WebSnow
13-09-2005, 02:09 AM
ถาม : ใช้คำที่ว่าสมเด็จพระประทีปแก้วบ้าง สมเด็จพระบรมโลกเชษฐ สมเด็จพระอะไรอย่างนี้ไป....?
ตอบ : หมายถึงพระพุทธเจ้าองค์เดียว คืออันนั้นความเคยชินของหลวงพ่อท่าน หลวงพ่อท่านจะเป็นพระนักเทศน์ พระนักเทศน์ส่วนใหญ่แล้วสำนวนเทศน์มันมีอยู่ ถ้าสังเกตดูถ้าเราอ่าน ๆ ไปจะรู้สึกว่ามันเป็นคำที่คล้องจองกับคำหน้า ในเมื่อถ้าหากว่าคล้องจองกับคำหน้า ท่านก็จะใช้คำที่มันคล้องกันไปเรื่อย ๆ เพราะฉะนั้นมันเหมือนอย่างกับว่าเป็นโคลงเป็นกลอนอะไรบางอย่างเลยล่ะ เพียงแต่ว่าเราต้องฟังจากหลวงพ่อเองถ้าหากว่าอ่านจากในหนังสือมันขาดตัวจิตวิญญาณหรือความรู้สึกไปเยอะเลย
ถาม : ........(ไม่ชัด)........อย่างเขาได้รับต้องมีกำลังมาก.....(ไม่ชัด).....(ถามเกี่ยวเรื่องกันมาร)?
ตอบ : ก็อาจจะมีนะ อาจจะมีแต่ให้เขาขวางไปเถอะ การที่เขาขวางจริง ๆ เขาไม่ใช่ศัตรู เขาเป็นครูที่ดีที่สุดที่เราพึงหาได้ จำไว้นะ.... ครูคนนั้นขยันทดสอบมากทุกเวลา ทุกวินาที เราเปิดช่องเมื่อไหร่เอาทันทีออกข้อสอบเดี๋ยวนั้นเลย ข้อสอบก็ ๔ หัวข้อใหญ่ รัก โลภ โกรธ หลง แค่นั้นแหละแต่ว่าสามารถจะแตกกระจายออกได้เป็นล้าน ๆ ข้อ งั้นเผลอเมื่อไหร่เสร็จ! แต่ว่าอันไหนที่เราสามารถทำได้ก้าวผ่านไปแล้วกำลังใจเราไม่ตกต่ำอีก ดังนั้นท่านไม่ใช่ศัตรูแต่ท่านเป็นครูที่ดีที่สุด ถ้าหากว่าเราสอบตกก้าวไม่ผ่านท่านกลายเป็นมาร คือผู้ขวางความดีของเราไใช่มั้ย ? อันนั้นเป็นความผิดของเราเองไม่ใช่ความผิดของท่านเราผิดเพราะเราสอบตก
ถาม : อย่างนี้เมื่อมีอุปสรรคเกิดขึ้นนี่แสดงว่าเราต้องข้ามให้ได้ ?
ตอบ : ใช่ อุปสรรคสร้างความแข็งแกร่ง ถึงเวลาก้าวข้ามได้แล้ว กำลังใจในระดับนั้นมันจะไม่ถอยลงมาอีก ยกเว้นจะเจอที่ละเอียดกว่านั้น ต่อไปเปลี่ยนความคิดนะ มารไม่ใช่ศรัตรูเป็นครูที่ดีมาก ถ้าทำ ๆ ไปถึงมันเหมือนกับว่าโลกทัศน์มันพลิกกลับ มันจะเห็นความดีในทุกสิ่งทุกอย่างเลยไม่มีใครเป็นศัตรู...?ต่อไปก็ทำกำลังใจในลักษณะที่ว่าต่างคนต่างทำหน้าที่ของตัวเอง ท่านมีหน้าที่ขวางท่านก็ขวางไป เรามีหน้าที่หนีท่านให้พ้นเราก็หนีของเราไป ต่างคนต่างทำหน้าที่ของเราเอง ไม่มีใครเป็นข้าศึกเป็นศรัตรูต่อกันทุกฝ่ายต่างกำลังเป็นไปตามกรรม คือการกระทำของตน?ฟังดูแล้วเหนื่อยน้อยลงเยอะเลย
ถาม : อย่างนี้เป็นพรหมวิหาร ๔ รึเปล่าคะ ?
ตอบ : เป็นพรหมวิหาร ๔ ด้วย เป็นปัญญาด้วย?ตอนนี้ฉลาดขึ้นมาหน่อย ไม่ได้มีข้าศึกศัตรูสักหน่อยแล้วเราก็ไปเที่ยวไล่ตีกับเขา จับมือดีกันไม่ต้องทะเลาะกับเขาไม่ดีเหรอ
http://www.palungjit.com/board/showthread.php?t=14452
ตอบ : หมายถึงพระพุทธเจ้าองค์เดียว คืออันนั้นความเคยชินของหลวงพ่อท่าน หลวงพ่อท่านจะเป็นพระนักเทศน์ พระนักเทศน์ส่วนใหญ่แล้วสำนวนเทศน์มันมีอยู่ ถ้าสังเกตดูถ้าเราอ่าน ๆ ไปจะรู้สึกว่ามันเป็นคำที่คล้องจองกับคำหน้า ในเมื่อถ้าหากว่าคล้องจองกับคำหน้า ท่านก็จะใช้คำที่มันคล้องกันไปเรื่อย ๆ เพราะฉะนั้นมันเหมือนอย่างกับว่าเป็นโคลงเป็นกลอนอะไรบางอย่างเลยล่ะ เพียงแต่ว่าเราต้องฟังจากหลวงพ่อเองถ้าหากว่าอ่านจากในหนังสือมันขาดตัวจิตวิญญาณหรือความรู้สึกไปเยอะเลย
ถาม : ........(ไม่ชัด)........อย่างเขาได้รับต้องมีกำลังมาก.....(ไม่ชัด).....(ถามเกี่ยวเรื่องกันมาร)?
ตอบ : ก็อาจจะมีนะ อาจจะมีแต่ให้เขาขวางไปเถอะ การที่เขาขวางจริง ๆ เขาไม่ใช่ศัตรู เขาเป็นครูที่ดีที่สุดที่เราพึงหาได้ จำไว้นะ.... ครูคนนั้นขยันทดสอบมากทุกเวลา ทุกวินาที เราเปิดช่องเมื่อไหร่เอาทันทีออกข้อสอบเดี๋ยวนั้นเลย ข้อสอบก็ ๔ หัวข้อใหญ่ รัก โลภ โกรธ หลง แค่นั้นแหละแต่ว่าสามารถจะแตกกระจายออกได้เป็นล้าน ๆ ข้อ งั้นเผลอเมื่อไหร่เสร็จ! แต่ว่าอันไหนที่เราสามารถทำได้ก้าวผ่านไปแล้วกำลังใจเราไม่ตกต่ำอีก ดังนั้นท่านไม่ใช่ศัตรูแต่ท่านเป็นครูที่ดีที่สุด ถ้าหากว่าเราสอบตกก้าวไม่ผ่านท่านกลายเป็นมาร คือผู้ขวางความดีของเราไใช่มั้ย ? อันนั้นเป็นความผิดของเราเองไม่ใช่ความผิดของท่านเราผิดเพราะเราสอบตก
ถาม : อย่างนี้เมื่อมีอุปสรรคเกิดขึ้นนี่แสดงว่าเราต้องข้ามให้ได้ ?
ตอบ : ใช่ อุปสรรคสร้างความแข็งแกร่ง ถึงเวลาก้าวข้ามได้แล้ว กำลังใจในระดับนั้นมันจะไม่ถอยลงมาอีก ยกเว้นจะเจอที่ละเอียดกว่านั้น ต่อไปเปลี่ยนความคิดนะ มารไม่ใช่ศรัตรูเป็นครูที่ดีมาก ถ้าทำ ๆ ไปถึงมันเหมือนกับว่าโลกทัศน์มันพลิกกลับ มันจะเห็นความดีในทุกสิ่งทุกอย่างเลยไม่มีใครเป็นศัตรู...?ต่อไปก็ทำกำลังใจในลักษณะที่ว่าต่างคนต่างทำหน้าที่ของตัวเอง ท่านมีหน้าที่ขวางท่านก็ขวางไป เรามีหน้าที่หนีท่านให้พ้นเราก็หนีของเราไป ต่างคนต่างทำหน้าที่ของเราเอง ไม่มีใครเป็นข้าศึกเป็นศรัตรูต่อกันทุกฝ่ายต่างกำลังเป็นไปตามกรรม คือการกระทำของตน?ฟังดูแล้วเหนื่อยน้อยลงเยอะเลย
ถาม : อย่างนี้เป็นพรหมวิหาร ๔ รึเปล่าคะ ?
ตอบ : เป็นพรหมวิหาร ๔ ด้วย เป็นปัญญาด้วย?ตอนนี้ฉลาดขึ้นมาหน่อย ไม่ได้มีข้าศึกศัตรูสักหน่อยแล้วเราก็ไปเที่ยวไล่ตีกับเขา จับมือดีกันไม่ต้องทะเลาะกับเขาไม่ดีเหรอ
http://www.palungjit.com/board/showthread.php?t=14452