PDA

View Full Version : บูชาพระธาตุ


หนึ่ง898989
18-08-2008, 07:53 AM
บูชาพระธาตุ
http://www.relicsofbuddha.com/pics/dok_orange.gif (มีทั้งหมด 6 หน้า)

http://suebsak.com/kk/images/kk02.jpg

พระบรมสารีริกธาตุ ถือว่าเป็นปูชนียวัตถุที่ทรงด้วยคุณค่า ทั้งทางด้านประวัติศาสตร์ และศาสนา ทั้งยังเป็นสิ่งที่สูงค่า ควรแก่การเคารพบูชาอย่างสูงสุด หากท่านผู้ใดมี หรือเก็บรักษาไว้ ขอให้ท่านจงเก็บรักษาและบูชาด้วยความเคารพ เนื่องจากพระบรมสารีริกธาตุนั้นหาได้ยาก และยังเป็นสิ่งที่ประเสริฐสุดในไตรภพที่มนุษย์และเทวดาพึงสักการะ

<TABLE cellSpacing=0 cellPadding=5 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD vAlign=top width="30%">http://www.relicsofbuddha.com/pics/ceylon02.jpg</TD><TD vAlign=top width="70%">วิธีบูชาพระบรมสารีริกธาตุ


การจะบูชาพระบรมสารีริกธาตุนั้นก่อนอื่นต้องชำระล้างร่างกาย ทำจิตใจ ให้สะอาดผ่องใส จัดหาดอกมะลิใส่ภาชนะบูชา ตั้งสักการะ ณ ที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ แล้วจุดธูปและเทียน ตั้งใจให้เป็นสมาธิ กราบ 3 ครั้ง แล้วจึงตั้งนะโม 3 จบ กล่าวคำบูชาพระบรมสารีริกธาตุ

คำกล่าวบูชาพระบรมสารีริกธาตุ

มีอยู่มากมายทั้งภาษาบาลี และภาษาไทย แต่ที่พบเห็นกันอยู่โดยทั่วไป และกระทำได้โดยง่ายนั้นคือ

คำกล่าวพรรณนาพระบรมสารีริกธาตุ
" อะหัง วันทามิ ทูระโต
อะหัง วันทามิ ธาตุโย
อะหัง วันทามิ สัพพะโส "

*คำกล่าวอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุ ก็สามารถนำมาใช้กล่าวบูชาได้เช่นกัน*




</TD></TR></TBODY></TABLE>
การบูชาพระธาตุนั้น นอกเหนือจากการบูชาด้วย "อามิสบูชา" เช่น การบูชาด้วยดอกไม้ ธูปเทียน และ เครื่องหอมต่างๆแล้ว การบูชาด้วยการ "ปฏิบัติบูชา" ซึ่งเป็นวิธีที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงสรรเสริญ เป็นอีกวิธีการหนึ่ง ที่นิยมปฏิบัติควบคู่ไปด้วย ในการบูชาซึ่งพระบรมสารีริกธาตุ และพระธาตุทั้งหลาย โดยทั่วไปนิยมปฏิบัติตามแนวอริยมรรค 8 ประการ สรุปโดยย่อได้แก่

1. การบูชาด้วยศีล ซึ่งศีลเป็นพื้นฐานและเป็นที่ตั้งมั่นแห่งการทำความดี เป็นเกราะป้องกันความชั่วทั้งปวง ไม่ทำให้จิตใจเศร้าหมอง ทำให้เกิดความพร้อมต่อการปฏิบัติสมาธิ (สัมมาวาจา สัมมากัมมันตะ สัมมาอาชีวะ)

2. การบูชาด้วยสมาธิ ซึ่งการสวดมนต์ภาวนา นั่งสมาธิ ดูลมหายใจเข้า-ออก เป็นการฝึกความเข้มแข็งของจิต ให้มีกำลังในการพิจารณาหลักธรรมต่างๆได้ตามความเป็นจริง (สัมมาวายามะ สัมมาสติ สัมมาสมาธิ)

3. การบูชาด้วยปัญญา คือการใช้ปัญญาพิจารณาหลักความเป็นจริง ตามหลักไตรลักษณ์ (สัมมาทิฏฐิ สัมมาสังกัปปะ)





<TABLE borderColor=#666666 cellSpacing=1 cellPadding=10 width="100%" border=1><TBODY><TR><TD borderColor=#ffffff bgColor=#f2f2f2>นอกจากนี้ การบูชาพระธาตุยังได้ประโยชน์ ในด้านเป็นอนุสติ 10 อีกด้วย ดังนี้คือ

พุทธานุสติ คือ การระลึกถึงคุณของพระพุทธเจ้า (พระบรมสารีริกธาตุ)
ธัมมานุสสติ คือ การระลึกถึงคุณของพระธรรม (ธรรมที่ทำให้อัฐิกลายเป็นพระธาตุ)
สังฆานุสสติ คือ การระลึกถึงคุณของพระสงฆ์ (พระสงฆ์สาวกธาตุ)
สีลานุสสติ คือ การระลึกถึงศีลของตน (ผลของศีลที่ทำให้อัฐิกลายเป็นพระธาตุ)
จาคานุสติ คือ การระลึกถึงทานของตน (ผลของทานที่ทำให้อัฐิกลายเป็นพระธาตุ)
เทวตานุสสติ คือ การระลึกถึงคุณที่ทำบุคคลให้เป็นเทวดา (เทวดารักษาพระธาตุ)
มรณานุสสติ คือ การระลึกถึงความตายที่จะมาถึงตน (แม้พระอริยเจ้าก็ต้องตาย)
กายคตาสติ คือ ระลึกทั่วไปในกาย ให้เห็นว่าไม่งาม น่าเกลียด (เมื่อตายแล้วก็เหลือเพียงกระดูก)
อานาปานสติ คือ การระลึกถึงสติกำหนดลมหายใจเข้าออก (ผลของสมาธิที่ทำให้อัฐิกลายเป็นพระธาตุ)
อุปสมานุสสติ คือ การระลึกถึงคุณพระนิพพาน (แดนพระนิพพานที่พระอริยเจ้าได้ก้าวล่วง)



</TD></TR></TBODY></TABLE><HR width="35%" noShade>
http://www.relicsofbuddha.com/pics/dok_orange.gif วิธีอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุ http://www.relicsofbuddha.com/pics/dok_orange.gif

สำหรับบ้านที่มีพระบรมสารีริกธาตุไว้บูชาอยู่แล้วคงจะทราบดี เป็นที่น่าแปลกคือ พระบรมสารีริกธาตุนั้น สามารถเพิ่ม หรือลดจำนวนได้เอง โดยสามารถเสด็จไปไหนมาไหนเองก็ได้ แม้ว่าจะเก็บไว้ในภาชนะที่ปิดสนิทดีสักเท่าใดก็ตาม โดยเชื่อกันว่าหากไม่ดูแลรักษาเอาใจใส่ ประดิษฐานไว้ในที่ไม่สมควร หรือขาดการถวายความเคารพแล้ว พระบรมสารีริกธาตุอาจเสด็จหายจากสถานที่นั้นๆก็เป็นได้ โดยทางตรงกันข้าม หากได้รับการปฏิบัติบูชาดี ผู้สักการบูชา มีกาย วาจา ใจ สะอาดบริสุทธิ์ อยู่ในศีลธรรม พระบรมสารีริกธาตุก็อาจเพิ่มจำนวนได้เช่นกัน

<TABLE cellSpacing=10 cellPadding=0 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD width="10%" rowSpan=2></TD><TD vAlign=top width="55%">วิธีอัญเชิญโดยทั่วๆไปมีดังนี้

1. จัดที่บูชาให้สะอาด
2. ตั้งพานมะลิบูชา (ถ้ามี)
3. นำน้ำสะอาดใส่ขันสัมฤทธิ์ตั้งไว้หน้าที่บูชา (ตามวิธีโบราณ)
4. ชำระล้างร่างกายให้สะอาด
5. ทำจิตใจให้ปลอดโปร่ง มีสมาธิ
6. สมาทานศีล
7. ระลึกถึงพระพุทธคุณ (ตั้งนะโม 3 จบ แล้วสวดสรรเสริญพระพุทธคุณ อิติปิโสฯ)
8. สวดคาถาอัญเชิญพระธาตุ ดังนี้




</TD><TD vAlign=top align=middle width="35%" bgColor=#f3f3f3><TABLE borderColor=#000000 cellSpacing=5 cellPadding=0 width="100%" border=1><TBODY><TR><TD vAlign=top borderColor=#f3f3f3 align=middle bgColor=#f3f3f3>http://www.relicsofbuddha.com/pics/give.jpg
พระบรมสารีริกธาตุที่เสด็จมาเอง ขณะที่
หลวงตาพวง สุขินทริโย
กำลังนั่งสมาธิ ณ วัดสิริกมลาวาส




</TD></TR></TBODY></TABLE></TD></TR><TR><TD vAlign=top colSpan=2>" อัชชะตัคเค ปาณุเปตัง พุทธัง ธัมมัง สังฆัง สะระณังคะโต อัสสามิมะหันตา ภินนะมุคคา จะ มัชฌิมา ภินนะตัณฑุลา ขุททุกะ สาสะปะมัตตา เอวัง ธาตุโย สัพพัฏฐาเน อาคัจฉันตุ สีเสเม ปะตันเต " <CENTER>หรือ
" อิติปิโส วิเสเสอิ อิเสเส พุทธะนาเมอิ อิเมนา พุทตังโสอิ อิโสตัง พุทธะปิติอิ "

* การเสด็จมาอาจมีด้วยกันหลายวิธี เช่น เสด็จมาเอง มีผู้มอบให้ แบ่งองค์ ฯลฯ
</CENTER>



</TD></TR></TBODY></TABLE>

บทบูชาพระธาตุ

http://www.relicsofbuddha.com/pics/dok_orange.gif บทสวดเพื่อบูชาพระบรมสารีริกธาตุ และ/หรือ พระธาตุนั้นมีอยู่ด้วยกันหลายบท มีทั้งบทบาลี บทภาษาไทย หรือ ทั้งบาลีและแปลควบคู่กันไป แต่ละที่ก็แตกต่างกัน เท่าที่พอจะรวบรวมและพิมพ์ได้มีดังนี้

<TABLE cellSpacing=2 cellPadding=0 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD width="3%" rowSpan=2></TD><TD colSpan=4>คำบูชาพระบรมสารีริกธาตุ</TD></TR><TR><TD width="4%"></TD><TD colSpan=3>(นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ 3 ครั้ง)
อิติปิ โส ภะคะวา, นะมามิหัง ตัง ภะคะวันตัง, ปะระมะสารีริกธาตุยา สัทธิง, อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ, วิชชาจะระณะสัมปันโน, สุคะโต, โลกะวิทู, อะนุตตะโร ปุริสะทัมมะสาระถิ, สุตถา เทวะ มะนุสสานัง, พุทโธ, ภะคะวาติ.




</TD></TR><TR><TD colSpan=5></TD></TR><TR><TD width="3%" rowSpan=13></TD><TD colSpan=4>
บทสวดบูชาพระบรมสารีริกธาตุ




</TD></TR><TR><TD width="4%" rowSpan=12></TD><TD colSpan=3>อุกาสะ วันทามิ ภันเต เจติยัง สัพพัง สัพพัตถะฐาเน สุปะติฏฐิตัง</TD></TR><TR><TD width="5%"></TD><TD colSpan=2>ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ดังข้าพเจ้าขอถือโอกาส ข้าพเจ้าขอไหว้ซึ่งพระเจดีย์ทั้งหมดอันตั้งไว้ดีแล้วในที่ทั้งปวง




</TD></TR><TR><TD colSpan=3>พุทธะสารีรังคะธาตุง มะหาโพธิง พุทธะรูปัง คันธะกุฏิง จะตุราสีติสะหัสเส ธัมมักขันเธ</TD></TR><TR><TD width="5%"></TD><TD colSpan=2>คือซึ่งพระสารีรังคะธาตุของพระพุทธเจ้า ซึ่งต้นพระศรีมหาโพธิ์ ซึ่งพระพุทธรูป ซึ่งพระคันธุกุฏิของพระพุทธเจ้า และซึ่งพระธรรมขันธ์ทั้งหลาย มีแปดหมื่นสี่พันพระธรรมขันธ์




</TD></TR><TR><TD colSpan=3>สัพเพตัง ปาทะเจติยัง สักการัตถัง</TD></TR><TR><TD width="5%"></TD><TD colSpan=2>เพื่อสักการะซึ่งพระเจดีย์ คือรอยพระบาทเหล่านั้นทั้งหมดทั้งสิ้น



</TD></TR><TR><TD colSpan=3>อะหังวันทามิธาตุโย</TD></TR><TR><TD width="5%"></TD><TD colSpan=2>ข้าพเจ้าขอไหว้พระธาตุทั้งหลาย



</TD></TR><TR><TD colSpan=3>อะหังวันทามิสัพพะโส</TD></TR><TR><TD width="5%"></TD><TD colSpan=2>ข้าพเจ้าขอไหว้โดยประการทั้งปวง



</TD></TR><TR><TD colSpan=3>อิจเจตัง ระตะนัตตะยัง อะหัง วันทามิ สัพพะทา</TD></TR><TR><TD width="5%"></TD><TD colSpan=2>ข้าพเจ้าขอไหว้ซึ่งพระรัตนตรัยเหล่านั้นในกาลทุกเมื่อ ด้วยอาการดังนี้แลฯ </TD></TR><TR><TD colSpan=5></TD></TR><TR><TD width="3%" rowSpan=5></TD><TD colSpan=4>
วันทาหลวง(ย่อ)



</TD></TR><TR><TD width="4%" rowSpan=4></TD><TD colSpan=2>วันทามิ เจติยัง สัพพัง สัพพัฏฐาเนสุ </TD><TD width="56%">ปะติฏฐิตา สะรีระธา-ตุ มหาโพธิง</TD></TR><TR><TD colSpan=2>พุทธะรูปัง สะกะลัง สะทา </TD><TD width="56%">นาคะโลเก เทวะโลเกพรัหมะโลเก ชัมพูทีเปลังกาทีเป</TD></TR><TR><TD colSpan=2>สะรีระธา-ตุ โย เกสา ธา-ตุ โย </TD><TD width="56%">อะระหันตะ ธา-ตุ โย เจติยัง คันธะกุฏิง</TD></TR><TR><TD colSpan=2>จะตุราสี ติสสะหัสเส ธัมมักขันเธ </TD><TD width="56%">สัพเพสัง ปาทะเจติยัง อะหัง วันทามิ สัพพะโสฯ</TD></TR><TR><TD colSpan=5></TD></TR><TR><TD width="3%" rowSpan=4></TD><TD colSpan=4>
คำบูชาพระธาตุในจักรวาลทั้งหลาย



</TD></TR><TR><TD width="4%" rowSpan=3></TD><TD width="5%" rowSpan=3></TD><TD width="32%">จัตตาฬิส สะมาทันตา</TD><TD width="56%">เกสา โลมา นะขา ปีจะ</TD></TR><TR><TD width="32%">เทวา หะรันติ เอเตกัง </TD><TD width="56%">จักกะวาฬะ กัง ปะรัมปะรา</TD></TR><TR><TD width="32%">ปูชิตา นะระเทเวหิ </TD><TD width="56%">อะหัง วันทามิ ธา-ตุ โยฯ</TD></TR></TBODY></TABLE>
<TABLE cellSpacing=2 cellPadding=0 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD width="3%" rowSpan=9></TD><TD colSpan=3>
คำบูชาพระธาตุแบบไม่จำเพาะเจาะจง


</TD></TR><TR><TD width="4%" rowSpan=8></TD><TD width="5%"></TD><TD width="88%">อะหัง วันทามิ ธาตุโย อะหัง วันทามิ สัพพะโส





</TD></TR><TR><TD colSpan=2>ถ้าประสงค์จะบูชาพระธาตุแบบเจาะจงให้นำฉายาของท่านวางหน้าคำว่า"ธาตุโย"เช่น



</TD></TR><TR><TD rowSpan=2></TD><TD>คำบูชาพระบรมสารีริกธาตุ</TD></TR><TR><TD>อะหัง วันทามิ สารีริกะธาตุโย อะหัง วันทามิ สัพพะโส





</TD></TR><TR><TD rowSpan=2></TD><TD>คำบูชาพระธาตุพระสิวลี </TD></TR><TR><TD>อะหัง วันทามิ สิวลีธาตุโย อะหัง วันทามิ สัพพะโส





</TD></TR><TR><TD rowSpan=2></TD><TD>คำบูชาพระธาตุหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต </TD></TR><TR><TD>อะหัง วันทามิ ภูริทัตตะธาตุโย อะหัง วันทามิ สัพพะโส



</TD></TR></TBODY></TABLE>
บทกล่าวอัญเชิญและบูชาพระธาตุ http://www.relicsofbuddha.com/pics/dok_orange.gif


<TABLE cellSpacing=2 cellPadding=0 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD width="3%" rowSpan=19></TD><TD colSpan=4>คำกล่าวอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุ แบบยาว </TD></TR><TR><TD width="4%"></TD><TD colSpan=3>อะเน กะกัปเป กุสะเล จินิตตะวา โลกานุกัมปายะ มะ เนกะทุกขัง อุสสาหะยิตตะวา จะ สุจีระการัง พุทธัตตะภาวัง สะกะลัง อะคัญฉิ เอวัญจะ กัตตะวา ภะคะวา ทะยาลุ ทุกขา ปะโมเจถะ ขิเล จะอัมเห ทัสเสถะ โน ปาฏิหิรัง สุวิมหัง เฉทายะ กังขัง สะกะลัง ชะนัสสะ กาเกนะ รัญญา กะถิตันตุ ยังยัง ตังตัง อะขีลัง วิตะถัง ตะถัง เจ พุทธานะกะถา วิตะถา ตะถา เจ ทัสเสถะ วิมหัง นะยะนัสสะ โนปิ อัชชะตัคเค ปาณุเปตัง พุทธัง ธัมมัง สังฆัง สะระณังคะโต อัสสามิ มะหันตา ภินนะมุคคา จะมัชฌิมา ภินนะฑัณฑุลา ขุททุกะ สาสะปะมัตตา เอวัง ธาตุโย สัพพัฏฐาเน อาคัจฉันตุ สีเส เม ปะตันตุฯ





</TD></TR><TR><TD colSpan=4>
คำกล่าวอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุ แบบทั่วไป



</TD></TR><TR><TD width="4%"></TD><TD colSpan=3>อัชชะตัคเค ปาณุเปตัง พุทธัง ธัมมัง สังฆัง สะระณังคะโต อัสสามิมะหันตา ภินนะมุคคา จะ มัชฌิมา ภินนะตัณฑุลา ขุททุกะ สาสะปะมัตตา เอวัง ธาตุโย สัพพัฏฐาเน อาคัจฉันตุ สีเสเม ปะตันเต





</TD></TR><TR><TD colSpan=4>
คำแปลบทอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุ แบบทั่วไป



</TD></TR><TR><TD width="4%"></TD><TD colSpan=3>ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปตราบเท่าชีวิต ข้าฯขอถึงพระพุทธเจ้า พระธรรม พระสงฆ์ เป็นที่พึ่ง ขออัญเชิญ พระบรมสารีริกธาตุที่สถิตอยู่ทั่วทุกหนแห่ง ขนาดใหญ่เท่าเมล็ดถั่วหัก แก้วมุกดา ขนาดกลางเท่าเมล็ดข้าวสารหัก และขนาดเล็กเท่าเมล็ดพันธุ์ผักกาด จงเสด็จตกลงเบื้องบนประดิษฐาน เหนือเศียรเกล้าของข้าฯในที่ทุกสถาน เทอญฯ





</TD></TR><TR><TD colSpan=4>
คำแปลบทอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุ แบบย่อ



</TD></TR><TR><TD width="4%"></TD><TD colSpan=3>นับตั้งแต่นี้ จนสิ้นชีวิต พลีชีพอุทิศ พระรัตนตรัย ขอพระบรมธาตุ สถิตทั่งไกล คุ้มครองผองภัย สู่เศียรข้าฯเทอญฯ





</TD></TR><TR><TD colSpan=4>
อารัมภกถา คัมภีร์ถูปวงศ์ - ตำนานว่าด้วยการสร้างพระเจดีย์ (แต่งโดย พระวาจิสสรเถระ ภิกษุชาวลังกา)



</TD></TR><TR><TD width="4%"></TD><TD colSpan=3>ยัสมิง สยิงสุ ชินธาตุวรา สมันตา ฉัพพัณณรังสิวิสเรหิ สมุชชะลันตา ตัสสะ โลกะหิตะ เหตุ ชินนัสสะ ถูปัง ตัง ถูปะมัพภุตตะมัง สิรสา นมิตตะวา




</TD></TR><TR><TD width="4%"></TD><TD width="5%"></TD><TD colSpan=2>พระบรมธาตุอันประเสริฐ ทั้งหลายของพระพุทธเจ้ารุ่งเรืองอยู่โดยรอบด้วยถ่องแถวแห่งพระรัศมี 6 ประการประดิษฐานอยู่ ณ พระสถูปเจดีย์องค์ใด ข้าพเจ้าขอน้อมบูชา พระสถูปอันบรรจุพระบรมธาตุของพระพุทธเจ้าพระองค์นั้น อันเป็นเหตุให้เกิดประโยชน์แก่โลก อันน่าอัศจรรย์ยิ่งนั้น ด้วยเศียรเกล้า





</TD></TR><TR><TD colSpan=4>
คำไหว้พระจุฬามณีเจดีย์



</TD></TR><TR><TD colSpan=4>นะโม 3 จบ </TD></TR><TR><TD width="4%"></TD><TD colSpan=3>อิติปิโส ภะคะวา อะระหังสัมมาสัมพุทโธฯ </TD></TR><TR><TD width="4%"></TD><TD width="5%"></TD><TD colSpan=2>นะโม ข้าฯ จะไหว้พระพุทธเจ้าทุกพระองค์ เมื่อข้าฯดับจิตลง อย่าให้ไหลหลงขอให้จิตจำนงตรงพระนิพพาน ขอให้พบดวงแก้ว ขอให้แคล้วหมู่มาร ขอให้ทันพระศรีอาริย์ ข้าฯจะไปนมัสการพระเกษแก้ว พระจุฬามณีเจดีย์สถานเป็นที่ไหว้ที่สักการกุศลสัมปันโน




</TD></TR><TR><TD width="4%"></TD><TD colSpan=3>อิติปิโส ภะคะวา อะระหังสัมมาสัมพุทโธฯ </TD></TR><TR><TD width="4%"></TD><TD width="5%"></TD><TD colSpan=2>นะโม ข้าฯจะไหว้พระธรรมเจ้าของพระพุทธองค์ เมื่อข้าฯดับจิตลง อย่าให้ไหลหลงขอให้จิตจำนงตรงพระนิพพาน ขอให้พบดวงแก้ว ขอให้แคล้วหมู่มาร ขอให้ทันพระศรีอาริย์ ข้าฯจะไปนมัสการพระเกษแก้ว พระจุฬามณีเจดีย์สถานเป็นที่ไหว้ที่สักการกุศลสัมปันโน




</TD></TR><TR><TD width="4%"></TD><TD colSpan=3>อิติปิโส ภะคะวา อะระหังสัมมาสัมพุทโธฯ </TD></TR><TR><TD width="4%"></TD><TD width="5%"></TD><TD colSpan=2>นะโม ข้าฯจะไหว้พระสังฆเจ้าของพระพุทธองค์ เมื่อข้าฯดับจิตลง อย่าให้ไหลหลงขอให้จิตจำนงตรงพระนิพพาน ขอให้พบดวงแก้ว ขอให้แคล้วหมู่มาร ขอให้ทันพระศรีอาริย์ ข้าฯจะไปนมัสการพระเกษแก้วพระจุฬามณี เจดีย์สถานเป็นที่ไหว้ที่สักการกุศลสัมปันโนติ




</TD></TR></TBODY></TABLE>
บทกล่าวอัญเชิญและบูชาพระธาตุ http://www.relicsofbuddha.com/pics/dok_orange.gif
<TABLE cellSpacing=2 cellPadding=0 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD width="3%" rowSpan=11></TD><TD colSpan=4>คำบูชาพระบรมสารีริกธาตุ</TD></TR><TR><TD width="4%"></TD><TD colSpan=2>ปูชิตา นะระเทเวหิ, </TD><TD width="55%">สัพพัฏฐาเน ปะติฎฐิตา,</TD></TR><TR><TD colSpan=3>สิระสา อาทะเรเนวะ, </TD><TD>อะหัง วันทามิ ธาตุโย,</TD></TR><TR><TD></TD><TD colSpan=2>โย โทโส โมหะจิตเตนะ,</TD><TD>วัตถุตตะเย กะโต มะยา,</TD></TR><TR><TD colSpan=3>โทสัง ขะมะถะ เม ภันเต,</TD><TD>สัพพะปาปัง วินัสสะตุ, </TD></TR><TR><TD width="4%"></TD><TD colSpan=2>ธาตุโย วันทะมาเนนะ*, </TD><TD>ยัง ปุญญัง ปะสุตัง อิธะ,</TD></TR><TR><TD colSpan=3>สัพเพปิ อันตะรายา เม,</TD><TD>มาเหสุง ตัสสะ เตชะสาฯ</TD></TR><TR><TD width="4%"></TD><TD width="5%"></TD><TD colSpan=2>
(* ถ้าผู้สวดเป็นหญิง เปลี่ยนคำว่า วันทะมาเนนะ เป็น วันทะมานายะ)


</TD></TR><TR><TD colSpan=4>..........ข้าพระพุทธเจ้า ขอน้อมเกล้านมัสการ พระบรมสารีริกธาตุ แห่งองค์สมเด็จพระบรมโลกนาถสัมมาสัมพุทธเจ้า ที่ประดิษฐานในที่ทุกสถาน ด้วยเศียรเกล้า




</TD></TR><TR><TD colSpan=4>..........แม้บาปทั้งปวง ที่เคยล่วงเกินด้วยใหลหลง ข้าพระองค์ขอขมาโทษ ได้ทรงโปรดงดโทษนั้น ให้มีอันวินาศสิ้นสูญไป




</TD></TR><TR><TD colSpan=4>..........ด้วยเดชะกุศลผลบุญ ที่ข้าพระพุทธเจ้าได้น้อมเกล้านมัสการพระบรมสารีริกธาตุในกาลครั้งนี้ แม้สรรพอันตรายทั้งปวง จงอย่างได้บังเกิดแก่ข้าพระพุทธเจ้าในกาลทุกเมื่อ เทอญ.




</TD></TR></TBODY></TABLE>
<TABLE cellSpacing=2 cellPadding=0 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD width="3%" rowSpan=5></TD><TD colSpan=3>คำบูชาพระบรมสารีริกธาตุ



</TD></TR><TR><TD width=1 rowSpan=4></TD><TD colSpan=2>(นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ 3 ครั้ง)</TD></TR><TR><TD colSpan=2>อะหัง วันทามิ อิธะ ปะติฏฐิตา พุทธะธาตุโย </TD></TR><TR><TD colSpan=2>ตัสสานุภาเวนะ สะทา โสตถี ภะวันตุ เม.</TD></TR><TR><TD width=2></TD><TD width="88%">ข้าพเจ้าขอนมัสการกราบไหว้ พระบรมสารีริกธาตุแห่งองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ที่ประดิษฐานอยู่ ณ ที่นี้ ด้วยอานุภาพแห่งกุศลผลบุญนี้ ขอให้ข้าพเจ้าประสบแต่ความสุขสวัสดี ตลอดกาลทุกเมื่อเทอญ




</TD></TR></TBODY></TABLE>
<TABLE cellSpacing=2 cellPadding=0 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD width=15 rowSpan=6></TD><TD colSpan=3>คำไหว้พระธาตุ



</TD></TR><TR><TD width=51 rowSpan=5></TD><TD>ยาปาตุภูตา</TD><TD>อะตุลา</TD></TR><TR><TD>นุภาวาจีรัง</TD><TD>ปะติฏฐา</TD></TR><TR><TD>สัมภะกัปปะ</TD><TD>ปุเรเทเวนะ</TD></TR><TR><TD width=225>ตุตตา</TD><TD width=281>อุตตะราภีทับยานะมานิ</TD></TR><TR><TD width=225>หันตัง</TD><TD width=281>วะระชินะธาตุง</TD></TR></TBODY></TABLE>

<TABLE cellSpacing=2 cellPadding=0 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD width="3%" rowSpan=4></TD><TD colSpan=2>
พระคาถาบูชาพระบรมสารีริกธาตุและพระธาตุ




</TD></TR><TR><TD width=25 rowSpan=3></TD><TD width=555>อะหังวันทามิธาตุโย ข้าพเจ้าขอน้อมนมัสการพระบรมสารีริกธาตุและพระธาตุทั้งหลายที่สถิตอยู่ในจักรวาลทั้งหลาย ทั้งพรหมโลกและดาวดึงส์




</TD></TR><TR><TD>อะหังวันทามิสัพพะโส ข้าพเจ้าขอน้อมนมัสการพระสัมมาสัมพุทธเจ้าและพระอรหันตสาวกทั้งหลายทั้งปวงด้วยเทอญ




</TD></TR><TR><TD>พุทธัง ธัมมัง สังฆัง เอ วังธาตุโย จัตตารี สะ สะ มาทันตา เกสา โลมา นะขา ขีจะ อะหังวันทามิธาตุโย




</TD></TR></TBODY></TABLE>
คำนมัสการพระบรมสารีริกธาตุ http://www.relicsofbuddha.com/pics/dok_orange.gif <TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD vAlign=top colSpan=4>..........อุกาสะ ข้าพเจ้าจะขอยอกรบวรวันทนา ประนมนิ้วหัตถาขึ้นเหนือเศียร ต่างรัตนประทีปธูปเทียนแก้วเจ็ดประการ แลโกสุมสุมามาลย์ประทุมชาติอันโชติช่วงช่อชั้นวิจิตร แจ่มจำรัสสุนทโรภาส ด้วยเมื่อองค์สมเด็จพระบรมโลกนาถศาสดาจารย์ญาณสัพพัญญูบรมครูเจ้า เสด็จเข้าสู่พระปรินิพพาน พระองค์ทรงประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุไว้ สิริพระบรมธาตุทั้งหลายน้อยใหญ่ตวงได้สิบหกทะนานทอง พระรากขวัญทั้งสองพระเขี้ยวแก้วสี่ กับพระศรีอุณหิศหนึ่ง นับรวมกันได้ครบเป็นเจ็ดองค์ นี้แลคงตามสภาวะเดิม อันจะแหลกลาญด้วยเพลิงสังหารนั้นหามิได้ แต่พระอัฐิน้อยใหญ่ทั้งหลายนั้นไซร้พลันเพลิงไหม้สังหารละเอียดลง ยังคงแต่พระบรมสารีริกธาตุสามสถาน ใหญ่น้อยปานกลางมีประมาณต่างกันพระบรมธาตุขนาดใหญ่นั้น มีประมาณเท่าเมล็ดถั่วหักตักตวงได้ห้าทะนาน ทรงพระบวรสัณฐานประมาณแม้นเหมือนหนึ่งพรรณทองอุไร พระบรมธาตุขนาดกลางนั้นไซร้ มีประมาณเท่าเมล็ดข้าวสารหัก ตักตวงได้ห้าทะนานทรงพระบวรสัณฐานประมาณเหมือนพรรณแววแก้วผลึกอันเลื่อนลอย พระบรมธาตุขนาดน้อยประมาณแม้นเท่าเมล็ดพันธุ์ผักกาดตวงได้หกทะนาน ทรงพระบวรสัณฐานดังพรรณ สีดอกบุปผชาติพิกุลอดุลย์ใสสี พระบรมสารีริกธาตุทั้งหลายนี้ หมู่มนุษย์และเทวะนิกรอมรอินทร์พรหมภิรมย์ พากันเชิญเสด็จไปประดิษฐานรักษาไว้ พระบรมธาตุองค์ใหญ่ คือ พระรากขวัญซ้าย สถิตอยู่ชั้นพรหมา พระรากขวัญเบื้องขวากับพระนลาตะอุณหิศ เสด็จสถิตอยู่เมืองอนุราชสิงหฬ พระเขี้ยวแก้วขวาเบื้องบน อยู่ดาวดึงษาสวรรค์ พระเขี้ยวแก้วขวาเบื้องล่างนั้น สถิตอยู่เกาะแก้วลังกาสิงหฬ พระเขี้ยวแก้วซ้ายเบื้องบนอยู่เมืองคันธาระวิไสย พระเขี้ยวแก้วซ้ายเบื้องล่างนั้นไซร้ สถิตอยู่เมืองนาคสถาน แต่พระบรมสารีริกธาตุทั้งสิบหกทะนานนั้น ประดิษฐานไว้ในแผ่นพื้นภูมิภาคแห่งพระนครทั้งแปด คือ เมืองราชคฤหบุรี เมืองเวสาลีสวัสดิ์ เมืองกบิลพัสดุ์มหานคร เมืองอัลปะกะบุรีรมย์ แลบ้านพราหมณ์นิคมเขต เมืองเทวะทะหะประเทศ เมืองปาวายะบุรินทร์ และเมืองโกสินรายน์ พระเกศา โลมา นะขา ทันตา ทั้งหลาย เรี่ยรายประดิษฐานอยู่ทุกทิศทั่วทั้งจักรวาล ฝ่ายพระพุทธบริขารคือ บาตรแลจีวรท่อนผ้าสันถัตรัดประคดใน สมุกเหล็กไฟกล่องเข็มผ้ากรองน้ำธะมะการก วัสสิกะสาฏก ผ้าชุบสรง หนังนิสิทน์มีดโกนตลกบาตรเครื่องลาด แท่นพระบรรทม ลูกดานทองฉลองพระบาทธาตุบริขารทั้งหลายนี้ องค์ขัติยาธิบดีพราหมณ์มหาศาลผู้เลื่อมใสกมลมาล ประกอบไปด้วยศรัทธาเป็นอย่างยิ่ง ได้อัญเชิญพระบรมธาตุบริขารสิบหกสิ่งนี้ไปประดิษฐานไว้ทั้งสิบเมือง ต่างกระทำสักการบูชารุ่งเรืองเห็นปรากฏ
..........‘กายนทนธนํ’ พระพุทธรัดประคด อยู่ ณ เมืองเทวะทะหะราฐ ‘ปตฺโต’ บาตร อยู่เมืองอนุราธสิงหฬทวีปลังกา ‘อุทกสาฏกํ’ ผ้าชุบสรงสถิตอยู่ ณ เมืองปัญจาละนคร ‘จิวร’ ผ้าจีวร อยู่เมืองพันทะวิไสย ‘หรนี’ สมุกเหล็กไฟ อยู่เมืองตักสิลา ‘วาสีสูจิฆร’ มีดโกนแลกล่องเข็ม ประดิษฐานอยู่เมืองอินระปัตมะไหสวรรค์ ‘จมมํ’ หนังนิสิทน์สันถัต สถิตอยู่เมืองคันธาระราฐ’ ถวิกา’ ตลกบาตร แลเครื่องลาดที่พระบรรทม ลูกดานทองฉลองพระบาททั้งคู่ อยู่บ้านอุสิระคาม ยังพระธาตุบริขารอื่นอีกหกสิ่ง คือพระอังคาร ถ่านเถ้าเสาเชิงตะกอนนั้นสถิตอยู่ ณ เมืองโมรียะประเทศ จุฬามุนีบรมเกษธาตุ ประดิษฐานอยู่ดาวดึงษาสวรรค์ ‘กาสายะวัตถัง’ ผ้าทรง นั้นอยู่ ณ ชั้นพรหมา ‘สุวณฺณโฑณ’ ทะนานทอง ที่ตวงพระบรมสารีริกธาตุ สถิตอยู่นครโกสินรายน์รัตนมไหสวรรค์ พระบรมธาตุทั้งยี่สิบสองประการนั้นทรงพระคุณเป็นอันยิ่ง พระองค์ทรงอนุญาตประทานไว้ทุกสิ่งด้วยพระมหากรุณา หวังพระทัยเพื่อจะให้เป็นที่สักการบูชาเกิดผลานิสงส์อันเป็นสวัสดิมงคลแก่ฝูงเทพามนุษย์ กว่าจะยุติสิ้นสุดพระพุทธศาสนา
..........ครั้นกาลล่วงนานมาในห้าพันปี พระบรมธาตุทั้งหลายนี้เสด็จไปสู่ลังกาเกาะ เพื่อที่จะทรงสงเคราะห์ชาวสิงหฬ ให้เกิดสวัสดิมงคลด้วยกระทำสักการบูชาพระคุณ เมื่อถึงกาลพระพุทธศาสนาใกล้จะสิ้นสูญครบจำนวนถ้วนห้าพันปี พระบรมธาตุทั้งหลายนี้จะเสด็จไปสู่ที่พระเจดีย์ฐานดำรงอยู่โดยจำเนียรกาลบ่มิได้คลาด ครั้นถึงพระพุทธศักราชล่วงได้สี่พันเก้าร้อยเก้าสิบเก้าพรรษาเศษ สังขยาเดือนล่วงได้สิบเอ็ดเดือนกับยี่สิบสองวัน วันพฤหัสบดีเดือนหกขึ้นเก้าค่ำ คิมหันตฤดูปีชวดนักษัตรอัฐศก เวลารุ่งอรุโณทัย พระบรมสารีริกธาตุทั้งหลายนี้ไซร้ จะเสด็จไปสู่สถานที่สันนิบาตมิทันนาน ทรงทำยมกปาฏิหาริย์ด้วยพุทธฤทธิ์อันพิเศษ บังเกิดเป็นพุทธนิเวศน์ แลพระพุทธวรกายสูงได้สิบแปดศอก เปล่งพระรัศมีออกสิบหกประการ มีพระบวรสัณฐานวิจิตรจำรัสศรีสุนทโรภาส ทรงพระสิริวิลาศอันเพริศแพร้ว ดวงพระพักตร์ผุดผ่องแผ้ว ดังสีสุวรรณทองแท่งธรรมชาติ พระรูปองค์สมเด็จพระบรมโลกนาถ เสด็จขึ้นสถิตนั่งเหนือรัตนบัลลังก์อาสน์ทรงพระสมาธิมั่นในควงต้นไม้พระศรีมหาโพธิ์ ทรงกระทำยมกปาฏิหาริย์ โปรดสัตว์คนธรรพ์เทวะนิกรอมรฤษีสิทธิ์พิทยาธรกินนรนาคราช ทั้งหมู่อสุระเดียรดาษนั่งแน่นเหนือพื้นแผ่นพสุธา สตฺตาห ทรงตรัสพระธรรมเทศนาโปรดสัตว์อีกเจ็ดวัน ในครั้งนั้นได้สี่อสงไขยสองล้านสามแสนหกสิบเจ็ดพันโกฏิแล้ว พระเตโชธาตุก็พวยพุ่งรุ่งโรจน์โชตนาการ สังหารพระบวรพุทธสริรธาตุให้สิ้นสุดในวันพุธเดือนหกขึ้นสิบ(ห้า)ค่ำ ปีชวดนักษัตรอัฐศก พระพุทธศาสนาก็บรรจบครบจำนวนถ้วนห้าพันพรรษา
..........อหํ วนฺทามิ ธาตุโย ข้าพเจ้าขอน้อมนมัสการพระบรมสารีริกธาตุทั้งหลาย ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้านั้น, อหํ วนฺทามิ สพฺพโส ข้าพเจ้า ขอนมัสการองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้านั้น ด้วยประการทั้งปวง





</TD></TR></TBODY></TABLE>บทนมัสการพระบรมสารีริกธาตุ http://www.relicsofbuddha.com/pics/dok_orange.gif <TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD width="2%"></TD><TD bgColor=#fffff9 colSpan=2>อิติปิโส ภะคะวา</TD><TD bgColor=#fffff9>มือข้าพเจ้าสิบนิ้ว </TD></TR><TR><TD width="2%"></TD><TD bgColor=#f0f7ff colSpan=2>ยกเหนือหว่างคิ้ว</TD><TD bgColor=#f0f7ff>ต่างธูปเทียนทอง </TD></TR><TR><TD width="2%"></TD><TD bgColor=#fffff9 colSpan=2>วงภักตร์โสภา</TD><TD bgColor=#fffff9>ต่างมาลากรอง</TD></TR><TR><TD width="2%"></TD><TD bgColor=#f0f7ff colSpan=2>ดวงเนตรทั้งสอง</TD><TD bgColor=#f0f7ff>ต่างประทีบถวาย</TD></TR><TR><TD width="2%"></TD><TD colSpan=2></TD><TD></TD></TR><TR><TD width="2%"></TD><TD bgColor=#f0f0f0 colSpan=2>ผมเผ้าเกล้าเกศ </TD><TD bgColor=#f0f0f0></TD></TR><TR><TD width="2%"></TD><TD bgColor=#f0f7ff colSpan=2>ต่างประทุมเมศ </TD><TD bgColor=#f0f7ff>บัวทองพรรณราย </TD></TR><TR><TD width="2%"></TD><TD bgColor=#fffff9 colSpan=2>วาจาเพราะผ่อง</TD><TD bgColor=#fffff9>ต่างละอองจันทร์ฉาย</TD></TR><TR><TD width="2%"></TD><TD bgColor=#f0f7ff colSpan=2>ดวงจิตขอถวาย</TD><TD bgColor=#f0f7ff>ต่างรสสุคนธา</TD></TR><TR><TD width="2%"></TD><TD colSpan=2></TD><TD></TD></TR><TR><TD width="2%"></TD><TD bgColor=#f0f0f0 colSpan=2>พระบรมธาตุ </TD><TD bgColor=#f0f0f0></TD></TR><TR><TD width="2%"></TD><TD bgColor=#f0f7ff colSpan=2>พระโลกนาถ</TD><TD bgColor=#f0f7ff>อรหันตสัมมา</TD></TR><TR><TD width="2%"></TD><TD bgColor=#fffff9 colSpan=2>ทั้งสามขนาด</TD><TD bgColor=#fffff9>โอภาสโสภา</TD></TR><TR><TD width="2%"></TD><TD bgColor=#f0f7ff colSpan=2>ทั้งหมดคณนา</TD><TD bgColor=#f0f7ff>สิบหกทะนาน</TD></TR><TR><TD width="2%"></TD><TD colSpan=2></TD><TD></TD></TR><TR><TD width="2%"></TD><TD bgColor=#f0f0f0 colSpan=2>พระธาตุขนาดใหญ่</TD><TD bgColor=#f0f0f0></TD></TR><TR><TD width="2%"></TD><TD bgColor=#f0f7ff colSpan=2>สีทองอุไร </TD><TD bgColor=#f0f7ff>ทรงพรรณสัณฐาน</TD></TR><TR><TD width="2%"></TD><TD bgColor=#fffff9 colSpan=2>เท่าเมล็ดถั่วหัก</TD><TD bgColor=#fffff9>ตวงตักประมาณ</TD></TR><TR><TD width="2%"></TD><TD bgColor=#f0f7ff colSpan=2>ได้ห้าทะนาน</TD><TD bgColor=#f0f7ff>ทองคำพอดี</TD></TR><TR><TD width="2%"></TD><TD colSpan=2></TD><TD></TD></TR><TR><TD width="2%"></TD><TD bgColor=#f0f0f0 colSpan=2>พระธาตุขนาดกลาง</TD><TD bgColor=#f0f0f0></TD></TR><TR><TD width="2%"></TD><TD bgColor=#f0f7ff colSpan=2>ทรงสีสรรพางค์</TD><TD bgColor=#f0f7ff>แก้วผลึกมณี </TD></TR><TR><TD width="2%"></TD><TD bgColor=#fffff9 colSpan=2>เท่าเมล็ดข้าวสารหัก </TD><TD bgColor=#fffff9>ประจักษ์รัศมี</TD></TR><TR><TD width="2%"></TD><TD bgColor=#f0f7ff colSpan=2>ประมาณมวลมี</TD><TD bgColor=#f0f7ff>อยู่ห้าทะนาน</TD></TR><TR><TD width="2%"></TD><TD colSpan=2></TD><TD></TD></TR><TR><TD width="2%"></TD><TD bgColor=#f0f0f0 colSpan=2>ขนาดน้อยพระธาตุ</TD><TD bgColor=#f0f0f0></TD></TR><TR><TD width="2%"></TD><TD bgColor=#f0f7ff colSpan=2>เท่าเมล็ดผักกาด</TD><TD bgColor=#f0f7ff>โอภาสสัณฐาน </TD></TR><TR><TD width="2%"></TD><TD bgColor=#fffff9 colSpan=2>สีดอกพิกุล</TD><TD bgColor=#fffff9>มนุญญะการ</TD></TR><TR><TD width="2%"></TD><TD bgColor=#f0f7ff colSpan=2>มีอยู่ประมาณ</TD><TD bgColor=#f0f7ff>หกทะนานพอดี</TD></TR><TR><TD width="2%"></TD><TD colSpan=2></TD><TD></TD></TR><TR><TD width="2%"></TD><TD bgColor=#f0f0f0 colSpan=2>พระธาตุน้อยใหญ่</TD><TD bgColor=#f0f0f0></TD></TR><TR><TD width="2%"></TD><TD bgColor=#f0f7ff colSpan=2>สถิตอยู่ใน</TD><TD bgColor=#f0f7ff>องค์พระเจดีย์ </TD></TR><TR><TD width="2%"></TD><TD bgColor=#fffff9 colSpan=2>ทั่วโลกธาตุ </TD><TD bgColor=#fffff9>โอภาสรัศมี </TD></TR><TR><TD width="2%"></TD><TD bgColor=#f0f7ff colSpan=2>ข้าฯขออัญชลี </TD><TD bgColor=#f0f7ff>เคารพบูชา </TD></TR><TR><TD width="2%"></TD><TD colSpan=2></TD><TD></TD></TR><TR><TD width="2%"></TD><TD bgColor=#f0f0f0 colSpan=2>พระธาตุพิเศษ </TD><TD bgColor=#f0f0f0></TD></TR><TR><TD width="2%"></TD><TD bgColor=#f0f7ff colSpan=2>เจ็ดองค์ทรงเดช </TD><TD bgColor=#f0f7ff>ทรงคุณเหลือตรา</TD></TR><TR><TD width="2%"></TD><TD bgColor=#fffff9 colSpan=2>อินทร์พรหมยมยักษ์ </TD><TD bgColor=#fffff9>เทพพิทักษ์รักษา </TD></TR><TR><TD width="2%"></TD><TD bgColor=#f0f7ff colSpan=2>ข้าฯขอบูชา </TD><TD bgColor=#f0f7ff>วันทาอาจิณ </TD></TR><TR><TD width="2%"></TD><TD colSpan=2></TD><TD></TD></TR><TR><TD width="2%"></TD><TD bgColor=#f0f0f0 colSpan=2>หนึ่งพระรากขวัญ</TD><TD bgColor=#f0f0f0></TD></TR><TR><TD width="2%"></TD><TD bgColor=#f0f7ff colSpan=2>เบื้องขวาสำคัญ </TD><TD bgColor=#f0f7ff>อยู่ชั้นพรหมินทร์ </TD></TR><TR><TD width="2%"></TD><TD bgColor=#fffff9 colSpan=2>มวลพรหมโสฬส </TD><TD bgColor=#fffff9>ประณตนิจสิน </TD></TR><TR><TD width="2%"></TD><TD bgColor=#f0f7ff colSpan=2>บูชาอาจิณ </TD><TD bgColor=#f0f7ff>พร้อมด้วยกายใจ </TD></TR><TR><TD width="2%"></TD><TD colSpan=2></TD><TD></TD></TR><TR><TD width="2%"></TD><TD bgColor=#f0f0f0 colSpan=2>สองพระรากขวัญ </TD><TD bgColor=#f0f0f0></TD></TR><TR><TD width="2%"></TD><TD bgColor=#f0f7ff colSpan=2>เบื้องซ้ายสำคัญ </TD><TD bgColor=#f0f7ff>นั้นอยู่เมืองไกล </TD></TR><TR><TD width="2%"></TD><TD bgColor=#fffff9 colSpan=2>สามพระอุณหิส </TD><TD bgColor=#fffff9>สถิตร่วมใน </TD></TR><TR><TD width="2%"></TD><TD bgColor=#f0f7ff colSpan=2>เจดีย์อุไร </TD><TD bgColor=#f0f7ff>อนุราธะบุรี </TD></TR><TR><TD width="2%"></TD><TD colSpan=2></TD><TD></TD></TR><TR><TD width="2%"></TD><TD bgColor=#f0f0f0 colSpan=2>สี่พระเขี้ยวแก้ว </TD><TD bgColor=#f0f0f0></TD></TR><TR><TD width="2%"></TD><TD bgColor=#f0f7ff colSpan=2>ขวาบนพราวแพรว </TD><TD bgColor=#f0f7ff>โอภาสรัศมี </TD></TR><TR><TD width="2%"></TD><TD bgColor=#fffff9 colSpan=2>อยู่ดาวดึงส์สวรรค์ </TD><TD bgColor=#fffff9>มหันตะเจดีย์ </TD></TR><TR><TD width="2%"></TD><TD bgColor=#f0f7ff colSpan=2>พระจุฬามณี </TD><TD bgColor=#f0f7ff>ทวยเทพสักการ </TD></TR><TR><TD width="2%"></TD><TD colSpan=2></TD><TD></TD></TR><TR><TD width="2%"></TD><TD bgColor=#f0f0f0 colSpan=2>ห้าพระเขี้ยวแก้ว </TD><TD bgColor=#f0f0f0></TD></TR><TR><TD width="2%"></TD><TD bgColor=#f0f7ff colSpan=2>ขวาล่างพราวแพรว</TD><TD bgColor=#f0f7ff>โอภาสไพศาล </TD></TR><TR><TD width="2%"></TD><TD bgColor=#fffff9 colSpan=2>สถิตเกาะแก้ว </TD><TD bgColor=#fffff9>ลังกาโอฬาร</TD></TR><TR><TD width="2%"></TD><TD bgColor=#f0f7ff colSpan=2>เป็นที่สักการ </TD><TD bgColor=#f0f7ff>ของประชากร </TD></TR><TR><TD width="2%"></TD><TD colSpan=2></TD><TD></TD></TR><TR><TD width="2%"></TD><TD bgColor=#f0f0f0 colSpan=2>หกพระเขี้ยวแก้ว</TD><TD bgColor=#f0f0f0></TD></TR><TR><TD width="2%"></TD><TD bgColor=#f0f7ff colSpan=2>ซ้ายบนพราวแพรว </TD><TD bgColor=#f0f7ff>เพริดพริ้งบวร </TD></TR><TR><TD width="2%"></TD><TD bgColor=#fffff9 colSpan=2>สถิตคันธาระ</TD><TD bgColor=#fffff9>วินัยนคร</TD></TR><TR><TD width="2%"></TD><TD bgColor=#f0f7ff colSpan=2>ชุมชนนิกร </TD><TD bgColor=#f0f7ff>นมัสการ</TD></TR><TR><TD width="2%"></TD><TD colSpan=2></TD><TD></TD></TR><TR><TD width="2%"></TD><TD bgColor=#f0f0f0 colSpan=2>เจ็ดพระเขี้ยวแก้ว </TD><TD bgColor=#f0f0f0></TD></TR><TR><TD width="2%"></TD><TD bgColor=#f0f7ff colSpan=2>ซ้ายล่างพราวแพรว </TD><TD bgColor=#f0f7ff>รัศมีโอฬาร </TD></TR><TR><TD width="2%"></TD><TD bgColor=#fffff9 colSpan=2>สถิต ณ พิภพ </TD><TD bgColor=#fffff9>เมืองนาคสถาน</TD></TR><TR><TD width="2%"></TD><TD bgColor=#f0f7ff colSpan=2>ทุกเวลากาล </TD><TD bgColor=#f0f7ff>นาคน้อมบูชา </TD></TR><TR><TD width="2%"></TD><TD colSpan=2></TD><TD></TD></TR><TR><TD width="2%"></TD><TD bgColor=#f0f0f0 colSpan=2>พระธาตุสรรเพชร </TD><TD bgColor=#f0f0f0></TD></TR><TR><TD width="2%"></TD><TD bgColor=#f0f7ff colSpan=2>เจ็ดองค์พิเศษ </TD><TD bgColor=#f0f7ff>นิเทศพรรณนา </TD></TR><TR><TD width="2%"></TD><TD bgColor=#fffff9 colSpan=2>ทรงคุณสูงสุด </TD><TD bgColor=#fffff9>มนุษย์เทวา </TD></TR><TR><TD width="2%"></TD><TD bgColor=#f0f7ff colSpan=2>พากันบูชา </TD><TD bgColor=#f0f7ff>เคารพนิรันดร์ </TD></TR><TR><TD width="2%"></TD><TD bgColor=#fffff9 colSpan=2>ด้วยเดชบูชา </TD><TD bgColor=#fffff9>ธาตุพระสัมมา </TD></TR><TR><TD width="2%"></TD><TD bgColor=#f0f7ff colSpan=2>สัมพุทธภควันต์ </TD><TD bgColor=#f0f7ff>ขอให้สิ้นทุกข์ </TD></TR><TR><TD width="2%"></TD><TD bgColor=#fffff9 colSpan=2>อยู่เป็นสุขสันต์ </TD><TD bgColor=#fffff9>นิราศภัยอันตราย บีฑา </TD></TR><TR><TD width="2%"></TD><TD bgColor=#f0f7ff colSpan=2>แม้นเกิดชาติใด </TD><TD bgColor=#f0f7ff>ขอให้อยู่ใน พระศาสนา</TD></TR><TR><TD width="2%"></TD><TD bgColor=#fffff9 colSpan=2>รักธรรมดำเนิน </TD><TD bgColor=#fffff9>จำเริญเมตตา </TD></TR><TR><TD width="2%"></TD><TD bgColor=#f0f7ff colSpan=2>ศีลทานภาวนา </TD><TD bgColor=#f0f7ff>กำจัด โลโภ </TD></TR><TR><TD width="2%"></TD><TD bgColor=#fffff9 colSpan=2>พ้นจากอาสวะ</TD><TD bgColor=#fffff9>โทโส โมหะ </TD></TR><TR><TD width="2%"></TD><TD colSpan=2></TD><TD></TD></TR><TR><TD width="2%"></TD><TD bgColor=#f0f0f0 colSpan=2>ตามพระพุทโธ </TD><TD bgColor=#f0f0f0></TD></TR><TR><TD></TD><TD bgColor=#f0f7ff colSpan=2>อะหัง วันทามิ ธาตุโย </TD><TD bgColor=#f0f7ff>อะหัง วันทามิ สัพพะโส</TD></TR></TBODY></TABLE><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=10 width=780 border=0><TBODY><TR><TD vAlign=top align=middle width=602 bgColor=#ffffcc colSpan=2><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=10 width="100%" border=0><TBODY><TR vAlign=top bgColor=#ffffff><TD colSpan=2>สรงน้ำพระธาตุ http://www.relicsofbuddha.com/pics/dok_orange.gif
การสรงน้ำพระบรมสารีริกธาตุ และ พระธาตุ เป็นประเพณีความเชื่อดั้งเดิมมาแต่โบราณ ที่นิยมกระทำเป็นประจำทุกปี เปรียบเสมือนการได้สรงน้ำพระพุทธเจ้าหรือพระอรหันต์ทั้งหลาย โดยทั่วไปจะกระทำในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา หรือ วันงานเทศกาลประจำปี เช่น สงกรานต์ เป็นต้น และวิธีปฏิบัติในการสรงน้ำ ก็จะแตกต่างกันไป แล้วแต่ความเชื่อและความศรัทธาของแต่ละท้องที่นั้นๆ หรือ แล้วแต่บุคคล
เมื่อได้ประมวลวิธีการต่างๆตามที่ได้พบเห็นมา มีด้วยกัน 2 ลักษณะ ดังนี้
<TABLE cellPadding=5 width="100%" bgColor=#ffffea border=0><TBODY><TR><TD vAlign=top>1.สรงน้ำองค์พระบรมสารีริกธาตุหรือพระธาตุโดยตรงวิธีนี้แบ่งออกได้เป็น 2 วิธีการ คือ
1.1 อัญเชิญองค์พระธาตุลงบนผ้าขาวบาง ซึ่งขึงอยู่บนปากภาชนะรองรับน้ำ ทำการสรงน้ำโดยค่อยๆรดสรงลงบนองค์พระธาตุ วิธีการนี้น้ำจะไหลผ่านองค์พระธาตุ ซึมลงสู่ผ้าขาวและไหลรวมสู่ภาชนะที่รองรับด้านล่าง
1.2 ใส่น้ำที่จะใช้สำหรับสรงองค์พระธาตุ ลงในภาชนะ ค่อยๆช้อนองค์พระธาตุลงในภาชนะ เมื่อสรงเสร็จแล้วจึงอัญเชิญขึ้นจากน้ำ (* สำหรับวิธีนี้ ไม่ให้สนใจว่าองค์พระธาตุจะลอยหรือจม เพราะไม่ใช่การลอยน้ำทดสอบพระธาตุ ซึ่งอาจเข้าข่ายปรามาสองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า หรือพระสาวกองค์นั้นๆได้)
<TABLE borderColor=#666666 cellSpacing=0 cellPadding=0 width="100%" align=center border=0><TBODY><TR vAlign=top align=middle><TD width="50%">http://www.relicsofbuddha.com/pics/bath1.gif
วิธีการที่ 1.1



</TD><TD width="50%">http://www.relicsofbuddha.com/pics/bath2.gif
วิธีการที่ 1.2



</TD></TR></TBODY></TABLE>ทั้งนี้ เมื่อทำการสรงน้ำเป็นที่เรียบร้อยแล้ว พึงอัญเชิญองค์พระธาตุขึ้น แล้วซับให้แห้ง ก่อนจะอัญเชิญบรรจุลงในภาชนะตามเดิม
2.สรงน้ำภาชนะหรือสถานที่บรรจุองค์พระบรมสารีริกธาตุหรือพระธาตุ
วิธีการนี้นิยมใช้สำหรับสรงน้ำพระบรมธาตุเจดีย์โดยทั่วไป, เจดีย์บรรจุพระธาตุที่ปิดสนิท หรือ ต้องการความสะดวกรวดเร็ว ในกรณีที่มีผู้ร่วมสรงน้ำเป็นจำนวนมาก โดยการตักน้ำที่ใช้สำหรับสรง ราดไปบนพระเจดีย์




</TD></TR></TBODY></TABLE>http://www.relicsofbuddha.com/pics/dok_orange.gif น้ำที่ใช้ในการสรง http://www.relicsofbuddha.com/pics/dok_orange.gif
น้ำที่นำมาใช้ในการสรงพระบรมสารีริกธาตุ และ พระธาตุนั้น มีวิธีการเตรียมคล้ายกับการเตรียมน้ำ เพื่อใช้สำหรับสรงน้ำพระพุทธรูป ซึ่งการจะเลือกใช้แบบใดนั้น ก็ขึ้นอยู่กับความเชื่อและเหตุผลของแต่ละบุคคล รวมถึงความสะดวกในการจัดหาด้วย เมื่อทำการสรงเสร็จแล้ว น้ำที่ผ่านการสรงองค์พระธาตุ นิยมนำมาประพรมเพื่อเป็นสิริมงคล เสมือนหนึ่งน้ำพระพุทธมนต์ซึ่งน้ำที่ใช้ในการสรงพระบรมสารีริกธาตุ และ พระธาตุนั้น แบ่งออกเป็น 2 แบบ ดังนี้
1. น้ำสะอาดบริสุทธิ์
............มีผู้อธิบายว่า สาเหตุที่ต้องใช้น้ำบริสุทธิ์ในการสรงน้ำองค์พระธาตุนั้น เนื่องจากว่า องค์พระธาตุนั้น เกิดมาแต่ผู้บริสุทธิ์ ธาตุเหล่านั้นจึงเป็นของบริสุทธิ์ ไม่สมควรจะเอาสิ่งใดๆก็ตาม เจือปนลงไปแปดเปื้อนองค์พระธาตุ แต่อีกเหตุผลกล่าวว่า ในน้ำหอมหรือดอกไม้ อาจมีสารใดๆก็ตามเจือปน จนอาจทำให้องค์พระธาตุหมองลงได้
2. น้ำสะอาดเจือด้วยสิ่งบูชา
............น้ำลักษณะนี้นิยมใช้สรงน้ำพระธาตุโดยทั่วไป นัยว่าได้ถวายเป็นอามิสบูชาต่อองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า หรือ พระอรหันตสาวกทั้งปวง ซึ่งสิ่งบูชาที่เจือลงในน้ำก็แล้วแต่ความชอบ และความเชื่อในแต่ละท้องถิ่น ยกตัวอย่างเช่น น้ำหอม น้ำอบ ดอกไม้ กลีบดอกไม้ หรือ ฝักส้มป่อย เป็นต้น
<TABLE cellSpacing=5 width="100%" bgColor=#e2d9ff border=0><TBODY><TR><TD vAlign=top>http://www.relicsofbuddha.com/pics/dok_orange.gif คำอาราธนาพระธาตุออกสรงน้ำ
โย สนฺนิสินโน วรโพธิมูเล มารํ สเสนํ สุชิตํ วิเชยฺย
สมฺโพติมาคจฺฉิ อนนฺตญาโณ โลกุตฺตโม ตํ ปณมามิ พุทธํ
สาธุ โอกาสะ ข้าแต่องค์พระมหาชินธาตุเจ้า วันนี้ก็เป็นวันดีดิถีอันวิเศษ เหตุว่าสมณะศรัทธาและมูละศรัทธาผู้ข้าทั้งหลาย ทั้งภายในและภายนอก ภายในอันมี.................. ภายนอกมี..................... (ถ้าจะออกชื่อประธานในที่นั้นก็ให้เติมเข้า ภายในหมายถึงบรรพชิต ภายนอกคือคฤหัสถ์) ก็ได้ขวนขวายตกแต่งน้อมนำมา ยังทีปบุปผาลาชาดวงดอก ข้าวตอกดอกไม้และลำเทียน เพื่อจักว่าขอนิมันตนายังองค์พระมหาชินธาตุเจ้า เสด็จออกไปอาบองค์สรงสระ วันสันนี้แท้ดีหลี (ถ้านิมนต์ไปด้วยเหตุใดที่ไหน ก็ให้เปลี่ยนไปตามเรื่องที่นิมนต์ไป) ขอองค์พระมหาชินธาตุเจ้า จงมีธรรมเมตตาเอ็นดูกรุณา ปฏิคคหะรับเอายังทีปบุปผาลาชาดวงดอก ข้าวตอกดอกไม้และลำเทียนแห่งสมณะศรัทธา และมูลศรัทธา ผู้ข้าทั้งหลายว่าวันสันนี้แท้ดีหลี
อิทํ โน ทีปปุปผาลาชทานํ นิมตฺตนํ นิพฺพานปจฺจโย นิจฺจํฯ




</TD></TR></TBODY></TABLE>
<TABLE cellSpacing=5 width="100%" bgColor=#d5ffd5 border=0><TBODY><TR><TD>http://www.relicsofbuddha.com/pics/dok_orange.gif คำขอโอกาสสรงน้ำพระธาตุ
(ก่อนจะสรงน้ำพระธาตุให้ยกขันน้ำหอมขึ้นใส่หัว แล้วผู้เป็นหัวหน้าว่าคำขอโอกาสดังนี้)
โย สนฺนิสินโน วรโพธิมูเล มารํ สเสนํ สุชิตํ วิเชยฺย
สมฺโพติมาคจฺฉิ อนนฺตญาโณ โลกุตฺตโม ตํ ปณมามิ พุทธํ
สาธุ โอกาสะ ข้าแต่องค์พระมหาชินธาตุเจ้า วันนี้ก็เป็นวันดีดิถีอันวิเศษ เหตุว่าสมณะศรัทธาและมูลศรัทธาผู้ข้าทั้งหลาย ก็ได้ขวนขวายตกแต่งน้อมนำมา ยังทีปบุปผาลาชาดวงดอก ข้าวตอกดอกไม้ ลำเทียนและน้ำสุนโธทกะ เพื่อว่าจะมาขออาบองค์สระสรงยังองค์พระมหาชินธาตุเจ้าว่า สันนี้แท้ดีหลี โดยดั่งผู้ข้าจักเวนตามปาฐะ
สาธุ โอกาส มยํ ภนฺเต ทีปปุผาลาชทานํ อเภขฺขอสาธารณ
สพฺพโลกิยโลกุตฺตร มคฺคผล นิพฺพานปจฺจโยโหตุ โน นิจฺจํ ฯ




</TD></TR></TBODY></TABLE>




</TD></TR></TBODY></TABLE><!-- #EndEditable --></TD></TR><TR align=middle bgColor=#cccccc><TD colSpan=3>พระบรมสารีริกธาตุ และ พระธาตุพระพุทธสาวก

ขอขอบคุณข้อมูลจาก
www.relicsofbuddha.com/page6.htm (http://www.relicsofbuddha.com/page6.htm)







</TD></TR></TBODY></TABLE>

vanco
18-08-2008, 05:16 PM
อนุโมทนาด้วยอย่างยิ่งครับ
ข้อมูลละเอียดบริบูรณ์ดีีครับ

mainoi
18-08-2008, 06:02 PM
โมทนาสาธุ กับเจ้าของกระทู้ ที่บรรยาย อย่างละเอียดจะจดจำไว้จ๊ะ สา ธุ สา ธุ สา ธุ

junior phumivat
18-08-2008, 08:09 PM
ผู้ถาม : เมื่อทำบุญแล้ว ถ้าจะอุทิศส่วนกุศลภายหลังจะได้ไหมคะ...........?
หลวงพ่อ : การทำบุญไปแล้วครั้งหนึ่งสักกี่ปี ๆ บุญก็ยังมีอยู่ถ้าทำไปแล้วสัก ๓๐ ปี ก็ยังอุทิศส่วนกุศลได้ บุญมันไม่หาย ไม่ใช่เราทำบุญแล้ว เดี๋ยวเดียวมันหายไปไม่ใช่อย่างนั้นนะ
ผู้ถาม :แล้วถ้าเผื่อทำบุญแล้ว ไม่ได้อุทิศส่วนกุศลจะได้บุญเต็มที่ไหมคะ...?
หลวงพ่อ : ก็ได้เต็มที่อยู่แล้ว เราเป็นผู้ได้สมบูรณ์แบบ แต่อยู่ที่ว่าเราจะให้เขาหรือไม่ให้ การอุทิศส่วนกุศล นี่นะ ถ้าเราไม่ให้ เราก็กินคนเดียวใช่ไหม..... ทีนี้ถ้าเราให้เขาของเราก็ไม่หมดอีก ส่วนที่เราให้ไปไม่ได้ยุบไปจากของเดิม อย่างเรื่องของ พระอนุรุทธ สมัยที่ท่านเกิดเป็นคนเกี่ยวหญ้าช้างของมหาเศรษฐี เวลาที่ท่านทำบุญแล้ว เจ้านายขอแบ่งบุญ ท่านก็สงสัยว่าการแบ่งบุญน่ะจะแบ่งได้ไหม จึงไปถามพระปัจเจกพุทธเจ้า ที่ท่านรับบาตรนะ ท่านก็เปรียบเทียบให้ฟังว่า

"สมมุติว่าโยมมีคบ แล้วก็มีไฟด้วย คนอื่นเขามีแต่คบ ไม่มีไฟ ทุกคนต้องการแสงสว่าง ก็มาขอต่อไฟที่คบของโยมแล้วคบทุกคนสว่างไสวหมด อยากทราบว่าไฟของคุณโยมจะยุบไปไหม....?
ท่านอนุรุทธก็บอกว่า ไม่ยุบ
แล้วท่านก็บอกว่า "การอุทิศส่วนกุศลก็เหมือนกัน ให้เขา เขาโมทนา แต่บุญของเราเต็ม 100 เปอร์เซ็นต์"


ขออนุโมทนาบุญกับทุกๆท่านครับ




ธรรมใดที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ทรงพบแล้ว ขอธรรมนั้น จงสำเร็จแก่ท่านทั้งหลายโดยเร็วด้วยเถิด สาธุ สาธุ สาธุ
อิทัง ปุญญะผะลัง ผลบุญใด ที่ข้าพเจ้า ได้บำเพ็ญแล้ว ตั้งแต่ต้นชาติ จนถึงปัจจุบันชาติ ข้าพเจ้าขออุทิศส่วนกุศลนี้ ให้แก่เจ้ากรรมนายเวรทั้งหลาย ที่เคยล่วงเกินมาแล้ว แต่ชาติก่อนก็ดี ชาตินี้ก็ดี ขอเจ้ากรรมนายเวรทั้งหลาย จงโมทนา ส่วนกุศลนี้ ขอจงอโหสิกรรมให้แก่ข้าพเจ้า ตั้งแต่บัดนี้ ตราบเท่าเข้าสู่พระนิพพาน และขออุทิศส่วนกุศลนี้ ให้แก่เทพเจ้าทั้งหลาย ที่ปกปักรักษาข้าพเจ้า และเทพเจ้าทั้งหลาย ทั่วสากลพิภพ และพระยายมราช ขอเทพเจ้าทั้งหลาย และพระยายมราช จงโมทนาส่วนกุศลนี้ ขอจงเป็นสักขีพยาน ในการบำเพ็ญกุศล ของข้าพเจ้าในครั้งนี้ด้วยเถิด และขออุทิศส่วนกุศลนี้ ให้แก่ท่านทั้งหลาย ที่ล่วงลับไปแล้ว ที่เสวยความสุขอยู่ก็ดี เสวยความทุกข์อยู่ก็ดี เป็นญาติก็ดี มิใช่ญาติก็ดี ขอท่านทั้งหลาย จงโมทนาส่วนกุศลนี้ พึงได้รับประโยชน์ ความสุข เช่นเดียวกับข้าพเจ้า จะพึงได้รับ ณ กาลบัดเดี๋ยวนี้เถิด หากท่านทั้งหลายยังไม่มีโอกาสได้อนุโมทนาเพียงใด ขอเทพเจ้าทั้งหลายและพระยายมราชจงเป็นสักขีพยานให้แก่ข้าพเจ้าด้วย เจอเธอเมื่อใด ขอให้เธอได้อนุโมทนาส่วนกุศลนี้ด้วยเถิด ผลบุญใด ที่ข้าพเจ้า ได้บำเพ็ญแล้ว ตั้งแต่ต้นชาติ จนถึงปัจจุบันชาตินี้ ขอผลบุญนี้ จงเป็นปัจจัย ให้ข้าพเจ้า ได้เข้าถึง ซึ่งพระนิพพานในชาติปัจจุบันนี้ด้วยเถิด หากแม้นยังไม่ถึงพระนิพพานเพียงใด ขอคำว่าไม่รู้ ไม่มี ในสิ่งที่ดี จงอย่าได้บังเกิดแก่ข้าพเจ้าเลย ขอผลบุญทั้งหลาย ที่ข้าพเจ้า ได้กระทำแล้ว ตั้งแต่ต้นชาติ จนถึงปัจจุบันชาติ จงบังเกิดผล ณ กาลบัดเดี๋ยวนี้เถิด

naraiyana
18-08-2008, 08:15 PM
โมทนาสาธุ กับเจ้าของกระทู้

pucca2101
18-08-2008, 08:52 PM
อนุโมทนา สาธุค่ะ

ขอบคุณ คุณหนึ่ง898989 ด้วยนะคะ สำหรับคาถาบูชาพระธาตุอย่างละเอียด pucca ยังไม่เคยอัญเชิญองค์พระธาตุมาสรงน้ำเลยค่ะ กลัวจะทำผิด ทำตก ยิ่งบางองค์เล็ก ๆ อย่างพระบรมสารีริกธาตุปุพโพ เลยยังไม่กล้าทำซักที

natspdo
19-08-2008, 08:23 AM
อนุโมนทนา ... สำคัญที่สุดเมื่อ ท่านมีมากต้องแจกจ่ายให้กับผู้อื่น เพราะผมแจกไปหลายคน ได้จาก หลวงพี่ชยภัทร บ้าง ได้จากคุณ อุกกฤษณ์ บ้าง กลุ่มวัชรธาตุ บ้าง องค์ไหนมีแล้ว ก็จะแจก ให้กับผู้ร่วมงาน กระจายกันไป หลายคนพวกเขาปิติมาก และผมก็บอกที่มาที่ไป ว่าได้มาจากไหน หากคุยกับที่มาได้ก็จะดี เพราะทุกท่านที่ได้ไป เขาสวดมนต์บูชากันทุกวัน ซึ่งช่วยกันสืบสานพระพุทธศาสนาให้มั่นคงยิ่งขึ้นครับ

ปิยบุตร
19-08-2008, 01:33 PM
อนุโมทนา สาธุ

ตามรอยเท้าพ่อ-แม่
19-08-2008, 04:40 PM
อนุโมทนาสาธุ

หนึ่ง99999
22-08-2008, 07:03 AM
อุโมทนา สาธุ

คมศักดิ์
02-09-2008, 08:27 AM
อนุโมทนา สาธุครับ

ตามรอยเท้าพ่อ-แม่
05-09-2008, 03:44 PM
อนุโมทนา สาธุ มีเยอะมาก ผมขอคัดลอกไปสวด สองบท นะครับ.