบางช่วงของเดือน ธ.ค. และ ม.ค. จะ มีอากาศหนาวกับมีหมอกในบางวัน โดยเฉพาะบริเวณ จ.นครสวรรค์ ชัยนาท กาญจนบุรี ลพบุรี สระบุรี และตั้งแต่กลางเดือน ก.พ. เป็นต้นไป อากาศจะเริ่มอุ่นขึ้น
ภาคใต้ฝั่งตะวันออก (ฝั่งอ่าวไทย) กลางเดือน ต.ค.-กลางเดือน ธ.ค. จะมีฝนตกชุกหนาแน่นโดยจะตกหนักถึงหนักมากหลายพื้นที่ อาจเกิดน้ำ ท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากได้ คลื่นลมในอ่าวไทยจะมีกำลังแรง จากนั้น เดือน ม.ค. ปริมาณและการกระจายของฝนจะลดลงกับจะมีอากาศเย็นในตอน เช้าในหลายพื้นที่ ส่วนมากทางตอนบนของภาค ตอนล่างของภาคจะยังคงมีฝน ตกหนักได้เป็นบางวัน ขณะที่ ภาคใต้ฝั่งตะวันตก (ฝั่งทะเลอันดามัน) เดือน ต.ค.-พ.ย. ก็จะยังคงมีฝนตกชุก คลื่นลมในทะเลอันดามันจะมีกำลังค่อนข้างแรง ตั้งแต่เดือน ธ.ค. เป็นต้นไปปริมาณฝนจะลดลง และในบางพื้นที่จะมีอากาศเย็นกับมีหมอกในตอนเช้า
กรุงเทพฯ และปริมณฑล อากาศเย็นกับมีหมอกบางในตอนเช้า ส่วนมากในเดือน ธ.ค. และเดือน ม.ค. โดยอากาศจะเริ่มอุ่นขึ้นและมีอากาศร้อนในตอนกลางวันตั้งแต่กลางเดือน ก.พ.
โดยสรุปตามที่กรมอุตุนิยมวิทยาเคยคาดการณ์ไว้ ฤดูหนาวปีนี้ ประเทศไทยตอนบนคาดว่าจะมีอากาศหนาวเย็นใกล้เคียงปกติ และบางพื้นที่ในประเทศไทยจะมีอุณหภูมิต่ำสุดต่ำกว่าฤดูหนาวปีที่ผ่านมา ช่วงที่มีอากาศหนาวถึงหนาวจัดจะอยู่ในช่วงกลางเดือน ธ.ค.-กลางเดือน ม.ค. โดยเฉพาะภาคเหนือตอนบน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน บริเวณยอดดอยและยอดภู และฤดูหนาวของประเทศไทยตอนบนจะสิ้นสุดประมาณกลางเดือน ก.พ. อย่างไรก็ตาม บริเวณประเทศไทยตอนบนอาจเกิดความแห้งแล้งได้ใน หลายพื้นที่โดยเฉพาะพื้นที่บริเวณนอกเขตชลประทาน เนื่องจากมีปริมาณฝน น้อยเกือบตลอดช่วง
ที่ว่ามาก็เป็นพยากรณ์อากาศฤดูหนาวปีนี้...ก่อนหน้า
แต่ล่าสุด...มีการเน้นเพิ่มเติมเรื่อง อากาศหนาวจัด
เมื่อ 11 ต.ค. ที่ผ่านมา ทางกรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกมาแจ้งข่าวฤดูหนาวของประเทศไทยในปีนี้เพิ่มเติม ตามรายงานข่าวก็บอกว่า... ฤดูหนาวปีนี้ประเทศไทยจะหนาวกว่าทุกปีที่ผ่านมา
ทั้งนี้ พูดถึงคำว่า หนาว สำหรับคนไทยแล้ว อากาศหนาวหมาย ถึงอุณหภูมิในช่วง 8.0-15.9 องศาเซลเซียส ถ้าอุณหภูมิระหว่าง 16.0-22.9 องศาเซลเซียส ถือว่าแค่อากาศเย็น ถ้าอุณหภูมิสูงกว่า 22.9 องศาเซลเซียสขึ้นไป ก็เริ่มร้อน ไล่ขึ้นไปจนถึงร้อนจัด แต่ถ้าอุณหภูมิต่ำกว่า 8.0 องศาเซล เซียสแล้วล่ะก็...ถือว่า อากาศหนาวจัด ซึ่งสำหรับเมืองไทยปีนี้ใครชอบหนาว น่าจะสมหวัง-ใครกลัวหนาวยิ่งต้องระวัง
ทางกรมอุตุนิยมวิทยาบอกเมื่อ 11 ต.ค. ว่า... ปีนี้อากาศจะเริ่มหนาวตั้งแต่เดือน ต.ค. เป็นต้นไป ซึ่งในช่วงประมาณเดือน ธ.ค.-ม.ค. จะเป็นช่วงที่มีอากาศหนาวจัดที่สุด จะมีอุณหภูมิต่ำกว่า 8 องศาเซลเซียส เนื่องมา จากมวลอากาศเย็นกำลังแรงจากประเทศจีนและลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ กำลังแรงจะพัดลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบนบ่อยครั้งและต่อเนื่องมากขึ้น ส่งผลให้ฤดูหนาวปีนี้อาจมี อุณหภูมิหนาวเย็นมากกว่าปีก่อน ๆ โดยเฉพาะ บริเวณยอดดอยและยอดภู อาจมีน้ำค้างแข็งเกิดขึ้นได้ แต่ภาคกลางและตะวัน ออกจะเริ่มมีอากาศเย็นลงชัดเจนในเดือน พ.ย. โดยอุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ 20-24 องศาเซลเซียส
ช่วงเดือน ธ.ค. และ ม.ค. มักมีหมอกหนาเกิดมากหลายพื้นที่ ควร ระมัดระวังการเกิดอุบัติเหตุจากการใช้ยานพาหนะ เช่นเดียวกับที่ ต้อง ระมัดระวังสุขภาพ จากอากาศหนาวเอาไว้ด้วย เพราะหนาวจัดทีไรก็มี คน แข็งตาย ทุกที และโรคภัยที่ต้องระวังเป็นพิเศษก็อาทิ ไข้หวัด, ไข้หวัดใหญ่, ปอดบวม, วัณโรค โดยเฉพาะเด็กอายุต่ำกว่า 5 ขวบ และผู้สูงอายุ ยิ่งต้องดูแลให้ดี ทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ ออกกำลังให้เหมาะกับวัย พักผ่อนนอนหลับให้เพียงพอ รักษาร่างกายให้อบอุ่น อย่าอาบน้ำหรือสระผมด้วยน้ำเย็นจัด เป็นต้น
ปีนี้อาจจะเป็นอีกปี...ที่เมืองไทยจะ หนาวมาก-หนาวนาน
ถึงเป็นคนชอบอากาศเย็น-อากาศหนาว...ก็ อย่าประมาท
ปัจจุบันนี้ ธรรมชาติดุจัด ไม่กลัว...คงจะไม่ดีแน่ !?!?!.
http://www.dailynews.co.th/web/html/popup_news/Default.aspx?ColumnId=64535&NewsType=2&Template=1