PDA

View Full Version : สวดอิติปิโสประจำวัน วันละ ๑๐๘ จบ ก็ยิ่งดี พระราชสังวรญาณ (พุธ ฐานิโย)


TupLuang
17-08-2008, 09:37 PM
<TABLE width=600 align=center border=0><TBODY><TR><TD align=middle>เทศน์กัณฑ์สุดท้าย
พระราชสังวรญาณ (พุธ ฐานิโย)
วัดป่าสาลวัน อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา

http://images.thaiza.com/33/33_20071123130809..jpg
</TD></TR></TBODY></TABLE><TABLE width=600 align=center border=0><TBODY><TR><TD><DD> <DD>พระพุทธเจ้าย่อมรู้ว่า พระองค์เกิดในภพนั้นชาตินั้น เพราะบุญอะไร เพราะกรรมอะไร บางทีก็ไปเกิดเป็นสัตว์เดรัจฉาน บางทีก็เกิดเป็นมนุษย์ เป็นเทวดา อินทร์ พรหม เป็นภูตผีปีศาจก็เคยเป็นมาแล้ว ที่ไปเป็นเช่นนั้นเพราะบุญอะไร เพราะกรรมอะไรจึงเป็นเช่นนั้น เพราะฉะนั้นคำสอนของพระองค์ที่ว่า สิ่งนี้เป็นบาปอย่าทำ นั่นแสดงว่าพระองค์เคยทำบาปตกนรกมาแล้ว สิ่งใดที่พระองค์สอนว่าสิ่งนี้เป็นบุญทำให้มาก ๆ ทำแล้วจะขึ้นสวรรค์ พระองค์ก็เคยทำบุญอย่างนั้น ขึ้นสวรรค์มาแล้ว การบำเพ็ญฌาน การบำเพ็ญสมาธิได้สำเร็จฌานสมาบัติ ได้ไปเกิดเป็นพระพรหม พระองค์ก็เคยบำเพ็ญฌานเกิดเป็นพระพรหมมาแล้ว <DD><DD><DD><DD>เพราะฉะนั้นคำสอนของพระองค์ ทุกคำพูดเป็นเรื่องส่วนตัวของพระองค์ ในฐานะที่เราปฏิญาณตนถึงพระองค์ว่า พุทธํ สรณํ คัจฉามิ ข้าพเจ้าขอถึงพระพุทธเจ้าว่าเป็นสรณะที่พึ่ง ที่ระลึกก็หมายความว่าเราจะต้องยกท่านเป็นครูเป็นอาจารย์เรา ยอมตัวเป็นศิษย์ของพระองค์ท่าน เมื่อเป็นเช่นนั้นลูกศิษย์ที่ปฏิบัติตามคำสั่งคำสอนของครูจึงกลายเป็นลูกศิษย์ที่ดีได้ <DD><DD><DD><DD>เพราะฉะนั้นหลักที่เราจะยึดเป็นหลักในการที่จะปฏิบัติให้มันเข้าถึงครูของเราเอง เราจะเริ่มต้น ตั้งแต่การเจริญพุทธคุณ ธรรมคุณ สังฆคุณ ว่ากันโดยหลักและวิธีปฏิบัติกันซะเลย มันจะได้จำง่าย ๆ แล้วจะได้นำไปปฏิบัติเข้าใจว่าชาวพุทธเรามีที่สักการะบูชาในบ้านของเราทุกคนทุกครัวเรือน เวลาเราจะปฏิบัติเรากราบพระ ไหว้พระสวดมนต์ อรหํ สมฺมา สมฺพุทฺโธ ภควา สฺวากฺขาโต… สุปฏิปนฺโน... ธูปเทียนไม่จำเป็นก็ไม่ต้องจุดเพราะภัยอันตรายมันจะเกิดอัคคีภัยได้ เพราะความผิดพลาดอาจจะมีได้ ถ้าหากว่าบ้านเรือนของท่านผู้ใดที่มันไม่เหมาะสมที่จะจุดก็ไม่ต้องจุด ถ้ามีที่บูชา ถ้ามีแจกัน เชิงเทียน กระถางธูป ดอกไม้ใส่แจกัน เทียนปักไว้ที่เชิงเทียน ธูปปักไว้ที่กระถาง อธิษฐานจิตบูชาพระพุทธเจ้า พระธรรม พระสงฆ์ แล้วก็ไหว้พระ

อรหํ สมฺมา สมฺพุทฺโธ ภควา http://www.geocities.com/thaniyo/border/blank.gifพุทฺธํ ภควนฺตํ อภิวาเทมิ กราบทีหนึ่ง
สฺวากฺขาโต ภควตา ธมฺโม http://www.geocities.com/thaniyo/border/blank.gif ธมฺมํ นมสฺสามิ กราบทีหนึ่ง


สุปฏิปนฺโน ภควโต สาวกสงฺโฆ http://www.geocities.com/thaniyo/border/blank.gif สงฺฆํ นมามิ กราบทีหนึ่ง


<DD><DD>อันนี้เป็นการนมัสการหรือไหว้พระรัตนตรัยตอนต้น ทีนี้เพื่อความแน่นอน เรามาน้อมจิตน้อมใจกล่าวคำนอบน้อม

<DD><DD>นโม ตสฺส ภควโต อรหโต สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส ๓ จบ แต่จิตใจน้อมนึกถึงพระพุทธเจ้า พระธรรม พระสงฆ์ ต่อไปก็สวดบทสวดมนต์ อิติปิโส ฯลฯ สวากขาโต ฯลฯ สุปฏิปนโน ฯลฯ ตามลำดับ พอจบแล้วก็แผ่เมตตา คือเจริญเมตตาพรหมวิหาร <DD><DD><DD><DD>ทีนี้หากว่าใครยังไม่เข้าใจในหลักการปฏิบัติสมาธิภาวนา ก็ไม่ต้องไปกังวลอะไรให้มากนัก เพียงแต่ว่ามาอธิษฐานจิต ขอบารมีขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า จงคุ้มครองข้าพเจ้าตลอดทั้งครอบครัวคนเกี่ยวข้องให้มีความสุขกายสุขใจ แล้วก็มีการสำรวมจิตสวด </DD></TD></TR><TR><TD height=10></TD></TR><TR><TD align=middle>http://www.geocities.com/thaniyo/images2/buddha14.jpg</TD></TR><TR><TD height=10></TD></TR><TR><TD><DD>อิติปิโส ภควา อรหํ สมฺมาสมฺพุทฺโธ วิชฺชาจรณสมฺปนฺโน สุคโต โลกวิทู อนุตฺตโร ปุริสทมฺมสารถิ สตฺถา เทวมนุสฺสานํ พุทฺโธ ภควาติ ฯลฯ <DD><DD><DD>สวดซ้ำ ๆ อยู่นั่น เลิกจากสมาธิแล้ว เวลานอนสวดไปจนกว่าจะนอนหลับ ทำอย่างนี้ทุก ๆ วัน แล้วเราจะได้สมาธิขึ้นมาเอง สมาธิไม่ต้องไปเอาลึกซึ้งถึงขนาดได้ญาณก็ได้ ในเมื่อเราสวดบ่อย ๆ เข้า ให้สังเกตดูจิตของเรา ถ้าหากว่าจิตนี้มีสติสัมปชัญญะ สติความระลึก สัมปชัญญะความรู้พร้อมอยู่ที่จิต นั้นแสดงว่าคุณของพระพุทธเจ้าได้บังเกิดในจิตของเรา แล้วให้สังเกตต่อไปว่า สติสัมปชัญญะตัวนี้ถ้าอยู่ปกติคือนิ่งอยู่เฉย ๆ มันก็จะรู้อยู่ที่จิต แต่ถ้าหากว่าจิตขยับมีความคิด สติตัวนี้มันจะรู้ ถ้าหากว่าเราลุกขึ้น สติตัวนี้มันก็จะรู้ตัวว่ายืน ถ้าเราก้าวเดินไปสติตัวนี้มันก็จะรู้ตัวว่าก้าวเดิน ถ้าเรานั่งลงสติตัวนี้มันก็จะรู้ตัวว่านั่งลง ถ้าเรานอนลงสติตัวนี้มันก็จะรู้ตัวว่านอนลง เมื่อจิตของเราพอมีสติรู้อยู่ทุกขณะจิต เราก็มีพุทธะ ผู้รู้อยู่ในจิต คำว่าพุทโธ พุทโธ ที่ครูบาอาจารย์ท่านสอนให้ภาวนาพุทโธนั่นแหละ…<DD><DD><DD>ทีนี้ในเมื่อเรามาเจริญคุณของพระพุทธเจ้าเป็นนิจศีลประจำทุก ๆ วัน ในเมื่อจิตของเรามีสติสัมปชัญญะ รู้เตรียมพร้อมอยู่ที่จิตตลอดเวลา จิตของเราก็เป็นผู้รู้ ผู้ตื่นเป็นคุณพระธรรม เราก็มีคุณพระธรรมอยู่ในจิตในใจ <DD><DD><DD>ทีนี้ผู้มีคุณพระธรรมอยู่ในจิตในใจจะต้องเป็นผู้มีความรู้สึกสำนึกผิดชอบชั่วดี แล้วก็จะตั้งใจละความชั่ว ประพฤติความดี ทำใจให้บริสุทธิ์สะอาดอยู่เสมอ อันนี้เป็นลักษณะของผู้มีคุณพระพุทธเจ้า พระธรรม พระสงฆ์อยู่ในจิตในใจ <DD><DD><DD>เมื่อใจของเรามีคุณพระพุทธเจ้า พระธรรม พระสงฆ์ จิตของเราก็มีฤทธิ์มีอิทธิพล เราสามารถที่จะทำธุรกิจการงานอันเป็นเรื่องชีวิตประจำวัน ด้วยความขยันขันแข็งและด้วยความจริงใจ ด้วยความวิริยะอุตสาหะ พากเพียรพยายาม เมื่อคุณธรรมอันนี้มันเกิดขึ้นในใจแล้วมันจะเป็นอย่างนั้น สำหรับหลักการภาวนาของบุคคลผู้ยังไม่เข้าใจ แต่ถ้าหากว่าเราสวดอิติปิโสประจำวันนั้นหลาย ๆ บท วันละ ๑๐๘ จบ ก็ยิ่งดี ในเมื่อจิตของเราได้สมาธิแล้วเราจะรู้เองหรอกว่า วิธีการภาวนานั้นคือทำอย่างไร </DD></TD></TR></TBODY></TABLE>


http://www.geocities.com/thaniyo/phraputto.html

โอม.
17-08-2008, 10:00 PM
อัปมาโณ พุทโธ สาธุ สาธุ สาธุ


อนุโมทนาครับ

pong999
18-08-2008, 08:02 AM
อนุโมทนาสาธุ..... เป็นสิ่งที่อยากรู้มานานแล้วครับ

หนึ่ง898989
18-08-2008, 08:04 AM
อูโมทนา สาธุ

- เงาะป่า -
18-08-2008, 09:02 AM
ผมก็สวดนะครับ แต่ไม่ถึง 108 จบหรอกครับ แต่ก็สวดบทนี้ตลอด

อนุโมทนาสาธุครับ
-------------------------------------------------------------------------------------------------------
"จงจำไว้นะ เมื่อยังไม่ถึงเวลา เทพเจ้าองค์ใดจะคิดช่วยเจ้าไม่ได้ ครั้นถึงเวลา ทั่วฟ้าจบดินก็ต้านเจ้าไม่อยู่ จงอย่าไปเร่งเทวดาฟ้าดินเมื่อบุญเราไม่เคยสร้างไว้เลย จะมีใครไหนมาช่วยเจ้า"
-------------------------------------------------------------------------------------------------------
ร่วมสร้าง " อุโบสถเงิน" วิหารทานที่ในครั้งนึงในชีวิตไม่ควรพลาดครับ
--> http://board.palungjit.com/showthread.php?t=140433
ทดแทนค่าน้ำนม
--> http://board.palungjit.com/showthread.php?t=142495
อานิสงส์การสร้างส้วม (หลวงพ่อจรัญ) อ่านแล้วสนุกดีครับ
--> http://board.palungjit.com/showthread.php?p=1413869#post1413869
มาเที่ยว วัดเกตการาม จ.เชียงใหม่ วัดประจำปีจอกัน
--> http://board.palungjit.com/showthread.php?t=136821

wuttichai0329
18-08-2008, 09:59 AM
หลวงพ่อพุธท่านปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ แล้ว สาธุ

vilawan
18-08-2008, 03:51 PM
อนุโมทนาคะ

คนกันเอง
18-08-2008, 03:53 PM
อนุโมทนาสาธุ

mainoi
18-08-2008, 05:03 PM
โมทนาสาธุ ค่ะ

wittayaj
18-08-2008, 06:09 PM
อนุโมทนา นะครับ ดีมากๆเลยครับที่มาชี้ทางสว่างให้ผม

พระหลวงพ่อ
18-08-2008, 07:33 PM
อนุโมทนาครับ

junior phumivat
18-08-2008, 08:07 PM
ผู้ถาม : เมื่อทำบุญแล้ว ถ้าจะอุทิศส่วนกุศลภายหลังจะได้ไหมคะ...........?
หลวงพ่อ : การทำบุญไปแล้วครั้งหนึ่งสักกี่ปี ๆ บุญก็ยังมีอยู่ถ้าทำไปแล้วสัก ๓๐ ปี ก็ยังอุทิศส่วนกุศลได้ บุญมันไม่หาย ไม่ใช่เราทำบุญแล้ว เดี๋ยวเดียวมันหายไปไม่ใช่อย่างนั้นนะ
ผู้ถาม :แล้วถ้าเผื่อทำบุญแล้ว ไม่ได้อุทิศส่วนกุศลจะได้บุญเต็มที่ไหมคะ...?
หลวงพ่อ : ก็ได้เต็มที่อยู่แล้ว เราเป็นผู้ได้สมบูรณ์แบบ แต่อยู่ที่ว่าเราจะให้เขาหรือไม่ให้ การอุทิศส่วนกุศล นี่นะ ถ้าเราไม่ให้ เราก็กินคนเดียวใช่ไหม..... ทีนี้ถ้าเราให้เขาของเราก็ไม่หมดอีก ส่วนที่เราให้ไปไม่ได้ยุบไปจากของเดิม อย่างเรื่องของ พระอนุรุทธ สมัยที่ท่านเกิดเป็นคนเกี่ยวหญ้าช้างของมหาเศรษฐี เวลาที่ท่านทำบุญแล้ว เจ้านายขอแบ่งบุญ ท่านก็สงสัยว่าการแบ่งบุญน่ะจะแบ่งได้ไหม จึงไปถามพระปัจเจกพุทธเจ้า ที่ท่านรับบาตรนะ ท่านก็เปรียบเทียบให้ฟังว่า

"สมมุติว่าโยมมีคบ แล้วก็มีไฟด้วย คนอื่นเขามีแต่คบ ไม่มีไฟ ทุกคนต้องการแสงสว่าง ก็มาขอต่อไฟที่คบของโยมแล้วคบทุกคนสว่างไสวหมด อยากทราบว่าไฟของคุณโยมจะยุบไปไหม....?
ท่านอนุรุทธก็บอกว่า ไม่ยุบ
แล้วท่านก็บอกว่า "การอุทิศส่วนกุศลก็เหมือนกัน ให้เขา เขาโมทนา แต่บุญของเราเต็ม 100 เปอร์เซ็นต์"


ขออนุโมทนาบุญกับทุกๆท่านครับ




ธรรมใดที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ทรงพบแล้ว ขอธรรมนั้น จงสำเร็จแก่ท่านทั้งหลายโดยเร็วด้วยเถิด สาธุ สาธุ สาธุ
อิทัง ปุญญะผะลัง ผลบุญใด ที่ข้าพเจ้า ได้บำเพ็ญแล้ว ตั้งแต่ต้นชาติ จนถึงปัจจุบันชาติ ข้าพเจ้าขออุทิศส่วนกุศลนี้ ให้แก่เจ้ากรรมนายเวรทั้งหลาย ที่เคยล่วงเกินมาแล้ว แต่ชาติก่อนก็ดี ชาตินี้ก็ดี ขอเจ้ากรรมนายเวรทั้งหลาย จงโมทนา ส่วนกุศลนี้ ขอจงอโหสิกรรมให้แก่ข้าพเจ้า ตั้งแต่บัดนี้ ตราบเท่าเข้าสู่พระนิพพาน และขออุทิศส่วนกุศลนี้ ให้แก่เทพเจ้าทั้งหลาย ที่ปกปักรักษาข้าพเจ้า และเทพเจ้าทั้งหลาย ทั่วสากลพิภพ และพระยายมราช ขอเทพเจ้าทั้งหลาย และพระยายมราช จงโมทนาส่วนกุศลนี้ ขอจงเป็นสักขีพยาน ในการบำเพ็ญกุศล ของข้าพเจ้าในครั้งนี้ด้วยเถิด และขออุทิศส่วนกุศลนี้ ให้แก่ท่านทั้งหลาย ที่ล่วงลับไปแล้ว ที่เสวยความสุขอยู่ก็ดี เสวยความทุกข์อยู่ก็ดี เป็นญาติก็ดี มิใช่ญาติก็ดี ขอท่านทั้งหลาย จงโมทนาส่วนกุศลนี้ พึงได้รับประโยชน์ ความสุข เช่นเดียวกับข้าพเจ้า จะพึงได้รับ ณ กาลบัดเดี๋ยวนี้เถิด หากท่านทั้งหลายยังไม่มีโอกาสได้อนุโมทนาเพียงใด ขอเทพเจ้าทั้งหลายและพระยายมราชจงเป็นสักขีพยานให้แก่ข้าพเจ้าด้วย เจอเธอเมื่อใด ขอให้เธอได้อนุโมทนาส่วนกุศลนี้ด้วยเถิด ผลบุญใด ที่ข้าพเจ้า ได้บำเพ็ญแล้ว ตั้งแต่ต้นชาติ จนถึงปัจจุบันชาตินี้ ขอผลบุญนี้ จงเป็นปัจจัย ให้ข้าพเจ้า ได้เข้าถึง ซึ่งพระนิพพานในชาติปัจจุบันนี้ด้วยเถิด หากแม้นยังไม่ถึงพระนิพพานเพียงใด ขอคำว่าไม่รู้ ไม่มี ในสิ่งที่ดี จงอย่าได้บังเกิดแก่ข้าพเจ้าเลย ขอผลบุญทั้งหลาย ที่ข้าพเจ้า ได้กระทำแล้ว ตั้งแต่ต้นชาติ จนถึงปัจจุบันชาติ จงบังเกิดผล ณ กาลบัดเดี๋ยวนี้เถิด

pucca2101
18-08-2008, 08:55 PM
อนุโมทนา สาธุค่ะ เคยแต่สวดมากกว่าอายุ 1 จบ แล้วจะฝึกสวด 108 จบดูบ้างค่ะ

janepat2549
18-08-2008, 09:18 PM
อนุโมทนาครับ

Neungtuk
22-08-2008, 12:12 AM
อนุโมทนาค่ะ

nearby
30-08-2008, 08:05 AM
อนุโมทนาครับ

phanit
02-09-2008, 11:04 AM
โมทนาสาธุค่ะ

GAN9
02-09-2008, 02:53 PM
สวดอิติปิโสประจำวันนั้น วันละ ๑๐๘ จบ สวดดังนี้

อิติปิโส ภควาฯ ห้องเดียว จำนวน 56 จบ
สวากขาโตฯ ห้องเดียว จำนวน 38 จบ
สุปฏิปันโนฯ ห้องเดียว จำนวน14 จบ

สวดติดต่อกันได้ 108 วัน ยิ่งดีมากๆ ครับ ฝอยท่วมหลังช้าง

Wat Pa Gothenburg
10-12-2008, 06:22 AM
เรามีหน้าที่ทำเหตุ ไม่ใช่ทำผล
"....ทีนี้บางคนพอจะมาปฏิบัติธรรม ก็อยากมุ่งเลย อยากจะสงบ อยากจะมีฤทธิ์มีเดช อยากจะเห็นโน่นเห็นนี่ ซึ่งมันผิดทางพุทธ พระพุทธเจ้าท่านให้มานั่งดู ดูอะไร ดูตัวรู้สิ ตัวรู้อยู่ไหนล่ะ ก็เพ่งดูที่ลมหายใจเข้าออก จิตเป็นคำรวมๆ เป็นคำกลางๆ จิตเป็นผู้รู้ ไม่รู้ว่าอยู่ตรงไหนเอ้างั้นมาจ่อที่นี่ซิ หายใจเข้า พุท หายใจออก โธ ลมกระทบที่ไหนชัด คุณก็จับที่นั่น สติระลึกรู้ลมเข้า รู้ลมออก ปะทะที่ไหนจับอยู่ที่นั่น แล้วทีนี้ถ้ามันแว้บไปไหน ก็ต้องรู้ นอกจากพุทโธ ถึงแม้แต่ฟุ้งซ่านก็ต้องรู้ สงบก็ต้องรู้ อย่างนี้น่ะ บางคนก็ไม่ชอบ พอมานั่งปุ๊บ อยากจะสงบเลย ไอ้อยากคืออะไร อยาก ไม่อยาก มันคือตัณหา เมื่ออยากสงบ มันก็ต้องไม่อยากฟุ้งซ่าน แต่มันไม่ใช่แนวทางแห่งพุทธ แนวทางแห่งพุทธ คุณทำเหตุอย่างเดียว เรื่องสงบ หรือไม่สงบ มันเป็นเรื่องของผล เหมือนคุณกินข้าวน่ะ กินไปเถอะ จะกี่คำก็ช่าง ไม่ต้องไปเรียกร้องหาอะไร ไม่ใช่กินไปบ่นไป อยากจะอิ่ม ถึงกาลถึงเวลา สมควรแก่เหตุ มันก็อิ่มเอง มันก็หยุดเอง...."

tbon
13-12-2008, 10:03 AM
อนุโมทนา สาธุครับ

vanco
13-12-2008, 09:14 PM
สาธุครับ

<DD>เมื่อใจของเรามีคุณพระพุทธเจ้า พระธรรม พระสงฆ์ จิตของเราก็มีฤทธิ์มีอิทธิพล เราสามารถที่จะทำธุรกิจการงานอันเป็นเรื่องชีวิตประจำวัน ด้วยความขยันขันแข็งและด้วยความจริงใจ ด้วยความวิริยะอุตสาหะ พากเพียรพยายาม เมื่อคุณธรรมอันนี้มันเกิดขึ้นในใจแล้วมันจะเป็นอย่างนั้น สำหรับหลักการภาวนาของบุคคลผู้ยังไม่เข้าใจ แต่ถ้าหากว่าเราสวดอิติปิโสประจำวันนั้นหลาย ๆ บท วันละ ๑๐๘ จบ ก็ยิ่งดี ในเมื่อจิตของเราได้สมาธิแล้วเราจะรู้เองหรอกว่า วิธีการภาวนานั้นคือทำอย่างไร </DD>

AddWassana
13-12-2008, 10:05 PM
อนุโมทนา สาธุค่ะ เคยสวดมากกว่าอายุ 1 จบ
เคยลองฝึกสวด 108 จบแต่ไม่ได้ทำสม่ำเสมอ
จะพยายามฝึกให้เป็นบทสวดในชีวิตประจำวันต่อไปค่ะ

buana16
17-12-2008, 05:05 AM
อนุโมทนาค่ะ ขอบคุณค่ะ

SOMDEJ
21-12-2008, 11:12 PM
อนุโมทนา
และ ขออนุญาตเก็บไว้เผยแพร่นะจ๊ะ

sharingidea
24-12-2008, 05:25 AM
อนุโมทนาครับ

หนึ่ง99999
30-12-2008, 08:51 AM
อุโมทนา สาธุ

ภัทรอังคาร
30-12-2008, 09:17 AM
108 จบ สวดบ่อย แต่ช่วงหลังนี้พยายามจะใช้เวลา ทำสมาธิ ให้มากที่สุด ก็เลยตัดลงไปเหลือสวดแค่เกินอายุ 1 จบ แต่ถ้าเป็นช่วงเข้าพรรษา ก็จะใช้นับลูกประคำด้วยการใช้อิติปิโส จนครบ 108 ทำอย่างงี้ทุกวัน เฉพาะช่วงเข้าพรรษาค่ะ จิตเป็นสมาธิมากๆ

rapwc
30-12-2008, 09:51 AM
อนุโมทนา สาธุค่ะ