View Full Version : ทุกข์เพราะแม่ จะทำอย่างไรดี
sandra-oops
25-08-2008, 05:18 PM
ขออนุญาตนะคะ ที่เขียนถามเข้ามาเพราะอยากจะช่วยเพื่อนค่ะ
เรื่องมีอยู่ว่า ครอบครัวนี้มีกัน 3 คนพี่น้องอยู่กับแม่ ส่วนพ่อนั้นเสียชีวิตไป
หลายปีแล้ว ปัญหาที่ประสบก็คือ แม่เขาไปสร้างหนี้สินไว้มากมาย (สงสัยกันว่า
เล่นการพนัน หรือไม่ก็ถูกผู้ชายหลอก) ลูกๆ หาเงินมาให้เท่าไร ก็บอกว่าไม่พอ
ใช้หนี้ จนทุกวันนี้ลูกแต่ละคนต้องแบกภาระหนี้สินแทนแม่ วันดีคืนดี ก็มีคน
มาทวงหนี้ที่บ้าน บางคนก็มาขู่ว่าจะทำร้ายถ้าหากไม่นำเงินไปใช้คืนเขา ลูกๆ
ช่วยกันหาเงินจนหมดหนทางแล้ว ตอนนี้ลูกสาวคนรองต้องแอบนำเงินบริษัท
มาใช้หนี้ให้แม่เพราะไม่สามารถหยิบยืมจากใครได้อีก ตอนนี้ทำงานก็แอบ
ร้องไห้ในห้องน้ำตอนพักกลางวันแทบทุกวัน ดิฉันได้ฟังแล้วสงสารเพื่อนมาก
ได้แต่ให้กำลังใจ เขาบอกว่าจะไม่ไหวแล้ว ข้าวของในบ้านอันไหนที่จะขายได้
แม่เขาก็จะเอาไปขาย ขนาดพระในบ้านก็เอาไปขายค่ะ บางวันแม่ก็จะมาหาถึง
ที่ทำงานเพื่อมาขอเงินจนเพื่อนไม่เป็นอันทำงาน เพราะจิตใจสับสน กลัวที่ทำ
งานจับได้ก็กลัว ต้องคอยหวาดระแวงตลอด พอสิ้นเดือนเขาก็จะนำเงินเดือนใช้
เงินคืนให้บริษัท เพื่อนบอกว่าไม่รู้ว่าทำไมเรื่องมันถึงได้ไม่จบสิ้น คาดคั้นถาม
แม่ก็แล้วว่าเป็นหนี้ใครที่ไหนบ้างลูกๆ จะเจรจาประนีประนอมหนี้ให้ แกก็ไม่ยอม
บอก ให้เงินไปทีแกก็บอกว่าหมดหนี้แล้ว พอ2-3 วันก็จะมาขอใหม่ เพื่อนบอก
ไม่รู้ว่าอะไรมาดลจิตดลใจให้แกเป็นแบบนี้ ทั้งๆที่เมื่อก่อนแกเป็นคนที่ขยันทำ
งาน แต่ตอนนี้อายุมากแล้ว สุขภาพก็ไม่ค่อยจะดี แกก็เปลี่ยนไปจากหน้ามือ
เป็นหลังมือ จะปลอบจะขู่ยังไงแกก็ไม่หยุด บางทีก็โกหกให้รอดตัวไปวันๆ จน
ลูกๆ แต่ละคนแทบจะกระอักเลือด และถ้ายังขืนเป็นอยู่อย่างนี้ตลอด ดิฉันกลัว
ว่าเพื่อนของดิฉันจะเป็นโรคประสาทไปเสียก่อน ใครพอจะมีวิธีช่วยบ้างไหมคะ
ดิฉันเคยแนะนำเขาไปดังนี้ค่ะ
1. ให้สวดพระคาถาเงินล้านค่ะ ตอนนี้เขาก็สวดอยู่ ทั้งพี่ทั้งน้อง
2. ดิฉันให้เขาขอขมาแม่เขา ในสิ่งที่เคยทำผิดต่อแม่ เช่นเถียงแม่ หรือว่าแม่ (ด้วยความโมโหที่แม่ใช้เงินฟุ่มเฟือย ทำให้พวกเขาต้องเป็นหนี้เป็นสิน)
แต่เหตุการณ์ต่างๆ ก็ไม่ดีขึ้น ลูกๆ ไม่มีใครอยากจะกลับบ้าน แต่ก็สงสารแม่ ทิ้ง
เขาไว้คนเดียวไม่ได้ แต่กลับไปก็เครียด
ท่านใดพอจะมีวิธีช่วยให้ปัญหานี้คลี่คลายได้ ขอความเมตตาด้วยเถิดนะคะ
POWER_FREEZE
25-08-2008, 05:28 PM
สวดอิติปิโสเดินหน้า108จบ ในวันคู่ สวดอิติปิโสถอยกลัง108 ในวันคี้ ทำให้ได้ตลอด เรื่องจะหายไป
vanco
25-08-2008, 05:33 PM
อนุโมทนาครับ
น่าเห็นใจมากเลยนะครับ มาเจอสภาพแบบนี้ ลูกๆๆ ก็คงจะหมดกำลังใจกันมากเลย
ปัญหาทุกอย่างมีทางแก้ไข ถ้าเราหันมาคุยและปรับความเข้าใจกัน
ผมก็คงแนะนำให้ลูกๆๆ พยายามทำหน้าที่ของลูกให้ดีที่สุดครับ
ถ้าจะมองกันอีกแง่หนึ่ง ต่างคนก็กำลังใช้ "กรรม" และกำลังสร้าง "กรรม" ด้วยกันทั้งนั้น
แนะนำให้ลองนั่งกำหนดลมหายใจ พิจารณาลมหายใจเข้าออกช้า ๆ นะครับ
อย่าไปรีบเร่ง ผ่อนคลายตามอารมณ์ ค่อย ๆ พิจารณาลมหายใจ ให้สติและจิตกำหนด "รู้" ว่า หายใจเข้า หายใจออก ลองทำดูสักพัก อาจจะดีขึ้น เมื่อมีสติ สมาธิก็จะบังเกิด เมื่อมีสมาธิ ปัญญาก็จะมา
การทำภาวนา เป็นหนทางหนึ่งในการสร้างบุญบารมีให้กับตนเอง ควรทำควบคู่ไปกับกาแผ่เมตตานะครับ จะได้อานิสงส์เพิ่มขึ้น อย่าไปคิดถึงเรื่องที่ผ่านมา ถึงแม้ว่าเราจะลำบากขนาดไหนก็ตาม ขอให้มีขันติ ความอดทนและพยายามทำบุญให้มากๆๆ ครับ อย่าลืมว่า ต้องมีสติทุกลมหายใจ ครับ
Falcon_Se
26-08-2008, 09:35 AM
เป็นหนี้ให้มีสติ ก่อนอื่นต้องรู้สาเหตุก่อนว่าหนี้มาจากไหน เพราะอะไร แล้วหาทางแก้ การสวดมนต์เป็นการเร่งให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์เข้าช่วย การนั่งสมาธิก็เหมือนกันที่จะทำให้เราได้สติหาทางออกได้เร็วขึ้น ..แต่ว่า สิ่งที่ผมอยากจะบอกก็คือให้ใช้ปัญญาแก้ปัญหาที่สาเหตุให้ได้ก่อนที่จะไปหวังพึงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เพราะสมมติว่าวันนี้เป็นวันครบกำหนดจ่ายหนี้ ถามว่าถ้าเรามานั่งสวดมนต์ทำสมาธิอยู่ในวันนี้จะได้สมาธิมามั๊ย ไม่มีหรอกครับ เพราะใจเราจะมันพะวงถึงเจ้าหนี้ว่าจะมาทวงเมื่อไร ค่อยๆ คิด ลองหาคนที่พอจะมาช่วยและมาเป็นที่ปรึกษาเราได้ อาการนี้ลำพังคนในครอบครัวอย่างเดียวหาทางออกไม่เจอครับ ต้องมีตัวช่วย ตัวช่วยจะมาจากไหน ก็มาจากคนรู้จักของเรานั่นแหละ ซึ่งคนเหล่านี้จะยินดีช่วยเราหรือไม่ก็แล้วแต่กรรมดีที่เราได้ทำเอาไว้ ยิ่งสวดมนต์ นั่งสมาธิ แล้วจะยิ่งมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เข้ามาช่วยเรา หรือถ้าเลวร้ายที่สุด สถานการณ์ไม่ดีขึ้นเลย เราจะได้สติกลับมา ..แต่ก่อนอื่นต้องไปเค้นให้รู้ว่าหนี้มาจากไหนก่อน จะได้ประมาณการได้ถูกว่าจริงๆ แล้วต้องหาเงินมาใช้หนี้เท่าไร ถ้าไม่รู้ข้อนี้แล้วไม่ว่าเทพองค์ไหนๆ ก็ช่วยคุณไม่ได้ครับ เหมือนคนที่เลือดไหลออกจากตัวอยู่ตลอดเวลา ทุกวัน โดยที่ไม่รู้ว่าที่เลือดไหลน่ะ เป็นเพราะอะไร แล้วที่สำคัญเลือดมันไหลที่แผลตรงไหน ถ้ารู้แล้วจะได้อุดแผลห้ามเลือดถูก ผมเคยผ่านจุดที่ต้องหมุนเงินครั้งใหญ่มาก่อน โดนรุ่นพี่ด่าและดูถูกตอนยืมเงินมาทำธุรกิจก็เคยโดน ถ้าผ่านจุดนี้ไปได้จะทำอะไรต่อไปก็ไม่กลัวแล้วครับ ขอให้โชคดี
sandra-oops
26-08-2008, 11:40 AM
ขอบคุณที่แนะนำนะคะ
ปัญหาหลักก็คือแม่ของเพื่อนเขาไม่ยอมบอกความจริงค่ะ ว่าเป็นหนี้เท่าไร กับใครบ้าง เช่น
วันนี้เขาบอกว่าเป็นหนี้อยู่ 20,000.00 บาท หมดแล้วจริงๆ เพื่อนเราก็ให้เขาพาเจ้าหนี้มา
ยืนยัน แม่เขาก็ไปพาใครมาไม่รู้ จริงบ้าง ไม่จริงบ้าง พอเพื่อนเราใช้ให้ แล้วก็กำชับเจ้าหนี้
ว่าไม่ให้แม่ยืมเงินอีก ถ้าให้ยืมก็ไม่มีจะใช้ให้แล้วนะ เขาก็รับปาก (มารู้ทีหลังว่าบางคนรับ
สมอ้างมา ไม่ใช่เจ้าหนี้จริงๆ) พอผ่านไปสักพัก ก็จะมาขอเงินลูกอีก มาร้องห่มร้องไห้
โกหกสารพัด จนบางครั้งลูกเขาเครียดเลยตอบไปแรงๆ ว่าไม่รู้จะหาที่ไหนให้แล้ว ต้องไป
ขายตัวใช้หนี้ให้ไหม แม่แกก็ยังบอกว่า ยังไงก็ต้องหามา คือมันไม่จบไม่สิ้น ปัญหาหลักก็
คือตัวแม่เขา
ทำยังไงแม่เขาถึงจะยอมบอกความจริง ทำยังไงแม่เขาถึงจะเลิกก่อหนี้ นี่คือ
ปัญหา
แต่เราไม่รู้จะช่วยแก้ยังไง เราเองเคยไปถามแม่เขาตรงๆ ว่าเราจะช่วย แม่เขาคงอายเรา ก็
บอกว่า
ไม่มีหนี้ที่ไหนอีกแล้ว แต่พอสักพัก ก็ไปขอเงินลูกที่ทำงานอีก เราได้แต่เวทนา และก็
สงสารเพื่อนมากๆ ค่ะ
จึงอยากได้วิธีที่จะจัดการกับแม่เขา ให้เขาคิดได้ และหยุดการกระทำนี้ จะทำอย่างไรดีคะ
ช่วยคิดหน่อยเถอะค่ะ
Falcon_Se
26-08-2008, 11:54 AM
แม่เค้าเล่นการพนันรึเปล่าครับ ถ้าเล่นก็หมด ..อย่างนี้ต้องปล่อยให้วิบากกรรมเป็นตัวให้คำตอบแก่เค้า นี่เป็นความเห็นของผมนะครับ คือถ้าผมเป็นลูกแก สิ่งที่ผมจะทำคือจะแยกตัวออกมาจากบ้าน และจำกัดวงเงินให้แกใช้ในแต่ละเดือน สมมติว่าให้สักเดือนละหมื่น ถ้าหมดตรงนี้แล้วผมก็ไม่ให้ไม่ใช่ว่าใจดำ แต่ว่าให้แล้วมันเป็นอย่างนี้ก็ให้ได้แค่เท่านี้เพราะว่าถ้าขืนเป็นอย่างนี้ต่อไปเมื่อไรก็หมด คนเราถึงขนาดลูกบอกว่าคงต้องขายตัวเอาเงินมาให้แม่ แล้วแม่ไม่รู้สึกอะไรแล้วยังบอกว่าถึงอย่างไรก็ต้องหามาให้แม่ คนนี้อย่างนี้ผมก็ไม่รู้จะพูดอย่างไรแล้ว ..ตอนเด็กๆ ถ้าเราจะเลื่อนชั้นเรียนเราต้องสอบไล่ก่อนใช่ไหมครับ พอโตเป็นผู้ใหญ่ถ้าชีวิตจะก้าวต่อไป ชีวิตจะให้บททดสอบให้เราก้าวข้ามไป ถ้าไม่ผ่านก็จะเจอปัญหาเดิมๆ วนเวียนอยู่อย่างนั้น เรื่องนี้ก็เหมือนกัน คนเป็นลูกต้องตัดใจให้ได้ ไม่ใช่ไม่รักแม่ แต่เพราะรักแม่ถึงต้องทำโทษแม่ ตกลงกันกำหนดกันไปเลยว่าให้ได้เดือนละเท่าไร ถ้าทำไม่ได้ คนเป็นลูกก็ควรที่จะออกจากบ้านไปเลย ต้องเด็ดขาดครับปัญหานี้ถึงจะทุเลาลง ไม่ใช่ว่าขอเท่าไรก็ให้ เอาไปทำอะไรไม่รู้
cinderella2517
26-08-2008, 01:21 PM
กรณีนี้ อาจจะเป็นกรรมซ้อนกรรม คือแม่ของน้องคนนี้ มีกรรมต่อบุพการีของท่านอีกทีนึง ผลกรรมเลยมาตกที่ลูก เพราะกรรมเป็นเผ่าพันธ์ การที่แม่ของน้องคนนี้ไม่สามารถมีทรัพย์สินได้ เพราะว่า มีกรรมกับบุพการี ทำให้ตกอยู่ในภูมิของเปรต ไม่มีสิทธิ์มีทรัพย์ ทำให้หนี้สินรุงรัง กรณีนี้ แก้ที่ต้นเหตุคือ ให้แม่ของน้องคนไปขอขมากรรมกับบุพการีก่อน ถ้าหากพ่อแม่เสียชีวิตนี้ ให้จุดธู)หน้าพระพุทธรูปเป็นประทาน เอ่ยขอขมากรรมกับบิดามารดาผู้ล่วงลับ หลังจากนั้นให้คุณแม่สวดโองการขอแก้กรรม แล้วถือศีล 5 เจ็ดวัน ตามวิธีนี้
หากคุณแม่ไม่ยอมปฏิบัติ ลูกคนใดคนหนึ่งต้องเสียสละ บวชแทนแม่ โดยเวลาสวดบทโองการขอแก้กรรม ให้สวดว่า ลูกในนาม ...เอ่ยชื่อตัวเอง ขอเป็นตัวแทนให้กับมารดาคือ .... (เอ่ยชื่อคุณแม่) เพื่อแก้ไขบัญชีกรรม บทสวดและวิธีสวดวิธีแก้กรรมมีตามด้านล่าง
บทขอพรโองการขอแก้กรรม<O:p</O:p
นะโมตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมา สัมพุทธัสสะ (3 จบ)<O:p</O:p
1.ลูกในนาม(.....เอ่ยชื่อ..นามสกุลตนเอง...)ขอแก้ไขบัญชีกรรม ขอให้ลูกและ
(ใส่ชื่อของคนที่เราต้องการแก้กรรมให้) พร้อมคู่ครอง บริวาร บุตรธิดา บิดามารดา ปู่ย่าตายาย บรรพบุรุษทั้งหลาย เจ้ากรรมนายเวร เจ้าบาปนายบุญ ศัตรูหมู่มาร มิตรสหาย มนุษย์ทั้งหลาย สรรพสัตว์ทั้งหลาย ดวงวิญญาณทั้งหลาย ครูบาอาจารย์ นักบวชทั้งหลาย สัมมาอาชีพทั้งหลาย ทุกภพ ทุกภูมิ ทุกชาติ ทุกกาลเวลา
<O:p</O:p
2.ขอให้หลุดพ้น จากอาถรรพ์ อวิชชาฝ่ายอธรรม เวรกรรมบาปโทษ สินบนอบายมุข เครื่องรางของขลัง ความฝัน คำสาป คำสาบาน อารมณ์แห่งมาร อันเป็นเหตุแห่งทุกข์ คือ โลภโกรธหลง เกลียดกลัว เสียใจ น้อยใจ กังวลใจ ไม่ได้ดังใจ เอาชนะ ขอให้มีสติ สมาธิ ปัญญา กำลังกาย กำลังใจ กำลังทรัพย์ ขอให้เข้าใจถ่องแท้ ในเหตุผล สัจธรรมความจริง ขอให้รู้แจ้งเห็นจริง ในสัจธรรมทั้งปวง ขอให้สำเร็จมรรคผล เกิดอมตะรักนิรันดร เข้าถึงพระนิพพานด้วยเทอญ สาธุ
<O:p</O:p
3.ขอให้มีความสุข อิ่มหนำสำราญ พ้นจากทุกข์ มีความรัก ความเข้าใจ ให้อภัย ซึ่งกันและกัน ตลอดกาลนานเทอญ สาธุ
<O:p</O:p
4. ถ้าลูกเคยล่วงเกินใดๆ ต่อบิดามารดา ครูบาอาจารย์ คู่ครอง ท่านทั้งหลาย สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทุก ๆพระองค์ ทั้งในชาตินี้ และในอดีต ทุกภพทุกชาติ บัดนี้ ลูกสำนึกแล้ว ลูกขอขมากรรม ขอจงโปรดอภัยทาน ให้ลูกด้วยเทอญ สาธุ ถ้าบิดามารดา ครูบาอาจารย์ คู่ครอง ท่านทั้งหลาย เคยทำให้ลูกเป็นทุกข์ ทั้งในชาตินี้ และในอดีต ทุกภพทุกชาติ ลูกให้อภัย ทุกประการเทอญ สาธุ
<O:p</O:p
5.ลูกขอคืน สินบน สัญญาจิต ครูฝ่าย-อธรรม ทุกชนิด คืนอารมณ์แห่งมาร คำสาป คำสาบาน ทั้งปวง ด้วยเทอญ สาธุ ขอให้สำเร็จมรรคผล ในพรที่ลูกน้อมขอ ทุกประการเทอญ สาธุ
<O:p</O:p
6.บุญใดกุศลใด ทานใดบารมีใด ที่ลูกเคยทำมา ทั้งในชาตินี้ และในอดีต ทุกภพทุกชาติ ขอน้อมถวาย แด่องค์ธรรมมารดา องค์ธรรมบิดา สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทุกๆพระองค์ พ่อธาตุแม่ธาตุทุกๆพระองค์ ครูบาอาจารย์ นักบวชทั้งหลาย มนุษย์ทั้งหลาย สรรพสัตว์ทั้งหลาย ดวงวิญญาณทั้งหลาย คู่ครอง บริวาร บุตรธิดา บิดามารดา ปู่ย่าตายาย บรรพบุรุษทั้งหลาย เจ้ากรรมนายเวร เจ้าบาปนายบุญ ศัตรูหมู่มาร มิตรสหาย สัมมาอาชีพทั้งหลาย ทุกภพ ทุกภูมิ ทุกชาติ ทุกกาลเวลา ทั้งในเทวะโลก พรหมโลก มนุษย์โลก บาดาลโลก อเวจีโลก มารโลก ขอให้มีความสุข อิ่มหนำสำราญ พ้นจากทุกข์ มีความรัก ความเข้าใจ ให้อภัย ซึ่งกันและกัน ตลอดกาลนานเทอญ สาธุ
วิธีแก้กรรมตามโองการขอแก้กรรม<O:p</O:p
การแก้กรรมขั้นแรก กรรมต่อบุพการี<O:p</O:p
ท่านผู้อ่านเชื่อหรือไม่ว่า กรรมที่กระทำต่อบุพการีนั้น เป็นกรรมหนักที่สุด เพราะบุพการี คือพระอรหันต์ในบ้าน ห้ามล่วงเกินไม่ว่าจะด้วยกรณีใด ๆ กรรมชนิดนี้เหมือนบันไดขั้นแรก หากท่านมีกรรมกับบิดามารดา คือ ทำให้พ่อแม่เป็นทุกข์ น้ำตาตก เสียใจ เศร้าใจ น้อยใจ เถียงพ่อเถียงแม่ แม้เพียงไม่ตั้งใจ แม้แต่การกระทำของเราเอง ที่เป็นเหตุให้พ่อแม่ไม่สบายใจ ทำให้ท่านทุกข์ใจ ก็เกิดเป็นกรรมได้ ท่านต้องแก้กรรมชนิดนี้ก่อน มิฉะนั้น ท่านไปสร้างโบสถ์ สร้างวิหาร สร้างพระประธานทั้งองค์ ก็จะรู้สึกว่าไม่ได้ช่วยให้ชีวิตดีขึ้น ใครก็แก้ให้ไม่ได้ สะเดาะเคราะห์วัดไหนก็แก้ไม่ได้ กรรมชนิดนี้ต้องแก้ด้วยตนเองเท่านั้น ท่านต้องแก้กรรมชนิดนี้ก่อน จึงจะแก้ไขกรรมอื่นๆได้
<O:p</O:p
ผลกรรมที่เกิดจากกรรมต่อบุพการี<O:p</O:p
หากท่านมีกรรมข้อนี้ จะทำมาหากินไม่ขึ้น ทำการงานก็พบอุปสรรค ทำดีในหน้าที่แต่เจ้านายจะมองข้าม เพราะท่านขาดการเคารพบุพการี เงินทองจะเก็บไม่อยู่ เงินทองหาได้ก็หมดสิ้น มีหนี้สินพอกพูน เพราะกรรมกับบิดามารดาทำให้ท่านตกอยู่ในภพภูมิของเปรต จะไม่มีสิทธิ์มีทรัพย์สินใด ๆ
<O:p</O:p
<O:p</O:p
<O:p</O:p
วิธีแก้กรรมต่อบุพการี <O:p</O:p
เมื่อระลึกได้ว่าทำให้พ่อแม่เป็นทุกข์ ไม่ว่าหนักหรือเบา ให้ขอขมากรรมบิดามารดา โดยอาจจะนำมาลัย หรือหากไม่มี ก็น้ำบริสุทธิ์เรานี่แหล่ะ ไปหาท่าน กราบท่าน 3 ครั้ง แล้วเอ่ยคำขอขมากรรมตาม
<O:p</O:p
บทของโองการขอแก้กรรม ในวรรคที่ 4 กล่าวว่า ถ้าลูก เคยล่วงเกิน<O:p</O:p
ใดๆ ฯ กล่าวตามวรรคที่ 4 จนจบ แล้วบอกบิดามารดาท่านว่า ขอให้อภัยให้ลูก เมื่อพ่อแม่เอ่ยว่า ให้อภัยทุกประการ ท่านอาจจะให้ศีลให้พร จากนั้นกราบ 3 ครั้ง แล้วนำน้ำบริสุทธิ์ที่เตรียมมา ล้างเท้าท่าน นำภาชนะมารองไว้ แล้วนำน้ำล้างเท้านั้น ล้างหน้า หากอายต่อการจะไปขอขมาก็หาโอกาสที่ เหมาะสมเป็นตัวช่วย เช่น วันแม่ วันพ่อ หรือถ้าไม่รู้จะเอาเหตุผลใดมาแก้อายที่จะไปกราบพ่อแม่ ก็บอกท่านว่า ไปหาพระมา พระท่านทักว่า มีกรรมกับพ่อแม่ อยากมาขอขมากรรม ชีวิตจะได้ประสบความสำเร็จ แล้วก็เริ่มปฏิบัติตามที่บอกไว้ แต่ทางที่ดี เมื่อระลึกได้แล้ว ควรปฏิบัติเลยทันที จะเห็นผลเร็วกว่า เพียงหากคุณได้ขอขมากรรมกับบุพการีแล้ว จะรู้สึกถึงความโล่งใจ สบายใจ ตื้นตันใจ เป็นสุขแบบบอกไม่ถูก ความรู้สึกต่าง ๆ จะดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด <O:p</O:p
<O:p</O:p
<O:p</O:p
<O:p</O:p
<O:p</O:p
<O:p</O:p
การบำเพ็ญศีล 5 เพื่อแก้ไขบัญชีกรรม <O:p</O:p
กรณีต้องการให้เห็นผลเร็ว ควรปฏิบัติดังนี้คือ<O:p</O:p
ปฏิบัติถือศีล 5 ให้บริสุทธิ์ 7 วัน โดยการปิดวาจา 3 วันแรกของการบำเพ็ญ การปิดวาจาคือ การไม่พูดกับใครเลย ไม่เปล่งเสียงกับใคร ยกเว้นเปล่งเสียงเวลาสวดมนต์และขอพรตามองค์การขอแก้กรรม สาเหตุที่ให้ปิดวาจา เนื่องจากว่า การไม่พูด จะทำให้ศีลข้อมุสาฯ จะเป็นศีลบริสุทธิ์ เพราะไม่มีการพูดปด ไม่มีการพูดเพ้อเจ้อ ไม่พูดส่อเสียด ไม่ต่อว่าด่าขานใครไม่นินทาใคร การปฏิบัติตนระหว่างแก้กรรม เมื่อหิวก็รับประทาน สามารถรับประทานมื้อเย็นได้อย่างปกติ เพราะถือเพียงศีล 5 ง่วงก็นอน ร้อนก็อาบน้ำ แล้วสวดภาวนาไปเรื่อย ๆ จะนั่งอ่าน
<O:p</O:p
นอนอ่าน ซักผ้า ล้างจาน ทำอะไรก็ได้ขณะสวดภาวนา ตั้งใจอย่างมีสมาธิ หากไม่สะดวกที่จะปิดวาจา ก็สวดอย่างเดียวก็ได้ ปฏิบัติไปทำจนครบ 7 วัน กรณีที่ไม่สะดวกในการปิดวาจา ไม่สะดวกในการบำเพ็ญศิล 5 ก็สามารถทำได้ โดยการหมั่นสวดภาวนาบทโองการขอแก้กรรม วันละให้มากที่สุด ภาวนาด้วยความตั้งใจแต่ผลที่ได้จะช้ากว่าการถือศีล 7 วันและปิดวาจา 3 วัน <O:p</O:p
<O:p</O:p
กิจวัตรระหว่างบำเพ็ญศีลเพื่อแก้กรรมใน 7 วันคือ ตื่นเช้าสวดมนต์พุทธคุณ ธรรมคุณ สังฆคุณ สวดมนต์ทำวัตรเช้า เมื่อเสร็จสิ้นภารกิจของการทำวัตรเช้าแล้ว จากนั้นให้ภาวนาตามองค์การขอแก้กรรม ให้ได้ 108 จบต่อวัน เมื่อสวดภาวนาครบตามจำนวนที่ต้องการแล้ว ให้กรวดน้ำอิมินา 1 จบ และกล่าวแผ่บุญกุศล ตามวรรคที่ 6 การกล่าววรรคนี้สามารถระบุชื่อผู้ที่เราต้องการอุทิศส่วนกุศลให้ได้ หลังจากนั้นก็อธิษฐานขอพรในสิ่งที่ปรารถนา ต้องเป็นพรที่ไม่ผิดศีลธรรม และห้ามติดสินบน
<O:p</O:p
นอกจากนี้ การสวดตามโองการขอแก้กรรม จะช่วยถอนคุณไสย ถอนมนต์ดำต่าง ๆ สามารถสวดภาวนาขอพรตามโองการขอแก้กรรมได้ทุกวัน อย่างน้อยวันละ 8-16 จบ จะดีแก่ตนเอง ทำให้มีสมาธิ เกิดสติ รู้แจ้งเห็นจริงในสัจธรรมได้โดยตนเอง เจ้ากรรมนายเวรจะอโหสิกรรม ชีวิตจะค่อย ๆ ดีขึ้น บุตรบริวารจะอยู่ในโอวาท อุปสรรคจะเริ่มคลายและค่อย ๆ ดีขึ้นเรื่อย ๆ ลองปฏิบัติดูค่ะ วิธีนี้ไม่เสียเงิน ไม่เสียเวลา เพราะทำขณะไหนก็ได้ อิริยาบถใดก็ได้ ทำได้ทุกเวลา <O:p</O:p
ทุกสถานที่ เมื่อจำขึ้นใจ ภาวนาในใจขณะทำงานหรือยามว่างได้ค่ะ<O:p</O:p
ดิฉันปฏิบัติมาแล้ว พิสูจน์มาแล้ว เห็นผลค่ะ<O:p</O:p
<O:p</O:p
โองการขอแก้กรรม แก้ไขกรรมอะไรได้บ้าง <O:p</O:p
การสวดตามโองการขอแก้กรรม สามารถช่วยแก้ปัญหากรรมของตนเอง ของบุพการี แก้กรรมไปถึงบรรพบุรุษ ที่ล่วงลับไป ที่กำลังตกทุกข์ได้ยากจากผลกรรมในอดีตชาติและปัจจุบันชาติที่ก่อไว้ นอกจากนี้ โองการขอแก้กรรม ยังช่วยล้างอาถรรพ์จากคุณไสยมนต์ดำ ต่าง ๆ ล้างอวิชชาจากศาสตร์มึด จากมนต์ดำ จากครูฝ่ายอวิชชาต่าง ๆ ที่เคยรับมาโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ล้างอาถรรพ์จากอวิชชาที่บรรพบุรุษเคยใช้ เคยมี หรือเคยรับมาโดยกรรมบรรพบุรุษ และยังเป็นการคืนสินบน ไม่ให้ติดสินบน เป็นการคืนสินบนที่เคยบนบานไว้แล้วไม่ได้แก้บนนั้นซึ่งมีผลทำให้ติดกรรม โองการขอแก้กรรมจะทำให้คืนสินบน สัญญาจิตต่าง ๆ ช่วยให้ไม่ติดกรรมจากการสัญญาหรือสาบานสิ่งใดแล้วจำไม่ได้ และเป็นการคืนคำสาปแช่ง ที่เราอาจจะเคยสาปแช่งใครด้วยความโกรธแค้น ทั้งในอดีตชาติ และปัจจุบันชาติ การสาปแช่ง เป็นการจองเวร ทำให้ต้องติดบ่วงกรรมซึ่งกันและกันไปตลอด ไม่มีวันจบสิ้น หากระลึกได้ว่า เคยก่อกรรมหรือสร้างกรรมกับใครให้เอ่ยชื่อคนนั้น เช่น รู้ว่ามีกรรมกับคู่ครอง หรืออยู่กับคู่ครองแล้วเป็นทุกข์ คู่ครองเจ้าชู้ หรือสร้างปัญหาให้ นั่นคือมีกรรมต่อกันมาอาจจะในอดีตชาติ ให้เอ่ยชื่อคู่ครอง หากมีบุตรดื้อนั้นคือ เจ้ากรรมนายเวรมาทวงกรรมโดยมาแฝงในบุตร ทำให้บุตรดื้อ สร้างแต่ปัญหาให้เราทุกข์ ให้ตั้งจิตให้อภัยและให้เอ่ยชื่อนามสกุลคู่ครอง, บุตรธิดา หรือเอ่ยชื่อใครก็ตามที่ทำให้เราทุกข์ ผู้ที่ทำให้เราทุกข์นั่นคือเรามีกรรมต่อกันมา กรณีมีอุปสรรคการงานกับใคร ก็ให้เอ่ยชื่อคนนั้น มีปัญหากับเจ้านาย ให้เอ่ยชื่อเจ้านาย ที่สำคัญคือ ต้องตั้งใจและให้อภัยเท่านั้น ห้ามอาฆาต ห้ามจองเวร ห้ามสาปแช่ง ให้สวดขอพรให้คนที่เอ่ยชื่อนั้นไปเรื่อย ๆ ให้มากที่สุด แล้วเหตุการณ์จะดีขึ้น ลองปฏิบัติได้ ไม่เสียเงินเสียทองแต่อย่างใด
ลองนำไปปฏิบัติดูนะคะ ไม่เสียเงินค่ะ
<O:p</O:p
sandra-oops
26-08-2008, 01:34 PM
ขอบคุณมากค่ะ คือตอนนี้ลูกสาวคนรองก็แยกตัวออกมาแล้ว แกก็ตามไปขอถึงที่บ้าน ที่ลูก
สาวแกอยู่ จนครอบครัวเขาต้องทะเลาะกัน คือแฟนลูกสาวเขาก็ช่วยหาเงินมาให้ จน
ต้องออกปาก ส่วนแม่เขาอยู่กับลูกสาวคนโต ลูกสาวคนโตจะใจแข็ง ไม่ยอมให้เวลาแม่มา
ขอ แต่จะให้เอาไว้กินในแต่ละวัน ครั้งละ 100-200 บาท ส่วนค่าใช้จ่ายอย่างอื่น 3 คนพี่
น้องก็ช่วยๆ กันออกค่ะ แต่แม่แกไม่เลิก ก็จะไปขอเงินจากลูกสาวคนรอง ไปหาถึงที่ทำงาน
ไปยืนร้องห่มร้องไห้ จนลูกให้แกไม่รู้กี่ครั้งแกก็ไม่พอ เขาลือกันไปทั้งออฟฟิศ
ด้วยความที่เขาเป็นแม่ เวลาทำผิด ถ้าลูกไปต่อว่ามันก็จะยิ่งบาป เป็นเวรกรรมไม่รู้จักจบสิ้น
ไม่ทราบว่ามีของดี หรือพระคาถา หรือน้ำมนต์ อะไรพอที่จะดลจิตดลใจ ทำให้แม่เขาสำนึก
หรือว่าหยุดการกระทำนี้ได้ไหมคะ คือการพูดด้วยเหตุผลแม่แกไม่รับฟังแล้วค่ะ เหมือนผีสิง
ช่วยกันไล่ผีตัวนี้หน่อยนะคะ อาจจะเป็นผีพนันก็ได้ค่ะ
Dis-esp
26-08-2008, 01:46 PM
ลองขอพระพรหมไม่ก็พระพุทธเจ้าดูละกันนะครับ
ดาราจักร
26-08-2008, 06:24 PM
กัมมุนา วัตตตี โลโก จะทำยังไงดีนะครับ เพราะยังไงกรรมนี้ให้ผลแล้ว ก็ต้องต่อ
ไปจนกว่าจะอโหสิกรรม หรือ เบาบางลงไป ก็ต้องทำใจครับ
ถ้าเราอยากจะสุขสบาย เราก็ต้อง เพียร เรื่องทาน ศีล และภาวนา ให้จงหนัก
จนกว่ากรรมดี จะให้ผลนำครับ ไม่ว่าจะนานเท่าไหร่ ก็ต้องเพียรครับ
ถ้าเป็นเพราะเจ้ากรรมนายเวร ก็ต้องจริงใจที่จะทำบุญกุศลให้เขา ทำไปจนกว่า
เขาจะใจอ่อน แล้วเราจะรู้เองครับ เมื่อดีแล้ว ก็ต้องทำให้ดียิ่งๆขึ้นไปนะ
.......
จริงๆแล้ว สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านได้ทรงตรัสไว้ดีแล้วนะครับว่า
ชีิวิตเราเกิดมาไม่ว่าจะ ยาก ดี มี หรือ จน ก็ีมีทุกข์ด้วยกันทั้งนั้น ไม่ใช่ว่า หมดทุกข์
ใจปัจจุบันแล้ว จะมีสุขในภาคหน้า เพราะเรายังมี ผลกรรม ที่ยังมาทวง เราไม่สิ้นสุดครับ
ชีวิตเราจะต่างกันตรงที่ว่า บางคน มืดมนมา บางคนสว่างไสวมา แล้วปลายทางของ
อัตภาพ บางคนก็ มืดไป บางคนก็สว่างไสวไป ชีวิตเรา เราเลือกเอง กรรมของเรา
เราก็เป็นคนลงมือ ทำมันด้วยตัวเองครับ
ถ้าลงมือปฎิบัติธรรม อย่างน้อย ถ้าเราจริงๆจัง เราก็จะมีความสุขใจ เป็นผล
อย่างมาก ไม่ต้องพูดถึงครับ เรารู้กันอยู่แล้ว
และจะได้ถือซะว่า เป็นโชคดีของเราที่่ได้ผ่านและได้เห็นความทุกข์ ไปได้แล้วอย่างดีึีครับ
อนุโมทนาครับ
Falcon_Se
27-08-2008, 12:23 AM
"ไม่เล่นไพ่" นี่แหละครับคาถาผม ให้แม่เค้าไปท่องแล้วต้องทำให้ได้อย่างนี้ด้วย ขอโทษนะครับถ้าแม่เค้าไม่ได้เล่นจริงๆ (แต่ไปหมดกับอย่างอื่นแทน) แต่ยังไงผมเดาว่าแม่เพื่อนของคุณติดเล่นไพ่ครับ โอกาสถูกมากกว่า 90% ผีตัวนี้ไล่ยาก ..เป็นผีที่ทำให้ศีลข้ออทินนากับมุสามีโอกาสขาดมากที่สุดซะด้วยสิ ..ขอโทษนะครับที่พูดตรงๆ สำหรับคุณที่เป็นเพื่อนกัน ผมแนะนำให้สวดบทเมตตาใหญ่ไปให้แม่เค้าเยอะๆ แล้วเรียกเทวดาที่รักษาตัวแม่ของเค้าให้ไปดลจิตดลใจแกให้กลับตัวเป็นคนใหม่ แต่อย่างไรก็ตาม ถ้าตัวแกไม่ยอมเปลี่ยนและไม่ยอมช่วยตัวเองเอาซะเลย ต่อให้องค์ปู่พระอินทร์มาช่วยก็ช่วยไม่ได้ครับ ถ้าเกิดกรณีที่แย่ที่สุดคือแกยังเป็นเหมือนเดิมไม่ยอมเปลี่ยน สิ่งที่เราทำได้คือแผ่เมตตาให้แกและให้เทวดาที่รักษาตัวแกเท่านั้นครับ แผ่ให้เยอะๆ เผื่อแกจะฉุกคิดได้บ้าง พรหมวิหารมีสี่ข้อคือ เมตตา กรุณา มุทิตา และอุเบกขา คุณคิดว่าพรหมวิหารข้อใดที่เหมาะกับแม่ของเพื่อนคุณ คุณและเพือนของคุณเลือกได้ ..ขึ้นอยู่กับสถานการณ์และตัวบุคคลครับ
ศิษย์น้อย
27-08-2008, 08:58 PM
กรรมร่วมกันมา
เห็นคนทำชั่วแล้วไม่ยอมห้ามปราม
แถมยังยุยงส่งเสริมชาตินี้เลยมาร่วมกันใช้กรรม
วังพญา
27-08-2008, 11:50 PM
ดิฉันคิดว่า การให้เงินแม่ที่ตามด้วยความทุกข์ใจ ไม่สบายใจที่จะให้ ให้แล้วก็กังวล ใจหม่นหมอง เฝ้าคิดแต่ว่าแกจะมาขออีกมั๊ย แกจะเอาไปใช้หนี้จริงมั๊ย แกจะสร้างหนี้ให้อีกมั๊ย แกจะพาใครมาหลอกว่าเป็นเจ้าหนี้หรือเปล่า ฯลฯ กังวลสารพัดอย่าง
ให้แบบนี้ไม่ใช่การชดใช้กรรมอย่างเดียว แต่เป็นการสร้างกรรมใหม่กับแม่อย่างนึงแล้วค่ะ มันก็คล้ายๆใครมาดึงเอาเงินในกระเป๋าเราไปใส่ซองผ้าป่า โดยที่เราขุ่นใจ ไม่ค่อยเต็มใจ ขนาดเราทำตัวเราให้ทุกข์ หรือทำร้ายตัวเอง ยังเป็นบาปอย่างนึงเลย แล้วนี่ถ้าคิดอยู่เสมอว่าแม่มาทำให้ชีวิตเราทุกข์ ให้สามีเราทุกข์ ให้ครอบครัวเราทุกข์ มันจะไม่สร้างบาปสร้างกรรมกับแม่เพิ่มเหรอค๊ะ
ดิฉันเองก็ประสบปัญหากับพ่อแม่คล้ายๆกันค่ะ ตอนนี้ดิฉันก็พยายามทำหน้าที่ของลูก เท่าที่ลูกจะพึงทำได้ ไม่ถึงกับละเลย และพยายามจะไม่รับเอาปัญหาต่างๆที่แกก่อขึ้นมาให้เดือดร้อนเป็นทุกข์ใจแก่ตัวเองและครอบครัว ถ้าแม่ยังดิ้นรนสร้างกรรมต่อไป ดิฉันก็ต้องปล่อยไป และแกก็ต้องรับกรรมที่แกก่อไปตามกฏของมัน ถ้าแกไม่เอาสวดมนต์ เราก็บังคับไม่ได้ เราก็ทำใด้แต่สวดมนต์และแผ่เมตตาให้ ตามแบบที่เพื่อนๆแนะนำ และต้องทำใจปล่อยวางปัญหาของแกที่อยู่ในใจเราบ้างค่ะ
natthaya
30-08-2008, 10:17 AM
น่าเห็นใจค่ะ
อนุโมทนา ให้พบหนทางแก้ไขโดยเร็วค่ะ
มะหน่อ
30-08-2008, 01:48 PM
เวลาน้ำท่วมตอมันจมน้ำเรามองไม่เห็นจะดำลงไปงมหาทั้งหมดคงไม่มีเวลาพอเพราะการดำน้ำแต่ละทีดำได้แว้ปเดียวเท่านั้นเหมือนให้เงินทุกครั้งเพื่อแก้ปัญหา...หาตอให้เจอก่อน...ย้ายแม่ไปอยู่ที่อื่นเลยครับ...สังคมตรงนั้นมันดุดเข้ามาทางรากเราเปลี่ยนดินไม่ได้หรอกเราย้ายต้นไปปลูกที่อื่นแล้วทีนี้น้ำมันหายตอมันจะผุดขึ้นมาเอง...เป็นกำลังใจให้นะครับ
vBulletin® v3.8.0 Beta 3, Copyright ©2000-2009, Jelsoft Enterprises Ltd.