PDA

View Full Version : บุญคล้ายวันเกิด องค์หลวงพ่อฯ และบุญสร้างตึกปฏิบัติพระกรรมฐาน....


มหาหิน
24-09-2005, 09:14 PM
บุญคล้ายวันเกิด องค์หลวงพ่อฯ และบุญสร้างตึกปฏิบัติพระกรรมฐาน....

บุญอันมี อานิสงส์ ที่พิเศษ อย่างยิ่งยวด จริง ๆ

ดูรายละเอียดได้ที่....

http://www.praruttanatri.com/webboard/show.php?Category=bokbun&No=771

โมทนาอย่างยิ่ง
มหาหิน
[/url]

2 ตุลาคม 2548 ร่วมบุญพิเศษ วันรำลึกถึงวันเกิดองค์หลวงพ่อฯ


[url="http://www.praruttanatri.com/webboard/view.php?Category=bokbun&pic=20050924_204817.jpg"]http://www.praruttanatri.com/webboard/photo/20050924_204817.jpg (http://www.praruttanatri.com/webboard/view.php?Category=bokbun&pic=20050924_204817.jpg)


ณ ที่บ้านสายลม (พหลโยธิน ซอย 8 โทร.02-6167177)

วันอาทิตย์ ที่ 2 ตุลาคม 2548
เช้า มีบวงสรวง....
บ่ายมีบุญพิเศษ...

มีอาหาร องค์หลวงพ่อฯ เลี้ยงฟรี.....

...................................................................................

เรื่องวันเกิดขององค์หลวงพ่อฯ....

วันที่ท่านเกิดจริง ๆ น่าที่จะเป็น วันที่ 8 กรกฎาคม 2459
(อ้างอิงจาก หนังสือ ประวัติหลวงพ่อพระราชพรหมยาน หน้า 76 โดยท่านพระครูปลัดฯ เจ้าอาวาสฯ)

พอพิมพ์ปั๊บ จิตก็ระลึกปุ๊บ ว่า โอ้.... บังเอิญ ครงกับอายุท่าน ที่ละสังขาร พอดี 76 ปี

แรกเริ่มที่คณะศิษย์ ขอความเมตตาจากองค์หลวงพ่อฯ
เพื่อจัดงานรำลึกถึงวันคล้ายวันเกิดของท่าน เป็นการแสดงมุทิตาจิต และกตเวทิตาของบรรดาลูกหลาน และศิษยานุศิษย์ ท่านก็อนุญาติ และให้จัดต้นเดือน ตุลาคม ของทุกปี

ขึ้นชื่อว่าขันธ์ 5 เอาอะไรแน่นอนไม่ได้....
เกิด แก่ เจ็บ และ ตาย ในที่สุด....

แม้แต่ งานวันรำลึกถึงวันคล้ายวันเกิด ก็ยังเป็นอนุสสติ ไม่ให้ลูกหลาน และศิษยานุศิษย์ หลงลืมตน

เป็นคำสอนโดยมีภาพแสดงให้เห็นอย่างชัดเจน....

ต้นเดือน เกิด....
(วันอาทิตย์ต้นเดือนตุลาคม ของทุกปี)

ปลายเดือน ตาย....
(วันที่ 30 ตุลาคม 2535)

โอ้.... พระเดชพระคุณของลูก ๆ ช่างเมตตายิ่งนัก....
ไม่ให้ลูก ๆ หลงลืมใน มรณานุสสติ....

แม้แต่ วันเกิด วันละสังขาร ของท่าน....
ท่านก็ยังมีเมตตาสอน จนวาระสุดท้าย....

ขอกราบใต้เบื้องบาทขององค์หลวงพ่อฯ

ด้วยความเคารพ ความศรัทธา และเชื่อมั่น อย่างที่สุดแล้ว...

สาธุ กราบ....
สาธุ กราบ....
สาธุ กราบ....












<CENTER>http://www.praruttanatri.com/webboard/photo/20050924_204639.jpg (http://www.praruttanatri.com/webboard/view.php?Category=bokbun&pic=20050924_204639.jpg)</CENTER>

ภาพขององค์หลวงพ่อในปี 2481

.............................................................

เรามาดู ภาพเก่า ๆ ในอดีต กันนะครับ....

เป็นการระลึกถึงปฏิปทาขององค์หลวงพ่อท่านฯ




<CENTER>http://www.praruttanatri.com/webboard/photo/20050924_204817.jpg (http://www.praruttanatri.com/webboard/view.php?Category=bokbun&pic=20050924_204817.jpg)</CENTER>

ภาพขององค์หลวงพ่อในปี 2488




<CENTER>http://www.praruttanatri.com/webboard/photo/20050924_205015.jpg (http://www.praruttanatri.com/webboard/view.php?Category=bokbun&pic=20050924_205015.jpg)</CENTER>

ภาพขององค์หลวงพ่อในปี 2505







<CENTER>http://www.praruttanatri.com/webboard/photo/20050924_205119.jpg (http://www.praruttanatri.com/webboard/view.php?Category=bokbun&pic=20050924_205119.jpg)</CENTER>

ภาพขององค์หลวงพ่อในปี 2507





<CENTER>http://www.praruttanatri.com/webboard/photo/20050924_205222.jpg (http://www.praruttanatri.com/webboard/view.php?Category=bokbun&pic=20050924_205222.jpg)</CENTER>

ภาพขององค์หลวงพ่อในปี 2509










<CENTER>http://www.praruttanatri.com/webboard/photo/20050924_205340.jpg (http://www.praruttanatri.com/webboard/view.php?Category=bokbun&pic=20050924_205340.jpg)</CENTER>

ภาพขององค์หลวงพ่อในปี 2511




<CENTER>http://www.praruttanatri.com/webboard/photo/20050924_205448.jpg (http://www.praruttanatri.com/webboard/view.php?Category=bokbun&pic=20050924_205448.jpg)</CENTER>

ภาพขององค์หลวงพ่อในปี 2515










<CENTER>http://www.praruttanatri.com/webboard/photo/20050924_210352.jpg (http://www.praruttanatri.com/webboard/view.php?Category=bokbun&pic=20050924_210352.jpg)</CENTER><CENTER> </CENTER><CENTER> </CENTER><CENTER> </CENTER><CENTER> </CENTER><CENTER><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=1 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD vAlign=top width="74%" bgColor=#f7f7f7><TABLE width="100%"><TBODY><TR><TD><CENTER>http://www.praruttanatri.com/webboard/photo/20050924_210511.jpg (http://www.praruttanatri.com/webboard/view.php?Category=bokbun&pic=20050924_210511.jpg)</CENTER>

ภาพขององค์หลวงพ่อในปี 2518

</TD></TR></TBODY></TABLE></TD></TR><TR bgColor=#f7f7f7><TD vAlign=top> </TD><TD vAlign=top width="74%"><TABLE width="100%"><TBODY><TR><TD></TD></TR></TBODY></TABLE></TD></TR></TBODY></TABLE></CENTER><CENTER> </CENTER>
http://www.praruttanatri.com/webboard/photo/20050924_210616.jpg (http://www.praruttanatri.com/webboard/view.php?Category=bokbun&pic=20050924_210616.jpg)



http://www.praruttanatri.com/webboard/photo/20050924_210736.jpg (http://www.praruttanatri.com/webboard/view.php?Category=bokbun&pic=20050924_210736.jpg)




http://www.praruttanatri.com/webboard/photo/20050924_210835.jpg (http://www.praruttanatri.com/webboard/view.php?Category=bokbun&pic=20050924_210835.jpg)



http://www.praruttanatri.com/webboard/photo/20050924_210954.jpg (http://www.praruttanatri.com/webboard/view.php?Category=bokbun&pic=20050924_210954.jpg)




http://www.praruttanatri.com/webboard/photo/20050924_211102.jpg (http://www.praruttanatri.com/webboard/view.php?Category=bokbun&pic=20050924_211102.jpg)




http://www.praruttanatri.com/webboard/photo/20050924_211216.jpg (http://www.praruttanatri.com/webboard/view.php?Category=bokbun&pic=20050924_211216.jpg)





http://www.praruttanatri.com/webboard/photo/20050924_211321.jpg (http://www.praruttanatri.com/webboard/view.php?Category=bokbun&pic=20050924_211321.jpg)



http://www.praruttanatri.com/webboard/photo/20050924_211621.jpg (http://www.praruttanatri.com/webboard/view.php?Category=bokbun&pic=20050924_211621.jpg)




<CENTER>http://www.praruttanatri.com/webboard/photo/20050924_212029.jpg (http://www.praruttanatri.com/webboard/view.php?Category=bokbun&pic=20050924_212029.jpg)</CENTER>

พระสุธรรมฯ ปี 2527



<CENTER>http://www.praruttanatri.com/webboard/photo/20050924_212658.jpg (http://www.praruttanatri.com/webboard/view.php?Category=bokbun&pic=20050924_212658.jpg)</CENTER><CENTER>พระราชพรหมยานฯ ปี 2532</CENTER><CENTER> </CENTER><CENTER> </CENTER><CENTER> </CENTER><CENTER> </CENTER><CENTER> </CENTER><CENTER> </CENTER>

พระราชพรหมยานฯ ปี 2532












เมื่องานพิธีในห้วงเวลาเช้าผ่านพ้นไป 11.00 น. พระสงฆ์ รับภัตราหาร

ช่วงบ่าย มีงานบุญพิเศษ กล่าวคือ....

ร่วมงานบุญ ถวายสร้างตึกปฏิบัติธรรม ปฏิบัตพระกรรมฐานมโนมยิทธิ
เป็นอริยะทรัพย์ที่พิเศษ อย่างยิ่ง....

ความเป็นมาของตึกนี้ ก็อยากให้ทราบจากคำพูดของ....
พระเดชพระคุณ ท่านพระครูปลัดอนันต์ฯ ท่านเจ้าอาวาสฯ....

ใน หัวข้อของ เจ้าอาวาสคุยกับโยม
จากหนังสือธัมมวิโมกข์ ฉบับที่ 294 ปีที่ 26 เดือนกันยายน 2548
หน้าที่ 13-18




บอกกล่าว....
เออ..หนังสือธัมมวิโมกข์ออกรายเดือนจะมีคอลัมน์ออกมาใหม่ ว่าคุยกับเจ้าอาวาสหรือเจ้าอาวาสคุย เป็นคอลัมน์หนึ่งที่ไม่เคยออก แล้วก็หวังว่าจะออกตามโอกาส ถ้าออกได้ทุกเดือนก็จะรู้ความเคลื่อนไหวของวัด ว่าแต่ละเดือนแต่ละวันแต่ละปีมีกิจกรรมอะไรบ้าง หวังว่าจะได้คุยกับญาติโยาและแจ้งข่าวสารของวัดให้ท่านทั้งหลายได้ทราบตามวาระตามโอกาส

บ้านเมืองก็มีคอลัมน์อย่างท่านนายกคุยกับประชาชน ก็เป็นสื่อสารกันทันเหตุการณ์ดีและญาติโยมที่อยู่ที่ไกล ๆ ไม่รู้ข่าวสารของวัดจะได้ทราบจากคอลัมน์ของเจ้าอาวาสนี้ อาจจะไม่สมบูรณ์นัก เพราะว่าเป็นคอลัมน์แรกๆ ถ้าญาติโยมสงสัยอะไร ก็อาจจะนำมาตอบในคอลัมน์คุยกับเจ้าอาวาสนี้ ฉะนั้น วาระนี้ก็ขอคุยกันเรื่องทั่วๆ ไป

ตั้งแต่พระเดชพระคุณหลวงพ่อมรณภาพลง พวกเราที่อยู่กันที่ต่างๆ กันก็ต้องทราบแล้วว่า ครั้งนั้นเป็นครั้งที่พวกเราได้เสียใจกันไปทุกหนทุกแห่ง เหมือนเราฝากชีวิตฝากจิตใจไว้กับครูบาอาจารย์ หวังว่าท่านจะมีสังขารเป็นที่พึ่งของเรา

แต่จริงๆ แล้วแม้แต่องค์สมเด็จพระประทีปแก้วก็ตรัสสอนพุทธบริษัทว่า คำสอนของเรานั้นเป็นตัวแทน เป็นตัวที่จะพึงยึดถือนำไปประพฤติปฏิบัติแล้วเกิดมรรคผลได้ ส่วนขันธ์ 5 นั้นเป็นสิ่งที่ต้องสลายไปตามวาระตามโอกาส หาเป็นที่พึ่งที่แท้จริงได้ไม่ คำพูดอย่างนี้เป็นความจำอยู่ในส่วนสัญญาของเรา แต่เมื่อเหตุการณ์เกิดขึ้นจริงนั้น จิตที่ประพฤติปฏิบัติมาไม่มั่นคง ไม่ถึงจุดที่จะละวางได้ ก็ต้องมีการยึดมั่นถือมั่นว่าสิ่งที่เรารักพลัดพรากจากไป ก็เป็นธรรมดาจะต้องเศร้าโศกเสียใจ เป็นธรรมดา

คำสอนหลวงพ่อ....
แต่หลวงพ่อของเรานั้นก็ได้ฝากคำสอนไว้ต่างวาระกันมากมาย จะเห็นว่าเมื่อท่านมีชีวิตอยู่นั้น เมื่อท่านมีเวลาว่างหรือพอจะปลีกเวลาได้ ท่านก็จะรวบรวมคำสอนของพระพุทธเจ้าไว้ให้เราได้รับฟังกัน ได้รับคำสอนนี้นั้นมาฟังแล้วก็นำมาคิดนำมาประพฤติปฏิบัติตามจริตของผู้ที่ชอบ เพราะท่านสอนกรรมฐานทั้งหมดที่มีอยู่ที่องค์สมเด็จพระบรมครูท่านทรงเมตตาสอนพุทธบริษัทไว้ หลวงพ่อของเราก็นำมาสั่งสอนเราทั้งหมด

กรรมฐาน 40 ก็ดี มหาสติปัฏฐานสูตรก็ดี ในจริต 6 ก็ดี ในอุทุมพริกสูตรก็ดี เป็นคำสอนที่ละเอียดลออ สามารถจะใคร่ครวญด้วยปัญญาแล้วจะเห็นจริงได้ตามนั้น ฉะนั้นเราก็ทราบๆ กันอยู่ว่าท่านได้รวบรวมคำสอนไว้มาก หนังสือที่ออกไปแล้วหลายๆ เล่มหลังจากที่พระเดชพระคุณหลวงพ่อมรณภาพแล้วก็ได้พิมพ์หนังสือรวมคำสอนไว้ 16 เล่ม เล่มใหญ่ๆ แล้วก็ยังซอยเล่มเล็กๆ ไว้อีก ใช้เงินก็ไม่ใช่น้อยในการเผยแพร่คำสอนออกไป

ห่วงวัด....
แต่วันนี้จะขอมาคุยเกริ่นๆ กับญาติโยมว่า หลังจากพระเดชพระคุณหลวงพ่อมรณภาพแล้วพวกเราอยู่ภายหลังมีการเป็นอยู่กันอย่างไร บางคนก็จะวิตกกันไปต่างๆ นาๆ เพราะว่าเป็นความรัก เป็นความผูกพัน เป็นการห่วงใย วัดเรา จะอยู่กันอย่างไรเมื่อขาดพ่อแม่แล้ว ต่างคนก็ต่างความคิด แตกต่างกันไป

ส่วนอาตมานั้นก็มีเพื่อพระภิกษุที่อายุไล่ๆ กัน มีพรรษาใกล้กัน เป็นสหธรรมิกร่วมสุขร่วมทุกข์กันมาเป็นจำนวนมาก ก็ได้รวบรวมคุยกัน ปรึกษาระเบียบวินัยหลวงพ่อมีเท่าไหร่ที่สั่งสอนพวกเราไว้ ก็หวังว่าจะนำมาประพฤติปฏิบัติให้ครบถ้วนบริบูรณ์ บางคนก็แนะนำไปในแนวทางที่ต่างๆ กัน

แต่ส่วนตัวนั้น ความคิดว่าวัดนั้นจะทรงตัวอยู่ได้ก็ต้องมีความสงบจิต สงบจิตแล้วประพฤติปฏิบัติให้มีความเย็น เมื่อมีความเย็นแล้ววัดก็จะเย็น เมื่อวัดเย็นจิตก็เป็นสุข ถ้าเรามีความทะเยอทะยานในโลกธรรม 8 ประการก็จะมีแต่ความเร่าร้อนของจิตใจหาที่สุดไม่ได้

เผยแผ่ธรรม....
ฉะนั้นการอยู่ร่วมกัน ปีนี้ปี พ.ศ. 2548 มีพระจำพรรษาอยู่ด้วยกันทั้งหมดวัดก็ 91 รูป มี หลวงพี่โอ เป็นหัวหน้าไปจำพรรษาอยู่ที่ระยอง มี โยมยุพา เจริญผล ได้ถวายสำนักปฏิบัติธรรมไว้ ไม่มีพระอยู่ ท่านก็ได้สร้างกุฏิให้พระอยู่ มีความเรียบร้อย อุปัฏฐากไว้อย่างดี ก็ได้นำพระไป 7 รูป

ส่วน ท่านอาจินต์ นั้นก็ได้ไปเผยแผ่คำสอนของพระเดชพระคุณหลวงพ่อหรือของพระพุทธเจ้าที่ประเทศเยอรมัน เมืองเนอร์นแบร์ก แล้วก็ไปที่เมืองแฟรงค์เฟิร์ตเป็นวาระ ก็ไปสอนญาติโยมมา 4 ปี เห็นทำประวัติมาว่าสอนได้ประมาณร่วม 1,000 คน ก็ถือว่าประสบความสำเร็จพอสมควร

เป็นเจ้าอาวาส....
ฉะนั้น จะมีคุยอีกเยอะ… แต่ว่าหนังสือนี้อาจกลัวว่าจะยาวไป จะมีว่า… เจ้าอาวาสก็ดี ชีวิตเจ้าอาวาสเป็นยังไง เพราะเจ้าอาวาสบางคนไม่เคยคุยเลย เพราะเป็นเจ้าอาวาสแล้วมีความสุขหรือความทุกข์ คือรสชาติความเป็นเจ้าอาวาสเป็นแบบไหน แต่อาตมาก็ว่ามันคงจะต่างๆ กันไป เพราะวัดเล็กก็มีอารมณ์อย่างหนึ่ง หรือยังไงไม่ทราบ เพราะว่าอย่างเราวัดใหญ่ มีตึก มีกุฏิ ศาลา ข้อวัตรปฏิบัติ ญาติโยมมามากพอสมควร ความสุขความทุกข์ ความวุ่นวายหนักใจเป็นอย่างไร การใช้จ่ายเป็นยังไง อารมณ์ต้องทำโน่นทำนี่ หนักใจอะไร อย่างนี้ยังไม่มีเห็นหนังสือเล่มไหนใครมาระบาย

แต่ว่าการคุยกับเจ้าอาวาสในคราวนี้ถือว่าเป็นปฐมฤกษ์ อาจจะได้ระบายให้โยมฟังบ้าง เพื่อจะได้รับรู้ว่าเออเจ้าอาวาสมีความหนักใจ จะได้ระบายอารมณ์ให้ใครฟัง ก็อาจจะได้ระบายอารมณ์หรือความคิดให้ญาติโยมได้ฟังได้ทราบ เจ้าอาวาสก็จะได้คลายความทุกข์ไปด้วย เสมือนบางคนมีความทุกข์ เก็บไว้ในอกอยู่คนเดียว วันหนึ่งก็ได้ไประบายให้เพื่อนฟัง รู้สึกว่าความทุกข์นั้นมันคลายลงไป

แต่คอลัมน์ เจ้าอาวาสคุยกับโยม คราวนี้ก็เป็นโอกาสของเจ้าอาวาสจะได้ระบายสิ่งต่างๆ ให้โยมได้ฟังหรือได้อ่านกัน จะได้รู้ว่าข้างในมันเป็นอย่างไร วัดมันเคลื่อนไหวเป็นอย่างไร มีปฏิปทา มีความมั่นคง มีความเสื่อม มีความคิดเป็นแบบไหน แล้วขณะนี้เป็นอย่างไร ญาติโยมก็จะได้รู่ล่ะคราวต่อๆ ไป

ขณะนี้ก็พูดอาจจะพูดย้อนไปย้อนมาเพราะว่าไม่ได้จดช็ดร์ตโน้นตว่าจะต้องพูดอย่างนั้นอย่างนี้ คือนึกอะไรก็พูดกันไป เหมือนได้ระบายอารมณ์ อาจจะไม่เป็นสาระแก่นสารอะไรมากนัก เหมือนที่คุยกัน

สอนกรรมฐานที่กรุงเทพฯ....
เมื่อหลวงพ่อมรณภาพลงแล้วนี่ ปกติหลวงพ่อท่านก็จะ เข้าไปสอนกรรมฐานที่กรุงเทพฯ มีบ้านท่านที่เขาเรียกกันว่า “บ้านเจ้ากรมฯ” คือ บ้าน พลอากาศโทหม่อมราชวงศ์เสริม ศุขสวัสดิ์ หรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่า “บ้านสายลม” หลวงพ่อท่านจะไปทุกปี ๆ เมื่อฉันมาอยู่วัดท่าซุงนั้นเมื่อปี พ.ศ. 2516 ท่านก็ไปสอนแล้ว คงจะไปก่อนหน้านั้น 2 – 3 ปี ถึงบัดนี้ หลวงพ่อมรณภาพก็ พ.ศ. 2535 ก็นับดูก็แล้วกัน ยี่สิบกว่าปี เมื่อหลวงพ่อมรณภาพลงแล้วท่านเจ้ากรมฯ หรือท่าน พลอากาศโทหม่อมราชวงศ์เสริม ศุขสวัสดิ์ ท่านก็ให้ลูกชายลูกสาว คือลูกชายไปนิมนต์ บอกว่าอยากให้ท่านพระครูฯ มาบ้านสายลมเหมือนอย่างเคย เป็นสถานที่ปฏิบัติ

หลังจากนั้นเมื่อบรรจุศพหลวงพ่อแล้ว เราก็กำหนดเวลามาที่สายลมอีก เหมือนหลวงพ่อมาทุกเดือน ก็ได้รับความเมตตาจากญาติโยม ยังสนับสนุนในการมาปฏิบัติธรรมด้วยดี และร่วมกันในการบำเพ็ญกุศลอย่างดียิ่ง คนก็เริ่มมีมากขึ้น ฉะนั้นเมื่อเราไปอยู่กับท่านเจ้าของบ้านนานเข้า สองสามปี สี่ปีห้าปี หลังจากหลวงพ่อมรณภาพแล้ว

เราก็มานึกในใจว่า… หลังจากนั้นท่านเจ้ากรมฯ ก็ป่วย ก็มาเสียชีวิตไปอีก ก็เจอแต่ลูกท่าน 5 ท่าน เมื่อเรามาอาศัยที่ท่านบำเพ็ญกุศล ลูกท่านก็จะต้องมีครอบครัวกันไป เราก็คิดในใจว่าเรามาอยู่กับท่านนานแล้ว และความเกรงใจเป็นสมบัติของผู้ดี เราก็จึงปัดฝุ่นเอามาใช้ ก็คุยกัน

วัดหลวงตาแสง....
ก็ลูกท่าน มี หม่อมหลวงศรันศุข ก็ดี หม่อมหลวงเอื้อมสุขย์ กิติยากร ก็ดี ก็อยู่นายแล้วนี่ ท่านก็มีลูกกันคนละสองคนสามคน ฉะนั้นบ้านนี้เมื่อเรามาท่านก็ไม่เป็นส่วนตัว ถ้ามีความจำเป็นอย่างไร เราก็เกรงใจ ว่าถ้าจะขยับขยายหรือไปหาที่อยู่ใหม่จะเหมาะสมหรือเป็นอะไร มีความคิดปรึกษาร่วมกัน ท่านก็บอกว่าบ้านหลังนี้คุณแม่ผมถวายให้เป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมเป็นวัดเก่าที่หลวงพ่อบอกไว้ว่าวัดหลวงตาแสงเป็นที่ ๆ เจ้าอาวาสรูปที่สำคัญอยู่ ชื่อหลวงตาแสง ท่านเป็นผู้ดูแลสถานที่นี้อยู่

ท่านก็บอกว่า พวกผมน่ะเต็มใจ เต็มใจที่จะให้เป็นที่ปฏิบัติธรรม เราก็บอกว่า ลูกหลานน่ะ ลูกหลานอยู่กันหลายคน จำเป็นจะต้องมีครอบครัว จะต้องมีที่อยู่อาศัยเป็นของตัวเอง เขาจะพร้อมรึ เขาก็บอกว่า ลูกผมโตกัน ส่วนมากก็คงหาที่อยู่ที่อื่น คงไม่อยู่กับพ่อกับแม่ คงจะมีครอบครัวไปตามที่ต่าง ๆ กัน แต่ว่าส่วนหนึ่งนี่ผมอยากจะปลูกบ้าน 4 – 5 ชั้นขึ้นไป เผื่อพี่น้องอยู่กันคนละชั้น ๆ มีพี่น้อง 5 คนก็แบ่งกันไป

เขาก็บอกว่า ถ้าอย่างนั้นที่จะแคบลงหน่อย แต่ว่าจิตใจดี จิตใจมีความสุข ก็คงไม่เป็นอะไรมาก เพราะว่าคนเรามาทำบุญนั้นส่วนมากจะเป็นคนที่มีจิตใจประเสริฐอยู่แล้ว แม้จะเบียดกันบ้างก็ถือว่าเรามาทำความดี ที่โบราณพูดว่า คับที่ไม่เป็นไร อยู่ได้

ก็ปรึกษากันกับ หม่อมหลวงเอื้อมสุขย์ ก็ดี หม่อมหลวงศรันศุข ก็ดี ว่าที่ดินติดหน้าบ้านนั้นน่ะยังมีที่ว่างอยู่ ถ้าเราจะขอซื้อเขาจะดีไหม มี หม่อมหลวงอัชญา ชื่อเล่นชื่อ โหน่ง รู้จักกันกับเขา ก็ลองไปติดต่อดู

ซื้อที่เพิ่ม....
เมื่อติดต่อดูก็ได้ราคามา ตอนนั้นที่แถวนี้มันแพงมาก เพราะว่าสมัยท่านนายกชาติชายนั้นที่ประเทศไทยเราบูมมาก ราคาขึ้นสูง ท่านก็บอกว่าซื้อมา 13 ล้าน 5 แสนบาท ถ้าจะซื้อต่อก็ขอกู้เงินเขาซื้อ ล้านบาท เมื่อเขาสร้างก็จะสร้าง 8 ชั้น เขาจะสร้างเป็นออฟฟิศ เขาซื้อขาย 17 ล้านบาท ที่ 100 ตารางวา เราก็หนักใจ ก็เงียบไป เงียบไป

คุณโหน่ง ก็คุยกับเขาว่า เธอมาสร้างตรงนี้น่ะ สร้าง 8 ชั้น ที่ก็ไม่ใหญ่โตอะไร ทำไมเธอไม่ไปซื้อที่ใกล้ๆ บ้านเธอ เธอจะได้ซื้อที่ได้กว้าง จะได้ไม่ไกลบ้านเกินไป เขาก็รับฟัง

อยู่มาวันหนึ่งเธอก็มาหาที่วัด เธออายุก็ไม่มาก เป็นเด็กอายุรู้สึกจะไม่เกิน 30 ก็บอกว่า หลวงพ่อจะซื้อที่จริงรึ บอก ก็อยากจะได้นะ เพราะว่าที่บ้านสายลมก็เริ่มคับแคบ เมื่อคับแคบคนก็จะไม่สะดวก แต่ว่าเงินทองไม่มีมาก เห็นว่าขายต้อง 17 ล้านฉันก็ไม่มีเงินหรอก เพราะเงินต้องหาจากญาติโยม ไม่มีเงินมากมายอะไรอย่างนั้น แต่สงสารคนที่มาปฏิบัติธรรม อาจจะคับแคบไป ก็อยากได้เพราะอยู่ใกล้กัน เธอก็บอก หลวงพ่อเต็มใจซื้อราคาเท่าไหร่ บอก ฉันไม่มีเลย ไม่รู้จะซื้อเท่าไหร่ด้วย

เจ้าของร่วมทำบุญ....
เธอก็บอกว่า หลวงพ่อขา หนู..คุณโหน่ง แนะนำให้หนูไปซื้อที่ทางบ้านให้อยู่ใกล้ครอบครัว หนูก็ไปติดต่อซื้อแล้วในราคา 10 ล้าน 5 แสนบาท หนูเต็มใจอยากจะขายให้หลวงพ่อในราคาเท่านี้ 10 ล้าน 5 แสนบาท เราได้ฟังอย่างนั้นก็… คล้ายๆ ว่าเต็มใจเลย เงินยังไม่มี..เต็มใจก่อน ก็บอกกับเธอว่า เดี๋ยวปรึกษา… อยากจะตกลงเลยนะ เพราะเธอทำบุญ รวมแล้วก็ 17 ล้านนี่ ถ้าคิดดอกเบี้ยด้วย 17 ล้านนี่ ทำบุญมาก็ร่วม 6 ล้านกว่า ตอนหลังก็เอาคนไปคุย ก็ตกลงซื้อกัน 10 ล้าน 5 แสนบาท ก็คุยกันรู้แค่บ้านสายลมนั่นเอง

ที่นี้ก็มีการปรึกษาหลวงพ่อ ก่อนจะซื้อนี่… ถ้าพูดก็อาจจะมีอ้อมไปอ้อมมา ก่อนจะซื้อนั้นน่ะถามหลวงพ่อก่อนแล้ว หลวงพ่อก็ให้ทำได้ 3 ชั้น ไอ้เราก็อยากได้ 4 ชั้น ท่านบอกให้ทำ 3 ชั้น เอา..ก็ทำ 3 ชั้น ตกลงก็ซื้อมา แล้วก็เริ่มก่อสร้างกันตามแบบที่กำหนดไว้ สร้างเต็มพื้นที่ไม่ได้เพราะว่ากฎระเบียบของกรุงเทพฯ มีอยู่ก็ต้องไปขออนุญาต สร้างเสร็จก็ต้องใช้เงินไปอีก 11 – 12 ลานบาท สิบกว่าบ้าน รวมเงินใช้อาคารนี้ หมดเงินไป 20 กว่าล้านบาท

บอกบุญ....
ก็บอกญาติโยมมา ญาติโยมก็ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี แต่ก็รู้กันแค่บ้านสายลม มีคนที่รู้ก็ร่วมทำบุญกันมา ได้เงินไปประมาณขณะนี้ก็ 12 ล้านบาท เพราะว่ามีกระป๋องพลาสติกอยู่ 2 กระป๋องเท่านั้นเอง ที่นั่งรับแขกก็ค่อยๆ ทำไป

ที่นี้ญาติโยมบางส่วนที่เขารู้ว่า เจ้าอาวาสต้องไปยืมเงินส่วนอื่นมาใช้เขาก็มีความวิตกสงสาร ก็จะหาผ้าป่ามาช่วย ก็มี คุณพัชรบูลย์ สุตันติวรคุณ ที่พิมพ์ซองออกไปในที่ต่างๆ เพื่อจะให้ญาติโยมที่อยู่แดนไกลๆ ทราบว่าศาลาหลังนี้น่ะสร้างเสร็จแล้ว แล้วก็ยังเป็นหนี้อยู่

ก็ทีนี้มีผู้ปฏิบัติธรรมนี่ ระยะที่สร้างเสร็จแล้วตั้งแต่ พ.ศ. 2546 จนถึงปัจจุบัน ก็มีผู้ทำประวัติคนมาฝึก คือมี ครูประไพ สุนทราณู เป็นครูที่บ้านสายลม ได้ทำบัญชีทุกเดือนๆ ตั้งแต่เดือนมีนาคม พ.ศ. 2546 ถึงปัจจุบันนี้ มีคนมาฝึกมโนมยิทธินี่ ที่จิตเข้าถึงซึ่งความสงบหรือไปถึง ฝึกได้ จิตมีความสุขแล้วนี่ ฝึกทั้งหมดเลยนะ ที่มาฝึกรวมกันทั้งหมดเลยตั้งแต่ พ.ศ. 2546 ถึงปัจจุบัน 22,268 คน มีคนมาฝึกเดือนหนึ่งแล้วประมาณ 1,000 กว่าคน เฉพาะฝึกมโนมยิทธิเฉยๆ นะ มโนมยิทธิเฉยๆ ส่วนการมาทำบุญนั้นไม่มีใครทำสถิติไว้ คงจะมากกว่าฝึกมโนมยิทธินี่หลายสิบเท่า

อริยทรัพย์....
ฉะนั้น ถือว่าสถานที่นี้เราได้ใช้ประโยชน์อย่างคุ้มค่าที่สุด คุ้มค่าคือเป็นที่สงบของจิตใจคน คนที่มาก็เต็มใจมาฝึก สองวัน วันเสาร์กับวันอาทิตย์ ประมาณ 1,000 กว่าคน ถือว่าได้กำไร ลงทุนไปยี่สิบล้านถือว่าได้กำไร ฝึกให้คนไปเห็นพระนิพพาน เห็นความสงบ เห็นอทิสมานกาย เห็นความเป็นจริงของขันธ์ 5 คือ ร่างกาย มีปัญญาอย่างรู้เห็นจริงด้วยปัญญา ถือว่าเป็นสถานที่ๆ ให้ความสุข ให้อริยทรัพย์คนได้ ถือว่าเป็นบุญที่สะอาด หาประมาณไม่ได้จริงๆ

พูดถึงทางโลก เมื่อจะไปต่างดาว เห็นอ่านหนังสือว่าคนที่จะไปได้ หากจะไปท่องเที่ยว อย่างยานอวกาศอะไรที่ไปเมื่อไม่กี่วันนี้ แต่ละคนไป ส่งคนไปต้องใช้เงินหลายร้อยล้านพันล้านแต่ละคน นี่ของเราฝึกมโนมยิทธิลงทุนสร้างไป 20 ล้านบาท คนมาฝึกแล้วสามารถจะเห็นอทิสมานกายได้เห็นนิพพานได้เป็นหมื่นคน พูดถึงอริยทรัยพ์แล้วหาค่าไม่ได้

แต่ขณะนี้ก็ยังหาเงินไม่ได้ครบเหมือนกัน ก็จะขอแจ้งข่าวว่าเดือนตุลาคมวันอาทิตย์ที่ 2 เข้าสายลม เวลาบ่ายโมงจะมีคณะที่ คุณพัชรบูลย์ สุตันติวรคุณ ได้แจกซองไปในที่ต่างๆ จะมาร่วมกันทอดผ้าป่าใช้หนี้กันปีละครั้งๆ มีหนี้อยู่เท่าไหร่ก็ทยอยใช้กันไปจนกว่าจะหมด

หนังสือธรรมวิโมกข์นี้คอลัมน์นี้อาจจะยาวไป ก็เห็นจะต้องขอยุติก่อน คราวหน้าถ้ามีโอกาสเจ้าอาวาสก็จะมาคุยเรื่องต่างๆ ที่ทุกคน บางทีอยากรู้ว่าเป็นเจ้าอาวาสแล้วนี่อารมณ์มันเป็นยังไง เป็นเจ้าอาวาสแล้วมันหนักใจอะไร เป็นเจ้าอาวาสแล้วมันมีความสุขยังไง เป็นเจ้าอาวาสแล้วมีความทุกข์ยังไง อะไรที่เจ้าอาวาสกลัว อะไรที่เจ้าอาวาสมีความสุข หรืออนาคตวัดจะเป็นยังไง

ขอญาติโยมคงจะพบกันในฉบับหน้า หวังว่าท่านสาธุชนที่เป็นคนดีที่อ่านคอลัมน์นี่ยังไม่เบื่อ ก็ขอให้มีความสุข มีความมั่นคงในชีวิตปัจจุบันและอนาคตตามที่ตัวเองปรารถนาทุกท่านเทอญ สวัสดี.








จากคำกล่าวของท่านพระครูปลัดฯ เจ้าอาวาสฯ

อยากจะเน้นให้มองเห็นถึง อานิสงส์ ของการที่ได้ร่วมสร้างตึกฯ นี้ ดังนี้....

อริยทรัพย์....
ฉะนั้น ถือว่าสถานที่นี้เราได้ใช้ประโยชน์อย่างคุ้มค่าที่สุด คุ้มค่าคือเป็นที่สงบของจิตใจคน คนที่มาก็เต็มใจมาฝึก สองวัน วันเสาร์กับวันอาทิตย์ ประมาณ 1,000 กว่าคน ถือว่าได้กำไร ลงทุนไปยี่สิบล้านถือว่าได้กำไร ฝึกให้คนไปเห็นพระนิพพาน เห็นความสงบ เห็นอทิสมานกาย เห็นความเป็นจริงของขันธ์ 5 คือ ร่างกาย มีปัญญาอย่างรู้เห็นจริงด้วยปัญญา ถือว่าเป็นสถานที่ๆ ให้ความสุข ให้อริยทรัพย์คนได้ ถือว่าเป็นบุญที่สะอาด หาประมาณไม่ได้จริงๆ

พูดถึงทางโลก เมื่อจะไปต่างดาว เห็นอ่านหนังสือว่าคนที่จะไปได้ หากจะไปท่องเที่ยว อย่างยานอวกาศอะไรที่ไปเมื่อไม่กี่วันนี้ แต่ละคนไป ส่งคนไปต้องใช้เงินหลายร้อยล้านพันล้านแต่ละคน นี่ของเราฝึกมโนมยิทธิลงทุนสร้างไป 20 ล้านบาท คนมาฝึกแล้วสามารถจะเห็นอทิสมานกายได้เห็นนิพพานได้เป็นหมื่นคน พูดถึงอริยทรัยพ์แล้วหาค่าไม่ได้


ดังนั้น....
หากเราได้มีโอกาสได้ร่วมบุญ แม้จะเพียงเล็กน้อย 5 บาท 10 บาท....
ตามกำลังใจ กำลังบุญ กำลังความศรัทธา และความสามารถ ของแต่ละคน...

ก็จะเกิดอานิสงส์ อันนับไม่ได้ทีเดียว

จึงไม่อยากให้พี่ ๆ น้อง ๆ เพื่อน ๆ ทั้งหลาย
พลาดโอกาสอันดียิ่ง ในครั้งนี้ ไปเสีย นะครับ....

วันที่ 2 ต.ค. นี้ หากจิตยังอยู่ในขันธ์ 5 ก็จะพบกันครับ ที่บ้านสายลม....

กราบโมทนายิ่ง....

สาธุ สาธุ สาธุ


http://www.palungjit.com/board/images/icons/icon_06.gifhttp://www.palungjit.com/board/images/icons/icon_06.gifhttp://www.palungjit.com/board/images/icons/icon_06.gif









http://www.praruttanatri.com/webboard/pic/avartar/23.gif มหาหิน
ขอทำความเข้าใจ....

ความจริงระเบียบของทางวัดท่าซุง จะไม่มีฎีกาบอกบุญ....
จะแจ้งข่าว และรู้ข่าวกันเป็นการภายใน จากหนังสือธัมมวิโมกข์ บ้าง....

งานนี้ผมเห็นว่าเป็นมหากุศลจริง ๆ ก็เลยอยากบอกพี่ ๆ น้อง ๆ เพื่อน ๆ
ได้มีโอกาสร่วมในงานบุญที่พิเศษอย่างนี้ 10 บาท 20 บาท 100 บาท

ตามความคิดของผม ผมว่าคุ้มยิ่งนัก เพราะจะได้อานิสงส์ อันนับไม่ได้

จึงตัดสินใจแจ้งข่าวงานบุญในครั้งนี้....

การประกาศงานบุญนี้ ไม่ได้เกี่ยวข้องกับทางวัดท่าซุง....
ทางวัดฯไม่ได้มีนโยบายให้แจ้งข่าวบุญ ในลักษณะเช่นนี้....

แต่กระผมอยากจะได้รับอานิสงส์ ของการแจ้งข่าวงานบุญ เท่านั้นเอง...

การประกาศนี้ มีสิ่งใดอันจะเป็นเหตุแห่งการเสื่อมเสียแก่ทางวัดฯ
อันด้วยเหตุ ที่รู้เท่าไม่ถึงการณ์ ใด ๆ ก็ตาม ....

แสดงว่า เป็นความผิดของกระผมผู้ประกาศ เท่านั้น.



ท่านที่อยู่ไกล มีความศรัทธาจะร่วมงานบุญในครั้งนี้....

สามารถส่งเงินบุญ ทางธนาณัติ....
ระบุงานบุญที่ประสงค์ เช่น ร่วมสร้างตึกพระกรรมฐาน....

ที่อยู่ของวัดฯ….

ท่านพระครูปลัดอนันต์ พัทธญาโณ
วัดท่าซุง
ตำบลน้ำซึม
อำเภอเมือง
อุทัยธานี
61000

สั่งจ่าย ปท.อุทัยธานี

Samy
25-09-2005, 12:06 AM
รูปสวยมากครับ[b-wai]

มหาหิน
25-09-2005, 01:16 AM
ขอขอบพระคุณ และโมทนากับทางเวป และผู้ดูแลเวป เป็นอย่างสูง....

ชื่นใจครับ....

Paravatee
25-09-2005, 07:32 AM
ขออนุโมทานาด้วยครับ

Fame
25-09-2005, 10:25 AM
โมทนาบุญหลายๆๆ นะคะ *-*.........

Boatnoy
25-09-2005, 01:00 PM
รักหลวงพ่อ ^_^


ขอบคุณพี่มหาหิน ที่เอามาลงนะครับ

omega
25-09-2005, 01:15 PM
โมทนาด้วยคนครับ ว่าจะไปส่งธนาณัติไปร่วมทำบุญสร้างตึกพระกรรมฐานซัก500บาทด้วยคน แบ่งบุญให้คนในเวปพลังจิตร่วมโมทนาบุญกันทุกๆคนเลยนะครับ.....

penkonthai
25-09-2005, 07:19 PM
ขอร่วมโมทนาบุญด้วยคนครับ

DITCE
26-09-2005, 08:33 AM
อนุโมทนาด้วยครับ

oyoyo554
26-09-2005, 06:07 PM
สาธุ ขออนุโมทนา
งานวันคล้ายวันเกิดของหลวงพ่อปีนี้ อย่าลืมไปกันนะจ้ะ

dongtan
27-09-2005, 09:53 PM
ขออนุโมทนาครับ
[b-wai]

เกจิหนุ่ม
28-09-2005, 02:31 PM
ขออนุโมทนาด้วยครับ...

poprock
28-09-2005, 05:58 PM
สาตุ๊..

tamsak
02-10-2005, 02:20 PM
ขออนุโมทนาบุญกับคุณมหาหินด้วยครับ

มหาหิน
03-10-2005, 10:59 PM
วันอาทิตย์ ที่ 2 ต.ค. ที่ผ่านมา....

กระผมก็มีโอกาสได้ไปร่วมบุญ....

1. ได้ถวายสังทาน(มีแจกล็อกเกต หลวงพ่อด้วย สวยงามมาก)

2. ได้ร่วมบุญ กองผ้าป่าสร้างตึกกรรมฐาน

3. ได้ร่วมงานบุญกฐิน 45 วัด สายอีสาน (คุณณรงค์ เพ็งลาภ คุณพัชฯ และคณะ จากญี่ปุ่น ฝากเงินมาร่วมบุญ 2,000.- บาท) ผมได้ร่วมส่วนตัว และพบกับญาติธรรมที่รู้จักกันดี ร่วมสมทบอีก รวมเป็นเงินที่ถวาย ทั้งสิ้น 3,540.- บาท

4. ได้ร่วมบุญ หยอดตู้งานบุญ ทุกตู้ ที่บ้านสายลม

รวมทุกงานบุญ ก็เกือบ 1 หมื่นบาท(รวมทุกคน ทั้งคณะฯ)

ก็ชื่นช่างใจนัก....

ได้พบกับป้าอี๊ดฯ จากสำนักปฏิบัติธรรม ท่านแม่ชีประทุมฯ ปากช่องโคราช....
เพราะมีผู้สั่งจองพระโคตรเศรษฐี ถือฌอกาสมาพบกันเสียเลย
เพราะว่าต่างคน ต่างก็ตั้งใจมาในงานนี้อยู่แล้ว....

รวมทั้ง หมอน้อยฯ เจ้าของภาพถ่ายงานสมเด็จองค์ปฐม ที่วัดท่าซุง ที่เคยโพสไว้ที่....

http://www.praruttanatri.com/webboard/show.php?Category=bokbun&No=473

งานวันที่ระลึกคล้ายวันเกิด องค์หลวงพ่อฯ นี้ หมอน้อย ได้ภาพขณะทำพิธีบวงสรวง....
เกิดภาพที่สวย ๆ อีกแล้ว ก็บอกใพสมาให้ชมกันหน่อย ไม่รู้ว่าจะโพสได้เมื่อไร....
ผมได้เห็นภาพจากตัวกล้องแล้วครับ....

สุดยอดแห่งความเมตตาขององค์สมเด็จพระทศพล....

กราบ กราบ กราบ....

มหาหิน
03-10-2005, 11:05 PM
ล็อกเกต องค์หลวงพ่อฯ สำหรับท่านที่ร่วมถวายสังฆทาน 1,000.- บาท

100.- บาท ก็ได้รับ
2,000.- บาท ยิ่งสวยใหญ่เลยครับ(เสียดายไม่มีภาพมาให้ชม)

ใครได้รับมาบ้าง ก็โพสมาให้เพื่อน ๆ ได้ชมกันบ้าง นะครับ....

มหาหิน
03-10-2005, 11:24 PM
ในวันงานขอกราบโมทนา กับ หมอน้อยฯ
ที่ร่วมงานบุญกับสำนักปฏิบัตืธรรม กับท่านแม่ชีประทุมฯ
โดยถวายปัจจัย ให้กับป้าอี๊ดฯ ที่มาร่วมงานวันระลึกวันคล้ายวันเกิด
ขององค์หลวงพ่อ เช่นกัน....

เป็นเงิน 10,500.- บาท

ได้รับพระโคตรเศรษฐี เนื้อแร่ 1 องค์ เนื้อผง 1 องค์ หนังสือประวัติท่านแม่ฯ 1 เล่ม

กราบโมทนายิ่งนัก....

........................................................................................................

ส่วนภาพที่หมอน้อย ถ่ายภาพได้มา ที่บ้านสายลม ในวันงาน....

กำลังประสานให้นำมาลง เพื่อการสาธุการ กันต่อไปครับ....

............................................................................................................

omega
10-10-2005, 05:23 AM
โมทนาอีกรอบครับ เอาบุญเยอะๆ

GARU
24-11-2005, 12:01 PM
สาธุโมทนาด้วยครับ

Attawat_Rx
25-11-2005, 05:58 PM
โมทนาด้วยนะครับ

มหาหิน
04-12-2005, 08:58 PM
........................................................................................................

ส่วนภาพที่หมอน้อย ถ่ายภาพได้มา ที่บ้านสายลม ในวันงาน....

กำลังประสานให้นำมาลง เพื่อการสาธุการ กันต่อไปครับ....

............................................................................................................[/quote]

http://www.palungjit.com/board/attachment.php?attachmentid=51119&d=1133708274

มาแล้วครับ ภาพที่กล่าวถึง....
ก็ดูกัน นะครับ....

แล้วแต่ว่า ใครจะคิดว่าอย่างไร....
มุมกล้อง....
ย้อนแสง....
หน้าเล็นซ์ สกปรก....

พุทธานุภาพ พุทธอัปมาโณ....

เป็นไปได้ทั้งหมด ก็เป็นไปตามจิต ที่เห็นได้ ครับ....

..................................................

มหาหิน
04-12-2005, 09:13 PM
http://www.palungjit.com/board/attachment.php?attachmentid=51120&d=1133708853

ภาพนี้ กล้องตัวเดิม ถ่ายภาพเวลาไร่เลี่ยกัน มุมกล้อง ก็คล้ายกัน....

แต่ แตกต่างกันลิบ เลยครับ....

มหาหิน
04-12-2005, 09:19 PM
มีให้ชมอีก 1 ภาพ ครับ....

http://www.palungjit.com/board/attachment.php?attachmentid=51123&d=1133709535

tanapart
04-12-2005, 09:41 PM
อนุโมทนาสาธุครับ

พัชรวัฒน์
27-12-2005, 01:14 PM
โมทนา สาธุ

มหาหิน
29-12-2005, 01:55 PM
ถึงเวลาที่ทอดผ้าป่าสร้างตึกพระกรรมฐาน จะผ่านพ้นไปแล้ว....

แต่ยังสามารถสร้างบุญพิเศษนี้ ได้อยู่นะครับ....
เพราะว่ามูลค่าของตึกนี้ หลายสิบล้านบาทครับ....

ยังคงรอ ท่านเจ้าภาพ ที่มองเห็นอริยทรัพย์ อันประเสริฐ อยู่ครับ....

กราบโมทนายิ่ง....

LittleAngle
03-01-2006, 10:48 AM
สาธุ โมทนาบุญด้วยค่ะ