PDA

View Full Version : ของรักจากแม่


sutatip_b
12-08-2008, 08:23 AM
วันนี้วันแม่
เพิ่งได้อ่านบทความในหลวง เลยเกิดแรงบันดาลใจ..ในอีกแบบหนึ่ง
อยากชวนเพื่อนๆมาคุยกันว่า ได้อะไรจากแม่..ที่อยากแบ่งปันกับคนอื่นๆ
จะเป็นของหรือประสบการณ์ก็ได้ เผื่อบันดาลใจอะไรให้กับคนอื่น
ขอเชิญนะคะ

sutatip_b
12-08-2008, 08:34 AM
เริ่มจากตัวเองก่อน
พักนี้ได้ของแปลกๆจากแม่
เช่นย่ามสีขาว บอกว่าจะได้ให้ลูกสะพายเวลาใส่ชุดขาวไปวัด
ได้เสื้อม่อฮ่อม ซื้อมาฝาก
ได้ถุงใบโตจากฮอยอัน บอกว่าเห็นมีของเยอะจะได้ไว้ใส่ของ

นับว่าแปลก เพราะปรกติแม่จะชอบสวยๆ เราแต่งตัวอย่างไรก็ไม่ถูกใจเสมอ
ดุเหมือนพักนี้แม่จะเข้าใจเรามากขึ้น..

วันสัมมนา คิดอยู่พักใหญ่ว่าจะแต่งกายอย่างไร
ปรากฏว่าไม่ต้องคิดมาก เพราะลืมรับผ้าซักแล้วมาจากร้าน เสื้อใส่ทำงานหลายตัวติดอยุ่กับร้านซักรีดหมดเลย
หันมาเห็นเสื้อม่อฮ่อมของแม่ อ๊ะ ใส่ฉลองเสียเลย
วิทยากรหนีภัยเอามาดลุยๆ ก็แล้วกัน

วันงาน คุณคณานันท์แต่งหล่อ คุณตุ๊กตาแก้ว คุณสาวปีใหม่ คุณมนสดใส คุณ Forever In LoVE โอ๊ยงามจ๊าด

แต่ก็สายไปเสียแล้ว มายังไงก็ต้องอภิปรายอย่างนั้น...

วันนี้ได้อ่านบทความในหลวง ว่าท่านปะรองเท้ากี่หน ฉลองพระองค์ที่มีรู (คุณทองแดงกัด) ท่านก็ยังทรง..
ก็เลยภูมิใจอย่างเต็มอก ว่าเราสวมเสื้อที่แม่ให้ จะไปงานไหนก็ได้
ขอบคุณแม่ทีรักเราค่ะ

กราบ กราบ กราบ

ปาฏิหาริย์
12-08-2008, 07:42 PM
แม่เป็นผู้ให้ มาตลอดชีวิต ตั้งแต่ผมเกิดมาครับ
...
วันนี้ เป็นวันแม่ ผมได้รดน้ำท่าน
ผมเอาน้ำที่รดที่มือและเท้าท่าน
มาชโลมที่ใบหน้าและศรีษะผม
ขอเป็นสวัสดิมงคลแก่ชีวิต
...
แม่ได้กล่าวอโหสิกรรม ที่ผมได้เคยล่วงเกินใดใดไว้ต่อท่าน
ทั้งทั้งที่ตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็ดีครับ

sutatip_b
12-08-2008, 07:53 PM
ดูเหมือนจะเป็นเรื่องเล่าจากหลวงพ่อจรัญ

ทหารชาวมุสลิมนายหนึ่ง อยู่รอดปลอดภัยจากเหตุร้ายๆเรื่อยมา ระเบิด กระสุน ฯลฯ
ใครๆก็ถามว่าเขาพกอะไร เขาไม่ยอมบอกท่าเดียว

วันหนึ่งหลวงพ่อพบเขา กล่าวว่า ได้ยินกิตติศัพท์มานาน ขอเรียนรู้ได้ไหมว่าเขาพกอะไรเป็นมงคล

เขาเอามาให้ดุอย่างอายๆ บอกว่าให้หลวงพ่อดูคนเดียว
เป็นตะกรุดห้อยคอ ข้างในมีผ้าถุงฉีก
เจ้าตัวบอกว่าลุงทำให้เป็นมงคลกันภัย เป็นผ้าถุงของแม่ สวมในวันที่เขาลืมตาออกมาดูโลก
มุสลิมรายนี้ไม่ดื่มเหล้า ละหมาด (ภาวนา) ทุกวัน กตัญญูเป็นมงคลเสริมค่ะ

เรื่องจริง...

ภาวิโต
14-08-2008, 01:02 PM
จงจำไว้...แม่รักลูกเสมอ ข้อความสุดท้ายใต้ซากแผ่นดินไหว!

หลังจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่คร่าชีวิตชาวจีนในจังหวัดซื่อชวนไปกว่า 3 หมื่นชีวิต

ได้มีเรื่องราวน่าสลดเกิดขึ้นมากมาย แต่ระหว่างช่วงนาทีอันสุดระทมนั้น

ก็ยังมีเรื่องสุดประทับใจเกิดขึ้น

เมื่อทีมกู้ภัยเข้าไปช่วยเหลือผู้ที่คาดว่าจะรอดชีวิตใต้ซากตึกหักพัง

เขาได้เห็นแผ่นหลังของหญิงคนหนึ่ง

จากท่าทางกำลังคุกเข่าอยู่ แต่ก็เชื่อว่าเสียชีวิตแล้ว

เมื่อเข้าไปดึงตัวเธอออกมา ก็พบสิ่งสะเทือนใจ

เพราะในอ้อมกอดของเธอมีเด็กชายที่กำลังดูดนมจากอกของเธออยู่

ที่สำคัญ เด็กน้อยคนนี้ยังมีลมหายใจอยู่

… ใช่! เขารอดชีวิต แต่แม่ของเขาได้เสียสละชีวิตเพื่อเขาแล้ว

ไม่เพียงเท่านี้ ทีมหน่วยกู้ภัยยังเหลือบเห็นมือของเธอ ที่กำโทรศัพท์มือถือไว้แน่น

และเมื่อหยิบออกมาดู ก็พบข้อความที่เธอพิมพ์ผ่าน SMS เอาไว้

เพื่อบอกลาลูกน้อยสุดที่รัก

ข้อความนี้ เป็นข้อความสั้น ๆ ที่กลั่นออกมาจากหัวใจของแม่ที่ใกล้สิ้นลม

เพื่อส่งผ่านความรักแบบไร้เงื่อนไข แม้แต่ชีวิตก็ยอมให้กับลูกของเธอได้

หน้าจอมือถือ มีข้อความว่า

“ ลูกรักของแม่ … ถ้าลูกมีชีวิตรอด แม่อยากบอกให้ลูกรู้ว่า แม่รักลูกมาก ”
@ ความรักอันยิ่งใหญ่ของแม่ : FWD จากคุณรัศมีดารา

ภาวิโต
14-08-2008, 01:56 PM
ในขณะที่.... ผมก็เป็นเช่นเด็กวัยรุ่นทั่วๆ ไป เรียน เที่ยว นอน กิน
ดึกๆ ผมก็โทรคุยกับแฟนของผม
ซึ่งทั้งหมดเหล่านี้มันก็เป็นกิจวัตรประจำวันของผม
และผมก็เชื่อว่าใครๆ เค้าก็ทำแบบนี้กัน
'จ้า ตัวเอง วันนี้กินข้าวรื้อยาง'
'กินกับอะไรบ้าง แล้วตอนกินตัวเองคิดถึงเค้ามั้ยเนี่ย'
'รู้มั้ยตัวเอง ถ้าเค้าเป็นผีเนี่ย เค้าอยากเป็นกระสือที่รักจะได้เห็นใจไง'
'ตัวเองวางก่อนดิ ก่อนดิ'

ประโยคต่างๆ ที่ผมได้คิดและคัดสรรเตรียมพร้อมมาต่างๆ ก่อนโทร
ผมยังคงใช้เวลาส่วนใหญ่ตอนดึกไปกับการคุยโทรศัพท์
ระยะเวลาอันผมได้ใช้ไปในแต่ละครั้งนั้น
พอรู้สึกอีกทีก็ผ่านไปหลายชั่วโมงแล้ว
แต่ผมก็ไม่ชอบนะ หากใครจะมาว่าผมไร้สาระ
ก็ไม่เห็นหรอคนส่วนใหญ่เค้าก็ทำกัน
'เอ้อ เกือบลืมไปอีกอย่าง กิจวัตรอีกอย่างนึงของผมก็คือ

แม่ของผมมักชอบโทรหาผมทุกวัน' 'ตอนนี้ลูกอยู่หอรึยัง'
'เย็นนี้กินข้าวอิ่มมั้ย' 'วันนี้เรียนเป็นยังไงบ้าง' 'อย่าไปเที่ยวที่ไหนไกลนะ'

โธ่!คำถามเดิมๆ ผมก็ตอบไปแบบเดิมๆ
แม่ผมก็ไม่เบื่อซักที ยังคงโทรหาผมเป็นประจำ
โชคดีที่ผมพยายามตัดบทคุย
ผมกับแม่น่ะคุยกันไม่กี่นาทีก็วางแล้ว
ก็มันไม่มีอะไรจะคุยจะให้ผมทำยังไง
จนกระทั่งวันนั้น 'ตัวเองตอบเค้าได้รึยังว่ารักเค้ามั้ย'
'เร็วๆสิ เค้ายังอุฒส่าห์บอกรักตัวเองไปแล้วนะ'
'แล้วยังจะใจร้ายไม่บอกรักเค้าอีกหรอ'
ติ๊ดๆ ติ๊ดๆ เสียงจากโทรศัพท์บอกผมว่ามีสายซ้อน
ผมมองไปที่หน้าจอมันขึ้นชื่อว่า 'Home'
'โธ่ แม่โทรมาทำไมตอนนี้เนี่ย กำลังเข้าด้ายเข้าเข็มเลย'
ผมไม่สลับสายผม ผมยังคงคุยกับสุดที่รักของผมต่อไป
เพราะผมรู้ว่าสิ่งที่แม่จะคุยกับผมก็คงเป็นประโยคเดิมๆ

'และนั่นก็เป็นโอกาสสุดท้าย ที่ผมจะมีโอกาสฟังเสียงของแม่'

หลังจากนั้นไม่นานทางญาติของผมโทรมาแจ้งผมว่า
เมื่อคืนนี้บ้านของผมถูกขโมยเข้า และแม่ของผมขัดขืน
และได้ต่อสู้กับโจร จึงถูกโจรใช้มีดแทงเข้าที่ท้อง
แม่เสียชีวิตเพราะทนพิษบาดแผลไม่ไหว
ญาติของผมเล่าอีกว่าตอนไปพบศพแม่นั้น
ในมือของแม่กำโทรศัพท์ไว้แน่น

และเบอร์โทรออกล่าสุดของเธอไม่ใช่โทรแจ้งตำรวจ
หรือเรียกรถพยาบาล แต่แม่เลือกที่จะโทรหา 'ผม'
สิ่งสุดท้ายในชีวิตที่แม่ผมเลือกที่จะทำคือ โทรศัพท์หาผมเพื่อฟังเสียงของผม
วินาทีนั้นน้ำตาของผมไหลอาบแก้ม ผมพูดอะไรไม่ออก มือและตัวของผมสั่น
วันนั้นผมเลือกที่จะคุยกับแฟนผม ดีกว่าที่จะคุยกับแม่ของผม

ผู้หญิงคนเดียวในโลก ที่คุยกับผมเป็นคนแรกในชีวิต

ผู้หญิงคนเดียวที่ผมสามารถที่จะคุยกับเธอได้ทุกเวลา

โดยที่ผมไม่ต้องเตรียมบทพูดใดๆ ไม่ต้องกังวลว่าเธอจะประทับใจหรือไม่
ไม่ต้องมีมุข ไม่ต้องมีคำหวานใดๆ

คนเดียวในโลก ที่โทรมาหาผมเพียงแค่ฟังผมพูดประโยคเดิมๆ

คนเดียวในโลกที่ไม่ว่าโทรศัพท์เธอจะโปรโมชั่นแพงแค่ไหนก็ยังโทรหา ผม

'และคนเดียวในโลก ที่เลือกคุยกับผมในวินาทีสุดท้ายในชีวิต'

ในบางครั้งประโยคที่ว่า 'ไม่มีคำว่าสาย หากเราคิดที่จะแก้ตัว'
มันก็ไม่เป็นความจริง 'เพราะบางปรากฏการณ์ในโลก เกิดขึ้นได้แค่ครั้งเดียว'
อาจเป็นเพราะเวรกรรมของผม

หลังจากนั้นไม่นานแฟนผมที่ผมใช้เวลาคุยกับเธอวันหลาย ๆ ชั่วโมงก็ทิ้งผมไป
วันนี้ผมเริ่มเข้าใจชีวิตมากขึ้น

หลายๆ อย่างที่คนส่วนใหญ่ทำ มิได้หมายถึงสิ่งที่ถูกต้องเสมอไป
เพราะตัวเราเท่านั้นที่เป็นผู้ต้องรับผลการกระทำของเ ราเอง
'เราจะรู้ว่าสิ่งใดสำคัญ ก็ต่อเมื่อเราต้องเสียมันไป'

ทุกวันนี้ผมนั่งมองโทรศัพท์
รอที่จะตอบคำถามเดิมๆ ให้ผู้หญิงคนหนึ่งฟัง
แต่ผู้หญิงคนนั้นคงไม่มีอีกแล้ว


รักพ่อแม่ให้มากๆ นะค่ะ บนโลกนี้ไม่มีใครรักเราเท่าพ่อกับแม่ของเราแล้ว
ความรักของแฟนหรือเพื่อนรวมกันทุกคน ยังไม่เท่ากับความรักของพ่อแม่เวลาท่านโมโหเลย

@ FWD จากคุณ อรศิริ ศิริสุทธา

ภาวิโต
14-08-2008, 04:52 PM
:z4ความรักลูก ของแม่
เหตุเกิดเมื่อประมาณเกือบ 60 ปีที่แล้ว ที่เมืองเล็กๆ
ของมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในอเมริกา มีลูกชายวัยรุ่น อายุราว
15-16 ปี กำลังซ่อมรถยนต์ คุณแม่กำลังรดน้ำต้นไม้อยู่ใกล้ๆ
ลูกชายใช้แม่แรงยกรถขึ้นแล้วก็มุดเข้าไปใต้ท้องรถ จะด้วย
อุบัติเหตุอย่างไรไม่ปรากฎ แม่แรงเกิดหลุด ลูกชายถูกรถทับ
บริเวณหน้าอก ดิ้นขลุกขลัก ออกมาไม่ได้ แม่ตกใจ ด้วย
ความรักและห่วงลูกอย่างเหลือล้น รีบทิ้งสายยางรดน้ำต้นไม้
วิ่งไปยกท้ายรถยนต์ขึ้น จนลูกชายสามารถกลิ้งตัวออกมาจาก
ใต้ท้องรถ รอดตายไปได้อย่างหวุดหวิด แต่คุณแม่ล้มลงเป็น
ลมสลบไป ด้วยความเจ็บปวด เพราะกระดูกสันหลังเคลื่อน
ได้มีคนไทยท่านหนึ่งได้นำเอาพฤติกรรมนี้ไปเป็นหัวข้อและ
เป้าหมายงานวิจัย โดยคิดว่าน่าจะศึกษาพฤติกรรมของคุณแม่
ที่ช่วยลูกในกรณีนี้ เพราะความรักและห่วงลูกของคุณแม่ผู้นี้
ชัดเจน น่าจะศึกษาต่อว่า ขณะนั้นมีตัวฮอร์โมนชนิดไหน
หรือไม่ ที่ขับจากเซลล์ในสมองออกมาช่วยคุณแม่ คุณแม่จึง
ได้มีพลังพิเศษยกรถอเมริกัน (ซึ่งใหญ่และหนักมากในสมัย
นั้น) ขึ้นด้วยมือของตัวเอง
ฮอร์โมนเป็นตัวนำ หรือความรักลูกซึ่งเป็นความรู้สึกลึก
ซึ้งมาตั้งแต่ลูกเกิดจนกลายเป็นจิตใต้สำนึกนั้นเป็นตัวนำ
จึงเอาความคิดใหม่จากประสบการณ์ของคุณแม่และลูกคู่
นั้นไปเสนออาจารย์ อาจารย์รับความคิดใหม่นี้ทันทีว่าใช้ได้
สรุปผลการวิจัยและทดลองนี้ ว่า ความรักลูกของแม่เป็น
ตัวนำและฮอร์โมนเป็นตัวช่วย
การวิจัยเรื่องฮอร์โมนและความรักของแม่ซึ่งกลายเป็นจิต
ใต้สำนึกนี้ ได้รับการชมเชยจากคณาจารย์ในมหาวิทยาลัยมาก
ที่สำคัญก็คือ ขณะที่ทำงานวิจัยและทำรายงานเรื่องการ
วิจัยนี้อยู่นั้น ผมคิดถึงแม่ซึ่งอยู่ไกลตัวเหลือประมาณ คิดถึง
จนน้ำตาไหลทุกครั้ง
ตอนที่เรียนอยู่สมัยนั้นยากจนมาก อยากจะโทรศัพท์มา
หาแม่ก็โทร.ไม่ได้ เพราะค่าโทรศัพท์ทางไกลแพงเหลือ
ประมาณ ถึงโทร.มาได้ก็คงไม่ได้พูด เพราะแม่อยู่เมืองไทยก็
ยากจนเหมือนกัน และที่บ้านก็ไม่มีโทรศัพท์
จึงได้แต่เขียนจดหมายถึงแม่ เขียนด้วยความรักและคิดถึง
สุดประมาณ พร้อมกันนั้นก็คิดถึงความรักของแม่ฝรั่งคนนั้น
ความรักและความใกล้ชิดระหว่างแม่กับลูกของฝรั่งกับของ
ไทยนั้นคิดว่าไม่เหมือนกัน ความละเอียดอ่อนของฝรั่งนั้น
น้อยกว่าไทย แต่ตัวอย่างของคุณแม่คนนั้นก็เป็นเรื่อง
มหัศจรรย์สำหรับผมมาก
คุณแม่ฝรั่งคนนั้นแสดงให้เห็นว่า แม่รักและห่วงลูก
อย่างลึกซึ้ง รักขนาดยอมอุทิศชีวิตให้ลูกได้
ที่เมืองไทยได้พบปัญหาแม่ลูกหลายราย ส่วนมากจะเป็น
ตัวลูกซึ่งจะบ่นว่า แม่ไม่เข้าใจลูกและแม่ไม่รักลูก ผมจะยอม
เสียสละเวลาแทบทั้งวันพูดกับลูกคนนั้น เมื่อเขาเข้าใจแล้วก็
บอกว่า กลับไปบ้านขอให้ไปกราบแม่ แล้วก็กอดแม่ ให้เขา
กอดแม่แทนผมด้วย เพราะเดี๋ยวนี้ผมไม่มีแม่แล้ว และให้
กราบแม่กอดแม่ทุกวัน ไม่ใช่กอดเฉพาะวันแม่วันเดียว
*** คนไทยท่านนั้น คือ ดร.สาทิส อินทรกำแหง ผู้ก่อตั้งชี
วจิตในประเทศไทย : จากเรื่อง แม่ ในนิตยสารชีวจิต
ฉบับวันที่ 1 สิงหาคม 2551

sutatip_b
14-08-2008, 05:13 PM
แม่..มีหลายแบบ
แม่ที่ให้ชีวิต ก็เป็นแม่
คนที่เลี้ยงเรา ป้อนข้าวป้อนน้ำ ดูแลเราด้วยความรักทั้งทุกข์และสุข ก็คือแม่
(ในกรณีที่สองบางทีเป็นแม่ในชาติก่อน เคยได้ยินจากหลวงพ่อจรัญ)
บางทีเราก็มีแม่ ที่ไม่ได้อุ้มท้องเรา
เช่นพอเกิดแล้วแม่ไปให้ยายเลี้ยง
หรือแม่ทิ้งไปน้าสาวส่งเสียเลี้ยงดูตลอด..

เราเกิดมาหลายภพหลายชาติ จึงมีหลายแม่
เวลาอุทิศบุญกุศลให้ ให้ระบุว่า ให้ทั้งแม่ในอดีตและปัจจุบันนะคะ
ตอนให้พ่อก็เหมือนกันค่ะ

ภาวิโต
15-08-2008, 06:53 AM
โมทนาบุญกับ อ.ไก่ เจ้าของกระทู้ครับ very good idea ทันทีที่ได้อ่านกระทู้ ไม่รู้ว่าอารมณ์
มันมาจากไหน มันไหลออกมาเลย 3 เรื่อง จีน ไทย ฝรั่ง มาร่วมกันที่ความรักของแม่ ที่ล้ำลึกเกินคำบรรยาย
ต้องขอยืมบทความของท่านอาจารย์ ดร. สาทิส อิทรกำแหง มาใช้อีกครั้ง
"กลับไปบ้านขอให้ไปกราบแม่ แล้วก็กอดแม่ ให้เขากอดแม่แทนผมด้วย เพราะเดี๋ยวนี้ผมไม่มีแม่แล้ว และ
ให้กราบแม่กอดแม่ทุกวัน ไม่ใช่กอดเฉพาะวันแม่วันเดียว "
เพราะเดี๋ยวนี้ผมก็ไม่มีแม่แล้วเหมือนกัน

sutatip_b
15-08-2008, 07:19 AM
เชื่อหรือไม่คะ ว่าแม่ก็คือแม่
ภพชาติไหน มีกายเนื้อหรือไม่มี ก็ยังเป็นแม่
เราต้องบอกว่า เรามีแม่ (กายเนื้อหรือไม่ไม่สำคัญ) และภูมิใจ..
ที่เป็นเลือดเนื้อของแม่ เป็นคนดีให้แม่ (ไม่ได้กลายเป็นเด็กแว๊น) หวังว่าแม่คงภูมิใจ
ทุกวันที่เรามีลมหายใจ สร้างความดี นั่นคือแม่มีชีวิตอยู่ในกายเรา
แม่เขาไม่ได้เลือกเรานะคะ เราตะหากที่เลือกจุติ เขาเสียอีกสวมบทบาทได้อย่างไม่ขัดเขิน
แม่ก็เพียงแต่เลิกสัญญาเช่าบ้านหลังเก่าผุพังไปเสียก่อน
เรามาเช่าทีหลังก็อยู่ได้นานหน่อย

ฮิฮิ คุณพี่ก็กรรมฐานเข้า เผลอๆ หนีขึ้นไปกอดกันข้างบนก็ได้เลยค่ะ
คราวนี้ได้กอดจิตต์ปภัสสรของแม่เลยนะคะ

แค่คิดก็ถึงแล้ว คุณแม่คุณพี่ยิ้มแก้มปริแล้วค่ะ
สงสัยต้องเปิดกระทู้พ่อบ้างแล้ว เดี๋ยวเพศชายน้อยใจ...

ณ.
15-08-2008, 08:07 AM
...กอดกกกุมประคองอุ่นโอบอุ้ม
คงคอยคุ้มถนอมห่วงรักษา
ฟูมฟักก่อกำเนิดเกิดกายา<O:p</O:p
รักนำพาสัญญาสัญชาติญาณ
...ใช้เลือดเนื้อกายาเข้าอุ้มอ้อม<O:p</O:p
มอบใจย้อมด้วยรักเข้าถักสาน
สื่อสายรกต่อติดกับดวงมาลย์<O:p</O:p
น้ำใจทานทนแกร่งแบ่งสู่ครรภ์
...ยอมหักใจสิ่งใดไม่ส่งเสริม<O:p</O:p
ฝืนกินเพิ่มเติมใส่ทุกอย่างสรร
หวังให้แก้วดวงน้อยโตคืนวัน<O:p</O:p
เฝ้ารอคอยวันนั้นแรกลืมตา
...ทนทุกข์ทรมานอาการแทรก<O:p</O:p
โลกแทบแตกเมื่อถึงวันเห็นหน้า
ได้เห็นลูกแม่ยิ้มทั้งน้ำตา<O:p</O:p
คือคุณค่าแห่งใจแม่แสนดี
...ยิ่งตอกย้ำให้รู้ว่าสุดรัก<O:p</O:p
ไออุ่นคุ้นสลักโอบกอดศรี
ซึมซาบซับรับรักชื่นฤดี<O:p</O:p
รินไหลรี่อกสู่สรรพางค์
...ด้วยมือสองประคองนวลถนอม<O:p</O:p
สองตาพร้อมดูแลทุกก้าวย่าง
สองหูฟังทุกข์สุขใกล้ไกลห่าง<O:p</O:p
ดวงใจวางคือมิตรชิดดวงแด
...ด้วยรักล้นยิ่งใหญ่ปกครอบคลุม<O:p</O:p
ด้วยรักหุ้มห่อล้อมกระจายแผ่
ด้วยรักจริงรักยิ่งไม่ผันแปร<O:p</O:p
ด้วยรักแท้รักแม่แน่จีรัง
...ลูกรับรู้ทุกสิ่งแม่สรรค์สร้าง<O:p</O:p
ลูกรับรู้ทุกอย่างแม่ปลูกฝัง
ลูกรับรู้ความรักแม่มั่งคั่ง<O:p</O:p
ลูกรับรู้พลังแม่ให้มา
...ลูกรักแม่รักมากอยากบอกย้ำ<O:p</O:p
ซ้ำด้วยการกระทำคงคุณค่า
เดินตามคำแม่กล่าวสั่งสอนมา<O:p</O:p
ดีรักษาสัตย์ซื่อถือคุณธรรม<O:p</O:p
.....................ธรรมดา(ฯ)

ณ.
15-08-2008, 08:08 AM
...มะลิขาวกุหลาบมอญจำปีพร้อม
ดวงใจน้อมย้อมด้วยรักวางตรงหน้า<O:p</O:p
เข็มเล่มยาวบรรจงจัดร้อยมาลา<O:p</O:p
ประดิษฐ์กรองพวงผกาสอดใส่ใจ
...ส่งความรักแซมเคารพนบบูชา<O:p</O:p
รวมรอยยิ้มนัยดวงตาเติมต่อไว้
มอบกายาจิตวิญญาณใส่พานไป<O:p</O:p
วางแทบเท้าแม่ยิ่งใหญ่ไหว้กราบกานต์<O:p</O:p
………………………………...ธรรมดา(ฯ)

sutatip_b
15-08-2008, 08:16 AM
สุดยอดจ้ะ ณ.
เว้นแต่สมายลี่...เต็มไปหมด แฮ่ๆ

ภาวิโต
16-08-2008, 08:52 PM
มีลูกชายของแม่คนหนึ่งเล่าให้ฟังว่า งานที่ทำอยู่ยุ่งมาก แต่
ละวันเต็มไปด้วยงานและหน้าที่สำคัญต้องรับผิดชอบ
วันหนึ่ง พี่สาวโทร.มาบอกว่า แม่ไม่สบายเข้าโรงพยาบาล
น้องชายบอกว่า "งานยุ่งอยู่เย็นๆจะไปเยี่ยม"
แต่กว่าจะเคลียร์งานจบก็ค่ำมืดไปถึงโรงพยาบาล ห้องแม่ก็
ปิดไฟแล้ว
คนเป็นลูกนึกเสียใจที่มาช้า และอยากให้แม่ได้นอนพักก็
เลยไม่ปลุก ตั้งใจว่าพรุ่งนี้ก่อนไปทำงานจะแวะมาเยี่ยมใหม่
ขณะที่ค่อยๆย่องออกจากห้อง แม่รู้สึกตัวตื่นขึ้นมาแล้ว
เอื้อมมือไปเปิดไฟที่หัวเตียง
พอเห็นว่าเป็นลูกชาย คำแรกที่แม่เอ่ยออกมาก็คือ
"ลูกเองหรือ...กินอะไรมาหรือยัง"
สิ่งที่ได้ยินทำให้คนที่เล่าเรื่องนี้น้ำตาไหล เมื่อตระหนักว่า
แม่ห่วงใยเขามากกว่าอาการเจ็บไข้ของตัวเองเสียอีก
นี่คือ แม่ของลูก
นี่คือ ลูกของแม่
ไม่มีสิ่งใดมาแปรเปลี่ยนลบล้างความผูกพันอันบริสุทธิ์
เปี่ยมไปด้วยความรัก ความปราถนาดีนี้ได้
จำไว้เถิด...
ไม่ว่าจะเติบใหญ่ ปีกกล้าขาแข็งองอาจแกล้วกล้าสักเพียง
ไหน
แม่ก็ยังเห็นเราเป็นเด็กอยู่วันยังค่ำ
จงระลึกไว้เสมอว่า
ยามที่เราประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน มีชีวิตที่เป็น
สุข
แม่จะปลาบปลื้ม ปิติ ชื่นชม อิ่มเอมใจไปกับเราด้วย
ยามที่เราพ่ายแพ้ ผิดหวัง เป็นทุกข์
ถึงแม่จะทุกข์ยิ่งกว่าเราหลายร้อยพันเท่า แต่แม่ก็จะคอย
ปลอบประโลม เป็นกำลังใจให้เราเสมอ
แม่จะอยู่เคียงข้างเรา และคอยฉุดมือโอบอุ้มให้เราลุกขึ้นสู้
ต่อไป
วันนี้หากคุณโชคดีที่แม่ยังมีชีวิตอยู่
จงรัก เทิดทูนและตอบแทนแม่ของคุณให้มาก ให้สมกับ
คำกล่าวที่ว่า " แม่คือพระอรหันต์ในบ้านของลูก "
แต่ถ้าคุณไม่โชคดีแบบนั้น เพราะแม่จากไปแล้ว
ขอจงมุ่งมั่นตั้งตนอยู่ในความดีต่อไป เพื่อให้สมกับที่เป็น
ลูกของแม่
เพราะแม่อยากให้คุณเป็นคนดีเสมอ
แด่แม่ของลูก....และลูกของแม่ทุกคนบนโลกใบนี้
๐๐๐ จากหนึ่งคลิกในหัวใจ
พันทิวา
" ลูกของแม่ "
วารสารธรรมะ บ้านอารีย์ ๑ สิงหาคม ๒๕๕๑

ภาวิโต
16-08-2008, 09:01 PM
อุ่นใดๆ โลกนี้มิมีเทียบเทียม
อุ่นอกอ้อมแขน อ้อมกอดแม่ตระกอง
รักเจ้าจึงปลูก รักลูกแม่ย่อมห่วงใย
ไม่อยากจากไปไกล แม้เพียงครึ่งวัน
อุ่นใด ๆ โลกนี้มิมีเทียบเทียม
อุ่นอกอ้อมแขน อ้อมกอดแม่ตระกอง
รักเจ้าจึงปลูก รักลูกแม่ย่อมห่วงใย
ไม่อยากจากไปไกล แม้เพียงครึ่งวัน
* ให้กายเราใกล้กัน ให้ดวงตาใกล้ตา
ให้ดวงใจ เราสองเชื่อมโยงผูกพันธ์
อิ่มใดๆ โลกนี้มิมีเทียบเทียม
อิ่มอกอิ่มใจ อิ่มรักลูกหลับนอน
น้ำนมจากอก อาหารของความอาทร
แม่พร่ำเตือนพร่ำสอนสอนสั่ง
** ให้เจ้าเป็นเด็กดี ให้เจ้ามีพลัง
ให้เจ้าเป็นความหวังของแม่ต่อไป
ใช่เพียงอิ่มท้องที่ลูกร่ำร้อง
เพราะต้องการไออุ่น อุ่นไอรักอุ่นละมุน
ขอน้ำนมอุ่นจากอกให้ลูกดื่มกิน

๐๐๐ เพลงอิ่มอุ่น ขับร้องโดย ศุ บุญเลี้ยง ( เพลงวันแม่แห่งชาติ )