PDA

View Full Version : ในหลวง" ทรงห่วงราษฎร พระราชทานเงิน 10 ล้านบาทช่วยปชช. ที่ประสพภัยน้ำท่วม


littleweb
21-09-2008, 11:20 AM
"ในหลวง" ทรงห่วงราษฎร พระราชทานเงิน 10 ล้านบาทช่วยปชช. ที่ประสพภัยน้ำท่วม จัดหน่วยเคลื่อนที่รุดให้ความช่วยเหลือ "พิจิตร-บ้านหมี่"น้ำเริ่มล้นเขื่อน-อ่างเก็บน้ำ "แควระบม" เจอรอยรั่วซึม หวั่นทะลัก ธุรกิจค้าพลอยเมืองจันท์ร่อแร่ น้ำทะลักท่วมถนน-ตลาดสด สธ.สรุป 9 วันตาย 14 ศพ ชาวบ้านป่วยเพียบ "สมิทธ" น้อยใจถูก ส.ส.ฟ้องให้ปิดปาก ยันพูดตามข้อมูล ซัดอุตุฯปิดข่าวไต้ฝุ่นลูกใหม่ หวั่น "อุดรฯ-อุบลฯ" อ่วมซ้ำ
"ในหลวง" ทรงห่วงราษฎร พระราชทาน10 ล.ช่วยน้ำท่วม
เมื่อวันที่ 20 กันยายน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงห่วงใยพสกนิกรที่ประสบความเดือดร้อนจากน้ำท่วม จึงได้พระราชทานเงินช่วยเหลือราษฎร จำนวน 10 ล้านบาท ให้กับมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมป์ จัดหน่วยสงเคราะห์ผู้ประสบภัยเคลื่อนที่ จัดถุงยังชีพพระราชทาน ซึ่งประกอบด้วยเครื่องอุปโภคบริโภค มอบให้แก่ราษฎรที่ได้รับความเดือดร้อนในเบื้องต้น
ในการนี้มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ได้จัดหน่วยสงเคราะห์ผู้ประสบภัยเคลื่อนที่มาตั้งแต่วันที่ 16-20 กันยายน โดยมอบถุงยังชีพพระราชทาน ในท้องที่จังหวัดลพบุรี พิษณุโลก เลย ตาก สุโขทัย พิจิตร เพชรบูรณ์ และขอนแก่น รวม 9,300 ครัวเรือน มูลค่า 7.4 ล้านบาท
ในหลวงพระราชทานถุงยังชีพ
ก่อนหน้านี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้นายดิสธร วัชโรทัย ประธานกรรมการบริหารมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ในพระบรมราชูปถัมภ์ และเป็นผู้แทนพระองค์ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มอบถุงยังชีพพระราชทาน จำนวน 500 ชุด แก่ราษฎรหมู่ 5-6 ต.ห้วยเขน ที่ประสบปัญหาน้ำท่วม ที่บริเวณวัดห้วยเขน ต.ห้วยเขน อ.บางมูลนาก จ.พิจิตร
ทั้งนี้ นายดิสธรได้บอกกับผู้ประสบภัยน้ำท่วมว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเป็นห่วงราษฎรมาก ที่ถูกน้ำท่วม จึงมีรับสั่งให้นำถุงยังชีพพระราชทานมาแจกจ่ายเพื่อเป็นการช่วยเหลือ
สำหรับสถานการณ์น้ำท่วม จ.พิจิตร ขณะนี้ยังน่าเป็นห่วง โดยเฉพาะแม่น้ำน่านและแม่น้ำยมอยู่ในขั้นวิกฤต น้ำใกล้จะล้นตลิ่ง ทางจังหวัดได้สั่งให้ทั้งอำเภอและเทศบาลประกาศเตือนทุกอำเภอที่อยู่ใกล้แม่ น้ำน่านและแม่น้ำยม เตรียมย้ายสัตว์สิ่งของก่อนน้ำจะล้นตลิ่ง ล่าสุด น้ำป่าจาก อ.เนินมะปราง จ.พิษณุโลก ไหลทะลักเข้าสู่ จ.พิจิตร ทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันในหลายอำเภอ โดยเฉพาะ อ.สากเหล็ก พื้นที่การเกษตรเสียหายกว่า 10,000ไร่ รวมทั้งถนน 18 สาย
ที่ จ.ลพบุรี นายแผน วรรณเมธี เลขาธิการสภากาชาดไทย นำคณะมอบถุงธารน้ำใจสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ จำนวน 700 ชุด พร้อมเรือท้องแบน 9 ลำ เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม ที่วัดสะพานอิฐ ต.ทะเลชุบศร อ.เมือง โดยมีนายจารุพงศ์ พลเดช ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี รายงานสรุป จ.ลพบุรีมีพื้นที่ประสบภัยรวม 8 อำเภอ 65 ตำบล 530 หมู่บ้าน ราษฎรได้รับผลกระทบกว่า 35,000 ครัวเรือน แม้สถานการณ์คลี่คลายลงแล้ว แต่ยังมี 3 อำเภอที่น่าเป็นห่วง คือ อ.โคกสำโรง อ.บ้านหมี่ และ อ.เมืองลพบุรี ทางจังหวัดได้ระดมสรรพกำลังพร้อมเครื่องมือเครื่องจักรกลยานพาหนะเข้าช่วย เหลือผู้ประสบภัยอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ยังได้แจกจ่ายเครื่องอุปโภคบริโภคทั้งถุงยังชีพพระราชทานและของ ช่วยเหลือจากมูลนิธิต่างๆ ไปแล้วกว่า 26,000 ถุง
นายกฯ ตรวจน้ำท่วมอยุธยา
เมื่อวันที่ 20 กันยายน นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรี เดินทางลงพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา 2 จุด ได้แก่ พระตำหนักสิริยาลัย อ.บางปะอิน และวัดไชยวัฒนาราม อ. พระนครศรีอยุธยา เพื่อติดตามสถานการณ์อุทกภัย เนื่องจากทั้ง 2 แห่งเป็นสถานที่สำคัญตั้งอยู่ติดแม่น้ำเจ้าพระยา และอยู่ในสถานการณ์ที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษจากภาวะน้ำเหนือหลาก ก่อนร่วมประชุมกับผู้บริหารส่วนราชการที่เกี่ยวข้องในการแก้ไขปัญหาและให้ ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาอุทกภัย ที่ ศาลากลางจังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยนายสมชายกล่าวว่า ไม่ได้มาในฐานะนายกฯ เพราะยังไม่มีอำนาจสั่งการ แต่มาก็มารับฟังด้วยความเป็นห่วงเท่านั้น
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนตรวจสถานการณ์น้ำท่วม นายวิเชียร พวงลำเจียก อุปนายกสมาคมชาวนาไทย พร้อมคณะได้ยื่นหนังสือต่อนายกรัฐมนตรี เรียกร้องขอให้ยกเลิกแนวคิดที่จะเอาพื้นที่ จ.พระนครศรีอยุธยา เป็นพื้นที่รับน้ำจากภาคเหนือแทนคนกรุงเทพมหานคร (กทม.) พร้อมตรวจสอบการลักลอบผลักดันน้ำเข้าทุ่งนาในเขต จ.พระนครศรีอยุธยา และขอให้รัฐบาลเร่งดำเนินโครงการรับจำนำข้าวต่อไป พร้อมหาทางช่วยเหลือชาวนาและเกษตรกรโดยด่วนหลังน้ำลด
ระวัง5จว.-ลพบุรีรอ "1ด." น้ำลด
จากนั้น นายอนุชา โมกขะเวส อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) บรรยายสรุปถึงสถานการณ์ล่าสุด ว่า ขณะนี้สถานการณ์อุทกภัยใน 14 จังหวัดได้คลี่คลายลงแล้ว เหลือจังหวัดที่ยังต้องเฝ้าระวัง 5 จังหวัด ได้แก่ จ.พิษณุโลก ลพบุรี หนองบัวลำภู สระบุรี และขอนแก่น ถ้าฝนไม่ตกลงมาอีกคาดว่าภายใน 2-4 วันนี้ทุกอย่างจะกลับเข้าสู่สภาวะตามปกติ ยกเว้น จ.ลพบุรี ที่กรมชลประทานระบุว่าต้องใช้เวลาประมาณ 1 เดือนในการระบายน้ำออกจากพื้นที่
นายธีระ วงศ์สมุทธ อธิบดีกรมชลประทาน ได้สรุปสถานการณ์น้ำในเขื่อนและในลุ่มน้ำสำคัญ ว่า ขณะนี้ปริมาณน้ำในอ่างเก็บกักน้ำอยู่ที่ร้อยละ 70 ของความจุทั้งหมด 72,000 ล้านลูกบาศก์เมตร ส่วนน้ำในเขื่อนขนาดใหญ่ 3 แห่ง ยังรองรับน้ำได้เพิ่มอีกร้อยละ 26 โดยเขื่อนภูมิพล จ.ตาก มีปริมาณน้ำอยู่ที่ร้อยละ 55 ของความจุ 6,000 ล้านลูกบาศก์เมตร คาดว่า สิ้นฤดูฝนจะมีปริมาณน้ำไม่เกิน 1,800 ล้านลูกบาศก์เมตร เขื่อนสิริกิติ์ จ. อุตรดิตถ์ มีปริมาณน้ำอยู่ที่ร้อยละ 80 ของความจุ 1,800 ล้านลูกบาศก์เมตร คาดว่า สิ้นฤดูฝนจะมีปริมาณน้ำไม่เกิน 900 ล้านลูกบาศก์เมตร และเขื่อนกิ่วลม จ.ลำปาง มีปริมาณน้ำอยู่ร้อยละ 82
พายุโซนร้อนจ่อเข้า 20-23 ก.ย.
"แม้เขื่อนทั้ง 3 จะมีความจุเกินร้อยละ 80 แต่ยังสามารถเก็บกักน้ำได้ และขอยืนยันว่าเขื่อนทั้งหมดมีความมั่นคงแข็งแรง ส่วนเขื่อนเจ้าพระยา ทางกรมชลประทานได้กำหนดจุดเฝ้าระวังไว้ 5 จุด อาทิ อ.บรรพตพิสัย อ. ชุมแสง และ อ.เมือง จ.นครสวรรค์ ซึ่งแม้ขณะนี้ปริมาณน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาจะมากกว่าปี 2550 แต่ก็ยังน้อยกว่าปี 2538 ปี 2545 และปี 2549 ซึ่งเกิดปัญหาอุทกภัย จึงคาดว่าหากไม่มีพายุเข้ามา ในช่วงสิ้นเดือนกันยายน ปริมาณน้ำทั้ง จ.นครสวรรค์ น่าจะอยู่ที่ 1,600 ล้านลูกบาศก์เมตร และไม่ล้นตลิ่งแน่นอน" อธิบดีกรมชลประทาน กล่าว
ส่วนตัวแทนจากกรมอุตุนิยมวิทยาได้คาดหมายลักษณะอากาศและภาวะน้ำฝนในระยะ 7 วันว่า พายุโซนร้อนฮากูปิด ซึ่งคาดว่าจะเคลื่อนไปยังประเทศฟิลิปปินส์ จะส่งผลกระทบต่อลักษณะอากาศของประเทศไทยโดยอ้อม โดยในวันที่ 20-23 กันยายนนี้ ภาคเหนือตอนล่าง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนของไทยจะมีฝนตกหนัก
กรมชลฯหยุดปล่อยน้ำบางกุ้ง
นายธีระ วงศ์สมุทร อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวยอมรับว่า มีการปล่อยน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาผ่านประตูระบายน้ำบางกุ้ง อ.บางบาล จ.อยุธยา เข้าสู่คลองกุ้ง ทะลักเข้าท่วมทุ่งนาของเกษตรกรจริง เนื่องจากเจ้าหน้าที่กรมชลประทานได้รับการร้องขอจากเกษตรกรที่ปลูกข้าวแบบ ขึ้นน้ำ จำนวนกว่า 2 หมื่นไร่ แต่ทำให้พื้นที่นาของเกษตรกรบางส่วนที่ไม่ต้องการน้ำได้รับความเสียหายไป ด้วย
"ขณะนี้ได้สั่งการให้หยุดปล่อยน้ำไปแล้ว และให้เจ้าหน้าที่เชิญตัวแทนเกษตรกรทั้งสองฝ่าย ทั้งที่ต้องการและไม่ต้องการให้ปล่อยน้ำมาตกลงร่วมกัน เพื่อหาข้อยุติปัญหาความขัดแย้งที่เกิดขึ้น และหารือถึงแนวทางการดำเนินงานต่อไปด้วย แต่ยืนยันว่ากรมชลประทานไม่มีนโยบายปล่อยน้ำลงนาข้าวของเกษตรกรอย่างแน่นอน" นายธีระ กล่าว
บ้านหมี่ล็อคประตูระบายน้ำ
วันเดียวกัน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) พร้อมด้วย น.ส.ผ่องศรี ธาราภูมิ ส.ส.ลพบุรี ปชป.ไปแจกสิ่งของช่วยเหลือผู้ประสบภัยที่วัดหนองเมือง และวัดห้วยกรวด ต.หนองเมือง อ.บ้านหมี่ รวมจำนวน 800 ชุด โดยระดับน้ำที่ อ.บ้านหมี่ยังคงที่ โดยเฉพาะ ต.หนองเมือง ถูกน้ำท่วมขังนาน 7 วันแล้ว ระดับน้ำสูงเฉลี่ย 1.20 เมตร จนชาวบ้านไม่สามารถสัญจรไปมาได้ และน้ำเริ่มส่งกลิ่นเหม็น มีสีดำขุ่น เป็นโรคน้ำกัดเท้า ห้องน้ำไม่มีใช้ ชาวบ้านต้องปล่อยของเสียลอยไปกับน้ำ โรงเรียนต้องหยุดอย่างไม่มีกำหนด ชาวบ้านเดือดร้อน 620 ครัวเรือน นาข้าวที่กำลังจะเก็บเกี่ยวเสียหายแล้ว 15,000 ไร่
นอกจากนี้ เวลา 11.30 น. มีชาวบ้านจาก ต.เชียงงา, ต.โพนทอง, ต.สนามแจง, ต.มหาสอน, ต.บางขาม และในเขตเทศบาลเมืองบ้านหมี่ อ.บ้านหมี่ จ.ลพบุรี กว่า 300 คน เดินทางโดยรถยนต์กระบะและรถอีแต๋น นำโซ่พันล็อคไม่ให้เปิดประตูระบายน้ำบ้านกล้วย ถนนสายคันคลองชลประทานช่วงบ้านหมี่-ตาคลี หลังจากน้ำท่วมบ้านเรือนประชาชนและพื้นที่การเกษตรฝั่งตะวันออกของ คลองอนุศาสนันท์ (ชัยนาท-ป่าสัก) หลายหมื่นไร่
ต่อมา นายสุเทพ ศรีทอง หัวหน้าชลประทานบ้านกล้วย อ.บ้านหมี่ จ.ลพบุรี เดินทางมาพบและเจรจากับชาวบ้าน โดยนายสุเทพยืนยันว่าสถานการณ์อย่างนี้ชลประทานไม่เปิดประตูระบายน้ำอย่าง แน่นอน เพราะจะทำให้ชาวบ้านจำนวนมากได้รับความเดือดร้อน ทำให้ชาวบ้านพอใจเดินทางกลับ
น้ำล้นเขื่อนลำพระเพลิงแล้ว
ส่วนที่ จ.นครราชสีมา หลังจากฝนตกหนักติดต่อกันหลายวัน ทำให้ระดับน้ำในเขื่อนลำพระเพลิง เพิ่มระดับสูงขึ้นจนเต็มความจุที่ 110 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) จนล้นออกทางสปิลเวย์แล้ว อย่างไรก็ตาม นายจำลอง พินิจการ ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาลำพระเพลิง อ.ปักธงชัย ยืนยันว่า แม้ระดับน้ำในขณะนี้สูงเลยสปิลเวย์ประมาณ 30 เซนติเมตร แต่ทางเขื่อนยังระบายออกทางประตูน้ำท้ายเขื่อนไปยังอ่างเก็บน้ำลำสำลาย และไหลออกสู่คลองธรรมชาติ จึงยังไม่ส่งผลกระทบกับพื้นที่ท้ายเขื่อนมากนัก และยืนยันว่าเขื่อนลำพระเพลิงมั่นคงแข็งแรงไม่มีปัญหาเรื่องเขื่อนแตกแต่ อย่างใด
วันเดียวกัน พ.อ.สมทัศน์ จันทร์ศิริ เสนาธิการกองบัญชาการช่วยรบที่ 2 กองทัพภาคที่ 2 (จ.นครราชสีมา)ได้ปล่อยขบวนรถบรรทุกจีเอ็มซี และทหาร 83 นาย พร้อมด้วยเวชภัณฑ์ เปลสนาม และเรือท้องแบนไปช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ อ.เมือง จ.ชัยภูมิ ซึ่งประสบอุทกภัย มีบ้านเรือนราษฎรถูกน้ำท่วมหลายตำบล ระดับความสูงเฉลี่ย 120 เซนติเมตร
น้ำล้นอ่างแควระบม-พบรอยรั่ว
จ.ฉะเชิงเทรา น้ำป่ายังไหลทะลักไม่หยุด บ้านเรือนชาวแปดริ้วจมอยู่ใต้น้ำนานนับสัปดาห์ ขณะอ่างเก็บน้ำแควระบม ยังคงเร่งปล่อยระบายน้ำออก หลังฝนตกหนักนานต่อเนื่องในเขตป่ารอยต่อ 5 จังหวัด จนน้ำล้นปรี่ขอบอ่างจากความจุสูงสุดที่สามารถรองรับน้ำได้ 40 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) ขณะนี้มีน้ำมากถึง 40-45 ล้าน ลบ.ม. เกินกว่าความจุที่อ่างเก็บน้ำจะสามารถรองรับได้ที่ 40 ล้าน ลบ.ม. ล่าสุดพบรอยรั่วซึมบริเวณใต้แนวสันเขื่อน มีน้ำไหลออกมายังด้านหน้าแนวสันเขื่อน จนมีน้ำขังเป็นแอ่งท่วมเส้นทางสัญจรด้านล่าง แต่ปริมาณรั่วซึมยังไม่มากนัก และยังไม่ทราบว่าสันเขื่อนดังกล่าวจะรองรับน้ำได้เพิ่มมากขึ้นอีกหรือไม่ หากฝนยังตกเติมลงมาไม่หยุดอย่างต่อเนื่อง
หนองบัวลำภูตายแล้ว4ศพ
ขณะที่ พล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เดินทางโดยเฮลิคอปเตอร์ ไปตรวจสถานการณ์น้ำท่วมในเขตเทศบาลเมืองชัยภูมิ ซึ่งถูกน้ำที่ล้นทางระบายน้ำฉุกเฉิน จากอ่างเก็บน้ำลำปะทาว และอ่างเก็บน้ำห้วยยางบ่า ไหลลงท่วมถนนเกือบทุกสายและชุมชนทั้ง 15 ชุมชน ตั้งแต่เช้ามืดวันที่ 19 กันยายนที่ผ่านมา โดยระดับน้ำยังคงสูงขึ้นเรื่อยๆ จากนั้น พล.ต.อ.โกวิทเดินทางต่อไปตรวจเยี่ยมผู้ประสบภัยน้ำท่วมในเขตเทศบาลเมือง หนองบัวลำภู พร้อมกับมอบถุงยังชีพ 300 ชุด โดยนายอธิคม สุพรรณพงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองบัวลำภู รายงานว่า น้ำท่วมครั้งนี้ มีราษฎรได้รับความเดือดร้อน 70,447 ครอบครัว มีผู้เสียชีวิตแล้ว 4 ราย พื้นที่การเกษตรเสียหาย 28,337 ไร่ บ่อปลา 2,927 บ่อ ถนน 512 สาย คอสะพาน 7 แห่ง ฝาย 26 แห่ง
น้ำทะลัก-จันท์หยุดค้าพลอย
จ.จันทบุรี น้ำป่าเริ่มไหลเข้าสู่ในเขตเทศบาลเมืองจันทบุรี เทศบาลตำบลจันทนิมิต และเทศบาลตำบลพลับพลานารายณ์ ถนนท่าสิงห์ตลอดสายถูกน้ำท่วมสูง 70 เซนติเมตร ชาวบ้านต้องขนย้ายสิ่งของไว้ที่สูง ถนนสุขาภิบาลระดับน้ำเริ่มสูงยิ่งขึ้น เพราะอยู่ริมแม่น้ำจันทบุรี ถนนบ้านลุ่มหน้าเรือนจำจังหวัดจันทบุรี (หลังเก่า) ซึ่งขนย้ายนักโทษไปแล้ว มีน้ำท่วมด้านหน้าและภายในเรือนจำ เจ้าหน้าที่นำนักโทษชายชั้นดีเร่งขนย้ายสิ่งของเครื่องครัว ส่วนถนนสายอัญมณีต้องหยุดการค้าขายพลอย (อัญมณี) สิ้นเชิง บริเวณถนนศรีรองเมืองตลาดเทศบาลเมือง (ตลาดน้ำพุ) มีน้ำท่วมถนนสูง 60 เซนติเมตร และน้ำเริ่มไหลเข้าตลาดสดแล้ว ส่วนบริเวณถนนสายริมน้ำ (ทางไปถนนสุขุมวิท) ตรงเชิงสะพานวัดจันทนาราม ระดับน้ำลึก รถเล็กผ่านไม่ได้ ทางราชการต้องนำเครื่องสูบขนาดใหญ่ติดตั้งสูบน้ำระบายข้ามถนนตรีรัตน์ ไหลลงทุ่งสระบาป ก่อนไหลลงสู่แม่น้ำจันทบุรีทางตอนล่าง
เชียงใหม่ขอผุดแก้มลิงกันท่วม
จ.ปราจีนบุรี น้ำได้ไหลทะลักเข้าในตัวเทศบาลตำบลกบินทร์ ตลาดสดรวมทั้งธุรกิจการค้าต่างๆ ได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก ถนนเข้า-ออกตัวเทศบาลเกือบทุกเส้นทางถูกน้ำท่วมสูง 30-50 เซนติเมตร รถเล็กไม่สามารถผ่านได้ พ่อค้าแม่ค้าในตลาดสดต้องเดินลุยน้ำออกมาขายของ นอกจากนี้ น้ำยังไหลเอ่อล้นถนนทางเข้าเรือนจำกบินทร์บุรี น.ส.บุษบา เกตุอุดม ผู้บัญชาการเรือนจำอำเภอกบินทร์บุรี ได้เตรียมนำกระสอบทรายมาวางกั้นบริเวณทางเข้าเรือนจำ และตั้งเครื่องสูบน้ำเตรียมไว้เรียบร้อยแล้ว
นายบุญเลิศ บูรณุปกรณ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) เชียงใหม่ กล่าวว่า ในวันที่ 21 กันยายน นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรี จะเดินทางมาที่ จ.เชียงใหม่ จึงจะร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) เสนอสร้างอ่างเก็บน้ำหรือแก้มลิง รองรับลุ่มน้ำปิง ที่ อ.เชียงดาว และลำน้ำแม่แตง อ.แม่แตง เพื่อป้องกันน้ำท่วมเมืองซึ่งเคยเกิดน้ำท่วมใหญ่ 5 ครั้งในปี 2548 สร้างความเสียหายนับพันล้านบาท หากรัฐบาลเห็นชอบในหลักการ จะเริ่มออกแบบศึกษาปลายปี 2552 และใช้เวลาสร้าง 3 ปีแล้วเสร็จ เบื้องต้นค่าก่อสร้าง 4,000-5,000 ล้านบาท
0สธ.สรุปยอดเสียชีวิต14ราย
นพ.ปราชญ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ช่วง 9 วันที่ผ่านมา ตั้งแต่วันที่ 11-19 กันยายน กระทรวงสาธารณสุขได้จัดหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ออกให้บริการประชาชนในพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วม 361 หน่วย มีผู้เจ็บป่วยมารับบริการ 53,946 ราย ส่วนใหญ่เป็นผื่นคันและโรคน้ำกัดเท้าร้อยละ 35 รองลงมาเป็นไข้หวัดร้อยละ 27 และอุจจาระร่วง ร้อยละ 15 มีผู้เสียชีวิตแล้ว 14 คน ส่วนใหญ่ถูกน้ำพัดขณะหนีน้ำ เฉพาะในวันที่ 19 กันยายน 2551 ศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยด้านการแพทย์และสาธารณสุข ได้จัดส่งยาสามัญประจำบ้านให้กับจังหวัดขอนแก่น 6,000 ชุด จังหวัดนครราชสีมา 5,000 ชุด และจังหวัดพิจิตร 3,000 ชุด

"สมิทธ"น้อยใจถูก"ส.ส."ฟ้อง
กรณีที่ นายสนธิญา สวัสดี ในฐานะคณะกรรมการบริหารแผนอุทกภัยสมัทรสาคร ยื่นฟ้อง นายสมิทธ ธรรมสโรช ประธานกรรมการศูนย์ภัยพิบัติแห่งชาติ ต่อศาลปกครอง ให้ยุติการให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน ถึงการเกิดน้ำทะเลยกตัวสูง (สตอร์ม เซิร์จ) ท่วมพื้นที่กรุงเทพมหานคร (กทม.) และปริมาณฑล เพราะทำให้ผู้คนแตกตื่นก่อให้ธุรกิจเสียหายนั้น
นายสมิทธให้สัมภาษณ์ยืนยันว่า สิ่งที่พูดนั้นเป็นการเตือนภัย ตามหลักวิชาการและประสบการณ์ในฐานะผู้ที่ทำงานและอยู่กับข้อมูลทางอุตุนิยม วิทยามานาน และทุกครั้งที่พูดนั้น ไม่มีชาวบ้านคนไหนมีความแตกตื่น แต่ทุกคนกลับมาขอบคุณ เพราะเป็นการตักเตือน ไม่ใช่สร้างความตื่นตระหนก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ที่ จ.สมุทรสาคร และ จ.สมุทรปราการ นั้น ชาวบ้านกลับมาขอบคุณด้วยซ้ำ การเตือนทำให้เกิดการเตรียมตัวรับมือกับเหตุการณ์อย่างรอบคอบ
"คนที่ฟ้องผม อ้างว่า เป็นรองโฆษกพรรคชาติไทย ทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ เขาทำหนังสือไปถึงผู้ว่าราชการ สมุทรสาคร สมุทรปราการ บอกให้ผู้ว่าฯห้ามผมไม่ให้พูด แต่ท่านผู้ว่าฯทั้งสองเข้าใจดี ไม่เคยห้ามอะไรผม เพราะเข้าใจดีว่าทำไปเพื่ออะไร ทั้งนี้ นายนิกร จำนง รองหัวหน้าพรรคชาติไทย โทรศัพท์มาชี้แจงกับผมแล้วว่า บุคคลคนนี้ไม่เกี่ยวข้องใดๆ กับพรรคชาติไทยอีกแล้ว แต่นายคนนี้ก็ยังไม่หยุด ไปฟ้องศาลปกครองอีก ในฐานะคนที่ทำงานตรงนี้ก็รู้สึกเสียใจ แต่ยังยืนยันว่า สิ่งที่พูดออกไปนั้น มีโอกาสเกิดขึ้นจริง" นายสมิทธ กล่าว
นายสมิทธ กล่าวว่า ต่อไปนี้ คงจะไม่พูดเรื่องแบบนี้อีกแล้ว เพราะกำลังจะหมดวาระการทำงานในศูนย์เตือนภัยพิบัติเดือนตุลาคมนี้ รู้สึกเหน็ดเหนื่อย และน้อยใจกับการทำงานตรงนี้ คิดว่า หน่วยงานอย่างกรมอุตุนิยมวิทยาน่าจะเป็นองค์กรที่ดูแลประชาชนได้มากกว่านี้ ไม่ใช่มัวแต่แทงกั๊ก บอกข้อมูลไม่หมด เพราะมัวแต่เกรงใจนักการเมืองบางคน ที่จะเสียผลประโยชน์จากการทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ หากมีการออกมาบอกว่า จะเกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติ
ซัดอุตุฯปิดข่าวไต้ฝุ่นลูกใหม่
เมื่อถามว่า เวลานี้มีเรื่องอะไรบ้างที่กรมอุตุนิยมวิทยายังไม่บอกให้ประชาชนได้ทราบ นายสมิทธกล่าวว่า เวลานี้มีพายุดีเปรสชั่น ชื่อ ฮากูกิท (HAGUGIT) ก่อตัวขึ้นทางตอนใต้ของประเทศฟิลิปปินส์ ความเร็ว 50 น็อต หรือประมาณ 60 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ดีเปรสชั่นลูกนี้ เมื่อวันที่ 19 กันยายน ยังเป็นแค่หย่อมความกดอากาศต่ำ แต่ก่อตัวเป็นดีเปรสชั่นเร็วมาก กำลังมุ่งหน้าเข้ามายังประเทศเวียดนาม หากออกจากฟิลิปินส์เข้าไปในทะเลจีนใต้ อาจเพิ่มกำลังแรงขึ้นกลายเป็นพายุไต้ฝุ่น และถ้าเคลื่อนที่เข้ามาทางตอนเหนือ และอีสานของไทย จะยิ่งส่งผลให้ปริมาณน้ำฝนเพิ่มมากขึ้น น้ำจะท่วมพื้นที่ จ.อุบลราชธานี และอุดรธานี อีกรอบ และจะไหลมายัง กทม.อีกประมาณ 2-3 สัปดาห์
"เส้นทางการเดินทางของพายุเหล่านี้ใช้เวลาแค่ 4-5 วันเท่านั้น ตามหลักแล้วกรมอุตุฯจะต้องบอกประชาชนได้แล้ว ย้ำว่าต้องบอก แม้ในอนาคต จะโชคดีที่พายุลูกนี้เปลี่ยนทิศทางไม่เข้ามายังประเทศไทยก็ตาม แต่ตามรูปการณ์แล้วโอกาสเข้ามาสูงมาก แต่กรมอุตุฯยังไม่บอกใครเลย น่าเป็นห่วงมาก" นายสมิทธกล่าว
กทม.ยันเขื่อนสูงพอกั้นน้ำ
ด้านนายสมศักดิ์ กลั่นพจน์ ผู้อำนวยการสำนักระบายน้ำกรุงเทพมหานคร (กทม.) ให้สัมภาษณ์ว่า กทม.เฝ้าติดตามรายงานสถานการณ์อากาศและน้ำท่วมจากทุกหน่วยงานที่รับผิดชอบ เพื่อเตรียมรับมือกับสถานการณ์น้ำท่วมเต็มที่ สถานการณ์น้ำรอบพื้นที่ กทม.ในเวลานี้ไม่ได้น่าเป็นห่วงอย่างที่หลายฝ่ายวิตกกังวล เพราะมีน้ำท่วมขังอยู่แค่จุดเดียว คือ ที่ จ.ลพบุรี เป็นน้ำท่วมในที่ลุ่ม ซึ่งทางจังหวัดกำลังเร่งสูบน้ำออกจากพื้นที่อยู่ พื้นที่ จ.พระนครศรีอยุธยา ที่ อ.เสนา อ.บางบาล ที่น้ำท่วมทุกปีเวลานี้ก็ยังไม่มีปัญหาอะไร
"บริเวณเขื่อนริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่ กทม.ไปทำไว้เพื่อป้องกันน้ำท่วมนั้น เวลานี้มีระดับน้ำแค่ 1.70-1.80 เมตร จากระดับน้ำทะเลเท่านั้น ขณะที่ความสูงของเขื่อนนั้นสามารถรับระดับน้ำได้สูงถึง 2.50 เมตร ยังสามารถรับได้อีกมาก ปี 2549 ที่ผ่านมามีน้ำลูกใหญ่มาถึง 4,000 ลูกบาศก์เมตร ต่อวินาที ระดับน้ำที่เขื่อนยังอยู่แค่ 2.20 แต่เวลานี้ยังอยู่ในระดับ 1,700 ลูกบาศก์เมตร ต่อวินาทีเท่านั้น ยังไม่ถึงครึ่งของความรุนแรงสูงสุดของปี 2549 เลย ประกอบกับการเฝ้าระวังตลอดเวลาของ กทม.จึงขอเรียนว่า ประชาชนไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องน้ำท่วมในพื้นที่ กทม.เลย" นายสมศักดิ์กล่าว



ที่มา : มติชนออนไลน

chdhorn
21-09-2008, 12:02 PM
ขอจงทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน... ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ...

ขอบพระคุณสำหรับข้อมูลข่าวสารค่ะคุณlittleweb...

โมทนาด้วยค่ะ...

littleweb
21-09-2008, 03:50 PM
ทรงห่วงใย พสกนิกรของพระองค์เสมอ
ขอพระองค์ทรงพระเจริญ ยิ่งยืนนาน

tossapornk
21-09-2008, 04:00 PM
ขอพระองค์จงทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน เพื้อลูกหลานคนไทยทั้งมวลได้อยู่อย่างร่มเย็นเป็นสุขตลอดนานเท่านาน ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ<!-- / message --><!-- sig -->

kumpeang
21-09-2008, 04:46 PM
ขอพระองค์จงทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน

ปาฏิหาริย์
21-09-2008, 05:25 PM
ซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณที่มีต่อพสกนิกรของพระองค์ครับ
ขอพระองค์จงทรงพระเจริญ
ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ<!-- / message --><!-- sig --><!-- / message -->