PDA

View Full Version : ทิพจักขุญาณถ้าไม่ชัดเจนแจ่มใส บางทีเหมือนยังกับเราคิดเองเออเอง วิธีทดสอบง่าย ๆ


WebSnow
13-09-2005, 02:16 AM
116008


http://www.palungjit.com/board/images/statusicon/subforum_new.gif หลวงพี่ เล็ก สุธมฺมปญฺโญ (http://www.palungjit.com/board/forumdisplay.php?f=61)



ถาม : ญาณ ๘ นี่เหมือนกับว่าเราคิดไปเองรึเปล่า ?


ตอบ : ลักษณะของการฝึกญาณ ๘ เราได้ทิพจักขุญาณก่อน คราวนี้ทิพจักขุญาณถ้าไม่ชัดเจนแจ่มใส บางทีเหมือนยังกับเราคิดเองเออเอง วิธีทดสอบง่าย ๆ ก็คือว่าให้ถามปัญหาที่พิสูจน์ได้ในระยะเวลาสั้น ๆ อย่างเช่นว่าถ้าพรุ่งนี้เราอกจากบ้านเราจะเจอใครเป็นคนแรก ผู้หญิงหรือผู้ชาย ใส่เสื้อผ้าสีอะไรอย่างนี้ พอตอนเช้าก็โผล่หน้าออกไปดูเลย ถ้ามันตรงก็ใช้ได้
สมัยก่อนที่หลวงพ่อท่านสอนให้นั่งข้างถนนหลับตาทำใจสบาย ๆ วางอารมณ์อยู่ในทิพจักขุญาณของมโนมยิทธิ เสียงรถยนต์แล่นมาให้ถามว่ารถยนต์มาสีอะไร พอคำตอบเกิดขึ้นก็ลืมตาดู มันได้คำตอบในระยะสัน ๆ เลย ถ้าหากว่าผิดไม่ต้องจำ แต่ถ้าถูกให้จำว่าเราวางอารมณ์ไว้ยังไง แล้วก็กำหนดใจอย่างนั้นรถมาสีอะไร ต่อไปพอถูกสักแปดคันในสิบคันเริ่ิมความมั่นใจเริ่มมี เพิ่มไปว่ารถมาสีอะไรคนนั่งมากี่คน พอมันถูกมาก ๆ เข้าสักแปดในสิบว่ารถมาสีอะไรคนนั่งมากี่คน ผู้หญิงเท่าไหร่ผู้ชายเท่าไหร่ ต่อไปรถมาสีอะไรคนั่งมากี่คนผู้หญิงเท่าไหร่ผู้ชายเท่าไหร่ แต่ละคนใส่เสื้อผ้าสีอะไร ท้าย ๆ กระทั่งเลขทะเบียนรถก็บอกถูก ให้พิสูจน์กับสิ่งที่พิสูจน์ได้ระยะสั้น ๆ เพื่อที่เราจะได้มั่นใจว่าความรู้นี้ถูกต้องจริง ๆ

ถาม : ทีนี้จะต้องฝึกทุกวัน ?


ตอบ : ฝึกทุกวันต้องซ้อมไว้ทุกวันไม่งั้นสนิมขึ้น จะใช้งานแต่ละทีชักดาบไม่ออกสนิมกินติดกระบอกไปแล้ว


ถาม : มันมีอยู่ช่วงหนึ่งค่ะ ที่แบบว่าเป็นความรู้สึกมากกว่า แล้วก็ไม่เกินห้านาทีมันก็เกิดแล้วเป็นอย่างนี้ เหมือนกับว่าติดต่อกันหลายครั้งเหมือนกันและพอมาช่วงหลังนี่รู้สึกมันความรู้สึกนี้หายไปแล้ว


ตอบ : เราทิ้งมัน ลองย้อนกลับไปทบทวนดูว่าตอนช่วงนั้นเรารักษาอารมณ์ยังไง ? ทาน ศีล ภาวนาของเราทรงตัวแค่ไหน ? อารมณ์ใจนั้นถึงอยู่กับเรา เราปฏิบัติวันละเท่าไหร่ ? เช้ากี่ครั้งเย็นกี่ครั้ง ? รักษาอารมณ์ได้นานเท่าไหร่อย่างนั้น แล้วตอนนี้เราได้ทำอย่างนั้นมั้ย ? ถ้าเรายังทำอย่างนั้นผลอย่างนั้นก็ยังเกิดอยู่ แต่ถ้าเราเลิกทำเมื่อไหร่ผลอย่างนั้นก็หายไป


ถาม : หลังจากที่เรียกว่าเหมือนกับว่าเคยได้อย่างนี้คะ แล้วหนูรู้สึกว่ามันไม่ค่อยอยากจะทำแล้วก็ไม่ค่อยอยากจะสวดมนต์ ไม่ค่อยอยากจะไหว้พระ ?


ตอบ : มันก็ไม่ค่อยอยากจะเกิดเหมือนกัน ....(หัวเราะ) .....เราไม่สร้างเหตุแลผลจะเกิดได้อย่างไร ? เราก็ต้องทำเหตุอันนั้นใหม่ คนที่เคยทำได้แล้วไม่ยาก ถ้าเคยทำได้แล้วจะไม่ยากไปทบทวนอารมณ์เดิมของเรา พอถึงตรงจุดนั้นเมื่อไหร่ตัวรู้นี่ก็จะเกิดขึ้นมาใหม่ แรก ๆ มันเป็นความรู้สึกพอนานไป ๆ ความมั่นใจมันมากเข้า ๆ อยู่มันจะเหมือนกับปรากฏภาพวาบขึ้นมาเฉย ๆ ตอนนั้นก็จะลำบากอยู่อีกช่วงหนึ่ง พอภาพมันปรากฏขึ้นมาความเคยชินจะไปใช้สายตาเพ่งอยู่ เราต้องส่งจิตออกไปนะไปถึงสถานที่นั้น ๆ ถึงจะรับรู็ภาพอย่างนั้น ๆ ได้

การที่เราใช้สายตาเพ่งก็คือเรานึกถึงตา นึกถึงตาก็คือนึกถึงตัวมันเป็นการดึงจิตกลับภาพจะหายไป ก็จะต้องไปปล้ำกับภาพที่มา ๆ หาย ๆ อีกยกใหญ่ บางคนเป็นปี ๆ เลยกว่าจะทำใจได้ว่าก่อนหน้านี้แค่ความรู็สึกเราก็รู็ได้ถูกต้องดีแ้ล้ว ถึงภาพจะปรากฏไม่ปรากฏก็ช่างมันเถอะ ยังไง ๆ ความรู้สึกนี้ถูกต้องเราพอใจ ถ้าทำอย่างนั้นได้ภาพจะปรากฏอยู่แล้วอยู่ได้นาน ไปหัดใหม่ไม่ยากแล้ว


ถาม : แล้วหนูเคยแบบว่าฝันแล้วพอตื่นขึ้นมาจำไม่ได้เป็นอย่างนี้ประมาณสามสี่รอบแล้วค่ะ แล้วปรากฏว่าเหตุการณ์มันก็เกิดขึ้นมา แล้วก็จะนึกได้ว่าอันนี้เราเคยฝัน ?


ตอบ : ลักษณะนั้นถ้าเป็นทิพจักขุญาณอย่างอ่อนมันจะเหมือนกับฝันหรือว่าเกิดความรู้สึก อย่างเช่นว่ารู้สึกว่าเพื่อนน่าจะโทรมา พักเดียวโทรศัพท์กริ๊งแล้วอย่างนี้ โบราณเขาเรียกว่าคนอย่างนี้ลางสังหรณ์ดี แต่ความจริงมันเป็นทิพจักขุญาณ เพียงแต่มันขาดการฝึกฝนต่อเนื่ง มันก็เลยไม่ชัดเจนแจ่มใส



http://www.palungjit.com/board/showpost.php?p=118200&postcount=3

เว็ปกระโถนข้างธรรมาสน์ (http://www.grathonbook.net/book/)

Samy
29-10-2005, 01:32 PM
[b-wai]

Carbonato
29-10-2005, 03:33 PM
ใช่แล้ว..

ผมเป็นแบบนี้

asuka
30-10-2005, 01:08 PM
สาธุ

Attawat_Rx
30-10-2005, 04:48 PM
มีประโยชน์มากเลยครับ ผมเองเคยเฝือจนเลิกไปพักใหญ่เลยครับ

chue27
31-10-2005, 12:16 AM
สาธุครับ อยากได้มั่งจัง!!!

shesun
01-11-2005, 08:32 PM
ขออนุโมทนา ขอบคุณผู้ที่นำข้อความนี้มาเผยแพร่ มีประโยชน์มากค่ะ เคยฝึกแล้วจิตสงสัยมีมากเพราะเป็นจิตสัมผัส ไม่ชัดเจนเหมือนตาเห็น เลยคิดว่าเป็นการนึกชองเราเองหรือเป็นการโน้มน้าวของครูฝึก เลยเลิกฝึก หายไปเกือบ 30 ปี ตอนนี้ต้องเริ่มใหม่ ไมรู้ว่าจะได้เรื่องไหม หลานๆอย่าเอาอย่างนะจ๊ะ...

ren
07-11-2006, 05:02 PM
ไม่เคยฝึกมโนน่ะค่ะ ฝึกแต่กสิน
แล้วบ้างทีจะมีแบบว่า อยากรู้อะไรมันจะแว็บๆออกมา
พูดไม่ถูกเหมือนกันค่ะ ก็ไม่ค่อยชัดแต่มันจะเป็นความรู้สึกออกมา ภาพออกมา

จริงๆก็ ไม่ได้อยากรู้อะไรมาก
เหมือนอยากรู้แล้วเขียนคำถามนั้นไว้ในใจ
ปล่อยใจเป็นกลางเฉยๆ แล้วอยู่ๆ มันก็แว้ป ๆ
อย่างงี้เรียกว่า ทิพจักขุญาณรึเปล่าคะ

ก็ไม่ทราบเหมือนกัน ว่าคืออะไร บ้างทีก็งงอยู่ว่าเราฟุ้งซ่านรึเปล่า
เลยใช้วิธีเช็คกับคนอื่นคะ เหอๆ

ยังไงเดวจะลองใช้วิธีที่แนะนำดูนะคะ

ขอบคุณมากคะ

มุ่งเต็มใจ
07-11-2006, 06:57 PM
ผมก็มีปรากฏการณ์คล้ายกระทู้ ถ้ากำลังสมาธิดีผลจะดี กำลังกสิณสีขาวจะช่วยเรื่องนี้ด้วยครับ ที่น่าแปลกผมใช้วิธีฝึกกับรถโดยบังเอิญคล้ายกับวิธีท่านอาจารย์พอดี แต่สิ่งเหล่านี้อยู่ภายใต้กฏไตรลักษณ์ด้วยครับ มีเจริญมีเสื่อมครับ ถ้าปรับปรุงไปใช้กับจมูก จะได้จมูกทิพย์ได้ครับ สาธุๆๆ

Wisdom
07-11-2006, 08:15 PM
http://www.uamulet.com/articleAmuletImages/Pic_657_1.jpg
หลวงปู่ดู่เทศน์สอนคณะศิษย์วัดท่าซุงผู้ได้มโนมยิทธิ
ขอคัดลอกเทปที่หลวงปู่ดู่ที่ท่านเคยเทศน์สอนคณะศิษย์วัดท่าซุงที่ได้มโนมยิทธิ ซึ่งได้เดินทางไปกราบหลวงปู่ดู่ ตามคำสั่งหลวงพ่อฤาษีฯ หลวงปู่ดู่ท่านเทศน์ว่า...............(ถอดจากเทปที่บันทึกไว้กลางปี 2530)
________________

หลวงปู่.....เอ้า คณะนี้มาจากไหน (แล้วหลวงปู่ท่านก็เงียบ) อ๋อเด็กฝาก

คณะมโนมยิทธิ...หลวงพ่อ(ฤาษี) ท่านให้มากราบเจ้าค่ะ หลวงปู่รู้จักไหมเจ้าคะ

หลวงปู่ดู่...รู้จัก

คณะมโนมิยทธิ....หลวงปู่เจ้าคะดิฉันฝึกมโนขึ้นไปกราบพระข้างบนดีไหมเจ้าคะ


หลวงปู่ดู่.....การไปกราบพระ พบพระนั้นเป็นของดี ให้หมั่นรักษาองค์พระ(ภาพพระ)เข้าไว้ พระท่านจะสอน ท่านจะบอกวิธีการปฏิบัติ เราก็นำมาประพฤติปฏิบัติตามด้วยความตั้งใจ เคร่งครัด แต่ถ้าพบพระแล้ว ท่านสอนแล้วไ ม่นำมาประพฤติปฏิบัติ หรือปฏิบัติจนพบพระแล้วไม่สามารถทำให้อารมณ์ชั่วทั้ง ๓ คือ โลภ โกรธ หลง มันเบาบางหลง อย่างนี้ยังใช้ไม่ได้ ถือว่าปฏิบัติผิดทาง คนที่มัวแต่เอาสิ่งที่ตนเองได้ (ญาณ) ไปดูนั้นดูนี่ ทำนายทายทัก ไม่นานอุปทานก็เข้าแทนที่ ทีนี้แทนที่มันจะไปสุคติภูมิ มันก็ไปอบายภูมิแทน เหตุจากการแอบอ้าง คำสอนของพระ เพราะอารมณ์อุปาทานนั้นเอง จงระวังไว้ ท่านมหาวีระ ท่านมีบารมีสูง มีข้างบนเป็นกำลังหนุน เป็นอาจารย์ใหญ่สอนคนได้จำนวนมาก ข้าขอโมทนา พวกแกเกิดมาพบพระอรหันต์ที่มีบารมีสูง อย่าให้เสียทีที่ได้พบ เอาสิ่งที่ตนปฏิบัติบัติได้(ญาณ)มาอบรมตนเอง อย่าเที่ยวไปทำนายทายทักชาวบ้าน ข้ออันนั้นเห็นจะไม่ใช่จุดประสงค์ แม้ลูกศิษย์ อยู่ใกล้ข้าแท้ๆ ยังเฝือได้ แล้วถ้าพวกแกยังประมาท ระวังนรกจะกินหัวเอา....


คณะมโนมยิทธิ...เราจะรู้ได้ยังไงเจ้าคะ ว่าเวลาเราขึ้นไปกราบนั้น เราเห็นจริงๆ

หลวงปู่....แกลองใช้อารมณ์นั้น(ญาณ) ตรวจสิ่งที่มองไม่เห็น แต่สิ่งนั้นยังมีอยู่สิ เช่น แกลองตรวจดูว่าในกระเป๋าของเพื่อนที่มาด้วยกันมีเงินอยู่เท่าไหร่ ถ้าแกตอบถูก อารมณ์ที่แกขึ้นไปกราบพระ แกก็เห็นจริง แต่ถ้าแกตอบไม่ถูก พระที่แกเห็นก็ไม่จริง...

คณะมโนมยิทธิ....เราถามเทวดาเลยได้ไหมเจ้าค่ะ

หลวงปู่....เอ้า เงินในกระเป๋านี้มันเป็นของหยาบ แกยังมองไม่เห็นเลย นับประสาอะไรกับเทวดา แกจะไปมองเห็นล่ะ กายเทวดาละเอียดกว่ากันเยอะ

คณะมโนมยิทธิ...ต้องตรวจอารมณ์เช่นนี้ก่อนใช่ไหมค่ะ

หลวงปู่ดู่...ใช่ ข้าก็ให้ลูกศิษย์ตรวจอารมณ์อย่างนี้ก่อนแล้วค่อยขึ้นไปกราบพระ ถ้าตรวจแล้วไม่ตรงก็ต้องหัดวางอารมณ์ใหม่ ไม่นานก็ตรง คราวต่อไป ไม่ต้องกำหนด เขาจะรู้เลยว่าอะไรซ่อนอยู่ตรงไหน .....(หลวงปู่เงียบสักพัก) (แล้วท่านก็พูดขึ้นว่า) พระมหาวีระยังสอนให้แกหัดทำเวลาตอนเช้ามืด ให้ลองตรวจว่า เช้าวันนี้จะมีใครมาหาไหม เขาจะมาทำอะไร ใส่เสื้อสีอะไร ใช่ไหมล่ะ

คณะมโนมยิทธิ....หลวงปู่รู้ได้ยังไงเจ้าคะ


หลวงปู่ดู่...ก็พระมหาวีระบอกข้า อยู่ข้างๆนี่แหละ บอกว่า..พวกแกมันลิงทะโมน ต้องจับไปมัด เฆี่ยนแล้วสอน (เสียงหลวงปู่หัวเราะ แล้วพูดว่า)ต่อไปให้รีบตั้งใจปฏิบัติ อย่าสนใจคนอื่น สนใจจิตตัวเองให้มากๆ รักษาจิตตนเองให้ดี รักษาองค์พระ(ภาพพระ)ไว้อย่าให้หาย ชำระใจให้ปราศจากความโลภ โกรธ หลง มันก็ถึงเองแหละนิพพาน ไม่ใช่ปากก็บอกจะไปนิพพาน แต่ไม่ชำระโลภ โกรธ หลงให้ขาดไป อธิษฐานยังไงมันก็ไม่ถึงนะแก นิพพานเข้าไม่ได้ด้วยการอธิษฐาน แต่ต้องอาศัยการปฏิบัติ ซึ่งจุดสำคัญคือการละอารมณ์ โลภ โกรธ หลง
ละได้เมื่อไหร่ถึงทันที ละไม่ได้มันจะถึงแค่หัวตะพาน....

คณะมโนมยิทธิ...สาธุเจ้าค่ะ หลวงปู่

หลวงปู่ดู่ ...ให้พร.............................................

<!-- / message --><!-- sig -->

pong-sit
07-11-2006, 09:01 PM
สาธุ สาธุ สาธุ

pattarawat
07-11-2006, 09:13 PM
โมทนา อย่างยิ่งครับ

angus
08-11-2006, 01:40 AM
โมทนา สาธุค่ะ

โมเย
08-11-2006, 10:43 AM
..อนุโมทนา....สาธุค่ะ..

Nakamura
08-11-2006, 11:33 AM
โมทนาครับ

เจสุน ลาโม
08-11-2006, 04:27 PM
สาธุ

ฐตธนวัฒฆ์
08-11-2006, 08:12 PM
ญาณต่างๆนั้นยังเป็นของเล่นอยู่ ตราบใดยังต้องเป็นโลกิยญาณ ก็ต้องมีเสื่อมเป็นธรรมดา ทำไม่อาศัยกำลังของสมาธิเป็นบาทฐานพิจาณาสัจจธรรมละครับ อาสวักขยญาณเลิศที่สุด

ท่าข้าม
08-11-2006, 11:14 PM
โมทนาจ้ะ มีประโยชน์มากๆ ลองทำอารมณ์ตามหลวงพ่อเล็กแล้วใช่เลย

12punna
09-11-2006, 10:57 AM
ช่วงนี้ไม่ได้เข้ามาเลย ^^
ผมฝึกแบบ ใช้ นาฬิกา ง่ายดี หลับตาดูว่า เข็ม อยู่ที่เลขอะไร
แล้วลืมตาดู ว่าไปแล้ว นาฬิกา มีประโยชน์มาก ในการฝึก ^^
แบบระยะสั้น

ส่วนในระยะยาว บางทีก็ตอบ ยาก เช่นบางที เราดูอนาคต
เป็นแบบนี้แน่นอน แต่ เราไม่อยากให้ อนาคตเกิดแบบนั้น ก็
ขอความช่วยเหลือจากพระท่าน พอวันเวลามาถึงวันนั้น เรื่อง
ก็เปลี่ยนไป ตามที่เราขอให้พระท่านช่วย ก็น่าแปลกดีเหมือกัน
เวลาไปทางจิตพบพระท่านตรงๆๆ ก็น่าแปลกดี สมพร ทุกอย่าง

มนุษย์เรา ถ้ารู้จัก นำ ญาน ไปใช้ในทางที่ ทำให้จิตเราสูงขึ้น
หลุดพ้นเร็ว นั้นและดี ดูให้ปลงกับชีวิต ให้เบื่อกับการเกิด ญาน
เป็นของที่ ดีมาก ถ้าไม่ได้เอาไป ใช้เล่น พร่ำเพื่อ

Newone
09-11-2006, 03:31 PM
เคยฝ้นอยู่บ่อย ๆ เหมือนกัน ว่าได้ไปในสถานที่ต่าง ๆ แต่ในฝันไม่ทราบว่าเป็นที่ไหน... พอได้ไปจริง ๆ แล้วก็จะนึกถึงความฝันขึ้นมาได้ว่า สถานที่แห่งนี้เราเคยฝันเห็นมาแล้วนี่นา....

เท่าที่จำได้ว่าเคยฝันก่อนไป เช่น ฝันเห็นโบสก์ที่เชิงเขายังสร้างไม่เสร็จของ
วัดกรมหลวงชุมพร ที่จ.ชุมพร... (อยู่ทางด้านขวามือตรงโค้งที่จะไปชายหาดที่ตั้งศาลของกรมหลวงชุมพร)....

หลังจากฝันเห็นไม่นาน (ประมาณ 2-3 เดือน) ข้าพเจ้ากับเพื่อน ๆ ก็ได้นำพระพุทธรูป 29 นิ้ว พร้อมทั้งโต๊ะหมู่ 1 ชุดไปถวายที่วัดนี้..... โดยพี่ ๆ ในกลุ่มเป็นคนหาวัดที่จะไปถวายพระ และพี่เค้าโทรไปบอกท่าน ว่าจะนำพระพุทธรูปไปถวาย ท่านเจ้าอาวาสตกลงรับพระ พวกเราจึงไ ด้เดินทางไปที่ จ.ชุมพร
ไปคราวนั้นได้ถวายพระพุทธรูป 29 นิ้ว 2 วัด คือ ตอนเช้าถวาย
ที่วัดเขาสามแก้ว จ. ชุมพร ตอนสายถวายที่วัดกรมหลวงชุมพร จ.ชุมพรเช่นกัน...

[b-wai]

ธรรมธิติวงศ์
10-11-2006, 07:48 AM
หัดทำสมาธิมานานจนจิตเริ่มที่จะนิ่งแล้วครับ

สามารถนั่งนาน ๆ ได้แล้ว

และก็จะพยายามต่อ ๆ ไปเรื่อย ๆ

พุทธองค์ตรัสเสมอว่า

"สุขใดยิ่งกว่าความสงบ เป็นไม่มี"

ความสงบ ที่ได้จากสมาธิ แม้ว่าจะเป็นช่วงสั้น ๆ แต่ก็ทำให้จิตเรารู้จักปล่อย

วางสิ่งต่าง ๆ ได้ในช่วงหนึ่ง

สุขใดยิ่งกว่าความสงบ เป็นไม่มี ..... ถูกต้องจริง ๆ เลยครับ

lordchicken
18-12-2006, 04:38 PM
ขอบคุณครับเพิ่งฝึกครับ เป็นประโยชน์มากๆ

One_EarTh
03-01-2007, 05:07 PM
ตอนนั่ง อาจารย์ถาม แล้วตอบตรงกับเพื่อนที่นั่งข้างๆ เห้นเหมือนกันรู้สึกเหมือนกัน ผมคิดว่าน่าจะสัก 80 เปอร์เซนต์แล้วนะ
เวลาขึ้นไปจริงๆ ลองหันดูรอบๆทิศว่า รู้สึกว่ามีใคร พรหม เทพ เทวา หรือใคร ถ้าตอบตรงกัน โดยที่ราสำรวจก่อนที่อาจารย์ท่านถาม ผมก้อว่านั่ยก้อพิสูจน์ได้ ให้จับอารมณ์นั้น

ฤษีแปลงสาร
03-01-2007, 06:14 PM
มันอาจจะเกิดจากมโนมยิทธิ หรือรู้ทางใจก่อน แล้วถ่ายความรู้สึกทางใจไปยังอายตนะต่างๆ ทั้งหก ใช่ไหม เช่น คนที่มีลางสังหรณ์ ก็ฝึกใช้ลางสังหรณ์ผ่านการมองด้วยตา ฟังด้วยหู ฯลฯ แต่ละอย่างก็จะพัฒนาขึ้นใช่ไหม?


นี่เป็นเพียงทฤษฎี "พุทธวิทยา" ของผมนะ

ณ ปลาย
14-01-2007, 10:46 AM
ถ้าคนฝันแม่น ก็เป็นทิพยจักขุเหรอคะ

แล้วมีวิธีฝึกต่ออย่างไร

csประกายพรึก
16-01-2007, 12:30 PM
สาธุ

ณ ปลาย
19-01-2007, 09:50 AM
เวลานั่งสมาธิ เป็นคนที่ตัดนิมิตเสมอ ไม่ตามนิมิต

แต่ทำไมไปฝัน บางครั้งย้อนอดีตของคนอื่นที่ตัวเองไม่รู้ก็ได้
พอเล่าให้เขาฟัง เขาก็ว่าจริง ทั้งที่เราไม่ได้คิดถึงเขาสักหน่อย
บางครั้ง ก็ฝันถึงสิ่งที่จะเกิดกับตัวเอง
เป็นลักษณะนิมิต ที่ต้องตีความ
บางครั้งก็จริง บางครั้งก็แปลไม่ออก บางครั้งก็มั่วไปค่ะ
ไม่สามารถเชื่อถือได้ 100 %