PDA

View Full Version : แรม ๑ ค่ำ เดือน ๑๑ อัศจรรย์วันพระพุทธเจ้าเปิดโลก


คนมีกิเลส
12-10-2008, 09:15 AM
<TABLE cellSpacing=2 cellPadding=2 width="100%"><TBODY><TR><TD align=middle colSpan=2>แรม ๑ ค่ำ เดือน ๑๑
วันพระพุทธเจ้าเปิดโลก


</TD></TR><TR><TD>http://www.rakbankerd.com/dhamma/01.jpg</TD><TD vAlign=center>หลังจากที่ทรงแสดงพระอภิธรรมปิฎกแก่พระพุทธมารดา ณ ดาวดึงส์เทวโลก ตลอดถ้วนไตรมาสแล้ว จึงเสด็จจรสู่พื้นพิภพ ณ ประตูเมืองสังกัสสนคร ซึ่งสถิตห่างจากกรุงสาวัตถีมีประมาณ ๓๐ โยชน์
<NOBR>“พระสัมมาสัมพุทธเจ้าใช้พุทธานุภาพเปิดโลก”
</NOBR>เหตุการณ์ในวันนั้น คือ เริ่มจากเมฆที่มีมากมายหายไป ท้องฟ้าเริ่มเปิดออก

</TD></TR></TBODY></TABLE>
มีลำแสงฉัพพรรณรังสีพุ่งออกมา ท้องฟ้ากลวงเข้าไป เหมือนไม่มีท้องฟ้า ท้องฟ้าเปิดจนมองเห็นสวรรค์ ในลำแสงนั้นก็จะเห็นเหล่าทวยเทพทั้งหลายในภพ ๓ ยกเว้นอรูปพรหม ๔ ชั้น และอสัญญีสัตตาพรหมที่ไม่ได้มา นอกนั้นมาทั้งหมด
ท้าวมหาราชทั้ง ๔ พร้อมด้วย นาค ครุฑ ยักษ์ คนธรรพ์ โดยเฉพาะคนธรรพ์จะร้องรำทำเพลง ประโคม ดนตรีตลอดเวลา พลุสวรรค์หลากสี ดังเป็นเสียงดนตรีสวรรค์ ดอกไม้ทิพย์สวยสดงดงาม หอมฟุ้ง ตลบอบอวลไปทั่วบริเวณสองข้างทาง ก็เต็มไปด้วยทวยเทพทุกชั้น เทพอัปสร เรียงกันลงมาเป็นกระบวน ถัดจากนางเทพอัปสรก็จะมีเหล่าเทวดายืนเรียงรายกันเต็มไปหมดเลย
มีบันไดทองคำใส บันไดแก้ว เพชร บันไดเงิน ทอดลงมาจากดาวดึงส์จนถึงพื้นโลกมนุษย์

http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=419823&stc=1&d=1223781238

พระสัมมาสัมพุทธเจ้าเสด็จอยู่ตรงกลางบันไดแก้วเพชรที่มี หลากสี ทั้งม่วง คราม น้ำเงิน เขียว เหลือง แสด แดง ตามหลังมาด้วยปัญจสิกขเทวบุตร และมาตุลีเทพ สารถี ส่วนบันไดทองคำใส เป็นของเทวดาผู้มีศักดิ์ใหญ่มีท้าวสุยามาผู้ปกครองสวรรค์ชั้นยามา ถือพัดวีชนี ท้าวสักกเทวราชหรือพระอินทร์ถือปาริฉัตกะ ถัดมาเป็นท้าวสันตดุสิต ผู้ปกครองสวรรค์ชั้นดุสิต ท้าวนิมมานรมิต ผู้ปกครอง สวรรค์ชั้นนิมมานรดี ถัดมาก็ท้าวปรนิมมิต ผู้ปกครองสวรรค์ชั้นปรนิมมิตวสวัตตี และตามด้วยเหล่า เทวดาผู้มีศักดิ์ใหญ่ทั้งหลาย
บันไดเงินเป็นของพรหมผู้มีศักดิ์ใหญ่ ทั้ง ๑๖ ชั้น ซึ่งล้วนแต่งชุดขาว มีอานุภาพมาก ผู้มีศักดิ์ ใหญ่มากที่สุดก็อยู่ข้างหน้า เนรมิตฉัตรสีขาว ๙ ชั้น ลอยอยู่เบื้องบน พระสัมมาสัมพุทธเจ้าเปล่งฉัพพรรณรังสี สว่างไสว เนรมิตพระวรกายให้ใหญ่กว่าเทวดาและพรหมในระดับที่มนุษย์เห็นพอดี ใกล้หรือไกลก็เห็นเท่ากันด้วยพุทธานุภาพ

http://www.rakbankerd.com/dhamma/dhamma.html

คนมีกิเลส
12-10-2008, 09:32 AM
เทวดาเห็นพวกมนุษย์ แมัพวกมนุษย์ก็เห็นพวกเทวดา พวกเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย ต่างเห็นกันแล้วเฉพาะหน้าทีเดียว พระผู้มีพระภาคทรงเปล่งพระฉัพพัณณรังสีไปแล้ว

มนุษย์ในบริษัทซึ่งมีปริมณฑล ๓๖ โยชน์แม้คนหนึ่ง เมื่อแลดูสิริของพระพุทธเจ้าในวันนั้นแล้ว ชื่อว่าไม่ปรารถนาความเป็นพระพุทธเจ้า มิได้มีเลย

พวกเทวดาลงทางบันไดทอง พวกมหาพรหมลงทางบันไดเงิน พระสัมมาสัมพุทธจ้าเสด็จลงทางบันไดแก้วมณี

เทพบุตรนักฟ้อนชื่อ ปัญจสิขะ ถือพิณสีเหลืองดุจผลมะตูม ยืนอยู่ ณ ข้างเบื้องขวา ทำบูชาด้วยการฟ้อนแด่พระศาสดาลงมา มาตลิสังคาหกเทพบุตร ยืน ณ ข้างเบื้องซ้าย ถือของหอมระเบียบและดอกไม้อันเป็นทิพย์ นมัสการอยู่ทำบูชาแล้วลงมา

ท้าวมหาพรหมกั้นฉัตร ท้าวสุยามถือพัดวาลวิชนี พระศาสดาเสด็จลงพร้อมด้วยบริวารนี้ หยุดประทับอยู่ที่ประตูสังกัสสนคร แม้พระสารีบุตรเถระมาถวายบังคมพระศาสดาแล้ว

เพราะพระศาสดาเสด็จลงด้วยพุทธสิริเห็นปานนั้น อันท่านไม่เคยเห็นแล้วในกาลก่อนแต่นี้ เพราะฉะนั้น จึงประกาศความยินดีของตน ด้วยคาถาทั้งหลาย เป็นต้นว่า

"พระศาสดาผู้มีถ้อยคำอันไพเราะ ทรงเป็นพระบรมศาสดา เสด็จมาจากสวรรค์อย่างนี้ เรายังไม่เห็น หรือไม่ได้ยินต่อใครๆ ในกาลก่อนแต่นี้"

แล้วทูลว่า "พระเจ้าข้า วันนี้เทวดาและมนุษย์แม้ทั้งหมด ย่อมเลื่อมใส ปรารถนาต่อพระองค์"

ลำดับนั้น พระศาสดา ตรัสกะท่านว่า "สารีบุตร ชื่อว่าพระพุทธเจ้าผู้ประกอบพร้อมด้วยคุณเห็นปานนี้ ย่อมเป็นที่รักของเทวดาและมนุษย์ทั้งหลายโดยแท้" เมื่อจะทรงแสดงธรรม จึงตรัสพระคาถานี้ว่า

"พระสัมพุทธเจ้าเหล่าใด เป็นปราชญ์ ขวนขวายในฌาน ยินดีแล้วในธรรมอันสงบระงับ กล่าวคือพระนิพพาน แม้เทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย ก็ย่อมเลื่อมใสเป็นที่ยิ่ง ต่อพระสัมพุทธเจ้าเหล่านั้น"


ความว่า เทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย ปรารถนาความเป็นพระพุทธว่า "น่าชม จริงหนอ แม้เราพึงเป็นพระพุทธเจ้า" ดังนี้

ในกาลจบเทศนา ธรรมาภิสมัย ได้มีแก่สัตว์ประมาณ ๓๐ โกฏิ ภิกษุ ๕๐๐ ผู้เป็นสัทธิวิหาริกของพระเถระ ตั้งอยู่แล้วในพระอรหัต

http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=419837&stc=1&d=1223782283

คัดจากหนังสือ "มิติแห่งโลกวิญญาณ" โดย พ.ธรรมรังสี

http://board.watthummuangna.com/showthread.php?p=82700 (http://board.watthummuangna.com/showthread.php?p=82700)

ธรรมวิวัฒน์
12-10-2008, 09:32 AM
อนุโมทนาครับ สาธุ