PDA

View Full Version : คู่มือประหารกิเลสสู่โสดาบันก่อนตาย


ลีลาวดี
12-10-2008, 05:46 PM
http://www.se-ed.com/itemmaster/LargeProductPic/9789740510994L.gif

'ถาม-ตอบกับภิกขุโย'
ถ้าหมดกามแล้วจะเป็นอย่างไร จะมีครอบครัวได้มั้ย (http://enteringthestream.wordpress.com/2007/10/31/%e0%b8%96%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%94%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%88%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%87%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%88/)

ถาม. ผมพยายามละจากกาม แต่ผมก็หยั่งไม่รู้ว่า ถ้าหมดกามแล้วมันจะเป็นอย่างไร แล้วจะเสพกามได้อีกมั้ย แล้วอย่างนั้นผมไม่ต้องมีครอบครัวอย่างนั้นหรือ
ตอบ. การที่ผู้ปฏิบัติพึงละกามนั้น ก็เพื่อพิจารณาให้เข้าใจว่ากามที่เกี่ยวกับเพศล้วนๆ นั้นมันเป็นอย่างไร เพื่อไม่ให้ความพึงพอใจเหล่านั้นมาเป็นเครื่องรบกวนในการปฏิบัติธรรม มันจะตามตอมไปเรื่อยๆ เดี๋ยวตอม เดี๋ยวตอม ดังนั้น เราจึงต้องพยายามทําความเข้าใจว่าแท้ที่จริงแล้วมันเป็นอย่างไร ก็เพื่อที่จะได้คลายออก จางออก เมื่อมันมาตอม เราก็มีอุบายจัดการกับมัน สกัดมันได้ก่อน เมื่อเข้าใจและมีความคิดเห็นถูกต้องมากขึ้น การประพฤติปฏิบัติตน ก็ถูกต้องเหมาะสมมากขึ้น ไม่หมกมุ่น มัวเมา เหมือนกับสัตว์บางหมู่เหล่าที่อะไรๆ ก็เอาแต่กามไว้ก่อน มีกามเป็นที่ตั้งล้วนๆ เป็นต้น

เราจะเปรียบเทียบให้ฟัง สมมติว่าตัวเธอและเพื่อนของเธออคนหนึ่งชอบทานพวกต้มเครื่องในสัตว์ แต่พอเวลาผ่านไป เธอศึกษามากขึ้น เห็นความจริงมากขึ้น ความคิดเห็นต่ออาหารนั้นมันเปลี่ยน… เธอก็เลยเลิกการทานเครื่องในสัตว์มาแต่บัดนั้นด้วยอาศัยความเข้าใจที่ถูกต้องแล้วนั้นเพื่อการทําให้การทานอาหารมีสุขลักษณะดีขึ้น แล้วถ้าตอนนี้ เพื่อนของเธอคนนั้นมาชวนให้เธอทานเครื่องในสัตว์ด้วย เธอจะทานมั้ย? ตัวเธอก็อาจจะตอบด้วยการส่ายหน้าแต่ในใจร้องยี้ด้วยความขยะแขยงว่าไม่เอาหรอก พร้อมกับคิดไปถึงว่าที่ผ่านมานั้นเราทานไปได้อย่างไร…….

นั่นล่ะ ถ้ากามราคะหรือความต้องการทางกามที่มันมากไปกว่าเพื่อการดํารงเผ่าพันธุ์มันลดลง จางลง เพราะเธอใช้ปัญญาพิจารณามันอยู่เนืองๆ จนมีความเห็นที่ถูกต้อง อยู่ด้วยความคิดเห็นที่ถูกต้อง เธอเข้าใจถูกต้อง มันก็ไม่จําเป็นที่เธอจะต้องไปวิ่งหามันอีก เพราะถ้ากิเลสคือกามราคะมันลดน้อยลง เธอก็ไม่ต้องแสวงหามาบริโภคเพียงแค่เพื่อสนองต่อกิเลสตัวนั้นอีกต่อไป เพราะถ้ามันไม่มีเชื้อให้กิเลสตัวนั้นเกิด เธอดับเหตุนั้นด้วยความเข้าใจ และด้วยความคิดเห็นต่อสิ่งนั้นอย่างถูกต้องแล้ว (right vision) ถ้าความคิดเห็นเธอเปลี่ยนแล้ว เธอก็จะตอบได้เองว่าเธอจะเสพ หรือไม่เสพ หรือควรจะไปทําอะไรที่ดีกว่านั้น นี่พูดภาษาง่ายๆ ตรงๆ ขอให้ตีความให้ดีๆ

แต่ถ้าเธอจะมีลูกไว้สืบสกุล มีลูกไว้เป็นเพื่อนเดินทางไกล เพื่อสืบทอดเจตนารมณ์ เพื่อเดินสู่ทางอันสงบเย็นร่วมกัน อย่างนี้ก็อีกเรื่องหนึ่ง พิจารณาดูให้ดี การเสพกามเพื่อสนองกิเลส กับการมีบุตรธิดาไว้สืบสกุลมันอย่างเดียวกันหรือคนละอย่าง? ไปพิจารณาดู เอาล่ะ ข้อสงสัยที่เหลือนั้น ปฏิบัติไปเรื่อยๆ เถิด แล้วเธอก็จะสิ้นสงสัย

ลีลาวดี
12-10-2008, 05:53 PM
http://www.dktoday.net/onlineshop/components/com_virtuemart/shop_image/product/69e49036cf0feda59d3d068250ae46ae.jpg

ปฏิบัติแล้วมักจะแพ้กิเลสกามราคะ เอาชนะอย่างไร (http://enteringthestream.wordpress.com/2007/10/31/%e0%b8%9b%e0%b8%8f%e0%b8%b4%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%88%e0%b8%b0%e0%b9%81%e0%b8%9e%e0%b9%89%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b9%80/)

2. ถาม ผมปฏิบัติติดต่อกันได้เช่นนี้ 30 วัน บ้าง, 60 วันบ้าง แล้วมักจะแพ้กิเลสกามราคะ ทำให้ผิดศีลข้อ 3 อยู่เรื่อยๆ มีวิธีเอาชนะอย่างไร ผมก็รู้ว่ามันไม่ดี ทำไปก็ปลงไป สลดสังเวชตัวเอง เสร็จแล้วผมก็ตั้งใจถือศีลปฏิบัติธรรมใหม่ วนเวียนอยู่อย่างนี้เป็นปีๆแล้วครับ

ตอบ เธอก็พิจารณาสิว่าการที่เธอกลับไปเสพ วนเวียนกลับไปเพื่อเสพกามนั้นมันเกิดจากอะไร เพราะว่าติดใจในรสของมันอย่างนั้นหรือ เธอกลับไปเสพอีกเพราะมันเคยชินกับการที่ได้คล้อยตามไปกับความต้องการที่เกิดขึ้นอย่างนั้นหรืออย่างไร เมื่อพบสาเหตุของการพ่ายแพ้ต่อกิเลสแล้วว่าเป็นเพราะว่าเรามักจะอ่อนข้อให้กับมันมาก่อน เมื่ออ่อนข้อมาครั้งหนึ่ง มันก็จะติดเป็นนิสัย +1 เธอกลับมาปฏิบัติใหม่ ดีขึ้น พอกิเลสกามเข้ามา เธออ่อนข้อให้อีกครั้งหนึ่ง มันก็ติดเป็นนิสัย +2, +3, +4 ไปเรื่อยๆ จนสุดท้ายกลายเป็นแพทเทิร์นหรือรูปแบบของการเสียนิสัย ก็เหมือนกับการเลิกสูบบุหรี่ไม่ได้ เพราะเอาแต่ขออีกสักมวนๆ อย่างนี้อยู่เรื่อยจนกลายเป็นนิสัย
ดังนั้น เธอจะต้องทํานิสัยที่ตรงกันข้ามขึ้นมาหักล้างมัน ให้เธอเริ่มด้วยการปฏิบัติเจริญสติให้มากๆ ให้ต่อเนื่อง เมื่อประสบกับอารมณ์ทางเพศ ก็ใช้ปัญญาพิจารณามัน ผู้ปฏิบัติบางคนพิจารณาอสุภะ แต่ผู้ปฏิบัติบางคนพิจารณาแล้วไม่หายก็มี ก็ลองพิจารณาใหม่ พิจารณาให้เห็นถึงความไม่เที่ยงของความเอร็ดอร่อยของกาม อัสสาทะของมัน ความอร่อยที่ได้จากการเสพนั้นมันไม่เที่ยง มันเป็นเพียงแค่ความรู้สึกที่เกิดขึ้นและก็ดับไป แต่คนเรานั้นเองที่ไปรั้งมันเอาไว้และอยากให้มันมีอีกจนกลายเป็นนิสัยที่หมกมุ่นมากเกินไป คนเรานั้นเองที่เข้าไปติดอยู่แค่ความอร่อยของมัน ก่อนหน้าของการได้เสพกาม มีความต้องการเท่าใด ขนาดไหน รุนแรงและมีความสุขให้แก่เธออย่างไร เธอจงมีสติและรู้อาการเหล่านั้น…. ให้พิจารณาดูอาการเหล่านี้ให้ดี และในขณะที่เสพกาม จงเสพด้วยสติและด้วยความเห็นที่ถูกต้องว่าความเอร็ดอร่อยนี้แท้จริงแล้วไม่เที่ยง และเมื่อสิ้นสุด เธอก็ตามดูการดับของความเอร็ดอร่อยนั้นว่าสุดท้ายมันก็หายไป มันดับไปใช่มั้ย ดูสิ สิ่งที่มันเกิดขึ้นมา มันก็ตั้งอยู่ และมันก็หายไปอย่างนี้ เราไปติดใจมัน เราไปเรียกมันว่าความสุขใช่มั้ย ทั้งๆ ที่มันเกิดขึ้น ตั้งอยู่ แล้วก็หายไป ถ้าความอร่อยของการเสพกามนี้ให้ความสุขกับเราได้ และเป็นความสุขที่น่ายึดถือบูชาต่อไปแล้วล่ะก็ ไหนล่ะ? มันอยู่ไหน เราเรียกมันกลับมาอีกได้มั้ย ดูหนักๆ ตรงนี้ เมื่อกี้ยังมีอยู่ แล้วตอนนี้ล่ะ มันเรียกกลับคืนมาไม่ได้อีกก็เพราะว่ามันไม่ใช่ของเรา มันสักแต่ว่า “ความรู้สึก” มันก็แค่ “รู้สึกอย่างนั้น” แต่เรานั้นเองที่ดันไปทึกทักมันว่ามันคือสิ่งที่ให้ความสุขเราได้ มันคือความสุขระดับสุดยอด มันเข้าใจอย่างนั้นมานาน เยอะแยะที่เข้าใจอย่างนั้น เด็กๆ ผู้ใหญ่ๆ ก็นั่นแหล่ะ เราเข้าใจมันอย่างนี้มานาน
เธอพยายามพิจารณาอย่างนี้ ในขณะที่ประสบอารมณ์นั้น เพื่อสั่งสอนจิต ขอให้นําไปพิจารณาบ่อยๆ พิจารณาให้เห็นชัดๆ ว่าความอร่อยจากกามนี้ มันไม่ใช่สิ่งที่น่าเข้าไปยึด หรือเข้าไปจับ เข้าไปลูบไล้ มันก็เป็นธรรมชาติเพื่อการดํารงเผ่าพันธุ์ แต่คนกลับไปเอาแค่ความอร่อยจากการเสพมาเป็นที่ตั้ง แล้วทํากิจกรรมทางกามกันก็เพื่อที่จะได้เสพความรู้สึกนั้นอีก ดูสิ มันน่าส่งเสริมหรือน่าสังเวชขนาดไหน คนบางหมู่บูชาอย่างกับอะไรดี ลองพิจารณาเวลาที่เราสั่งน้ำมูกสิ สั่งน้ำมูกแล้วไม่เห็นติดใจเลย ทําไมล่ะ? ทั้งๆ ที่สั่งน้ำมูก มันก็มีน้ำมูกออกมา มีขี้มูกออกมา อ๋อ… นั่นเป็นเพราะว่าเวลาสั่งน้ำมูก มันไม่เกิดความอร่อยในเวลาที่สั่งใช่มั้ยล่ะ มันมีสิ่งสกปรกออกมาด้วยใช่มั้ย มันสกปรก ต้องทิ้ง เพราะถ้าหากว่าคนเราอร่อยในเวลาที่สั่งน้ำมูก มันก็มีโอกาสติดใจการสั่งน้ำมูกได้ จึงจะต้องย้อนกลับมาสั่งน้ำมูกใหม่อีกเรื่อยๆ นั่นล่ะ อันนี้เราเปรียบเทียบให้ฟัง แล้วกามล่ะ มันก็เหมือนกัน ลองนํามาเทียบเคียงกันสิระหว่างการสั่งน้ำมูกกับความสุขที่ได้เสพกามน่ะ มันมีอะไรที่ต่างกัน กามมันก็มีน้ำ น้ำมูกมันก็มีน้ำ มันออกมาจากร่างกาย ก็เป็นร่างกายที่น่าหลงไหลกันนัก สั่งน้ำมูกทําไมจึงรังเกียจ แต่สั่งน้ำกาม ทําไมจึงบูชากันได้ บูชาหรือทํากับว่ามันเป็นสิ่งที่สวยงาม ถึงต้องลิ้มลองกัน เพราะอะไร ลองนําไปพิจารณาดู

ลีลาวดี
12-10-2008, 05:55 PM
การช่วยตนเองผิดไหม (http://enteringthestream.wordpress.com/2007/10/31/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%95%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%9c%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b9%84%e0%b8%ab%e0%b8%a1/)

คําถามจากจดหมาย “การช่วยตนเองผิดไหม เนื่องจากบางคนก็บอกว่า มันดีกว่าการที่จะไปมีเพศสัมพันธ์กับใคร ในองค์ศีล 5 ไม่ได้ระบุไว้”

ตอบ ผู้ที่ถาม ถามเพื่อให้ได้คําตอบแค่ว่า “ผิด” อย่างนั้นหรือ คําว่า “ผิด” นี้มันเป็นแค่ความคิดเห็นต่อสิ่งๆ นั้นว่ามันไม่ตรงตามความเห็นของตนก็เลยสมมติด้วยคําว่า “ผิด” หรือ “ถูก” อันนี้หมายเอาแค่หยาบๆ นะ อย่าไปหยุดเพียงแค่การถามว่าอะไรๆ ที่มันเป็นศีล แล้วถ้าเราฝ่าฝืน นั่งนับเป็นข้อๆ ว่ามันผิดหรือไม่ผิด ขอให้เธอเข้าใจใหม่ เหมือนกับใครที่ถามเรามาก่อนหน้านี้ล่ะว่า “ดูภาพโป๊แล้วผิดมั้ย”….
ถ้าเธอช่วยตนเอง ซึ่งมันมาจากการที่เธออยากจะสัมผัสกับความเอร็ดอร่อยทางกามารมณ์ ผลที่ตามมาคืออะไร ผลที่ตามมาก็คือ เธอก็จะติดใจอยู่ในรสชาดที่เธอสั่งการได้อยู่อย่างนี้ไปเรื่อย มันเป็นความสุขที่เธอสั่งได้ มอบให้ตัวเองได้บ่อยเท่าที่ต้องการ และเมื่อเธอทํากิจนั้นบ่อยๆ เข้าด้วยความเข้าใจดังนี้ สุดท้ายมันก็คงจะไม่พ้นไปจากเรื่องของเพศ ถูกมั้ย เธอจะคิดอย่างไร มันก็ไม่พ้นไปจากเรื่องนี้ และก็จะเป็นเช่นนี้เรื่อยๆ ถ้าเธอไปถามใครๆ คนอื่น เขาอาจจะบอกว่า “ผิด” หรือ “ไม่ผิด” แต่เราจะบอกว่า ถ้าเธอทําไปเรื่อยๆ ด้วยความเอร็ดอร่อยในรสชาดที่ได้ เธอก็จะได้รับความเอร็ดอร่อยนี้กลับมา และมันก็จะวิ่งเข้าหามันอยู่เรื่อยๆ และนั้นจะเป็นเหตุให้เธอเอาแต่หมกมุ่น ดังนั้น ถ้าเธอถามว่าผิดมั้ย เธอถามใหม่ดีกว่าว่า มันจะเป็นอย่างไรกับเธอ เมื่อเธอได้เสพความอร่อยนั้นมากขึ้น อย่ามองหาบทสรุปเลยว่าสิ่งที่ทํานั้นผิด หรือไม่ผิด
เธอผู้ปฏิบัติธรรมล้วนแล้วแต่ต้องเผชิญกับกามารมณ์เป็นศัตรูตัวฉกาจ มันจะตามมาตอมเธอ ยั่วเธอ ให้เธอมีอารมณ์ทางเพศ หากเธอยอมรับและโอนอ่อนมันเรื่อยๆ เธอก็จะโดนตอมอยู่อย่างนี้ เพราะมันเคยตัว หากเธอผู้ปฏิบัติอยากจะหลุดพ้นจากบ่วงของกามที่คอยกัดกิน คอยตามตอมชอนไช เธอจะต้องพยายามหาทางดิ้น หาอุบายเพื่อไถ่ถอนตัวเองออกจากความเพลิดเพลินในรสชาติความอร่อยของเพศรสที่เธอเคยเสพมันมา ทําให้จางลง ทําให้คลายลง โดยการพิจารณาอสุภะบ้าง หรือถ้าบุคคลใดไม่ถูกกับวิธีการพิจารณาอสุภะ ก็ให้พิจารณาว่าความเอร็ดอร่อยทางกามที่เธอเคยได้สัมผัสนั้น มันเป็นสักแต่ว่าความรู้สึก มันไม่เที่ยง มันเปลี่ยนแปลงไป แต่ตัวเธอนั้นเองที่กลับไปติดใจมัน เพราะเธอไม่มีกําลังเพียงพอที่จะหักห้ามใขเธอเอง เมื่อเธอเสพกาม มันอร่อย เธอสุขเพียงแค่เดี๋ยวเดียว เธอมิอาจจะรั้งให้ความสุขนั้นอยู่ได้นาน เมื่อความสุข ความเอร็ดอร่อยนั้นมันเกิดขึ้น ชั่วเวลาเดี๋ยวเดียว มันตั้งอยู่ และมันก็ดับไปในชั่ววินาที ถึงแม้เธอจะพยายามพาตัวเองกลับไปสู่สภาวะเดิม ต่อให้เธอวิ่งไปหาความสุขที่เธอเสพนั้นใหม่ มันก็กลับมาไม่เหมือนเดิม แล้วเมื่อมันเป็นอย่างนี้ เธอจะไปมัวติดอยู่ในความรู้สึกทางกามไปเพื่ออะไร ทั้งๆ ที่มันเป็นแค่ความรู้สึกที่เกิดขึ้นแล้วก็ดับไป มันไม่เที่ยงแท้แน่นอน และมันไม่ใช่ความสุขที่เธอจะพึงหวังเอามาเป็นของเธอได้ตลอด ถ้าเธอไปจับมันไว้ วันหนึ่งมันไม่เป็นไปอย่างที่เธอคิด ที่เธอหวัง มันจะกลับมาเฉือนใจของเธอเอง ดังนั้น เธอจะไปติดอยู่กับความสุขแค่นี้เพื่ออะไร บางคนอาจจะบอกในทํานองว่า “ก็ฉันชอบของฉันอย่างนี้ จะทําไม” นั่นก็เรื่องของบุคคลนั้นๆ ไปที่เขาพอใจที่จะสูบบุหรีไปเรื่อยๆ ทั้งๆ ที่เขารู้หรือไม่รู้ว่านั่นเป็นการทําลายปอดของเขาแบบผ่อนส่ง เข้าใจมั้ย
พิจารณาสิว่า ความรู้สึกทางกาม มันเป็นรางวัลเพื่อให้มนุษย์และสัตว์ได้มีการสืบพันธุ์ หรือสืบพันธุ์ตามฤดูกาล แต่คนเรา เมื่อได้เสพความอร่อยของกาม แทนที่จะเป็นการดํารงเผ่าพันธุ์ ก็กลับไปติดอยู่แค่ความอร่อยของมัน มันลิ้มรสเฉพาะความอร่อยแล้วกันเลิกกัน หันหลังให้กับการดํารงเผ่าพันธุ์ จนกลายเป็นแค่กิจกรรมเพื่อให้ได้มาซึ่งความเอร็ดอร่อยมาตอบสนองตัวเองอยู่ทุกวัน เธอไม่เบื่อบ้างดอกหรือที่เธอต้องคอยเป็นทาสความอยากที่มันมาหาเราทุกวี่ทุกวันอย่างนี้ มันพ้นไปจากจุดมุ่งหมายเดิมนั่นก็คือ เพื่อการสืบพันธุ์ มนุษย์บางกลุ่ม หยิบเอากาม หยิบเอาความสุขความอร่อยทางเนื้อหนังมาบูชา มันเกินเลยจุดมุ่งหมายเดิมไปไกล กลายเป็นความสุขที่เสพแบบวิปริต เสพแบบวิตถาร เสพกามเพื่อความสุขหลังทํางาน เสพกามเพื่อความสุขหลังจากที่ประสบความทุกข์เข้ามา แล้วก็บอกกับตัวเองว่าเป็นการผ่อนคลาย เป็นการคลายเครียดเป็นอย่างนั้นไป บุคคลผู้ที่ไม่ได้ศึกษา ไม่ได้อบรมกายใจอยู่เนืองๆ ก็พร้อมที่จะหลงเข้าไปเช่นนั้น
ผู้ที่ถามมา เธอได้ฟังอย่างนี้แล้ว ยังคิดจะถามอีกมั้ยล่ะว่าผิดหรือไม่ผิด เธอน่าจะได้คําตอบง่ายๆ โดยไม่ต้องสรุปแค่ว่าผิดหรือไม่ผิด ผู้ที่ถามว่าอย่างนี้แสดงว่ารู้อยู่แก่ใจว่าเป็นอย่างไร ถ้าเราตอบว่า “ผิด” ล่ะก็เธอจะเลิกกิจกรรมนั้นอย่างนั้นหรือ? และถ้าเราตอบว่า “ไม่ผิด” เธอจะทํากิจกรรมนั้นต่อไปอย่างนั้นหรือ ดังนั้น เราจึงต้องให้เธอเปลี่ยนคําถามเสียใหม่ เอาเป็นว่า ถ้าเธอมัวแต่เป็นอย่างนั้น มันจะให้ผลอะไรกับเธอ มันชัดกว่า และตรงจุดมากกว่า
เราจะยกตัวอย่างให้เธอได้เข้าใจมากขึ้น ถ้าเราถามเธอว่า “สูบบุหรี่ผิดมั้ย” เอาคนธรรมดานี่แหล่ะ คนถามเป็นคนธรรมดาเดินถนนนี่แหล่ะ คนเนี้ยะสูบบุหรี่ ผิดมั้ย? เธอจะตอบอย่างไร… “ผิด” หรือ “ไม่ผิด” ถ้าเธอบอกว่า “ผิด” เพราะอะไร มันร่างกายของเขา เขาอยากจะทําร้ายปอดเขาเองก็ตามใจ ถ้าเธอบอกว่า “ไม่ผิด” ก็แน่ล่ะสิ เพราะมันปอดของเขา ดังนั้น จะให้ดี เธอบอกผลให้เขาฟัง แล้วให้เขาได้พิจารณาด้วยตัวเขาเอง ถ้าเขาสูบมวนหนึ่ง เขาติดใจ เขาก็สูบอีก สองมวน สามมวน สี่มวน สุดท้ายปอดก็พัง เห็นมั้ย…. นี่เปรียบเทียบให้ฟัง เพราะบุคคลผู้สูบบุหรี่นั้นไม่ยอมที่จะยับยั้งชั่งใจตัวเอง เอาแค่คล้อยตามความอยากไปเรื่อยๆ นี่เรื่องของบุหรี่ มันแค่ร่างกายนี้ แต่เรื่องของกามนี้ มันทําให้เกิดวัฏสงสาร มันทําให้หมู่สัตว์ทั้งหลายต้องเวียนว่ายตายเกิดซ้ำแล้วซ้ำเล่า รอบแล้วรอบเล่า ตัวเธอเองไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันวนมากี่รอบแล้ว และไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเธอเคยทําอะไรมา เธอจะมานับหนึ่งใหม่ทั้งที เธอก็ควรที่จะให้มันคุ้มค่า เมื่อเธอมีโอกาส ถ้าเธอยังคล้อยตามไปกับโลก คล้อยตามไปกับกาม เธอก็จะยังคงหลงอยู่เช่นนี้ไปเรื่อย เอาล่ะไปพิจารณาดูต่อเอง
เราจะบอกว่า ถ้ามัวเมาอยู่อย่างนี้ เธอไม่รู้เลยหรือว่าวัฏสงสารมันยาวนานแค่ไหน ถ้าเธอไม่รู้ เธอไม่ระวัง นั่นก็คือเธอกําลังประมาทอย่างร้ายแรง ระวังให้ดี

ลีลาวดี
12-10-2008, 05:56 PM
ดูภาพโป๊ บาปมั้ย? (http://enteringthestream.wordpress.com/2007/10/31/%e0%b8%94%e0%b8%b9%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b9%82%e0%b8%9b%e0%b9%8a-%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%9b%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%a2/)

ถาม. อันนี้เป็นคําถามจากคนอื่นนะขอรับ มีคําถามถามมาว่า “ดูภาพโป๊ หนังโป๊ จะบาปมั้ยครับ”

ตอบ. จะใครถามก็ตามเถอะ เลิกถามเถอะว่า บาปหรือไม่ บาปแค่ไหน เธอถามแบบนี้ เธอถามเหมือนคนไม่รู้เรื่อง เธอถามมาจากแค่ความกลัว กลัวอะไรก็ไม่รู้ เธอก็กลัว เอาแค่ว่าเธอกลัวแล้วเธอจะทําไปทําไม ไม่เกี่ยวกับเรื่องนี้ก็ได้ ทุกๆ เรื่อง ถ้าเธอกลัวบาปถ้าได้ทํา เธอจะทําไปทําไม ถูกมั้ย เอ้า ตอบมา เมื่อเธอถามว่าบาปมั้ย อย่างนี้ก็แสดงให้เห็นชัดแล้วว่าเธอรู้ว่าบาป แต่เธอก็ควรจะถามต่อว่าบาปอะไร บาปยังไง วิ่งหาเหตุผลที่จะให้หลุดจากมันอยู่ดี ถ้าอย่างนี้จะมาถามทําไมให้เสียเวลาเล่า
เราจะให้เธอคิดอีกแบบหนึ่ง เธอไม่ต้องถามหรอกว่าบาปหรือไม่กับการทําอะไรๆ ชั่งน้ำหนักบาปๆ บุญๆ อีกแล้ว เน้นมาที่คําถามก็ได้ เธอถามว่าดูภาพโป๊ หนังโป๊นั้นบาปหรือไม่…. เราจะให้เธอเปลี่ยนคําถามใหม่ เปลี่ยนเป็น ดูภาพโป๊ หนังโป๊แล้วจะเป็นยังไงน่าจะชัดกว่า ว่ามั้ย?
เอาง่ายๆ คิดพิจารณาง่ายๆ ถ้าเธอมีปัญญา เธอจงพิจารณาให้หนัก พิจารณาให้ดี เธอจะเข้าใจมันได้ลึกแค่ไหนก็ขึ้นอยู่กับเธอแล้วล่ะ ถ้าเราให้เธอทานเค้กก้อนหนึ่ง นี่ อร่อยมั้ย เค้กช็อคโกแลตเนี่ย เอาอีกก้อนมั้ย…. เอ้า… อร่อยมั้ยเค้กเนี่ย…. อร่อยๆ เธอทานไปด้วยความเอร็ดอร่อย…. เมื่อเธอทานด้วยความเอร็ดอร่อยเป็นที่ตั้ง เธอก็บริโภคอีก เสพอีก เพราะเธออร่อยและก็ติดใจจนอยากเสพอีก ผ่านไปอีกวัน เธอก็วิ่งหามัน หาซื้อมัน เอาแบบเนี้ยะ เอามาบริโภคอีก เพราะเธอติดใจในรสชาติของมัน มันเลิกไม่ได้ ผลที่ตามมาก็คือ เธอเริ่มอ้วนขึ้น นี่ ยิ่งทานก็ยิ่งอ้วน ไขมันอุดไปตามเส้นเลือด ถ้าเธอไม่ออกกําลังกายนะ
เอาล่ะ เธอเห็นภาพและเข้าใจแล้วในเรื่องของเค้ก เธอมาดูเรื่องของกามอย่างที่เธอถาม….
เธอบริโภคความอร่อยทางรูป เพื่อให้เธอพอใจ เธอดูภาพแล้วพอใจมัน ดูหนังแล้วพอใจมัน พอใจที่ได้ดู พอใจที่ได้เสพ เธอเสพด้วยความอร่อยที่เธอได้เสพ จิตใจเธอพอใจในความอร่อยที่ได้รับนั้น เธอว่าอะไรจะเป็นผลล่ะ มันก็คล้ายกับเค้ก เค้กทําให้อ้วน แต่นี่อาจจะทําให้เธอหมกมุ่น โง่มากขึ้น จิตตกต่ำ ความคิดมันไม่โปร่งใส คิดอะไรก็คิดในทางเพศ เอาแต่เรื่องนี้เป็นหลัก มองเห็นอะไรก็เห็นเป็นเรื่องเพศเสียหมด เรื่องเพศกลายเป็นเรื่องที่เธออาจจะเอามาบูชา ถ้าเธอยังเสพมันด้วยความเอร็ดอร่อย เธอเสพทางตาไม่พอ เสพทางหู และก็หาทางเสพในทุกๆ ทวารของเธอ คือ เสพด้วยตา เสพด้วยหู หูต้องได้ยินอีก ลิ้นลิ้มรส จมูกได้กลิ่น ก็ต้องเสพด้วยทางนี้เพิ่มเข้ามาอีก ถามตัวเองดูให้มากๆ พิจารณาให้หนัก มันลึกเข้าไปเรื่อย ถ้าเธอไม่มีสติยับยั้งในขณะที่เกิดความคิดหยาบช้าลามกอย่างนี้ขึ้นมา เธอยับยั้งไม่ทัน มันก็ล่อเธอให้ติดกับ เธอยังมองเห็นมันเป็นความเอร็ดอร่อยเมื่อเสพมันเหมือนกับทุกๆ ครั้ง จนเธอก็เสพกามทางกายด้วยความคิดเห็นว่ามันเป็นสิ่งที่น่าเอร็ดอร่อยและนี่เป็นความสุขที่หาได้ บังคับให้มีเวลาเสพได้ เธอหลุดเข้าไปเต็มตัว เสพด้วยใจที่หลงมันเต็มๆ ตัว เธอหมกมุ่นด้วยกาย ด้วยวาจา และด้วยใจ
และนี่ มันก็เป็นอย่างนี้ ออกมาเป็นอย่างนี้ คือ เธอหมกมุ่นมากขึ้นเรื่อยๆ จนเกิดวิปริต เกิดการเสพกามที่พิเรนเกินมนุษย์ แต่คนบางกลุ่มก็ยังถือว่าการเสพกามนี้เป็นเรื่องสวยงาม ถึงกับถ่ายรูปมาบูชากันได้ ถ่ายรูปแปลกๆ ใหม่ๆ เพื่อการเสพทางตาที่ใหม่ๆ เปลี่ยนมุมให้พอใจมากขึ้น กลายเป็นเรื่องที่น่าบูชา เป็นเรื่องที่ถือว่าเป็นความสุขที่สัมผัสได้ทุกวัน เป็นความสวยงามที่มนุษย์สามารถมีความสุขได้ ทั้งๆ ที่ไม่รู้ว่าเมื่อเข้าไปจับมัน มันก็จะทําให้เกิดทุกข์ย้อนกลับมา แต่นี่กลับไม่รู้ พวกเธอบางกลุ่มมองไม่เห็นมัน มองเห็น แต่ก็ไม่เห็นว่าจะมีตรงไหนที่เป็นทุกข์ได้ ความคิดเห็นเลยไม่เปลี่ยน ความรู้ที่ถูกต้องจึงไม่เกิด มันจึงยึดอยู่กับความคิดเดิมๆ ความเข้าใจแบบเดิมๆ อยู่ เข้าใจหรือยังล่ะ…. เพราะถ้าเธอติดใจในกาม ในรสของมัน เธอต้องเสพมัน ถ้าเธอไม่ได้เสพมันล่ะ เธอจะทําอย่างไร เธอผู้ชายก็มีทางออกได้ นี่ สุดท้ายก็ยังอุตส่าห์พยายามหาทางออกไปเพื่อเสพได้ หาอะไรมาทดแทนเพื่อให้ตนพอใจได้ เห็นมั้ย แทงถูกที่ใจมั้ยคนถาม…. ความต้องการที่อยู่ในจิตของเธอก็จะพอกพูนมากขึ้น ความเคยชินก็จะพอกพูนมากขึ้น เธอก็จะหมกมุ่นเพิ่มมากขึ้น เหมือนกับเค้กน่ะ เค้กน่ะ เธอห้ามใจไม่ให้ทานได้ แต่กามนี่ล่ะ เธอห้ามใจไม่ให้เสพกามได้หรือไม่ เพราะอะไร ลองห้ามสิ ความต้องการทางกาม มันจะพาให้เธอหยิบเหตุผลร้อยแปดพันอย่างขึ้นมาเพื่อผัดวันประกันพรุ่งเพื่อให้เธอยอมตามใจตัวเอง เห็นการตามใจในครั้งนี้มันเป็นการตามใจที่ถูกต้อง ขอไปก่อน ไม่หักห้ามใจในครั้งกระนี้ และก็ขอให้ผลัดไปครั้งหน้ากระโน้นก็แล้วกัน เธอเสียดายความสุขที่เธอเคยมีมัน เธอเสียดายความสุขที่มันน่าจะสมใจอยากในตอนนี้ที่เธอมีโอกาสจะได้เสพ… คิดให้ดีๆ เธอเสพมันจนชินจนทิ้งความสุขนั้นไม่ได้ ทั้งๆ ที่รู้ และอาจจะพยายามอยู่ เหมือนคนติดบุหรี่ มักจะขออีกสักมวนว่า มวนสุดท้ายแล้วน่า แล้วค่อยหาทางเลิกในมวนต่อไป สุดท้ายก็มวนสุดท้าย มวนสุดท้ายตลอด ผลัดความพยายามไปครั้งหน้าอีก ถ้าเธอไม่เริ่มเลิกสูบ แล้วเธอจะหยุดได้เมื่อใด นี่ เธอจงพิจารณาให้ดี พิจารณาให้หนัก ความพอใจในทางเพศรสที่มากเกินไปนี้ มันพาให้หมกมุ่นแบบนี้เหมือนกัน มันพาให้เราผลัดวันประกันพรุ่ง มันพาให้เรากลายเป็นคนเมา เมาคือ ไม่สนใจอะไรทั้งนั้นก็ยังได้ แต่ขอให้ได้เสพมันในตอนนี้ก็พอ ดู มันมัวเมาขนาดนี้ก็ยังบูชากันอยู่ดี เธอลองดูสุนัขสิ สุนัขเมื่อมันติดสัด มันเป็นอย่างไร ข้าวปลาอาหารมันไม่กินเลย มันจะหาตัวเมียให้ได้ เธอเปรียบเทียบ พิจารณาดูก็แล้วกัน…
เอ้า… พูดไปยาวแล้ว ตอบเกินคําถามเสียแล้ว แต่นี่เราชี้ให้เห็นถึงโทษของมัน เราจึงได้บอกเธอไงว่า เธออย่าถามเลยว่า บาปหรือไม่บาป เพราะเธอไม่ต้องกลัวบาปมันหรอก เธอตอบได้ว่าบาปหรือไม่บาป หลังจากที่ได้ฟังที่เราตอบเธอไปแล้ว เธอจะเข้าใจเองว่าจริงๆ แล้วเธอไม่ควรถามว่าบาปหรือไม่ เธอควรจะถามใหม่ว่า จะเป็นอย่างไรถ้าเธอดูหนังโป๊หรือดูภาพโป๊ นั่นต่างหากที่เธอน่าถาม นี่คือถามด้วยปัญญา ถามเพื่อให้เกิดปัญญา ไม่ได้ถามไปเพื่อที่จะเชื่อหรือพูดตามแบบนกแก้วนกขุนทองโดยไม่ได้อาศัยปัญญาตนเองพิจารณาเอาเลย เอาแต่เชื่อลูกเดียว เอาล่ะ พอเข้าใจแล้วใช่มั้ย ก็ลองนําไปพิจารณาดู อย่าลืมที่เราบอก ให้พิจารณาบ่อยๆ พิจารณาในตอนที่เกิดความรู้สึก เกิดความอยากนั่นแหล่ะ พิจารณาบ่อยๆ

ลีลาวดี
12-10-2008, 05:57 PM
จิตของพระโสดาบัน เสพกามแล้วจะเป็นอย่างไร (http://enteringthestream.wordpress.com/2007/10/31/%e0%b8%88%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%82%e0%b8%aa%e0%b8%94%e0%b8%b2%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%99-%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%9e%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a1/)

ถาม จิตของพระโสดาบัน เสพกามแล้วจะเป็นอย่างไร?
ตอบ เธอผู้ถาม…. คําถามเหล่านี้ ไม่เป็นไปเพื่อความก้าวหน้าในการปฏิบัติเลย ถ้าเธอมีน้องชายที่อยู่ชั้นประถมและกําลังจะสอบไล่ เธอเห็นเขากําลังเปิดอ่านแนวข้อสอบระดับปริญญาตรี เธอจะกล่าวเตือนเขาหรือเธอจะปล่อยให้เขาทําอย่างนั้นล่ะ หากเธอยังเดินอยู่ในชั้นประถม เธอจะรู้ถึงความกลุ้มใจของนักศึกษาที่เรียนในมหาวิทยาลัยได้อย่างไร นี่เปรียบเทียบให้ฟัง ถ้าเรายังมีกิเลสตัณหาครอบงํา เป็นทาสของมันอยู่ เธอจะอาศัยการฟัง การอ่าน แล้วมาทําความเข้าใจว่าจิตของพระโสดาบันเป็นอย่างนั้นอย่างนี้หรือ?
ขอให้อยู่กับปัจจุบันมากๆ อย่าส่งจิตออกนอก มีสติกําหนดรู้ให้มาก ปฏิบัติไปเถิดแล้วจะสิ้นสงสัยเอง
คําถามนี้ใช้ไม่ได้ ตกไป


http://enteringthestream.wordpress.com/

Veerasak_Chai
12-10-2008, 06:03 PM
โดยมรรคาแห่งจุดหมายความบริบูรณ์แห่ง ศีล สมาธิ ปัญญา

โมทนา...สาธุการ นี้ ยังประโยชน์แก่สรรพสัตว์ทั้งมวลทุกถ้วนทั่ว เทอญ...

ลีลาวดี
12-10-2008, 06:06 PM
ถาม-ตอบ กับภิกขุโย (http://board.palungjit.com/showthread.php?t=153218)
ลีลาวดี

ลีลาวดี
12-10-2008, 06:09 PM
http://www.dktoday.net/onlineshop/components/com_virtuemart/shop_image/product/69e49036cf0feda59d3d068250ae46ae.jpg http://www.se-ed.com/itemmaster/LargeProductPic/9789740510994L.gif

แนะนำหนังสือน่าอ่าน