PDA

View Full Version : อานุภาพอันอัศจรรย์ของคาถาพาหุง (พุทธชัยมงคลคาถา)


สรานุวัฒน์ นวลคำ
29-09-2008, 11:04 AM
http://www.banphra.com/images/pahung/05.jpg

พุทธชัยมงคลคาถา (คาถาพาหุงแปดบท)


พระคาถาพาหุงแปดบทนี้ แม้ว่าผู้ใดได้สวดประจำสม่ำเสมอทุกวันแล้ว จะเกิดศิริมงคล และแคล้วคลาด ทั้งปวง เป็นสิ่งที่เป็นมงคลแห่งชีวิต และมีอานุภาพแยกกันไปทั้งแปดบท แต่ละบทนั้นได้ได้แตกต่างกันออกไป ดังจะสาธยาย ดังนี้<O:p></O:p>

(๑) พาหุงสะหัสสะมะภินิมมิตะสาวุธันตัง

ครีเมขะลังอุทิตะโฆระสะเสนะมารัง

ทานาทิธัมมะวิธินาชิตะวา มุนินโท
ตันเตชะสา ภะวะตุ เต ชะยะมังคะลานิ
<O:p






ปราบมาร ด้วยทานบารมี พระพุทธเจ้าทรงประทับอยู่ใต้ต้นโพธิ์พระยาวัสสวดีมาราธิราช ได้ขี่ช้างคิรีเมขลังยกทัพมารที่ดุร้ายมุ่งผจญข่มขู่พระโพธิสัตว์ แต่ด้วยบุญบารมีของพระโพธิสัตว์ทำให้พระแม่ธรณีปรากฏกายขึ้นบิดมวยผม เกิดน้ำท่วมใหญ่พัดพากองทัพมารแตกพ่ายไป




การสวดพระคาถาพาหุงบทที่ ๑ นี้ ใช้สำหรับข่มศัตรูที่เหนือกว่าด้วยกำลังและบารมี คอยแต่กดขี่ข่มเหงเราด้วยความไม่เป็นธรรม หากเป็นเช่นนี้ ให้สวดบูชาพระทุกวัน ๆ ละ ๓ จบ แล้วแผ่เมตตาไปยังผู้ที่กดขี่ข่มเหงเรา บุคคลผู้นั้นจะพินาศไปในทันที แต่มีข้อแม้ว่า เราผู้ถูกข่มเหงจะต้องเป็นผู้บริสุทธิ์และไม่เป็นฝ่ายผิดที่คิดร้ายต่อเขาก่อน หากจำเป็นจริง ๆ จึงทำ เพราะด้วยบารมีแห่งสัจจะกิริยา และพรพาหุงบทที่ ๑ จะทำให้ผู้ที่คิดร้ายมีอันเป็นไปต่าง ๆ นานา
<O:p


http://www.bloggang.com/data/mymagic/picture/1205829244.jpg

(๒)มาราติเรกะมะภิยุชฌิตะสัพพะรัตติง

โฆรัมปะนาฬะวะกะมักขะมะถัทธะยักขัง
ขันตีสุทันตะวิธินาชิตะวา มุนินโท

ตันเตชะสา ภะวะตุ เต ชะยะมังคะลานิ
<O:p</O:p
ปราบยักษ์ ด้วยขันติธรรมพระพุทธเจ้าเสด็จไปปราบอาฬวกยักษ์ซึ่งสำแดงฤทธิ์ ถีบยอดเขาไกรลาศ แล้วร้องเรียกยักษ์บริวารมาล้อมวิมาน ยิงศาสตราวุธ๗ ประการใส่พระพุทธเจ้า อาวุธนั้นกลับกลายเป็นดอกไม้บูชาพระพุทธองค์อาฬะวะกะยักษ์แพ้ฤทธิ์แล้ว พระองค์จึงเทศนาโปรด จนยักษ์ถึงแก่พระโสดา


การได้สวดภาวนาพระคาถาพาหุงบทที่ ๒ ก่อนนอน ๓ จบ จะป้องกันภูตผีปีศาจร้ายไม่ให้กล้ำกรายเขตบ้านเรือน แม้แต่ยักษ์มารทั้งหลายก็เกรงบารมี จะเดินทางเข้าป่าเข้าพง นอนในที่กันดาร แปลกที่แปลกถิ่น ให้ภาวนาก่อนนอน ๓ จบ จะป้องกันภัยได้อย่างแท้จริง อวมงคล อันเกิดจากปีศาจหลอนจะไม่มี กินน้ำกินท่า กินอาหารแปลกถิ่น กลัวจะท้องเสีย เสกอาหาร เสกน้ำนั้นด้วยการสวดคาถาพาหุงบทที่ ๒ จะป้องกันโรค ป้องกันท้องเสียและคุณไสยได้เป็นอย่างดี หากผีเข้าคน ให้เสกเจ็ดคาบ เป่าลงไปในน้ำ เอาหญ้าคา ต้นตะไคร้ ต้นข่า ใส่ลงไปในน้ำ รดแล้วฟาดด้วยหญ้าคา หรือต้นตะไคร้ ต้นข่าก็ได้ ผีหนีไปไกลแล
<O:p

<O:p

http://www.thummada.com/public_html/thummasong/thummasong-031.jpg

(๓) นาฬาคิริง คะชะวะรัง อะติมัตตะภูตัง

ทาวัคคิจักกะมะสะนีวะสุทารุณันตัง

เมตตัมพุเสกะวิธินา ชิตะวา มุนินโท




ตันเตชะสา ภะวะตุเตชะยะมังคะลานิ
<O:p</O:p
ปราบช้าง ด้วยเมตตาธรรมพระพุทธองค์ทรงทรมานช้างนาฬาคีรีครั้งนั้นพระเทวทัตคิดฆ่าพระพุทธเจ้า จึงเข้าเฝ้าพระเจ้าอชาตศัตรูขอให้เอาเหล้ากรอกช้างนาฬาคีรี แล้วปล่อยไปตามถนน ที่พระพุทธองค์เสด็จออกบิณฑบาตพระพุทธเจ้าทรงทรมานช้างนาฬาคีรีให้หายเมาเหล้า แล้วตั้งอยู่ในพระไตรสรณคมณ์

คาถาพาหุงบทที่ ๓ มีอุปเท่ห์การใช้ดังนี้ (๑) สวดภาวนาก่อนจะเดินทางออกจากบ้าน ๓ จบ เป็นการป้องกันเขี้ยวงาจากสัตว์ร้ายทั้งปวงไม่ให้มากล้ำกรายได้ ไม่ว่าจะเป็นสัตว์บก สัตว์น้ำและงูพิษต่าง ๆ เข้าป่าภาวนาก่อนเข้าจะปลอดภัย จะลุยข้ามน้ำ ข้ามห้วยหนองคลองบึง ภาวนา ๓ จบ วักน้ำสาดไปข้างหน้า จะป้องกันพรายน้ำและจระเข้ (๒) จะทำให้สัตว์เชื่อง เสกข้าว เสกน้ำให้สัตว์กิน ทำติดต่อกัน ๗ วัน ก็จะเชื่อง จะฝึกสัตว์ให้คล่อง ภาวนาก่อนฝึก ๓ จบ จะฝึกสัตว์ให้ง่ายขึ้น หากสัตว์ร้ายวิ่งเข้ามาจะกัด จวนตัวหนีไม่ทัน ให้ตั้งมั่นรำลึกถึงพระบารมีพระพุทธองค์ และภาวนาคาถาพาหุงบทที่ ๓ มันอ้าปากไม่ขึ้นแล (๓) สัตว์เป็นโรคระบาดให้บูชาพระด้วยดอกไม้ธูปเทียน เอาน้ำใส่ขั้น เสกน้ำให้เป็นน้ำมนต์ด้วยพระคาถาพาหุงบทที่ ๓ สามจบ เอาไปให้สัตว์กิน เอาไปประพรมคอก จะบรรเทาโรคระบาดได้ดี (๔) สัตว์เลี้ยงชอบกัดกันเป็นประจำ เบียดเบียนกัน เสกน้ำด้วยคาถาพาหุงบทที่ ๓ ให้เป็นน้ำมนต์ ๓ จบ ให้แต่ละตัวแบ่งกันกิน สัตว์จะไม่กัดกันอีกต่อไป

<O:p

http://topicstock.pantip.com/religious/topicstock/2007/10/Y5876192/Y5876192-5.jpg

(๔)อุกขิตตะขัคคะมะติหัตถะสุทารุณันตัง

ธาวันติโยชะนะปะถัง คุลิมาละวันตัง

อิทธีภิสังขะตะมะโนชิตะวา มุนินโท






ตันเตชะสา ภะวะตุเต ชะยะมังคะลานิ<O:p





ปราบมหาโจร ด้วยอิทธิฤทธิ์ พระพุทธเจ้าทรงโปรดองคุลิมาลเมื่อพระพุทธองค์กลับจากบิณฑบาตในกรุงสาวัตถีพบองคุลิมาลองคุลิมาลเห็นเข้าจึงจับอาวุธไล่ตามพระพุทธองค์ แต่ไล่ตามไม่ทันพระพุทธองค์ตรัสให้ องคุลิมาลได้คิด “เราหยุดแล้ว แต่ท่านสิไม่หยุด” องคุลิมาลเลื่อมใส ขอบวช และตามเสด็จกลับไปกรุงสาวัตถี พักอยู่ ณ เชตวนาราม

อุปเท่ห์การใช้คาถาพาหุงบทที่ ๔ (๑) ภาวนา ๓ จบ ก่อนออกจากบ้าน แล้วอธิษฐานให้แคล้วคลาดจากศัตรูหมู่พาล สันดานหยาบ และหมู่พวกโจรทั้งหลาย จะแคล้วคลาดจากโจรร้าย และภัยจากการประทุษร้ายจนกลับถึงบ้าน (๒) ภาวนาทำน้ำมนต์คนไข้ที่ถูกผีตายโหงสิงก็ดีนัก แต่เมื่อจะทำน้ำมนต์มาใช้ ให้รำลึกถึงองคุลีมาลจอมโจรผู้เข่นฆ่าแล้วกลับมาเป็นสงฆ์ ขอให้ทำลายภูตผีปีศาจให้กระจายไป รดไปเถิด รดจากหัวถึงเท้าผีเข้าก็ออกแล (๓) ก่อนนอนสวดระลึกถึง ๓ จบ ตั้งใจให้เป็นกำแพงคุ้มครองบ้านเรือน เมื่อโจรเข้าบ้านจะตื่นก่อนแล


<TABLE border=0 cellSpacing=0 cellPadding=0><TBODY><TR><TD><TABLE border=0 cellSpacing=0 cellPadding=0 width="100%" bgColor=#222244><TBODY><TR><TD>http://topicstock.pantip.com/religious/topicstock/2007/10/Y5876192/Y5876192-1.jpg</TD></TR></TBODY></TABLE></TD><TD bgColor=#000000 vAlign=top rowSpan=2><TABLE border=0 cellSpacing=0 cellPadding=0 width="100%" bgColor=#224422><TBODY><TR><TD width=10> </TD></TR></TBODY></TABLE></TD></TR><TR><TD bgColor=#000000 colSpan=2 align=left><TABLE border=0 cellSpacing=0 cellPadding=0 bgColor=#224422><TBODY><TR><TD width=10> </TD></TR></TBODY></TABLE></TD></TR></TBODY></TABLE>
<O:p

(๕) กัตวานะกัฎฐะมุทะรัง อิวะ คัพภินียา


จิญจายะ ทุฏฐะวะจะนัง ชะนะกายะมัชเฌ

สันเตนะโสมะวิธินา ชิตะวา มุนินโท
ตันเตชะสา ภะวะตุ เต ชะยะมังคะลานิ









ปราบหญิงแพศยา ด้วยสันติธรรมพระพุทธเจ้าประทับอยู่ ณ เชตุพนใกล้เมืองสาวัตถี ครั้งนั้นเกิดลาภสักการะในพระพุทธศาสนามากพวกเศรษฐีให้นางจิญจมาณวิกา ทำอุบาย เข้าออกในพระเชตุพนเนืองๆแล้วเอาท่อนไม้ผูกท้องเข้าในผ้านุ่ง ไปยืนแสดงตนขณะพระพุทธเจ้าแสดงพระธรรมเทศนาร้องตู่ว่าพระองค์ทำให้นางมีครรภ์ พระอินทร์และเทพยดา ๔ องค์นิมิตลงมาเป็นหนูกัดเชือกผูกท่อนไม้ขาดแล้วแผ่นดินก็สูบนางจิญจมาณวิกาลงไปในนรก

คาถาบทนี้ มีอุปเท่ห์ในการใช้ดังนี้ ใช้ขับลูกที่ตายในท้อง หรือ คลอดยาก ให้ท่องคาถาบทที่ ๔ พอมาถึงท่อนที่ว่า “อิวะคัพภินียาจิญจายะ” ให้เปลี่ยนคำว่า “คัพ” เป็น “ขับ” อันหมายถึงการขับ ทำน้ำมนต์สวด ๓ จบแล้ว เป่าลมปราณลงไป เอาไปให้คนไข้กิน เหลือเอาลูบหัว จะเกิดลมเบ่งช่วยให้คลอดลูกได้ ใช้แทนคาถา “ยะโตหัง” อันเป็นคาถาองคุลีมาลได้เป็นอย่างดี


<TABLE border=0 cellSpacing=0 cellPadding=0><TBODY><TR><TD><TABLE border=0 cellSpacing=0 cellPadding=0 width="100%" bgColor=#222244><TBODY><TR><TD>http://topicstock.pantip.com/religious/topicstock/2007/10/Y5876192/Y5876192-3.jpg</TD></TR></TBODY></TABLE></TD><TD bgColor=#000000 vAlign=top rowSpan=2><TABLE border=0 cellSpacing=0 cellPadding=0 width="100%" bgColor=#444422><TBODY><TR><TD width=10> </TD></TR></TBODY></TABLE></TD></TR><TR><TD bgColor=#000000 colSpan=2 align=left><TABLE border=0 cellSpacing=0 cellPadding=0 bgColor=#444422><TBODY><TR><TD width=10> </TD></TR></TBODY></TABLE></TD></TR></TBODY></TABLE>

(๖) สัจจัง วิหายะ มะติสัจจะกะวาทะเกตุง

วาทาภิโรปิตะมะนังอะติอันธะภูตัง
ปัญญาปะทีปะชะลิโต ชิตะวา มุนินโท

ตันเตชะสา ภะวะตุ เต ชะยะมังคะลานิ
<O:p</O:p
ปราบเจ้าลัทธิ ด้วยปัญญาพระพุทธเจ้าประทับอยู่ในมหาวันใกล้เมืองเวสาลี ครั้งนั้นมีสัจกนิครนถ์บุตร อาศัยในเมืองเวสาลี ถือมิจฉาทิฐิตั้งตนเป็นปราชญ์ มีความรู้มาก ต้องทำแผ่นเหล็กรัดท้อง เพราะกลัววิชาจะทำลายท้องแตกวันหนึ่งพบพระอัสชิ จึงถามปัญหาแก่ท่าน ต่อมาได้ชวนพญาลิจฉวีทั้ง ๕๐๐ ไปป่ามหาวันถามปัญหาแก่พระพุทธเจ้า ขณะนั้นพระอินทร์นิมิตเป็นยักษ์ถือฆ้อน ลอยอยู่บนอากาศเหนือศีรษะของสัจกนิครนถ์ สัจกนิครนถ์นั้นได้ฟังพระธรรมเทศนา จากพระพุทธเจ้าก็ละมิจฉาทิฐิ แล้วตั้งตนอยู่ในพระไตรสรณคมณ์

โบราณจารย์ ได้บอกอุปเท่ห์การใช้พระคาถาพาหุงบทที่ ๖ นี้ ไว้ดังต่อไปนี้คือ แก้การใส่ไคล้โดยไม่เป็นจริง เฉพาะผู้ที่กล่าวใส่ร้ายเป็นชาย กรรมวิธีเป็นแบบเดียวกับคาถาพาหุงบทที่ ๕ “นางจิญจามาณวิกา” ทุกประการ ใช้ในการเอาชนะทางด้านการพูด การละเล่น เมื่อจะไปโต้วาทีหรือแสดงการละเล่นประชัน ตลอดจนการแข่งขันที่ต้องใช้โวหารทั้งปวง ให้สวดคาถาพาหุงลำดับที่ ๖ สามจบ ก่อนจะออกไปกระทำการดังกล่าว ระลึกเอาพระบารมีที่ชนะสัจจะกะนิครนถ์เป็นที่ตั้ง เสกน้ำหนึ่งแก้วเป็นน้ำมนต์กินก็ยิ่งดีใหญ่ เมื่อไปถึงสถานที่ที่จะต่อสู้แล้ว ให้ภาวนาคาถานี้ ๑ จบ จะเต้น จะรำ จะโต้วาที ก็ทำเถิดจะเกิดชัยชนะทุกเมื่อแล

<O:pคาถาบทที่ ๖ นี้ ใช้ปิดปากคนนินทาว่าร้ายเราได้อีกด้วย กล่าวคือ ท่านให้เอากระป๋องหรือกล่องโลหะที่มีฝาปิดมิดชิดมาหนึ่งใบ เขียนชื่อ นามสกุล คนที่ใส่ร้ายหรือนินทาว่าร้ายเรา โดยปราศจากความจริงด้วยความเท็จทั้งปวง ให้รำลึกถึงพระบารมีที่ทรงชนะต่อนางจิญจามาณวิกา และสัจจะกะนิครนถ์ เสกด้วยคาถาทั้งสองบทคือ บทที่ ๕ และบทที่ ๖ บทละ ๓ จบ เป่าลงไปที่ชื่อ นามสกุล แล้วแผ่เมตตาซ้ำลงไป อย่าไปผูกพยาบาทจองเวรเขา อธิษฐานให้คนผู้นั้นสงบปาก จากนั้นก็ม้วนกระดาษชื่อลงไปในกระป๋องหรือกล่องผนึกปากให้แน่นหนา เอาบูชาไว้ที่หิ้งพระสัก ๓ วัน แล้วเปิดกระป๋องขึ้นทีหนึ่ง หากยังไม่สงบปากให้ปิดต่อไปจนครบเจ็ดวัน ก็เปิดอีกทีหนึ่ง เขาจะสงบเงียบไปทันที หากยังขืนปากมากเป็นฝีที่ปากหรือที่ลิ้น จะแพ้ภัยไปเอง ห้ามทำเกินเจ็ดวันจะเข้าตัวแล


<O:p

(๗) นันโทปะนันทะภุชะคัง วิพุธัง มะหิทธิง

ปุตเตนะ เถระภุชะเคนะทะมาปะยันโต

อิทธูปะเทสะวิธินา ชิตะวา มุนินโท
ตันเตชะสา ภะวะตุ เตชะยะมังคะลานิ








<O:p

ปราบพญานาคจอมพาลด้วยฤทธิ์สู้ฤทธิ์ครั้งหนึ่งพระพุทธเจ้าและพระอรหันต์เหาะไปสู่เทวโลกพญานัน-โทปนันทนาคเห็นเข้า ก็โกรธว่าพระสมณะเหาะข้ามศีรษะจึงบันดาลขดกายใหญ่พันเขาพระสุเมรุ แผ่พังพานยังดาวดึงส์พระพุทธองค์ส่งพระโมคคัลานะไปปราบ ต่างสำแดงฤทธิ์เดชต่างๆ เป็นโกลาหลภายหลังพญานาคแพ้ฤทธิ์ แล้วตั้งอยู่ในพระไตรสรณคมณ์

อุปเท่ห์การใช้มีดังนี้ ป้องกันอสรพิษและแมลงป่องทั้งหลาย เมื่อจะต้องไปทำไร่ทำนาดายสวน ดายไร่ บุกป่าดงที่มีอันตรายจากอสรพิษ และแมลงมีพิษต่าง ๆ ให้ตั้งนะโม ๓ จบ สวดพระคาถาพาหุงบทที่ ๗ สามจบ รำลึกถึงบารมีที่สมเด็จพระบรมศาสดาทรงมีชัยแก่นันโทปนันทะนาคราช ขอให้มาป้องกันตนเองด้วย จากนั้นก็เป่าลมพรวดไปที่ฝ่ามือทั้งสองแล้วเอาลูบไล้ที่แขนขาและบริเวณที่ต้องสัมผัสกับความรกและบริเวณร่างกายที่น่าจะถูกกัดต่อยจากอสรพิษ แล้วยาตราไปเถิด จะแคล้วคลาดจากการขบกัดต่อยของสัตว์ร้าย แม้ไปเหยียบมัน มันก็อ้าปากไม่ขึ้นแล
<O:p

(๘) ทุคคาหะทิฏฐิภุชะเคนะ สุทัฏฐะหัตถัง

พรัหมังวิสุทธิชุติมิทธิพะกาภิธานัง

ญาณาคะเทนะ วิธินา ชิตะวา มุนินโท
ตันเตชะสาภะวะตุเต ชะยะมังคะลานิ
<O:p






ปราบพกาพรหม ด้วยญาณพระพุทธเจ้าเสด็จขึ้นสู่พรหมโลกท้าวพกาพรหมเห็นพระพุทธองค์เสด็จมา จึงเรียกร้องด้วยคำกระด้าง แล้วกำบังกายแต่ก็มิสามารถกำบังกายได้ หมู่พรหมทั้งหลายก็หัวเราะเยาะเย้ยท้าวผกาพรหมได้รับความอับอายยิ่งนัก แล้วพระพุทธเจ้าจึงเทศนาธรรมทรมานท้าวพกาพรหมและพรหม ๑,๐๐๐ ให้สำเร็จมรรคผล



อุปเท่ห์การใช้คาถาบทที่ ๘ มีดังนี้ คือใช้ปราบพยศคนดื้อดึง ให้ทำน้ำมนต์ เสกด้วยคาถาบทนี้ ๓ จบ แล้วเอาไปให้กิน คนที่ดื้อดึงถือดีจะลดพยศลง เด็กดื้อให้กินน้ำมนต์ก็จะหายดื้อ จะไปเจรจาปรับความเข้าใจกับคนที่เคยโกรธเคืองมีทิฐิร้าย ก็เสกน้ำมนต์ ๓ จบกินก่อนไปเจรจาและก่อนเจรจาก็ให้ท่องคาถาพาหุงบทที่ ๘ อีกหนึ่งจบ แล้วไปเจรจาเถิดดีนักแล<O:p></O:p>


(๙) เอตาปิ พุทธะชะยะมังคะละอัฏฐะคาถา

โย วาจะโน ทินะทิเนสะระเต มะตันที
หิตวานะเนกะวิวิธานิ จุปัททะวานิ

โมกขัง สุขัง อะธิคะเมยยะนะโร สะปัญโญ

<O:p


คำแปลบทที่ ๙คนมีปัญญาสวดพุทธชัยมงคล คาถาทั้ง ๘ นี้เป็นประจำ โดยไม่เกียจคร้านพึงขจัดอุปัทวันตรายทั้งหลายได้ บรรลุถึงซึ่ง พระนิพพานอันเป็นสุข…

<O:p<O:p

ฝอยพาหุง<O:p

ไหว้คุณพระสัตถา พระมหาอนัตตะคุณ
<O:pมีฤทธิ์อันสมบูรณ์ สืบบุราณมานานเมือง
<O:pพาหุงแปดบทต้นนั้น คุณอนันต์เอนกเมือง
<O:pช่วยสัตว์ไม่ขัดเคือง ล้ำเลิศยิ่งทุกสรรพ์
<O:pถ้าแม้นจะแก้คุณ ให้ดับสูญสิ้นเสียพลัน
<O:pผีภูตปีศาจอัน ที่สมมุติมนุษย์ทำ
<O:pบทสองคือมารา ให้เสกยากินประจำ
<O:pมีคุณนั้นเลิศล้ำ สะเดาะโรคไม่ราคิน
<O:pอนึ่งจะเข้าสู่ไพรสณฑ์ จะผจญด้วยไพริน
<O:pสารพัดสัตว์กลัวสิ้น ด้วยนาฬาประเสริฐสม
<O:pอนึ่งจะจรไปต่างเมือง ให้รุ่งเรืองทั่วนิคม
<O:pฝูงชนย่อมนิยม นะโมน้อมเป็นไมตรี
<O:pอุกขิตตะขัคให้ภาวนา เกิดลาภาเหมือนวารี
บูชาทุกดิถี มาสู่ที่สำนักตน
<O:pอนึ่งมีศัตรูหมาย มาทำร้ายจลาจล
<O:pจะให้จิตต์ผู้นั้นวน สามิภักดิ์มารักเรา
ให้รำลึกพระคาถา กัตวาแล้วนึกเอา
<O:pผู้นั้นจะบรรเทา กลับใจจิตเป็นมิตรพลัน
อนึ่งจะพูดให้เขาเชื่อ สัจจัง เจือเป็นนิรันดร์
<O:pเป็นจริงทุกสิ่งสรรพ์ ไม่คลางแคลงระแวงใจ
อนึ่งถูกอสรพิษ ไม่ว่าฤทธิ์สิ่งอันใด
<O:pดับพิษได้เร็วทันใจ วิเศษในบทนันโท
อนึ่งผจญปัจจามิตร์ ทุคคาคิดในมะโน
<O:pมิจฉาทิฏฐิโก มนุสโสระอาใจ
เอตาปิพุทธะ อย่าได้ละรำพึงไป
<O:pพระคุณอนันต์ใน อุดมเลิศในชาตรี
พาหุงทั้งแปดบท ท่านกำหนดพระคุณมี
<O:pยิ่งพื้นพระธรณี จะกำหนดให้ชดชม
<O:pอนึ่งแก้วความเขาปองหา ตักน้ำมาโดยนิยม
สิบนิ้วนั่งประนม ทำน้ำมนต์ด้วยบาลี
พาหุงทั้งแปดบท เขียนชื่อจดลงทันที<O:p
เสกแล้วเอาวารี ชุบขยี้ละลายไป
<O:pสูญสิ้นไม่มีแก่นสาร อธิษฐานตามชอบใจ
<O:pโจทก์จนไม่ทนได้ ดังทิ้งไข่เหนือศิลา
<O:pจงจำกำหนดแน่ เท่านี้แลพระคาถา
<O:pแปดบทดังพรรณนา ยุติกาเท่านี้เอยฯ…
<O:p

ที่มา : เอกสารอนุสรณ์ 80 ปี หลวงพ่อเกษม เขมโก พ.ศ.2534
โดยคุณมุทราญาณ และคุณสมปอง บุญมาก หัวหน้ากอง
บรรณาธิการนิตยสารมหัศจรรย์ (พ.ศ.2534)
(ขออภัยหากพิมพ์ผิดครับ)

พงศ์830
29-09-2008, 11:15 AM
อนุโมทนาครับ

ได้ความรู้มากๆๆเลย

แม่น้องนน
29-09-2008, 11:44 AM
ขออนุโมทนาสาธุค่ะ

สาธุ .. สาธุ .. สาธุ

ซ้อจิตต์
29-09-2008, 12:00 PM
อานุภาพอันอัศจรรย์ของคาถาพาหุง (พุทธชัยมงคลคาถา)
อนุโมทนาบุญกับคุณสรานุวัฒน์ นวลคำ ด้วยนะค่ะ
ที่ให้รายละเอียด ความหมายของการสวดบทพาหุง
เพราะสวดทุกวัน หลายจบ พอจะเข้าใจความหมายอยู่บ้าง
แต่ไม่ได้รายละเอียดเท่านี้

gasnaka
29-09-2008, 12:34 PM
ขออนุโมทนาด้วยค่ะ
เมื่อทราบความหมายอย่างละเอียดแล้ว รู้สึกปิติมากค่ะ
สวดอยู่ทุกคืน เเต่ก็ไม่ทราบความหมายละเอียดขนาดนี้
เป็น อานุภาพอันอัศจรรย์ของคาถาพาหุง (พุทธชัยมงคลคาถา) จริงๆค่ะ

flukeminds
29-09-2008, 06:51 PM
อนุโมทนาคับ

Bhantira
29-09-2008, 08:02 PM
อนุโมทนาค่ะ

chanin
29-09-2008, 09:17 PM
ขอเชิญรับฟังเสียงคาถาพาหุง พร้อมคำแปลได้ที่

http://www.oknation.net/blog/buddhamantra/video/6812

หรือ คาถาพาหุง ไม่ต้อแปล ได้ที่

พุทธชัยมงคลคาถาอินเดีย
http://www.oknation.net/blog/buddhamantra/video/10677


พุทธชัยมงคลคาถา
http://www.oknation.net/blog/buddhamantra/video/5939

น้องนุ่มนิ่ม
29-09-2008, 09:29 PM
สุดยอดมากๆ อนุโมทนาสาธุ

เวฬุวัล
30-09-2008, 08:40 AM
อนุโมทนาสาธุค่ะ

phanit
30-09-2008, 09:24 AM
อนุโมทนาสาธุค่ะ

chokdee1959
30-09-2008, 10:27 AM
อนุโมนาครับ

wara43
01-10-2008, 06:27 AM
http://board.palungjit.com//images/smilies/aafairy3.gifhttp://board.palungjit.com//images/smilies/in-love.gif ขอกราบโมทนาสาธุครับ สาธุ...http://board.palungjit.com//images/smilies/in-love.gifhttp://board.palungjit.com//images/smilies/aafairy3.gif

มู๋นก
01-10-2008, 12:26 PM
ขออนุโมทนาด้วยนะคะ.....รู้และสวดบทนี้เกือบทุกคืน....แต่เพิ่งรู้รายละเอียดมากขึ้นวันนี้และเข้าฟังบทสวดของคุณchaninด้วย...........ขอบคุณที่สุดเลยคะ

SUN LIGHT
01-10-2008, 12:38 PM
ขอขอบคุณคุณสรานุวัฒน์ นวลคำ (http://board.palungjit.com/member.php?u=219801)มากครับ เพิ่งได้รู้รายละเอียดจริงๆครั้งนี้เอง

ขออนุโมทนาสาธุด้วยครับ

ขอบคุณคุณ Chanin ด้วยครับ เพลงสวดมนต์เพราะมากครับ

สุคโต
01-10-2008, 12:38 PM
อนุโมทนาค่ะ

1redstar
01-10-2008, 12:55 PM
หวังว่าชาวพันธมิตรจะนำไปสวดทุกวัน เพื่อเสริมบารมีในการเอาชนะการเมืองทุจริตและนักการเมืองทุจริต

มหาบุรุษเเดนใต้
01-10-2008, 02:01 PM
อนุโมทนาสาธุ สาธุ สาธุ

kaenlukson
01-10-2008, 03:55 PM
กราบอนุโมทนาสาธุ ส่าธุ สาธุ

_____________________________________________________

ทาน ศีล สมาธิ

junior phumivat
01-10-2008, 08:05 PM
ผู้ถาม : เมื่อทำบุญแล้ว ถ้าจะอุทิศส่วนกุศลภายหลังจะได้ไหมคะ...........?
หลวงพ่อ : การทำบุญไปแล้วครั้งหนึ่งสักกี่ปี ๆ บุญก็ยังมีอยู่ถ้าทำไปแล้วสัก ๓๐ ปี ก็ยังอุทิศส่วนกุศลได้ บุญมันไม่หาย ไม่ใช่เราทำบุญแล้ว เดี๋ยวเดียวมันหายไปไม่ใช่อย่างนั้นนะ
ผู้ถาม :แล้วถ้าเผื่อทำบุญแล้ว ไม่ได้อุทิศส่วนกุศลจะได้บุญเต็มที่ไหมคะ...?
หลวงพ่อ : ก็ได้เต็มที่อยู่แล้ว เราเป็นผู้ได้สมบูรณ์แบบ แต่อยู่ที่ว่าเราจะให้เขาหรือไม่ให้ การอุทิศส่วนกุศล นี่นะ ถ้าเราไม่ให้ เราก็กินคนเดียวใช่ไหม..... ทีนี้ถ้าเราให้เขาของเราก็ไม่หมดอีก ส่วนที่เราให้ไปไม่ได้ยุบไปจากของเดิม อย่างเรื่องของ พระอนุรุทธ สมัยที่ท่านเกิดเป็นคนเกี่ยวหญ้าช้างของมหาเศรษฐี เวลาที่ท่านทำบุญแล้ว เจ้านายขอแบ่งบุญ ท่านก็สงสัยว่าการแบ่งบุญน่ะจะแบ่งได้ไหม จึงไปถามพระปัจเจกพุทธเจ้า ที่ท่านรับบาตรนะ ท่านก็เปรียบเทียบให้ฟังว่า

"สมมุติว่าโยมมีคบ แล้วก็มีไฟด้วย คนอื่นเขามีแต่คบ ไม่มีไฟ ทุกคนต้องการแสงสว่าง ก็มาขอต่อไฟที่คบของโยมแล้วคบทุกคนสว่างไสวหมด อยากทราบว่าไฟของคุณโยมจะยุบไปไหม....?
ท่านอนุรุทธก็บอกว่า ไม่ยุบ
แล้วท่านก็บอกว่า "การอุทิศส่วนกุศลก็เหมือนกัน ให้เขา เขาโมทนา แต่บุญของเราเต็ม 100 เปอร์เซ็นต์"


ขออนุโมทนาบุญกับทุกๆท่านครับ




ธรรมใดที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ทรงพบแล้ว ขอธรรมนั้น จงสำเร็จแก่ท่านทั้งหลายโดยเร็วด้วยเถิด สาธุ สาธุ สาธุ
อิทัง ปุญญะผะลัง ผลบุญใด ที่ข้าพเจ้า ได้บำเพ็ญแล้ว ตั้งแต่ต้นชาติ จนถึงปัจจุบันชาติ ข้าพเจ้าขออุทิศส่วนกุศลนี้ ให้แก่เจ้ากรรมนายเวรทั้งหลาย ที่เคยล่วงเกินมาแล้ว แต่ชาติก่อนก็ดี ชาตินี้ก็ดี ขอเจ้ากรรมนายเวรทั้งหลาย จงโมทนา ส่วนกุศลนี้ ขอจงอโหสิกรรมให้แก่ข้าพเจ้า ตั้งแต่บัดนี้ ตราบเท้าเข้าสู่พระนิพพาน และขออุทิศส่วนกุศลนี้ ให้แก่เทพเจ้าทั้งหลาย ที่ปกปักรักษาข้าพเจ้า และเทพเจ้าทั้งหลาย ทั่วสากลพิภพ และพระยายมราช ขอเทพเจ้าทั้งหลาย และพระยายมราช จงโมทนาส่วนกุศลนี้ ขอจงเป็นสักขีพยาน ในการบำเพ็ญกุศล ของข้าพเจ้าในครั้งนี้ด้วยเถิด และขออุทิศส่วนกุศลนี้ ให้แก่ท่านทั้งหลาย ที่ล่วงลับไปแล้ว ที่เสวยความสุขอยู่ก็ดี เสวยความทุกข์อยู่ก็ดี เป็นญาติก็ดี มิใช่ญาติก็ดี ขอท่านทั้งหลาย จงโมทนาส่วนกุศลนี้ พึงได้รับประโยชน์ ความสุข เช่นเดียวกับข้าพเจ้า จะพึงได้รับ ณ กาลบัดเดี๋ยวนี้เถิด หากท่านทั้งหลายยังไม่มีโอกาสได้อนุโมทนาเพียงใด ขอเทพเจ้าทั้งหลายและพระยายมราชจงเป็นสักขีพยานให้แก่ข้าพเจ้าด้วย เจอเธอเมื่อใด ขอให้เธอได้อนุโมทนาส่วนกุศลนี้ด้วยเถิด ผลบุญใด ที่ข้าพเจ้า ได้บำเพ็ญแล้ว ตั้งแต่ต้นชาติ จนถึงปัจจุบันชาตินี้ ขอผลบุญนี้ จงเป็นปัจจัย ให้ข้าพเจ้า ได้เข้าถึง ซึ่งพระนิพพานในชาติปัจจุบันนี้ด้วยเถิด หากแม้นยังไม่ถึงพระนิพพานเพียงใด ขอคำว่าไม่รู้ ไม่มี จงอย่าได้บังเกิดแก่ข้าพเจ้าเลย ขอผลบุญทั้งหลาย ที่ข้าพเจ้า ได้กระทำแล้ว ตั้งแต่ต้นชาติ จนถึงปัจจุบันชาติ จงบังเกิดผล ณ กาลบัดเดี๋ยวนี้เถิด

<!-- / message -->

ichi_1
02-10-2008, 08:03 AM
ขอร่วมอนุโมทนาบุญด้วยคนค่ะ

คุณากโร9
02-10-2008, 09:14 AM
อนุโมทนาด้วยครับ บทนี้ผมสวดประจำเลย

- เงาะป่า -
02-10-2008, 12:51 PM
อนุโมทนาสาธุครับ
-------------------------------------------------------------------------------------------------------
"จงจำไว้นะ เมื่อยังไม่ถึงเวลา เทพเจ้าองค์ใดจะคิดช่วยเจ้าไม่ได้ ครั้นถึงเวลา ทั่วฟ้าจบดินก็ต้านเจ้าไม่อยู่ จงอย่าไปเร่งเทวดาฟ้าดินเมื่อบุญเราไม่เคยสร้างไว้เลย จะมีใครไหนมาช่วยเจ้า"
-------------------------------------------------------------------------------------------------------
ขอเชิญบริจาค โครงการสร้างทรัพยากรมนุษย์ผู้ด้อยโอกาส กับ หลวงปู่บุญ วัดทุ่งเหียง
--> http://board.palungjit.com/showthread.php?p=1546426#post1546426
ร่วมสร้าง " อุโบสถเงิน" วิหารทานที่ในครั้งนึงในชีวิตไม่ควรพลาดครับ
--> http://board.palungjit.com/showthread.php?t=140433
ขอความเมตตา สร้างชีวิตใหม่ ช่วยน้องผ่าตัดใบหน้า ให้สดใสเหมือนเดิม
--> http://board.palungjit.com/showthread.php?p=1440317#post1440317
มาลองทำสังฆทานอย่างง่ายๆ ด้วยตนเองกันครับ
--> http://board.palungjit.com/showthread.php?p=1435870#post1435870

มรณาติ
02-10-2008, 01:08 PM
เคยฝันร้ายค่ะ เห็นยายคนหนึ่งเข้ามาหา แล้วแกหัวเราะเสียงแบบน่ากลัวมาก ขนลุกเลย
สวดนะโมก็แล้ว แผ่เมตตาก็แล้ว เหมือนแกจะไม่ยอมไป แล้วก็หัวเราะดังขึ้นอีก
เลยนึกขึ้นมา (ในฝัน) ว่า บทพระพุทธเจ้าชนะมาร แล้วก็เริ่มบทพาหุงขึ้นมา ดูท่าทางเหมือนยายจะกลัวคำว่า พระพุทธเจ้าชนะมาร แล้วก็ตื่นเลย ใจเต้นแรงมากเหมือนได้เจอจริงๆ
จนทุกวันนี้เชื่อเลยว่า บทนี้ช่วยไล่ผี (ในฝัน) ได้จริง ขนาดแผ่เมตตาเขายังไม่ไปเลย

ตะติยะทาส
02-10-2008, 06:19 PM
อนุโมทนา

ลุงชาลี
02-10-2008, 08:23 PM
โมทนาสาธุบุญครับ สาธุ สาธุ

สัพเพ สัตตา สุขิตา โหนตุ
สัพเพ สัตตา อะเวรา โหนตุ
สัพเพ สัตตา อะนีฆา โหนตุ
สัพเพ สัตตา อัพยาปัชฌา โหนตุ
สุขี อัตตานัง ปะริหะ รันตุ
ด้วยเดชแห่งบุญบารมี ที่ข้าพเจ้าได้สั่งสมมา
ทุกภพทุกชาติ ขออุทิศบุญบารมีนี้ให้กับ
ทุกดวงจิต ดวงวิญญาณ มนุษย์ อมนุษย์
ทั้งหลาย ไม่มีสิ้นสุดไม่มีประมาณ
เจ้ากรรม นายเวร ทุกภพทุกชาติ
จงมีส่วนร่วมในบุญบารมีนี้
ไม่ติด ไม่ขัด ไม่ข้อง ไม่คา ลุล่วงพ้นทุกข์
ตามองค์พุทธ พระอรหันต์ และ
ขอ-อโหสิกรรม-ซึ่งกันและกันด้วยเทอญ....
.สาธุ.. สาธุ.. สาธุ

ภัทรอังคาร
02-10-2008, 08:28 PM
สาธุ สาธุ สาธุ อนุโมทามิ สวดอยู่ทุกคืนค่ะ ชอบมากค่ะ ขอบคุณสำหรับบทสวดและเพลงค่ะ

นภดล
02-10-2008, 08:40 PM
อนุโมทนาด้วยครับ

chatnarong
05-10-2008, 09:12 PM
อนุโมทนาคับ

sarunwongp
06-10-2008, 03:04 PM
ภาพสวยมากครับ อนุโมทนาด้วยครับ

cpari
15-10-2008, 07:39 PM
อนุโมทนาสาธุ สาธุ สาธุ

notton
16-10-2008, 03:59 PM
อนุโมทนาครับ ตอนนี้สวดได้แค่บทแรกเอง คงต้องพยายามต่อไปครับ

ramnamrin
17-10-2008, 02:27 PM
เมื่อก่อนได้สวดบ่อยๆ เดี่ยวนี้ไม่ค่อยได้สวดเลย นานๆ ได้ท่อง แต่เป็นคาถาที่ดีมากๆ เลยครับ

Lukhgai
17-11-2008, 09:59 PM
ขอกราบอนุโมทนาสาธุๆๆ

num_mon
20-11-2008, 01:02 AM
อนุโมทนาครับ

หนูแว่น
20-11-2008, 09:04 AM
อนุโมทนา สาธุนะค่ะ
ชอบมากเลยกระทู้นี้อ่ะ อธิบายแจ่มชัดเลยค่ะ บทนี้ก็เป็นบทที่ชอบอีกบทหนึ่ง
รู้สรรพคุณอย่างนี้แล้วยิ่งปลิ้มใหญ่ค่ะ

Eakachai
23-11-2008, 02:13 PM
อนุโมทนาสาธุครับ

tezch
23-11-2008, 04:00 PM
สุดยอดครับ