คนดีโลกลืม
13-10-2008, 11:25 AM
<TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width="98%" align=right border=0><TBODY><TR><TD height=30>พระพุทธเจ้าทรงให้ละความชั่ว ทำแต่ความดี คนทั่วไปมักคิดว่า ถ้าเราผิดศีล 5 ซึ่งเป็นข้อบังคับที่ต้องปฏิบัติ คือ เราไปฆ่าเขา ไปลักทรัพย์ ไปโกง ไปฉ้อเขา ไปประพฤติผิดทางเพศ ไปปดหลอกลวงเขา ไปดื่มเหล้า ไปเสพสิ่งเสพติด มีกัญชา ฝิ่น ฯลฯ การกระทำเหล่านี้ถือเป็นบาป
ความจริงหาเป็นเช่นนั้นไม่ เพราะศีล 5 เป็นแค่ข้อปฏิบัติในกรณีส่วนใหญ่ แต่ไม่ใช่ข้อปฏิบัติที่ใช้ได้ในทุกกรณี การใช้ศีล 5 เป็นเกณฑ์ในการตัดสินว่า สิ่งนั้นเป็นบาปเป็นความชั่ว ในบางกรณีจึงใช้ไม่ได้
</TD></TR><TR><TD>
ในหลักพระพุทธศาสนา "กรรม" หรือ การกระทำ แบ่งเป็น กุศลกรรม และอกุศลกรรม เกณฑ์ในการวินิจฉัยว่าสิ่งใดเป็นกรรมดี และสิ่งใดเป็นกรรมชั่ว ตัวที่ตัดสิน คือ ....... เจตนา(ความตั้งใจ) .......
พระพุทธเจ้าตรัสว่า "เจตนาหํ ภิกขฺเว กมฺมํวทามิ ภิกษุทั้งหลาย เรา(ตถาคต)กล่าวว่า เจตนาเป็นกรรม"
ดังนั้น
ถ้าเรามีเจตนา(ตั้งใจ)ทำกรรมใดออกไปด้วย อกุศลจิต กรรมนั้นถือว่าเป็นบาป หรือความชั่ว แต่ถ้าเราเจตนาทำกรรมใดออกไปด้วยกุศลจิต กรรมนั้นก็ถือว่าเป็นบุญ
ตัวอย่าง ถ้ามีโจรกำลังจี้ชิงทรัพย์ หรือกำลังข่มขืน คนอื่นอยู่ เราเห็นเข้าเราก็ตะโกนไปว่า "ตำรวจมา" "ตำรวจมา" เราผิดศีล 5 ข้อหามุสาแน่นอน แต่ทว่าการมุสาครั้งนี้ไม่ได้ถือว่าเป็นบาป เพราะเราไม่มีเจตนาอกุศล เจตนาคือกรรม เจตนาหรือความตั้งใจของเรา เพื่อช่วยคนที่กำลังเดือดร้อนจากการถูกเบียดเบียน ..... การมุสาครั้งนี้จึงถือว่าเป็นบุญ
สรุป เกณฑ์ในการตัดสินว่า การกระทำสิ่งไหนเป็นบาปหรือบุญ คือ เจตนาหรือความตั้งใจของเรา ที่กระทำไปเป็นอกุศลหรือเป็นกุศล
เจตนาที่เป็นรากเหง้าของความชั่ว โลภะ โทสะ โมหะ
นอกเหนือจากเกณฑ์หลักดังกล่าวในข้างต้น เราควรใช้มโนธรรม คือความรู้สึกผิดชอบชั่วดีของตนเอง มาร่วมตัดสินด้วยว่า การกระทำสิ่งนั้น ตนเองติเตียนตนเองได้หรือไม่ เสียคุณธรรมในใจหรือไม่
</TD></TR></TBODY></TABLE>
ความจริงหาเป็นเช่นนั้นไม่ เพราะศีล 5 เป็นแค่ข้อปฏิบัติในกรณีส่วนใหญ่ แต่ไม่ใช่ข้อปฏิบัติที่ใช้ได้ในทุกกรณี การใช้ศีล 5 เป็นเกณฑ์ในการตัดสินว่า สิ่งนั้นเป็นบาปเป็นความชั่ว ในบางกรณีจึงใช้ไม่ได้
</TD></TR><TR><TD>
ในหลักพระพุทธศาสนา "กรรม" หรือ การกระทำ แบ่งเป็น กุศลกรรม และอกุศลกรรม เกณฑ์ในการวินิจฉัยว่าสิ่งใดเป็นกรรมดี และสิ่งใดเป็นกรรมชั่ว ตัวที่ตัดสิน คือ ....... เจตนา(ความตั้งใจ) .......
พระพุทธเจ้าตรัสว่า "เจตนาหํ ภิกขฺเว กมฺมํวทามิ ภิกษุทั้งหลาย เรา(ตถาคต)กล่าวว่า เจตนาเป็นกรรม"
ดังนั้น
ถ้าเรามีเจตนา(ตั้งใจ)ทำกรรมใดออกไปด้วย อกุศลจิต กรรมนั้นถือว่าเป็นบาป หรือความชั่ว แต่ถ้าเราเจตนาทำกรรมใดออกไปด้วยกุศลจิต กรรมนั้นก็ถือว่าเป็นบุญ
ตัวอย่าง ถ้ามีโจรกำลังจี้ชิงทรัพย์ หรือกำลังข่มขืน คนอื่นอยู่ เราเห็นเข้าเราก็ตะโกนไปว่า "ตำรวจมา" "ตำรวจมา" เราผิดศีล 5 ข้อหามุสาแน่นอน แต่ทว่าการมุสาครั้งนี้ไม่ได้ถือว่าเป็นบาป เพราะเราไม่มีเจตนาอกุศล เจตนาคือกรรม เจตนาหรือความตั้งใจของเรา เพื่อช่วยคนที่กำลังเดือดร้อนจากการถูกเบียดเบียน ..... การมุสาครั้งนี้จึงถือว่าเป็นบุญ
สรุป เกณฑ์ในการตัดสินว่า การกระทำสิ่งไหนเป็นบาปหรือบุญ คือ เจตนาหรือความตั้งใจของเรา ที่กระทำไปเป็นอกุศลหรือเป็นกุศล
เจตนาที่เป็นรากเหง้าของความชั่ว โลภะ โทสะ โมหะ
นอกเหนือจากเกณฑ์หลักดังกล่าวในข้างต้น เราควรใช้มโนธรรม คือความรู้สึกผิดชอบชั่วดีของตนเอง มาร่วมตัดสินด้วยว่า การกระทำสิ่งนั้น ตนเองติเตียนตนเองได้หรือไม่ เสียคุณธรรมในใจหรือไม่
</TD></TR></TBODY></TABLE>