PDA

View Full Version : หากจะต้องเกิดภัยพิบัติแล้ว


coolz
19-08-2008, 10:32 AM
http://xchange.teenee.com/up01/post-33550-1184935271.jpg



หากจะต้องเกิดภัยพิบัติแล้วจะต้องมีผู้คนและสรรพสัตว์ล้มตายมหาศาลประมาณมิได้ หลังจากเกิดก็เสมือนเคราะห์ซ้ำกรรมซัดจะมีโรคภัยและปัญหาการขาดแคลนอาหารอีกทั้งที่พักอาศัยเครื่องนุ่งห่มและยารักษาโรค

เรียนถามท่านผู้รู้ "หากมีอีกชีวิตหนึ่งที่สะสมไว้ซึ่งบุญบารมีตั้งแต่อดีตชาติจนถึงปัจจุบันชาติ จะยอมสละชีวิตเพื่อให้ยับยั้งภัยที่จะมาถึงอันใกล้นี้ให้ผ่อนลงจากมากกลายเป็นน้อยจะสามารถทำได้หรือไม่" โปรดชี้แจงด้วย

http://thummada.com/php_upload/michelangelo41.jpg

มังกรบูรพา
19-08-2008, 11:41 AM
หากจะต้องเกิดภัยพิบัติแล้วจะต้องมีผู้คนและสรรพสัตว์ล้มตายมหาศาลประมาณมิได้ หลังจากเกิดก็เสมือนเคราะห์ซ้ำกรรมซัดจะมีโรคภัยและปัญหาการขาดแคลนอาหารอีกทั้งที่พักอาศัยเครื่องนุ่งห่มและยารักษาโรค

เรียนถามท่านผู้รู้ "หากมีอีกชีวิตหนึ่งที่สะสมไว้ซึ่งบุญบารมีตั้งแต่อดีตชาติจนถึงปัจจุบันชาติ จะยอมสละชีวิตเพื่อให้ยับยั้งภัยที่จะมาถึงอันใกล้นี้ให้ผ่อนลงจากมากกลายเป็นน้อยจะสามารถทำได้หรือไม่" โปรดชี้แจงด้วย


พระที่ปฎิบัติดี ปฏิบัติชอบ มีมากมาย รวมถึงฆราวาสทั้งหลาย ที่มีอภิญญา

หากบารมีของท่านเต็ม ก็สามารถเลื่อนระยะเวลาที่เกิดได้ แต่เคยได้ยินว่า มีการ

ขอเลื่อนหลายครั้ง จนทำให้ท่านเหล่านั้น มรณะภาพลง ส่วนที่ยังมีบารมีในตอนนี้

ก็ค่อย ๆ ถดถอย เหลือน้อยลง กำลังของท่านที่เหลืออยู่ อาจช่วยแค่บรรเทา หรือ

ลดความรุนแรงลง แต่อย่าลืมว่า กรรมของมนุษย์ เมื่อถึงเวลา ก็หลีกไม่พ้น

ถึงท่านจะช่วยได้ก็ไม่เกินกฏแห่งกรรม

apichan
19-08-2008, 11:43 AM
อยากแสดงความเห็น แต่ไม่ใช่ผู้รู้

น่าจะทำได้เพียงแค่เลื่อนเวลาเกิดให้นานออกไป ซึ่งก็ทราบว่าที่มีคำทำนายแล้วไม่เกิดก็เพราะเช่นนี้ แต่พอเลื่อนแล้วมันน่าจะหนักขึ้นนะครับ เพราะคนก็เริ่มไม่สนใจคำเตือนหรือคำทำนายเกี่ยวกับภัยพิบัติ ยังหลงมัวเมาอยู่กับสิ่งต่างๆ ไม่ได้หันหน้ากลับมาศึกษาธรรมะ แล้วมันจะเบาขึ้นได้ยังไง ที่ต้องมีการชำระก็เพราะโลกนี้สภาวะแวดล้อมมันไม่ไหวแล้ว แล้วโลกยังต้องแบกสิ่งก่อสร้างกับคนที่ยังหลงกับความชั่ว โลกจะไปต่อไหวได้ยังไงครับถ้าหากไม่เกิดการชำระล้าง ไม่ต้องดูอื่นไกลครับ ต่อให้มีบารมีขนาดไหนเพียงแค่ไม่ถึง 50 ปี น้ำก็ต้องท่วมกรุงเทพอยู่แล้วครับเพราะน้ำแข็งขั้วโลกมันละลาย

tossapornk
19-08-2008, 12:00 PM
ภัยพิบัติครั้งใหญ่ ได้ถูกเลื่อนมาหลายครั้งแล้ว โดยผู้มีบุญบารมีสูง ได้ใช้อายุขัยของตัวเองเข้าแลก

แต่ถึง ณ ตรงนี้ ยากมากๆครับที่จะทำได้แบบเมื่อก่อน เพราะกฏแห่งกรรมต้องรักษากฏ ไม่อาจให้การผ่อนผันหรือเลื่อนออกไปได้อีก แต่ก็อาจจะทำได้ถ้าทุกๆคนกลับตัวเป็นคนดีเป็นสัมมาทิฏฐิกันได้หมด ซึ่งเป็นไปไม่ได้

ทำใจเถอะครับเตรียมตัวเองให้พร้อมกับความตายที่กำลังมาเยือนอย่าได้กลัวตายคนเราหากจิตใจเข้มแข็งไม่กลัวตายปฏิบัติตนอยู่ในศีลในธรรมก็ไม่ต้องกังวลครับเราอาจจะรอดก็ได้ และอาจจะช่วยให้คนอื่นๆอีกหลายคนรอดไปกับเราด้วยก็ได้

coolz
19-08-2008, 12:17 PM
ภัยพิบัติครั้งใหญ่ ได้ถูกเลื่อนมาหลายครั้งแล้ว โดยผู้มีบุญบารมีสูง ได้ใช้อายุขัยของตัวเองเข้าแลก



ถ้าเช่นนั้นตัวเราเองยังห่างไกลนัก สาธุๆ

Nirvana
19-08-2008, 12:25 PM
เรียนถามท่านผู้รู้ "หากมีอีกชีวิตหนึ่งที่สะสมไว้ซึ่งบุญบารมีตั้งแต่อดีตชาติจนถึงปัจจุบันชาติ จะยอมสละชีวิตเพื่อให้ยับยั้งภัยที่จะมาถึงอันใกล้นี้ให้ผ่อนลงจากมากกลายเป็นน้อยจะสามารถทำได้หรือไม่" โปรดชี้แจงด้วย

ตอบ ไม่เกี่ยวกันเลยครับ กับการเอาชีวิตผู้มีบารมีเข้าแลก

ภัยพิบัติเป็นวิบากกรรมของ "ประชาชาติ ชาวโลก" ที่ได้กระทำสืบต่อกันมาช้านาน
ฉะนั้นใครคนใดคนหนึ่งคงไม่สามารถไปหยุดยั้งได้ เพราะปริมาณแห่งกรรมมันมาก
กว่ากันจนนับไม่ได้

อีกประการหนึ่ง ทางพระพุทธศาสนาไม่มีพระสูตรใดที่กล่าวไว้ว่า เรื่องแบบนี้จะมีผู้
ใดผู้หนึ่งยอมสละชีวิตแทนกันได้ ครับ

chdhorn
19-08-2008, 01:17 PM
โมทนากับคุณพอร์ชด้วยค่ะ...

ไม่ว่าจะแลกกันได้หรือไม่ก็ตาม... แค่คุณมีจิตเจตนาที่ดี... ที่คิดจะสงเคราะห์ ช่วยผู้อื่นแบบนี้... พลังแห่งความคิดดี ตั้งใจดี... ก็กระจายไปทั่วแล้วล่ะค่ะ...

แต่... ไม่มีใครหนีกรรมที่ตัวเองก่อไว้ผลค่ะ... ทั้งกุศล และ อกุศลกรรม... โดยเฉพาะกรรมรวมด้วยแล้ว... หนักมากนะคะ...

ตอนนี้สิ่งที่พวกเราจะช่วยกันทำได้... คือ พวกเราเองต้องช่วยกันฝึกจิต ฝึกสติให้มาก... ช่วยกันใช้ พรหมวิหารสี่ แผ่เมตตาให้มากๆ และต้องพยายามวางอุเบกขาให้ได้ด้วยค่ะ... ถึงแม้จะทำได้ยากมากก็ตาม... แต่ก็ต้องพยายามค่ะ...

กราบโมทนาด้วยค่ะ... _/\_

aries
19-08-2008, 02:22 PM
กรรมส่วนรวมแก้ยากครับ ถ้าเมื่อใดเราสามารถทำให้ทุกคนเป็นคนดีได้หมดทุกคน เมื่อนั้น ก็พอจะสามารถแก้ผังภัยพิบัติได้ โดยเอาความดีส่วนรวมเข้าต้านทานอำนาจอกุศลส่วนรวม
คล้ายๆกับการสะเดาะเคราะห์หรือช่วยบรรเทาความรุนแรงของภัยจากหนักเป็นเบาได้ครับ
ในช่วงกลียุคคนขาดศีลธรรมมีมาก จึงไม่อาจเลี่ยงปัญหาของภัยพิบัติใหญ่ได้ เพราะกรรมชั่ว
ส่วนรวมทั้งในอดีตและปัจจุบันจะดึงดูดเอาเอาภัยพิบัตินั้นเข้ามาเอง เราทำได้แค่ช่วยตัวเอง
ช่วยครอบครัว หรือเพื่อนสนิทมิตรสหายให้ทำความดีให้มากที่สุดเพื่อจะหนีภัยพิบัติรุนแรง
ที่จะเข้ามาแค่นั้นเองครับ ซึ่งจะทำได้ไม่เกินกฏของกรรมครับ

วิธีที่ดีที่สุดที่เราทำได้คือพยายามช่วยเหลือคนให้ทำความดีีให้มากที่สุด จะได้พ้นจากภัย
ในวัฏฏสงสารนี้ครับ

azalia
19-08-2008, 02:34 PM
ขออนุโมทนากับคุณพอร์ชและทุกๆท่านค่ะ

ขอแสดงความเห็นอันน้อยนิดว่า...
พระอริยสงฆ์และผู้มีบารมีหลายๆท่านคงพยายามอย่างที่สุดแล้ว
ในครั้งนี้...หาก 1 ชีวิตแลกกับชีวิตมวลมนุษย์ทั้งหมดได้
ท่านคงไม่รอช้าที่แลกกับชีวิตของตนเอง...
เพราะเป็นโอกาสอันยิ่งใหญ่ในการสร้างบารมี...เพื่อมวลหมู่สัตว์ทั้งปวง
และที่ผ่านๆมาหลายๆท่าน...ก็ได้ใช้วิธีนี้มากมายแล้ว
แต่กรรมของมวลมนุษย์นั้นมีมากมายมหาศาล...จนไม่อาจทัดทานได้อีก
เพราะมนุษย์ส่วนใหญ่...ไม่เคยสำนึกได้ ยังคงก่อกรรมและเบียดเบียนซึ่งกันและกัน รวมถึงทำลายล้างโลกที่อาศัยอยู่ทุกๆวัน ทุกๆวินาที
การเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้...จะช่วยให้มนุษย์ที่เหลือได้ประจักษ์ชัด
และเรียนรู้ที่อยู่อย่างสันติ...สิ่งดีๆจะเกิดขึ้นหลังภัยพิบัติครั้งใหญ่
เพราะทุกคนเลิกการทำลายล้างกันและกัน...
ไม่รู้ว่าเราต่างถูกเลือกให้ได้อยู่รอด...จนถึงเวลานั้นหรือเปล่าเท่านั้นเองค่ะ

kananun
19-08-2008, 02:50 PM
สิ่งที่มีพลังสูงสุดจนไม่อาจเบี่ยงเบนได้ก็คือ

"กฏของกรรม" ครับ

แม้ในสมัยพุทธกาล ก็ตาม

coolz
19-08-2008, 05:26 PM
สิ่งที่มีพลังสูงสุดจนไม่อาจเบี่ยงเบนได้ก็คือ

"กฏของกรรม" ครับ

แม้ในสมัยพุทธกาล ก็ตาม

ไม่มีแม้แต่ทางที่จะทำให้เจือจางหรือเบาบางลงเลยหรือพี่คนานันท์

sutatip_b
19-08-2008, 05:34 PM
ลดความแรงได้ เบี่ยงเบนได้เล็กน้อย..
ก็ทำกันมาเยอะแล้วเพราะเมตตานี่แหละ
แต่ทุกคนเกิดมานับภพนับชาติไม่ถ้วน หลบคนนี้ก็โดนคนโน้น อาจไปโดนคนที่เรารัก...
พอเราไม่ได้รับกรรมของเรา ก็เผลอไปก่อกรรมทำเข็ญต่อค่ะ.....

f12345
19-08-2008, 07:28 PM
โมทนากับความคิดดีๆนะครับ


เมื่อคุณเลือกที่จะช่วย คุณได้ช่วยทั้งคนดีและคนชั่ว เมื่อช่วยคนชั่วก็เท่ากับให้คนชั่วได้มีโอกาสทำความชั่วมากขึ้น สถานการณ์จึงกลับไปเหมือนเดิม มันจึงเป็นเหมือนการเลื่อน มากกว่าการแลก

สู้คุณปล่อยให้ทุกสิ่งเกิดขึ้นตามธรรมชาติ แล้วให้กรรมตัดสินที่ไปของแต่ละคนจะดีกว่าไหม?

kananun
19-08-2008, 10:16 PM
สิ่งที่ช่วยได้ก็คือ การส่งเสริม ให้คนเป็นคนดีเพิ่มขึ้น

ด้วยการจุดประกายความดีงามในจิตใจของผู้คนให้เปล่งประกายขึ้นมาจากภายในครับ

รู้วิธีแล้วก็ ลงมือทำได้เลย

หลับตา มองเห็นจิตใจที่งดงามเราทอแสงสว่าง อยู่ท่านกลางความมืดมิด (แห่งยุคสมัยแห่งภัยพิบัติที่ผู้คนลืมเลือนศีลธรรม)

จากนั้นพวกเราก็ค่อยๆ ต่อเทียนจุดประกายแสงต่อกันไปจนกระทั่งแสงเทียนเล็กๆค่อยๆรวมตัวสว่างขึ้นเรื่อยๆ

เริ่มต้นที่ตัวเราเองก่อนจ๊ะ

tossapornk
20-08-2008, 07:54 AM
คุณคณานันท์สรุปตรงเป๊ะชัดเจนมากๆครับ ความรุนแรงจะลดลงได้ถ้าช่วยกันเพิ่มคนดีสัมมาทิฏฐิให้มากขึ้นมากขึ้นเรื่อยๆและเมื่อมีคนดีมากพอ(เกิน 50 %ครับ)ก็จะลดความรุนแรงของกรรมได้จริงครับ

chdhorn
20-08-2008, 11:15 AM
ตอนนี้... ทุกคนที่กำลังคิดถึงสิ่งดีงาม... คิดช่วยให้ผู้อื่นมีความสุข...

เท่ากับว่า...

ตอนนี้ทุกๆ ท่าน... กำลังช่วยกันผ่อนกรรมของโลกให้เบาบางลงโดยจะรู้ตัวหรือไม่ก็ตามค่ะ... (แม้สักนิดก็ยังดี) ^__^...

โมทนากับทุกๆ ท่านค่ะ...

Lazaza
20-08-2008, 11:48 AM
ขอเสริมอีกทัศนะหนึ่ง ซึ่งความหมายก็คงคล้ายๆกันนะคะ

พ่อแม่รักลูกมาก แต่ถึงแม้เลี้ยงดูดีอย่างไร ก็ไม่ได้การันตี
ว่าลูกจะเติบโตเป็นคนดี
เมื่อลูกไปทำความผิด พ่อแม่จะขอรับโทษแทนลูกก็คงไม่ได้
นั่นคงไม่สำคัญเท่าที่ว่า ลูกรู้สำนึกในความผิดของตนหรือไม่
แทนที่พ่อแม่จะขอรับโทษแทนลูก มันคงดีซะกว่า ถ้าพ่อแม่มีเมตตา
ที่จะเอาความผิดนี้ มาชี้นำสั่งสอน ให้ลูกได้รู้สำนึก
ลูกก็ยังคงต้องชดใช้ ในสิ่งที่ตนกระทำอยู่ดี แต่หากเขาได้รู้สำนึกแล้ว
การรับโทษนี้ มันก็คงจะไม่ทรมานเท่ากับ การที่เขารับโทษโดยคิดว่า
ตัวเองไม่ผิด อย่างน้อย ก็อาจมีคนอื่นๆ ที่ได้รับผลกระทบจากการกระทำของเขา
เกิดเห็นใจ อโหสิให้บ้าง หรือลดความเครียดแค้นลงบ้าง
ถ้าคุณเป็นพ่อแม่ คุณจะเลือกแบบไหนดีล่ะคะ
หรือถ้าคุณเป็นลูก คุณอยากจะให้มันเป็นแบบไหน

คีตเสวี
20-08-2008, 03:13 PM
;12

เรียนถามท่านผู้รู้ "หากมีอีกชีวิตหนึ่งที่สะสมไว้ซึ่งบุญบารมีตั้งแต่อดีตชาติจนถึงปัจจุบันชาติ จะยอมสละชีวิตเพื่อให้ยับยั้งภัยที่จะมาถึงอันใกล้นี้ให้ผ่อนลงจากมากกลายเป็นน้อยจะสามารถทำได้หรือไม่" โปรดชี้แจงด้วย

มันเป็นอย่างนั้นเองน่ะครับ มันจะเป็นเอง มันจะเลื่อนเอง ไม่ได้เกี่ยวกับอะไรหรอกครับ

ชีวิตของเราอันเดินอยู่ ณ จุดหนึ่งของการเวลาแห่งสังสารวัฏฏ์ มันก็เดินกันมานานแล้ว ผ่านร้อนหนาวกันมาก็มากต่อมาก แล้วชาติแต่ละชาติก็เรียกร้องที่จะมีอายุยืนนานทั้งนั้น (ยกเว้นชาติที่อยู่ในอบายภูมิ)

แต่ละชาติที่เกิดก็ยังไม่สามารถทำให้ภพชาติจบได้ และแต่ละชาติก็มิได้พยายามกันอย่างถึงที่สุดสักที การขยายเวลาในการหายใจในชาตินี้จึงเหมือนกับไร้ประโยชน์

หากรู้สึกตัวแล้วว่าเวลาที่เหลือนั้นเพื่ออะไร ก็ให้รีบใช้เวลาที่เหลือนี้ให้เป็นประโยชน์ให้มากที่สุด แล้วสิ่งใดที่เรียกว่ามีประโยชน์ที่สุด

สิ่งที่มีประโยชน์สูงสุดคือการรู้ตัว รู้จักตัว รู้ในตัว เข้าใจตัว รู้ทุกแง่มุมของตัวเลิกหลงในตัว ครับ มีแต่เรื่องของตัวทั้งนั้นครับ โยนิโสมนัสสิการ ไม่มีเรื่องที่ส่งจิตออกนอกตัว

ทำความรู้ตัวให้เกิดขึ้น ออกจากความหลงเสียได้ รู้จักความไม่มีตัวตนของตัว ความคงอยู่ไม่ได้ การเกิดแล้วตั้งอยู่ไม่นานต่อมาด้วยการดับลงไปเสมอนั่นเอง

ไม่ต้องเพียรสละอะไรเพื่อยืดอายุของภัยที่จะเกิดขึ้นหรอกครับ เพราะเรามีสิ่งที่สำคัญกว่ารอให้เราทำอยู่ จัดลำดับความสำคัญให้ถูกนะครับ แล้วค้นหาสิ่งที่รอเราทุกคนอยู่ให้เจอ นั่นแหละของจริงครับ

หนุมาน ผู้นำสาร
20-08-2008, 03:30 PM
ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน
ทุกคนต้องพึ่งผลการกระทำที่ทำไว้แล้ว คือ พึ่งตัวกระทำ

ขอให้เร่งทำความดี ด้วยสัจจะ ทุกวัน วันละข้อ

- " หนุมาน ผู้นำสาร "

coolz
20-08-2008, 05:16 PM
สิ่งที่ช่วยได้ก็คือ การส่งเสริม ให้คนเป็นคนดีเพิ่มขึ้น

ด้วยการจุดประกายความดีงามในจิตใจของผู้คนให้เปล่งประกายขึ้นมาจากภายในครับ

รู้วิธีแล้วก็ ลงมือทำได้เลย

หลับตา มองเห็นจิตใจที่งดงามเราทอแสงสว่าง อยู่ท่านกลางความมืดมิด (แห่งยุคสมัยแห่งภัยพิบัติที่ผู้คนลืมเลือนศีลธรรม)

จากนั้นพวกเราก็ค่อยๆ ต่อเทียนจุดประกายแสงต่อกันไปจนกระทั่งแสงเทียนเล็กๆค่อยๆรวมตัวสว่างขึ้นเรื่อยๆ

เริ่มต้นที่ตัวเราเองก่อนจ๊ะ


ให้ธรรมเป็นแสงสว่างในการดำเนินชีวิต สาธุๆ

Nirvana
21-08-2008, 03:15 PM
เอ......เท่าที่ฟังความคิดเห็นกันมามากเกี่ยวกับเรื่องนี้

เรากลับมีความคิดสวนทางกัน น่ะ

เพราะภัยพิบัติครั้งนี้เกิดขึ้นเพราะวิบากกรรมที่สั่งสมกันมาในอดีตอย่างเอนกอนันต์
ธรรมชาติจึงต้องมีการล้างป่าช้าคนเป็น (คนชั่ว) ซะทีนึง เพื่อคืนคนดีสู่สมดุลย์

ดังนั้นท่านที่ปฏิบัติดีปฏิบัตชอบน่าจะยินดีที่มีการล้างป่าช้ามหากุศลในครั้งนี้
เพราะคนชั่วที่เป็นมารของสังคมจะได้ถูกกำจัดออกไปโดยที่ท่านไม่ต้องไปออกแรงสู้รบ

เพียงแต่ท่านรักษาศีล มีพรหมวิหารสี่ในจิต ท่านก็จะรอดพ้นภัยพิบัติครั้งนี้
กลับมาเป็นผู้มีอำนาจในการปกครองและจะได้ทะนุบำรุงรักษาพระพุทธศาสนาสืบต่อไป

เราว่าน่าจะมีความบันเทิงหลังจากการกวาดล้างครั้งใหญ่นี้ น่ะ

tossapornk
21-08-2008, 03:27 PM
แม้แต่พระพุทธองค์เองยังไม่เคยดีใจเลยที่มาร(เทวทัต)ถูกแม่พระธรณีสูบท่านมีแต่ความสงสารมาร แล้วเราจะมีความบันเทิงหลังจากการกวาดล้างครั้งใหญ่นี้ได้อย่างไรกัน

sutatip_b
21-08-2008, 04:32 PM
อย่าบันเทิงเลยค่ะ เอาแค่อุเบกขาดีกว่านะคะ

Lazaza
21-08-2008, 05:48 PM
คุณ Nirvana เราไม่รู้ที่ๆเรามา แล้วเราก็ไม่รู้ที่ๆเราจะไป
เราไม่รู้ว่าเรามีวิบากกรรมอะไรสั่งสมมาบ้าง
เรามั่นใจได้อย่างไร ว่าเราก็ไม่ใช่ "คนชั่ว" คนหนึ่ง
หากเรามั่นใจขนาดนั้น เราก็ประมาทในชีวิตเกินไป

ชีวิตในเวียนวนในสังสารวัฏ มีแต่ความทุกข์ทน
ในเมื่อเราปรารถนาที่จะหลุดพ้น เราก็ปรารถนาให้คนอื่น
หลุดพ้นเช่นกัน ผู้ที่ไม่เห็นแม้แต่ภัยในสังสารวัฏ
จึงเป็นผู้ที่น่าสงสารอย่างยิ่ง

เพราะฉะนั้น การยินดีในกรณีอย่างนี้ ไม่ใช่พรหมวิหารสี่นะคะ

 หล่อลากดิน 
21-08-2008, 08:09 PM
ท่านคงหมายถึงกระผมใช่มั๊ยครับ ที่ต้องการกวาดล้าง

ฝันซะเถิด ...

YUT_KOP
21-08-2008, 08:26 PM
อย่าไปด่วน สรุปแบบง่ายๆแบบนั้นว่า
กลุ่มคนที่ตาย ในภัยพิบัติใหญ่เป็นคน ชั่ว ไปเสียหมดสิครับ
ถ้าเป็นแบบนั้น จริงก็ควรตาย ทั้งโลกไปเลย

แล้วอย่าเข้าใจผิดว่า พระอริยะบุคคล ตั้งแต่ โสดาบัน จนถึง อรหันต์ผล จะต้องตายดีไปเสียหมด

ในหลายๆครั้งหลายๆเหตุการณ์ ที่พระอริยบุคคล ตายอย่างหน้าสมเพส
(ตามสายตา บุคคลที่ ยังมีกิเลส)
แต่จริงๆแล้วท่านก็ มิได้ เป็นกังวล กับการตายไม่ว่าจะเป็น ลักษณะใดๆ

เพราะฉนั้น การตาย ในเหตุภัยพิบัติ หรือเหตุการณ์ใหญ่ๆนั้น ควรมองในแง่ กรรมจัดสรรค

กรรมที่เคยกระทำรวมกันใน อดีต เพราะว่า ไม่มีใครใหญ่ เกินกรรม นั้นเอง

Nirvana
22-08-2008, 09:41 AM
ท่านคงหมายถึงกระผมใช่มั๊ยครับ ที่ต้องการกวาดล้าง

ฝันซะเถิด ...


ไม่เคยว่ากล่าวใครในเวปนี้ นะครับ.......โปรดรับทราบ http://board.palungjit.com/images/icons/icon_03.gif

ท่านผู้เจริญลองไปนั่งตรึกตรองดูเอาว่า ที่ท่านเดือดร้อนกันทุกวันนี้.....เพราะใคร
ถ้าไม่ใช่เหล่าคนชั่วที่มองไปทางไหนก็เห็นเต็มบ้านเต็มเมือง ในทุกสาขาอาชีพไม่เว้นแม้แต่วงการพระพุทธศาสนาก็ยังมีเหลือบให้เห็น

การจะไปสู้รบตบมือกับคนพวกนี้ คงจะไม่ไหวเพราะน้ำน้อยย่อมแพ้ไฟอยู่ดี

ต่อไปจะมีผู้มาจัดการเรื่องตรงนี้ให้โดยไม่ต้องออกแรง

ถึงอย่างไร เราก็ยังว่าน่าบันเทิงกว่าที่จะต้องทนอยู่กับคนชั่วเหล่านี้dencee

coolz
22-08-2008, 10:09 AM
อย่าโต้เถียงกันเลย พวกเราเกิดมามีหน้าที่ต้องกระทำกันอีกเยอะอย่าได้เสียเวลาทะเลาะกันเองเลย

tossapornk
22-08-2008, 06:57 PM
เห็นด้วยกับคุณ coolz ครับ

อัสติสะ
04-09-2008, 07:13 AM
เราไม่อาจจะบันเทิงใจ อะไรได้ทั้ง แม้บุคคลนั้นเป็นศรัตรู
แล้วต้องตาย ก็ไม่ควรยินดี
กรรมจากภัยพิบัติ ครั้งนี้มหาศาลและรุนแรงนัก
เหตุนั้นก็มาจากกิจกรรม อันเกิดจากการทำลายสิ่งแวดล้อม
หากสืบต่อว่า อะไรคือเหตุของกิจกรรมนั้น มันก็คือ
ความทเยอนอยาก หรือ ตัณหา ของมนุษย์นั่นเอง
สรุปแล้วมนุษย์เราก็ตายไปด้วย ตัณหา ใช้ตัณหา
เข่นฆ่าตัวเอง และผู้อื่น จะรู้ตัว หรือตั้งใจหรือไม่ก็ไม่เกี่ยว

หากจะหวังให้ผู้อื่นมาช่วยนั้นคงยาก
เพราะปัญหานี้เราต้องแก้กันที่เหตุ
ถ้ามนุษย์ไม่รู้จักเหตุ แล้วเราจะแก้กันได้อย่างไร
สุดท้ายก็ต้องปล่อยไปตามยถากรรม

แม้พระพุทธเจ้า ยังพระชนม์อยู่
ท่านก็คงช่วยอะไรไม่ได้...