สรานุวัฒน์ นวลคำ
08-10-2008, 12:37 PM
พระพุทธเจ้าทรงปวารณา และความสำคัญของวันออกพรรษา
พระพุทธเจ้าประทับอยู่ ณ พระวิหารบุพพาราม เมืองสาวัตถี พร้อมด้วยภิกษุสงฆ์ราว 500 รูป วันนั้นเป็นวันอุโบสถขึ้น 15 ค่ำ ภิกษุสงฆ์นั่งนิ่งประชุมพร้อมกันอยู่ พระพุทธองค์ได้ตรัสท่ามกลางหมู่สงฆ์ว่า
ภิกษุทั้งหลาย! บัดนี้เราขอปวารณาแด่เธอทั้งหลาย เธอทั้งหลายจะไม่ติเตียนการกระทำอะไร ๆ ที่แสดงออกทางกายหรือทางวาจาของเราบ้างหรือ?
ที่ประชุมสงฆ์เงียบสงัด ขณะนั้น พระสารีบุตรลุกขึ้น ทำผ้าห่มเฉวียงบ่าข้างหนึ่ง แล้วประนมอัญชลีไปทางพระพุทธเจ้า กราบทูลขึ้นว่า
ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ! ข้าพระองค์ทั้งหลายจะติเตียนการกระทำอะไร ๆ ของพระองค์ที่เป็นไปทางพระกายและพระวาจามิได้เลย เพราะพระองค์เป็นผู้ตัดทาง ทรงเป็นผู้บอกทาง ทรงรู้แจ้งทาง ทรงฉลาดในทาง สาวกทั้งหลายเป็นผู้เดินตามทางของพระองค์ บัดนี้แล ขอปวารณาแด่พระผู้มีพระภาค พระผู้มีพระภาคจะไม่ทรงติเตียนการกระทำอะไร ๆ อันเป็นไปทางกายหรือวาจาของข้าพระองค์บ้างหรือ?
<O:p</O:p
พระพุทธเจ้าทรงตรัสชมพระสารีบุตร ว่าเป็นบัณฑิตมีปัญญาว่องไว เป็นธรรมบุตรของพระพุทธองค์<O:p....
สิ่งที่น่าคิด<O:p
ขนาดพระพุทธเจ้าทรงเป็นถึงศาสดาเอก เหนือเทวดาและมนุษย์ทั้งปวง เหนือบุญเหนือบาปแล้ว ยังทรงเปิดโอกาสให้สาวก ชี้ขุมทรัพย์ ได้ ก็แล้วคนอย่างเราที่เต็มไปด้วยกิเลสหนาตัณหาจัด จะไม่มีโทษใด ๆ เลยหรือ?
<O:pพระสูตรนี้ จะเป็นบทเรียนที่ดีสำหรับผู้ที่ หลงลืมตนว่าจะทำอะไรไม่ผิดหรือผู้ที่มีหน้าที่ปกครองผู้อื่นควรจะได้ย้อนดูตนเองหรือเปิดโอกาสให้ผู้น้อยได้ ชี้ขุมทรัพย์ ให้แก่ตนบ้าง ความเจริญก็ย่อมจะเกิดแก่ตนและส่วนรวมอย่างไม่ต้องสงสัย ถ้าเรายังระลึกได้ว่า เรายังมีกิเลสตัณหาอยู่ ก็ขนาดผู้ที่หมดกิเลสตัณหาแล้วยังทรงเปิดโอกาสให้ผู้อื่นชี้โทษได้...
<O:p
วันมหาปวารณา หรือ วันออกพรรษา
<O:p
วันออกพรรษา คือ วันที่สิ้นสุดระยะการจำพรรษาเป็นเวลา 3 เดือน (นับแต่วันเข้าพรรษา (http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A9%E0%B8%B2)) เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า "วันมหาปวารณา" คำว่า"ปวารณา"แปลว่า "อนุญาต" หรือ "ยอมให้" ในวันออกพรรษานี้พระสงฆ์จะประกอบพิธีทำ สังฆกรรม (http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%86%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1)ใหญ่ เรียกว่า มหาปวารณา (http://th.wikipedia.org/w/index.php?title=%E0%B8%A1%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%9B%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%93%E0%B8%B2&action=edit&redlink=1) เป็นการเปิดโอกาสให้ภิกษุว่ากล่าวตักเตือนกันได้ เพราะในระหว่างเข้าพรรษา พระสงฆ์บางรูปอาจมีข้อบกพร่องที่ต้องแก้ไข การให้ผู้อื่นว่ากล่าวตักเตือนได้ ทำให้ได้รู้ข้อบกพร่องของตน และยังเปิดโอกาสให้ซักถามข้อสงสัยซึ่งกันและกันด้วย
<O:pนอกจากนี้พุทธศาสนิกชนยังร่วมกันทอด กฐิน (http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%81%E0%B8%90%E0%B8%B4%E0%B8%99) ในระยะเวลา 1 เดือนหลังออกพรรษา มีทั้ง จุลกฐิน และ มหากฐิน อย่างไรก็ดี ในแต่ละท้องถิ่นยังมีประเพณีอื่นๆ ที่น่าสนใจ เช่น การแข่งเรือ การเทศน์มหาชาติ (http://th.wikipedia.org/w/index.php?title=%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%A8%E0%B8%99%E0%B9%8C%E0%B8%A1%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%B4&action=edit&redlink=1) เป็นต้น
<O:pการร่วมกุศลกรรมการ "ตักบาตรเทโว (http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B9%82%E0%B8%A7)" คำว่า "เทโว" ย่อมาจาก"เทโวโรหน (http://th.wikipedia.org/w/index.php?title=%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B9%82%E0%B8%A7%E0%B9%82%E0%B8%A3%E0%B8%AB%E0%B8%99&action=edit&redlink=1)" แปลว่าการเสด็จจากเทวโลกการตักบาตรเทโว จึงเป็นการระลึกถึงวันที่ พระพุทธองค์เสด็จกลับจากการโปรด พระพุทธมารดาในเทวโลก ประเพณีการทำบุญกุศล เนื่องในวันออกพรรษานี้ ทุกวัดในประเทศไทย ก็มีพิธีเหมือนกันหมด จะผิดกันก็เพียงแต่สถานที่ ที่สมมติว่าเป็นสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ (http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%94%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%94%E0%B8%B6%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B9%8C) เท่านั้น...<O:p
(ขออภัยหากพบความผิดพลาดจากการพิมพ์ครับ)</O:p
ที่มา : ปวารณาสูตร เล่มที่ 15 หน้า265
และ พระไตรปิฎกฉบับดับทุกข์ ของธรรมรักษา/http://th.wikipedia.org/ <O:p
พระพุทธเจ้าประทับอยู่ ณ พระวิหารบุพพาราม เมืองสาวัตถี พร้อมด้วยภิกษุสงฆ์ราว 500 รูป วันนั้นเป็นวันอุโบสถขึ้น 15 ค่ำ ภิกษุสงฆ์นั่งนิ่งประชุมพร้อมกันอยู่ พระพุทธองค์ได้ตรัสท่ามกลางหมู่สงฆ์ว่า
ภิกษุทั้งหลาย! บัดนี้เราขอปวารณาแด่เธอทั้งหลาย เธอทั้งหลายจะไม่ติเตียนการกระทำอะไร ๆ ที่แสดงออกทางกายหรือทางวาจาของเราบ้างหรือ?
ที่ประชุมสงฆ์เงียบสงัด ขณะนั้น พระสารีบุตรลุกขึ้น ทำผ้าห่มเฉวียงบ่าข้างหนึ่ง แล้วประนมอัญชลีไปทางพระพุทธเจ้า กราบทูลขึ้นว่า
ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ! ข้าพระองค์ทั้งหลายจะติเตียนการกระทำอะไร ๆ ของพระองค์ที่เป็นไปทางพระกายและพระวาจามิได้เลย เพราะพระองค์เป็นผู้ตัดทาง ทรงเป็นผู้บอกทาง ทรงรู้แจ้งทาง ทรงฉลาดในทาง สาวกทั้งหลายเป็นผู้เดินตามทางของพระองค์ บัดนี้แล ขอปวารณาแด่พระผู้มีพระภาค พระผู้มีพระภาคจะไม่ทรงติเตียนการกระทำอะไร ๆ อันเป็นไปทางกายหรือวาจาของข้าพระองค์บ้างหรือ?
<O:p</O:p
พระพุทธเจ้าทรงตรัสชมพระสารีบุตร ว่าเป็นบัณฑิตมีปัญญาว่องไว เป็นธรรมบุตรของพระพุทธองค์<O:p....
สิ่งที่น่าคิด<O:p
ขนาดพระพุทธเจ้าทรงเป็นถึงศาสดาเอก เหนือเทวดาและมนุษย์ทั้งปวง เหนือบุญเหนือบาปแล้ว ยังทรงเปิดโอกาสให้สาวก ชี้ขุมทรัพย์ ได้ ก็แล้วคนอย่างเราที่เต็มไปด้วยกิเลสหนาตัณหาจัด จะไม่มีโทษใด ๆ เลยหรือ?
<O:pพระสูตรนี้ จะเป็นบทเรียนที่ดีสำหรับผู้ที่ หลงลืมตนว่าจะทำอะไรไม่ผิดหรือผู้ที่มีหน้าที่ปกครองผู้อื่นควรจะได้ย้อนดูตนเองหรือเปิดโอกาสให้ผู้น้อยได้ ชี้ขุมทรัพย์ ให้แก่ตนบ้าง ความเจริญก็ย่อมจะเกิดแก่ตนและส่วนรวมอย่างไม่ต้องสงสัย ถ้าเรายังระลึกได้ว่า เรายังมีกิเลสตัณหาอยู่ ก็ขนาดผู้ที่หมดกิเลสตัณหาแล้วยังทรงเปิดโอกาสให้ผู้อื่นชี้โทษได้...
<O:p
วันมหาปวารณา หรือ วันออกพรรษา
<O:p
วันออกพรรษา คือ วันที่สิ้นสุดระยะการจำพรรษาเป็นเวลา 3 เดือน (นับแต่วันเข้าพรรษา (http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A9%E0%B8%B2)) เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า "วันมหาปวารณา" คำว่า"ปวารณา"แปลว่า "อนุญาต" หรือ "ยอมให้" ในวันออกพรรษานี้พระสงฆ์จะประกอบพิธีทำ สังฆกรรม (http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%86%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1)ใหญ่ เรียกว่า มหาปวารณา (http://th.wikipedia.org/w/index.php?title=%E0%B8%A1%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%9B%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%93%E0%B8%B2&action=edit&redlink=1) เป็นการเปิดโอกาสให้ภิกษุว่ากล่าวตักเตือนกันได้ เพราะในระหว่างเข้าพรรษา พระสงฆ์บางรูปอาจมีข้อบกพร่องที่ต้องแก้ไข การให้ผู้อื่นว่ากล่าวตักเตือนได้ ทำให้ได้รู้ข้อบกพร่องของตน และยังเปิดโอกาสให้ซักถามข้อสงสัยซึ่งกันและกันด้วย
<O:pนอกจากนี้พุทธศาสนิกชนยังร่วมกันทอด กฐิน (http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%81%E0%B8%90%E0%B8%B4%E0%B8%99) ในระยะเวลา 1 เดือนหลังออกพรรษา มีทั้ง จุลกฐิน และ มหากฐิน อย่างไรก็ดี ในแต่ละท้องถิ่นยังมีประเพณีอื่นๆ ที่น่าสนใจ เช่น การแข่งเรือ การเทศน์มหาชาติ (http://th.wikipedia.org/w/index.php?title=%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%A8%E0%B8%99%E0%B9%8C%E0%B8%A1%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%B4&action=edit&redlink=1) เป็นต้น
<O:pการร่วมกุศลกรรมการ "ตักบาตรเทโว (http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B9%82%E0%B8%A7)" คำว่า "เทโว" ย่อมาจาก"เทโวโรหน (http://th.wikipedia.org/w/index.php?title=%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B9%82%E0%B8%A7%E0%B9%82%E0%B8%A3%E0%B8%AB%E0%B8%99&action=edit&redlink=1)" แปลว่าการเสด็จจากเทวโลกการตักบาตรเทโว จึงเป็นการระลึกถึงวันที่ พระพุทธองค์เสด็จกลับจากการโปรด พระพุทธมารดาในเทวโลก ประเพณีการทำบุญกุศล เนื่องในวันออกพรรษานี้ ทุกวัดในประเทศไทย ก็มีพิธีเหมือนกันหมด จะผิดกันก็เพียงแต่สถานที่ ที่สมมติว่าเป็นสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ (http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%94%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%94%E0%B8%B6%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B9%8C) เท่านั้น...<O:p
(ขออภัยหากพบความผิดพลาดจากการพิมพ์ครับ)</O:p
ที่มา : ปวารณาสูตร เล่มที่ 15 หน้า265
และ พระไตรปิฎกฉบับดับทุกข์ ของธรรมรักษา/http://th.wikipedia.org/ <O:p